ศาลเจ้าพ่อเสือ

Rating: 4.5/5 (4 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: เปิดทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 06:00 – 17:00
ศาลเจ้าพ่อเสือ เป็นศาลเจ้าจีนเก่าแก่ใจกลางกรุงเทพฯ ที่หลายคนรู้จักในฐานะ “จุดรวมศรัทธาแห่งย่านเสาชิงช้า” แต่ถ้ามองให้ลึกกว่านั้น ที่นี่คือชิ้นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์เมืองเก่าและชีวิตชุมชนไทย–จีนที่อยู่ร่วมกันมายาวนาน ศาลตั้งอยู่บนถนนตะนาว ใกล้จุดตัดถนนอุณากรรณ และอยู่ไม่ไกลจากเสาชิงช้า ทำให้การแวะมาไหว้ไม่ยากเลย ไม่ว่าจะเป็นคนกรุงเทพที่อยาก “พักใจ” สั้น ๆ ระหว่างวัน หรือเป็นนักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสวัฒนธรรมความเชื่อแบบลงพื้นที่จริง
ตัวศาลมีเอกลักษณ์ชัดเจนด้วยสถาปัตยกรรมที่สร้างตามรูปแบบศาลเจ้าซึ่งนิยมทางภาคใต้ของจีน โทนสีและองค์ประกอบงานศิลป์ให้ความรู้สึกขลังและคลาสสิกในแบบศาลเจ้าเมืองเก่า และด้วยพื้นที่ราว 2 ไร่เศษ จึงรองรับผู้คนที่เข้ามาสักการะได้ต่อเนื่องตลอดวันโดยยังคงบรรยากาศ “ตั้งใจ” และ “เป็นระเบียบ” แบบที่ศาลเจ้าควรเป็น ที่สำคัญคือศาลนี้เป็นศาลเจ้าชาวจีนแต้จิ๋ว (สายลัทธิเต๋า) ที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่งของประเทศไทย จนคนจำนวนมากยกให้เป็นหนึ่งในศาลเจ้าที่ควรมาเยือนสักครั้งในชีวิต หากอยากเข้าใจกรุงเทพฯ ผ่านอีกมิติที่ไม่ใช่แค่ห้างหรือคาเฟ่
เทพเจ้าประจำศาลคือ “เสียนเทียนซั่งตี้” (บางแหล่งเรียก “เฮี้ยงเทียนเซียงตี่” หรือ “เหี่ยงเทียงเสี่ยงตี่”) ซึ่งคนไทยนิยมเรียกรวม ๆ ว่า “เจ้าพ่อเสือ” ชาวจีนจำนวนมากเรียกศาลนี้ว่า “ตั่วเล่าเอี้ย” และนอกจากองค์ประธานแล้ว ภายในยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนเคารพนับถือร่วมกันอย่างแพร่หลาย เช่น รูปเจ้าพ่อเสือ, เจ้าพ่อกวนอู และเจ้าแม่ทับทิม ทำให้การไหว้ของที่นี่มีความหลากหลายด้านความศรัทธา ทั้งสายคุ้มครอง ปัดเป่าสิ่งไม่ดี เสริมความเข้มแข็งใจ ไปจนถึงสายเมตตาและความร่มเย็นในชีวิต
ประวัติของศาลเจ้าพ่อเสือมีรากย้อนไปถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 โดยปีที่ก่อสร้างตรงกับ พ.ศ. 2377 และมีความเกี่ยวเนื่องกับวัดมหรรณพาราม ซึ่งเดิมศาลตั้งอยู่ริมถนนบำรุงเมือง ก่อนที่ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เมื่อทรงโปรดให้ขยายถนนบำรุงเมือง จึงโปรดให้พระยาโชฎีราชเศรษฐีย้ายศาลมาไว้ที่ทางสามแพร่งถนนตะนาว จนกลายเป็นที่ตั้งในปัจจุบัน เรื่องเล่าท้องถิ่นจำนวนมากยังผูกโยงตำนานของเจ้าพ่อเสือเข้ากับย่านนี้และวัดมหรรณพาราม (วัดมหรรณพ์) สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนไทยและจีนในละแวกนี้ที่มีมาช้านาน และยัง “มีชีวิต” อยู่ผ่านพิธีกรรมและการสักการะในทุกวันนี้
ถ้าคุณสังเกตการจัดวางและบรรยากาศภายในศาล จะเห็นว่าความศรัทธาของที่นี่ไม่ได้ตั้งอยู่บนความอลังการเพียงอย่างเดียว แต่ตั้งอยู่บน “ความต่อเนื่อง” ของการเคารพบูชาแบบชุมชนเมืองเก่า ผู้คนจำนวนมากตั้งใจเข้ามาไหว้ด้วยมารยาทที่สุภาพ บางคนแวะมาก่อนเริ่มงาน บางคนมาเพื่อให้ใจนิ่งขึ้นก่อนตัดสินใจเรื่องสำคัญ และบางคนพาครอบครัวมาไหว้เพื่อความสบายใจร่วมกัน ภาพแบบนี้ทำให้ศาลเจ้าพ่อเสือเป็นพื้นที่ที่คุณสัมผัสได้ถึงความหมายของคำว่า “ศรัทธาในชีวิตประจำวัน” แบบชัดมาก
หนึ่งในเรื่องเล่าที่ทำให้ศาลเจ้าพ่อเสือถูกพูดถึงบ่อย คือความเชื่อเรื่อง “เสือ” ในวัฒนธรรมจีนซึ่งมองว่าเป็นสัตว์ที่มีฤทธิ์เดช สามารถปราบผีหรือสิ่งเลวร้ายได้ หากบ้านใครตั้งอยู่บริเวณทางสามแพร่งหรือจุดที่ถือกันว่าจะมีพลังไม่ดีพุ่งเข้าบ้าน ผู้คนจึงนิยมสัญลักษณ์ “เสือคาบดาบ” ไปแขวนไว้หน้าบ้าน เพื่อช่วยขจัดหรือบรรเทาเคราะห์ร้ายให้เบาลง ความเชื่อเชิงสัญลักษณ์แบบนี้เองที่ทำให้ “เจ้าพ่อเสือ” ถูกนับถือในฐานะผู้คุ้มครอง ป้องกันภัย และช่วยให้ผู้คน “ยืนอยู่กับความกลัว” ได้อย่างมั่นคงขึ้น
ถ้าคุณเป็นมือใหม่ที่ยังไม่คุ้นการไหว้ศาลเจ้า แนะนำให้เริ่มจากสิ่งง่ายที่สุดคือแต่งกายสุภาพ พูดเบา ไม่ยืนบังผู้ที่กำลังสักการะ และให้เวลาใจตัวเองสักครู่ก่อนเริ่มไหว้ เมื่อเข้าไปด้านใน คุณจะเห็นจุดสำหรับการสักการะที่ค่อนข้างเป็นระเบียบ วิธีไหว้ของคนส่วนใหญ่คือไหว้องค์ประธานก่อน แล้วจึงค่อยไหว้องค์อื่นตามศรัทธา สิ่งสำคัญไม่ใช่การทำให้ “ถูกเป๊ะ” แบบท่องจำ แต่คือความตั้งใจและความเคารพต่อสถานที่และผู้อื่น หากคุณอยากถามขั้นตอนแบบสั้น ๆ สามารถสอบถามเจ้าหน้าที่/ผู้ดูแลในพื้นที่ได้อย่างสุภาพ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลที่ผู้คนหนาแน่น
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการมาไหว้ศาลเจ้าพ่อเสือ หากอยากได้บรรยากาศสงบและเดินไหว้สบาย แนะนำช่วงเช้า เพราะคนยังไม่แน่นและอากาศยังไม่ร้อนมาก แต่ถ้ามาช่วงกลางวันถึงบ่ายก็ยังไปได้ เพียงเผื่อเวลารอคิวในวันที่คนเยอะ โดยเฉพาะช่วงเทศกาลจีนหรือวันสำคัญที่ผู้คนมักมาสักการะมากเป็นพิเศษ และถ้าคุณตั้งใจจะถ่ายรูป แนะนำให้ถ่ายแบบสุภาพ เลี่ยงแฟลช และไม่ถ่ายติดใบหน้าคนที่กำลังไหว้โดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อรักษาบรรยากาศของศาลและให้เกียรติศรัทธาของผู้อื่น
การเดินทาง ศาลเจ้าพ่อเสือตั้งอยู่ในย่านเมืองเก่า การเดินทางที่สะดวกมากสำหรับคนไม่อยากขับรถคือใช้ MRT ลงสถานีสามยอด แล้วต่อวิน/แท็กซี่หรือเดินเชื่อมเข้าสู่ถนนตะนาว (ระยะทางไม่ไกล แต่แดดกรุงเทพฯ ไม่เคยปรานีใคร) หากมาโดยแท็กซี่หรือรถส่วนตัว แนะนำให้เผื่อเวลาเพราะย่านเสาชิงช้า–ถนนตะนาวมีการจราจรหนาแน่นเป็นช่วง ๆ และที่จอดรถอาจต้องใช้ที่จอดเอกชนหรือจอดตามจุดที่อนุญาตใกล้เคียง การวางแผนให้ดีจะช่วยให้ทริป “ไหว้แล้วใจเบา” มากกว่ามาแล้วเครียดเรื่องรถ
ข้อดีของการมาไหว้ศาลเจ้าพ่อเสือคือคุณสามารถจัดเป็นทริปเมืองเก่าที่ครบในวันเดียวได้ง่ายมาก ไหว้เสร็จแล้วเดินไปชมวัดสำคัญ เข้าพิพิธภัณฑ์ แวะของกินเจ้าดัง หรือเลือกพักโรงแรมแถวบางลำพู–ริมแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อซึมซับบรรยากาศกรุงเทพฯ แบบคลาสสิก ซึ่งช่วยให้การมาไหว้ศาลไม่ใช่แค่การ “มาขอพร” แต่กลายเป็นการ “มาเข้าใจเมือง” ผ่านทั้งประวัติศาสตร์ ศิลปะ ผู้คน และวิถีชีวิตในย่านเดียวกัน
สุดท้าย หากคุณกำลังมองหาที่เที่ยวกรุงเทพที่มีทั้งเรื่องเล่า ความศรัทธา และกลิ่นอายเมืองเก่าแบบจริงจัง ศาลเจ้าพ่อเสือ คือสถานที่ที่ควรปักหมุดไว้เลย เพราะมันไม่ได้ให้แค่ภาพสวยหรือเช็กอิน แต่ให้ความรู้สึกว่าคุณได้เดินเข้าไปแตะ “ราก” ของกรุงเทพฯ อีกชั้นหนึ่ง และบางที แค่ได้ยืนสงบ ๆ สักไม่กี่นาทีในศาลที่ผู้คนศรัทธามาเกือบสองศตวรรษ ใจก็อาจนิ่งขึ้นกว่าที่คิด
| ชื่อสถานที่ | ศาลเจ้าพ่อเสือ (San Chao Pho Suea / Tiger God Shrine) |
| ที่ตั้ง | 468 ถนนตะนาว (ใกล้จุดตัดถนนอุณากรรณ และย่านเสาชิงช้า) เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 |
| จุดเด่นของสถานที่ | ศาลเจ้าจีนแต้จิ๋วสายลัทธิเต๋าเก่าแก่ก่อสร้าง พ.ศ. 2377, สถาปัตยกรรมศาลเจ้าจีนตอนใต้, องค์ประธานคือ “เสียนเทียนซั่งตี้” หรือ “เจ้าพ่อเสือ”, มีองค์ที่ผู้คนนิยมสักการะร่วมกัน เช่น กวนอู และเจ้าแม่ทับทิม, เป็นจุดรวมศรัทธาย่านเสาชิงช้าที่เดินทางสะดวกและเที่ยวต่อได้หลายที่ |
| ช่วงเวลา/บริบทสำคัญ | สร้างในสมัยรัชกาลที่ 3 (พ.ศ. 2377) และย้ายมาถนนตะนาวในสมัยรัชกาลที่ 5 ช่วงขยายถนนบำรุงเมือง |
| เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ | 02-224-2110 |
| สถานที่ใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ) | 1) วัดมหรรณพาราม วรวิหาร – 0.6 กม. – 02-226-3306 2) วัดสุทัศนเทพวราราม – 0.9 กม. – 02-224-9845 3) ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) – 0.8 กม. – 02-221-2141 4) นิทรรศน์รัตนโกสินทร์ – 1.6 กม. – 02-621-0044 5) พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร – 2.7 กม. – 02-224-1402 6) พระบรมมหาราชวัง – 3.0 กม. – 02-623-5500 |
| ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ) | 1) ทิพย์สมัย ผัดไทยประตูผี – 1.6 กม. – 02-226-6666 2) เจ๊ไฝ ประตูผี – 1.6 กม. – 02-223-9384 3) ครัวอัปษร ถนนดินสอ – 1.4 กม. – 080-550-0310 4) มิตรโกหย่วน (Mitr Ko Yuan) – 1.7 กม. – 092-434-9996 5) มนต์นมสด เสาชิงช้า – 1.4 กม. – 02-224-1147 |
| ที่พักใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ) | 1) Nouvo City Hotel – 2.4 กม. – 02-282-7500 2) Buddy Lodge – 2.6 กม. – 02-629-4477 3) Villa De Khaosan – 2.7 กม. – 02-281-4455 4) Riva Surya Bangkok – 3.3 กม. – 02-633-5000 5) Riva Arun Bangkok – 3.4 กม. – 02-221-1188 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ศาลเจ้าพ่อเสือ เปิดทุกวันไหม และเปิดกี่โมง?
ตอบ: โดยทั่วไปเปิดทุกวัน และเวลาเปิดทำการที่พบบ่อยคือ 06:00 – 17:00 น. หากไปช่วงเทศกาลจีนหรือวันสำคัญ แนะนำเผื่อเวลาเพราะคนอาจหนาแน่น
ถาม: ศาลเจ้าพ่อเสือคือศาลอะไร เทพประจำศาลคือใคร?
ตอบ: เป็นศาลเจ้าจีนแต้จิ๋ว (สายลัทธิเต๋า) เทพประจำศาลคือ “เสียนเทียนซั่งตี้” ซึ่งคนไทยนิยมเรียกว่า “เจ้าพ่อเสือ” และภายในยังมีองค์ที่ผู้คนนิยมสักการะร่วมกัน เช่น กวนอู และเจ้าแม่ทับทิม
ถาม: ศาลเจ้าพ่อเสือมีประวัติยาวนานแค่ไหน?
ตอบ: ศาลมีประวัติย้อนไปถึงสมัยรัชกาลที่ 3 โดยปีที่ก่อสร้างตรงกับ พ.ศ. 2377 และต่อมาย้ายมาตั้งบนถนนตะนาวในสมัยรัชกาลที่ 5 ช่วงขยายถนนบำรุงเมือง
ถาม: ถ้าไปครั้งแรก ควรแต่งกายและปฏิบัติตัวอย่างไร?
ตอบ: แนะนำแต่งกายสุภาพ พูดเบา ไม่ยืนบังผู้ที่กำลังสักการะ เลี่ยงแฟลช และถ่ายภาพอย่างให้เกียรติสถานที่ หากไม่แน่ใจขั้นตอนการไหว้ สามารถสอบถามผู้ดูแลในพื้นที่ได้
ถาม: เดินทางไปศาลเจ้าพ่อเสือด้วยรถไฟฟ้าสะดวกไหม?
ตอบ: สะดวก โดยสามารถใช้ MRT ลงสถานีสามยอด แล้วต่อวิน/แท็กซี่หรือเดินเข้าสู่ถนนตะนาวได้ แนะนำเผื่อเวลาเรื่องแดดและการจราจรในย่านเมืองเก่า
แสดงความเห็น
| คำค้น (ขั้นสูง) |
ภูมิภาค
|














หมวดหมู่:
กลุ่ม: