สนามกีฬาแห่งชาติศุภชลาศัย

สนามกีฬาแห่งชาติศุภชลาศัย

สนามกีฬาแห่งชาติศุภชลาศัย
Rating: 4/5 (7 votes)
แผนที่ แผนที่ แผนที่ มีแผนที่ มีแผนที่ ไม่มีแผนที่ ไม่มีแผนที่

สถานที่ท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร

สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย

วันเปิดทำการ: จันทร์–ศุกร์ (สนามศุภชลาศัย) / ทุกวัน (สนามเทพหัสดิน)
เวลาเปิดทำการ: 17:30 – 21:00 (สนามศุภชลาศัย) / 06:00 – 21:00 (สนามเทพหัสดิน)
 
สนามกีฬาแห่งชาติศุภชลาศัย ถ้าพูดถึง “ที่เที่ยวกรุงเทพฯ” แบบที่ไม่ต้องพยายามให้ดูเท่ แต่เท่อยู่แล้วในตัวเอง สนามกีฬาแห่งชาติศุภชลาศัยคือหนึ่งในนั้น เพราะนี่ไม่ใช่แค่สนามแข่งที่ตั้งอยู่ใจกลางย่านสยาม หากเป็นอนุสรณ์ที่ระลึกถึง “นาวาโทหลวงศุภชลาศัย” ผู้ทำคุณประโยชน์ด้านการพลศึกษาและกีฬาแก่ประเทศ และยังเป็นพื้นที่ที่กีฬาไทยจำนวนมากเติบโตขึ้นจริง ๆ จากการฝึกซ้อม การแข่งขัน และการรวมตัวของผู้คนหลากรุ่นหลายยุคในสถานที่เดียวกัน
 
สนามแห่งนี้ตั้งอยู่เลขที่ 154 ถนนพระรามที่ 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นโซนที่คนเดินทางสะดวกมาก เพราะรายล้อมด้วยระบบขนส่งสาธารณะและแลนด์มาร์กสำคัญของเมือง ไม่ว่าจะเป็น BTS สนามกีฬาแห่งชาติ ย่าน MBK–สยาม–ศิลปวัฒนธรรมอย่างหอศิลป์กรุงเทพฯ ไปจนถึงพิพิธภัณฑ์บ้านจิม ทอมป์สัน เรียกว่าเป็นพื้นที่ที่ “กีฬา–เมือง–วัฒนธรรม” มาชนกันพอดี และทำให้การมาเยือนสนามศุภชลาศัยไม่ได้จำกัดอยู่แค่คนที่จะมาดูบอลหรือซ้อมกีฬาเท่านั้น แต่ยังเหมาะกับคนที่อยากเดินเมือง ถ่ายรูป หรืออยากสัมผัสเรื่องเล่าของกรุงเทพฯ ที่ยังหายใจอยู่
 
ในภาพรวม สนามกีฬาแห่งชาติศุภชลาศัยเป็นสนามกีฬาอเนกประสงค์ และเป็นส่วนสำคัญของคอมเพล็กซ์กรีฑาสถานแห่งชาติ โดยมีพื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวกหลายส่วนสำหรับการฝึกซ้อมและการแข่งขัน หนึ่งในชื่อที่หลายคนคุ้นเคยคือ “สนามเทพหัสดิน” ที่ใช้สำหรับการฝึกซ้อมกรีฑาและกีฬาทั่วไป ซึ่งทำให้พื้นที่นี้มีชีวิตประจำวันของคนรักการออกกำลังกาย ไม่ใช่แค่มีชีวิตเฉพาะวันแข่งขันใหญ่เท่านั้น
 
เรื่องเล่าที่ทำให้สนามศุภชลาศัยพิเศษ คือ “ต้นกำเนิดของมัน” ที่สัมพันธ์กับการเปลี่ยนวิธีคิดเรื่องกีฬาในสังคมไทย เดิมทีเมื่อมีการแข่งขันกรีฑาของเด็กนักเรียนไทยในอดีต มักจะจัดกันที่สนามของโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ก่อนที่กระแสความตื่นตัวด้านพลศึกษาและการจัดกีฬาอย่างเป็นระบบจะค่อย ๆ ชัดขึ้น จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2477 หลวงศุภชลาศัย ซึ่งเป็นอธิบดีกรมพลศึกษาคนแรก ได้ย้ายสนามแข่งขันไปอยู่ที่ท้องสนามหลวง และผลักดันให้เกิดสนามกลางถาวรสำหรับประเทศในเวลาต่อมา
 
จุดเปลี่ยนสำคัญคือการทำสัญญาเช่าที่ดินบริเวณตำบลวังใหม่กับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในพื้นที่ที่เคยเป็น “วังวินด์เซอร์” ซึ่งถูกรื้อไปก่อนหน้า จากนั้นเริ่มก่อสร้างสนามกีฬาแห่งใหม่ในช่วงปลายทศวรรษ 2470 และเป็นที่รู้จักในชื่อ “สนามกรีฑาสถาน” ก่อนที่กรมพลศึกษาจะย้ายมาประจำการที่นี่ในปี พ.ศ. 2481 พร้อมย้ายการแข่งขันกรีฑาประชาชนชายประจำปีมาจัดที่นี่ด้วย ภาพของการเปิดใช้สนามเพื่อกิจกรรมกรีฑาในยุคนั้นจึงเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของการย้ายจาก “สนามชั่วคราว” ไปสู่ “โครงสร้างถาวร” ของระบบกีฬาไทย
 
ต่อมาอีกไม่กี่ปี กรมพลศึกษาได้เปลี่ยนชื่อจากสนามกรีฑาสถานเป็น “สนามศุภชลาศัยกรีฑาสถานแห่งชาติ” และผู้คนก็เรียกสั้น ๆ จนติดปากว่า “สนามศุภชลาศัย” หรือ “สนามกีฬาแห่งชาติ” ซึ่งชื่อที่ใช้กันนี้เองเป็นการยกย่องหลวงศุภชลาศัยในฐานะผู้มีบทบาทสำคัญต่อการวางรากฐานพลศึกษา และถูกกล่าวถึงว่าเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญของวงการกีฬาไทยที่ผลักดันให้สนามแห่งชาติเกิดขึ้นจริง ไม่ใช่แค่แผนบนกระดาษ
 
หลวงศุภชลาศัย (บุง ศุภชลาศัย) เป็นนายทหารเรือและนักการเมืองชาวไทย เคยดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมพลศึกษาคนแรก และมีบทบาทในกระบวนการจัดสร้างกรีฑาสถานแห่งชาติ ซึ่งทำให้ชื่อของท่านถูกผูกไว้กับสนามแห่งนี้อย่างเป็นทางการ เมื่อเรามองสนามศุภชลาศัยในมุมนี้ มันจึงเป็น “อนุสรณ์ของแนวคิด” มากพอ ๆ กับการเป็น “สถานที่” เพราะมันสะท้อนช่วงเวลาที่ประเทศเริ่มมองกีฬาเป็นเรื่องของระบบ การพัฒนาเยาวชน และสุขภาวะของสังคมโดยรวม
 
ในเชิงกายภาพ สนามศุภชลาศัยมีบุคลิกของสนามกรีฑาแบบคลาสสิก มีลู่วิ่งล้อมสนามและอัฒจันทร์ที่ให้บรรยากาศ “สนามเก่าแก่ใจกลางเมือง” อย่างชัดเจน ขณะเดียวกันมันก็ยังรองรับการใช้งานจริงมาจนปัจจุบัน ทั้งการแข่งขันกีฬา งานพิธี และอีเวนต์ขนาดใหญ่ในบางช่วงเวลา ความเก่าแก่ของสนามไม่ใช่ความล้าสมัย แต่เป็นความทรงจำที่ทับซ้อนกันเป็นชั้น ๆ ตั้งแต่ยุคเริ่มต้นของกรีฑาไทย ยุคการแข่งขันระดับภูมิภาค ไปจนถึงยุคที่สนามถูกพูดถึงในฐานะพื้นที่จัดงานใหญ่ของเมือง และยังมีแผนการใช้งานในระดับมหกรรมกีฬาที่ทำให้สนามถูกจับตาเรื่องการพัฒนาอย่างจริงจัง
 
สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้พื้นที่บางส่วนในอดีตมีการคืนให้เป็นสถานที่เรียนของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แต่สนามกีฬาแห่งชาติยังคงเป็นศูนย์รวมกิจกรรมกีฬาและนันทนาการที่มีหน่วยงานและสมาคมเกี่ยวกับกีฬาหลายส่วนตั้งอยู่ ทำให้ที่นี่ไม่ใช่แค่สถานที่จัดการแข่งขันแบบเป็นครั้งคราว แต่เป็น “โครงข่ายของคนกีฬา” ที่ทำงานทุกวัน ตั้งแต่การฝึกซ้อม การทดสอบสมรรถภาพ ไปจนถึงการจัดกิจกรรมที่เปิดให้ประชาชนเข้ามาใช้บริการในบางพื้นที่
 
สำหรับคนที่อยากมาในฐานะ “นักท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ” สนามศุภชลาศัยให้ประสบการณ์ที่แปลกกว่าการเดินห้างอย่างเดียว เพราะคุณจะได้เห็นความเคลื่อนไหวของเมืองในอีกแบบหนึ่ง ได้เห็นคนซ้อมวิ่ง ซ้อมกีฬา เห็นบรรยากาศของอาคารและพื้นที่สาธารณะที่อยู่คู่เมืองมายาวนาน และยังสามารถวางแผนเดินต่อไปยังจุดหมายใกล้เคียงได้ง่ายมาก ไม่ว่าจะเป็นหอศิลป์กรุงเทพฯ ที่มีกิจกรรมศิลปะหมุนเวียนแทบตลอดปี บ้านจิม ทอมป์สันที่เล่าเรื่องประวัติศาสตร์การค้าไหมและสถาปัตยกรรมบ้านไทยกลางเมือง หรือจะเดินไปโซนสยามเพื่อกินข้าวและช้อปต่อก็ทำได้สบาย
 
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการมา ถ้าคุณอยากได้บรรยากาศ “เมืองที่อุณหภูมิใจดีขึ้น” มักจะเป็นช่วงเย็นหลังเลิกงาน เพราะแสงกำลังสวยและคนเริ่มออกมาใช้พื้นที่มากขึ้น แต่ต้องย้ำแบบตรงไปตรงมาว่า สนามกีฬาเป็นพื้นที่ที่อาจมีตารางแข่งขัน กิจกรรม หรือการปิดปรับปรุงเป็นช่วง ๆ ได้ ดังนั้นถ้าวางแผนจะมาเพื่อใช้งานพื้นที่เฉพาะ (เช่น มาซ้อมวิ่งในช่วงเวลาหนึ่ง) การเช็กประกาศล่าสุดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนเดินทางจะช่วยลดการเสียเที่ยวได้เยอะ
 
การเดินทาง วิธีที่ง่ายที่สุดคือรถไฟฟ้า BTS มาลงสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ แล้วเดินต่อเข้าพื้นที่สนาม ซึ่งย่านนี้เชื่อมต่อทางเดินและจุดข้ามถนนไว้ค่อนข้างดี ทำให้เดินได้สะดวกแม้เป็นมือใหม่ที่ไม่ชินกรุงเทพฯ หากมาแท็กซี่หรือรถส่วนตัว ให้ปักหมุด “สนามกีฬาแห่งชาติศุภชลาศัย” และเผื่อเวลาเรื่องการจราจรบนถนนพระรามที่ 1 โดยเฉพาะช่วงเย็นวันทำงานหรือช่วงสุดสัปดาห์ที่ย่านสยามคึกคักเป็นพิเศษ ส่วนรถเมล์ก็มีหลายสายผ่านถนนเส้นหลักของโซนปทุมวัน แต่สำหรับคนที่อยากประหยัดเวลา BTS มักจะชนะขาดในย่านนี้
 
เมื่อมาถึงแล้ว ถ้าคุณตั้งใจจะ “เดินเที่ยวแบบต่อเนื่อง” จุดแข็งของสนามศุภชลาศัยคือมันอยู่ในระยะเดินจริงจากหลายที่มาก ๆ คุณสามารถเริ่มต้นจากสนาม เดินไปหอศิลป์กรุงเทพฯ ต่อด้วย MBK หรือข้ามไปสยามดิสคัฟเวอรี่และสยามพารากอน แล้วปิดท้ายด้วยคาเฟ่หรือร้านอาหารในสยามสแควร์วันได้แบบไม่ต้องขึ้นรถเลย นี่คือความสนุกของการเที่ยวกรุงเทพฯ แบบใช้เท้า ที่ได้ทั้งเมือง ได้ทั้งจังหวะชีวิต และได้เห็นว่าพื้นที่กีฬาแห่งชาติยังเป็นส่วนหนึ่งของเมืองปัจจุบันจริง ๆ
 
ถ้าจะให้สรุปสั้น ๆ แบบจับใจ สนามกีฬาแห่งชาติศุภชลาศัยเป็นสถานที่ที่เล่าเรื่อง “การสร้างคนผ่านกีฬา” ได้ชัดมาก มันเป็นอนุสรณ์ถึงผู้บุกเบิกพลศึกษา เป็นสนามที่รับบททั้งการฝึกซ้อมของนักกีฬาและการบริการประชาชน เป็นพื้นที่ที่เคยต้อนรับการแข่งขันระดับใหญ่ และยังคงมีบทบาทในความเคลื่อนไหวของวงการกีฬาไทยในวันนี้ ถ้าคุณอยากได้ที่เที่ยวกรุงเทพฯ ที่มีทั้งประวัติศาสตร์ ความเป็นเมือง และความมีชีวิตของผู้คน สนามศุภชลาศัยคือจุดหมายที่ไปแล้วจะเข้าใจคำว่า “สถานที่ที่เมืองจำได้” มากขึ้น
 
ชื่อสถานที่ สนามกีฬาแห่งชาติศุภชลาศัย (Suphachalasai Stadium / National Stadium Complex)
ที่ตั้ง 154 ถนนพระรามที่ 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
สรุปสถานที่ สนามกีฬาและกรีฑาสถานสำคัญใจกลางกรุงเทพฯ เป็นอนุสรณ์ระลึกถึงหลวงศุภชลาศัย และเป็นศูนย์กลางกิจกรรมกีฬา/การฝึกซ้อม/การแข่งขันระดับประเทศ
จุดเด่นของสถานที่
- สนามประวัติศาสตร์ของกีฬาไทย ใจกลางย่านสยาม เดินทางสะดวก
- บรรยากาศสนามกรีฑาคลาสสิก เหมาะทั้งสายกีฬาและสายเดินเมือง
- รายล้อมด้วยแลนด์มาร์ก (ศิลปะ–พิพิธภัณฑ์–ช้อปปิ้ง) ในระยะเดินจริง
ยุคสมัย/ช่วงเวลา เริ่มก่อสร้างราวปี 1937 และใช้งานครั้งแรกช่วงปี 1938 (ยุคเริ่มต้นกรีฑาสถานแห่งชาติ)
หลักฐาน/ความสำคัญ เป็นสนามหลักของคอมเพล็กซ์กีฬาแห่งชาติ มีบทบาทต่อการพัฒนาพลศึกษา การฝึกซ้อม และการแข่งขันระดับประเทศ รวมถึงถูกกล่าวถึงในการใช้งานมหกรรมกีฬาระดับภูมิภาค
ที่มาของชื่อ ตั้งชื่อเพื่อเป็นอนุสรณ์ถึงหลวงศุภชลาศัย ผู้ขับเคลื่อนงานพลศึกษาและการจัดสร้างกรีฑาสถานแห่งชาติ
การเดินทาง BTS สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ แล้วเดินต่อ / รถเมล์และแท็กซี่ผ่านถนนพระรามที่ 1 (ควรเผื่อเวลารถติดช่วงเย็นและสุดสัปดาห์)
สถานะปัจจุบัน ยังใช้งานเป็นพื้นที่กีฬา/การแข่งขัน และมีการสื่อสารกิจกรรมของหน่วยงานที่ดูแลอย่างต่อเนื่อง (ตารางใช้งานอาจเปลี่ยนตามอีเวนต์)
เบอร์โทรติดต่อ 02-216-5591, 02-214-0120
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางจริงโดยประมาณ)
- หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) – 0.6 กม. – 02-214-6630
- MBK Center – 0.7 กม. – 1285
- บ้านจิม ทอมป์สัน (Jim Thompson House) – 1.0 กม. – 02-216-7368
- Siam Discovery – 1.1 กม. – 02-658-1000
- Siam Paragon (OneSiam Contact Center) – 1.3 กม. – 02-111-6161
- SEA LIFE Bangkok Ocean World (ใน Siam Paragon) – 1.4 กม. – 02-687-2000
ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทางจริงโดยประมาณ)
- Inter Restaurant (สยามสแควร์) – 1.2 กม. – 02-251-4689
- โอ้กะจู๋ สาขาสยามสแควร์วัน – 1.4 กม. – 082-444-2251
- Coffee Beans by Dao (Siam Paragon) – 1.4 กม. – 02-610-9702
- Nara Thai Cuisine (Siam Paragon) – 1.5 กม. – 02-129-4863
- Somboon Seafood (Siam Square One) – 1.6 กม. – 02-115-1401
ที่พักใกล้เคียง (ระยะทางจริงโดยประมาณ)
- Mercure Bangkok Siam – 0.3 กม. – 02-659-2888
- ibis Bangkok Siam – 0.3 กม. – 02-659-2888
- Holiday Inn Express Bangkok Siam – 0.5 กม. – 02-217-7555
- Siam@Siam Design Hotel Bangkok – 0.6 กม. – 02-217-3000
- Pathumwan Princess Hotel – 0.8 กม. – 02-216-3700
- Novotel Bangkok on Siam Square – 1.5 กม. – 02-209-8888
- VIE Hotel Bangkok, MGallery – 2.0 กม. – 02-309-3939
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: สนามกีฬาแห่งชาติศุภชลาศัยสร้างขึ้นเพื่ออะไร?
ตอบ: เพื่อเป็นกรีฑาสถาน/สนามกีฬากลางของประเทศ รองรับการฝึกซ้อมและการแข่งขัน และเป็นอนุสรณ์ระลึกถึงหลวงศุภชลาศัยผู้ขับเคลื่อนงานพลศึกษาไทย
 
ถาม: ไปสนามศุภชลาศัยด้วย BTS ลงสถานีไหนใกล้ที่สุด?
ตอบ: ลง BTS สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ แล้วเดินต่อเข้าพื้นที่สนามได้สะดวก
 
ถาม: ไปเดินเที่ยวต่อจากสนามศุภชลาศัยได้ที่ไหนบ้าง?
ตอบ: ไปได้หลายที่ในระยะเดิน เช่น หอศิลป์กรุงเทพฯ (BACC), MBK, บ้านจิม ทอมป์สัน, Siam Discovery, Siam Paragon และ SEA LIFE Bangkok Ocean World
 
ถาม: ถ้าอยากไปเพื่อออกกำลังกายควรไปช่วงไหน?
ตอบ: ช่วงเย็นเหมาะกับอากาศและบรรยากาศเมือง แต่ควรเช็กประกาศหรือกิจกรรม เพราะตารางใช้งานอาจเปลี่ยนตามการแข่งขันหรืออีเวนต์
 
ถาม: สนามศุภชลาศัยเกี่ยวข้องกับหลวงศุภชลาศัยอย่างไร?
ตอบ: สนามตั้งชื่อเพื่อเป็นอนุสรณ์ถึงหลวงศุภชลาศัย (บุง ศุภชลาศัย) ผู้มีบทบาทสำคัญต่อการวางรากฐานพลศึกษาและการจัดสร้างกรีฑาสถานแห่งชาติ
แผนที่ สนามกีฬาแห่งชาติศุภชลาศัย แผนที่สนามกีฬาแห่งชาติศุภชลาศัย
สนามกีฬา กลุ่ม: สนามกีฬา
คำค้นคำค้น: สนามกีฬาแห่งชาติศุภชลาศัยสนามกีฬาแห่งชาติศุภชลาศัย สนามศุภชลาศัย สนามกีฬาแห่งชาติ ที่เที่ยวกรุงเทพ สนามกีฬาใจกลางสยาม หลวงศุภชลาศัย สนามเทพหัสดิน กรีฑาสถานแห่งชาติ bts สนามกีฬาแห่งชาติ ปทุมวัน
ปรับปรุงล่าสุดปรับปรุงล่าสุด: 2 เดือนที่แล้ว


แสดงความเห็น

แสดงความเห็น




คำค้น (ขั้นสูง)
   
Email :
  รหัสผ่าน :
  สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
 

Facebook Fanpage Facebook Fanpage

 

ภูมิภาค ภูมิภาคhttps://www.lovethailand.org/

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(3)

แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(23)

พระราชวัง พระราชวัง(13)

ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(35/36)

พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(59)

บ้านโบราณ และเมืองโบราณ บ้านโบราณ และเมืองโบราณ(3)

อาร์ตแกลเลอรี่ อาร์ตแกลเลอรี่(16)

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ

พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(6)

ห้องสมุด ห้องสมุด(4)

มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัย

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัด วัด(72/430)

โบสถ์ โบสถ์(2)

มัสยิด มัสยิด(67)

สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(8)

โครงการในพระราชดำริ โครงการในพระราชดำริ

โครงการหลวง โครงการหลวง(1)

วิถีชีวิต วิถีชีวิต

หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(5)

ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(9)

ตลาดน้ำ ตลาดน้ำ(2)

ธรรมชาติ และสัตว์ป่า ธรรมชาติ และสัตว์ป่า

แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(3)

อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(1)

บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร

สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(4)

แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(5)

สนามกีฬา สนามกีฬา(9)

ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(20)

สวนสนุก สวนสนุก(1)

สวนน้ำ สวนน้ำ(1)

โรงละคร โรงละคร(7)

โรงภาพยนตร์ โรงภาพยนตร์(1)

ช้อปปิ้ง ช้อปปิ้ง

ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(20)

ห้างสรรพสินค้า ห้างสรรพสินค้า(7)

สปาเพื่อสุขภาพ สปาเพื่อสุขภาพ

สปาเพื่อสุขภาพ สปาเพื่อสุขภาพ(1)

ร้านอาหาร ร้านอาหาร

มิชลินสตาร์ มิชลินสตาร์(5)

ที่พัก ที่พัก

โรงแรม โรงแรม(3)

หมายเลขโทรศัพท์สำคัญในการท่องเที่ยว หมายเลขโทรศัพท์สำคัญในการท่องเที่ยว

หมายเลขโทรศัพท์สำคัญในการท่องเที่ยว หมายเลขโทรศัพท์สำคัญในการท่องเที่ยว(1)

บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร

รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(21)

ขนมไทยชาววัง, ขนมโบราณ, สูตรขนมไทย ขนมไทยชาววัง, ขนมโบราณ, สูตรขนมไทย(56)