สนามกีฬาแห่งชาติศุภชลาศัย

สนามกีฬาแห่งชาติศุภชลาศัย

สนามกีฬาแห่งชาติศุภชลาศัย
Rating: 4/5 (7 votes)
แผนที่ แผนที่ แผนที่ มีแผนที่ มีแผนที่ ไม่มีแผนที่ ไม่มีแผนที่

สถานที่ท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร

สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย

วันเปิดทำการ: จันทร์–ศุกร์ (สนามศุภชลาศัย) / ทุกวัน (สนามเทพหัสดิน)
เวลาเปิดทำการ: 17:30 – 21:00 (สนามศุภชลาศัย) / 06:00 – 21:00 (สนามเทพหัสดิน)
 
สนามกีฬาแห่งชาติศุภชลาศัย ถ้าพูดถึง “ที่เที่ยวกรุงเทพฯ” แบบที่ไม่ต้องพยายามให้ดูเท่ แต่เท่อยู่แล้วในตัวเอง สนามกีฬาแห่งชาติศุภชลาศัยคือหนึ่งในนั้น เพราะนี่ไม่ใช่แค่สนามแข่งที่ตั้งอยู่ใจกลางย่านสยาม หากเป็นอนุสรณ์ที่ระลึกถึง “นาวาโทหลวงศุภชลาศัย” ผู้ทำคุณประโยชน์ด้านการพลศึกษาและกีฬาแก่ประเทศ และยังเป็นพื้นที่ที่กีฬาไทยจำนวนมากเติบโตขึ้นจริง ๆ จากการฝึกซ้อม การแข่งขัน และการรวมตัวของผู้คนหลากรุ่นหลายยุคในสถานที่เดียวกัน
 
สนามแห่งนี้ตั้งอยู่เลขที่ 154 ถนนพระรามที่ 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นโซนที่คนเดินทางสะดวกมาก เพราะรายล้อมด้วยระบบขนส่งสาธารณะและแลนด์มาร์กสำคัญของเมือง ไม่ว่าจะเป็น BTS สนามกีฬาแห่งชาติ ย่าน MBK–สยาม–ศิลปวัฒนธรรมอย่างหอศิลป์กรุงเทพฯ ไปจนถึงพิพิธภัณฑ์บ้านจิม ทอมป์สัน เรียกว่าเป็นพื้นที่ที่ “กีฬา–เมือง–วัฒนธรรม” มาชนกันพอดี และทำให้การมาเยือนสนามศุภชลาศัยไม่ได้จำกัดอยู่แค่คนที่จะมาดูบอลหรือซ้อมกีฬาเท่านั้น แต่ยังเหมาะกับคนที่อยากเดินเมือง ถ่ายรูป หรืออยากสัมผัสเรื่องเล่าของกรุงเทพฯ ที่ยังหายใจอยู่
 
ในภาพรวม สนามกีฬาแห่งชาติศุภชลาศัยเป็นสนามกีฬาอเนกประสงค์ และเป็นส่วนสำคัญของคอมเพล็กซ์กรีฑาสถานแห่งชาติ โดยมีพื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวกหลายส่วนสำหรับการฝึกซ้อมและการแข่งขัน หนึ่งในชื่อที่หลายคนคุ้นเคยคือ “สนามเทพหัสดิน” ที่ใช้สำหรับการฝึกซ้อมกรีฑาและกีฬาทั่วไป ซึ่งทำให้พื้นที่นี้มีชีวิตประจำวันของคนรักการออกกำลังกาย ไม่ใช่แค่มีชีวิตเฉพาะวันแข่งขันใหญ่เท่านั้น
 
เรื่องเล่าที่ทำให้สนามศุภชลาศัยพิเศษ คือ “ต้นกำเนิดของมัน” ที่สัมพันธ์กับการเปลี่ยนวิธีคิดเรื่องกีฬาในสังคมไทย เดิมทีเมื่อมีการแข่งขันกรีฑาของเด็กนักเรียนไทยในอดีต มักจะจัดกันที่สนามของโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ก่อนที่กระแสความตื่นตัวด้านพลศึกษาและการจัดกีฬาอย่างเป็นระบบจะค่อย ๆ ชัดขึ้น จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2477 หลวงศุภชลาศัย ซึ่งเป็นอธิบดีกรมพลศึกษาคนแรก ได้ย้ายสนามแข่งขันไปอยู่ที่ท้องสนามหลวง และผลักดันให้เกิดสนามกลางถาวรสำหรับประเทศในเวลาต่อมา
 
จุดเปลี่ยนสำคัญคือการทำสัญญาเช่าที่ดินบริเวณตำบลวังใหม่กับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในพื้นที่ที่เคยเป็น “วังวินด์เซอร์” ซึ่งถูกรื้อไปก่อนหน้า จากนั้นเริ่มก่อสร้างสนามกีฬาแห่งใหม่ในช่วงปลายทศวรรษ 2470 และเป็นที่รู้จักในชื่อ “สนามกรีฑาสถาน” ก่อนที่กรมพลศึกษาจะย้ายมาประจำการที่นี่ในปี พ.ศ. 2481 พร้อมย้ายการแข่งขันกรีฑาประชาชนชายประจำปีมาจัดที่นี่ด้วย ภาพของการเปิดใช้สนามเพื่อกิจกรรมกรีฑาในยุคนั้นจึงเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของการย้ายจาก “สนามชั่วคราว” ไปสู่ “โครงสร้างถาวร” ของระบบกีฬาไทย
 
ต่อมาอีกไม่กี่ปี กรมพลศึกษาได้เปลี่ยนชื่อจากสนามกรีฑาสถานเป็น “สนามศุภชลาศัยกรีฑาสถานแห่งชาติ” และผู้คนก็เรียกสั้น ๆ จนติดปากว่า “สนามศุภชลาศัย” หรือ “สนามกีฬาแห่งชาติ” ซึ่งชื่อที่ใช้กันนี้เองเป็นการยกย่องหลวงศุภชลาศัยในฐานะผู้มีบทบาทสำคัญต่อการวางรากฐานพลศึกษา และถูกกล่าวถึงว่าเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญของวงการกีฬาไทยที่ผลักดันให้สนามแห่งชาติเกิดขึ้นจริง ไม่ใช่แค่แผนบนกระดาษ
 
หลวงศุภชลาศัย (บุง ศุภชลาศัย) เป็นนายทหารเรือและนักการเมืองชาวไทย เคยดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมพลศึกษาคนแรก และมีบทบาทในกระบวนการจัดสร้างกรีฑาสถานแห่งชาติ ซึ่งทำให้ชื่อของท่านถูกผูกไว้กับสนามแห่งนี้อย่างเป็นทางการ เมื่อเรามองสนามศุภชลาศัยในมุมนี้ มันจึงเป็น “อนุสรณ์ของแนวคิด” มากพอ ๆ กับการเป็น “สถานที่” เพราะมันสะท้อนช่วงเวลาที่ประเทศเริ่มมองกีฬาเป็นเรื่องของระบบ การพัฒนาเยาวชน และสุขภาวะของสังคมโดยรวม
 
ในเชิงกายภาพ สนามศุภชลาศัยมีบุคลิกของสนามกรีฑาแบบคลาสสิก มีลู่วิ่งล้อมสนามและอัฒจันทร์ที่ให้บรรยากาศ “สนามเก่าแก่ใจกลางเมือง” อย่างชัดเจน ขณะเดียวกันมันก็ยังรองรับการใช้งานจริงมาจนปัจจุบัน ทั้งการแข่งขันกีฬา งานพิธี และอีเวนต์ขนาดใหญ่ในบางช่วงเวลา ความเก่าแก่ของสนามไม่ใช่ความล้าสมัย แต่เป็นความทรงจำที่ทับซ้อนกันเป็นชั้น ๆ ตั้งแต่ยุคเริ่มต้นของกรีฑาไทย ยุคการแข่งขันระดับภูมิภาค ไปจนถึงยุคที่สนามถูกพูดถึงในฐานะพื้นที่จัดงานใหญ่ของเมือง และยังมีแผนการใช้งานในระดับมหกรรมกีฬาที่ทำให้สนามถูกจับตาเรื่องการพัฒนาอย่างจริงจัง
 
สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้พื้นที่บางส่วนในอดีตมีการคืนให้เป็นสถานที่เรียนของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แต่สนามกีฬาแห่งชาติยังคงเป็นศูนย์รวมกิจกรรมกีฬาและนันทนาการที่มีหน่วยงานและสมาคมเกี่ยวกับกีฬาหลายส่วนตั้งอยู่ ทำให้ที่นี่ไม่ใช่แค่สถานที่จัดการแข่งขันแบบเป็นครั้งคราว แต่เป็น “โครงข่ายของคนกีฬา” ที่ทำงานทุกวัน ตั้งแต่การฝึกซ้อม การทดสอบสมรรถภาพ ไปจนถึงการจัดกิจกรรมที่เปิดให้ประชาชนเข้ามาใช้บริการในบางพื้นที่
 
สำหรับคนที่อยากมาในฐานะ “นักท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ” สนามศุภชลาศัยให้ประสบการณ์ที่แปลกกว่าการเดินห้างอย่างเดียว เพราะคุณจะได้เห็นความเคลื่อนไหวของเมืองในอีกแบบหนึ่ง ได้เห็นคนซ้อมวิ่ง ซ้อมกีฬา เห็นบรรยากาศของอาคารและพื้นที่สาธารณะที่อยู่คู่เมืองมายาวนาน และยังสามารถวางแผนเดินต่อไปยังจุดหมายใกล้เคียงได้ง่ายมาก ไม่ว่าจะเป็นหอศิลป์กรุงเทพฯ ที่มีกิจกรรมศิลปะหมุนเวียนแทบตลอดปี บ้านจิม ทอมป์สันที่เล่าเรื่องประวัติศาสตร์การค้าไหมและสถาปัตยกรรมบ้านไทยกลางเมือง หรือจะเดินไปโซนสยามเพื่อกินข้าวและช้อปต่อก็ทำได้สบาย
 
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการมา ถ้าคุณอยากได้บรรยากาศ “เมืองที่อุณหภูมิใจดีขึ้น” มักจะเป็นช่วงเย็นหลังเลิกงาน เพราะแสงกำลังสวยและคนเริ่มออกมาใช้พื้นที่มากขึ้น แต่ต้องย้ำแบบตรงไปตรงมาว่า สนามกีฬาเป็นพื้นที่ที่อาจมีตารางแข่งขัน กิจกรรม หรือการปิดปรับปรุงเป็นช่วง ๆ ได้ ดังนั้นถ้าวางแผนจะมาเพื่อใช้งานพื้นที่เฉพาะ (เช่น มาซ้อมวิ่งในช่วงเวลาหนึ่ง) การเช็กประกาศล่าสุดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนเดินทางจะช่วยลดการเสียเที่ยวได้เยอะ
 
การเดินทาง วิธีที่ง่ายที่สุดคือรถไฟฟ้า BTS มาลงสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ แล้วเดินต่อเข้าพื้นที่สนาม ซึ่งย่านนี้เชื่อมต่อทางเดินและจุดข้ามถนนไว้ค่อนข้างดี ทำให้เดินได้สะดวกแม้เป็นมือใหม่ที่ไม่ชินกรุงเทพฯ หากมาแท็กซี่หรือรถส่วนตัว ให้ปักหมุด “สนามกีฬาแห่งชาติศุภชลาศัย” และเผื่อเวลาเรื่องการจราจรบนถนนพระรามที่ 1 โดยเฉพาะช่วงเย็นวันทำงานหรือช่วงสุดสัปดาห์ที่ย่านสยามคึกคักเป็นพิเศษ ส่วนรถเมล์ก็มีหลายสายผ่านถนนเส้นหลักของโซนปทุมวัน แต่สำหรับคนที่อยากประหยัดเวลา BTS มักจะชนะขาดในย่านนี้
 
เมื่อมาถึงแล้ว ถ้าคุณตั้งใจจะ “เดินเที่ยวแบบต่อเนื่อง” จุดแข็งของสนามศุภชลาศัยคือมันอยู่ในระยะเดินจริงจากหลายที่มาก ๆ คุณสามารถเริ่มต้นจากสนาม เดินไปหอศิลป์กรุงเทพฯ ต่อด้วย MBK หรือข้ามไปสยามดิสคัฟเวอรี่และสยามพารากอน แล้วปิดท้ายด้วยคาเฟ่หรือร้านอาหารในสยามสแควร์วันได้แบบไม่ต้องขึ้นรถเลย นี่คือความสนุกของการเที่ยวกรุงเทพฯ แบบใช้เท้า ที่ได้ทั้งเมือง ได้ทั้งจังหวะชีวิต และได้เห็นว่าพื้นที่กีฬาแห่งชาติยังเป็นส่วนหนึ่งของเมืองปัจจุบันจริง ๆ
 
ถ้าจะให้สรุปสั้น ๆ แบบจับใจ สนามกีฬาแห่งชาติศุภชลาศัยเป็นสถานที่ที่เล่าเรื่อง “การสร้างคนผ่านกีฬา” ได้ชัดมาก มันเป็นอนุสรณ์ถึงผู้บุกเบิกพลศึกษา เป็นสนามที่รับบททั้งการฝึกซ้อมของนักกีฬาและการบริการประชาชน เป็นพื้นที่ที่เคยต้อนรับการแข่งขันระดับใหญ่ และยังคงมีบทบาทในความเคลื่อนไหวของวงการกีฬาไทยในวันนี้ ถ้าคุณอยากได้ที่เที่ยวกรุงเทพฯ ที่มีทั้งประวัติศาสตร์ ความเป็นเมือง และความมีชีวิตของผู้คน สนามศุภชลาศัยคือจุดหมายที่ไปแล้วจะเข้าใจคำว่า “สถานที่ที่เมืองจำได้” มากขึ้น
 
ชื่อสถานที่ สนามกีฬาแห่งชาติศุภชลาศัย (Suphachalasai Stadium / National Stadium Complex)
ที่ตั้ง 154 ถนนพระรามที่ 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
สรุปสถานที่ สนามกีฬาและกรีฑาสถานสำคัญใจกลางกรุงเทพฯ เป็นอนุสรณ์ระลึกถึงหลวงศุภชลาศัย และเป็นศูนย์กลางกิจกรรมกีฬา/การฝึกซ้อม/การแข่งขันระดับประเทศ
จุดเด่นของสถานที่
- สนามประวัติศาสตร์ของกีฬาไทย ใจกลางย่านสยาม เดินทางสะดวก
- บรรยากาศสนามกรีฑาคลาสสิก เหมาะทั้งสายกีฬาและสายเดินเมือง
- รายล้อมด้วยแลนด์มาร์ก (ศิลปะ–พิพิธภัณฑ์–ช้อปปิ้ง) ในระยะเดินจริง
ยุคสมัย/ช่วงเวลา เริ่มก่อสร้างราวปี 1937 และใช้งานครั้งแรกช่วงปี 1938 (ยุคเริ่มต้นกรีฑาสถานแห่งชาติ)
หลักฐาน/ความสำคัญ เป็นสนามหลักของคอมเพล็กซ์กีฬาแห่งชาติ มีบทบาทต่อการพัฒนาพลศึกษา การฝึกซ้อม และการแข่งขันระดับประเทศ รวมถึงถูกกล่าวถึงในการใช้งานมหกรรมกีฬาระดับภูมิภาค
ที่มาของชื่อ ตั้งชื่อเพื่อเป็นอนุสรณ์ถึงหลวงศุภชลาศัย ผู้ขับเคลื่อนงานพลศึกษาและการจัดสร้างกรีฑาสถานแห่งชาติ
การเดินทาง BTS สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ แล้วเดินต่อ / รถเมล์และแท็กซี่ผ่านถนนพระรามที่ 1 (ควรเผื่อเวลารถติดช่วงเย็นและสุดสัปดาห์)
สถานะปัจจุบัน ยังใช้งานเป็นพื้นที่กีฬา/การแข่งขัน และมีการสื่อสารกิจกรรมของหน่วยงานที่ดูแลอย่างต่อเนื่อง (ตารางใช้งานอาจเปลี่ยนตามอีเวนต์)
เบอร์โทรติดต่อ 02-216-5591, 02-214-0120
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางจริงโดยประมาณ)
- หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) – 0.6 กม. – 02-214-6630
- MBK Center – 0.7 กม. – 1285
- บ้านจิม ทอมป์สัน (Jim Thompson House) – 1.0 กม. – 02-216-7368
- Siam Discovery – 1.1 กม. – 02-658-1000
- Siam Paragon (OneSiam Contact Center) – 1.3 กม. – 02-111-6161
- SEA LIFE Bangkok Ocean World (ใน Siam Paragon) – 1.4 กม. – 02-687-2000
ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทางจริงโดยประมาณ)
- Inter Restaurant (สยามสแควร์) – 1.2 กม. – 02-251-4689
- โอ้กะจู๋ สาขาสยามสแควร์วัน – 1.4 กม. – 082-444-2251
- Coffee Beans by Dao (Siam Paragon) – 1.4 กม. – 02-610-9702
- Nara Thai Cuisine (Siam Paragon) – 1.5 กม. – 02-129-4863
- Somboon Seafood (Siam Square One) – 1.6 กม. – 02-115-1401
ที่พักใกล้เคียง (ระยะทางจริงโดยประมาณ)
- Mercure Bangkok Siam – 0.3 กม. – 02-659-2888
- ibis Bangkok Siam – 0.3 กม. – 02-659-2888
- Holiday Inn Express Bangkok Siam – 0.5 กม. – 02-217-7555
- Siam@Siam Design Hotel Bangkok – 0.6 กม. – 02-217-3000
- Pathumwan Princess Hotel – 0.8 กม. – 02-216-3700
- Novotel Bangkok on Siam Square – 1.5 กม. – 02-209-8888
- VIE Hotel Bangkok, MGallery – 2.0 กม. – 02-309-3939
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: สนามกีฬาแห่งชาติศุภชลาศัยสร้างขึ้นเพื่ออะไร?
ตอบ: เพื่อเป็นกรีฑาสถาน/สนามกีฬากลางของประเทศ รองรับการฝึกซ้อมและการแข่งขัน และเป็นอนุสรณ์ระลึกถึงหลวงศุภชลาศัยผู้ขับเคลื่อนงานพลศึกษาไทย
 
ถาม: ไปสนามศุภชลาศัยด้วย BTS ลงสถานีไหนใกล้ที่สุด?
ตอบ: ลง BTS สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ แล้วเดินต่อเข้าพื้นที่สนามได้สะดวก
 
ถาม: ไปเดินเที่ยวต่อจากสนามศุภชลาศัยได้ที่ไหนบ้าง?
ตอบ: ไปได้หลายที่ในระยะเดิน เช่น หอศิลป์กรุงเทพฯ (BACC), MBK, บ้านจิม ทอมป์สัน, Siam Discovery, Siam Paragon และ SEA LIFE Bangkok Ocean World
 
ถาม: ถ้าอยากไปเพื่อออกกำลังกายควรไปช่วงไหน?
ตอบ: ช่วงเย็นเหมาะกับอากาศและบรรยากาศเมือง แต่ควรเช็กประกาศหรือกิจกรรม เพราะตารางใช้งานอาจเปลี่ยนตามการแข่งขันหรืออีเวนต์
 
ถาม: สนามศุภชลาศัยเกี่ยวข้องกับหลวงศุภชลาศัยอย่างไร?
ตอบ: สนามตั้งชื่อเพื่อเป็นอนุสรณ์ถึงหลวงศุภชลาศัย (บุง ศุภชลาศัย) ผู้มีบทบาทสำคัญต่อการวางรากฐานพลศึกษาและการจัดสร้างกรีฑาสถานแห่งชาติ
แผนที่ สนามกีฬาแห่งชาติศุภชลาศัย แผนที่สนามกีฬาแห่งชาติศุภชลาศัย
สนามกีฬา กลุ่ม: สนามกีฬา
คำค้นคำค้น: สนามกีฬาแห่งชาติศุภชลาศัยสนามกีฬาแห่งชาติศุภชลาศัย สนามศุภชลาศัย สนามกีฬาแห่งชาติ ที่เที่ยวกรุงเทพ สนามกีฬาใจกลางสยาม หลวงศุภชลาศัย สนามเทพหัสดิน กรีฑาสถานแห่งชาติ bts สนามกีฬาแห่งชาติ ปทุมวัน
ปรับปรุงล่าสุดปรับปรุงล่าสุด: 2 สัปดาห์ที่แล้ว


แสดงความเห็น

แสดงความเห็น




คำค้น (ขั้นสูง)
   
Email :
  รหัสผ่าน :
  สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
 

 

ภูมิภาค ภูมิภาคhttps://www.lovethailand.org/

https://www.lovethailand.org/อ.พระนคร(163)

https://www.lovethailand.org/อ.ดุสิต(15)

https://www.lovethailand.org/อ.คลองสาน(10)

https://www.lovethailand.org/อ.คลองเตย(8)

https://www.lovethailand.org/อ.จตุจักร(14)

https://www.lovethailand.org/อ.ดอนเมือง(1)

https://www.lovethailand.org/อ.ตลิ่งชัน(6)

https://www.lovethailand.org/อ.ธนบุรี(11)

https://www.lovethailand.org/อ.บางกอกน้อย(14)

https://www.lovethailand.org/อ.บางกอกใหญ่(13)

https://www.lovethailand.org/อ.บางกะปิ(13)

https://www.lovethailand.org/อ.บางขุนเทียน(6)

https://www.lovethailand.org/อ.บางเขน(4)

https://www.lovethailand.org/อ.บางคอแหลม(4)

https://www.lovethailand.org/อ.บางซื่อ(2)

https://www.lovethailand.org/อ.บางพลัด(5)

https://www.lovethailand.org/อ.บางรัก(19)

https://www.lovethailand.org/อ.จอมทอง(3)

https://www.lovethailand.org/อ.บึงกุ่ม(6)

https://www.lovethailand.org/อ.ประเวศ(9)

https://www.lovethailand.org/อ.ปทุมวัน(33)

https://www.lovethailand.org/อ.ป้อมปราบศัตรูพ่าย(10)

https://www.lovethailand.org/อ.พญาไท(7)

https://www.lovethailand.org/อ.พระโขนง(3)

https://www.lovethailand.org/อ.ภาษีเจริญ(4)

https://www.lovethailand.org/อ.มีนบุรี(10)

https://www.lovethailand.org/อ.ยานนาวา(3)

https://www.lovethailand.org/อ.ราชเทวี(17)

https://www.lovethailand.org/อ.ลาดกระบัง(1)

https://www.lovethailand.org/อ.หนองจอก(7)

https://www.lovethailand.org/อ.สาทร(4)

https://www.lovethailand.org/อ.สัมพันธวงศ์(10)

https://www.lovethailand.org/อ.หนองแขม(1)

https://www.lovethailand.org/อ.ห้วยขวาง(8)

https://www.lovethailand.org/อ.สวนหลวง(8)

https://www.lovethailand.org/อ.ดินแดง(4)

https://www.lovethailand.org/อ.หลักสี่(2)

https://www.lovethailand.org/อ.คันนายาว(3)

https://www.lovethailand.org/อ.สะพานสูง(4)

https://www.lovethailand.org/อ.วังทองหลาง(2)

https://www.lovethailand.org/อ.คลองสามวา(5)

https://www.lovethailand.org/อ.วัฒนา(13)

https://www.lovethailand.org/อ.ทวีวัฒนา(3)

https://www.lovethailand.org/อ.บางแค(2)

https://www.lovethailand.org/อ.ทุ่งครุ(4)

https://www.lovethailand.org/อ.บางบอน(1)