หน้าหลัก >ภาคกลาง >จ.พระนครศรีอยุธยา >อ.บางปะอิน >ต.ขนอนหลวง > วัดทำเลไทย
TL;DR: วัดทำเลไทย อยู่ที่หมู่ที่ 1 ตำบลขนอนหลวง อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเปิดทุกวัน เวลา 08:00 – 17:00. การเดินทางสะดวก ติดถนน 3477 เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสะดวก ตั้งเป้าหมายไป ต.ขนอนหลวง อ.บางปะอิน และเข้าถนน 3477.

พระนครศรีอยุธยา

วัดทำเลไทย

วัดทำเลไทย

Rating: 2.7/5 (21 votes)

วันเปิดทำการ: เปิดทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00
 
วัดทำเลไทย ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลขนอนหลวง อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นวัดเก่าแก่ที่สะท้อนประวัติศาสตร์การตั้งถิ่นฐานของผู้คนริมลุ่มน้ำภาคกลาง และเป็นพื้นที่ทางศาสนาที่มีชีวิตอยู่ร่วมกับชุมชนอย่างต่อเนื่องมายาวนาน จุดเด่นของวัดนี้ไม่ใช่เพียงความสงบและบรรยากาศร่มรื่นแบบวัดชนบทใกล้กรุงเทพฯ แต่ยังรวมถึงเรื่องราวการอพยพของผู้คน การตั้งชื่อวัดที่ผูกกับภูมิประเทศและอาชีพ และปูชนียวัตถุสำคัญที่คนท้องถิ่นเคารพนับถือ ตลอดจนงานศิลป์ภายในอุโบสถอย่างจิตรกรรมฝาผนังเรื่องพระเวสสันดรชาดกที่ช่วยให้การเยี่ยมชมวัดครั้งหนึ่งมีเนื้อหาทางวัฒนธรรมและความหมายมากกว่าการแวะไหว้พระทั่วไป
 
หากมองในแง่ทำเล วัดทำเลไทยอยู่ในพื้นที่อำเภอบางปะอินซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญของการเดินทางระหว่างกรุงเทพฯ กับอยุธยา และยังเป็นพื้นที่ที่มีแหล่งงาน อุตสาหกรรม และชุมชนเก่าอยู่ร่วมกัน การมาที่วัดทำเลไทยจึงเหมาะกับทั้งนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางใกล้ ๆ แบบวันเดียว และผู้ที่ต้องการใช้เวลาเงียบ ๆ เพื่อทำบุญ สักการะพระประธาน และชมสถาปัตยกรรมวัดไทยในบริบทชุมชนจริง โดยไม่พลุกพล่านจนเกินไป ความเรียบง่ายของวัดในพื้นที่นี้เองที่ทำให้การมาเยือนให้ความรู้สึก “ถึง” อยุธยาในอีกมุมหนึ่ง มุมที่เป็นชีวิตประจำวันของผู้คน ไม่ใช่เพียงโบราณสถานในเกาะเมืองเท่านั้น
 
วัดทำเลไทยเริ่มก่อสร้างขึ้นเป็นวัดเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2220 ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนกลาง โดยมีพุทธศาสนิกชนส่วนหนึ่งอพยพมาจากเมืองสุพรรณบุรี แล้วมาตั้งถิ่นฐานในพื้นที่นี้ ก่อนจะร่วมกันสร้างวัดเป็นศูนย์กลางของชุมชน การตั้งชื่อ “วัดทำเลไทย” ถูกอธิบายว่าเชื่อมกับภูมิประเทศและประวัติศาสตร์การทำมาหากินของผู้คนที่อพยพมา กล่าวคือ “ทำเลไทย” หมายถึงแหล่งทำมาหากินของคนไทยผู้อพยพที่ตั้งหลักแหล่งในพื้นที่นี้ ชื่อวัดจึงไม่ใช่เพียงชื่อสถานที่ แต่เป็นถ้อยคำสั้น ๆ ที่เก็บความทรงจำของการตั้งถิ่นฐานและความพยายามเริ่มต้นชีวิตใหม่ของผู้คนไว้ในตัวเอง
 
เมื่อวัดตั้งมั่นเป็นศูนย์กลางของชุมชน สิ่งที่ตามมาคือการจัดระเบียบพื้นที่ศาสนสถานให้ถูกต้องตามพระวินัยและการปกครองคณะสงฆ์ วัดทำเลไทยได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาในปี พ.ศ. 2230 ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญว่าพื้นที่อุโบสถได้รับการกำหนดเขตสีมาเพื่อประกอบสังฆกรรมได้อย่างสมบูรณ์ตามแบบแผนวัดในสยาม นอกจากนี้ยังมีการกล่าวถึงผู้อุปถัมภ์วัดในระยะแรกคือสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอกรมพระนครสวรรค์พินิต ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการดำรงอยู่ของวัดไม่ได้พึ่งเพียงแรงศรัทธาชาวบ้านเท่านั้น แต่ยังได้รับการเกื้อหนุนจากผู้มีศักดิ์และผู้มีบทบาทในยุคสมัยนั้นด้วย
 
การเดินชมวัดทำเลไทยในวันนี้จึงสามารถอ่าน “ชั้นเวลา” ได้หลายชั้น ตั้งแต่รากฐานสมัยอยุธยาตอนกลางซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ผู้คนกำลังเคลื่อนย้ายและตั้งชุมชนใหม่ ไปจนถึงการบูรณะในสมัยหลังที่ทำให้วัดยังคงเป็นศูนย์รวมศรัทธาได้ต่อเนื่อง สิ่งเหล่านี้ปรากฏทั้งในองค์ประกอบทางกายภาพ เช่น อุโบสถ วิหาร และปูชนียวัตถุ และปรากฏในองค์ประกอบที่จับต้องได้ยากกว่า เช่น ความทรงจำของชุมชนและกิจกรรมทางศาสนาที่ผู้คนร่วมกันทำสืบต่อมา
 
ปูชนียวัตถุสำคัญที่เป็นหัวใจของวัดทำเลไทยคือพระประธานในอุโบสถ เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ มีขนาดพระเพลากว้าง 84 นิ้ว สร้างประมาณปี พ.ศ. 2359 โดยสมเด็จพระวันรัต ชาติภูมิคามประเทศ (บางพระ จังหวัดนครชัยศรี) เป็นผู้สร้าง เมื่อพิจารณาตามช่วงเวลา จะเห็นว่าพระประธานองค์นี้อยู่ในช่วงหลังกรุงศรีอยุธยาล่มสลายแล้ว เป็นยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น ซึ่งสะท้อนว่าแม้วัดจะมีรากเก่าตั้งแต่สมัยอยุธยา แต่การสร้างเสริมปูชนียวัตถุสำคัญยังดำเนินต่อเนื่องในสมัยต่อมา ความต่อเนื่องนี้เป็นลักษณะเด่นของวัดในชุมชนไทยจำนวนมาก คือมีจุดตั้งต้นในอดีต แต่ยังคงได้รับการเติมเต็ม บูรณะ และเสริมศรัทธาเรื่อยมาโดยคนในพื้นที่และผู้อุปถัมภ์ตามยุคสมัย
 
ตัวอุโบสถของวัดทำเลไทยมีประวัติการบูรณะปฏิสังขรณ์หลายครั้ง โดยมีการระบุว่าการบูรณะล่วงเสร็จเป็นครั้งที่ 3 ในปี พ.ศ. 2525 ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่ทำให้อาคารศาสนสถานมีสภาพพร้อมใช้งานและรองรับกิจกรรมสำคัญของวัดได้อย่างต่อเนื่อง การบูรณะวัดในยุคหลังมักสัมพันธ์กับการขยายตัวของชุมชน การเพิ่มขึ้นของผู้มาทำบุญ และการปรับปรุงโครงสร้างเพื่อความปลอดภัยและการดูแลรักษาในระยะยาว สำหรับผู้มาเยือน การได้ทราบข้อมูลการบูรณะทำให้การชมอาคารมีมิติขึ้น เพราะช่วยให้เห็นว่า “ความเก่า” ในวัดไทยจำนวนมากคือความเก่าที่ถูกดูแล ไม่ใช่ความเก่าที่ถูกทิ้งไว้ และการดูแลนั้นสะท้อนทั้งศรัทธาและการจัดการชุมชนร่วมสมัย
 
ภายในอุโบสถมีภาพเขียนบนฝาผนังเล่าเรื่องพระเวสสันดรชาดก ซึ่งเป็นหนึ่งในชาดกสำคัญและพบได้บ่อยในงานจิตรกรรมฝาผนังไทย เพราะเป็นเรื่องที่เชื่อมกับแนวคิดทานบารมีและการเสียสละอันยิ่งใหญ่ของพระโพธิสัตว์ เนื้อเรื่องพระเวสสันดรชาดกเป็นทั้งวรรณกรรมและบทเทศน์สำคัญในสังคมไทย โดยเฉพาะประเพณีเทศน์มหาชาติ การได้เห็นภาพเขียนชุดนี้ในวัดทำเลไทยจึงไม่ใช่เพียงการชมความงามเชิงศิลป์ แต่ยังเป็นการสัมผัสร่องรอยของวิธีสื่อสารธรรมะในสังคมไทยที่ใช้ “ภาพ” ช่วยเล่า “ธรรม” ให้คนทั่วไปเข้าถึงได้ ภาพชุดนี้มีการกล่าวถึงว่าเขียนขึ้นใหม่และมีความงดงามน่าชม ทำให้ผู้ที่สนใจงานศิลป์ไทยสามารถใช้เวลาในอุโบสถเพื่อสังเกตรายละเอียดของฉาก ตัวละคร สี และองค์ประกอบแบบไทยร่วมสมัยที่ยังคงอิงโครงสร้างการเล่าเรื่องแบบเดิม
 
นอกจากพระประธานและจิตรกรรมฝาผนังแล้ว ภายในวิหารด้านเหนือยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปที่ชาวบ้านเรียก “หลวงพ่อดำ” หรือมีอีกพระนามว่า “พระพุทธสิริจันทเกษม” โดยสร้างขึ้นประมาณปี พ.ศ. 2461 ในสมัยเจ้าอาวาสรูปที่ 1 คือหลวงพ่อฟัก การมีพระพุทธรูปที่ชุมชนเรียกชื่อเฉพาะ เช่น “หลวงพ่อดำ” เป็นลักษณะสำคัญของวัดไทย เพราะชื่อที่เรียกกันเองมักบ่งบอกความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนกับพระพุทธรูปองค์นั้น เช่น สีขององค์พระ วัสดุ การลงรักปิดทอง หรือเรื่องเล่าที่ผูกกับประสบการณ์ของผู้คนในชุมชน สำหรับผู้มาเยือน หากมีโอกาสได้สักการะหลวงพ่อดำ จะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศ “ศรัทธาแบบชุมชน” คือศรัทธาที่อยู่ในวิถีชีวิต ไม่ได้เกิดจากการโปรโมตการท่องเที่ยว แต่เกิดจากความผูกพันและการมาทำบุญเป็นประจำของคนในพื้นที่
 
วิหารด้านใต้เป็นอีกจุดที่น่าสนใจ เพราะเป็นที่ประดิษฐานรูปหล่อพระองค์ของอดีตพระมหากษัตริย์ไทย ได้แก่ “สมเด็จพระนเรศวรมหาราช” และ “สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช” การมีรูปหล่อของพระมหากษัตริย์นักกู้ชาติในวัดสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างศาสนา ประวัติศาสตร์ และความทรงจำร่วมของสังคมไทย เพราะวัดไม่ใช่เพียงพื้นที่ประกอบพิธีทางพุทธศาสนา แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ชุมชนใช้ระลึกถึงบุคคลสำคัญและเหตุการณ์สำคัญของชาติ การสักการะรูปหล่อของกษัตริย์ทั้งสองพระองค์มักเชื่อมกับการขอพรด้านความกล้าหาญ ความกตัญญู ความอดทน และการฝ่าฟันอุปสรรค ซึ่งเป็นคุณค่าที่คนไทยจำนวนมากยึดถือ
 
เมื่อนำองค์ประกอบทั้งหมดมาพิจารณาร่วมกัน จะเห็นว่าวัดทำเลไทยมี “โครงสร้างการเยี่ยมชม” ที่ครบสำหรับนักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม กล่าวคือมีทั้งประวัติการก่อสร้างที่ผูกกับการย้ายถิ่นฐาน มีพระประธานเก่าแก่ที่บอกชั้นเวลาของวัด มีงานจิตรกรรมที่สะท้อนการสื่อธรรมะผ่านศิลปะ และมีพื้นที่วิหารที่รวมศรัทธาต่อพระพุทธรูปสำคัญและบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ไทยไว้ด้วยกัน ผู้มาเยือนจึงสามารถจัดลำดับการไหว้พระและการชมงานศิลป์ได้โดยไม่เร่งรีบ เริ่มจากการเข้าถึงบรรยากาศโดยรวม จากนั้นสักการะพระประธานในอุโบสถ ชมจิตรกรรมฝาผนังเพื่อเข้าใจเรื่องราว ต่อด้วยวิหารด้านเหนือเพื่อสักการะหลวงพ่อดำ และปิดท้ายด้วยวิหารด้านใต้เพื่อสักการะพระบรมรูปอดีตกษัตริย์ ทั้งหมดนี้ทำได้ภายในทริปเดียว แต่ก็มีเนื้อหามากพอให้ใช้เวลาอย่างมีความหมาย
 
ในมุมของประเพณีและกิจกรรมทางศาสนาที่พบในวัดไทยร่วมสมัย วัดทำเลไทยมีการสื่อสารกิจกรรมผ่านช่องทางออนไลน์ของวัด โดยพบกิจกรรมลักษณะ “สวดมนต์ข้ามปี” และ “ทำบุญตักบาตรรับขวัญปีใหม่” ที่วัดไทยจำนวนมากจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี กิจกรรมประเภทนี้ทำหน้าที่ทั้งในเชิงศาสนาและเชิงสังคม คือเป็นพื้นที่ให้ชุมชนมารวมตัว ทำบุญร่วมกัน และเริ่มต้นปีใหม่ด้วยการตั้งจิตเป็นกุศล สำหรับผู้มาเยือน หากต้องการสัมผัสบรรยากาศวัดที่มีชีวิต แนะนำให้ติดตามกำหนดการกิจกรรมประจำปีของวัดล่วงหน้า เพราะช่วงเทศกาลเช่นปีใหม่ สงกรานต์ เข้าพรรษา และทอดกฐิน มักเป็นช่วงที่ชุมชนคึกคักและมีพิธีกรรมให้เห็นมากเป็นพิเศษ ทั้งนี้การเข้าร่วมควรแต่งกายสุภาพและปฏิบัติตามระเบียบของวัด เพื่อให้การเข้าร่วมเป็นไปอย่างเหมาะสมและเคารพสถานที่
 
การเดินทาง วัดทำเลไทยตั้งอยู่ติดถนนหมายเลข 3477 ทำให้การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวค่อนข้างสะดวก โดยสามารถตั้งจุดหมายไปยังตำบลขนอนหลวง อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แล้วใช้ถนน 3477 เข้าสู่พื้นที่วัด หากเดินทางจากกรุงเทพฯ สามารถเลือกเส้นทางที่เชื่อมต่อมาทางบางปะอินได้หลายแบบตามสภาพการจราจร และเมื่อเข้าสู่เขตชุมชนให้ขับด้วยความระมัดระวังเพราะอาจมีการสัญจรของคนในพื้นที่และรถจักรยานยนต์จำนวนมาก สำหรับผู้เดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะ โดยทั่วไปนิยมมาลงบริเวณบางปะอินหรือจุดเชื่อมต่อในอำเภอบางปะอินก่อน แล้วใช้บริการรถรับจ้างหรือรถในพื้นที่ต่อไปยังวัดตามความสะดวก เมื่อมาถึงวัดควรจอดรถในพื้นที่ที่จัดไว้และหลีกเลี่ยงการจอดกีดขวางทางสัญจรของชุมชน
 
สำหรับผู้ที่ต้องการจัดทริปแบบวันเดียว วัดทำเลไทยสามารถวางเป็นหนึ่งในจุดแวะระหว่างเส้นทางท่องเที่ยวบางปะอิน – เกาะเมืองอยุธยาได้ดี เพราะอยู่ไม่ไกลจากสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่งในอำเภอบางปะอินและเขตเมืองอยุธยา การจัดทริปที่มีทั้ง “วัดชุมชน” และ “สถานที่ท่องเที่ยวหลัก” จะช่วยให้การท่องเที่ยวมีมิติขึ้น กล่าวคือได้ทั้งความสงบแบบท้องถิ่นและความยิ่งใหญ่ของแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังในพื้นที่เดียวกัน และยังช่วยกระจายเวลาเที่ยวให้ไม่เร่งรีบจนเกินไป
 
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการมาเยือนวัดทำเลไทยโดยทั่วไปคือช่วงเช้า เพราะอากาศไม่ร้อนมาก เหมาะกับการไหว้พระ เดินชมบริเวณวัด และสังเกตรายละเอียดจิตรกรรมในอุโบสถ หากมาในช่วงสายถึงบ่ายควรเตรียมหมวกหรือร่ม และดื่มน้ำให้เพียงพอ โดยเฉพาะฤดูร้อนของภาคกลางที่อุณหภูมิสูง การเข้าวัดในไทยยังควรให้ความสำคัญกับมารยาท เช่น การแต่งกายสุภาพ ไม่สวมเสื้อสายเดี่ยว เสื้อกล้าม กางเกงหรือกระโปรงสั้นเหนือเข่า และหลีกเลี่ยงการส่งเสียงดังในอุโบสถหรือวิหาร รวมถึงงดการถ่ายภาพในจุดที่วัดแจ้งห้ามหรือบริเวณที่อาจรบกวนการประกอบศาสนกิจ
 
อีกประเด็นที่นักท่องเที่ยวมักมองข้ามคือการทำความเข้าใจ “จังหวะ” ของวัด วัดชุมชนมักมีช่วงเวลาที่เงียบสงบและช่วงเวลาที่มีคนมาทำบุญมาก เช่น เช้าวันพระ วันหยุดสุดสัปดาห์ หรือช่วงเทศกาล หากต้องการบรรยากาศสงบเพื่อไหว้พระและชมศิลป์ แนะนำให้เลือกวันธรรมดาหรือช่วงเช้าตรู่ แต่หากต้องการเห็นกิจกรรมของชุมชน เช่น การทำบุญร่วมกัน การถวายสังฆทาน หรือการจัดงานบุญตามวาระ อาจเลือกช่วงวันหยุดหรือช่วงงานประจำปีของวัด ซึ่งต้องยอมรับว่าผู้คนจะหนาแน่นขึ้น แต่ก็ได้เห็นวิถีวัดไทยที่มีชีวิตและความร่วมมือของชุมชนอย่างชัดเจน
 
ในด้านสิ่งอำนวยความสะดวก วัดชุมชนโดยทั่วไปมีพื้นที่จอดรถ ห้องน้ำ และศาลาพักสำหรับญาติโยม แม้รายละเอียดอาจแตกต่างกันตามช่วงเวลาการปรับปรุงของวัด แต่หากมาเป็นครอบครัวหรือพาผู้สูงอายุมา แนะนำให้เผื่อเวลาเดินช้า ๆ และเลือกเส้นทางเดินภายในวัดที่สะดวก โดยเฉพาะการขึ้นลงอาคารบางจุดที่อาจมีบันไดสูงตามรูปแบบสถาปัตยกรรมวัดไทย นอกจากนี้หากต้องการทำบุญแบบเฉพาะ เช่น ถวายผ้าไตร สังฆทาน หรือร่วมบูรณะวัด ควรติดต่อสอบถามกับวัดก่อนเพื่อให้การทำบุญสอดคล้องกับความต้องการของวัดและไม่เกิดความซ้ำซ้อนกับของที่วัดมีอยู่แล้ว
 
เมื่อกล่าวถึงบริบทพื้นที่ วัดทำเลไทยอยู่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาซึ่งมีความหลากหลายทั้งด้านประวัติศาสตร์ การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจท้องถิ่น ในพื้นที่บางปะอินมีทั้งพระราชวังบางปะอิน วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร และเส้นทางท่องเที่ยวริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ให้บรรยากาศแตกต่างจากเกาะเมืองอยุธยาอย่างชัดเจน นักท่องเที่ยวที่มีเวลาเพิ่มสามารถวางแผนเที่ยวต่อไปยังสถานที่เหล่านี้ได้ไม่ยาก ทำให้ทริปของคุณมีทั้งมิติ “ชุมชน” และ “แลนด์มาร์ก” ในวันเดียวกัน และยังช่วยให้การเดินทางคุ้มค่าในเชิงเวลาและค่าใช้จ่าย
 
หากต้องการจัดทริปแบบมีเรื่องเล่า สามารถใช้ “ธีมการย้ายถิ่นฐานและการตั้งถิ่นฐาน” เป็นแกนของการเดินทางได้ เริ่มจากการทำความเข้าใจชื่อวัดทำเลไทยที่ผูกกับผู้คนอพยพจากสุพรรณบุรี จากนั้นเชื่อมต่อไปยังสถานที่ในบางปะอินที่เกี่ยวข้องกับราชสำนัก เช่น พระราชวังบางปะอิน และวัดนิเวศธรรมประวัติซึ่งเป็นวัดที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมตะวันตกอย่างโดดเด่น แล้วจึงปิดท้ายด้วยการเข้าพื้นที่เกาะเมืองอยุธยาเพื่อชมโบราณสถานที่สะท้อนความยิ่งใหญ่ของอดีตราชธานี วิธีจัดทริปลักษณะนี้ทำให้การเที่ยวอยุธยาไม่ใช่เพียงการ “เช็กอิน” แต่เป็นการเดินทางที่มีโครงเรื่องเชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบัน และเชื่อมโยงชุมชนกับรัฐในระดับประวัติศาสตร์อย่างนุ่มนวล
 
สำหรับผู้ที่ชอบถ่ายภาพ วัดทำเลไทยให้มุมภาพที่น่าสนใจหลายแบบ มุมแรกคือภาพบรรยากาศโดยรวมที่สะท้อนความเรียบง่ายของวัดชุมชน มุมที่สองคือรายละเอียดในอุโบสถ ทั้งองค์พระประธานและจิตรกรรมฝาผนังที่มีการเล่าเรื่องแบบเป็นตอน ๆ ซึ่งเหมาะกับการถ่ายภาพเชิงสารคดีวัฒนธรรม มุมที่สามคือวิหารด้านเหนือและวิหารด้านใต้ที่สะท้อนศรัทธาของชุมชนต่อหลวงพ่อดำและต่อพระมหากษัตริย์ในประวัติศาสตร์ไทย อย่างไรก็ตามการถ่ายภาพในวัดควรทำด้วยความเคารพ หลีกเลี่ยงการใช้แฟลชในอาคารศาสนสถาน และหลีกเลี่ยงการถ่ายติดผู้คนในระยะใกล้โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยเฉพาะช่วงที่มีการประกอบพิธีหรือมีผู้มาทำบุญจำนวนมาก
 
ในเชิงความหมาย วัดทำเลไทยเป็นตัวอย่างของพื้นที่ศาสนาที่ทำหน้าที่มากกว่าการเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรม เพราะวัดเป็นพื้นที่ที่ชุมชนใช้สร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เป็นพื้นที่สื่อสารคุณค่าทางศาสนา ผ่านพระประธาน ผ่านจิตรกรรม และผ่านกิจกรรมประจำปีที่ผู้คนร่วมกันจัด วัดยังเป็นพื้นที่อนุรักษ์ความทรงจำของชุมชนผ่านชื่อวัดและเรื่องเล่าการอพยพจากสุพรรณบุรี ซึ่งทำให้ผู้มาเยือนได้เรียนรู้ว่า “ประวัติศาสตร์” ไม่ได้อยู่เฉพาะในพิพิธภัณฑ์หรือโบราณสถานใหญ่ ๆ เท่านั้น แต่ยังอยู่ในชื่อสถานที่ อยู่ในศรัทธาของผู้คน และอยู่ในกิจกรรมเรียบง่ายที่ทำซ้ำทุกปีจนกลายเป็นวัฒนธรรมของชุมชน
 
หากคุณกำลังมองหาวัดในอยุธยาที่เดินทางสะดวก อยู่ใกล้เส้นทางหลัก มีเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์ และมีงานศิลป์ภายในอุโบสถให้ชม วัดทำเลไทยเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่เหมาะ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงความหนาแน่นของแหล่งท่องเที่ยวหลักในบางช่วงเวลา การมาเยือนวัดชุมชนเช่นนี้ช่วยให้ทริปอยุธยามีความสมดุล ได้ทั้งการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและการพักใจ และยังเป็นการสนับสนุนพื้นที่ศรัทธาของชุมชนให้ยังคงมีชีวิตอยู่ในโลกปัจจุบัน
 
ก่อนจบทริป แนะนำให้ใช้เวลาเล็กน้อยทบทวนสิ่งที่ได้เห็นในอุโบสถ โดยเฉพาะภาพพระเวสสันดรชาดก เพราะเรื่องนี้สะท้อนแก่นสำคัญของสังคมไทยในเรื่องทาน การเสียสละ และการทำความดีโดยไม่หวังผล การเชื่อมโยงสิ่งที่เห็นกับความหมายจะทำให้การเที่ยววัดครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเดินชมสถานที่ แต่เป็นการเดินทางที่ได้ “ความเข้าใจ” กลับไปด้วย และหากมีโอกาสกลับมาในช่วงกิจกรรมประจำปี เช่น สวดมนต์ข้ามปีหรือทำบุญตักบาตรรับขวัญปีใหม่ คุณจะได้เห็นอีกมิติหนึ่งของวัดทำเลไทย คือมิติของชุมชนที่รวมตัวกันด้วยศรัทธาอย่างเป็นรูปธรรม
 
ชื่อสถานที่วัดทำเลไทย (Wat Tamle Thai)
ที่อยู่หมู่ที่ 1 ตำบลขนอนหลวง อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
วันเปิดทำการเปิดทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08:00 – 17:00
เบอร์ติดต่อ035-350-574
ผู้ดูแล/เจ้าอาวาส (ล่าสุด)พระใบฎีกากฤษณะ โภคปญฺโญวฑฺฒโน
สรุปสถานที่วัดชุมชนเก่าแก่ในอำเภอบางปะอิน สะท้อนประวัติการตั้งถิ่นฐานของผู้คนอพยพ มีพระประธานในอุโบสถและจิตรกรรมฝาผนังพระเวสสันดรชาดก เหมาะกับทริปไหว้พระและท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมใกล้กรุงเทพฯ
จุดเด่นของสถานที่พระประธานปางสมาธิ (สร้างราว พ.ศ. 2359) ภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องพระเวสสันดรชาดก หลวงพ่อดำ (พระพุทธสิริจันทเกษม) และวิหารประดิษฐานรูปหล่อสมเด็จพระนเรศวรมหาราช–สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
ประวัติ/ยุคสมัยเริ่มสร้างเป็นวัดราว พ.ศ. 2220 (อยุธยาตอนกลาง) ได้รับวิสุงคามสีมา พ.ศ. 2230 มีการบูรณะอุโบสถครั้งสำคัญและล่วงเสร็จครั้งที่ 3 ใน พ.ศ. 2525
ประเพณี/กิจกรรมที่พบกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี และทำบุญตักบาตรรับขวัญปีใหม่ (ตรวจสอบกำหนดการแต่ละปีกับวัดก่อนเดินทาง)
การเดินทางติดถนน 3477 เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสะดวก ตั้งเป้าหมายไป ต.ขนอนหลวง อ.บางปะอิน และเข้าถนน 3477; หากใช้รถสาธารณะนิยมมาลงโซนบางปะอินแล้วต่อรถในพื้นที่
สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นที่จอดรถ, ห้องน้ำ, ศาลาพัก (ขึ้นกับการจัดพื้นที่ของวัดในช่วงเวลา)
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ)1) พระราชวังบางปะอิน – 16 กม. – 035-261-044
2) วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร – 17 กม. – 035-262-139
3) วัดพนัญเชิงวรวิหาร – 24 กม. – 035-243-867
4) อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา (โซนเกาะเมือง) – 26 กม. – 035-245-123
5) วัดใหญ่ชัยมงคล – 22 กม. – 035-242-640
ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ)1) อู่ข้าว อู่ปลา (u-khao) – 19 กม. – 062-793-9993
2) ครัวเด่น – 18 กม. – 035-728-324
3) ต้นน้ำริเวอร์วิว (Ton Nam Riverview) – 26 กม. – 035-261-006
4) ร้านอาหารครัวเด่น (สาขาโซนบางปะอิน) – 20 กม. – 035-703-660
5) ครัวปราสาททอง – 28 กม. – 035-361-010
ที่พักใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ)1) SALA Bang Pa-In – 15 กม. – 035-246-388
2) Bang Pa-In Resort – 17 กม. – 035-950-367
3) At Ayutthaya Hotel – 23 กม. – 035-346-747
4) Daddy’s Homestay (Bang Pa-In) – 18 กม. – 086-300-4809
5) บ้านแสนสบาย บางปะอิน – 14 กม. – 064-979-7187
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดทำเลไทยอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดทำเลไทยตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลขนอนหลวง อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และอยู่ติดถนน 3477 เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสะดวก
 
ถาม: วัดทำเลไทยมีประวัติความเป็นมาอย่างไร?
ตอบ: วัดเริ่มก่อสร้างเป็นวัดราว พ.ศ. 2220 ในสมัยอยุธยาตอนกลาง และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาใน พ.ศ. 2230 ชื่อวัดเชื่อมกับเรื่องเล่าการตั้งถิ่นฐานของผู้คนอพยพจากสุพรรณบุรี
 
ถาม: จุดเด่นที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปวัดทำเลไทยคืออะไร?
ตอบ: พระประธานในอุโบสถปางสมาธิ จิตรกรรมฝาผนังเรื่องพระเวสสันดรชาดก หลวงพ่อดำ (พระพุทธสิริจันทเกษม) และวิหารที่ประดิษฐานรูปหล่อสมเด็จพระนเรศวรมหาราชและสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
 
ถาม: วัดทำเลไทยมีหลวงพ่อดำคืออะไร และอยู่จุดไหนของวัด?
ตอบ: หลวงพ่อดำเป็นพระพุทธรูปที่ชาวบ้านเคารพนับถือ ประดิษฐานอยู่ภายในวิหารด้านเหนือของวัด และมีอีกพระนามว่า “พระพุทธสิริจันทเกษม”
 
ถาม: วัดทำเลไทยมีกิจกรรมประเพณีอะไรที่พบน่าสนใจ?
ตอบ: พบการจัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีและทำบุญตักบาตรรับขวัญปีใหม่ในบางปี แนะนำให้ตรวจสอบกำหนดการล่าสุดกับวัดก่อนเดินทางเพื่อความถูกต้อง
 
ถาม: หากต้องการติดต่อวัดทำเลไทยควรใช้เบอร์อะไร?
ตอบ: เบอร์ติดต่อวัดทำเลไทยที่ตรวจสอบได้คือ 035-350-574
 
ถาม: ควรไปวัดทำเลไทยช่วงเวลาไหนถึงจะเหมาะ?
ตอบ: แนะนำช่วงเช้าเพื่ออากาศสบายและเหมาะกับการไหว้พระและชมจิตรกรรมฝาผนัง หากต้องการบรรยากาศคึกคักแบบชุมชนให้เลือกช่วงวันหยุดหรือช่วงงานบุญตามเทศกาล
 
ถาม: แต่งกายอย่างไรเมื่อไปวัดทำเลไทย?
ตอบ: ควรแต่งกายสุภาพ งดเสื้อแขนกุด สายเดี่ยว เสื้อกล้าม และกางเกง/กระโปรงสั้นเหนือเข่า รวมถึงควรพูดคุยด้วยเสียงเบาในอุโบสถและวิหาร

โทร : 035795660

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัดประเพณีไทยวัฒนธรรมไทยประเพณีภาคกลาง

ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(7)

แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(6)

พระราชวัง พระราชวัง(4)

ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(6)

พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(9)

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ

พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(1)

ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(2)

ศูนย์ฝึกอบรม ศูนย์ฝึกอบรม(1)

มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัย

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัด วัด(133)

โบสถ์ โบสถ์(2)

มัสยิด มัสยิด(2)

สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(15)

โครงการในพระราชดำริ โครงการในพระราชดำริ

โครงการหลวง โครงการหลวง(4)

วิถีชีวิต วิถีชีวิต

หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(10)

ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(7)

ตลาดน้ำ ตลาดน้ำ(3)

ธรรมชาติ และสัตว์ป่า ธรรมชาติ และสัตว์ป่า

เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(1)

แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(3)

หมู่เกาะ หมู่เกาะ(2)

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(1)

บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร

แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(2)

ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(4)

บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร

รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(2)