ปราสาทนครหลวง

Rating: 3.8/5 (5 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวพระนครศรีอยุธยา
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: เปิดทุกวัน (ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนเดินทาง)
เวลาเปิดทำการ: 06:00–18:00 น. โดยประมาณ (เวลาเข้าชมอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามฤดูกาลและการจัดกิจกรรมของวัด)
ปราสาทนครหลวง หนึ่งในโบราณสถานสำคัญของอำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเตี้ยริมแม่น้ำป่าสักฝั่งตะวันออก ท่ามกลางชุมชนเงียบสงบของตำบลนครหลวง ที่นี่ไม่ใช่แค่โบราณสถานเก่าแก่ให้เดินชม แต่ยังเป็นวัดและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนเดินทางมาสักการะพระพุทธบาทสี่รอยและองค์พระพิฆเนศ รวมทั้งเป็นจุดชมวิวแม่น้ำและบ้านเรือนริมน้ำที่สวยงามแบบเรียบง่าย
ถ้ามองจากด้านล่าง ปราสาทสีเหลืองอมน้ำตาลที่ซ้อนชั้นขึ้นไปบนฐานทรงสี่เหลี่ยมทำให้รู้สึกคล้ายกำลังมองปราสาทหินในดินแดนเขมร แต่เมื่อเดินเข้าไปใกล้แล้วเงยหน้ามองบันไดสูงชันที่นำทางขึ้นไปยังชั้นบนสุด จะสัมผัสได้ถึงเอกลักษณ์แบบอยุธยาที่ผสมผสานศิลปกรรมเขมรเข้าไว้ด้วยกันอย่างมีเสน่ห์ ทุกขั้นบันไดที่ก้าวขึ้นไปจึงเหมือนการไล่ระดับจากโลกของชุมชนริมแม่น้ำ สู่โลกของพิธีกรรมและความเชื่อบนยอดปราสาท
เดิมทีพื้นที่บริเวณนี้เคยเป็นตำหนักที่ประทับระหว่างทางของพระมหากษัตริย์ เมื่อต้องเสด็จจากกรุงศรีอยุธยาไปนมัสการพระพุทธบาทสระบุรี หรือเสด็จต่อไปยังเมืองลพบุรี เชื่อกันว่าตั้งต้นมาตั้งแต่รัชสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม โดยอาจเป็นเพียงตำหนักไม้หรือเรือนพักทรงงานในระยะแรก ก่อนจะได้รับการยกระดับให้กลายเป็นปราสาทก่ออิฐถือปูนที่ยิ่งใหญ่ขึ้นในเวลาต่อมา
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง ราว พ.ศ. 2174 เมื่อพระองค์ทรงมีพระราชประสงค์ให้ที่นี่เป็นพระราชมณเฑียรสำหรับประทับระหว่างทางอย่างสมพระเกียรติ จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างปราสาทก่ออิฐถือปูนขนาดใหญ่ขึ้นใหม่ โดยให้ช่างถอดแบบจาก “พระนครหลวง” หรือกลุ่มปราสาทหินที่กัมพูชา แล้วนำแนวคิดมาประยุกต์สร้างที่นครหลวง เพื่อเฉลิมพระเกียรติในวาระที่กรุงกัมพูชากลับมาเป็นประเทศราชอีกครั้ง
แม้จะมีพระราชดำริอันยิ่งใหญ่ แต่อาคารปราสาทนครหลวงก็เชื่อกันว่าสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์ดีนัก อาจด้วยข้อจำกัดด้านงบประมาณ แรงงาน หรือการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในยุคนั้น ทำให้ปราสาทที่เราเห็นทุกวันนี้มีเค้าโครงของพระราชมณเฑียรที่ตั้งใจจะเป็น แต่กลับกลายมาอยู่ในสถานะกึ่งราชมณเฑียร กึ่งศาสนสถานในเวลาต่อมา
ต่อมามีการสร้างมณฑปและประดิษฐาน “พระพุทธบาทสี่รอย” ซ้อนอยู่บนองค์ปราสาท ทำให้สถานที่แห่งนี้เปลี่ยนบทบาทจากตำหนักระหว่างทางของกษัตริย์ มาเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ให้ผู้คนมาสักการบูชา มีการก่อสร้าง บูรณะ และเพิ่มเติมสิ่งปลูกสร้างในแต่ละยุคสมัย จนในที่สุดปราสาทนครหลวงกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัดนครหลวงในปัจจุบัน
ในช่วงเวลาที่โบราณสถานหลากหลายแห่งเสื่อมสภาพตามกาลเวลา ปราสาทนครหลวงเองก็เคยอยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรมอยู่ระยะหนึ่ง ก่อนที่กรมศิลปากรจะเข้าดำเนินการบูรณะ และในปี พ.ศ. 2538 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงประกอบพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ ทำให้ปราสาทนครหลวงกลับมาอยู่ในความสนใจของผู้คน และเป็นจุดหมายใหม่ของนักท่องเที่ยวที่สนใจประวัติศาสตร์อยุธยาในมิติที่ต่างออกไปจากตัวเกาะเมือง
เมื่อมองในเชิงสถาปัตยกรรม ปราสาทนครหลวงตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมซ้อนลดหลั่นกันขึ้นไป มีบันไดขึ้นลงทั้งสี่ทิศ ผังโดยรวมให้อารมณ์คล้ายปราสาทหินเขมรที่สร้างบนฐานเขาพระสุเมรุ แต่เปลี่ยนจากศิลาแลงและหินทรายมาเป็นอิฐก่อฉาบปูนแบบอยุธยา บนชั้นสูงสุดเป็นมณฑปและเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสองรายล้อม บางมุมเปิดเป็นทางเดินให้มองเห็นวิวแม่น้ำป่าสักและทุ่งนาโดยรอบได้กว้างไกล
ไฮไลต์สำคัญที่ชั้นบนของปราสาทคือมณฑปที่ประดิษฐานพระพุทธบาทสี่รอย ซึ่งสะท้อนความเชื่อเรื่องรอยพระบาทจากสำนักต่าง ๆ ที่ถูกรวมเชื่อมไว้ในที่เดียวกัน ทำให้ผู้ศรัทธามาสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล เสริมบุญบารมี และขอพรให้พ้นเคราะห์กรรม นอกจากนี้ ภายในบริเวณวัดยังมีองค์พระพิฆเนศและสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่น ๆ ให้กราบไหว้ ทำให้ปราสาทนครหลวงมีทั้งมิติทางประวัติศาสตร์และมิติทางศรัทธาที่ดำเนินคู่กันมา
บรรยากาศที่นี่ต่างจากโบราณสถานในตัวเกาะเมืองอยุธยาที่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างเห็นได้ชัด พื้นที่รอบปราสาทนครหลวงค่อนข้างสงบ เป็นชุมชนไทยแท้ริมแม่น้ำป่าสัก มีทั้งเรือหาปลา ทุ่งนา และบ้านไม้หลังเก่าที่แทรกตัวอยู่ในแนวต้นไม้เขียว นักท่องเที่ยวที่มักจะแวะมาที่นี่จึงเป็นกลุ่มที่ชอบเที่ยวแนววัดเก่า สายมูที่ศรัทธาพระพุทธบาทและพระพิฆเนศ หรือคนที่อยากหามุมวิวแม่น้ำและทุ่งนาแบบไม่พลุกพล่าน
การเดินขึ้นปราสาทอาจเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ต้องเตรียมกายใจเล็กน้อย เพราะบันไดบางช่วงค่อนข้างชันและสูง โดยเฉพาะผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีปัญหาเรื่องเข่า ควรใช้ราวจับและค่อย ๆ ก้าวอย่างระมัดระวัง แต่เมื่อขึ้นไปถึงด้านบนแล้ว วิวแม่น้ำป่าสักที่คดโค้ง และหลังคาบ้านเรือน สลับกับพื้นที่เกษตรของชาวบ้าน จะช่วยตอบแทนความเหนื่อยได้ไม่ยาก
สำหรับคนรักประวัติศาสตร์ ปราสาทนครหลวงคือชิ้นส่วนสำคัญในภาพใหญ่ของ “เส้นทางหลวงของกษัตริย์อยุธยา” ที่เชื่อมสามเมืองสำคัญ คือ อยุธยา นครหลวง – สระบุรี (พระพุทธบาท) และลพบุรี ตำหนักและปราสาทแห่งนี้สะท้อนให้เห็นการจัดวางจุดพักระหว่างทางอย่างเป็นระบบ ทั้งเพื่อความปลอดภัย ความสะดวก และการประกอบพระราชพิธีในแต่ละโอกาส
นอกจากตัวปราสาทแล้ว บริเวณรอบ ๆ ยังมีองค์ประกอบอื่นของวัดนครหลวงให้เดินชม เช่น วิหารและศาลาการเปรียญ ลานวัดที่มองเห็นวิวแม่น้ำ จุดให้อาหารปลา รวมถึงมุมสงบใต้ร่มไม้ที่หลายคนเลือกใช้เวลานั่งพักหรือนั่งสมาธิสั้น ๆ ก่อนหรือหลังขึ้นไปยังตัวปราสาท ทำให้การมาเที่ยวที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงการ “เช็กอิน” กับโบราณสถาน แต่เป็นการใช้เวลาอยู่กับตัวเองท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบด้วย
ช่วงเวลาที่บรรยากาศสวยที่สุดของปราสาทนครหลวงมักจะเป็นตอนเช้าและช่วงเย็น แสงแดดอ่อน ๆ จะทำให้ผิวปูนของตัวปราสาทดูนุ่มนวลขึ้น เงาของเจดีย์และมุมต่าง ๆ ของอาคารทอดตัวลงบนลานและแนวกำแพง ช่วยให้ได้ภาพถ่ายที่มีมิติ ส่วนตอนกลางวันแดดจะค่อนข้างแรง เหมาะกับคนที่เตรียมหมวก แว่นกันแดด และร่มมาพร้อม
แม้พื้นที่จะเป็นโบราณสถานกลางแจ้ง แต่การมาเที่ยวปราสาทนครหลวงก็ยังต้องคำนึงถึงมารยาทในเขตวัดและโบราณสถานเช่นเดียวกับที่อื่น ๆ เช่น แต่งกายสุภาพ ไม่ปีนป่ายหรือพิงผนัง ไม่ขูดขีดอิฐและปูน ไม่จุดธูปเทียนในพื้นที่เสี่ยงไฟ และไม่ทิ้งขยะไว้บนโบราณสถาน การรักษากติกาเล็ก ๆ เหล่านี้จะช่วยให้ปราสาทนครหลวงยังคงอยู่ในสภาพดีให้คนรุ่นหลังได้ชมต่อไปอีกนาน
การเดินทาง ปราสาทนครหลวงตั้งอยู่ในเขตตำบลนครหลวง อำเภอนครหลวง ริมแม่น้ำป่าสักฝั่งตะวันออก จากตัวเมืองพระนครศรีอยุธยา สามารถขับรถออกจากเกาะเมืองแล้วใช้เส้นทางไปอำเภอนครหลวงตามถนนสายรองที่เชื่อมต่อกับทางหลวงหมายเลข 347 หรือ 3263 จากนั้นตามป้ายบอกทางสู่อำเภอนครหลวงและวัดนครหลวง ระยะทางโดยประมาณจากเกาะเมืองอยุธยามายังปราสาทนครหลวงราว 25–30 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30–40 นาที ขึ้นอยู่กับสภาพการจราจร
หากออกเดินทางจากกรุงเทพฯ สามารถใช้เส้นทางเดียวกับการมาอยุธยาทั่วไป คือใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) หรือทางด่วนไปบางปะอิน จากนั้นเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 32 (สายเอเชีย) มุ่งหน้าพระนครศรีอยุธยา แล้วจึงแยกเข้าสู่อำเภอนครหลวงต่อ รวมเวลาเดินทางโดยประมาณ 1.5 ชั่วโมง นักท่องเที่ยวที่ไม่สะดวกขับรถส่วนตัวอาจนั่งรถตู้หรือรถโดยสารมาลงตัวเมืองอยุธยา แล้วเหมารถแท็กซี่หรือรถสองแถวในพื้นที่ไปยังปราสาทนครหลวง โดยควรตกลงค่าโดยสารให้ชัดเจนก่อนออกเดินทาง
สำหรับผู้ที่ใช้แผนที่ออนไลน์ แนะนำให้ปักหมุดคำว่า “ปราสาทนครหลวง” หรือ “วัดนครหลวง” ระบบจะนำทางไปยังลานจอดรถใกล้วัด จากนั้นสามารถเดินขึ้นไปยังฐานปราสาทได้ไม่ไกล เส้นทางช่วงท้ายจะเป็นถนนผ่านชุมชนและทุ่งนา ควรขับรถด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากมีทั้งชาวบ้าน รถจักรยานยนต์ และสัตว์เลี้ยงใช้เส้นทางร่วมกัน
การแต่งกายมาเที่ยวปราสาทนครหลวงควรเน้นความสุภาพและคล่องตัว เนื่องจากต้องเดินขึ้นบันไดและเดินกลางแจ้งพอสมควร เสื้อผ้าระบายอากาศดี กางเกงขายาวหรือกระโปรงยาว รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าหุ้มส้นที่ยึดเกาะพื้นได้ดีจะช่วยให้เดินขึ้นลงบันไดได้อย่างปลอดภัย ควรเตรียมหมวก แว่นกันแดด ครีมกันแดด และน้ำดื่ม โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อนที่แดดจัด และควรระมัดระวังเป็นพิเศษหากพื้นบันไดเปียกชื้นในช่วงหน้าฝน
เมื่อเที่ยวชมปราสาทนครหลวงจบแล้ว นักท่องเที่ยวสามารถวางแผนแวะเที่ยววัดเก่าอื่น ๆ ในอำเภอนครหลวงต่อได้อีกหลายแห่ง เช่น วัดใหม่ประชุมพลที่โดดเด่นด้วยวิหารเก่าและจิตรกรรมฝาผนังสมัยอยุธยาตอนปลาย วัดกลางนครหลวงที่มีพระพุทธรูปปางถวายเพลิงแบบหาชมได้ยาก หรือจะเลือกขับรถย้อนกลับเข้าเกาะเมืองอยุธยาเพื่อชมโบราณสถานในอุทยานประวัติศาสตร์ต่อก็ได้ ทำให้การมาเที่ยวปราสาทนครหลวงสามารถจัดเป็นทริปครึ่งวันหรือหนึ่งวันเต็มได้อย่างลงตัว
ด้านอาหารการกิน รอบอำเภอนครหลวงมีร้านอาหารและร้านก๋วยเตี๋ยวท้องถิ่นให้เลือกหลายแห่ง โดยเฉพาะร้านอาหารไทยพื้นบ้านริมถนนสายหลักที่ผ่านตัวอำเภอ รวมถึงคาเฟ่และร้านอาหารสไตล์ชุมชนที่มองเห็นวิวแม่น้ำป่าสัก ส่วนผู้ที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศไปนั่งกินข้าวหรือนั่งคาเฟ่บรรยากาศชิค ๆ ก็สามารถขับรถกลับเข้าเกาะเมืองหรือโซนริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีคาเฟ่และร้านอาหารดีไซน์เก๋เรียงรายอยู่มากมาย
สำหรับที่พัก แม้อำเภอนครหลวงจะไม่ใช่โซนที่มีโรงแรมกระจุกตัวหนาแน่นเท่าเกาะเมืองอยุธยา แต่ก็มีทั้งรีสอร์ตและโรงแรมในระยะขับรถไม่นานจากปราสาทนครหลวง รวมถึงโรงแรมริมแม่น้ำเจ้าพระยาและเกสต์เฮาส์ในตัวเมืองอยุธยาที่สามารถใช้เป็นฐานในการเที่ยวทั้งเกาะเมืองและอำเภอนครหลวงได้ในทริปเดียว นักท่องเที่ยวจึงสามารถเลือกปรับรูปแบบการพักผ่อนให้เหมาะกับสไตล์ของตัวเองได้อย่างอิสระ
เมื่อลองมองภาพรวม ปราสาทนครหลวง จึงไม่ใช่แค่ปราสาทก่ออิฐฉาบปูนที่ตั้งเดี่ยว ๆ อยู่บนเนิน แต่เป็นโบราณสถานที่เล่าเรื่องราวของเส้นทางหลวงของกษัตริย์อยุธยา ความสัมพันธ์กับกัมพูชา การผสมผสานศิลปกรรมเขมรกับอยุธยา และการเปลี่ยนผ่านจากตำหนักระหว่างทางสู่ศาสนสถานที่ผู้คนยังคงแวะเวียนมาสักการะอย่างต่อเนื่อง การได้มาเยือนที่นี่สักครั้ง จึงเป็นทั้งการเดินย้อนรอยประวัติศาสตร์ และการใช้เวลาสงบ ๆ มองแม่น้ำป่าสักไหลผ่านอย่างเนิบช้าไปพร้อมกัน
| ชื่อสถานที่ | ปราสาทนครหลวง (วัดนครหลวง) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา |
| สรุปสถานที่ | โบราณสถานสำคัญริมแม่น้ำป่าสักที่ผสมผสานบทบาทระหว่างตำหนักระหว่างทางของกษัตริย์อยุธยากับศาสนสถานในปัจจุบัน มีปราสาทก่ออิฐฉาบปูนตั้งอยู่บนฐานซ้อนชั้น ประดิษฐานพระพุทธบาทสี่รอยและองค์พระพิฆเนศ ภายในวัดนครหลวง เหมาะทั้งสำหรับผู้สนใจประวัติศาสตร์ สายมู และผู้ที่มองหาจุดชมวิวแม่น้ำในบรรยากาศสงบ |
| จุดเด่นของสถานที่ | ปราสาทก่ออิฐถือปูนที่ถอดแบบจากพระนครหลวงในกัมพูชามาประยุกต์ในแบบอยุธยา ตั้งอยู่บนเนินริมแม่น้ำป่าสัก มีบันไดขึ้นหลายด้านและจุดชมวิวมองเห็นโค้งน้ำและชุมชนโดยรอบ ประดิษฐานพระพุทธบาทสี่รอยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์หลายองค์ เป็นทั้งจุดท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และสถานที่สักการะบูชา |
| ที่ตั้ง | ตำบลนครหลวง อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประเทศไทย |
| ที่อยู่โดยประมาณ | บริเวณวัดนครหลวง ริมแม่น้ำป่าสักฝั่งตะวันออก หมู่บ้านในเขตตำบลนครหลวง อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รหัสไปรษณีย์ประมาณ 13260 (ควรตรวจสอบพิกัดล่าสุดจากแผนที่ออนไลน์) |
| ยุคสมัย / ความเป็นมา | สันนิษฐานว่ามีที่มาจากตำหนักที่ประทับระหว่างทางในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม ต่อมาสมเด็จพระเจ้าปราสาททองโปรดให้สร้างเป็นปราสาทก่ออิฐถือปูนแบบพระนครหลวงเมื่อราว พ.ศ. 2174 เพื่อใช้เป็นพระราชมณเฑียรระหว่างเสด็จไปพระพุทธบาทสระบุรีและเมืองลพบุรี ภายหลังมีการสร้างมณฑปและประดิษฐานพระพุทธบาทสี่รอยบนยอดปราสาท และกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัดนครหลวงในปัจจุบัน |
| หลักฐาน / องค์ประกอบสำคัญ | ฐานปราสาทสี่เหลี่ยมซ้อนชั้น บันไดขึ้นลงทั้งสี่ทิศ มณฑปและเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสองบนชั้นบนสุด พระพุทธบาทสี่รอยประดิษฐานภายในมณฑป สิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่น ๆ ภายในวัด ตั้งอยู่ร่วมกับอาคารของวัดนครหลวงและลานกิจกรรมของชุมชนริมแม่น้ำป่าสัก |
| ที่มาของชื่อ “ปราสาทนครหลวง” | ชื่อ “ปราสาทนครหลวง” สันนิษฐานว่าเกี่ยวเนื่องกับการถอดแบบมาจาก “พระนครหลวง” ในกัมพูชา และตั้งอยู่ในเขตอำเภอนครหลวงของพระนครศรีอยุธยา จึงเรียกรวมกันว่า “ปราสาทนครหลวง” เพื่อสื่อถึงทั้งแบบแผนศิลปกรรมและพื้นที่ตั้ง |
| การเดินทางโดยสังเขป | จากตัวเมืองพระนครศรีอยุธยา ใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถรับจ้างมุ่งหน้าไปอำเภอนครหลวง โดยใช้ถนนสายหลักที่เชื่อมกับทางหลวงหมายเลข 347 หรือ 3263 จากนั้นตามป้ายไปตำบลนครหลวงและวัดนครหลวง ระยะทางจากเกาะเมืองโดยประมาณ 25–30 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 30–40 นาที ควรใช้แผนที่ออนไลน์ปักหมุด “ปราสาทนครหลวง” หรือ “วัดนครหลวง” เพื่อความสะดวก |
| สถานะปัจจุบัน | เป็นโบราณสถานภายในวัดนครหลวง เปิดให้นักท่องเที่ยวและผู้มีจิตศรัทธาเข้าชมและสักการะพระพุทธบาทสี่รอยได้ทุกวัน โดยไม่มีการเก็บค่าเข้าชมปราสาทโดยตรง แต่เปิดโอกาสให้ร่วมทำบุญบูรณะและรักษาสภาพโบราณสถานเป็นการทั่วไป |
| ค่าธรรมเนียม / ค่าบริการ | การเข้าชมปราสาทนครหลวงและพื้นที่วัดโดยทั่วไปไม่มีค่าเข้าชม อาจมีตู้รับบริจาคหรือกิจกรรมทำบุญตามศรัทธา แนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากวัดนครหลวงหรือหน่วยงานท้องถิ่น หากมีการจัดงานบุญหรือกิจกรรมพิเศษในช่วงที่เดินทางไปเยือน |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ลานจอดรถบริเวณวัดนครหลวง พื้นที่นั่งพักใต้ร่มไม้ จุดจุดธูปเทียนและบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ห้องน้ำของวัด ร้านค้าขนาดเล็กหรือซุ้มขายน้ำและของใช้จำเป็นบางส่วน (สิ่งอำนวยความสะดวกอาจเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลาและการดูแลของวัด) |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (พร้อมระยะทาง) | วัดนครหลวง (เขตวัดรอบปราสาท) ประมาณ 0.1 กม. วัดกลาง นครหลวง (พระพุทธรูปปางถวายเพลิง) ประมาณ 4 กม. วัดใหม่ประชุมพล (วัดโบราณพร้อมวิหารและจิตรกรรมฝาผนัง) ประมาณ 6 กม. วัดตะโก (หลวงพ่อรวย) ประมาณ 18 กม. อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา และเกาะเมืองอยุธยา ประมาณ 25 กม. (ระยะทางจริงขึ้นอยู่กับเส้นทางที่ใช้เดินทาง) |
| ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทาง + เบอร์โทร) | ร้านคูเหลาไก่รวน นครหลวง ประมาณ 3 กม., โทร 084-084-2411 ครัวอิ่มอร่อย นครหลวง (อาหารไทยท้องถิ่น) ประมาณ 4 กม., โทร 087-080-8765 บ้านสวน 89 Cafe & Restaurant ริมแม่น้ำป่าสัก ประมาณ 5 กม., โทร 065-587-8222, 082-812-8999 The Summer House Ayutthaya คาเฟ่และร้านอาหารริมแม่น้ำเจ้าพระยา ประมาณ 28 กม., โทร 094-224-2223 Malakor Kitchen and Cafe ใกล้วัดราชบูรณะในเกาะเมืองอยุธยา ประมาณ 25 กม., โทร 091-779-6475 |
| ที่พักใกล้เคียง (ระยะทาง + เบอร์โทร) | Toh Buk Seng Ayutthaya Hotel โรมแรมในเขตอำเภอนครหลวง ประมาณ 5 กม., โทร 035-200-335, 098-289-0387 Vela Riverview Ayutthaya ที่พักริมแม่น้ำในอำเภอใกล้เคียง ประมาณ 10 กม., โทร 088-088-0188 Krungsri River Hotel โรงแรมริมแม่น้ำเจ้าพระยาใกล้ตัวเมืองอยุธยา ประมาณ 25 กม., โทร 035-244-333 Niwas Ayutthaya เกสต์เฮาส์บรรยากาศบ้านใกล้วัดมหาธาตุ ประมาณ 25 กม., โทร 093-590-0599 Baan Thai House อยุธยา รีสอร์ตในสวนใกล้สถานีรถไฟ ประมาณ 28 กม., โทร 080-437-4555 |
| เบอร์โทรติดต่อหลัก | วัดนครหลวง (สอบถามข้อมูลกิจกรรมและการเข้าชมในพื้นที่วัด) โทร 035-285-125 ข้อมูลติดต่อปราสาทนครหลวงและกิจกรรมท่องเที่ยวในพื้นที่ โทร 064-505-3907 (แนะนำให้โทรสอบถามล่วงหน้าเพื่อยืนยันเวลาทำการและข้อมูลล่าสุด) |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ปราสาทนครหลวงเปิดให้เข้าชมทุกวันหรือไม่?
ตอบ: โดยทั่วไปปราสาทนครหลวงและพื้นที่วัดนครหลวงเปิดให้เข้าชมทุกวันในช่วงกลางวันประมาณ 06:00–18:00 น. แต่อาจมีการปรับเวลาเปิด–ปิดในบางช่วงตามฤดูกาลหรือการจัดงานของวัด แนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากวัดนครหลวงหรือเพจข้อมูลท่องเที่ยวท้องถิ่นก่อนเดินทาง
ถาม: การเข้าชมปราสาทนครหลวงมีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: การเข้าชมพื้นที่ปราสาทนครหลวงโดยทั่วไปไม่มีการเก็บค่าเข้าชม นักท่องเที่ยวสามารถร่วมทำบุญหรือบริจาคเพื่อการบูรณะและดูแลโบราณสถานได้ตามศรัทธา หากมีการจัดงานบุญหรือกิจกรรมพิเศษอาจมีค่าร่วมกิจกรรมบางประเภท ซึ่งควรสอบถามหน้างานหรือจากผู้ดูแลวัดโดยตรง
ถาม: ปราสาทนครหลวงต่างจากวัดนครหลวงอย่างไร?
ตอบ: ปราสาทนครหลวงคือโบราณสถานก่ออิฐฉาบปูนบนเนิน ซึ่งเดิมตั้งใจให้เป็นพระราชมณเฑียรระหว่างทางในสมัยอยุธยา ต่อมาถูกปรับให้เป็นมณฑปประดิษฐานพระพุทธบาทสี่รอย ส่วนวัดนครหลวงคือพื้นที่วัดโดยรอบที่มีอาคารประกอบพิธีกรรม ลานวัด และสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ในปัจจุบัน ทั้งสองส่วนอยู่ในบริเวณเดียวกันและมักถูกเรียกรวมกันว่า “วัดนครหลวง” หรือ “ปราสาทนครหลวง” ตามความคุ้นเคยของผู้คน
ถาม: หากกลัวความสูงหรือมีปัญหาเรื่องเข่า ควรขึ้นไปบนปราสาทหรือไม่?
ตอบ: บันไดบางช่วงของปราสาทนครหลวงค่อนข้างชันและสูง หากมีปัญหาเรื่องเข่า กลัวความสูง หรือเดินขึ้นบันไดลำบาก ควรประเมินสภาพร่างกายของตนเองก่อน หากไม่สะดวกสามารถเลือกเดินชมและถ่ายภาพจากด้านล่าง ชมวิวริมน้ำ และสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบริเวณวัดแทนได้โดยไม่จำเป็นต้องขึ้นไปถึงชั้นบนของปราสาท
ถาม: ควรเผื่อเวลาเที่ยวปราสาทนครหลวงนานเท่าไรจึงจะเหมาะสม?
ตอบ: หากตั้งใจแวะชมเฉพาะปราสาทนครหลวงและพื้นที่วัดนครหลวงแบบไม่เร่งรีบ ใช้เวลาประมาณ 1–1.5 ชั่วโมงก็เพียงพอ แต่ถ้าต้องการแวะเที่ยววัดใกล้เคียงในอำเภอนครหลวง เช่น วัดกลาง นครหลวง และวัดใหม่ประชุมพล หรือวางแผนเข้าเกาะเมืองอยุธยาในทริปเดียวกัน ควรเผื่อเวลาตั้งแต่ครึ่งวันจนถึงหนึ่งวันเต็ม
ถาม: ช่วงเวลาไหนของวันเหมาะที่สุดในการมาเที่ยวปราสาทนครหลวง?
ตอบ: ช่วงเช้า (ราว 07:00–09:00 น.) และช่วงบ่ายแก่ ๆ (หลัง 16:00 น.) มักเป็นช่วงเวลาที่อากาศไม่ร้อนจนเกินไปและแสงกำลังสวยสำหรับการถ่ายภาพ ทั้งแสงเช้าและแสงเย็นจะช่วยขับให้ตัวปราสาทและวิวแม่น้ำป่าสักดูมีมิติมากขึ้น ส่วนช่วงกลางวันแดดจะค่อนข้างแรง ควรเตรียมหมวก ร่ม และน้ำดื่มให้พร้อมหากเลือกมาในช่วงนี้
ถาม: เดินทางมาเที่ยวปราสาทนครหลวงควรเตรียมตัวอย่างไรบ้าง?
ตอบ: สิ่งที่ควรเตรียมมาด้วย ได้แก่ เสื้อผ้าสุภาพและระบายอากาศดี รองเท้าหุ้มส้นหรือรองเท้าผ้าใบที่เดินขึ้นบันไดได้สะดวก หมวกหรือร่ม แว่นกันแดด ครีมกันแดด และน้ำดื่ม โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อน ควรปฏิบัติตามกติกาของวัดและข้อแนะนำของเจ้าหน้าที่ เช่น ไม่ปีนป่ายโบราณสถาน ไม่ขีดเขียนบนอิฐหรือปูน และไม่ทิ้งขยะในพื้นที่โบราณสถาน
แสดงความเห็น
| คำค้น (ขั้นสูง) |
Facebook Fanpage



หมวดหมู่:
กลุ่ม:
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(
พิพิธภัณฑ์(
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ
พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(
ศูนย์ฝึกอบรม(
มหาวิทยาลัย
สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
วัด(
โบสถ์(
มัสยิด(
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(
โครงการในพระราชดำริ
โครงการหลวง(
วิถีชีวิต
หมู่บ้าน ชุมชน(
ตลาดท้องถิ่น(
ตลาดน้ำ(
ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(
แม่น้ำลำคลอง(
หมู่เกาะ(
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(
บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(
ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(
บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(