หน้าหลัก >ภาคกลาง >จ.อ่างทอง >อ.เมืองอ่างทอง >ต.บ้านอิฐ > วัดช้าง (ช้างให้)
TL;DR: วัดช้าง (ช้างให้) อยู่ที่55 บ้านน้ำผึ้ง หมู่ที่ 5 ตำบลบ้านอิฐ อำเภอเมืองอ่างทอง จังหวัดอ่างทอง 14000 เปิดทุกวัน เวลา 06:00 – 18:00. การเดินทางสะดวก รถส่วนตัว: ใช้เส้นทางถนนบางปะอิน–นครสวรรค์ เข้าพื้นที่สี่แยกอ่างทองแล้วตามป้ายไปตำบลบ้านอิฐ; รถสาธารณะ.

อ่างทอง

วัดช้าง (ช้างให้)

วัดช้าง (ช้างให้)

Rating: 4/5 (5 votes)

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 06:00 – 18:00
 
วัดช้าง (ช้างให้) อ่างทอง เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย ตั้งอยู่เลขที่ 55 บ้านน้ำผึ้ง หมู่ที่ 5 ตำบลบ้านอิฐ อำเภอเมืองอ่างทอง จังหวัดอ่างทอง ทำเลของวัดอยู่บริเวณสี่แยกอ่างทองบนถนนสายบางปะอิน–นครสวรรค์ จึงเป็นวัดที่ “ผ่านง่าย แวะสะดวก” สำหรับทั้งคนในพื้นที่และคนที่เดินทางข้ามจังหวัด หากคุณกำลังมองหาวัดในอ่างทองที่ให้ทั้งบรรยากาศสงบสำหรับไหว้พระและมีรายละเอียดเชิงศิลปกรรมให้อ่านให้นาน วัดช้างคือหนึ่งในวัดที่ตอบโจทย์แบบค่อยเป็นค่อยไป เพราะความโดดเด่นของวัดไม่ได้อยู่ที่ความยิ่งใหญ่แบบฉับพลัน แต่ซ่อนอยู่ใน “ความตั้งใจของงานช่าง” ที่คุมอารมณ์ให้เรียบร้อย สุภาพ และใช้งานได้จริงตามแบบวัดที่อยู่ร่วมกับชุมชนมายาวนาน
 
เสน่ห์ของวัดช้างเริ่มตั้งแต่ภาพรวมของพื้นที่ที่กว้างขวาง วัดมีเนื้อที่ค่อนข้างมาก และถูกจัดผังให้เดินได้สบาย ไม่อึดอัด เหมาะกับการมาทำบุญแบบครอบครัวหรือมาช่วงวันสำคัญที่ผู้คนหนาแน่นกว่าเดิม เมื่อพื้นที่วัดกว้าง การเดินชมจึงมี “จังหวะ” ที่พอดี คุณสามารถเริ่มจากการตั้งใจไหว้พระประธานแล้วค่อยเดินอ่านรายละเอียดของอาคารทีละจุด โดยไม่รู้สึกว่าต้องรีบหรือเบียดเสียดกับใครมากนัก นี่เป็นคุณสมบัติสำคัญของวัดชุมชนที่ยังมีชีวิต เพราะวัดที่เป็นศูนย์รวมของผู้คนจำเป็นต้องรองรับกิจกรรมทั้งศาสนาและสังคมได้พร้อมกันอย่างกลมกลืน
 
อาคารที่เป็นหัวใจของวัดช้างคือพระอุโบสถ ซึ่งเป็นอาคารก่ออิฐฉาบปูน หลังคามุงกระเบื้องเกล็ดปลา และเลือกตัดทอนองค์ประกอบบางอย่างที่เราคุ้นตาในวัดไทย เช่น ช่อฟ้าและใบระกา ความ “ไม่ใส่” นี้ไม่ได้ทำให้อุโบสถขาดความเป็นวัด หากกลับทำให้ภาพรวมดูเรียบ สุขุม และร่วมสมัยขึ้นโดยอัตโนมัติ เพราะสายตาของผู้ชมจะถูกพาไปจับรายละเอียดที่สำคัญกว่า ได้แก่ สัดส่วนของอาคาร ความเรียบร้อยของแนวหลังคา ความเนียนของผิวปูนบริเวณหน้าจั่ว และเส้นสายที่ทำให้ตัวอาคารดู “นิ่ง” และ “มั่นคง” เหมาะกับการเป็นพื้นที่ประกอบสังฆกรรมและพิธีสำคัญ
 
หน้าจั่วของพระอุโบสถที่ฉาบปูนขาวอย่างละเอียดช่วยให้วัดช้างมีบุคลิกชัดเจนในเชิงสถาปัตยกรรม เพราะความขาวและความเรียบทำให้เกิดความรู้สึกสะอาด สงบ และตั้งใจ ไม่ต้องพึ่งพาการประดับตกแต่งอลังการ แต่ใช้ความประณีตของงานพื้นฐานเป็นตัวเล่าเรื่อง แง่นี้สะท้อนแนวคิดเดียวกับงานช่างที่เชื่อว่า “ความศักดิ์สิทธิ์” ไม่จำเป็นต้องดัง แต่ต้องมั่นคงและรักษาระเบียบได้ในทุกวัน วัดที่อยู่ใกล้สี่แยกและมีผู้คนผ่านไปมาจำนวนมากยิ่งต้องรักษาเอกลักษณ์แบบนี้ เพราะความเรียบร้อยคือสิ่งที่ทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกเคารพพื้นที่ตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าไป
 
อีกองค์ประกอบที่ทำให้วัดช้างดูมีความเป็นระเบียบคือวัสดุพื้นและรายละเอียดงานตกแต่งภายในพื้นที่สำคัญ พื้นที่บางส่วนปูด้วยวัสดุที่ให้ความรู้สึกแข็งแรง ทนทาน และดูแลรักษาง่าย ซึ่งเป็นภาษาของวัดที่ถูกใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่แค่สร้างไว้เป็นภาพจำด้านเดียว การเลือกวัสดุที่ทนและสะอาดช่วยให้วัดรองรับกิจกรรมได้หลากหลาย ตั้งแต่งานทำบุญในวันพระ งานบวช งานศพ ไปจนถึงกิจกรรมรวมตัวของชุมชนที่ต้องใช้พื้นที่รองรับคนจำนวนมาก วัดช้างจึงให้ภาพของ “วัดที่ทำงาน” คือเป็นวัดที่ยังทำหน้าที่เดิมของวัดไทยครบถ้วนและทำอย่างต่อเนื่อง
 
เมื่อเข้าไปภายในพระอุโบสถ จุดที่ชวนให้ใช้เวลามากขึ้นคือจิตรกรรมฝาผนังที่เล่าเรื่องพระพุทธประวัติ ซึ่งเป็นหัวข้อหลักที่วัดไทยนิยมใช้เพื่อ “สอนธรรมะด้วยภาพ” ภาพประเภทนี้มีความสำคัญต่อผู้มาเยือนสองระดับ ระดับแรกคือระดับศรัทธา ภาพทำให้การกราบไหว้เชื่อมต่อกับเรื่องราวของพระพุทธเจ้าและการปฏิบัติธรรมได้ง่ายขึ้น ระดับที่สองคือระดับวัฒนธรรม เพราะจิตรกรรมฝาผนังคือหลักฐานของรสนิยมและวิธีคิดของผู้คนในยุคที่ภาพถูกสร้างขึ้น การมองภาพจึงไม่ใช่แค่ดูว่าสวยหรือไม่สวย แต่คือการอ่านว่าชุมชนอยากเน้นคุณค่าข้อใด อยากให้คนรุ่นหลังจำอะไร และอยากให้บทเรียนทางศีลธรรมถูกส่งต่อแบบไหน
 
ภายในอุโบสถยังมีการจัดวางองค์ประกอบทางศาสนาที่ทำให้พื้นที่มีความหมายมากกว่า “ห้องสวย” หนึ่งในภาพจำที่คนจำนวนมากมักสะดุดตาคือการมีภาพหรือสัญลักษณ์ของพระพุทธเจ้าในจำนวนที่สื่อความหมายเฉพาะ และการจัดองค์ประกอบให้สัมพันธ์กับพระประธาน การจัดวางแบบนี้ช่วยให้ผู้มาเยือนรู้สึกได้ว่าพื้นที่ไม่ได้ถูกตกแต่งเพื่อการชมเพียงอย่างเดียว แต่ถูกออกแบบเพื่อให้เกิดสมาธิและความเป็นระเบียบของพิธีกรรม ความสม่ำเสมอของภาพและการวางตำแหน่งทำให้บรรยากาศในอุโบสถนิ่งพอสำหรับการตั้งจิต แม้ในวันที่มีคนมาเยอะก็ตาม
 
อีกฉากหนึ่งที่สะท้อนความจริงจังของการสื่อธรรมะคือภาพที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาสังขารหรือการเจริญกรรมฐานในแนวที่เตือนใจผู้คนให้เห็นความไม่เที่ยง ภาพประเภทนี้ในวัดไทยมักถูกใช้เพื่อดึงคนดูให้กลับมามองชีวิตอย่างมีสติ เพราะวัดไม่ใช่พื้นที่ให้ “หลีกหนีความจริง” แต่เป็นพื้นที่ให้ “อยู่กับความจริง” ด้วยความเข้าใจและความสงบ การมีภาพแนวนี้ในอุโบสถยิ่งทำให้วัดช้างมีมิติที่ลึกกว่าแค่การเป็นวัดผ่านทาง เพราะผู้มาเยือนได้ทั้งการไหว้พระและได้บทเรียนทางใจกลับไปพร้อมกัน
 
พระประธานประจำพระอุโบสถของวัดช้างเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ซึ่งเป็นปางที่สื่อถึงการเอาชนะอุปสรรคด้วยความมั่นคงของจิตใจ ปางนี้จึงเหมาะมากกับวัดที่เป็นศูนย์กลางชุมชน เพราะคนจำนวนมากเข้าวัดเพื่อขอกำลังใจ ขอความสงบ และขอให้ชีวิตตั้งหลักได้ เมื่อคุณนั่งอยู่หน้าองค์พระ คุณจะสัมผัสได้ว่าความหมายของปางมารวิชัยไม่ได้อยู่ที่ท่าทางเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การทำให้ผู้คนกลับมาเชื่อมั่นในความถูกต้องของการใช้ชีวิตแบบมีสติ ไม่ประมาท และยึดถือคุณธรรมเป็นฐาน แม้ชีวิตจริงจะมีความผันผวนเพียงใดก็ตาม
 
วัดช้างยังมีศาลาการเปรียญซึ่งทำหน้าที่รองรับกิจกรรมของชุมชนในหลายวาระ ทั้งการฟังธรรม งานทำบุญ การประชุม และพิธีกรรมต่าง ๆ ที่ต้องใช้พื้นที่กว้างและยืดหยุ่น ศาลาการเปรียญของวัดไทยโดยธรรมชาติคือพื้นที่ “เชื่อม” ระหว่างพระสงฆ์และชาวบ้าน เป็นพื้นที่ที่ทำให้วัดไม่แยกตัวออกจากสังคม แต่ทำงานร่วมกับสังคมอยู่ตลอดเวลา เมื่อวัดมีศาลาการเปรียญที่ใช้งานได้จริง วัดก็ยิ่งมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางของความสามัคคี เพราะผู้คนสามารถมารวมตัวกันได้โดยไม่รู้สึกว่าเป็นพิธีใหญ่โตเกินไป
 
ความศักดิ์สิทธิ์ในสายตาชาวบ้านมักไม่ได้เกิดจากสิ่งปลูกสร้างเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่เรื่องเล่าและความผูกพันที่สั่งสมผ่านกาลเวลา วัดช้างมีมิติของความผูกพันนี้ในรูปแบบของการเคารพครูบาอาจารย์และอดีตพระเถระของพื้นที่ การระลึกถึงหลวงปู่หรือพระเกจิที่ชุมชนเคารพทำให้วัดมี “ความทรงจำร่วม” ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้วัดกลายเป็นพื้นที่ทางใจของผู้คนจริง ๆ ในทางวัฒนธรรม เรื่องเล่าเหล่านี้ทำหน้าที่คล้ายเส้นใยที่ยึดคนในชุมชนไว้ด้วยกัน เพราะเมื่อผู้คนมีสิ่งที่เคารพร่วมกัน ก็จะมีความรู้สึกเป็นชุมชนเดียวกันโดยอัตโนมัติ
 
หากคุณตั้งใจมาวัดช้างในฐานะนักท่องเที่ยวสายวัฒนธรรม การเที่ยวที่คุ้มที่สุดคือการ “เดินช้า” และใช้เวลาสังเกตงานช่างแบบไม่รีบ เริ่มจากมองอุโบสถในระยะไกลเพื่ออ่านสัดส่วน จากนั้นค่อยเดินเข้าไปใกล้เพื่อดูผิวปูน ความเรียบร้อยของหน้าจั่ว และรายละเอียดหลังคา แล้วจึงเข้าไปภายในเพื่อดูจิตรกรรมฝาผนังแบบไล่สายตาทีละด้าน วิธีนี้ทำให้คุณเห็นว่าวัดช้างใช้ “ความเรียบ” เป็นภาษาหลัก แต่ซ่อนความละเอียดไว้ในสิ่งที่มองผ่านง่ายที่สุด นี่คือเสน่ห์แบบวัดชุมชนที่มีความภูมิฐานโดยไม่ต้องประกาศตัว
 
ในมุมของคนที่มาทำบุญ วัดช้างเหมาะกับการมาในช่วงเช้าเพราะอากาศโปร่งและบรรยากาศสงบ การทำบุญในวัดที่อยู่ใกล้สี่แยกและเขตเมืองมีคุณค่าแบบพิเศษ เพราะคุณจะเห็นว่าแม้เมืองจะมีจังหวะเร่งรีบเพียงใด แต่ภายในวัดยังรักษาจังหวะของความนิ่งไว้ได้เสมอ การเข้าวัดจึงเหมือนการกดปุ่มพักใจแบบไม่ต้องอธิบายมาก แค่เดินเข้าไป กราบพระ ตั้งจิต และปล่อยความวุ่นวายไว้ข้างนอก วัดทำหน้าที่ของวัดได้ครบในแบบเรียบง่ายแต่ตรงจุด
 
นอกจากการไหว้พระ การมาเยือนวัดช้างยังควรให้ความสำคัญกับมารยาทในการชมจิตรกรรมฝาผนัง เพราะภาพเหล่านี้ต้องการการดูแลอย่างต่อเนื่อง งดการสัมผัสผนัง งดพิงกำแพง และหลีกเลี่ยงการใช้แฟลชในพื้นที่ที่มีงานจิตรกรรมเพื่อช่วยรักษาสภาพสีในระยะยาว การทำตัวสุภาพในวัดไม่ได้เป็นแค่เรื่องความเรียบร้อย แต่เป็นการช่วยกันดูแลมรดกทางวัฒนธรรมให้คงอยู่จริง เพื่อให้คนรุ่นต่อไปยังได้เห็นภาพเดิมในสภาพที่ใกล้เคียงเดิมมากที่สุด
 
สำหรับการแต่งกาย ควรแต่งสุภาพตามมาตรฐานการเข้าวัดไทย งดเสื้อแขนกุด กางเกงสั้นเหนือเข่า หรือชุดที่รัดรูปเกินไป เพราะวัดยังเป็นพื้นที่ประกอบศาสนกิจของพระสงฆ์และเป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านใช้ทำบุญจริง ไม่ใช่เพียงสถานที่ถ่ายรูป หากต้องการถ่ายภาพ แนะนำให้ถ่ายอย่างเงียบ ๆ ไม่รบกวนผู้ที่กำลังสวดมนต์หรือทำสมาธิ และเว้นระยะให้เพียงพอ โดยเฉพาะในอุโบสถซึ่งเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ควรให้ความเคารพเป็นพิเศษ
 
การเดินทาง ไปวัดช้างทำได้สะดวกเพราะวัดตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมืองอ่างทองและอยู่ใกล้จุดตัดถนนสำคัญของจังหวัด หากขับรถส่วนตัวให้ใช้เส้นทางถนนสายบางปะอิน–นครสวรรค์ แล้วมุ่งหน้ามายังสี่แยกอ่างทอง จากนั้นสังเกตป้ายบอกทางเข้าวัดในย่านตำบลบ้านอิฐ การเดินทางจากใจกลางตัวเมืองอ่างทองมายังวัดใช้เวลาไม่นาน และมีความคล่องตัวสูงสำหรับคนที่วางแผนไหว้พระหลายวัดในวันเดียว
 
หากเดินทางด้วยรถสาธารณะ แนวทางที่ง่ายคือเข้าตัวเมืองอ่างทองก่อน แล้วต่อรถรับจ้างในเขตเมืองหรือวินมอเตอร์ไซค์ไปยังตำบลบ้านอิฐ โดยใช้จุดสังเกตเป็นสี่แยกอ่างทองและย่านถนนสายหลัก การไปวัดช้างจึงเหมาะทั้งกับคนที่มีรถและคนที่ต้องต่อรถ เพราะทำเลไม่ห่างจากศูนย์กลางเมืองมาก และอยู่บนแกนคมนาคมที่ผู้คนใช้ผ่านกันอยู่แล้ว
 
วัดช้างในภาพรวมคือวัดที่รวม “ความสงบ” กับ “ความเป็นระเบียบ” ไว้ในพื้นที่เดียวกัน อุโบสถให้บุคลิกเรียบ สุขุม แต่เต็มไปด้วยความตั้งใจของช่าง จิตรกรรมฝาผนังช่วยให้ผู้มาเยือนได้ทั้งศรัทธาและความเข้าใจในธรรมะ ศาลาการเปรียญและพื้นที่ใช้งานรองรับกิจกรรมของชุมชน ทำให้วัดยังคงมีชีวิตและมีบทบาทต่อผู้คนอย่างต่อเนื่อง หากคุณอยากสัมผัสวัดอ่างทองที่ไม่ต้องใช้เวลาเดินทางเยอะ แต่ให้ประสบการณ์แบบ “ไหว้พระแล้วใจนิ่ง” พร้อมกับได้อ่านรายละเอียดของงานช่างไปด้วย วัดช้างคือจุดหมายที่เหมาะกับการแวะอย่างตั้งใจและให้เวลากับความสงบอย่างเต็มที่
 
ชื่อสถานที่วัดช้าง (ช้างให้)
ที่อยู่55 บ้านน้ำผึ้ง หมู่ที่ 5 ตำบลบ้านอิฐ อำเภอเมืองอ่างทอง จังหวัดอ่างทอง 14000
สรุปสถานที่วัดราษฎร์มหานิกายทำเลใกล้สี่แยกอ่างทอง เด่นด้านพระอุโบสถทรงเรียบสุขุม จิตรกรรมฝาผนังเล่าเรื่องพระพุทธประวัติ และบทบาทศูนย์กลางกิจกรรมของชุมชน
จุดเด่นของสถานที่พระอุโบสถก่ออิฐฉาบปูนหลังคากระเบื้องเกล็ดปลา (โทนเรียบ สุภาพ), งานฉาบปูนหน้าจั่วละเอียด, จิตรกรรมฝาผนังพระพุทธประวัติภายในอุโบสถ, พื้นที่วัดกว้างเดินชมสบาย
ยุคสมัยรัตนโกสินทร์ (โครงสร้างและงานบูรณะเป็นแบบวัดชุมชนร่วมสมัย ใช้งานจริงต่อเนื่อง)
หลักฐานสำคัญพระอุโบสถและจิตรกรรมฝาผนังภายใน, พระประธานปางมารวิชัย, พื้นที่กิจกรรมชุมชนในศาลาการเปรียญ
ที่มาของชื่อชื่อ “วัดช้าง” เป็นชื่อเรียกประจำถิ่นที่ใช้สืบต่อกันในชุมชนบ้านอิฐ และพบการเรียก “ช้างให้” ควบคู่ในบางแหล่ง
ผู้ดูแล/เจ้าอาวาส (ล่าสุด)พระครูสุวัฒน์วรกิจ
วันและเวลาเปิดทำการทุกวัน, 06:00 – 18:00
ค่าธรรมเนียมไม่เก็บค่าเข้าชม
สิ่งอำนวยความสะดวกลานจอดรถ, ห้องน้ำ, พื้นที่กราบไหว้/ทำบุญ, ศาลาการเปรียญรองรับกิจกรรมชุมชน
การเดินทางรถส่วนตัว: ใช้เส้นทางถนนบางปะอิน–นครสวรรค์ เข้าพื้นที่สี่แยกอ่างทองแล้วตามป้ายไปตำบลบ้านอิฐ; รถสาธารณะ: เข้าตัวเมืองอ่างทองก่อน แล้วต่อรถรับจ้าง/วินในเขตเมืองไปตำบลบ้านอิฐ
สถานะปัจจุบันเปิดให้เข้าชมและทำบุญตามวันเวลา
เบอร์ติดต่อ089-239-8483
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางโดยรถ)1) ศาลหลักเมืองอ่างทอง – ประมาณ 6 กม.
2) วัดต้นสน – ประมาณ 7 กม.
3) วัดอ่างทองวรวิหาร – ประมาณ 8 กม.
4) วัดป่าโมกวรวิหาร – ประมาณ 18 กม.
5) วัดไชโยวรวิหาร – ประมาณ 20 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทางโดยรถ + โทร)1) 10/6 restaurant (สิบทับหก) – ประมาณ 9 กม. – 035-611-654
2) ร้านอาหารเล็กบ้านรอ – ประมาณ 8 กม. – 035-612-070
3) ครัวป้าแอ๊ด – ประมาณ 10 กม. – 096-112-2000
4) ผัดไทยวัดท้องคุ้ง – ประมาณ 14 กม. – 082-233-3887
5) บอกต่อ bohk toh restaurant – ประมาณ 11 กม. – 065-246-2288
ที่พักใกล้เคียง (ระยะทางโดยรถ + โทร)1) suphorn grand hotel – ประมาณ 10 กม. – 081-551-2828
2) bualuang hotel – ประมาณ 9 กม. – 035-611-116
3) bualuang boutique resort – ประมาณ 11 กม. – 081-495-8884
4) ratchaphruek dc resort – ประมาณ 13 กม. – 080-193-3277
5) rimchon resort – ประมาณ 12 กม. – 035-611-527
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดช้าง (ช้างให้) เปิดทุกวันไหม?
ตอบ: เปิดทุกวัน เหมาะกับการแวะไหว้พระและชมอุโบสถได้ตลอดสัปดาห์
 
ถาม: ไฮไลต์สำคัญของวัดช้างคืออะไร?
ตอบ: พระอุโบสถทรงเรียบสุขุมหลังคากระเบื้องเกล็ดปลา และจิตรกรรมฝาผนังเล่าเรื่องพระพุทธประวัติภายในอุโบสถ
 
ถาม: วัดช้างอยู่ตรงไหนของอ่างทอง เดินทางยากไหม?
ตอบ: วัดอยู่ตำบลบ้านอิฐ ใกล้สี่แยกอ่างทอง บนเส้นทางถนนสายหลักของจังหวัด จึงเดินทางสะดวกทั้งรถส่วนตัวและต่อรถจากตัวเมือง
 
ถาม: ควรใช้เวลาเที่ยววัดช้างนานแค่ไหน?
ตอบ: ไหว้พระและเดินชมพื้นที่หลักใช้เวลาประมาณ 30–60 นาที หากตั้งใจดูจิตรกรรมและรายละเอียดงานช่าง แนะนำเผื่อเวลา 60–90 นาที
 
ถาม: ถ้าจะชมจิตรกรรมฝาผนังในอุโบสถควรปฏิบัติตัวอย่างไร?
ตอบ: แต่งกายสุภาพ งดเสียงดัง หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือพิงผนัง และหลีกเลี่ยงการใช้แฟลช เพื่อช่วยดูแลสภาพงานจิตรกรรมในระยะยาว
 
ถาม: เจ้าอาวาสวัดช้าง (ช้างให้) คนปัจจุบันคือใคร?
ตอบ: พระครูสุวัฒน์วรกิจ

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัดประเพณีไทยวัฒนธรรมไทยประเพณีภาคกลาง

ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(2)

พระราชวัง พระราชวัง(1)

ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(2)

พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(2)

บ้านโบราณ และเมืองโบราณ บ้านโบราณ และเมืองโบราณ(1)

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ

ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(1)

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัด วัด(64/216)

สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(4)

โครงการในพระราชดำริ โครงการในพระราชดำริ

โครงการหลวง โครงการหลวง(2)

วิถีชีวิต วิถีชีวิต

หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(16)

ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(1)

ตลาดน้ำ ตลาดน้ำ(1)

ธรรมชาติ และสัตว์ป่า ธรรมชาติ และสัตว์ป่า

แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(5)

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(3)

บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร

ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(4)

กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมผจญภัย กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมผจญภัย(1)

ช้อปปิ้ง ช้อปปิ้ง

ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(1)

บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร

รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(1)

เมนูอาหารภาคกลาง, สูตรอาหารภาคกลาง เมนูอาหารภาคกลาง, สูตรอาหารภาคกลาง(1)