หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดตาก >อ.แม่สอด >ต.พะวอ > ศาลเจ้าพ่อพะวอ
TL;DR: ศาลเจ้าพ่อพะวอ อยู่ที่ถนนสายตาก–แม่สอด บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 62–63 อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 16.30 น.
ศาลเจ้าพ่อพะวอ
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 16.30 น.
ศาลเจ้าพ่อพะวอ จังหวัดตาก เป็นศาลศักดิ์สิทธิ์สำคัญบนถนนสายตาก–แม่สอด ตั้งอยู่บนเนินดินเชิงเขาพะวอ บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 62–63 ในเขตอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ศาลแห่งนี้เป็นหนึ่งในจุดสักการะที่ผู้เดินทางบนเส้นทางภูเขาสายนี้รู้จักกันดี เพราะเป็นสถานที่ที่ชาวเมืองตาก ชาวแม่สอด และผู้ใช้เส้นทางตาก–แม่สอดให้ความเคารพมาอย่างยาวนาน ผู้คนจำนวนมากนิยมแวะกราบไหว้ก่อนเดินทางต่อ เพื่อความเป็นสิริมงคล ความปลอดภัย และความสบายใจระหว่างการขับรถผ่านเส้นทางที่มีทั้งภูเขา ทางโค้ง และจุดขึ้นลงเขาต่อเนื่อง
สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางจากตัวเมืองตากไปอำเภอแม่สอด ศาลเจ้าพ่อพะวอเป็นจุดแวะที่ควรให้ความสำคัญ ไม่ใช่เพียงเพราะตั้งอยู่ริมเส้นทางหลักและเดินทางสะดวก แต่เพราะศาลแห่งนี้เป็นสถานที่ที่เชื่อมโยงระหว่างประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ความเชื่อของชุมชน และเรื่องเล่าของนักรบผู้ปกป้องบ้านเมืองในอดีต การแวะศาลเจ้าพ่อพะวอจึงไม่ใช่แค่การหยุดพักรถ แต่เป็นการทำความรู้จักกับรากวัฒนธรรมของเส้นทางตาก–แม่สอด ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญที่เชื่อมเมืองตาก เมืองแม่สอด และพื้นที่ชายแดนไทย–เมียนมาเข้าด้วยกัน
ตำนานของศาลเจ้าพ่อพะวอกล่าวว่า เจ้าพ่อพะวอเป็นนักรบชาวกะเหรี่ยงผู้มีความกล้าหาญและเป็นที่ยกย่องในพื้นที่ ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ท่านได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนายด่านที่ด่านแม่ละเมา เพื่อทำหน้าที่เฝ้าระวังและป้องกันข้าศึกไม่ให้ข้ามเขาเข้ามาถึงเมืองตาก ด่านแม่ละเมาในอดีตเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ เพราะเป็นเส้นทางผ่านระหว่างพื้นที่ชายแดนกับเมืองตาก หากข้าศึกสามารถรุกผ่านด่านนี้เข้ามาได้ เมืองตากและพื้นที่ตอนในย่อมตกอยู่ในอันตราย เจ้าพ่อพะวอจึงมีบทบาทในฐานะผู้พิทักษ์เส้นทาง ผู้เฝ้าด่าน และนักรบแนวหน้าที่คอยรักษาความมั่นคงของบ้านเมือง
เมื่อพม่ารุกรานเข้ามาทางด่านแม่ละเมา เจ้าพ่อพะวอได้ต่อสู้เพื่อป้องกันข้าศึกและรักษาเอกราชของชาติอย่างสุดกำลัง เรื่องเล่าระบุว่าท่านเสียชีวิตในสนามรบบริเวณนี้จากการปกป้องบ้านเมือง ความเสียสละของท่านทำให้ชาวบ้านเกิดความเคารพศรัทธาและยกย่องให้เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำพื้นที่ ศาลเจ้าพ่อพะวอจึงเกิดขึ้นในฐานะสถานที่ระลึกถึงวีรกรรมของนักรบผู้กล้า และเป็นจุดรวมใจของผู้คนที่เดินทางผ่านเส้นทางนี้มาจนถึงปัจจุบัน
ความสำคัญของศาลเจ้าพ่อพะวออยู่ที่การผสมผสานระหว่างประวัติศาสตร์และความเชื่ออย่างแนบแน่น ในเชิงประวัติศาสตร์ ท่านถูกจดจำในฐานะนักรบผู้ทำหน้าที่ป้องกันแนวเขตสำคัญของเมืองตาก ในเชิงวัฒนธรรม ท่านกลายเป็นเจ้าพ่อผู้คุ้มครองเส้นทางและผู้เดินทาง ความศรัทธาที่มีต่อเจ้าพ่อพะวอจึงไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะคนในพื้นที่เท่านั้น แต่ขยายไปถึงผู้ขับรถ นักท่องเที่ยว พ่อค้าแม่ค้า รถโดยสาร และผู้เดินทางระหว่างตากกับแม่สอดที่แวะสักการะหรือบีบแตรเมื่อขับผ่านศาลเพื่อแสดงความเคารพ
ภายในศาลมีรูปหล่อของเจ้าพ่อพะวอ ซึ่งประชาชนมักนำพวงมาลัยไปแขวนไว้ที่มือของท่านเพื่อแสดงความเคารพ รูปลักษณ์ของเจ้าพ่อพะวอในความทรงจำของผู้คนมักเชื่อมโยงกับนักรบผู้แข็งแกร่ง กล้าหาญ และพร้อมปกป้องพื้นที่ ลักษณะดังกล่าวทำให้ศาลแห่งนี้มีบรรยากาศที่แตกต่างจากศาลสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั่วไป เพราะผู้คนไม่ได้มาสักการะเพื่อขอพรเพียงอย่างเดียว แต่ยังมารำลึกถึงความกล้าหาญ ความเสียสละ และจิตวิญญาณของผู้พิทักษ์ด่านแม่ละเมา
อีกหนึ่งความเชื่อที่ทำให้ศาลเจ้าพ่อพะวอเป็นที่กล่าวขานคือเรื่องเสียงฝีเท้าม้า ชาวแม่สอดเล่าต่อกันมาว่า คราวใดที่บ้านเมืองมีเภทภัยร้ายแรง ผู้คนจะได้ยินเสียงฝีเท้าม้าของเจ้าพ่อพะวอย่ำตะลุยไปรอบเมือง คล้ายกับท่านยังคงออกตรวจตราและปกป้องผู้คนอยู่เสมอ เรื่องเล่านี้สะท้อนภาพของเจ้าพ่อพะวอในฐานะนักรบผู้ไม่ทอดทิ้งบ้านเมือง แม้เวลาจะผ่านไปนานแล้ว แต่ความเชื่อเรื่องการคุ้มครองยังคงฝังอยู่ในจิตใจของชุมชน
ชาวบ้านยังเล่ากันว่า หากผู้ใดเข้าไปล่าสัตว์ในบริเวณเทือกเขาพะวอ มักจะเกิดเหตุไม่ปกติ เช่น รถเสีย เจ็บป่วย หรือหลงทาง เรื่องเล่านี้ทำให้พื้นที่เขาพะวอมีสถานะเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ควรเคารพ ไม่ควรล่วงละเมิด และไม่ควรเข้าไปทำลายสัตว์ป่าหรือธรรมชาติ ความเชื่อนี้มีบทบาทสำคัญต่อการรักษาภูมิทัศน์วัฒนธรรมของพื้นที่ เพราะทำให้ผู้คนระมัดระวังในการใช้พื้นที่ป่าเขาและตระหนักว่าภูเขาไม่ได้เป็นเพียงทรัพยากรธรรมชาติ แต่เป็นพื้นที่ที่มีเจ้าของทางจิตวิญญาณและมีเรื่องเล่าผูกพันกับชุมชน
เนื่องจากเจ้าพ่อพะวอเป็นนักรบ ผู้คนจึงเชื่อว่าท่านชอบเสียงปืน เสียงดัง และสัญญาณแห่งความเคารพจากผู้เดินทาง ในอดีตผู้ที่แวะสักการะบางคนจึงยิงปืนถวาย แต่ในปัจจุบันการแสดงความเคารพนิยมเปลี่ยนมาเป็นการจุดประทัดถวายหรือบีบแตรรถเมื่อขับผ่านศาลมากกว่า การบีบแตรของรถที่ผ่านไปมาบนถนนสายตาก–แม่สอดกลายเป็นภาพจำของศาลเจ้าพ่อพะวอ ผู้ขับขี่จำนวนมากทำด้วยความเคารพและความเชื่อว่าท่านจะช่วยคุ้มครองให้เดินทางปลอดภัย
อย่างไรก็ตาม การสักการะด้วยเสียงควรทำด้วยความเหมาะสมและคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก ผู้เดินทางที่แวะศาลสามารถจุดประทัดในจุดที่จัดไว้และปฏิบัติตามข้อแนะนำของพื้นที่ ไม่ควรทำสิ่งที่เสี่ยงอันตรายหรือรบกวนผู้อื่นเกินควร ส่วนผู้ที่ขับรถผ่านและต้องการบีบแตรแสดงความเคารพ ควรทำเมื่อไม่กระทบต่อการควบคุมรถและไม่สร้างความตกใจให้ผู้ใช้ถนนคนอื่น เพราะเส้นทางบริเวณนี้เป็นเส้นทางภูเขาที่ต้องใช้สมาธิในการขับขี่
ตัวศาลตั้งอยู่บนเนินดินเชิงเขาพะวอ มีภูเขาสูงเป็นฉากหลัง ทำให้บรรยากาศโดยรวมมีความสง่างาม เคร่งขรึม และเหมาะสำหรับการถ่ายภาพเชิงวัฒนธรรม พื้นที่ศาลไม่ได้กว้างใหญ่แบบแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ แต่มีองค์ประกอบที่น่าสนใจหลายส่วน ทั้งพื้นที่สักการะ รูปหล่อเจ้าพ่อพะวอ บันไดด้านข้างศาล และบริเวณด้านบนที่มีพระพุทธรูปปางนาคปรกขนาดใหญ่ตั้งอยู่บนฐานรองรับที่มีลักษณะเป็นห้องโถง ภายในห้องโถงมีพระพุทธรูปประดิษฐานและมีภาพจิตรกรรมประดับฝาผนังหลายภาพ ทำให้ผู้ที่แวะมาได้สัมผัสทั้งความเชื่อเรื่องเจ้าพ่อและบรรยากาศทางพุทธศาสนาในพื้นที่เดียวกัน
บริเวณรอบศาลยังมีร้านค้า อาหาร และของฝากสำหรับนักท่องเที่ยวหรือผู้เดินทางที่ต้องการพักระหว่างทาง จุดนี้จึงทำหน้าที่เป็นทั้งศาลศักดิ์สิทธิ์ จุดพักรถ และจุดเชื่อมต่อของการเดินทางบนถนนสายตาก–แม่สอด ผู้ที่ขับรถมาจากตัวเมืองตากมักใช้ศาลเจ้าพ่อพะวอเป็นจุดพักก่อนเข้าสู่พื้นที่แม่สอด ส่วนผู้ที่เดินทางจากแม่สอดกลับตากก็มักแวะสักการะเพื่อขอพรให้เดินทางผ่านเส้นทางภูเขาอย่างปลอดภัย
ศาลเจ้าพ่อพะวอยังมีงานบวงสรวงประจำปีในวันที่ 31 ตุลาคมของทุกปี งานนี้เป็นช่วงเวลาที่สะท้อนความศรัทธาของชุมชนต่อเจ้าพ่อพะวออย่างชัดเจน เพราะผู้คนจะมาร่วมสักการะ ทำพิธี และแสดงความเคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองแม่สอด การมีงานประจำปีช่วยให้ศาลไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ริมทาง แต่เป็นพื้นที่ประกอบพิธีกรรมและเป็นศูนย์รวมของความทรงจำร่วมกันของคนในท้องถิ่น
ในเชิงการท่องเที่ยว ศาลเจ้าพ่อพะวอเหมาะกับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เส้นทางการเดินทัพในอดีต ความเชื่อของชาวกะเหรี่ยงและชาวเมืองตาก รวมถึงผู้ที่ต้องการแวะสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก่อนเข้าสู่เมืองแม่สอด สถานที่แห่งนี้ช่วยเติมมิติให้การเดินทาง เพราะนักท่องเที่ยวจะได้เข้าใจว่าถนนสายหนึ่งไม่ได้มีเพียงระยะทางและจุดหมายปลายทาง แต่ยังมีเรื่องราวของผู้คน นักรบ ภูเขา และศรัทธาที่สืบทอดมารุ่นต่อรุ่น
เส้นทางตาก–แม่สอดมีความสำคัญทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า การเดินทาง และการท่องเที่ยว เพราะเชื่อมตัวเมืองตากกับอำเภอแม่สอด ซึ่งเป็นเมืองชายแดนสำคัญของไทย ผู้ที่เดินทางต่อไปยังตลาดริมเมย สะพานมิตรภาพไทย–เมียนมา วัดไทยวัฒนาราม หรือพื้นที่ชายแดนมักต้องผ่านเส้นทางนี้ ศาลเจ้าพ่อพะวอจึงเป็นเหมือนประตูทางวัฒนธรรมก่อนเข้าสู่แม่สอด เป็นจุดที่บอกให้ผู้เดินทางรับรู้ว่ากำลังเข้าสู่พื้นที่ที่มีความหลากหลาย ทั้งกลุ่มชาติพันธุ์ ความเชื่อ วัฒนธรรมชายแดน และประวัติศาสตร์ของเส้นทางด่านสำคัญ
การเดินทาง ไปศาลเจ้าพ่อพะวอสะดวกที่สุดด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า จากตัวเมืองตากให้ใช้ถนนสายตาก–แม่สอด หรือทางหลวงหมายเลข 105 มุ่งหน้าอำเภอแม่สอด ศาลตั้งอยู่บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 62–63 บนเนินดินเชิงเขาพะวอ ผู้ขับขี่ควรสังเกตป้ายและชะลอรถอย่างระมัดระวัง เพราะเป็นเส้นทางหลักที่มีรถสัญจรตลอดวัน ทั้งรถยนต์ส่วนบุคคล รถโดยสาร รถบรรทุก และรถขนส่งสินค้า หากเดินทางจากฝั่งแม่สอดกลับไปตัวเมืองตาก ควรวางแผนจุดกลับรถหรือจุดจอดให้เหมาะสมและไม่กีดขวางการจราจร
ผู้ที่วางแผนแวะศาลเจ้าพ่อพะวอควรเดินทางในช่วงกลางวัน เพราะมองเห็นเส้นทางและจุดจอดได้ชัดเจนกว่า โดยเฉพาะผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับถนนสายตาก–แม่สอด เส้นทางนี้มีทั้งช่วงขึ้นเขา ทางโค้ง และทางลาดลงเขา การตรวจสภาพรถก่อนเดินทางจึงเป็นสิ่งสำคัญ ควรตรวจเบรก ยาง น้ำมัน และระบบไฟให้เรียบร้อย หากเดินทางในฤดูฝนควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะถนนภูเขาอาจลื่นและทัศนวิสัยอาจลดลงในบางช่วง
การเข้าสักการะศาลเจ้าพ่อพะวอควรแต่งกายสุภาพ ใช้พื้นที่ด้วยความเคารพ และหลีกเลี่ยงการส่งเสียงดังเกินจำเป็น ยกเว้นการจุดประทัดหรือการแสดงความเคารพตามจุดที่เหมาะสม ผู้มาเยือนสามารถนำพวงมาลัย ดอกไม้ ธูป เทียน หรือเครื่องสักการะตามศรัทธาไปถวายได้ แต่ควรช่วยกันรักษาความสะอาด ไม่ทิ้งเศษประทัดหรือขยะในพื้นที่ และไม่ถ่ายภาพในลักษณะที่ไม่เหมาะสมต่อสถานที่ศักดิ์สิทธิ์
สิ่งที่ควรสังเกตเมื่อมาเยือนศาลแห่งนี้คือความสัมพันธ์ระหว่างศาลกับภูเขาพะวอ ภูเขาไม่ได้เป็นเพียงฉากหลังทางธรรมชาติ แต่เป็นพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับตำนาน เรื่องเล่า และความเชื่อเรื่องเจ้าพ่อพะวออย่างลึกซึ้ง เมื่อยืนอยู่บริเวณศาลและมองไปยังแนวเขา นักท่องเที่ยวจะเข้าใจได้ว่าทำไมพื้นที่แห่งนี้จึงถูกจดจำในฐานะด่านสำคัญและสมรภูมิในอดีต ภูมิประเทศที่สูงชันและเส้นทางผ่านภูเขาทำให้บทบาทของนายด่านมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการป้องกันเมืองตาก
ศาลเจ้าพ่อพะวอจึงเป็นสถานที่ที่เหมาะกับการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นแบบเข้าใจง่าย นักท่องเที่ยวไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ก็สามารถสัมผัสความหมายของสถานที่ได้จากองค์ประกอบรอบตัว ทั้งรูปหล่อเจ้าพ่อ พวงมาลัยที่ผู้คนนำมาถวาย เสียงแตรรถที่ดังเป็นระยะ เสียงประทัดในบางช่วง และภาพภูเขาที่ตั้งตระหง่านอยู่ด้านหลัง ทั้งหมดนี้ทำให้การเยือนศาลเป็นประสบการณ์ที่มีชีวิต ไม่ใช่เพียงการอ่านข้อมูลจากป้ายหรือชมสถานที่แบบผ่านตา
สำหรับผู้ที่เดินทางกับครอบครัว ศาลเจ้าพ่อพะวอเป็นจุดแวะที่สามารถใช้เล่าเรื่องประวัติศาสตร์ วีรกรรม และความเชื่อไทยให้เด็ก ๆ ฟังได้อย่างเหมาะสม เรื่องของนักรบผู้ปกป้องบ้านเมืองทำให้เด็กและเยาวชนเข้าใจคุณค่าของความเสียสละ ส่วนความเชื่อเรื่องการเคารพสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และไม่ล่าสัตว์ในพื้นที่ภูเขาช่วยปลูกฝังการเคารพธรรมชาติและชุมชนท้องถิ่นได้ในเวลาเดียวกัน
หากต้องการจัดเส้นทางท่องเที่ยวให้คุ้มค่า สามารถเริ่มจากตัวเมืองตากในช่วงเช้า ขับรถตามถนนสายตาก–แม่สอด แวะศาลเจ้าพ่อพะวอเพื่อสักการะและพักรถ จากนั้นเดินทางต่อไปยังศาลเจ้าพ่อขุนสามชน ซึ่งอยู่บนเส้นทางเดียวกัน ต่อด้วยตัวเมืองแม่สอด วัดไทยวัฒนาราม ตลาดริมเมย และสะพานมิตรภาพไทย–เมียนมา หากมีเวลาเพิ่มสามารถเลือกแวะตลาดสินค้าพื้นเมืองชาวเขาดอยมูเซอ หรือน้ำพุร้อนแม่กาษาในอีกเส้นทางหนึ่งได้ การจัดเส้นทางแบบนี้ทำให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสทั้งศาลศักดิ์สิทธิ์ วัฒนธรรมชายแดน ตลาดท้องถิ่น และบรรยากาศภูเขาของจังหวัดตากภายในทริปเดียว
ในด้านการถ่ายภาพ ศาลเจ้าพ่อพะวอมีจุดเด่นจากฉากหลังเป็นภูเขาและองค์ประกอบของศาลที่ตั้งอยู่บนเนินดิน ภาพที่ได้จึงสื่อถึงความเป็นศาลคู่เส้นทางภูเขาได้ชัดเจน ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การถ่ายภาพคือช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายที่แสงไม่แรงจนเกินไป อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวควรให้ความสำคัญกับมารยาทมากกว่าการถ่ายภาพ ไม่ควรถ่ายภาพรบกวนผู้ที่กำลังสักการะ และควรหลีกเลี่ยงการปีนป่ายหรือเข้าไปในพื้นที่ที่ไม่ได้จัดไว้สำหรับนักท่องเที่ยว
ศาลเจ้าพ่อพะวอมีความพิเศษตรงที่เป็นสถานที่ซึ่งผู้คนรู้จักผ่านประสบการณ์การเดินทางจริง หลายคนอาจเคยผ่านศาลแห่งนี้ตั้งแต่ยังเด็ก เคยได้ยินเสียงแตรจากรถคันหน้า เคยเห็นพวงมาลัยจำนวนมากที่แขวนไว้ หรือเคยแวะพักระหว่างทางก่อนเข้าสู่แม่สอด ภาพจำเหล่านี้ทำให้ศาลเจ้าพ่อพะวอเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำร่วมของผู้ใช้เส้นทาง ไม่ใช่เพียงสถานที่ในแผนที่ท่องเที่ยว
ในปัจจุบัน ศาลเจ้าพ่อพะวอยังคงเป็นจุดแวะสำคัญของผู้เดินทางบนถนนสายตาก–แม่สอด ความศรัทธาที่มีต่อเจ้าพ่อพะวอยังคงดำรงอยู่ผ่านการไหว้ การถวายพวงมาลัย การจุดประทัด การบีบแตร และการกลับมาเยือนของผู้คนจำนวนมาก สถานที่แห่งนี้จึงเป็นตัวอย่างของศาลศักดิ์สิทธิ์ที่มีชีวิต เพราะยังมีบทบาทจริงในชีวิตประจำวันของคนเดินทางและชุมชน ไม่ได้เป็นเพียงอนุสรณ์ทางประวัติศาสตร์ที่ถูกทิ้งไว้กับอดีต
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเข้าใจจังหวัดตากในมิติที่ลึกกว่าธรรมชาติและตลาดชายแดน ศาลเจ้าพ่อพะวอคือสถานที่ที่ควรแวะอย่างยิ่ง เพราะสะท้อนทั้งความกล้าหาญของผู้คนในประวัติศาสตร์ ความศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อท้องถิ่น ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับภูเขา และความสำคัญของเส้นทางตาก–แม่สอดในฐานะถนนที่มีเรื่องเล่ามากกว่าการเดินทางจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง
การมาเยือนศาลเจ้าพ่อพะวอจึงเป็นการหยุดพักที่มีความหมาย ผู้เดินทางได้พักรถ พักใจ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และรับรู้เรื่องราวของนักรบชาวกะเหรี่ยงผู้ปกป้องด่านแม่ละเมาในอดีต เมื่อเดินทางต่อไปยังแม่สอดหรือกลับสู่ตัวเมืองตาก ความรู้สึกที่ได้จากศาลแห่งนี้จะทำให้เส้นทางภูเขาสายเดิมมีมิติใหม่ กลายเป็นเส้นทางที่เต็มไปด้วยศรัทธา ความทรงจำ และความเคารพต่อผู้ที่เคยปกป้องผืนแผ่นดินนี้
| ชื่อสถานที่ | ศาลเจ้าพ่อพะวอ |
| ที่ตั้ง | ถนนสายตาก–แม่สอด บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 62–63 อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก |
| ที่อยู่ | กม. 62–63 ทางหลวงหมายเลข 105 ตำบลพะวอ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก 63110 |
| ไฮไลต์ | ศาลศักดิ์สิทธิ์คู่เส้นทางตาก–แม่สอด เป็นที่เคารพของชาวเมืองตาก ชาวแม่สอด และผู้เดินทางผ่านเส้นทางภูเขา |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | เจ้าพ่อพะวอเป็นนักรบชาวกะเหรี่ยง ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้รับแต่งตั้งให้เป็นนายด่านที่ด่านแม่ละเมา เพื่อป้องกันข้าศึกไม่ให้ข้ามเขาเข้ามาถึงเมืองตาก และเสียชีวิตจากการต่อสู้เพื่อปกป้องบ้านเมือง |
| ที่มาของชื่อ | ตั้งชื่อตามเจ้าพ่อพะวอ นักรบชาวกะเหรี่ยงผู้เป็นนายด่านแม่ละเมาและเป็นที่เคารพนับถือของชาวตากและชาวแม่สอด |
| ลักษณะเด่น | ตั้งอยู่บนเนินดินเชิงเขาพะวอ มีภูเขาเป็นฉากหลัง ภายในมีรูปหล่อเจ้าพ่อพะวอ พื้นที่สักการะ และบันไดขึ้นไปยังพระพุทธรูปปางนาคปรกขนาดใหญ่ |
| ความเชื่อและการสักการะ | ผู้คนนิยมถวายพวงมาลัย จุดประทัด หรือบีบแตรรถเมื่อขับผ่าน เพื่อแสดงความเคารพต่อเจ้าพ่อพะวอและขอให้เดินทางปลอดภัย |
| งานประจำปี | มีงานบวงสรวงประจำปีในวันที่ 31 ตุลาคมของทุกปี |
| การเดินทาง | ใช้ทางหลวงหมายเลข 105 สายตาก–แม่สอด มุ่งหน้าอำเภอแม่สอด ศาลตั้งอยู่บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 62–63 เหมาะสำหรับเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้นักท่องเที่ยวและผู้เดินทางแวะสักการะ |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 16.30 น. |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่สักการะ จุดพักรถ ร้านค้า อาหาร และของฝากในบริเวณศาล |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | พื้นที่ศาลเจ้าพ่อพะวอ รูปหล่อเจ้าพ่อพะวอ จุดถวายพวงมาลัย จุดจุดประทัด บันไดขึ้นพระพุทธรูปปางนาคปรก และห้องโถงพระพุทธรูป |
| ผู้ดูแล / ข้อมูลติดต่อ | ททท. สำนักงานตาก โทร. 055-514-341 ถึง 055-514-343 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ศาลเจ้าพ่อขุนสามชน ประมาณ 8 กม. 2. ศาลสมเด็จพระนเรศวร อำเภอแม่สอด ประมาณ 11 กม. 3. วัดไทยวัฒนาราม ประมาณ 14 กม. 4. ตลาดริมเมย ประมาณ 18 กม. 5. สะพานมิตรภาพไทย–เมียนมา แห่งที่ 1 ประมาณ 18 กม. 6. ตลาดสินค้าพื้นเมืองชาวเขาดอยมูเซอ ประมาณ 33 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านปลาสดเมืองฉอด ประมาณ 8 กม. โทร. 089-839-1747 2. The Happy Café ประมาณ 9 กม. โทร. 092-591-2777 3. ร้านข้าวเม่า–ข้าวฟ่าง แม่สอด ประมาณ 10 กม. โทร. 065-242-2248, 081-443-8141 4. โรตีโอ่งในตำนาน แม่สอด ประมาณ 11 กม. โทร. 085-610-0622 5. Borderline Tea Garden ประมาณ 12 กม. โทร. 055-546-584, 093-719-6598 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Centara Life Hotel Mae Sot ประมาณ 9 กม. โทร. 055-532-601 ถึง 055-532-608 2. B2 Mae Sot Boutique & Budget Hotel ประมาณ 10 กม. โทร. 1328, 055-030-515 3. HOP INN Mae Sot Building A ประมาณ 10 กม. โทร. 02-080-2222 4. Irawadee Resort ประมาณ 11 กม. โทร. 055-535-430 5. J2 Hotel Maesot ประมาณ 12 กม. โทร. 055-536-161, 085-090-4111 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ศาลเจ้าพ่อพะวออยู่ที่ไหน?
ตอบ: ศาลเจ้าพ่อพะวอตั้งอยู่บนเนินดินเชิงเขาพะวอ ถนนสายตาก–แม่สอด บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 62–63 ในเขตอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก
ถาม: เจ้าพ่อพะวอคือใคร?
ตอบ: เจ้าพ่อพะวอเป็นนักรบชาวกะเหรี่ยง ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้รับแต่งตั้งให้เป็นนายด่านที่ด่านแม่ละเมา เพื่อป้องกันข้าศึกไม่ให้รุกข้ามเขาเข้ามาถึงเมืองตาก
ถาม: ทำไมคนเดินทางผ่านศาลเจ้าพ่อพะวอจึงนิยมบีบแตรหรือจุดประทัด?
ตอบ: เพราะมีความเชื่อว่าเจ้าพ่อพะวอเป็นนักรบและชอบเสียงปืน ผู้เดินทางจึงนิยมบีบแตร จุดประทัด หรือถวายพวงมาลัยเพื่อแสดงความเคารพและขอให้เดินทางปลอดภัย
ถาม: ศาลเจ้าพ่อพะวอมีงานประจำปีเมื่อไร?
ตอบ: ศาลเจ้าพ่อพะวอมีงานบวงสรวงประจำปีในวันที่ 31 ตุลาคมของทุกปี
ถาม: เดินทางไปศาลเจ้าพ่อพะวออย่างไร?
ตอบ: เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าได้สะดวก โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 105 สายตาก–แม่สอด ศาลตั้งอยู่บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 62–63 ควรขับรถด้วยความระมัดระวังเพราะเป็นเส้นทางภูเขา
ถาม: ศาลเจ้าพ่อพะวอเหมาะกับการแวะช่วงไหน?
ตอบ: เหมาะกับการแวะช่วงกลางวัน เพราะมองเห็นเส้นทาง จุดจอด และสภาพการจราจรได้ชัดเจนกว่า โดยเฉพาะผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับถนนสายตาก–แม่สอด
ถาม: มีอะไรน่าสนใจภายในศาลเจ้าพ่อพะวอบ้าง?
ตอบ: ภายในมีรูปหล่อเจ้าพ่อพะวอ พื้นที่สักการะ จุดถวายพวงมาลัย จุดจุดประทัด และบริเวณด้านบนที่มีพระพุทธรูปปางนาคปรกขนาดใหญ่พร้อมห้องโถงพระพุทธรูป
ถาม: ศาลเจ้าพ่อพะวอเที่ยวร่วมกับที่ไหนได้บ้าง?
ตอบ: สามารถจัดร่วมกับศาลเจ้าพ่อขุนสามชน ศาลสมเด็จพระนเรศวร วัดไทยวัฒนาราม ตลาดริมเมย และสะพานมิตรภาพไทย–เมียนมา แห่งที่ 1 ได้
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ
ปรับปรุงล่าสุด : 7 วันที่แล้ว




