หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดตาก >อ.แม่สอด >ต.แม่กาษา > น้ำพุร้อนแม่กาษา และถ้ำแม่อุษา
TL;DR: น้ำพุร้อนแม่กาษา และถ้ำแม่อุษา อยู่ที่ตำบลแม่กาษา อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00 น. จุดเด่นคือ น้ำพุร้อนผุดจากพื้นดิน มีตาน้ำร้อนหลายจุด ธารน้ำอุ่น กลิ่นกำมะถันอ่อน ๆ และถ้ำภูเขาหินปูนที่มีโถงถ้ำกว้าง เพดานสูง หินงอกหินย้อย.
น้ำพุร้อนแม่กาษา และถ้ำแม่อุษา

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 18.00 น.
น้ำพุร้อนแม่กาษาและถ้ำแม่อุษา จังหวัดตาก เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติสำคัญของตำบลแม่กาษา อำเภอแม่สอด ที่รวมทั้งความผ่อนคลายของน้ำแร่ร้อนธรรมชาติ ความงามของภูเขาหินปูน ถ้ำขนาดใหญ่ ลำห้วยแม่อุสุ และบรรยากาศชนบทริมเส้นทางแม่สอด–แม่ระมาดไว้ในพื้นที่เดียว เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักกาย แช่เท้า ลวกไข่ ชมไอน้ำร้อน และต่อยอดการเดินทางสู่ถ้ำแม่อุษา ซึ่งเป็นถ้ำธรรมชาติที่มีความสวยงามทั้งในเชิงธรณีวิทยา ตำนานท้องถิ่น และประสบการณ์ผจญภัยแบบไม่ไกลจากตัวเมืองแม่สอด
พื้นที่บ้านแม่กาษาเป็นชุมชนที่มีภูมิประเทศน่าสนใจ เพราะตั้งอยู่ในแนวภูเขาและพื้นที่ธรรมชาติทางตอนเหนือของอำเภอแม่สอด รายล้อมด้วยป่าไม้ ไร่ นา ลำธาร และหมู่บ้านที่ยังคงบรรยากาศเรียบง่าย น้ำพุร้อนแม่กาษาเป็นหนึ่งในจุดหมายที่มีชื่อเสียงของชุมชนมานาน จุดเด่นอยู่ที่ตาน้ำร้อนธรรมชาติซึ่งผุดขึ้นจากพื้นดิน มีอุณหภูมิสูงประมาณ 60–80 องศาเซลเซียส จนสามารถใช้ลวกไข่ได้ บริเวณโดยรอบจัดเป็นพื้นที่พักผ่อน มีบ่อน้ำร้อน บ่อแช่เท้า ลานพัก และจุดบริการสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสน้ำแร่ร้อนในบรรยากาศใกล้ชิดธรรมชาติ
เสน่ห์ของน้ำพุร้อนแม่กาษาไม่ได้อยู่เพียงการเป็นบ่อน้ำร้อน แต่คือภาพรวมของสถานที่ที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายทันทีเมื่อเดินทางมาถึง ไอน้ำที่ลอยขึ้นจากบ่อหิน กลิ่นกำมะถันอ่อน ๆ ธารน้ำอุ่นที่เกิดจากน้ำร้อนผสมกับน้ำเย็นธรรมชาติ และฉากหลังของต้นไม้กับภูเขา ทำให้พื้นที่แห่งนี้เป็นเหมือนจุดพักกลางทางสำหรับผู้ที่ต้องการหลบจากความเร่งรีบของเมือง นักท่องเที่ยวจำนวนมากนิยมแวะมาลวกไข่ แช่เท้า นั่งพักใต้ร่มไม้ และใช้เวลาช้า ๆ กับบรรยากาศเงียบสงบของบ้านแม่กาษา
น้ำพุร้อนแม่กาษามีลักษณะเป็นน้ำพุร้อนขนาดไม่ใหญ่มาก แต่มีตาน้ำร้อนหลายจุด บางจุดมีการนำหินมาวางล้อมไว้เป็นขอบบ่อ บางจุดมีขอบบ่อจัดเป็นสัดส่วนเพื่อให้นักท่องเที่ยวใช้งานได้สะดวก น้ำในบ่อมีความร้อนสูง เหมาะสำหรับลวกไข่และชมการเดือดปุด ๆ ของตาน้ำธรรมชาติ ส่วนพื้นที่แช่เท้าเป็นกิจกรรมที่เหมาะกับผู้เดินทางทุกวัย โดยเฉพาะผู้ที่ขับรถมาไกลหรือเดินทางต่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวอื่นในอำเภอแม่สอด การแช่เท้าด้วยน้ำแร่ร้อนช่วยให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย คลายความเมื่อยล้า และเติมพลังให้การเดินทางต่อเนื่องได้ดีขึ้น
นอกจากน้ำพุร้อนแล้ว ชื่อของแม่กาษายังเชื่อมโยงกับถ้ำแม่อุษา ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญของชุมชนและเป็นจุดท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ถ้ำแม่อุษาอยู่ไม่ไกลจากน้ำพุร้อนแม่กาษา นักท่องเที่ยวสามารถจัดแผนเที่ยวทั้ง 2 จุดในวันเดียวกันได้ ถ้ำแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณภูเขาหินปูน มีลักษณะเป็นถ้ำขนาดใหญ่ ภายในมีโถงถ้ำหลายช่วง เพดานสูง โปร่ง และมีหินงอกหินย้อยจำนวนมากที่เกิดขึ้นตามกระบวนการธรรมชาติยาวนาน ภาพของโพรงหิน แสงธรรมชาติ และลำธารที่ไหลใกล้พื้นที่ถ้ำทำให้การมาเยือนถ้ำแม่อุษาเป็นประสบการณ์ที่ต่างจากการแวะชมถ้ำทั่วไป
ถ้ำแม่อุษามีบทบาทมากกว่าการเป็นจุดชมธรรมชาติ เพราะยังเป็นสถานที่ที่เกี่ยวพันกับตำนานท้องถิ่นของบ้านแม่กาษา เรื่องเล่าเกี่ยวกับเจ้าแม่อุษาได้รับการถ่ายทอดในชุมชนและทำให้ถ้ำแห่งนี้มีมิติทางความเชื่อควบคู่กับคุณค่าทางธรรมชาติ ชาวบ้านมองถ้ำแม่อุษาเป็นพื้นที่สำคัญของหมู่บ้าน เป็นทั้งจุดสักการะ สถานที่เรียนรู้ และพื้นที่ที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างคนกับภูเขา ป่า และสายน้ำในท้องถิ่น การเดินทางมายังถ้ำจึงไม่ใช่เพียงการชมโพรงหินหรือหินงอกหินย้อย แต่ยังเป็นการสัมผัสเรื่องเล่าของชุมชนแม่กาษาไปพร้อมกัน
เส้นทางเข้าสู่ถ้ำแม่อุษามีความเป็นธรรมชาติและให้ความรู้สึกผจญภัย นักท่องเที่ยวต้องเตรียมตัวให้พร้อมมากกว่าการเที่ยวบ่อน้ำพุร้อน เพราะบางช่วงของเส้นทางเกี่ยวข้องกับลำห้วย ทางเดินธรรมชาติ บันได หรือพื้นที่ลาดชันตามสภาพภูเขาหินปูน การเดินเข้าถ้ำจึงเหมาะกับผู้ที่มีรองเท้าพร้อมเดิน พกน้ำดื่ม และเผื่อเวลาเพียงพอ ไม่ควรเร่งรีบ เพราะเสน่ห์ของถ้ำแม่อุษาอยู่ที่การค่อย ๆ เดินผ่านธรรมชาติ ฟังเสียงน้ำ ชมแสงที่ลอดผ่านช่องหิน และสังเกตรายละเอียดของผนังถ้ำที่เกิดจากชั้นหินตามธรรมชาติ
ภายในถ้ำแม่อุษามีพื้นที่กว้างขวางและมีห้องโถงเชื่อมต่อกันหลายช่วง บางส่วนของถ้ำมีหินงอกหินย้อยรูปร่างแปลกตา บางส่วนมีเพดานสูงทำให้อากาศไม่อึดอัด จุดที่ได้รับความสนใจมากคือบริเวณโพรงหินด้านทิศตะวันตกของถ้ำ ซึ่งในช่วงเวลาที่แสงแดดส่องผ่านช่องเปิด จะเกิดลำแสงธรรมชาติคล้ายสปอตไลท์ส่องเข้ามาภายในถ้ำ ทำให้โถงหินดูมีมิติและสวยงามเป็นพิเศษ แสงที่เปลี่ยนไปตามช่วงเวลาของวันทำให้บรรยากาศภายในถ้ำมีเสน่ห์แบบมีชีวิต ไม่ได้หยุดนิ่งเหมือนฉากหินธรรมดา
เมื่อยืนอยู่ในถ้ำและหันกลับไปยังทางเข้า นักท่องเที่ยวจะมองเห็นความงามอีกมุมหนึ่งของถ้ำแม่อุษา คือภาพลำห้วยแม่อุสุที่ไหลคดเคี้ยวออกจากบริเวณถ้ำ แสงธรรมชาติที่สะท้อนผิวน้ำ และพื้นที่สีเขียวด้านนอกที่ตัดกับความมืดของโพรงถ้ำ ภาพนี้ทำให้ถ้ำแม่อุษาเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับผู้รักการถ่ายภาพธรรมชาติ โดยเฉพาะคนที่ชอบภาพแสงเงา ภูเขาหินปูน ลำธาร และบรรยากาศกึ่งลึกลับของถ้ำ
ในเชิงธรณีวิทยา พื้นที่น้ำพุร้อนแม่กาษาและถ้ำแม่อุษาเป็นตัวอย่างที่ดีของภูมิประเทศที่หลากหลายในอำเภอแม่สอด น้ำพุร้อนสะท้อนพลังงานความร้อนใต้ผิวดิน ส่วนถ้ำหินปูนสะท้อนกระบวนการละลายและสะสมตัวของแร่ธาตุในระยะเวลายาวนาน นักท่องเที่ยวที่สนใจธรรมชาติสามารถใช้พื้นที่นี้เป็นแหล่งเรียนรู้กลางแจ้ง ทั้งเรื่องแหล่งน้ำแร่ร้อน การเกิดตาน้ำร้อน การสะสมตัวของหินงอกหินย้อย และการเปลี่ยนแปลงของภูมิประเทศในพื้นที่ชายขอบภูเขาทางตะวันตกของประเทศไทย
การมาเที่ยวที่นี่เหมาะกับการจัดเวลาแบบครึ่งวันถึง 1 วัน หากต้องการเที่ยวแบบสบาย ๆ สามารถเริ่มจากน้ำพุร้อนแม่กาษาในช่วงเช้า ใช้เวลาลวกไข่ แช่เท้า และเดินชมบริเวณรอบบ่อ จากนั้นจึงเดินทางต่อไปยังถ้ำแม่อุษาในช่วงที่แสงธรรมชาติเหมาะกับการชมโถงถ้ำ หากต้องการเที่ยวแบบช้า ๆ และไม่เหนื่อยเกินไป ควรเลือกวันที่อากาศไม่ร้อนจัดและหลีกเลี่ยงช่วงฝนตกหนัก เพราะเส้นทางธรรมชาติและลำห้วยอาจเดินไม่สะดวก
ฤดูที่เหมาะกับการเดินทางมากที่สุดคือช่วงปลายฝน ต้นหนาว และฤดูหนาว เพราะบรรยากาศโดยรอบจะสดชื่น ต้นไม้เขียว และอากาศเหมาะกับการเดินชมธรรมชาติ ส่วนฤดูฝนแม้จะมีความเขียวชอุ่มมากเป็นพิเศษ แต่ต้องระวังเรื่องระดับน้ำในลำธาร ทางลื่น และความปลอดภัยของเส้นทางเข้าถ้ำ นักท่องเที่ยวที่ต้องการเข้าถ้ำแม่อุษาควรตรวจสภาพอากาศล่วงหน้า เลือกเวลาเดินทางในช่วงกลางวัน และหลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่ถ้ำหลังฝนตกหนักหรือช่วงน้ำหลาก
นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเป็นครอบครัวสามารถเพลิดเพลินกับน้ำพุร้อนแม่กาษาได้ง่าย เพราะกิจกรรมแช่เท้า ลวกไข่ และนั่งพักเหมาะกับคนหลายวัย ส่วนการเข้าถ้ำแม่อุษาเหมาะกับผู้ที่เดินได้คล่องและพร้อมสำหรับทางธรรมชาติ หากมีเด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ไม่สะดวกเดินทางลาดชัน ควรประเมินเส้นทางก่อนเข้าถ้ำ การเตรียมรองเท้ากันลื่น ไฟฉาย น้ำดื่ม และเสื้อผ้าที่คล่องตัวจะช่วยให้การเดินทางปลอดภัยและสนุกขึ้น
สำหรับสายถ่ายภาพ น้ำพุร้อนแม่กาษาให้ภาพบรรยากาศแบบไอน้ำร้อน ลานบ่อหิน และธรรมชาติชนบท ส่วนถ้ำแม่อุษาให้ภาพที่มีมิติจากแสงเงา หินงอกหินย้อย โพรงหิน และลำธาร การถ่ายภาพที่นี่ควรเคารพพื้นที่ธรรมชาติ ไม่ปีนป่ายจุดเสี่ยง ไม่สัมผัสหินงอกหินย้อยโดยไม่จำเป็น และไม่ทิ้งขยะไว้ในถ้ำหรือบริเวณลำห้วย เพราะความงามของสถานที่นี้ขึ้นอยู่กับการรักษาสภาพธรรมชาติให้คงอยู่
พื้นที่แม่กาษายังมีแหล่งท่องเที่ยวอื่นที่ช่วยให้การเดินทางสมบูรณ์ขึ้น เช่น น้ำตกแม่กาษา วัดแม่กาษา คาเฟ่และที่พักแนวธรรมชาติในชุมชน รวมถึงเส้นทางต่อเนื่องไปยังตัวเมืองแม่สอด วัดไทยวัฒนาราม วัดไทยสามัคคี ตลาดริมเมย และแหล่งท่องเที่ยวชายแดนไทย–เมียนมา นักท่องเที่ยวจึงสามารถวางแผนให้แม่กาษาเป็นจุดพักผ่อนธรรมชาติก่อนเดินทางต่อไปยังเส้นทางแม่สอดได้อย่างลงตัว
ในด้านการเดินทาง น้ำพุร้อนแม่กาษาและถ้ำแม่อุษาเดินทางได้สะดวกจากอำเภอแม่สอด โดยใช้ถนนหลวงหมายเลข 105 เส้นทางแม่สอด–แม่ระมาด เมื่อถึงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 13 ให้เลี้ยวขวาเข้าสู่หมู่บ้านแม่กาษา แล้วขับต่อไปประมาณ 2 กิโลเมตร จะถึงพื้นที่น้ำพุร้อนและทางเชื่อมสู่ถ้ำแม่อุษา เส้นทางนี้เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า และรถจักรยานยนต์สำหรับผู้ที่คุ้นเคยเส้นทางชนบท ผู้ขับขี่ควรใช้ความระมัดระวังในช่วงทางชุมชน ทางแคบ และช่วงที่มีฝนตก
บรรยากาศของแม่กาษาต่างจากแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ เพราะยังมีความเรียบง่ายของชุมชนท้องถิ่น นักท่องเที่ยวจะได้เห็นภาพบ้านเรือน พื้นที่เกษตร ป่าเขา และวิถีชีวิตที่ไม่เร่งรีบ การใช้เวลาที่นี่จึงไม่ควรมุ่งเพียงเช็กอิน แต่ควรเปิดโอกาสให้ตัวเองได้ชะลอจังหวะ นั่งแช่เท้า ฟังเสียงธรรมชาติ เดินชมพื้นที่รอบบ่อ และมองเห็นความสัมพันธ์ระหว่างคนท้องถิ่นกับทรัพยากรธรรมชาติที่พวกเขาดูแลร่วมกัน
น้ำพุร้อนแม่กาษาและถ้ำแม่อุษาเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวหลายกลุ่ม ทั้งสายธรรมชาติ สายสุขภาพ สายครอบครัว สายถ่ายภาพ และสายผจญภัยเบา ๆ คนที่ต้องการพักผ่อนสามารถใช้เวลาที่บ่อน้ำร้อน ส่วนคนที่ต้องการประสบการณ์มากขึ้นสามารถเดินต่อไปยังถ้ำแม่อุษา ความพิเศษคือทั้ง 2 จุดมีบุคลิกต่างกันอย่างชัดเจน จุดหนึ่งอบอุ่น ผ่อนคลาย และเข้าถึงง่าย อีกจุดหนึ่งลึกลับ งดงาม และต้องใช้แรงเดินมากกว่า เมื่อนำมารวมกันจึงกลายเป็นเส้นทางเที่ยวธรรมชาติที่ครบทั้งพักกายและเปิดประสบการณ์ใหม่
มารยาทในการท่องเที่ยวเป็นสิ่งสำคัญสำหรับพื้นที่ธรรมชาติแห่งนี้ นักท่องเที่ยวควรรักษาความสะอาด ไม่ทิ้งเศษอาหาร เปลือกไข่ หรือขยะในบริเวณบ่อน้ำร้อนและลำธาร ไม่ลงแช่ในจุดที่ไม่ได้จัดไว้สำหรับแช่ ไม่สัมผัสตาน้ำร้อนโดยตรง เพราะน้ำมีอุณหภูมิสูง และไม่เข้าไปในพื้นที่ถ้ำลึกโดยไม่มีความพร้อม การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบจะช่วยให้แม่กาษายังคงเป็นแหล่งพักผ่อนของทั้งคนในพื้นที่และผู้มาเยือนได้อย่างยั่งยืน
สิ่งที่ควรเตรียมเมื่อเดินทางมาที่นี่ ได้แก่ รองเท้ากันลื่นหรือรองเท้าเดินป่า น้ำดื่ม ผ้าขนหนูเล็ก ถุงสำหรับใส่ขยะส่วนตัว ไฟฉายสำหรับชมถ้ำ และเสื้อผ้าที่เคลื่อนไหวสะดวก หากต้องการลวกไข่ควรซื้อจากร้านค้าหรือเตรียมมาอย่างเหมาะสม และควรระวังความร้อนของน้ำในบ่อเสมอ สำหรับการเข้าถ้ำควรไปเป็นกลุ่ม ไม่แยกเดินคนเดียว และเลือกช่วงเวลากลางวันที่มีแสงพอเหมาะ
โดยภาพรวม น้ำพุร้อนแม่กาษาและถ้ำแม่อุษาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ให้ประสบการณ์ครบถ้วนในพื้นที่เดียว ตั้งแต่การสัมผัสน้ำแร่ร้อนธรรมชาติ การชมไอน้ำและตาน้ำร้อน การเรียนรู้ภูมิประเทศของแม่สอด การฟังเรื่องเล่าท้องถิ่น ไปจนถึงการเดินชมถ้ำหินปูนที่มีความงามของแสง เงา และหินงอกหินย้อย เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวาย ชาร์จพลังกับธรรมชาติ และมองเห็นอีกด้านหนึ่งของจังหวัดตากที่สงบ เรียบง่าย และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
| ชื่อสถานที่ | น้ำพุร้อนแม่กาษาและถ้ำแม่อุษา |
| ที่ตั้ง | ตำบลแม่กาษา อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก |
| ที่อยู่ | หมู่ 11 ตำบลแม่กาษา อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก 63110 |
| ไฮไลต์ | น้ำพุร้อนธรรมชาติอุณหภูมิประมาณ 60–80 องศาเซลเซียส บ่อแช่เท้า กิจกรรมลวกไข่ ถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ หินงอกหินย้อย และลำแสงธรรมชาติภายในถ้ำแม่อุษา |
| ประวัติ / ความสำคัญ | เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติสำคัญของบ้านแม่กาษา น้ำพุร้อนเป็นสถานที่พักผ่อนและท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ส่วนถ้ำแม่อุษาเป็นสถานที่สำคัญของชุมชน มีทั้งคุณค่าทางธรรมชาติ ตำนานท้องถิ่น และการเรียนรู้เรื่องถ้ำหินปูน |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อแม่กาษามาจากชื่อชุมชนบ้านแม่กาษา ส่วนถ้ำแม่อุษาเกี่ยวข้องกับตำนานเจ้าแม่อุษาที่เล่าขานในท้องถิ่น |
| ลักษณะเด่น | น้ำพุร้อนผุดจากพื้นดิน มีตาน้ำร้อนหลายจุด ธารน้ำอุ่น กลิ่นกำมะถันอ่อน ๆ และถ้ำภูเขาหินปูนที่มีโถงถ้ำกว้าง เพดานสูง หินงอกหินย้อย และโพรงรับแสงธรรมชาติ |
| การเดินทาง | จากอำเภอแม่สอด ใช้ถนนหลวงหมายเลข 105 เส้นทางแม่สอด–แม่ระมาด ถึงหลักกิโลเมตรที่ 13 เลี้ยวขวาเข้าสู่หมู่บ้านแม่กาษา แล้วขับต่อประมาณ 2 กม. |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติของตำบลแม่กาษา |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 18.00 น. |
| ค่าเข้า | เข้าชมพื้นที่และแช่เท้าฟรี ห้องอาบน้ำแร่แบบหมู่คณะมีค่าบริการ 300 บาทต่อห้อง |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | บ่อน้ำพุร้อน จุดลวกไข่ บ่อแช่เท้า ห้องอาบน้ำแร่ พื้นที่พักผ่อน ร้านค้าชุมชน และพื้นที่จอดรถ |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | บ่อน้ำพุร้อนแม่กาษา บ่อแช่เท้า จุดลวกไข่ ห้องอาบน้ำแร่ ลำห้วยแม่อุสุ ทางเข้าถ้ำแม่อุษา และโถงถ้ำหินปูน |
| ผู้ดูแล | องค์การบริหารส่วนตำบลแม่กาษา |
| เบอร์ติดต่อหลัก | อบต.แม่กาษา โทร. 055-030-154 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ถ้ำแม่อุษา ประมาณ 1 กม. 2. น้ำตกแม่กาษา ประมาณ 4 กม. 3. วัดแม่กาษา ประมาณ 5 กม. 4. ภูกาษาวาเล่ย์ แม่สอด ประมาณ 5 กม. 5. วัดไทยสามัคคี ประมาณ 16 กม. 6. วัดไทยวัฒนาราม ประมาณ 19 กม. 7. ตลาดริมเมย ประมาณ 22 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. Phukasa Cafe & Restaurant ประมาณ 3 กม. โทร. 081-866-1433 2. วิวดอยคอฟฟี่โฮม ประมาณ 3 กม. 3. คาเฟ่ในสวน ประมาณ 12 กม. โทร. 091-714-0914 4. The Happy Café ประมาณ 15 กม. 5. Hub 105 ประมาณ 16 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Phukasa Valley Maesot ประมาณ 5 กม. โทร. 081-866-1433, 090-969-0035 2. บ้านกานต์กาษาโฮมสเตย์ ประมาณ 5 กม. โทร. 090-006-451 3. Mae Kasa View - Cafe & Resort ประมาณ 6 กม. โทร. 086-399-2167 4. Huen Kam Fah Golf Resort ประมาณ 14 กม. 5. Laksasuk House ประมาณ 15 กม. 6. Hop Inn Mae Sot ประมาณ 20 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: น้ำพุร้อนแม่กาษาและถ้ำแม่อุษาอยู่ที่ไหน?
ตอบ: อยู่ที่ตำบลแม่กาษา อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก โดยน้ำพุร้อนแม่กาษาและถ้ำแม่อุษาอยู่ในพื้นที่ท่องเที่ยวธรรมชาติของบ้านแม่กาษา
ถาม: น้ำพุร้อนแม่กาษามีกิจกรรมอะไรน่าสนใจ?
ตอบ: กิจกรรมเด่นคือการแช่เท้าในน้ำแร่ร้อน ลวกไข่ ชมตาน้ำร้อน นั่งพักผ่อน และชมบรรยากาศธรรมชาติรอบบ่อน้ำพุร้อน
ถาม: ถ้ำแม่อุษามีอะไรโดดเด่น?
ตอบ: ถ้ำแม่อุษาโดดเด่นด้วยภูเขาหินปูน โถงถ้ำกว้าง เพดานสูง หินงอกหินย้อย โพรงหิน และลำแสงธรรมชาติที่ส่องเข้ามาภายในถ้ำในบางช่วงเวลา
ถาม: ไปน้ำพุร้อนแม่กาษาและถ้ำแม่อุษาควรเตรียมอะไร?
ตอบ: ควรเตรียมรองเท้ากันลื่น น้ำดื่ม ผ้าขนหนูเล็ก ไฟฉายสำหรับชมถ้ำ และเสื้อผ้าที่เคลื่อนไหวสะดวก
ถาม: ฤดูไหนเหมาะกับการเที่ยวถ้ำแม่อุษา?
ตอบ: ช่วงปลายฝน ต้นหนาว และฤดูหนาวเหมาะที่สุด เพราะอากาศสดชื่นและเส้นทางเดินชมธรรมชาติโดยรอบสวยงาม
ถาม: ช่วงฤดูฝนเข้าถ้ำแม่อุษาได้หรือไม่?
ตอบ: การเข้าถ้ำในฤดูฝนต้องระวังระดับน้ำในลำห้วย ทางลื่น และสภาพอากาศ ควรเลือกวันที่ไม่มีฝนตกหนักและเดินทางในช่วงกลางวัน
ถาม: น้ำพุร้อนแม่กาษาเสียค่าเข้าหรือไม่?
ตอบ: การเข้าชมพื้นที่และแช่เท้าฟรี ส่วนห้องอาบน้ำแร่แบบหมู่คณะมีค่าบริการ 300 บาทต่อห้อง
ถาม: เดินทางจากตัวเมืองแม่สอดไปน้ำพุร้อนแม่กาษาอย่างไร?
ตอบ: ใช้ถนนหลวงหมายเลข 105 เส้นทางแม่สอด–แม่ระมาด ถึงหลักกิโลเมตรที่ 13 เลี้ยวขวาเข้าสู่หมู่บ้านแม่กาษา แล้วขับต่อประมาณ 2 กม.
หมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
กลุ่ม: ●น้ำพุร้อน
ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว




