ศาลาท่าน้ำสักสิทธิ์วัดท่าไชยศิริ
Rating: 3.4/5 (10 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวเพชรบุรี
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 06:00 – 18:00
ศาลาท่าน้ำศักดิ์สิทธิ์ วัดท่าไชยศิริ จังหวัดเพชรบุรี คือหมุดหมายสายศรัทธาและประวัติศาสตร์ที่โดดเด่นมากของลุ่มน้ำเพชรบุรี เพราะสถานที่แห่งนี้ไม่ได้ถูกจดจำเพียงในฐานะ “วัดชุมชนริมแม่น้ำ” หากแต่เป็นจุดที่ผู้คนกล่าวถึงในบทบาทของ “ท่าน้ำศักดิ์สิทธิ์” ซึ่งสัมพันธ์กับธรรมเนียมการใช้น้ำจากแหล่งน้ำสำคัญเพื่อประกอบพิธีกรรมระดับบ้านเมือง และยังเป็นพื้นที่ที่เรื่องเล่าท้องถิ่นกับความทรงจำของชุมชนซ้อนทับกันอย่างแนบแน่นจนทำให้การมาเยือนมีความหมายมากกว่าการแวะไหว้พระแบบผ่าน ๆ ตัววัดตั้งอยู่ในหมู่ 1 บ้านสมอพลือ ตำบลสมอพลือ อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี ติดแนวแม่น้ำเพชรบุรีในตำแหน่งที่เห็นภาพชีวิตริมน้ำได้จริง ทั้งจังหวะกระแสน้ำ วิถีคนริมฝั่ง และบรรยากาศของวัดที่ยังใช้งานต่อเนื่องในชีวิตประจำวันของชุมชน
เสน่ห์ของ “ศาลาท่าน้ำ” ที่วัดท่าไชยศิริอยู่ที่ความรู้สึกว่าเราได้ยืนอยู่ในพื้นที่ซึ่งอดีตยังมีอิทธิพลต่อปัจจุบันอย่างชัดเจน ท่าน้ำในมิติของวัดไทยไม่ได้เป็นเพียงทางลงน้ำหรือท่าจอดเรือ แต่เป็นจุดเชื่อมศรัทธากับวิถีชีวิต เพราะผู้คนใช้เป็นทางสัญจร ใช้ตักน้ำ ใช้รับรองการมาถึงของแขกบ้านแขกเมือง และใช้เป็นพื้นที่ประกอบพิธีที่เกี่ยวกับ “น้ำ” ในหลายระดับ ตั้งแต่น้ำใช้ของวัดไปจนถึงการตักน้ำเพื่อนำไปประกอบพิธีกรรมสำคัญ เมื่อองค์ประกอบเหล่านี้มารวมกันที่วัดท่าไชยศิริ ภาพของท่าน้ำจึงกลายเป็น “สัญลักษณ์ของความศักดิ์สิทธิ์ที่จับต้องได้” คือเห็นได้ เดินถึงได้ และสัมผัสบรรยากาศได้จริง ไม่ใช่เพียงเรื่องเล่าที่อยู่ในหนังสือเท่านั้น
คำบอกเล่าที่แพร่หลายในพื้นที่อธิบายว่า วัดแห่งนี้เดิมเรียกว่า “วัดใต้” เพราะตั้งอยู่ด้านใต้ของลำน้ำเพชรบุรี โดยเหนือน้ำขึ้นไปเป็นที่ตั้งของวัดกลางและวัดเหนือ ซึ่งมีอาณาเขตใกล้ชิดกันมากในเชิงภูมิศาสตร์ เรื่องเล่านี้ช่วยให้เห็นภาพการตั้งถิ่นฐานของชุมชนริมแม่น้ำที่มักใช้ “ทิศทางของสายน้ำ” เป็นตัวกำหนดชื่อเรียกพื้นที่และศาสนสถาน ในมุมของนักเดินทาง สิ่งที่น่าสนใจคือเมื่อเราเข้าใจตรรกะของชื่อเดิม เราจะเริ่มมองวัดไม่ใช่เพียงจุดหมายปลายทาง แต่เป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์วัฒนธรรมที่เกิดจากการอยู่ร่วมกับแม่น้ำเพชรบุรีมานาน และการมาเยือนก็จะมีบริบทมากขึ้นทันที เพราะเราไม่ได้มองเห็นแค่วัด แต่เห็นระบบความสัมพันธ์ของชุมชนกับสายน้ำที่หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนมาหลายชั่วอายุคน
อีกชั้นหนึ่งที่ทำให้ “วัดใต้” ถูกจดจำและเล่าต่อในชื่อใหม่ คือเรื่องเล่าที่เชื่อมโยงกับเหตุการณ์การสู้รบในอดีตซึ่งกลายเป็นตำนานประจำถิ่น เนื้อเรื่องโดยสรุปเล่าว่าในคราวหนึ่งมีทหารไทยปะทะกับพม่าทางด่านสิงขรในเขตประจวบคีรีขันธ์ แล้วแตกทัพถอยกลับ โดยพม่าไล่ติดตามมาอย่างกระชั้นชิด เมื่อทหารไทยถอยมาถึงวัดใต้จึงลงไปอาบน้ำและดื่มน้ำที่ท่าวัดเพื่อคลายเหนื่อยและตั้งหลัก ก่อนจะเกิดการปะทะกันอีกครั้งภายในวัดจนถึงขั้นตะลุมบอน และฝ่ายพม่าพ่ายแตกหนีไป เรื่องเล่าบางสายยังกล่าวถึงร่องรอยที่เคยปรากฏในโบสถ์และการปฏิสังขรณ์ในเวลาต่อมา แม้รายละเอียดบางส่วนจะเป็นธรรมชาติของตำนานที่ยืนยันด้วยเอกสารได้ยาก แต่คุณค่าของเรื่องเล่านี้คือการบอกเราว่า “ท่าน้ำ” ไม่ได้เป็นเพียงองค์ประกอบทางกายภาพ หากเป็นพื้นที่ความทรงจำร่วมที่ทำให้ชุมชนรู้สึกว่าพื้นที่ของตนมีความหมาย มีเรื่องราว และมีศักดิ์ศรีทางประวัติศาสตร์ที่ผูกอยู่กับบ้านเกิดของตนเอง
เมื่อเรื่องเล่าถูกเล่าซ้ำผ่านรุ่นคน ชื่อของวัดจึงค่อย ๆ เปลี่ยนตามการรับรู้ของชุมชนจาก “วัดใต้” ไปสู่ “วัดท่าไชย” ก่อนจะพัฒนาเป็นชื่อที่ใช้ในปัจจุบันว่า “วัดท่าไชยศิริ” ซึ่งสะท้อนการยกฐานะความหมายของพื้นที่จากท่าธรรมดาไปสู่ท่าที่ผูกกับชัยชนะและความเป็นสิริมงคล ชื่อที่ไล่ระดับเช่นนี้ทำให้เราเห็นกลไกของวัฒนธรรมท้องถิ่นไทยอย่างชัดเจน คือเมื่อสถานที่หนึ่งมี “เหตุการณ์” หรือ “ความทรงจำร่วม” มารองรับ ชื่อเรียกจะไม่ใช่เพียงคำบอกตำแหน่ง แต่จะกลายเป็นถ้อยคำที่พกพาความหมายและคุณค่าไว้ในตัวเอง และนี่คือเหตุผลว่าทำไมการมาเยือนวัดท่าไชยศิริจึงเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่อยากได้มากกว่าแค่การถ่ายรูป เพราะเพียงอ่านชื่อ เราก็เริ่มสัมผัสได้ถึงแก่นของเรื่องเล่าที่หล่อเลี้ยงพื้นที่นี้มานาน
อย่างไรก็ตาม ความยิ่งใหญ่ของวัดท่าไชยศิริในสายตาคนเพชรบุรีจำนวนมาก ไม่ได้อยู่ที่ตำนานเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่บทบาทเชิงพิธีกรรมเกี่ยวกับ “น้ำเพชรบุรี” ซึ่งเป็นอีกแกนสำคัญของการมาเยือน เพราะตามคติไทยเรื่องน้ำศักดิ์สิทธิ์มักผูกกับแหล่งน้ำสำคัญและพิธีกรรมที่เคร่งครัด โดยเฉพาะพิธีที่เกี่ยวข้องกับบ้านเมืองและพระราชพิธี ในบริบทนี้ “ท่าน้ำวัดท่าไชยศิริ” ถูกกล่าวถึงว่าเป็นจุดตักน้ำจากแม่น้ำเพชรบุรีเพื่อใช้ในกระบวนการประกอบพิธีที่เกี่ยวข้องกับน้ำศักดิ์สิทธิ์ ก่อนจะนำไปประกอบพิธีต่อในพื้นที่ศูนย์กลางของจังหวัด และต่อยอดเข้าสู่พิธีในระดับชาติอีกชั้นหนึ่ง ความสำคัญลักษณะนี้ทำให้วัดไม่ใช่แค่สถานที่ศรัทธาของชุมชนเท่านั้น แต่เป็นจุดที่ช่วยอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างจังหวัดเพชรบุรีกับพิธีกรรมของรัฐไทยในภาพใหญ่ด้วย
ธรรมเนียมพิธีเกี่ยวกับน้ำของไทยโดยแก่นแล้วมุ่งเน้น “ความบริสุทธิ์” และ “ความเป็นมงคล” ผ่านการเลือกแหล่งน้ำที่ผู้คนเชื่อถือและผ่านกระบวนการประกอบพิธีอย่างเป็นระบบ หลายยุคสมัยนิยมใช้น้ำจากแหล่งน้ำสำคัญที่เป็นตัวแทนภูมิภาคหรือเป็นตัวแทนระบบนิเวศของแผ่นดิน เช่น สระและแม่น้ำสำคัญ ซึ่งในมิติของเพชรบุรี “แม่น้ำเพชรบุรี” เป็นตัวแทนของพื้นที่อย่างเด่นชัดเพราะเป็นเส้นเลือดหลักของเมืองตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน การที่ท่าน้ำวัดท่าไชยศิริถูกระบุให้เป็นจุดตักน้ำจึงสะท้อนการยอมรับสถานะของพื้นที่ว่าเป็นจุดที่เหมาะสมทั้งในเชิงภูมิศาสตร์ ความเชื่อ และความสะดวกในการประกอบพิธี เมื่อมองแบบนักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การเดินมาที่ศาลาท่าน้ำจึงเป็นการเดินมาดู “จุดเริ่มต้นของพิธี” ที่มีนัยทางสัญลักษณ์สูงมาก เพราะน้ำที่ตักขึ้นจากแม่น้ำตรงนี้ไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงน้ำธรรมดา แต่ถูกมองว่าเป็นน้ำที่ผ่านความหมายทางศรัทธาและความเป็นทางการของพิธีกรรม
ประสบการณ์ของผู้มาเยือนจำนวนมากมักเริ่มจากการเดินสำรวจบรรยากาศวัดแล้วค่อยไปชะลอฝีเท้าที่บริเวณท่าน้ำ เพราะบริเวณนี้ให้ภาพที่ชัดเจนของ “วัดกับแม่น้ำ” คือได้เห็นว่าทำไมวัดริมแม่น้ำจึงมีบทบาทต่อชุมชนมากเพียงใด ทั้งบทบาทในอดีตที่คนใช้เรือเป็นหลัก และบทบาทในปัจจุบันที่แม้คนใช้รถมากขึ้น แต่ท่าน้ำยังเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์และพื้นที่ความทรงจำร่วมอยู่เหมือนเดิม หากมาในช่วงเช้า แสงจะอ่อนและอากาศสบาย เหมาะกับการเดินดูรายละเอียดและถ่ายภาพโดยไม่ต้องเร่ง ส่วนช่วงเย็นบรรยากาศจะนิ่งและเป็นส่วนตัวกว่า เหมาะกับการมาไหว้พระ ทำบุญ และเดินพักใจเงียบ ๆ ริมแม่น้ำ
ในแง่การไหว้พระและปฏิบัติตัว จุดแข็งของวัดท่าไชยศิริคือความเป็นวัดชุมชนที่ยังใช้งานจริง ผู้มาเยือนจึงควรให้ความสำคัญกับมารยาทของพื้นที่เป็นอันดับแรก ไม่ว่าจะเป็นการแต่งกายสุภาพ งดเสียงดังในเขตสักการะ และหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมที่รบกวนศาสนกิจของพระสงฆ์หรือชาวบ้านที่มาทำบุญ หากตั้งใจมาเพื่อสัมผัสแก่นของสถานที่ แนะนำให้เริ่มจากการไหว้พระภายในวัด ทำบุญตามกำลัง แล้วค่อยเดินไปที่ศาลาท่าน้ำเพื่อทำความเข้าใจความหมายของท่าในมิติของพิธีกรรมและประวัติศาสตร์ วิธีเที่ยวแบบนี้จะทำให้การมาเยือน “ต่อเนื่อง” และมีจังหวะทางอารมณ์ที่ชัด คือเริ่มจากศรัทธา ไปสู่ความเข้าใจ และจบด้วยความสงบ
อีกมิติที่ควรสังเกตเมื่อมาถึงวัดท่าไชยศิริคือภาพรวมของสถาปัตยกรรมและการบูรณะ เพราะวัดในเขตเพชรบุรีจำนวนมากสะท้อนพัฒนาการของศิลปกรรมและคติการสร้างวัดในช่วงอยุธยาตอนปลายต่อเนื่องรัตนโกสินทร์ ซึ่งทำให้การเที่ยววัดในเพชรบุรีสนุกขึ้นหากเราใช้สายตาแบบ “ดูช้า” แล้วค่อย ๆ เก็บรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบองค์ประกอบอาคาร การวางผังภายในวัด และตำแหน่งสัมพันธ์กับแม่น้ำ เนื้อหาลักษณะนี้ช่วยเสริมความเป็นบทความเชิงวัฒนธรรมให้เหนือกว่ารีวิวทั่วไป เพราะผู้อ่านจะได้มากกว่าคำว่า “สวย” หรือ “ศักดิ์สิทธิ์” แต่ได้กรอบคิดในการดูวัดอย่างมีความหมาย
หากวางแผนเที่ยวแบบวันเดียว การมาวัดท่าไชยศิริสามารถเชื่อมกับการเที่ยวในตัวเมืองเพชรบุรีได้สะดวก เพราะเส้นทางจากบ้านลาดเข้าสู่เมืองไม่ไกลนัก ทำให้คุณจัดทริปเป็น “ครึ่งวันเชิงศรัทธา” แล้วต่อด้วย “ครึ่งวันเชิงเมืองเก่า” ได้ลงตัว เช่น แวะพระนครคีรี (เขาวัง) เพื่อดูภาพเมืองเพชรจากมุมสูง แวะวัดใหญ่สุวรรณารามเพื่อดูศิลปกรรมสำคัญ หรือแวะพระรามราชนิเวศน์ (พระราชวังบ้านปืน) เพื่อเติมมิติประวัติศาสตร์รัตนโกสินทร์ให้ครบ วิธีเที่ยวแบบนี้ทำให้ผู้อ่านเห็นภาพเส้นทางและตัดสินใจได้ง่ายว่าควรจัดลำดับการเที่ยวอย่างไรโดยไม่ต้องคิดซับซ้อน
การเดินทาง หากเริ่มจากตัวเมืองเพชรบุรีให้ขับมุ่งหน้าไปทางอำเภอบ้านลาด แล้วเข้าสู่พื้นที่ตำบลสมอพลือตามเส้นทางท้องถิ่น โดยแนะนำให้ใช้แผนที่ออนไลน์ค้นคำว่า “วัดท่าไชยศิริ” หรือ “วัดท่าไชย บ้านสมอพลือ” เพื่อให้ได้เส้นทางล่าสุดที่ตรงกับสภาพถนนจริง เมื่อเข้าเขตชุมชนควรใช้ความเร็วพอดีและระมัดระวังทางแคบในบางช่วง โดยเฉพาะบริเวณใกล้แม่น้ำซึ่งอาจมีคนเดินและกิจกรรมชุมชนเป็นระยะ หากเดินทางจากกรุงเทพฯ สามารถใช้ถนนเพชรเกษมเข้าสู่จังหวัดเพชรบุรี แล้วตัดเข้าบ้านลาดและตำบลสมอพลือก่อนเข้าวัด เส้นทางโดยรวมเหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว และควรเผื่อเวลาให้เดินชมศาลาท่าน้ำแบบไม่เร่งอย่างน้อย 45–90 นาที เพื่อให้ได้ทั้งการไหว้ ทำบุญ เดินดูริมน้ำ และซึมซับบรรยากาศให้ครบ
เพื่อให้การมาเยือนราบรื่น แนะนำให้เตรียมน้ำดื่ม หมวก หรือร่มในวันที่แดดจัด เพราะโซนริมน้ำและลานวัดบางช่วงเป็นพื้นที่เปิด หากพาผู้สูงอายุหรือเด็กเล็กมาด้วย ควรจัดจังหวะการเดินให้ช้า เลือกรองเท้าที่เดินมั่นคง และหลีกเลี่ยงการยืนชิดขอบท่าน้ำมากเกินไป การเที่ยววัดแบบละเอียดจะสวยที่สุดเมื่อเรามาอย่างเคารพสถานที่และเคารพชุมชน เพราะวัดท่าไชยศิริไม่ได้เป็นฉากถ่ายรูปอย่างเดียว แต่เป็นพื้นที่ศรัทธาที่ผู้คนใช้งานจริงทุกวัน
| หัวข้อ | รายละเอียด |
| สรุปสถานที่ | วัดชุมชนริมแม่น้ำเพชรบุรีที่มี “ศาลาท่าน้ำศักดิ์สิทธิ์” เป็นจุดเด่น เชื่อมเรื่องเล่าท้องถิ่นกับบทบาทด้านพิธีกรรมเกี่ยวกับน้ำของจังหวัดเพชรบุรี |
| ชื่อสถานที่ | วัดท่าไชยศิริ (วัดท่าไชย) – ศาลาท่าน้ำศักดิ์สิทธิ์ |
| ที่อยู่ | หมู่ 1 บ้านสมอพลือ ตำบลสมอพลือ อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี |
| จุดเด่นของสถานที่ | ศาลาท่าน้ำริมแม่น้ำเพชรบุรีที่ถูกกล่าวถึงในบริบท “ท่าน้ำศักดิ์สิทธิ์” ของจังหวัด พร้อมเรื่องเล่าการเปลี่ยนชื่อจาก “วัดใต้” สู่ “วัดท่าไชยศิริ” |
| ที่มาชื่อ | เดิมเรียก “วัดใต้” (อยู่ด้านใต้ลำน้ำ) ต่อมามีเรื่องเล่าศึกจนเกิดชื่อ “ท่าไชย” และพัฒนาเป็น “ท่าไชยศิริ” ในเวลาต่อมา |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้ทำบุญ กราบไหว้ และเยี่ยมชมตามวิถีวัดชุมชน |
| เบอร์ติดต่อ (ยืนยันแล้ว) | องค์การบริหารส่วนตำบลสมอพลือ: 0-3249-3529 |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองเพชรบุรีมุ่งหน้าอำเภอบ้านลาด → เข้าตำบลสมอพลือ → บ้านสมอพลือ (หมู่ 1) → วัดท่าไชยศิริ (แนะนำค้น “วัดท่าไชยศิริ” ในแผนที่ออนไลน์เพื่อเส้นทางล่าสุด) |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ) | 1) วัดมหาธาตุวรวิหาร (ประมาณ 17 กม.) 2) พระนครคีรี (เขาวัง) (ประมาณ 18 กม.) 3) วัดใหญ่สุวรรณาราม (ประมาณ 16 กม.) 4) พระรามราชนิเวศน์ (พระราชวังบ้านปืน) (ประมาณ 15 กม.) 5) ถ้ำเขาหลวง (ประมาณ 20 กม.) |
| ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ / โทรศัพท์) | 1) ครัวกำนันชอบ (ประมาณ 15 กม.) – 065-942-6496 2) ครัวตาลโตนด (tanote restaurant) (ประมาณ 16 กม.) – 082-252-4990 3) ร้านอาหารเปลญวน เพชรบุรี (ประมาณ 18 กม.) – 089-081-2559 4) penn palmyra & chill (ประมาณ 18 กม.) – 087-487-8464 5) ร้านรสใต้ (rodtai restaurant) เพชรบุรี (ประมาณ 18 กม.) – 081-869-1648 |
| ที่พักใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ / โทรศัพท์) | 1) royal diamond hotel (ประมาณ 18 กม.) – 032-411-061 2) banthai guesthouse (ประมาณ 18 กม.) – 086-608-6957 3) fisherman’s resort (หาดเจ้าสำราญ) (ประมาณ 35 กม.) – 032-478-020 4) kaengkrachan river resort (ประมาณ 55 กม.) – 081-255-2006 5) boathouse paradise resort (แก่งกระจาน) (ประมาณ 55 กม.) – 081-908-5665 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ศาลาท่าน้ำศักดิ์สิทธิ์ วัดท่าไชยศิริอยู่ที่ไหน?
ตอบ: อยู่หมู่ 1 บ้านสมอพลือ ตำบลสมอพลือ อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี ภายในวัดท่าไชยศิริ (วัดท่าไชย) ติดแนวแม่น้ำเพชรบุรี
ถาม: จุดเด่นที่ทำให้วัดท่าไชยศิริน่าไปคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือศาลาท่าน้ำริมแม่น้ำเพชรบุรีที่ถูกกล่าวถึงในบริบทของ “ท่าน้ำศักดิ์สิทธิ์” และเป็นพื้นที่ที่เรื่องเล่าท้องถิ่นกับความทรงจำของชุมชนผูกแน่นกับสถานที่จริง
ถาม: วัดท่าไชยศิริเกี่ยวข้องกับ “น้ำศักดิ์สิทธิ์เพชรบุรี” อย่างไร?
ตอบ: วัดท่าไชยศิริถูกกล่าวถึงว่าเป็นจุดตักน้ำจากแม่น้ำเพชรบุรีในกระบวนการเกี่ยวกับน้ำศักดิ์สิทธิ์ของจังหวัด ก่อนนำไปประกอบพิธีต่อในจุดสำคัญของเพชรบุรีและเชื่อมสู่พิธีในระดับชาติ
ถาม: ไปช่วงเวลาไหนเดินสบายและได้บรรยากาศดีที่สุด?
ตอบ: ช่วงเช้าเหมาะกับการเดินชมและถ่ายภาพเพราะอากาศสบาย ส่วนช่วงเย็นเหมาะกับการไหว้พระและเดินพักใจริมแม่น้ำเพราะบรรยากาศนิ่งและเป็นส่วนตัวกว่า
ถาม: ควรปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่อเดินบริเวณท่าน้ำ?
ตอบ: แต่งกายสุภาพ ใช้เสียงเบา ไม่ทิ้งขยะ และระมัดระวังบริเวณขอบท่าน้ำ โดยเฉพาะหากพาเด็กหรือผู้สูงอายุมาด้วยควรเดินช้าและเลือกจุดยืนที่มั่นคง
ถาม: หากต้องการสอบถามข้อมูลพื้นที่ ควรติดต่อที่ไหน?
ตอบ: ติดต่อองค์การบริหารส่วนตำบลสมอพลือ โทร 0-3249-3529
แสดงความเห็น
| คำค้น (ขั้นสูง) |
Facebook Fanpage

หมวดหมู่:
กลุ่ม:
ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(
พระราชวัง(
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(
พิพิธภัณฑ์(
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(
มหาวิทยาลัย
วัด(
โครงการในพระราชดำริ
โครงการหลวง(
วิถีชีวิต
หมู่บ้าน ชุมชน(
ตลาดน้ำ(
ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล(
ดอย และภูเขา(
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(
น้ำตก(
น้ำพุร้อน(
ถ้ำ(
แม่น้ำลำคลอง(
อ่าว และชายหาด(
หมู่เกาะ(
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(
บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร
ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(
โรงละคร(
กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมผจญภัย(
บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(