หมู่บ้านเครื่องปั้นดินเผาเหมืองกุง

หมู่บ้านเครื่องปั้นดินเผาเหมืองกุง

หมู่บ้านเครื่องปั้นดินเผาเหมืองกุง
Rating: 4/5 (6 votes)
แผนที่ แผนที่ แผนที่ มีแผนที่ มีแผนที่ ไม่มีแผนที่ ไม่มีแผนที่

สถานที่ท่องเที่ยวเชียงใหม่

สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย

วันเปิดทำการ: จันทร์–เสาร์ (วันอาทิตย์ปิดทำการ) (แนะนำโทร/ทักเพจล่วงหน้า เพราะบางช่วงอาจปรับตามงานสั่งทำ/กิจกรรมชุมชน)
เวลาเปิดทำการ: 09.00–16.00 น.
 
หมู่บ้านเครื่องปั้นดินเผาเหมืองกุง เที่ยวเชียงใหม่ เที่ยวภาคเหนือ คือชุมชนงานหัตถกรรมที่มี “ดิน” เป็นทั้งวิถีชีวิตและความทรงจำของพื้นที่ บ้านเหมืองกุงเป็นที่รู้จักกันกว้างขวางในฐานะแหล่งผลิต “น้ำต้น” หรือคนโทใส่น้ำของชาวล้านนา ซึ่งหลายคนจำได้ทันทีจากภาพภาชนะดินเผาทรงอ้วนกำลังดี ปากแคบพอให้น้ำไม่หกง่าย และพกพาไปกับคนเดินทางได้อย่างเป็นเรื่องเป็นราว ความนิยมของน้ำต้นไม่ได้มาจากความสวยอย่างเดียว แต่มาจากประโยชน์ใช้สอยจริง ๆ เพราะภาชนะดินเผาชนิดนี้ช่วยทำให้น้ำ “เย็นนาน” ได้จากธรรมชาติของเนื้อดินที่ระบายความร้อนได้ดี และมีรูพรุนค่อนข้างมาก น้ำที่อยู่ข้างในจึงคงความเย็นอยู่เสมอ จนกลายเป็นของจำเป็นประจำบ้าน และค่อย ๆ ขยับสถานะไปเป็นของแต่งบ้าน/ของฝากในยุคปัจจุบัน
 
งานปั้นของบ้านเหมืองกุงที่พบได้ทั่วไปมีทั้งหม้อแกง หม้อน้ำ แจกัน หม้อดิน และเครื่องปั้นดินเผาชนิดต่าง ๆ แต่ “น้ำต้น” มักเป็นชิ้นที่คนยอมรับร่วมกันว่าเป็นตัวแทนของชุมชนมากที่สุด เพราะมันบอกเล่าได้ทั้งภูมิปัญญาเรื่องการเก็บน้ำ การเดินทาง และความละเอียดอ่อนของชีวิตในโลกที่ยังไม่มีตู้เย็นหรือวัสดุสมัยใหม่เป็นตัวเลือก ความจริงอีกชั้นหนึ่งคือ บ้านเหมืองกุงถูกพัฒนาขึ้นเป็นหนึ่งในโครงการหมู่บ้านหัตถกรรมของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ทำให้ชุมชนมีบทบาทในฐานะแหล่งเรียนรู้เชิงวัฒนธรรมควบคู่ไปกับการเป็นพื้นที่ผลิตจริง ไม่ใช่เพียง “ตลาดของฝาก” ที่แยกขาดจากรากเดิมของคนทำงาน
 
ถ้าลองมองให้ลึกลงไปอีกนิด คุณจะเห็นความน่าสนใจของบ้านเหมืองกุงอยู่ที่ “ชั้นชาติพันธุ์” ที่ซ่อนอยู่ในชื่อเรียกของน้ำต้นในอดีต เดิมทีชาวพื้นเมืองจำนวนมากเรียกภาชนะชนิดนี้ว่า “น้ำต้นเงี้ยว” เพราะคนที่ทำหม้อน้ำต้นเป็น “ชาวเงี้ยว” หรือไทยใหญ่ (ไทใหญ่/ชาน) ที่ถูกกวาดต้อนและอพยพมาจากเมืองปุและเมืองสาด ซึ่งปัจจุบันอยู่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำสาละวินในเขตรัฐฉาน ประเทศพม่า เมื่อเวลาผ่านไป การผสมผสานด้านขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม และเผ่าพันธุ์ ทำให้ศิลปะการทำน้ำต้นเงี้ยวได้รับการปรับปรุงและพัฒนารูปแบบทั้งรูปทรง ขนาด และกรรมวิธีการผลิต จนชื่อ “น้ำต้นเงี้ยว” ค่อย ๆ กลายเป็น “น้ำต้นเชียงใหม่” ในภายหลัง และหมู่บ้านที่ผลิตหม้อและน้ำต้นก็ถูกเรียกกันว่า “บ้านน้ำต้น” ซึ่งเป็นชื่อเดิมของบ้านเหมืองกุง นี่คือภาพของเชียงใหม่ในฐานะเมืองที่งานฝีมือไม่ได้เกิดจากเชื้อชาติเดียว แต่เกิดจากการเดินทาง การตั้งถิ่นฐาน และการอยู่ร่วมกันของผู้คนหลายกลุ่ม
 
ในเชิงเทคนิค น้ำต้นของบ้านเหมืองกุงอาศัยคุณสมบัติของเครื่องปั้นดินเผาที่ใช้อุณหภูมิในการเผาไม่สูงนัก เนื้อดินจึงค่อนข้างหยาบ หนา และมีรูพรุนมากพอสมควร จุดนี้เองที่ทำให้เกิดการระเหย/การถ่ายเทความร้อนบางส่วน ช่วยให้ผิวภาชนะและน้ำด้านในรักษาความเย็นได้ดี (ในภาษาชาวบ้านคือ “น้ำเย็นธรรมชาติ”) และเพราะมันเป็นภาชนะที่อยู่ในบ้านแทบทุกหลัง “น้ำต้น” จึงไม่ได้เป็นแค่ของใช้ แต่เป็นของแต่งบ้าน เป็นภาพจำของครัวล้านนา และเป็นวัตถุที่โยงชีวิตประจำวันเข้ากับความทรงจำของครอบครัวแบบเงียบ ๆ
 
อย่างไรก็ตาม รายได้จากการผลิตหม้อน้ำต้นในช่วงหนึ่งเคยเป็นเพียงอาชีพรอง และรายได้จากทั้งอาชีพหลักและอาชีพรองก็ไม่ได้ทำให้มีฐานะอยู่ดีกินดีได้มากนัก หลายบ้านทำได้แค่ “ประทังชีวิต” จนในช่วงที่ความต้องการลดลงเพราะมีภาชนะพลาสติก ผลิตภัณฑ์เซรามิก และเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างตู้เย็น/เครื่องปั่นผลไม้เข้ามาเป็นตัวเลือก ทำให้ความต้องการภาชนะใส่น้ำแบบดั้งเดิมลดน้อยลงไป การผลิตหม้อน้ำต้นจึงเหลือเพียงไม่กี่หลังคาเรือน นี่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของชุมชน เพราะมันบังคับให้บ้านเหมืองกุงต้อง “ต่อรองกับยุคสมัย” และหาคำตอบใหม่ว่า ถ้าน้ำต้นไม่ใช่ของจำเป็นเหมือนเดิมแล้ว คุณค่าของมันจะถูกวางไว้ตรงไหน
 
คำตอบที่เกิดขึ้นในปัจจุบันคือการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้วยการเอาศิลปะเข้ามาประยุกต์ใช้ เพิ่มกรรมวิธีในการผลิตให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและสะดุดตามากขึ้น ปรับรูปแบบให้เหมาะกับการเป็นของตกแต่ง ของใช้ร่วมสมัย และของฝากที่มีเรื่องเล่า ทำให้เราจะได้เห็นงานที่มีสีสันสดขึ้น มีลวดลายและฟอร์มที่หลากหลายกว่าเดิม แต่ยังยืนอยู่บนฐานคิดเดิมคือ “ดินต้องทำงานได้จริง” งานจำนวนมากจึงยังคงคาแรกเตอร์ความเป็นงานมือ ความอบอุ่นของผิวสัมผัส และความรู้สึกเรียบง่ายแบบบ้าน ๆ ที่ทำให้คนอยากวางไว้ในพื้นที่ของตัวเอง
 
ถ้าคุณอยากมาเที่ยวบ้านเหมืองกุงให้ได้อะไรมากกว่าการซื้อของฝาก ลองให้เวลากับ “การสังเกตกระบวนการ” ตั้งแต่การเตรียมดิน ปั้นขึ้นรูป ตกแต่ง ลบรอยมือ การตากให้แห้งแบบไม่เร่งจนแตกร้าว ไปจนถึงการเผา เพราะทั้งหมดสะท้อนวินัยของช่างและความสัมพันธ์กับสภาพอากาศเหนืออย่างชัดเจน งานดินเผาเป็นงานที่ชอบอากาศแห้ง แต่ก็ต้องคุมความแห้งไม่ให้เร็วเกินไป การทำงานจึงเป็นการคุยกับฤดูกาลไปพร้อมกัน และยิ่งคุณเข้าใจ “ความช้า” ของงาน คุณจะยิ่งเห็นว่าทำไมชิ้นหนึ่งถึงมีคุณค่าเกินกว่าราคาในป้าย
 
อีกมุมที่ทำให้บ้านเหมืองกุงน่าไปคือมันตั้งอยู่ในโซนหางดง–หนองควายที่เชื่อมต่อกับแหล่งท่องเที่ยวและย่านหัตถกรรมอื่น ๆ ของเชียงใหม่ได้ง่ายมาก จึงเหมาะกับการวางเป็นหนึ่งจุดในทริป “สายคราฟต์” ที่ตั้งใจเที่ยวแบบมีธีม เช่น เช้าแวะบ้านเหมืองกุงเพื่อดูงานดินและเลือกของใช้ จากนั้นไปย่านไม้แกะสลักบ้านถวายเพื่อดูงานไม้ หรือไปวัดอินทราวาส (วัดต้นเกว๋น) เพื่อซึมซับสถาปัตยกรรมล้านนาที่เรียบสงบ แล้วค่อยปิดท้ายด้วยสถานที่ท่องเที่ยวเชิงครอบครัวอย่างเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีหรืออุทยานหลวงราชพฤกษ์ ทั้งหมดอยู่ในระยะขับรถต่อกันได้แบบไม่เหนื่อยเกินไป
 
เราลองยกบ้านเหมืองกุงไปวางเทียบกับแหล่งปั้นดิน/แหล่งเตาเผาในเชียงใหม่ที่คนมักนึกถึง จะเห็นภาพชัดขึ้นว่าบ้านเหมืองกุงเด่นตรงไหน และคุณควรคาดหวังประสบการณ์แบบไหน อย่างแรกคือ “สันกำแพง” ที่คนจำนวนมากคุ้นในฐานะพื้นที่ของเตาเผาและเครื่องถ้วยล้านนาในภาพโบราณคดี (หลายกลุ่มเตา หลายยุคการศึกษา) มุมของสันกำแพงทำให้เราเห็นภาพงานเครื่องถ้วยในฐานะหลักฐานทางวิชาการและประวัติศาสตร์การผลิต ส่วนบ้านเหมืองกุงทำให้เราเห็นงานดินในฐานะ “ของใช้จริงในบ้านคน” และเป็นเรื่องเล่าชาติพันธุ์ของผู้ผลิตที่ฝังอยู่ในชื่อเรียกของภาชนะ อย่างที่สองคือ “เวียงท่ากาน” ที่มีชื่อด้านเครื่องถ้วยล้านนาและมีพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นเป็นจุดเรียนรู้ เวียงท่ากานช่วยเปิดภาพยุคสมัยและพัฒนาการของงานเครื่องถ้วยในฐานะแหล่งผลิตสำคัญ ขณะที่บ้านเหมืองกุงช่วยเปิดภาพของ “การปรับตัวของชุมชนช่าง” จากของจำเป็นสู่ของตกแต่ง/ของฝากในยุควัสดุสมัยใหม่ ถ้าสรุปแบบง่าย บ้านเหมืองกุงคือพื้นที่ที่ทำให้คุณเข้าใจว่า งานคราฟต์ไม่ใช่แค่ความสวย แต่มันเป็นเศรษฐกิจครัวเรือน เป็นทักษะข้ามรุ่น เป็นเรื่องชาติพันธุ์ และเป็นการเอาตัวรอดอย่างมีศักดิ์ศรีของช่างฝีมือ
 
สิ่งที่ควรทำเวลาไปเยือนคือการท่องเที่ยวแบบให้เกียรติชุมชน: ถ้าจะถ่ายภาพในพื้นที่ทำงานให้ขออนุญาตก่อน โดยเฉพาะเวลาช่างกำลังปั้น/เผา, หลีกเลี่ยงการจับชิ้นงานที่ยังไม่แห้งหรืออยู่ระหว่างการเตรียมเผา, และถ้าตั้งใจซื้อของฝาก ลองถามเรื่องวิธีดูแล เช่น งานดินเผาบางชนิดไม่ชอบการแช่น้ำเป็นเวลานาน หรือไม่เหมาะกับการเปลี่ยนอุณหภูมิฉับพลัน การคุยกันสั้น ๆ แบบนี้จะทำให้คุณได้ของที่เหมาะกับการใช้งานจริง และช่างก็รู้สึกว่าเรื่องเล่าของเขาถูก “รับฟัง” ไม่ใช่แค่ถูกซื้อไปวางเป็นพร็อพ
 
การเดินทาง บ้านเหมืองกุงอยู่ห่างจากตัวจังหวัดเชียงใหม่ไปตามเส้นทางถนนสายเชียงใหม่–ฮอดประมาณ 10 กิโลเมตร และห่างจากถนนสายวงแหวน (เส้นทางหลวงหมายเลข 11 โซนสนามบิน) ประมาณ 6 กิโลเมตร โดยอยู่ก่อนถึงทางแยกตัดใหม่สายหางดง–สะเมิงเพียงเล็กน้อย แนวทางที่คนใช้กันบ่อยคือขับจากตัวเมืองมุ่งหน้าหางดงตามเส้นเชียงใหม่–ฮอด/ราชพฤกษ์ พอเข้าโซนหนองควายจะเริ่มเห็นบรรยากาศชุมชนและย่านท่องเที่ยวรอบ ๆ หากไม่ชำนาญทาง แนะนำใช้แผนที่นำทางและปักหมุด “Baan Muangkung pottery handicraft บ้านเหมืองกุง” จะพาเข้าถูกจุด และในพื้นที่มีศูนย์แสดงตัวอย่างหัตถกรรมบริเวณปากทางเข้าหมู่บ้านตามข้อมูลที่ชุมชนเล่าไว้
 
ชื่อสถานที่ หมู่บ้านหัตถกรรมเครื่องปั้นดินเผา บ้านเหมืองกุง (หมู่บ้านเครื่องปั้นดินเผาเหมืองกุง)
ที่ตั้ง ต.หนองควาย อ.หางดง จ.เชียงใหม่ (โซนถนนเชียงใหม่–ฮอด/ราชพฤกษ์ ใกล้ย่านท่องเที่ยวหนองควาย)
ลักษณะเด่น ชุมชนเครื่องปั้นดินเผาเด่นเรื่อง “น้ำต้น/คนโทใส่น้ำ” เครื่องปั้นดินเผาเนื้อดินค่อนข้างหยาบและพรุน ช่วยให้น้ำเย็นนาน งานร่วมสมัยมีสีสันและรูปทรงหลากหลาย ใช้ได้ทั้งของใช้ ของแต่งบ้าน และของฝาก
ช่วงเวลา/ยุคสมัย ชุมชนช่างฝีมือร่วมสมัยที่สืบต่อภูมิปัญญาล้านนา (มีชั้นเรื่องเล่าชาติพันธุ์ไทยใหญ่ในประวัติการทำน้ำต้น)
หลักฐาน/ข้อมูลสำคัญ เป็นแหล่งผลิตน้ำต้น (คนโทใส่น้ำ) ที่มีชื่อเสียง และมีการพัฒนากรรมวิธี/รูปแบบเพื่อเพิ่มคุณภาพและความร่วมสมัยของผลิตภัณฑ์
ที่มาของชื่อ/เรื่องเล่า น้ำต้นเคยถูกเรียกว่า “น้ำต้นเงี้ยว” สะท้อนรากช่างไทยใหญ่ ก่อนพัฒนาและเป็นที่รู้จักในชื่อ “น้ำต้นเชียงใหม่” และหมู่บ้านผู้ผลิตเดิมถูกเรียก “บ้านน้ำต้น” (ชื่อเดิมของบ้านเหมืองกุง)
วันเปิดทำการ จันทร์–เสาร์ (อาทิตย์ปิดทำการ) (แนะนำติดต่อก่อนเดินทาง)
เวลาเปิดทำการ 09.00–16.00 น.
วิธีการเดินทาง จากตัวเมืองเชียงใหม่มุ่งหน้าหางดงตามเส้นเชียงใหม่–ฮอด/ราชพฤกษ์ ระยะทางโดยประมาณ 10 กม.; จากถนนวงแหวนโซนสนามบิน (ทางหลวง 11) โดยประมาณ 6 กม. แล้วเข้าพื้นที่ต.หนองควาย อ.หางดง (แนะนำเปิดแผนที่นำทางไป “Baan Muangkung pottery handicraft บ้านเหมืองกุง”)
สถานะปัจจุบัน เปิดดำเนินการ (ชุมชนหัตถกรรมและแหล่งเรียนรู้เชิงวัฒนธรรม) แนะนำติดต่อก่อนเพื่อความชัวร์เรื่องเวลาร้าน/โซนกิจกรรม
เบอร์ติดต่อ 084-389-6615 (ชุมชน/กลุ่มหัตถกรรม) | 089-552-7082 (พิพิธภัณฑ์/ศูนย์การเรียนรู้ตามฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ชุมชน) | 053-125-070 (พิพิธภัณฑ์/เวียงท่ากาน–ฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ชุมชน)
สิ่งอำนวยความสะดวก ลาน/จุดจอดรถตามสภาพพื้นที่ชุมชน, ร้าน/โซนจำหน่ายผลิตภัณฑ์, จุดเรียนรู้/ตัวอย่างงานหัตถกรรม (รายละเอียดอาจต่างกันตามโซนและช่วงเวลา)
ค่าบริการ ไม่ระบุเป็นมาตรฐาน (โดยทั่วไปเข้าชมชุมชนได้ แต่กิจกรรม/เวิร์กช็อปหรือการสั่งทำอาจมีค่าใช้จ่ายตามเงื่อนไข) แนะนำสอบถามก่อนเข้าร่วมกิจกรรม
ที่เที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ) วัดอินทราวาส (วัดต้นเกว๋น) – 4 กม. – โทร 053-248-604 (หรือ 053-248-607)
เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี – 6 กม. – โทร 053-999-000
อุทยานหลวงราชพฤกษ์ – 7 กม. – โทร 053-114110-2
ศูนย์ข้อมูลการค้าและการท่องเที่ยวบ้านถวาย – 5 กม. – โทร 081-882-4882
พิพิธภัณฑ์เวียงท่ากาน (สันป่าตอง) – 18 กม. – โทร 053-481-176, 099-522-2650
ร้านอาหารยอดนิยมใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ) ข้าวเม่า–ข้าวฟ่าง (Khaomao-Khaofang) – 5 กม. – โทร 053-838-444, 063-665-5838
ชาไทย, ชาเขียว By HAUS (เฮาส์@เหมืองกุง) – 1 กม. – โทร 082-659-8744
Seichi Yakiniku (สาขาหางดง) – 6 กม. – โทร 083-252-9269
Kneads to Dough – 7 กม. – โทร 093-313-7780
MOOH House หางดง – 8 กม. – โทร 053-936-000
ที่พักยอดนิยมใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ) North Hill City Resort / North Hill Golf Club – 9 กม. – โทร 053-908-999
Veranda High Resort Chiang Mai – 18 กม. – โทร 053-365-007
Lanna Resort and Spa (หางดง–สะเมิง) – 19 กม. – โทร 053-365-222
Kantary Hills Hotel, Chiang Mai – 16 กม. – โทร 053-222-111, 053-400-877
Thantara Resort Chiang Mai (สันกำแพง) – 26 กม. – โทร 053-215-008
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: บ้านเหมืองกุงเด่นเรื่องอะไรที่สุด?
ตอบ: เด่นเรื่อง “น้ำต้น” หรือคนโทใส่น้ำของล้านนา ที่ช่วยให้น้ำเย็นนานจากคุณสมบัติของเนื้อดินเผา และเป็นสินค้าขึ้นชื่อของชุมชนมานาน
 
ถาม: ทำไมน้ำต้นดินเผาถึงช่วยให้น้ำเย็น?
ตอบ: เพราะภาชนะดินเผาเนื้อค่อนข้างหยาบและมีรูพรุน ทำให้เกิดการถ่ายเทความร้อนบางส่วนและช่วยรักษาความเย็นของน้ำด้านในได้ดี จึงเป็นภูมิปัญญาการเก็บน้ำดื่มแบบดั้งเดิม
 
ถาม: ไปเที่ยวบ้านเหมืองกุงควรเผื่อเวลากี่ชั่วโมง?
ตอบ: ถ้าแวะชมและเลือกซื้อของฝากแบบสบาย ๆ แนะนำเผื่อ 1–2 ชั่วโมง แต่ถ้าตั้งใจดูงานละเอียดหรือคุยกับช่าง/ทำกิจกรรม อาจเผื่อ 2–3 ชั่วโมงเพื่อไม่ต้องรีบ
 
ถาม: บ้านเหมืองกุงเกี่ยวข้องกับชาติพันธุ์ไทยใหญ่จริงไหม?
ตอบ: ในเรื่องเล่าท้องถิ่น น้ำต้นเคยถูกเรียกว่า “น้ำต้นเงี้ยว” เพราะผู้ทำในอดีตเป็นชาวเงี้ยวหรือไทยใหญ่ที่อพยพเข้ามา ก่อนพัฒนาและเป็นที่รู้จักในชื่อ “น้ำต้นเชียงใหม่” เมื่อเกิดการผสมผสานทางวัฒนธรรมในพื้นที่
 
ถาม: ถ้าอยากเที่ยวสายเครื่องปั้นดินเผาในเชียงใหม่ ควรไปที่ไหนเพิ่ม?
ตอบ: แนะนำเพิ่ม “พิพิธภัณฑ์เวียงท่ากาน” เพื่อมุมเรียนรู้เชิงโบราณคดี/เครื่องถ้วยล้านนา และถ้าสนใจภาพรวมเตาเผา–เครื่องถ้วยในเชียงใหม่ในเชิงวิชาการ ลองศึกษามุมสันกำแพงซึ่งมีการกล่าวถึงแหล่งเตาเผาหลายกลุ่มในงานเผยแพร่ด้านวัฒนธรรม/โบราณคดี
 
ถาม: ไปซื้อเครื่องปั้นดินเผาแล้วดูแลยังไงให้ใช้ได้นาน?
ตอบ: ควรหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนอุณหภูมิแบบฉับพลัน (เช่น ราดน้ำร้อนจัดลงภาชนะที่เย็นมาก) และสอบถามช่างก่อนใช้งานกับอาหาร/เครื่องดื่มบางประเภท รวมถึงวิธีทำความสะอาดที่เหมาะกับผิวดินเผาแต่ละแบบ
แผนที่ หมู่บ้านเครื่องปั้นดินเผาเหมืองกุง แผนที่หมู่บ้านเครื่องปั้นดินเผาเหมืองกุง
วิถีชีวิต หมวดหมู่: วิถีชีวิต
คำค้นคำค้น: หมู่บ้านเครื่องปั้นดินเผาเหมืองกุงหมู่บ้านเหมืองกุง เครื่องปั้นดินเผาเหมืองกุง หมู่บ้านเครื่องปั้นดินเผาเชียงใหม่ น้ำต้นล้านนา คนโทใส่น้ำ เที่ยวหางดง เที่ยวเชียงใหม่เชิงวัฒนธรรม งานหัตถกรรมเชียงใหม่ ของฝากเชียงใหม่ หม้อดินเผาเชียงใหม่
ปรับปรุงล่าสุดปรับปรุงล่าสุด: 1 เดือนที่แล้ว


แสดงความเห็น

แสดงความเห็น




คำค้น (ขั้นสูง)
   
Email :
  รหัสผ่าน :
  สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
 

Facebook Fanpage Facebook Fanpage

 

ภูมิภาค ภูมิภาคhttps://www.lovethailand.org/

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(8)

แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(5)

พระราชวัง พระราชวัง(2)

ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(43)

พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(24)

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ

พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(2)

ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(5)

ศูนย์ฝึกอบรม ศูนย์ฝึกอบรม(1)

มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัย

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัด วัด(79/1269)

มัสยิด มัสยิด(2)

สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(17)

โครงการในพระราชดำริ โครงการในพระราชดำริ

โครงการหลวง โครงการหลวง(44)

วิถีชีวิต วิถีชีวิต

หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(41)

ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(14)

ธรรมชาติ และสัตว์ป่า ธรรมชาติ และสัตว์ป่า

อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล(16)

ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(21)

เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(26)

น้ำตก น้ำตก(43)

น้ำพุร้อน น้ำพุร้อน(12)

ถ้ำ ถ้ำ(11)

แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(6)

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(14)

บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร

สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(2)

แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(3)

สนามกีฬา สนามกีฬา(1)

ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(19)

สวนน้ำ สวนน้ำ(2)

โรงละคร โรงละคร(1)

กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมผจญภัย กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมผจญภัย(10)

ช้อปปิ้ง ช้อปปิ้ง

ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(6)

ร้านอาหาร ร้านอาหาร

มิชลินสตาร์ มิชลินสตาร์(1)

มิชลิน ไกด์ มิชลิน ไกด์(23)

หมายเลขโทรศัพท์สำคัญในการท่องเที่ยว หมายเลขโทรศัพท์สำคัญในการท่องเที่ยว

หมายเลขโทรศัพท์สำคัญในการท่องเที่ยว หมายเลขโทรศัพท์สำคัญในการท่องเที่ยว(1)

บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร

รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(15)

เมนูอาหารเหนือ, สูตรอาหารเหนือ เมนูอาหารเหนือ, สูตรอาหารเหนือ(30)

ขนมไทยภาคเหนือ, สูตรอาหารเหนือ ขนมไทยภาคเหนือ, สูตรอาหารเหนือ(17)