ขุนแม่ยะ ดอกนางพญาเสือโคร่ง

Rating: 3.9/5 (8 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวเชียงใหม่
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: โดยทั่วไป “ทุกวัน” (แนะนำเช็กประกาศ/สภาพทางก่อนเดินทาง โดยเฉพาะช่วงฝนหรือช่วงที่มีการดูแลพื้นที่ฟื้นฟู)
เวลาเปิดทำการ: โดยทั่วไป 08:00 – 17:00 น. (เวลาอาจปรับตามการจัดการพื้นที่และความปลอดภัย)
ดอกนางพญาเสือโคร่ง ณ ขุนแม่ยะ เป็นหนึ่งในภาพหน้าหนาวที่คนรักเชียงใหม่มักตามหา เพราะที่นี่ไม่ใช่ “สวนดอกไม้ที่จัดฉาก” แต่เป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำบนดอยสูงที่ปลูกพญาเสือโคร่งเพื่อการฟื้นฟูป่าจริงในระยะยาว อยู่ในความดูแลของหน่วยจัดการต้นน้ำขุนแม่ยะ สังกัดงานด้านต้นน้ำของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยพื้นที่เกี่ยวข้องกับแนวป่ารอยต่อเชียงใหม่–แม่ฮ่องสอน และอยู่ในบริบทพื้นที่คุ้มครองใกล้เคียงอย่างอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดังและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าที่ประกาศดูแลทรัพยากร ทำให้บรรยากาศของการมาชมดอกที่นี่จะให้ความรู้สึก “ขึ้นดอยจริง” มากกว่ามาเดินเล่นสบาย ๆ แบบในเมือง
ความพิเศษของขุนแม่ยะอยู่ที่ระดับความสูงและอากาศบนดอยที่ทำให้พญาเสือโคร่งออกดอกในช่วงสั้น ๆ ของปี ช่วงที่ดอกกำลังพีค ภูเขาจะถูกแต้มด้วยชมพูอ่อนสลับกับแนวป่าสนและฉากหลังของทิวเขา เสน่ห์มันไม่ได้มีแค่สี แต่มี “จังหวะของฤดูกาล” ที่ทำให้ทุกปีหน้าตาไม่เหมือนกัน บางปีหนาวมาเร็ว ดอกอาจเริ่มบานไว บางปีหนาวช้า ดอกอาจไปพีคเอาต้นเดือนมกราคม ช่วงเช้ามักได้แสงนุ่มและหมอกบาง ๆ ถ้าอากาศเป็นใจ ส่วนช่วงบ่ายแสงจะแรงขึ้นแต่ถ้าฟ้าเปิดก็จะได้ท้องฟ้าใสเป็นฉากหลัง
ในมุมเรื่องเล่า ขุนแม่ยะเคยเป็นพื้นที่ที่เสื่อมโทรมมาก่อน และการปลูกพญาเสือโคร่งถูกใช้เป็นหนึ่งในแนวทางฟื้นฟู เพราะเป็นไม้ที่โตค่อนข้างเร็วและมีดอกสวยจนกลายเป็นแรงดึงดูดให้คนอยากขึ้นดอย แต่แก่นของมันคือการพาคนกลับไปเห็นคุณค่าของป่า เมื่อคนมาเยอะขึ้น ความท้าทายจึงไม่ใช่แค่ “ถ่ายรูปให้สวย” แต่คือการเที่ยวแบบไม่ทำให้พื้นที่ช้ำลง เช่น ไม่หักกิ่งเพื่อให้ได้ช่อดอกใกล้ ๆ ไม่เหยียบโคนต้น ไม่ทิ้งขยะ และไม่จอดรถขวางทางในช่วงทางแคบ เพราะทั้งหมดนี้กระทบทั้งธรรมชาติและความปลอดภัยของคนอื่นทันที
สิ่งที่ควรรู้คือพื้นที่นี้เป็นทางขึ้นดอยลูกรังและมีความชัน ช่วงที่แห้งยังพอไปได้ด้วยความระมัดระวัง แต่ถ้าเจอฝนหรือพื้นเละ ความยากจะเพิ่มขึ้นมาก รถเก๋งมักไม่เหมาะ โดยเฉพาะถ้าช่วงทางเป็นหลุมเป็นร่องหรือมีดินโคลน การวางแผนที่ดีที่สุดคือเลือกวันฟ้าเปิด ออกเช้า เผื่อเวลา และยอมขับช้าแบบรักษารถ เพราะกิโลเมตรอาจไม่ไกล แต่เวลาเดินทางจริงบนทางเขาไม่เคยเท่าถนนในเมือง
การเดินทาง หากเริ่มจากตัวเมืองเชียงใหม่ โดยภาพรวมคนส่วนใหญ่มักใช้ถนนโชตนา (เชียงใหม่–ฝาง) ผ่านโซนแม่มาลัย แล้วเลี้ยวเข้าทางหลวงหมายเลข 1095 สายเชียงใหม่–ปาย จากนั้นขับไปตามเส้นทางขึ้นเขาที่คดเคี้ยว เมื่อใกล้ถึงโซนห้วยน้ำดังให้สังเกตจุดตรวจ/ด่านที่เป็นหมุดสำคัญของพื้นที่ (หลายคนเรียกด่านแม่ยะ) แล้วเลี้ยวเข้าทางลูกรังเพื่อไต่ขึ้นดอยต่อไปอีกราว 8 กิโลเมตรจนถึงหน่วยฯ ช่วงลูกรังคือช่วงที่ควรใช้ความใจเย็นที่สุด คุมเกียร์ คุมความเร็ว และหลีกเลี่ยงการแซงในจุดอับ โดยเฉพาะถ้ามีรถสวน เพราะทางบางช่วงแคบและมีไหล่ทางที่ไม่เหมาะกับการหลบแบบรีบ ๆ
ถ้าอยากให้ทริปไม่พังกลางทาง แนะนำเตรียมเสื้อกันหนาว/กันลมให้พอสำหรับเช้าและเย็น เตรียมไฟฉายหรือไฟคาดหัวเผื่อกลับช้ากว่าที่คิด เตรียมน้ำดื่มและของกินเล็ก ๆ เพราะร้านค้าอาจไม่ได้มีให้พร้อมทุกจังหวะ เติมน้ำมันให้เต็มก่อนขึ้นเขา และเผื่อเวลาเดินทางมากกว่าที่คำนวณไว้เสมอ ที่สำคัญคืออย่าฝืนขึ้นถ้าวันนั้นฝนลงหรือพื้นเริ่มเละ เพราะความคุ้มของการ “ได้รูป” ไม่เท่าความเสี่ยงที่รถติดหล่มหรือเกิดอุบัติเหตุบนทางชัน
| ชื่อสถานที่ | ดอกนางพญาเสือโคร่ง ณ ขุนแม่ยะ (Khun Mae Ya) |
| หน่วยงานดูแล | หน่วยจัดการต้นน้ำขุนแม่ยะ (สังกัดกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช) |
| ที่ตั้งโดยสรุป | แนวรอยต่อเชียงใหม่–แม่ฮ่องสอน (เส้นทางหลักใช้ทางหลวง 1095 ช่วงไปปาย/ห้วยน้ำดัง แล้วต่อทางลูกรังขึ้นหน่วยฯ) |
| ลักษณะเด่น | จุดชมพญาเสือโคร่งบนดอยสูง บรรยากาศป่าต้นน้ำและป่าสน เหมาะเที่ยวหน้าหนาวและถ่ายภาพทิวเขา |
| ช่วงเวลาน่าเที่ยว | โดยมากปลายธันวาคม – ต้น/กลางมกราคม (ขึ้นกับอากาศของแต่ละปี) |
| ข้อควรรู้เรื่องถนน | ช่วงขึ้นหน่วยฯ เป็นทางดินลูกรังชันและขรุขระ รถเก๋งไม่เหมาะในหลายช่วง โดยเฉพาะหน้าฝนหรือพื้นเละ |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | จุดจอดรถ/จุดชมวิวตามสภาพพื้นที่ (ควรเตรียมของใช้จำเป็นและน้ำดื่มไปเอง) |
| เบอร์ติดต่อ (ยืนยันได้) | 053-248-491, 053-819-349 |
| ที่เที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางประมาณ) | อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง (โซนจุดชมวิว/ทางผ่านหลัก): 15 กม. อำเภอปาย (โซนตัวเมือง/ถนนคนเดิน): 35 กม. ปายแคนยอน (Pai Canyon): 40 กม. สะพานประวัติศาสตร์ท่าปาย (Pai Memorial Bridge): 42 กม. วัดพระธาตุแม่เย็น (Wat Phra That Mae Yen): 38 กม. |
| ร้านอาหารยอดนิยมใกล้เคียง (ระยะทางประมาณ + เบอร์) | Coffee in Love (ปาย): 40 กม. | 053-698-251 Witching Well (ปาย): 35 กม. | 084-366-4269 Reverie Siam (โซนร้าน/บาร์ของที่พักในปาย): 36 กม. | 053-699-870 Pai River Corner (โซนคาเฟ่/ร้านในที่พักปาย): 35 กม. | 081-413-5739 Pai Village (โซนบริการอาหารของที่พักปาย): 35 กม. | 053-698-152 |
| ที่พักยอดนิยมใกล้เคียง (ระยะทางประมาณ + เบอร์) | Pai Village Boutique Resort: 35 กม. | 053-698-152 Reverie Siam Resort: 36 กม. | 053-699-870 The Quarter Hotel Pai: 35 กม. | 061-765-4040 Phu Pai Art Resort: 45 กม. | 053-065-111 Pai River Corner Resort: 35 กม. | 081-413-5739 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ขุนแม่ยะควรไปช่วงไหนถึงจะมีโอกาสเจอดอกพญาเสือโคร่งสวย ๆ?
ตอบ: โดยมากจะอยู่ช่วงปลายธันวาคมถึงต้นหรือกลางมกราคม แต่ดอกจะพีคเร็วหรือช้าขึ้นกับอากาศของปีนั้น ๆ ถ้าอยากชัวร์ แนะนำเช็กอัปเดตภาพ/ประกาศล่าสุดก่อนออกเดินทาง
ถาม: รถเก๋งขึ้นขุนแม่ยะได้ไหม?
ตอบ: ช่วงขึ้นหน่วยฯ เป็นทางลูกรังชันและขรุขระ รถเก๋งมักไม่เหมาะ โดยเฉพาะถ้าพื้นเละหรือมีร่องทางลึก แนะนำใช้รถที่ช่วงล่างพร้อมและขับด้วยความระมัดระวังสูง
ถาม: ต้องเตรียมอะไรเป็นพิเศษก่อนขึ้นไปชมดอก?
ตอบ: เตรียมเสื้อกันหนาว/กันลม ไฟฉาย น้ำดื่ม เติมน้ำมันให้เต็ม และเผื่อเวลาเดินทางมากกว่าที่คิด เพราะทางเขาใช้เวลาจริงมากกว่าถนนในเมือง
ถาม: ไปถ่ายรูปอย่างไรให้ไม่กระทบธรรมชาติ?
ตอบ: ไม่หักกิ่ง ไม่เหยียบโคนต้น ไม่ทิ้งขยะ ไม่จอดรถขวางทาง และยืนถ่ายในจุดที่ปลอดภัย/ไม่เหยียบย่ำพืชพื้นล่าง จะช่วยให้พื้นที่ยังสวยได้ยาว
ถาม: ถ้าจะค้างคืน ทำได้ไหม?
ตอบ: พื้นที่นี้ไม่ใช่โซนที่มีที่พักแบบรีสอร์ตให้เลือกในจุดชมดอกเป็นหลัก นักท่องเที่ยวจำนวนมากเลือกพักในอำเภอปายหรือโซนใกล้เคียง แล้วค่อยขึ้นไปชมดอกแบบไป–กลับจะสะดวกกว่า
แสดงความเห็น
อัลบั้มรูป(9) 
| | ● ช่างภาพ: Piyaset Sutthiwanjampa ● ลิงค์: facebook.com/piyaset.sutthiwanjam ● ที่มา: pixpros.net |
● ลิขสิทธิ์ภาพเป็นของช่างภาพ (800*500)
● ดูภาพขนาดเต็มได้จากแฟนเพจของช่างภาพ
● ดูภาพขนาดเต็มได้จากแฟนเพจของช่างภาพ
| คำค้น (ขั้นสูง) |
ภูมิภาค
|







หมวดหมู่:
กลุ่ม: 







