หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ >อ.สันป่าตอง >ต.ทุ่งสะโตก > วัดศรีบุญเรือง(บ้านกลาง)
TL;DR: วัดศรีบุญเรือง(บ้านกลาง) อยู่ที่บ้านกลาง หมู่ที่ 9 ตำบลทุ่งสะโตก อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ เปิดทุกวัน เวลา 08.00 - 17.00 น.
วัดศรีบุญเรือง(บ้านกลาง)

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 - 17.00 น.
วัดศรีบุญเรือง (ทุ่งสะโตก) เป็นวัดราษฎร์มหานิกายในบ้านกลาง หมู่ที่ 9 ตำบลทุ่งสะโตก อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ เดิมชื่อวัดโฮ้ง สะท้อนสภาพพื้นที่ราบลุ่มที่มีน้ำท่วมขังในฤดูฝน ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นวัดศรีบุญเรืองเพื่อความเป็นมงคล วัดมีประวัติยาวนานกว่า 200 ปี มีเจดีย์เก่าแก่ที่สร้างครอบเจดีย์องค์เดิมเมื่อ พ.ศ. 2473 วิหารทรงล้านนา ศาลาบำเพ็ญบุญ ศาลาโรงฉัน ศาลาอเนกประสงค์ กุฏิสงฆ์ และบทบาทสำคัญในฐานะศูนย์รวมจิตใจของชุมชนบ้านกลาง
วัดศรีบุญเรือง (ทุ่งสะโตก) เป็นวัดเก่าแก่ของชุมชนบ้านกลางในตำบลทุ่งสะโตก อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ ปัจจุบันเป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่ในหมู่ที่ 9 ของตำบลทุ่งสะโตก วัดแห่งนี้มีความสำคัญในฐานะวัดชุมชนล้านนาที่เติบโตมากับหมู่บ้าน ทุ่งนา ลำเหมือง โรงเรียน และวิถีชีวิตของผู้คนในพื้นที่ เดิมวัดมีชื่อว่า “วัดโฮ้ง” ซึ่งสัมพันธ์กับลักษณะพื้นที่ราบลุ่มของบริเวณนี้ เมื่อถึงฤดูฝนและมีฝนตกมาก พื้นที่มักเกิดน้ำท่วมขังเป็นประจำทุกปี ต่อมาในระยะหลังทางราชการอนุญาตให้เปลี่ยนชื่อวัดให้เป็นมงคล เจ้าอาวาสและคณะกรรมการวัดจึงขอเปลี่ยนชื่อจากวัดโฮ้งมาเป็นวัดศรีบุญเรือง หรือวัดศรีบุญเรือง บ้านกลาง ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ความหมายของชื่อเดิม “วัดโฮ้ง” เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เข้าใจภูมิหลังของวัดแห่งนี้ได้ลึกขึ้น คำว่าโฮ้งในบริบทท้องถิ่นล้านนาสื่อถึงพื้นที่ต่ำหรือแอ่งที่สัมพันธ์กับน้ำ เมื่อใช้เป็นชื่อวัดจึงสะท้อนสภาพแวดล้อมจริงของชุมชนในอดีต ชื่อเดิมไม่ได้เป็นเพียงคำเรียกธรรมดา แต่เป็นร่องรอยของภูมิประเทศและความทรงจำของผู้คนที่อยู่กับพื้นที่น้ำหลาก น้ำขัง และระบบน้ำตามธรรมชาติของหมู่บ้าน ต่อมาเมื่อเปลี่ยนชื่อเป็นวัดศรีบุญเรือง ชื่อใหม่ให้ความรู้สึกเป็นมงคลมากขึ้น โดยคำว่า “ศรี” สื่อถึงความงดงาม ความเจริญ และสิริมงคล ส่วน “บุญเรือง” สื่อถึงบุญกุศลที่รุ่งเรือง ชื่อใหม่จึงเชื่อมความศรัทธาของชุมชนเข้ากับความหวังเรื่องความเจริญงอกงามของวัดและหมู่บ้าน
วัดศรีบุญเรืองตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านกลาง ซึ่งเป็นชุมชนที่มีผู้คนอุปถัมภ์วัดมาอย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลประวัติวัด ระยะแรกที่เริ่มก่อสร้างวัดมีศรัทธาชาวบ้านร่วมอุปถัมภ์ประมาณ 40 กว่าหลังคาเรือน ต่อมาวัดได้รับการพัฒนาและมีศรัทธาอุปถัมภ์เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 120 หลังคาเรือน โดยอยู่ในกลุ่มบ้านกลางหรือบ้านศรีบุญเรือง หมู่ที่ 9 และบ้านกลาง หมู่ที่ 1 ในพื้นที่ใกล้เคียง ข้อมูลนี้สะท้อนว่าวัดไม่ได้เป็นศาสนสถานที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยว แต่เป็นพื้นที่ศรัทธาที่มีชาวบ้านหลายครอบครัวร่วมกันดูแล สร้าง ซ่อมแซม และพัฒนาต่อเนื่องตามกำลังของชุมชน
ประวัติของวัดศรีบุญเรืองมีอายุยาวนานกว่า 200 ปี จุดเริ่มต้นของวัดเกิดจากแรงศรัทธาของประชาชนในชุมชนที่ร่วมกันก่อสร้างเสนาสนะเบื้องต้น เช่น กุฏิและศาลาบำเพ็ญบุญของศรัทธาชาวบ้าน ก่อนพัฒนาไปสู่การสร้างเจดีย์ วิหาร ศาลาบาตร กำแพง และโรงเรียนประชาบาล การสร้างโรงเรียนประชาบาลภายในบริบทของวัดสะท้อนบทบาทดั้งเดิมของวัดไทยและวัดล้านนาอย่างชัดเจน เพราะวัดไม่ได้ทำหน้าที่เพียงประกอบพิธีกรรมทางศาสนา แต่ยังเป็นฐานของการศึกษา การอบรมเยาวชน และการยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนด้วย
การมีโรงเรียนประชาบาลวัดศรีบุญเรืองในอดีตเป็นหลักฐานสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับการศึกษาในชุมชน โรงเรียนประชาบาลดังกล่าวถูกทางราชการยุบรวมกันในปี พ.ศ. 2533 แต่ร่องรอยทางประวัติศาสตร์ของโรงเรียนยังช่วยให้เห็นบทบาทของวัดในฐานะพื้นที่เรียนรู้ของคนบ้านกลาง วัดจึงเป็นทั้งสถานที่ทำบุญ ฟังธรรม ศึกษาเล่าเรียน และรวมตัวกันของชาวบ้านหลายรุ่น ในอดีตเด็กจำนวนมากในชุมชนอาจเริ่มต้นการเรียนรู้จากพื้นที่ของวัดหรือใกล้วัด ขณะที่ผู้ใหญ่ก็ใช้วัดเป็นพื้นที่ประชุม ทำกิจกรรมบุญ และร่วมกันดูแลสาธารณประโยชน์ของหมู่บ้าน
การบูรณะปฏิสังขรณ์วัดศรีบุญเรืองเกิดขึ้นต่อเนื่องตามยุคสมัย โดยเฉพาะในช่วงที่พระครูจำรัส ปญญธโร เป็นเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน ท่านได้มีบทบาทในการพัฒนาวัดหลายด้าน เช่น การสร้างศาลาโรงฉัน ศาลาอเนกประสงค์ กำแพง กุฏิสงฆ์ และห้องน้ำ การพัฒนาเหล่านี้ทำให้วัดมีความพร้อมมากขึ้นในการรองรับศาสนกิจของพระสงฆ์ งานบุญของชุมชน และการใช้พื้นที่ของชาวบ้านในโอกาสต่าง ๆ วัดศรีบุญเรืองจึงเป็นวัดที่มีทั้งรากเก่าทางประวัติศาสตร์และการพัฒนาต่อเนื่องในปัจจุบัน
จุดสำคัญที่สุดด้านปูชนียสถานของวัดศรีบุญเรืองคือเจดีย์เก่าแก่ของวัด เจดีย์องค์ปัจจุบันสร้างครอบเจดีย์องค์เล็กดั้งเดิมที่มีมาก่อน โดยสร้างครอบเมื่อปี พ.ศ. 2473 ก่อด้วยอิฐและฉาบด้วยปูนขาวตามวัสดุและวิธีการก่อสร้างในสมัยนั้น ภายในองค์เจดีย์มีพระพุทธรูปเก่าแก่บรรจุอยู่ตามคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่ในชุมชน เจดีย์มีขนาดกว้าง 5.5 เมตร ยาว 5.5 เมตร มีลักษณะกว้างและยาวเท่ากัน เป็นรูปทรงล้านนาแบบสี่เหลี่ยมจัตุรัส ตรงกลางของเจดีย์แต่ละด้านมีซุ้มด้านละซุ้ม และมีพระพุทธรูปปางยืนองค์ใหม่ประดิษฐานในซุ้ม
เจดีย์ของวัดศรีบุญเรืองจึงเป็นมากกว่าสิ่งปลูกสร้างทางศาสนา เพราะเป็นแกนกลางของความทรงจำและศรัทธาของชุมชน การสร้างครอบเจดีย์องค์เล็กเดิมในปี พ.ศ. 2473 แสดงให้เห็นว่าชุมชนให้ความสำคัญกับการรักษาของเดิมไว้ ไม่ได้รื้อทิ้งแล้วสร้างใหม่ทั้งหมด แต่เลือกสร้างครอบเพื่อคุ้มครองและสืบทอดสิ่งที่มีอยู่เดิม วิธีคิดเช่นนี้พบได้ในวัฒนธรรมล้านนาหลายแห่ง ซึ่งให้ความสำคัญกับการสืบทอดบุญเก่า รักษาของศักดิ์สิทธิ์ และพัฒนาเสนาสนะให้เหมาะสมกับกาลเวลา เจดีย์ได้รับการบูรณะซ่อมแซม ฉาบใหม่ และทาสีใหม่เมื่อปี พ.ศ. 2535 ทำให้ยังคงเป็นจุดสำคัญของวัดมาจนถึงปัจจุบัน
พระพุทธรูปเก่าแก่ที่บรรจุในองค์เจดีย์เป็นปูชนียวัตถุที่มีความสำคัญต่อวัด แม้ไม่ได้มีรายละเอียดครบถ้วนเรื่องจำนวน ขนาด หรือยุคสมัยของพระพุทธรูป แต่การบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่ที่สืบต่อกันมาแสดงให้เห็นว่าชุมชนรับรู้และให้ความเคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในเจดีย์ ผู้มาเยือนวัดศรีบุญเรืองจึงควรให้ความสำคัญกับการสักการะเจดีย์อย่างสงบ เพราะเจดีย์เป็นจุดที่รวมทั้งศรัทธา ประวัติศาสตร์ และความทรงจำของคนบ้านกลางไว้ในพื้นที่เดียวกัน
วิหารของวัดศรีบุญเรืองเป็นอาคารสำคัญอีกแห่งหนึ่ง มีขนาดกว้าง 7.6 เมตร ยาว 14 เมตร ได้รับการบูรณะซ่อมแซมขึ้นใหม่เมื่อ พ.ศ. 2508 ลักษณะอาคารเป็นทรงล้านนา ฝาผนังก่อด้วยอิฐฉาบปูน เสาเทด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ขื่อและแปเป็นไม้เนื้อแข็ง หลังคาทำด้วยไม้เนื้อแข็งและมุงด้วยกระเบื้องซีเมนต์ธรรมดา รายละเอียดเหล่านี้ทำให้เห็นการผสมผสานระหว่างรูปแบบล้านนาดั้งเดิมกับวัสดุก่อสร้างยุคใหม่ในช่วงเวลาที่วัดได้รับการบูรณะ วิหารจึงเป็นพื้นที่ที่สะท้อนทั้งศิลปะท้องถิ่น การปรับปรุงตามยุคสมัย และศรัทธาของชุมชนที่ช่วยกันรักษาอาคารสำคัญของวัด
วิหารทำหน้าที่เป็นหัวใจทางศาสนาของวัด เป็นพื้นที่ไหว้พระ ฟังธรรม รับศีล สวดมนต์ และประกอบพิธีกรรมในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ผู้มาเยือนวัดศรีบุญเรืองควรเริ่มจากการเข้าไปกราบพระในวิหารอย่างสุภาพ แล้วจึงเดินชมพื้นที่อื่นของวัดต่อไป ความโดดเด่นของวิหารไม่ได้อยู่ที่ความใหญ่โต แต่คือความเป็นวิหารชุมชนที่ผ่านการบูรณะโดยยังรักษารูปทรงล้านนาและหน้าที่ทางศาสนาไว้ครบถ้วน บรรยากาศของวิหารจึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการไหว้พระอย่างสงบและสัมผัสวัดล้านนาในระดับหมู่บ้าน
ศาลาบำเพ็ญบุญของวัดศรีบุญเรืองมีขนาดกว้าง 8 เมตร ยาว 27 เมตร ได้รับการบูรณะซ่อมแซมใหม่และแล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2527 อาคารมีลักษณะทรงล้านนา เสาคอนกรีตเสริมเหล็ก หลังคาทำด้วยไม้เนื้อแข็งและมุงด้วยกระเบื้องลอนเล็ก ศาลาบำเพ็ญบุญเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญมากต่อวัดชุมชน เพราะรองรับงานบุญ งานบำเพ็ญกุศล การประชุมศรัทธา และกิจกรรมที่ต้องใช้พื้นที่กว้าง การมีศาลาบำเพ็ญบุญขนาดยาวและใช้งานได้หลากหลายช่วยให้วัดสามารถรองรับชาวบ้านจำนวนมากในงานสำคัญได้ดี
ศาลาบำเพ็ญบุญยังสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับรอบชีวิตของผู้คนในชุมชน งานบำเพ็ญบุญไม่ได้จำกัดเฉพาะงานเทศกาล แต่ยังรวมถึงพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับครอบครัวและการอุทิศส่วนกุศล ชาวบ้านจึงมีความผูกพันกับศาลาแห่งนี้ในหลายช่วงชีวิต ทั้งการทำบุญให้บรรพบุรุษ การร่วมงานศพ การฟังธรรม และการร่วมงานบุญประจำปี อาคารหลังนี้จึงไม่ใช่เพียงโครงสร้างทางกายภาพ แต่เป็นพื้นที่แห่งความทรงจำของหลายครอบครัวในบ้านกลาง
ศาลาโรงฉันของวัดศรีบุญเรืองมีขนาดกว้าง 6 เมตร ยาว 15 เมตร สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2532 ลักษณะเป็นทรงไทยล้านนา เสาและคานเทด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ฝาผนังก่อด้วยอิฐโชว์ หลังคาทำด้วยไม้เนื้อแข็งและมุงด้วยกระเบื้องลอนคู่สีเขียว ศาลาโรงฉันเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับพระสงฆ์และงานบุญของวัด เพราะเกี่ยวข้องกับการฉันภัตตาหาร การถวายอาหาร และการจัดระบบกิจกรรมในวันที่มีศรัทธามาร่วมจำนวนมาก การมีศาลาโรงฉันช่วยให้กิจกรรมระหว่างพระสงฆ์กับชาวบ้านดำเนินไปอย่างเป็นระเบียบ
ศาลาอเนกประสงค์ของวัดศรีบุญเรืองมีขนาดกว้าง 8 เมตร ยาว 20 เมตร สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2539 ลักษณะอาคารเป็นทรงล้านนาไทย เสาและคานเทด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ฝาผนังก่อด้วยอิฐฉาบปูนและมีภาพวาด หลังคาทำด้วยไม้เนื้อแข็งและมุงด้วยกระเบื้องลอนคู่สีเขียว อาคารหลังนี้แสดงให้เห็นการพัฒนาวัดในช่วงหลังที่ต้องการพื้นที่ใช้งานยืดหยุ่นมากขึ้น รองรับได้ทั้งงานบุญ งานประชุม กิจกรรมศรัทธา และการใช้ประโยชน์ร่วมกันของชุมชน ภาพวาดบนผนังยังช่วยเพิ่มมิติด้านศิลปะและบรรยากาศให้กับพื้นที่
กุฏิสงฆ์ของวัดศรีบุญเรืองมีขนาดกว้าง 7 เมตร ยาว 28 เมตร เป็นอาคาร 2 ชั้น สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2542 ลักษณะอาคารเป็นทรงล้านนาไทย เสาและคานเทด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก โครงหลังคาทำด้วยไม้เนื้อแข็งและมุงด้วยกระเบื้องซีแพค กุฏิสงฆ์เป็นส่วนสำคัญของวัดที่ทำให้พระสงฆ์สามารถจำพรรษา ปฏิบัติศาสนกิจ ศึกษา และดูแลกิจการของวัดได้อย่างต่อเนื่อง การสร้างกุฏิสงฆ์ขนาดใหญ่ในช่วงหลังสะท้อนความตั้งใจของวัดและชุมชนที่จะรักษาความพร้อมของวัดในฐานะศูนย์กลางพระพุทธศาสนาประจำหมู่บ้าน
กำแพง ห้องน้ำ และสิ่งก่อสร้างสนับสนุนอื่น ๆ ที่ได้รับการพัฒนาภายหลังมีความสำคัญต่อการใช้งานจริงของวัด แม้จะไม่ใช่ปูชนียสถานโดยตรง แต่ช่วยให้วัดรองรับผู้มาทำบุญและผู้มาเยือนได้สะดวกขึ้น กำแพงช่วยกำหนดขอบเขตพื้นที่วัดและสร้างความเป็นระเบียบ ห้องน้ำช่วยรองรับงานบุญและกิจกรรมที่มีผู้คนจำนวนมาก ส่วนพื้นที่ลานวัดเป็นจุดเชื่อมระหว่างเจดีย์ วิหาร ศาลา และกุฏิ ทำให้การใช้พื้นที่ภายในวัดเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
บทบาทของวัดศรีบุญเรืองต่อชุมชนบ้านกลางมีความชัดเจนในฐานะศูนย์รวมจิตใจของผู้คนในหมู่บ้าน วัดเป็นสถานที่ที่ชาวบ้านใช้ทำบุญ ฟังธรรม ประกอบพิธีกรรมในวันพระ วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา งานกฐิน งานผ้าป่า งานบำเพ็ญกุศล และกิจกรรมชุมชนตามโอกาสต่าง ๆ วัดยังเป็นพื้นที่ที่ผู้คนหลายวัยมาพบกัน ตั้งแต่ผู้สูงอายุที่คุ้นเคยกับประวัติวัด กลุ่มครอบครัวที่มาทำบุญ ไปจนถึงคนรุ่นใหม่ที่กลับมาร่วมงานของหมู่บ้าน วัดจึงมีบทบาททั้งด้านศรัทธา ความทรงจำ และความสัมพันธ์ของชุมชน
งานบุญประจำวัดและกิจกรรมทางศาสนาของวัดศรีบุญเรืองควรมองในบริบทของวัดชุมชนล้านนา วัดมีพื้นที่รองรับงานบุญหลายส่วน ทั้งวิหาร เจดีย์ ศาลาบำเพ็ญบุญ ศาลาโรงฉัน ศาลาอเนกประสงค์ และลานวัด จึงเหมาะกับกิจกรรมในรอบปี เช่น เข้าพรรษา ออกพรรษา กฐิน ผ้าป่า ทำบุญอุทิศส่วนกุศล และงานบำเพ็ญบุญของชาวบ้าน การมีโรงฉันและศาลาขนาดต่าง ๆ ทำให้กิจกรรมเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างเป็นระบบ ชาวบ้านสามารถร่วมแรงกันจัดงาน ถวายภัตตาหาร รับรองผู้มาร่วมงาน และสืบทอดรูปแบบงานบุญของชุมชนต่อไป
สิ่งที่ควรชมภายในวัดศรีบุญเรือง ได้แก่ เจดีย์ทรงล้านนาที่สร้างครอบเจดีย์องค์เดิม วิหารทรงล้านนาที่บูรณะเมื่อ พ.ศ. 2508 ศาลาบำเพ็ญบุญที่แล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2527 ศาลาโรงฉันที่สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2532 ศาลาอเนกประสงค์ที่สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2539 กุฏิสงฆ์ที่สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2542 และลานวัดที่เป็นพื้นที่เชื่อมโยงการใช้งานทั้งหมด หากมีเวลาควรเดินชมอย่างช้า ๆ เพื่อเห็นพัฒนาการของวัดผ่านสิ่งปลูกสร้างแต่ละยุค เพราะแต่ละอาคารบอกเล่าช่วงเวลาการบูรณะและการร่วมแรงของชุมชนต่างกัน
บรรยากาศของวัดศรีบุญเรืองเหมาะกับผู้ที่สนใจวัดชุมชนล้านนา วัดเก่าในอำเภอสันป่าตอง ประวัติวัดบ้านกลาง และสถาปัตยกรรมวัดที่สะท้อนการบูรณะตามยุคสมัย วัดไม่ได้โดดเด่นด้วยความเป็นแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ แต่มีคุณค่าในฐานะวัดที่มีรากชุมชนลึก มีเจดีย์เก่า มีประวัติชื่อเดิมที่สัมพันธ์กับภูมิประเทศ และมีเสนาสนะหลายหลังที่ผ่านการสร้างและซ่อมแซมโดยแรงศรัทธา ผู้มาเยือนจึงควรเที่ยวด้วยจังหวะที่สงบ ให้ความสำคัญกับการไหว้พระ สักการะเจดีย์ และสังเกตเรื่องราวของวัดมากกว่าการมองหาเพียงมุมถ่ายภาพ
ความสัมพันธ์ระหว่างวัดศรีบุญเรืองกับวิถีล้านนาเห็นได้จากหลายมิติ ทั้งชื่อเดิมที่สัมพันธ์กับภูมิประเทศราบลุ่ม การสร้างเจดีย์ครอบของเก่า การใช้รูปทรงล้านนาในวิหาร ศาลาบำเพ็ญบุญ ศาลาโรงฉัน ศาลาอเนกประสงค์ และกุฏิสงฆ์ รวมถึงการที่วัดเคยมีบทบาทในการส่งเสริมการศึกษาผ่านโรงเรียนประชาบาล ลักษณะเหล่านี้ทำให้วัดศรีบุญเรืองเป็นตัวอย่างของวัดที่เชื่อมศาสนา สถาปัตยกรรม การศึกษา และชุมชนเข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม
ข้อควรปฏิบัติเมื่อไปวัดศรีบุญเรืองคือแต่งกายสุภาพ สำรวมกายวาจา ไม่ส่งเสียงดัง ไม่รบกวนพื้นที่จำพรรษาของพระสงฆ์ ไม่ปีนหรือสัมผัสองค์เจดีย์โดยไม่จำเป็น และไม่เข้าไปในพื้นที่ที่ไม่ได้เปิดให้บุคคลทั่วไปใช้ หากมีงานบุญหรือกิจกรรมของชุมชน ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของพระสงฆ์หรือผู้ดูแลพื้นที่ วัดแห่งนี้ยังเป็นพื้นที่ศรัทธาของชาวบ้านบ้านกลาง การเข้าชมจึงควรอยู่บนพื้นฐานของความเคารพทั้งต่อสถานที่ พระสงฆ์ และคนในชุมชน
การเดินทาง ไปวัดศรีบุญเรืองสามารถเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่มุ่งหน้าไปทางอำเภอสันป่าตอง แล้วเข้าสู่ตำบลทุ่งสะโตกและบ้านกลาง หมู่ที่ 9 เส้นทางเหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างในพื้นที่ ผู้เดินทางครั้งแรกควรใช้ชื่อวัดศรีบุญเรือง บ้านกลางใต้ หรือวัดศรีบุญเรือง ตำบลทุ่งสะโตก เป็นคำค้นนำทาง เพราะชื่อวัดศรีบุญเรืองมีซ้ำหลายแห่งในประเทศไทย การระบุอำเภอสันป่าตองและตำบลทุ่งสะโตกจะช่วยลดความสับสนในการค้นหาเส้นทาง
เส้นทางเที่ยวเชื่อมโยงที่เหมาะกับวัดศรีบุญเรืองคือเส้นทางวัดในตำบลทุ่งสะโตกและอำเภอสันป่าตอง สามารถเริ่มจากวัดศรีบุญเรืองเพื่อสักการะเจดีย์และชมเสนาสนะสำคัญ จากนั้นเดินทางต่อไปยังวัดสว่างอารมณ์ วัดร้องส้มป่อย วัดป่าไม้แดง วัดปราสาท วัดท่าจำปี หรือโบราณสถานเวียงท่ากาน เส้นทางนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการเรียนรู้วัดชุมชนของเชียงใหม่ตอนใต้ เห็นความสัมพันธ์ระหว่างวัด หมู่บ้าน ทุ่งนา และลำเหมืองในพื้นที่จริง
โดยรวมแล้ว วัดศรีบุญเรือง (ทุ่งสะโตก) เป็นวัดที่ควรค่าแก่การบันทึกและแนะนำในเส้นทางท่องเที่ยววัฒนธรรมของอำเภอสันป่าตอง ความโดดเด่นของวัดอยู่ที่ประวัติยาวนานกว่า 200 ปี ชื่อเดิมวัดโฮ้งที่สะท้อนภูมิประเทศราบลุ่ม การเปลี่ยนชื่อเป็นวัดศรีบุญเรืองเพื่อความเป็นมงคล เจดีย์เก่าที่สร้างครอบองค์เดิมเมื่อ พ.ศ. 2473 วิหารทรงล้านนา อาคารเสนาสนะหลายยุค และบทบาทของพระครูจำรัส ปญญธโรในการพัฒนาวัดยุคปัจจุบัน หากต้องการเที่ยวเชียงใหม่ในมุมที่ลึก สงบ และเห็นวัดชุมชนล้านนาที่มีชีวิต วัดศรีบุญเรืองเป็นหนึ่งในสถานที่ที่เหมาะแก่การแวะเยี่ยมชมอย่างตั้งใจ
| ชื่อสถานที่ | วัดศรีบุญเรือง (ทุ่งสะโตก) |
| ชื่อเดิม | วัดโฮ้ง |
| ชื่อเรียกในชุมชน | วัดศรีบุญเรือง บ้านกลาง / วัดศรีบุญเรือง บ้านกลางใต้ |
| ที่ตั้ง | บ้านกลาง หมู่ที่ 9 ตำบลทุ่งสะโตก อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ |
| สังกัด | วัดราษฎร์ คณะสงฆ์มหานิกาย |
| ไฮไลต์ | วัดเก่าแก่กว่า 200 ปี มีเจดีย์ล้านนาที่สร้างครอบเจดีย์องค์เดิม วิหารทรงล้านนา และเสนาสนะที่สะท้อนแรงศรัทธาของชุมชนบ้านกลาง |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | วัดตั้งมานานกว่า 200 ปี เดิมชื่อวัดโฮ้ง ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นวัดศรีบุญเรืองเพื่อความเป็นมงคล |
| บริบทชุมชน | เริ่มต้นจากศรัทธาชาวบ้านประมาณ 40 กว่าหลังคาเรือน และพัฒนาเป็นวัดที่มีศรัทธาอุปถัมภ์ประมาณ 120 หลังคาเรือนในกลุ่มบ้านกลางและพื้นที่ใกล้เคียง |
| ปูชนียสถานสำคัญ | เจดีย์ทรงล้านนา สร้างครอบเจดีย์องค์เล็กดั้งเดิมเมื่อ พ.ศ. 2473 ภายในมีพระพุทธรูปเก่าแก่บรรจุอยู่ตามคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่ |
| ลักษณะเจดีย์ | กว้าง 5.5 เมตร ยาว 5.5 เมตร ทรงล้านนาแบบสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีซุ้มตรงกลางแต่ละด้าน และมีพระพุทธรูปปางยืนองค์ใหม่ในซุ้ม |
| การบูรณะเจดีย์ | บูรณะซ่อมแซม ฉาบใหม่ และทาสีใหม่เมื่อ พ.ศ. 2535 |
| วิหาร | กว้าง 7.6 เมตร ยาว 14 เมตร บูรณะเมื่อ พ.ศ. 2508 ลักษณะทรงล้านนา ผนังก่ออิฐฉาบปูน เสาคอนกรีตเสริมเหล็ก ขื่อแปไม้เนื้อแข็ง หลังคามุงกระเบื้องซีเมนต์ |
| ศาลาบำเพ็ญบุญ | กว้าง 8 เมตร ยาว 27 เมตร บูรณะใหม่แล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2527 ลักษณะทรงล้านนา เสาคอนกรีตเสริมเหล็ก หลังคาไม้เนื้อแข็ง มุงกระเบื้องลอนเล็ก |
| ศาลาโรงฉัน | กว้าง 6 เมตร ยาว 15 เมตร สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2532 ลักษณะทรงไทยล้านนา เสาคานคอนกรีตเสริมเหล็ก ผนังก่ออิฐโชว์ หลังคามุงกระเบื้องลอนคู่สีเขียว |
| ศาลาอเนกประสงค์ | กว้าง 8 เมตร ยาว 20 เมตร สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2539 ลักษณะทรงล้านนาไทย ผนังก่ออิฐฉาบปูนและมีภาพวาด หลังคามุงกระเบื้องลอนคู่สีเขียว |
| กุฏิสงฆ์ | กว้าง 7 เมตร ยาว 28 เมตร อาคาร 2 ชั้น สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2542 ลักษณะทรงล้านนาไทย เสาคานคอนกรีตเสริมเหล็ก โครงหลังคาไม้เนื้อแข็ง มุงกระเบื้องซีแพค |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | เจดีย์ วิหาร ศาลาบำเพ็ญบุญ ศาลาโรงฉัน ศาลาอเนกประสงค์ กุฏิสงฆ์ ลานวัด กำแพง และห้องน้ำ |
| บทบาทด้านการศึกษา | ในอดีตมีโรงเรียนประชาบาลวัดศรีบุญเรือง ซึ่งถูกทางราชการยุบรวมในปี พ.ศ. 2533 |
| เจ้าอาวาส / ผู้ดูแล | พระครูจำรัส ปญญธโร |
| สถานะปัจจุบัน | เป็นวัดในชุมชนบ้านกลาง หมู่ที่ 9 ตำบลทุ่งสะโตก อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ |
| การเดินทาง | เดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ไปทางอำเภอสันป่าตอง แล้วเข้าสู่ตำบลทุ่งสะโตกและบ้านกลาง หมู่ที่ 9 เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างในพื้นที่ |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดสว่างอารมณ์ ประมาณ 3 กม. 2. วัดร้องส้มป่อย ประมาณ 4 กม. 3. วัดป่าไม้แดง ประมาณ 5 กม. 4. วัดปราสาท (ทุ่งสะโตก) ประมาณ 6 กม. 5. โบราณสถานเวียงท่ากาน ประมาณ 10 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. สามแสบอาหารตามสั่ง ประมาณ 4 กม. 2. ทุ่งสะโตก@สันป่าตอง ประมาณ 4 กม. 3. ครัวป้าพรรณอาหารตามสั่ง สันป่าตอง ประมาณ 5 กม. โทร. 084-609-6109 4. ลุงต๋ากาแฟ ประมาณ 6 กม. โทร. 086-672-5722 5. โฮงลาบแม่วาง88 ประมาณ 8 กม. โทร. 081-062-2544 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Home At 9 ประมาณ 12 กม. โทร. 088-636-2679 2. พ รีสอร์ท & W Resort ประมาณ 12 กม. โทร. 064-334-4566 3. โรงแรม ฟอร์จูน ประมาณ 12 กม. โทร. 095-129-9564 4. โรงแรมซอมพออินน์ ประมาณ 13 กม. โทร. 053-025-112 5. Bannoi Himsuan ประมาณ 13 กม. โทร. 090-329-6108 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดศรีบุญเรือง (ทุ่งสะโตก) อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดศรีบุญเรืองตั้งอยู่บ้านกลาง หมู่ที่ 9 ตำบลทุ่งสะโตก อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่
ถาม: วัดศรีบุญเรืองเดิมชื่ออะไร?
ตอบ: เดิมชื่อวัดโฮ้ง เพราะพื้นที่เดิมเป็นที่ราบลุ่มหรือโฮ้ง มีน้ำท่วมขังเป็นประจำในฤดูฝน ต่อมาจึงเปลี่ยนชื่อเป็นวัดศรีบุญเรืองเพื่อความเป็นมงคล
ถาม: วัดศรีบุญเรืองมีประวัติยาวนานแค่ไหน?
ตอบ: วัดตั้งมานานกว่า 200 ปี เริ่มจากแรงศรัทธาของชาวบ้านประมาณ 40 กว่าหลังคาเรือน ก่อนพัฒนาต่อเนื่องจนเป็นวัดสำคัญของชุมชนบ้านกลาง
ถาม: จุดเด่นสำคัญของวัดศรีบุญเรืองคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือเจดีย์ทรงล้านนาที่สร้างครอบเจดีย์องค์เดิมเมื่อ พ.ศ. 2473 วิหารทรงล้านนา และเสนาสนะหลายหลังที่สะท้อนการบูรณะของชุมชนในแต่ละยุค
ถาม: ภายในเจดีย์ของวัดศรีบุญเรืองมีอะไรสำคัญ?
ตอบ: ภายในองค์เจดีย์มีพระพุทธรูปเก่าแก่บรรจุอยู่ตามคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่ในชุมชน เจดีย์จึงเป็นปูชนียสถานสำคัญของวัด
ถาม: วัดศรีบุญเรืองมีสิ่งปลูกสร้างสำคัญอะไรบ้าง?
ตอบ: มีเจดีย์ วิหาร ศาลาบำเพ็ญบุญ ศาลาโรงฉัน ศาลาอเนกประสงค์ กุฏิสงฆ์ กำแพง ห้องน้ำ และพื้นที่ลานวัด
ถาม: ใครเป็นเจ้าอาวาสวัดศรีบุญเรือง?
ตอบ: พระครูจำรัส ปญญธโร เป็นเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบันตามประวัติวัดที่ระบุไว้
ถาม: ควรเที่ยววัดศรีบุญเรืองร่วมกับสถานที่ใด?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับวัดสว่างอารมณ์ วัดร้องส้มป่อย วัดป่าไม้แดง วัดปราสาท และโบราณสถานเวียงท่ากานได้
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ
ปรับปรุงล่าสุด : 4 วันที่แล้ว



