หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ >อ.แม่ออน >ต.แม่ทา > วัดศรีบุญเรือง (แม่ทา)
TL;DR: วัดศรีบุญเรือง (แม่ทา) อยู่ที่เลขที่ 61 บ้านค้อกลาง หมู่ 3 ตำบลแม่ทา อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ 50130 เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.

เชียงใหม่

วัดศรีบุญเรือง (แม่ทา)

วัดศรีบุญเรือง (แม่ทา)

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
 
วัดศรีบุญเรือง (แม่ทา) ตั้งอยู่เลขที่ 61 บ้านค้อกลาง หมู่ 3 ตำบลแม่ทา อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกายที่มีประวัติยาวนานมาตั้งแต่ พ.ศ. 2350 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2384 วัดตั้งอยู่บนเนินเตี้ยหรือ “ดอยน้อย” กลางพื้นที่เกษตรของชุมชนแม่ทา และเป็นวัดที่คนท้องถิ่นเรียกกันมาแต่เดิมว่า “วัดหลวง” สะท้อนสถานะของศาสนสถานเก่าแก่ที่มีบทบาทเป็นศูนย์กลางความศรัทธาของชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันพระครูอมรธรรมวงศ์ ติสฺสวํโส ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสและมีบทบาทต่อกิจการคณะสงฆ์ในพื้นที่แม่ทา–ทาเหนือ ขณะที่ตัววัดยังคงมีพระสงฆ์จำพรรษา มีงานกฐิน กิจกรรมทางพระพุทธศาสนา และการอบรมประชาชนในระดับตำบลอย่างต่อเนื่อง
 
สำหรับผู้ที่ต้องการรู้จักวัดศรีบุญเรืองอย่างรวดเร็ว จุดเด่นสำคัญของวัดไม่ได้อยู่ที่การเป็นสถานที่ท่องเที่ยวขนาดใหญ่หรือมีสิ่งปลูกสร้างที่สร้างขึ้นเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวโดยตรง แต่คือความเป็นวัดเก่าแก่ของตำบลแม่ทาที่รักษาความสัมพันธ์ระหว่างศาสนา ชุมชน และพื้นที่เกษตรไว้อย่างเด่นชัด ภายในวัดมีอุโบสถ วิหาร ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ พระเจดีย์ หอฉัน ศาลาบาตร โรงครัว ฌาปนสถาน และพระพุทธรูปสำคัญหลายองค์ รวมถึงพระประธานปางนาคปรกในศาลาการเปรียญ รูปเหมือนพระครูบาเจ้าอธิการก๋องคำ สุคนฺโธ รูปเหมือนหลวงปู่ทวด วัดช้างไห้ และรูปเหมือนหลวงปู่ดู่ ทำให้วัดมีทั้งคุณค่าเชิงประวัติศาสตร์ ศาสนา และความทรงจำของชุมชน
 
วัดศรีบุญเรืองตั้งอยู่ท่ามกลางภูมิทัศน์ชนบทของตำบลแม่ทา ไม่ได้ตั้งชิดเขตชุมชนหนาแน่นเหมือนวัดในตัวเมืองเชียงใหม่ ประวัติท้องถิ่นเล่าว่าตำแหน่งเดิมของวัดอยู่บนเนินภูเขาเตี้ยกลางทุ่งนาและห่างจากหมู่บ้านพอประมาณ สภาพแวดล้อมเช่นนี้ช่วยอธิบายลักษณะของวัดในอดีตได้ดี เพราะชุมชนแม่ทามีฐานเศรษฐกิจและวิถีชีวิตผูกพันกับการเกษตรมาอย่างยาวนาน พื้นที่วัดจึงไม่ได้แยกออกจากระบบนิเวศและวิถีทำกินของชาวบ้าน แต่เป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์ที่ประกอบด้วยนา เหมืองส่งน้ำ ถนนชุมชน และพื้นที่สาธารณะ
 
ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ประมาณ 6 ไร่ 3 งาน 20 ตารางวา ตามโฉนดเลขที่ 7068 โดยด้านทิศเหนือและทิศตะวันตกติดทางสาธารณประโยชน์ ส่วนทิศใต้และทิศตะวันออกติดเหมืองสาธารณประโยชน์ รายละเอียดนี้ช่วยให้เห็นว่าวัดศรีบุญเรืองมีความสัมพันธ์กับระบบน้ำและการเกษตรของแม่ทามาอย่างใกล้ชิด คำว่า “เหมือง” ในบริบทล้านนาไม่ได้หมายถึงเหมืองแร่ แต่หมายถึงลำเหมืองหรือทางส่งน้ำเพื่อการเกษตร ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบชลประทานพื้นบ้านภาคเหนือ การที่พื้นที่วัดติดลำเหมืองจึงสะท้อนวิถีการจัดการน้ำของชุมชนเกษตรกรรมโดยตรง
 
พิกัดของวัดอยู่ประมาณ 18.59603, 99.27675 ในเขตตำบลแม่ทา อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ ผู้เดินทางควรระบุชื่อให้ครบว่า “วัดศรีบุญเรือง แม่ทา แม่ออน” เนื่องจากประเทศไทยมีวัดชื่อศรีบุญเรืองจำนวนมาก และแม้แต่ในจังหวัดเชียงใหม่ก็มีวัดชื่อเดียวกันในพื้นที่อื่น การระบุชื่อตำบลแม่ทาและอำเภอแม่ออนจึงช่วยลดความสับสนและป้องกันระบบนำทางพาไปยังวัดศรีบุญเรืองแห่งอื่น
 
ประวัติของวัดเริ่มต้นใน พ.ศ. 2350 ซึ่งตรงกับช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์และเป็นช่วงที่ชุมชนล้านนาในเชียงใหม่กำลังฟื้นตัวและจัดระบบบ้านเมืองหลังความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองหลายยุค วัดที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชนบทช่วงเวลานี้มีความสำคัญมาก เพราะเป็นทั้งสถานที่ประกอบศาสนกิจ ศูนย์รวมของชาวบ้าน พื้นที่จัดงานบุญ และสถานที่ถ่ายทอดความรู้พื้นฐาน วัดศรีบุญเรืองจึงมีอายุเกิน 200 ปี และอยู่คู่กับตำบลแม่ทามาตลอดช่วงการเปลี่ยนแปลงจากชุมชนเกษตรแบบดั้งเดิมเข้าสู่สังคมร่วมสมัย
 
คนในชุมชนแม่ทาเรียกวัดศรีบุญเรืองว่า “วัดหลวง” มาแต่เดิม คำเรียกนี้มีความสำคัญต่อการทำความเข้าใจสถานะของวัด เพราะในภาษาชุมชน คำว่า “วัดหลวง” มักสะท้อนความรู้สึกว่าวัดนั้นเป็นวัดสำคัญหรือเป็นศูนย์กลางของพื้นที่ ประวัติท้องถิ่นจึงเชื่อมคำเรียกดังกล่าวกับข้อสันนิษฐานว่าวัดศรีบุญเรืองอาจเป็นหนึ่งในวัดแรก ๆ หรืออาจเป็นวัดแห่งแรกของตำบลแม่ทา แม้ไม่มีหลักฐานเอกสารเพียงพอที่จะยืนยันลำดับการสร้างวัดทุกแห่งในตำบลได้อย่างเด็ดขาด แต่ปีตั้งวัด พ.ศ. 2350 ก็ยืนยันได้ว่าวัดแห่งนี้อยู่ในกลุ่มศาสนสถานที่เก่าแก่ที่สุดของพื้นที่
 
การตั้งอยู่บน “ดอยน้อย” กลางทุ่งนายังทำให้วัดมีตำแหน่งทางภูมิทัศน์ที่โดดเด่นในอดีต ก่อนการขยายตัวของถนนและสิ่งปลูกสร้างสมัยใหม่ ผู้เดินทางเข้าสู่ชุมชนน่าจะมองเห็นศาสนสถานบนพื้นที่สูงกว่าทุ่งนาโดยรอบได้ง่าย ลักษณะการเลือกพื้นที่เช่นนี้พบได้ในวัดล้านนาหลายแห่ง เพราะเนินเตี้ยช่วยป้องกันน้ำหลาก ทำให้วัดมองเห็นได้จากระยะไกล และสร้างลำดับพื้นที่ทางศาสนาที่แยกออกจากพื้นที่เกษตรโดยไม่จำเป็นต้องอยู่ห่างจากชุมชนมากเกินไป
 
หลังตั้งวัดได้ประมาณ 34 ปี วัดศรีบุญเรืองได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2384 การได้รับวิสุงคามสีมามีความสำคัญต่อวัดในทางพระวินัย เพราะเป็นการกำหนดเขตสำหรับประกอบสังฆกรรมสำคัญภายในอุโบสถ เช่น การอุปสมบทพระภิกษุ สถานะดังกล่าวสะท้อนว่าวัดไม่ได้เป็นเพียงสำนักสงฆ์ขนาดเล็ก แต่ได้รับการพัฒนาเป็นวัดที่มีองค์ประกอบทางพระพุทธศาสนาครบถ้วนมากขึ้นตั้งแต่ช่วงครึ่งแรกของคริสต์ศตวรรษที่ 19
 
เส้นทางการปกครองของวัดมีการบันทึกรายชื่อพระผู้ดูแลไว้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ยุคเริ่มต้น พระนาภลภดำรงตำแหน่งช่วง พ.ศ. 2350–2370 ต่อด้วยพระอธิการคำ พ.ศ. 2370–2410 พระปอลิมา พ.ศ. 2410–2453 พระสิทธิ์ พ.ศ. 2453–2474 พระกาวิชัย พ.ศ. 2474–2480 พระครูบาเจ้าอธิการก๋องคำ สุคนฺโธ พ.ศ. 2480–2513 พระอินสม ชินวโร พ.ศ. 2513–2514 พระจำนงค์ อินฺทวํโส พ.ศ. 2514–2517 และพระครูอมรธรรมวงศ์ตั้งแต่ พ.ศ. 2517 เป็นต้นมา ลำดับนี้ครอบคลุมเวลากว่า 2 ศตวรรษและเป็นหลักฐานที่มีคุณค่าต่อประวัติชุมชนแม่ทาอย่างมาก
 
พระครูบาเจ้าอธิการก๋องคำ สุคนฺโธ เป็นหนึ่งในอดีตเจ้าอาวาสที่ได้รับการระลึกถึงอย่างชัดเจนภายในวัด เพราะมีการสร้างรูปเหมือนของท่านไว้เป็นปูชนียวัตถุ การมีรูปเหมือนอดีตเจ้าอาวาสในพื้นที่วัดสะท้อนวัฒนธรรมล้านนาที่ให้ความเคารพต่อพระเถระผู้สร้างคุณประโยชน์ต่อวัดและชุมชน พระสงฆ์ในวัดชนบทไม่ได้ทำหน้าที่เพียงสอนธรรมะ แต่ในหลายยุคยังเป็นผู้นำด้านการสร้างอาคาร การศึกษา การดูแลทรัพย์สินของวัด และการประสานกิจกรรมระหว่างครัวเรือนในหมู่บ้าน
 
พระครูอมรธรรมวงศ์ ติสฺสวํโส เข้ามาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสตั้งแต่ พ.ศ. 2517 และมีชื่อเป็นผู้รับรองข้อมูลประวัติวัดใน พ.ศ. 2565 พร้อมตำแหน่งเจ้าคณะตำบลแม่ทา–ทาเหนือ ข้อมูลกิจกรรมกฐินปี พ.ศ. 2568 ยังคงระบุพระครูอมรธรรมวงศ์เป็นเจ้าอาวาสวัดศรีบุญเรือง และในปีดังกล่าวมีพระจำพรรษา 5 รูป ความต่อเนื่องของการบริหารวัดเป็นเวลาหลายทศวรรษช่วยอธิบายว่าทำไมวัดจึงมีการพัฒนาอาคารและกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาอย่างเป็นระบบในยุคปัจจุบัน
 
หมายเลขติดต่อที่ใช้กับพระครูอมรธรรมวงศ์และวัดคือ 081-287-9615 ซึ่งปรากฏทั้งในทะเบียนข้อมูลวัดและเอกสารของสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงใหม่ ผู้ที่จะเดินทางไปทำบุญเป็นหมู่คณะ ติดต่อเรื่องงานบุญ หรือสอบถามกิจกรรมพิเศษจึงสามารถใช้หมายเลขนี้เป็นช่องทางประสานงาน โดยเฉพาะหากต้องการเข้าวัดในช่วงที่มีพิธีหรือกิจกรรมซึ่งอาจทำให้การใช้พื้นที่แตกต่างจากวันปกติ
 
อุโบสถของวัดสร้างเมื่อ พ.ศ. 2526 เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก แม้ทะเบียนท้องถิ่นไม่ได้ระบุขนาดตัวอาคารและรายละเอียดพระประธานภายในไว้อย่างครบถ้วน แต่สถานะของอุโบสถมีความสำคัญโดยตรงกับวิสุงคามสีมาที่วัดได้รับมาตั้งแต่ พ.ศ. 2384 การที่วัดมีทั้งประวัติวิสุงคามสีมาเก่าแก่และอุโบสถที่ได้รับการสร้างขึ้นใหม่ในยุคหลังสะท้อนการปรับปรุงศาสนสถานตามกาลเวลาโดยยังคงหน้าที่ทางพระวินัยเดิมไว้
 
วิหารของวัดสร้างเมื่อ พ.ศ. 2503 เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก วิหารเป็นพื้นที่ที่มีความสัมพันธ์กับประชาชนมากที่สุดแห่งหนึ่งในวัดล้านนา เพราะใช้เป็นสถานที่ไหว้พระ ทำบุญ และประกอบพิธีร่วมกัน ลักษณะของวัดศรีบุญเรืองจึงสะท้อนพัฒนาการจากวัดเก่าแก่ที่สร้างมาตั้งแต่ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 มาสู่วัดที่ทยอยสร้างอาคารถาวรด้วยคอนกรีตในช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 20 ตามการเปลี่ยนแปลงของวัสดุก่อสร้างและฐานะของชุมชน
 
ศาลาการเปรียญเป็นอาคารที่ใหม่กว่าส่วนอื่นอย่างชัดเจน สร้างเมื่อ พ.ศ. 2562 มีขนาดกว้างประมาณ 10 เมตร ยาว 35 เมตร เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ทำให้รองรับการรวมตัวของพระสงฆ์ ชาวบ้าน และผู้มาร่วมงานบุญได้เป็นจำนวนมาก ศาลาการเปรียญจึงทำหน้าที่เป็นพื้นที่สาธารณะภายในวัด ทั้งสำหรับฟังธรรม ถวายภัตตาหาร ประชุมศรัทธา และประกอบกิจกรรมทางศาสนาในโอกาสต่าง ๆ
 
ภายในศาลาการเปรียญประดิษฐานพระประธานปางนาคปรก หน้าตักกว้างประมาณ 29 นิ้ว สูงประมาณ 1.70 เมตร สร้างใน พ.ศ. 2562 พร้อมกับอาคาร พระพุทธรูปปางนาคปรกมีความหมายเชื่อมโยงกับเหตุการณ์หลังการตรัสรู้ เมื่อพญามุจลินท์แผ่พังพานปกป้องพระพุทธเจ้าจากพายุฝน ภาพดังกล่าวจึงสื่อถึงการคุ้มครอง ความสงบ และความมั่นคงในการปฏิบัติธรรม พระประธานองค์นี้เป็นจุดสักการะสำคัญสำหรับผู้มาเยือนวัดในปัจจุบัน
 
วัดมีกุฏิสงฆ์ 2 หลัง ประกอบด้วยอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 1 หลังและอาคารไม้อีก 1 หลัง ความแตกต่างของวัสดุช่วยให้มองเห็นการพัฒนาสิ่งปลูกสร้างต่างยุคภายในพื้นที่เดียวกัน กุฏิทำหน้าที่เป็นเขตพักอาศัยและประกอบกิจของพระสงฆ์ ผู้มาเยือนจึงควรหลีกเลี่ยงการเดินเข้าเขตส่วนตัวโดยไม่จำเป็น และควรรักษาความสงบเมื่ออยู่ใกล้บริเวณดังกล่าว
 
พื้นที่ประกอบกิจกรรมอื่นของวัดประกอบด้วยโรงครัว 2 หลัง เรือนเก็บพัสดุ 1 หลัง ศาลาบาตร 1 หลัง หอฉัน 1 หลัง ห้องน้ำ 4 หลัง และฌาปนสถาน 1 แห่ง อาคารเหล่านี้อาจไม่ได้โดดเด่นในเชิงสถาปัตยกรรมเท่าอุโบสถหรือวิหาร แต่มีความสำคัญต่อการทำงานของวัดอย่างมาก เพราะงานบุญแบบชุมชนต้องรองรับการปรุงอาหารจำนวนมาก การถวายภัตตาหาร การเก็บอุปกรณ์ และการจัดพิธีที่มีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก
 
วัดมีพระเจดีย์อย่างน้อย 1 องค์ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในผังวัดแบบล้านนา พระเจดีย์มีความหมายในฐานะสิ่งแทนองค์พระพุทธเจ้าและพื้นที่สำหรับการสักการะ แม้ไม่มีข้อมูลที่เผยแพร่ชัดเจนเกี่ยวกับปีสร้าง รูปแบบทางศิลปกรรม หรือพระบรมสารีริกธาตุภายใน จึงไม่ควรกำหนดรายละเอียดเพิ่มเติมเกินหลักฐาน แต่การมีพระเจดีย์ยืนยันได้ว่าวัดยังคงรักษาองค์ประกอบพื้นฐานของศาสนสถานล้านนาไว้ภายในพื้นที่
 
ปูชนียวัตถุที่ควรให้ความสนใจนอกเหนือจากพระประธาน ได้แก่ รูปเหมือนพระครูบาเจ้าอธิการก๋องคำ สุคนฺโธ รูปเหมือนหลวงปู่ทวด วัดช้างไห้ รูปเหมือนหลวงปู่ดู่ และพระพุทธรูปประดิษฐานบนแท่นชุกชี สิ่งสักการะเหล่านี้ทำให้เห็นความหลากหลายของสายศรัทธาภายในวัด ตั้งแต่การระลึกถึงอดีตเจ้าอาวาสของชุมชน ไปจนถึงพระเกจิที่ได้รับความเคารพในระดับประเทศ
 
การมีรูปเหมือนหลวงปู่ทวดและหลวงปู่ดู่ไม่ได้เปลี่ยนสถานะของวัดจากวัดล้านนาไปเป็นวัดที่เน้นสายเกจิเพียงอย่างเดียว แต่สะท้อนธรรมชาติของความศรัทธาไทยร่วมสมัยที่สามารถรวมความเคารพต่อพระพุทธเจ้า พระเถระท้องถิ่น และพระเกจิจากต่างภูมิภาคไว้ในพื้นที่เดียวกัน ผู้ที่มาไหว้พระจึงสามารถเริ่มจากพระประธานในศาลาการเปรียญ แล้วจึงเดินสักการะรูปเหมือนพระเถระตามความศรัทธา
 
จุดเด่นอีกประการหนึ่งของวัดศรีบุญเรืองคือความต่อเนื่องด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนา วัดมีหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบลตั้งแต่ พ.ศ. 2562 หน่วยงานลักษณะนี้มีบทบาทในการนำหลักธรรมไปใช้กับการพัฒนาชุมชน ทั้งด้านศีลธรรม ครอบครัว การอยู่ร่วมกัน สุขภาวะ และกิจกรรมสาธารณประโยชน์ การเป็นวัดเก่าแก่จึงไม่ได้ทำให้บทบาทของวัดหยุดอยู่ที่การอนุรักษ์อดีต แต่ยังมีหน้าที่ต่อสังคมร่วมสมัยอย่างต่อเนื่อง
 
ในด้านการศึกษา วัดมีประวัติการจัดการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกธรรม ขณะที่ตำแหน่งของเจ้าอาวาสในฐานะเจ้าคณะตำบลแม่ทา–ทาเหนือยิ่งทำให้วัดมีความสำคัญต่อโครงสร้างคณะสงฆ์ระดับพื้นที่ วัดจึงเป็นทั้งวัดประจำชุมชนและศูนย์กลางทางคณะสงฆ์ ซึ่งมีผลต่อการประสานงานงานบุญ การศึกษา และกิจกรรมพระพุทธศาสนาในตำบลใกล้เคียง
 
กิจกรรมที่ยืนยันได้ชัดเจนในรอบปีคือประเพณีทอดกฐิน ปี พ.ศ. 2568 วัดกำหนดทอดกฐินในวันที่ 1 พฤศจิกายน เวลา 09.00 น. และมีพระจำพรรษา 5 รูป กฐินเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่เห็นบทบาทของวัดต่อชุมชนได้ชัดที่สุด เพราะหลังออกพรรษา ชาวบ้านและศรัทธาจากหลายพื้นที่จะร่วมกันถวายผ้ากฐิน ปัจจัย และเครื่องไทยธรรมแก่พระสงฆ์ เป็นทั้งพิธีทางศาสนาและกิจกรรมที่เชื่อมผู้คนกลับเข้าสู่ชุมชน
 
วัดศรีบุญเรืองจึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่สนใจประเพณีล้านนาในระดับชุมชน เพราะบรรยากาศในวันงานบุญแตกต่างจากวันธรรมดา ชาวบ้านจะมีบทบาทในการจัดเตรียมอาหาร ดูแลสถานที่ ร่วมขบวนและทำบุญ ทำให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างบ้านกับวัดที่ยังดำเนินอยู่จริง อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ต้องการชมอาคารและสักการะอย่างสงบควรเลือกเดินทางในวันธรรมดาหรือช่วงเช้าที่ไม่มีงานพิธีใหญ่
 
อีกองค์ประกอบที่ทำให้ตำบลแม่ทามีความน่าสนใจคือการผสมผสานระหว่างพระพุทธศาสนากับวัฒนธรรมชุมชนและระบบเกษตรกรรม พื้นที่แม่ทามีชื่อเสียงด้านเกษตรยั่งยืนและเกษตรอินทรีย์ มีการรวมตัวของเกษตรกรเป็นสหกรณ์และวิสาหกิจชุมชน ขณะเดียวกันก็ยังมีพิธีเกี่ยวกับระบบน้ำและความเชื่อชุมชน เช่น การเลี้ยงผีขุนน้ำและความเชื่อเกี่ยวกับผีเสื้อบ้าน วัดศรีบุญเรืองจึงตั้งอยู่ในบริบททางวัฒนธรรมที่กว้างกว่าพระพุทธศาสนาเพียงด้านเดียว
 
วิถีดังกล่าวเป็นลักษณะสำคัญของล้านนา ซึ่งพระพุทธศาสนา ความเชื่อท้องถิ่น ระบบเหมืองฝาย และเกษตรกรรมสามารถดำรงอยู่ร่วมกันได้ ในชีวิตจริง ชาวบ้านอาจเข้าวัดทำบุญในวันพระ ขณะเดียวกันก็ร่วมพิธีที่เกี่ยวข้องกับน้ำ ป่า หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำชุมชนในโอกาสอื่น การเข้าใจบริบทเช่นนี้ทำให้การมาเที่ยววัดศรีบุญเรืองมีมิติมากกว่าการเดินชมอาคาร เพราะวัดเป็นส่วนหนึ่งของระบบวัฒนธรรมทั้งหมดของแม่ทา
 
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ จุดที่น่าสนใจที่สุดอาจไม่ใช่อาคารใดอาคารหนึ่ง แต่เป็นลำดับเวลาที่ยาวกว่า 200 ปี ตั้งแต่พระนาภลภใน พ.ศ. 2350 ผ่านพระอธิการคำ พระปอลิมา พระสิทธิ์ พระกาวิชัย พระครูบาเจ้าอธิการก๋องคำ พระอินสม พระจำนงค์ จนถึงพระครูอมรธรรมวงศ์ การเปลี่ยนผ่านของเจ้าอาวาสแต่ละยุคเกิดขึ้นพร้อมความเปลี่ยนแปลงของเชียงใหม่ ตั้งแต่สังคมล้านนาแบบดั้งเดิม การรวมเข้าสู่ระบบรัฐสมัยใหม่ การขยายการศึกษา ถนน ไฟฟ้า ไปจนถึงเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวร่วมสมัย
 
การเดินชมวัดจึงควรเริ่มจากการมองภาพรวมของภูมิประเทศก่อน เมื่อเข้าสู่บริเวณวัดจะเห็นพื้นที่เปิดและอาคารกระจายอยู่ในบริเวณที่ไม่ได้หนาแน่นมาก จากนั้นควรเริ่มสักการะในวิหารหรือศาลาการเปรียญ ชมพระประธานปางนาคปรก แล้วจึงเดินไปยังพระเจดีย์และรูปเหมือนอดีตพระเถระ ลำดับแบบนี้ช่วยให้การเที่ยวไม่กลายเป็นเพียงการถ่ายภาพ แต่เป็นการทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างศาสนสถานกับเรื่องราวของชุมชน
 
ผู้ที่มาในช่วงเช้าจะได้บรรยากาศสงบและอากาศไม่ร้อนมาก พื้นที่กลางทุ่งและทางสาธารณะรอบวัดเปิดรับแสงค่อนข้างมาก ช่วงกลางวันจึงอาจร้อนกว่าการเที่ยววัดในพื้นที่ป่าหรือหุบเขา ควรเตรียมน้ำดื่มและเลือกเสื้อผ้าที่สุภาพแต่ระบายอากาศได้ดี การเดินชมวัดไม่ได้ใช้ระยะทางมาก แต่ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 45 นาทีถึง 1 ชั่วโมงเพื่อสักการะและชมบริเวณโดยไม่เร่งรีบ
 
มารยาทในการเข้าวัดยังคงเป็นสิ่งสำคัญ เสื้อควรปกปิดหัวไหล่ กางเกงหรือกระโปรงควรคลุมเข่า ถอดรองเท้าก่อนเข้าอาคารที่กำหนด ไม่ปีนฐานพระพุทธรูปหรือพระเจดีย์ ไม่สัมผัสปูชนียวัตถุโดยไม่จำเป็น และไม่ส่งเสียงดังใกล้กุฏิสงฆ์ หากมีกิจกรรมทางศาสนาอยู่ควรให้พื้นที่แก่ชาวบ้านและพระสงฆ์ที่กำลังประกอบพิธีก่อนการถ่ายภาพ
 
สำหรับผู้สนใจถ่ายภาพ เสน่ห์ของวัดศรีบุญเรืองอยู่ที่บรรยากาศโดยรวมมากกว่าสถาปัตยกรรมเพียงจุดเดียว ภาพของพระเจดีย์ อาคารวัด และพื้นที่เกษตรโดยรอบสามารถสื่อความเป็นวัดชนบทล้านนาได้ชัดเจน โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนและปลายฤดูฝนที่ทุ่งและพื้นที่เกษตรมีสีเขียว ส่วนฤดูหนาวอากาศเย็นและเหมาะกับการเดินทางช่วงเช้ามากที่สุด
 
วัดศรีบุญเรืองยังเหมาะเป็นจุดเริ่มต้นในการทำความรู้จักวัดทั้ง 5 แห่งของตำบลแม่ทา ได้แก่ วัดจอมธรรม วัดดอนชัย วัดปงกา วัดห้วยทราย และวัดศรีบุญเรืองเอง แต่ละวัดมีประวัติและพัฒนาการต่างกัน จึงสามารถจัดเป็นเส้นทางวัดชุมชนแม่ทาได้โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางออกไปยังแหล่งท่องเที่ยวหลักของแม่ออนทันที
 
วัดปงกามีความน่าสนใจด้านประวัติศาสตร์ชุมชนและการฟื้นฟูวัดร้าง ข้อมูลมหาเถรสมาคมระบุว่าวัดปงกาอยู่ห่างจากวัดศรีบุญเรืองประมาณ 5 กิโลเมตร และได้รับการยกจากวัดร้างขึ้นเป็นวัดที่มีพระภิกษุจำพรรษาใน พ.ศ. 2551 การไปวัดปงกาต่อจากวัดศรีบุญเรืองจึงช่วยให้เห็นทั้งวัดเก่าแก่ที่มีประวัติต่อเนื่องกว่า 200 ปีและวัดที่ได้รับการฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ในชุมชนเดียวกัน
 
วัดดอนชัยเป็นอีกจุดที่ควรเชื่อมในเส้นทาง ประวัติท้องถิ่นของวัดดอนชัยสัมพันธ์กับการย้ายจากพื้นที่วัดปงกาในอดีตเพราะปัญหาน้ำท่วม ขณะที่วัดห้วยทรายยังคงเป็นวัดประจำชุมชนหมู่ 4 และมีพระสงฆ์จำพรรษาในปัจจุบัน การเที่ยวเชื่อมกันทำให้ผู้มาเยือนได้เห็นว่าวัดแต่ละแห่งไม่ใช่หน่วยโดดเดี่ยว แต่มีประวัติที่เกี่ยวเนื่องกับการตั้งถิ่นฐานและเส้นทางน้ำของตำบลแม่ทา
 
วัดจอมธรรมอยู่ในตำบลแม่ทาเช่นกันและมีลักษณะโดดเด่นต่างออกไป เพราะนอกจากเป็นวัดเก่าแก่แล้ว ปัจจุบันยังมีสิ่งสักการะขนาดใหญ่และพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงศรัทธาร่วมสมัย การนำวัดศรีบุญเรืองและวัดจอมธรรมไว้ในวันเดียวกันช่วยให้เห็นความแตกต่างระหว่างวัดที่ยังคงบรรยากาศวัดชุมชนกลางพื้นที่เกษตร กับวัดที่พัฒนาจุดหมายด้านการท่องเที่ยวทางศรัทธามากขึ้น
 
อีกสถานที่ที่ควรเชื่อมคือแม่ทาออร์แกนิคฟาร์มและศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์ของชุมชน ซึ่งสะท้อนอัตลักษณ์อีกด้านของตำบลแม่ทา พื้นที่นี้ได้รับการพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านเกษตรอินทรีย์ การเก็บผัก การประกอบอาหารพื้นถิ่น การเรียนรู้ป่าชุมชน และการท่องเที่ยววิถียั่งยืน การเที่ยววัดศรีบุญเรืองควบคู่กับพื้นที่เกษตรจึงช่วยให้เข้าใจทั้งศรัทธาและฐานเศรษฐกิจของชุมชนในวันเดียวกัน
 
แม่ทาออร์แกนิคยังเป็นตัวอย่างของการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจชุมชนจากการเกษตรทั่วไปไปสู่เกษตรยั่งยืนและกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ เกษตรกรรุ่นใหม่รวมตัวกันพัฒนาผลิตภัณฑ์และโฮมสเตย์ ทำให้พื้นที่แม่ทามีความเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการใช้เวลานานกว่าการแวะชมสถานที่เพียงไม่กี่นาที ผู้สนใจสามารถวางแผนช่วงเช้าไหว้พระที่วัดศรีบุญเรือง แล้วต่อด้วยอาหารหรือกิจกรรมเกษตรอินทรีย์ในชุมชน
 
หากมีเวลาหนึ่งวันเต็ม สามารถขยายเส้นทางออกไปยังถ้ำเมืองออนและน้ำพุร้อนสันกำแพงได้ แม้สองแห่งนี้อยู่ไกลจากตำบลแม่ทามากกว่าวัดในชุมชน แต่เป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักของอำเภอแม่ออนที่เหมาะกับการต่อเส้นทาง ถ้ำเมืองออนให้ประสบการณ์ด้านธรรมชาติและศาสนา ขณะที่น้ำพุร้อนสันกำแพงเหมาะสำหรับพักผ่อนช่วงบ่าย การเริ่มวันจากวัดศรีบุญเรืองจะทำให้เส้นทางมีมิติด้านประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเพิ่มขึ้นก่อนเข้าสู่จุดท่องเที่ยวที่มีผู้มาเยือนจำนวนมากกว่า
 
ด้านอาหาร ในตำบลแม่ทามีร้านขนาดเล็กที่เหมาะกับการแวะหลังไหว้พระ เช่น ข้าวซอยก๋าไก๋ ร้านอาหารท้องถิ่นที่เปิดช่วงกลางวัน กาแฟบ้านนายช่าง คาเฟ่เล็กในชุมชน แม่ทาออร์แกนิคคาเฟ่ที่เชื่อมกับเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ ร้านเฮือนฮ่อมดอย และสุขเสมอ คาเฟ่แอนด์โฮมสเตย์ การเลือกร้านในพื้นที่ช่วยลดการย้อนเส้นทางออกไปยังสันกำแพง และยังช่วยกระจายรายได้ให้กิจการชุมชนโดยตรง
 
แม่ทาออร์แกนิคคาเฟ่เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจอาหารและเครื่องดื่มในบริบทเกษตรยั่งยืน ร้านตั้งอยู่ในตำบลแม่ทาและเชื่อมกับพื้นที่เรียนรู้เกษตรอินทรีย์ จึงสามารถจัดรวมกับวัดในเส้นทางเดียวกันได้ ข้าวซอยก๋าไก๋เหมาะสำหรับมื้อกลางวันแบบง่าย ๆ ส่วนร้านเฮือนฮ่อมดอยรองรับทั้งอาหารกลางวันและเย็น ทำให้มีตัวเลือกตามช่วงเวลาการเดินทาง
 
สำหรับที่พักภายในหรือใกล้ตำบลแม่ทา ตัวเลือกมีลักษณะเป็นโฮมสเตย์ ฟาร์มสเตย์ และที่พักขนาดเล็กมากกว่าโรงแรมขนาดใหญ่ Small Cottage in the Big Forest และมาบ้านเพื่อนฟาร์มสเตย์ตั้งอยู่ในแม่ทา ขณะที่สุขเสมอมีทั้งคาเฟ่และโฮมสเตย์ ผู้ที่ต้องการที่พักแบบรีสอร์ตสามารถขยับออกไปยังพื้นที่ออนเหนือและบ้านสหกรณ์ ซึ่งมี 100 LOVE รีสอร์ทและ Blessing Homestay เป็นทางเลือกเพิ่มเติม
 
รูปแบบที่พักเช่นนี้เหมาะกับลักษณะการท่องเที่ยวของแม่ทา เพราะผู้เดินทางจำนวนมากไม่ได้มองหาสิ่งอำนวยความสะดวกแบบโรงแรมเมือง แต่ต้องการสัมผัสบรรยากาศชนบท เกษตรอินทรีย์ และชุมชน การพักโฮมสเตย์ช่วยให้มีเวลาเที่ยววัดและพื้นที่เรียนรู้ได้โดยไม่ต้องรีบขับกลับเชียงใหม่ในวันเดียว โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการต่อเส้นทางทาเหนือ แม่ตะไคร้ หรือแม่กำปองในวันถัดไป
 
การเดินทาง จากตัวเมืองเชียงใหม่ควรใช้รถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถพร้อมคนขับ เดินทางออกทางสันกำแพงเข้าสู่อำเภอแม่ออน แล้วเข้าสู่ตำบลแม่ทา จากนั้นใช้ระบบนำทางไปยังบ้านค้อกลาง หมู่ 3 วัดอยู่เลขที่ 61 และมีพิกัดประมาณ 18.59603, 99.27675 การขับรถเองเหมาะที่สุดเนื่องจากระบบขนส่งสาธารณะในตำบลแม่ทามีจำกัด และสถานที่ใกล้เคียงหลายแห่งกระจายอยู่ตามถนนชุมชน
 
ผู้ที่เดินทางจากลำพูนสามารถเข้าสู่พื้นที่แม่ทาผ่านเส้นทางชนบทที่เชื่อมฝั่งอำเภอบ้านธิและพื้นที่ใกล้เคียงได้เช่นกัน ทำให้วัดศรีบุญเรืองเหมาะกับการจัดเส้นทางเชื่อมเชียงใหม่–ลำพูนสำหรับผู้ใช้รถส่วนตัว อย่างไรก็ตาม ถนนบางช่วงเป็นเส้นทางชุมชนและพื้นที่เกษตร ควรขับด้วยความเร็วต่ำ ระวังรถจักรยานยนต์ รถการเกษตร และคนในหมู่บ้าน
 
หากมาเฉพาะวัดศรีบุญเรือง สามารถเผื่อเวลาประมาณ 45–60 นาที แต่หากต้องการเดินชมพระเจดีย์ สักการะรูปเหมือนครูบาและพระเกจิ อ่านรายละเอียดอาคาร และสัมผัสบรรยากาศโดยรอบ ควรเผื่อ 1–2 ชั่วโมง ผู้สนใจประวัติศาสตร์ควรเดินชมแบบช้า ๆ เพราะคุณค่าของวัดไม่ได้อยู่ที่การมีแลนด์มาร์กใหญ่เพียงจุดเดียว แต่เป็นรายละเอียดหลายส่วนที่ประกอบกันเป็นประวัติของชุมชน
 
หนึ่งในประเด็นที่ทำให้วัดศรีบุญเรืองน่าสนใจกว่าวัดท่องเที่ยวทั่วไปคือการมีข้อมูลลำดับเจ้าอาวาสเกือบครบตลอดเวลากว่า 200 ปี รายชื่อเหล่านี้ช่วยสร้างเส้นเวลาของชุมชนที่มักไม่ปรากฏในคู่มือท่องเที่ยว พระผู้ปกครองวัดแต่ละยุคเป็นทั้งพยานและผู้มีส่วนร่วมในความเปลี่ยนแปลงของแม่ทา ตั้งแต่สังคมที่พึ่งพาเส้นทางเดินและเหมืองฝาย ไปจนถึงชุมชนที่เชื่อมต่อกับเมืองผ่านถนน โทรศัพท์ และเศรษฐกิจสมัยใหม่
 
พระครูบาเจ้าอธิการก๋องคำ สุคนฺโธ ซึ่งปกครองวัดตั้งแต่ พ.ศ. 2480 ถึง พ.ศ. 2513 เป็นตัวอย่างหนึ่งของพระเถระที่คนในพื้นที่ยังคงระลึกถึงผ่านรูปเหมือนภายในวัด ช่วงเวลาที่ท่านดำรงตำแหน่งครอบคลุมทั้งสงครามโลกครั้งที่ 2 และยุคพัฒนาชนบทของประเทศไทย การรักษาความทรงจำของอดีตเจ้าอาวาสจึงช่วยเชื่อมคนรุ่นปัจจุบันเข้ากับช่วงเวลาสำคัญของชุมชนโดยไม่ต้องพึ่งเพียงเอกสารราชการ
 
ส่วนพระครูอมรธรรมวงศ์ซึ่งเริ่มดำรงตำแหน่งตั้งแต่ พ.ศ. 2517 เป็นผู้ปกครองวัดต่อเนื่องยาวนานหลายทศวรรษ ช่วงเวลานี้เกิดการสร้างและปรับปรุงอาคารสำคัญหลายส่วน เช่น อุโบสถ พ.ศ. 2526 และศาลาการเปรียญ พ.ศ. 2562 รวมถึงการจัดตั้งหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบลในปีเดียวกัน จึงเป็นช่วงที่วัดขยายบทบาทจากศาสนสถานประจำหมู่บ้านไปสู่ศูนย์กิจกรรมทางพระพุทธศาสนาระดับตำบลมากขึ้น
 
การมาเยือนวัดศรีบุญเรืองจึงเหมาะกับนักท่องเที่ยวหลายประเภท ผู้สนใจวัดเก่าได้เรียนรู้ประวัติตั้งแต่ พ.ศ. 2350 ผู้สนใจพระพุทธศาสนาได้สักการะพระประธานปางนาคปรกและพระเถระสำคัญ ผู้ศึกษาวัฒนธรรมล้านนาได้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างวัด ทุ่งนา ลำเหมือง และชุมชน ส่วนผู้ชื่นชอบการท่องเที่ยวแบบช้า ๆ สามารถเชื่อมวัดกับเกษตรอินทรีย์ คาเฟ่ และวัดอื่นในตำบลได้โดยไม่ต้องเดินทางไกล
 
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงคือการมองวัดเพียงจากคำว่า “เก่าแก่” โดยไม่เข้าใจการใช้งานในปัจจุบัน วัดศรีบุญเรืองไม่ได้เป็นโบราณสถานที่หยุดนิ่ง แต่เป็นวัดที่ยังมีพระสงฆ์จำพรรษา มีเจ้าอาวาส มีงานกฐิน มีการอบรมประชาชน มีพื้นที่ฌาปนสถาน และยังรับใช้ชุมชนในกิจกรรมสำคัญของชีวิต ตั้งแต่การทำบุญไปจนถึงพิธีเกี่ยวกับการเสียชีวิต ความหมายของวัดจึงเกิดจากการใช้งานต่อเนื่องมากพอ ๆ กับอายุของสถานที่
 
บรรยากาศแบบวัดชุมชนทำให้วัดศรีบุญเรืองเหมาะกับผู้ที่ต้องการเห็นเชียงใหม่ในมุมที่ต่างจากวัดชื่อดังในตัวเมือง ที่นี่ไม่มีฝูงนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ไม่มีเส้นทางเดินที่ออกแบบเพื่อการท่องเที่ยวโดยเฉพาะ และไม่มีพื้นที่พาณิชย์ขนาดใหญ่ สิ่งที่ได้แทนคือความสงบ ความสัมพันธ์กับชุมชน และโอกาสได้เห็นโครงสร้างของวัดล้านนาที่ทำหน้าที่อยู่ในชีวิตประจำวันจริง
 
เมื่อรวมประวัติวัดตั้งแต่ พ.ศ. 2350 วิสุงคามสีมา พ.ศ. 2384 วิหาร พ.ศ. 2503 อุโบสถ พ.ศ. 2526 ศาลาการเปรียญและพระประธานปางนาคปรก พ.ศ. 2562 ลำดับเจ้าอาวาสต่อเนื่องกว่า 200 ปี รวมถึงบริบทของเกษตรอินทรีย์และวัฒนธรรมแม่ทา จะเห็นว่าวัดศรีบุญเรืองเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ช่วยอธิบายพัฒนาการของชุมชนได้ดีที่สุดแห่งหนึ่ง เพราะทุกช่วงเวลาทิ้งร่องรอยไว้ทั้งในอาคาร บุคคล และกิจกรรมของวัด
 
สำหรับผู้เดินทางที่ต้องการเที่ยวแม่ออนแบบลงลึก เส้นทางที่เริ่มจากวัดศรีบุญเรือง แล้วต่อแม่ทาออร์แกนิค วัดปงกา วัดดอนชัย วัดจอมธรรม และวัดห้วยทราย จะทำให้เห็นตัวตนของตำบลแม่ทาได้ครบกว่าการผ่านพื้นที่ไปยังแม่กำปองเพียงอย่างเดียว จากนั้นจึงค่อยต่อถ้ำเมืองออนหรือน้ำพุร้อนสันกำแพงหากยังมีเวลา เป็นเส้นทางที่มีทั้งประวัติศาสตร์ ศรัทธา เกษตร อาหาร และธรรมชาติในวันเดียว
 
วัดศรีบุญเรืองจึงไม่ได้มีคุณค่าเพียงในฐานะวัดเก่าที่มีอายุเกิน 200 ปี แต่เป็นหลักฐานของการตั้งถิ่นฐานและพัฒนาการทางสังคมของแม่ทา เป็นศูนย์รวมทางพระพุทธศาสนาที่คนในชุมชนเรียกว่า “วัดหลวง” เป็นพื้นที่ที่พระเถระหลายรุ่นทำหน้าที่สืบต่อกัน และยังเป็นวัดที่ดำรงบทบาทต่อชุมชนในปัจจุบัน ผู้ที่เดินทางมาเยือนพร้อมความเข้าใจประวัติจะพบว่าสิ่งที่น่าสนใจที่สุดของสถานที่แห่งนี้ไม่ใช่อาคารใดอาคารหนึ่ง แต่คือความต่อเนื่องของศรัทธาที่เชื่อมอดีตของล้านนาเข้ากับชีวิตของผู้คนในแม่ทาทุกวันนี้
 
ชื่อสถานที่วัดศรีบุญเรือง (แม่ทา)
ประเภทวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย
ที่ตั้งเลขที่ 61 บ้านค้อกลาง หมู่ 3 ตำบลแม่ทา อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ 50130
พิกัดประมาณ 18.59603, 99.27675
ปีตั้งวัดพ.ศ. 2350
วิสุงคามสีมาได้รับพระราชทานวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2384
ชื่อเรียกในชุมชนชาวแม่ทานิยมเรียกว่า “วัดหลวง” และเป็นหนึ่งในวัดเก่าแก่ที่สุดของตำบลแม่ทา
เจ้าอาวาสพระครูอมรธรรมวงศ์ ติสฺสวํโส
ตำแหน่งทางคณะสงฆ์เจ้าคณะตำบลแม่ทา–ทาเหนือ
เบอร์ติดต่อ081-287-9615
พื้นที่วัดประมาณ 6 ไร่ 3 งาน 20 ตารางวา โฉนดเลขที่ 7068
อุโบสถอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก สร้างเมื่อ พ.ศ. 2526
วิหารอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก สร้างเมื่อ พ.ศ. 2503
ศาลาการเปรียญกว้างประมาณ 10 เมตร ยาว 35 เมตร อาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก สร้างเมื่อ พ.ศ. 2562
พระประธานศาลาการเปรียญพระพุทธรูปปางนาคปรก หน้าตักประมาณ 29 นิ้ว สูงประมาณ 1.70 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2562
ปูชนียวัตถุสำคัญรูปเหมือนพระครูบาเจ้าอธิการก๋องคำ สุคนฺโธ, รูปเหมือนหลวงปู่ทวด วัดช้างไห้, รูปเหมือนหลวงปู่ดู่ และพระพุทธรูปบนแท่นชุกชี
อาคารและพื้นที่อื่นกุฏิสงฆ์ 2 หลัง, โรงครัว 2 หลัง, เรือนเก็บพัสดุ, ศาลาบาตร, หอฉัน, พระเจดีย์, ฌาปนสถาน และห้องน้ำ 4 หลัง
การเผยแผ่พระพุทธศาสนามีหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบล ตั้งแต่ พ.ศ. 2562
งานบุญสำคัญกฐินและกิจกรรมตามปฏิทินพระพุทธศาสนา โดยกฐินปี พ.ศ. 2568 จัดวันที่ 1 พฤศจิกายน เวลา 09.00 น. มีพระจำพรรษา 5 รูป
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00 – 17.00 น.
การเดินทางจากเชียงใหม่เดินทางผ่านสันกำแพงเข้าสู่อำเภอแม่ออน แล้วเข้าสู่ตำบลแม่ทาและบ้านค้อกลาง รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าสะดวกที่สุด
สถานะปัจจุบันเป็นวัดที่ยังมีพระสงฆ์จำพรรษาและมีกิจกรรมพระพุทธศาสนาต่อเนื่อง
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. แม่ทาออร์แกนิคฟาร์ม ประมาณ 3 กม.
2. วัดปงกา ประมาณ 5 กม.
3. วัดดอนชัย ประมาณ 6 กม.
4. วัดห้วยทราย ประมาณ 8 กม.
5. วัดจอมธรรม ประมาณ 17 กม.
ร้านอาหารและคาเฟ่ใกล้เคียง1. Maetha Organic Cafe ประมาณ 3 กม. โทร. 096-697-0079
2. ข้าวซอยก๋าไก๋ ประมาณ 5 กม. โทร. 099-396-7056
3. กาแฟบ้านนายช่าง ประมาณ 6 กม. โทร. 062-190-2595
4. ร้านเฮือนฮ่อมดอย ประมาณ 8 กม. โทร. 080-135-1848
5. สุขเสมอ คาเฟ่ & โฮมสเตย์ แม่ทา ประมาณ 8 กม. โทร. 088-805-3426
ที่พักใกล้เคียง1. Small Cottage in the Big Forest ประมาณ 5 กม. โทร. 062-048-7766
2. มาบ้านเพื่อนฟาร์มสเตย์ ประมาณ 5 กม. โทร. 062-048-7766
3. สุขเสมอ คาเฟ่ & โฮมสเตย์ แม่ทา ประมาณ 8 กม. โทร. 088-805-3426
4. 100 LOVE รีสอร์ท แม่ออน ประมาณ 18 กม. โทร. 065-462-5627
5. Blessing Homestay @Mae-On Chiang Mai ประมาณ 20 กม. โทร. 089-011-4668
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดศรีบุญเรือง แม่ทา อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดศรีบุญเรืองตั้งอยู่เลขที่ 61 บ้านค้อกลาง หมู่ 3 ตำบลแม่ทา อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ 50130 พิกัดประมาณ 18.59603, 99.27675
 
ถาม: วัดศรีบุญเรืองสร้างขึ้นเมื่อใด?
ตอบ: วัดศรีบุญเรืองตั้งเป็นวัดใน พ.ศ. 2350 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2384 จึงเป็นหนึ่งในวัดเก่าแก่ที่สุดของตำบลแม่ทา
 
ถาม: ทำไมชาวแม่ทาจึงเรียกวัดศรีบุญเรืองว่า “วัดหลวง”?
ตอบ: วัดเป็นศาสนสถานเก่าแก่ที่มีบทบาทเป็นศูนย์กลางของชุมชนมาอย่างยาวนาน คนในพื้นที่จึงนิยมเรียกว่า “วัดหลวง” และประวัติท้องถิ่นยังเชื่อมคำเรียกนี้กับสถานะของวัดในฐานะหนึ่งในวัดยุคแรกของตำบลแม่ทา
 
ถาม: เจ้าอาวาสวัดศรีบุญเรืองปัจจุบันคือใคร?
ตอบ: พระครูอมรธรรมวงศ์ ติสฺสวํโส เป็นเจ้าอาวาสวัดศรีบุญเรือง และดำรงตำแหน่งเจ้าคณะตำบลแม่ทา–ทาเหนือ หมายเลขติดต่อ 081-287-9615
 
ถาม: ภายในวัดศรีบุญเรืองมีอะไรสำคัญให้ชมและสักการะ?
ตอบ: ภายในวัดมีอุโบสถ วิหาร ศาลาการเปรียญ พระเจดีย์ พระประธานปางนาคปรก รูปเหมือนพระครูบาเจ้าอธิการก๋องคำ สุคนฺโธ รูปเหมือนหลวงปู่ทวด วัดช้างไห้ รูปเหมือนหลวงปู่ดู่ และพระพุทธรูปบนแท่นชุกชี
 
ถาม: วัดศรีบุญเรืองมีงานบุญสำคัญอะไร?
ตอบ: วัดจัดกิจกรรมตามปฏิทินพระพุทธศาสนา โดยกฐินเป็นงานสำคัญหลังออกพรรษา ปี พ.ศ. 2568 จัดในวันที่ 1 พฤศจิกายน เวลา 09.00 น. และมีพระจำพรรษา 5 รูป
 
ถาม: เดินทางไปวัดศรีบุญเรือง แม่ทา อย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองเชียงใหม่เดินทางผ่านอำเภอสันกำแพงเข้าสู่อำเภอแม่ออน จากนั้นเข้าสู่ตำบลแม่ทาและบ้านค้อกลาง รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าสะดวกที่สุด ควรค้นหาชื่อเต็มว่า “วัดศรีบุญเรือง แม่ทา แม่ออน เชียงใหม่” เพื่อป้องกันความสับสนกับวัดชื่อเดียวกันแห่งอื่น
 
ถาม: เที่ยววัดศรีบุญเรืองแล้วสามารถไปที่ไหนต่อได้บ้าง?
ตอบ: สามารถจัดเส้นทางต่อไปยังแม่ทาออร์แกนิคฟาร์ม วัดปงกา วัดดอนชัย วัดห้วยทราย และวัดจอมธรรม หากมีเวลาเต็มวันสามารถต่อไปยังถ้ำเมืองออนและน้ำพุร้อนสันกำแพงได้

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัด ●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ

ปรับปรุงล่าสุด : 1 สัปดาห์ที่แล้ว


คลิกเพื่อเข้าแผนที่นำทาง GPS

แผนที่วัดศรีบุญเรือง (แม่ทา)

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
https://www.lovethailand.org/อ.เมืองเชียงใหม่(121)
https://www.lovethailand.org/อ.จอมทอง(47)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่แจ่ม(25)
https://www.lovethailand.org/อ.เชียงดาว(33)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยสะเก็ด(68)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่แตง(85)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่ริม(69)
https://www.lovethailand.org/อ.สะเมิง(29)
https://www.lovethailand.org/อ.ฝาง(71)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่อาย(59)
https://www.lovethailand.org/อ.พร้าว(70)
https://www.lovethailand.org/อ.สันป่าตอง(103)
https://www.lovethailand.org/อ.สันกำแพง(66)
https://www.lovethailand.org/อ.สันทราย(73)
https://www.lovethailand.org/อ.หางดง(73)
https://www.lovethailand.org/อ.ฮอด(32)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยเต่า(22)
https://www.lovethailand.org/อ.อมก๋อย(11)
https://www.lovethailand.org/อ.สารภี(74)
https://www.lovethailand.org/อ.เวียงแหง(15)
https://www.lovethailand.org/อ.ไชยปราการ(28)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่วาง(32)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่ออน(22)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยหล่อ(33)
https://www.lovethailand.org/อ.กัลยาณิวัฒนา(1)