หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ >อ.เมืองเชียงใหม่ >ต.พระสิงห์ > วัดพันแหวน
TL;DR: วัดพันแหวน อยู่ที่ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เปิดทุกวัน. การเดินทางสะดวก เดินทางสะดวกจากประตูเชียงใหม่ วัดเจดีย์หลวง วัดพันเตา ถนนพระปกเกล้า ถนนราชมรรคา และถนนสามล้าน สามารถเดิน รถแดง.
วัดพันแหวน

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเข้าชมทั่วไป: 08.00 – 17.00 น.
วัดพันแหวน เป็นวัดเก่าแก่ในเขตเมืองเก่าเชียงใหม่ ตั้งอยู่บริเวณเลขที่ 50 ถนนพระปกเกล้า ซอย 4 ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ใกล้ประตูเชียงใหม่ ถนนบำรุงบุรี ถนนราชมรรคา วัดพระเจ้าเม็งราย วัดพวกแต้ม วัดหมื่นตูม วัดช่างแต้ม วัดเจดีย์หลวง และเส้นทางเดินเที่ยววัดในเมืองเก่าด้านใต้ วัดแห่งนี้เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย มีขนาดไม่ใหญ่มากและตั้งอยู่ในย่านชุมชนที่นักท่องเที่ยวไม่พลุกพล่านเท่าวัดหลักกลางเมือง แต่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และศิลปกรรมสูง โดยเฉพาะพระเจดีย์ขาวที่มีลวดลายปูนปั้นละเอียดมาก และเป็นจุดเด่นที่ทำให้วัดพันแหวนต่างจากวัดขนาดเล็กอื่น ๆ ในเขตคูเมืองเชียงใหม่
วัดพันแหวนสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2040 และตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2060 โดยขุนนางยศ “พัน” ผู้มีนามว่า “แหวน” จึงเรียกชื่อวัดว่า “วัดพันแหวน” ตามยศและนามของผู้สร้าง การตั้งชื่อวัดตามนามผู้สร้างเป็นธรรมเนียมที่พบได้ในวัดราษฎร์ล้านนา โดยเฉพาะวัดกลุ่มที่มีชื่อขึ้นต้นด้วยตำแหน่งหรือยศ เช่น วัดพันอ้น วัดพันตอง วัดพันเตา และวัดพันแหวน คำว่า “พัน” เป็นตำแหน่งขุนนางระดับล่างในโครงสร้างสังคมล้านนา สัมพันธ์กับการควบคุมกำลังคนและการบริหารพื้นที่ เมื่อผู้มีตำแหน่งสร้างวัดใกล้ชุมชนหรือพื้นที่ของตน ชื่อวัดจึงกลายเป็นหลักฐานทางสังคมที่ช่วยบอกความสัมพันธ์ระหว่างวัด ขุนนางท้องถิ่น ชุมชน และศรัทธาของผู้คนในอดีต
แม้วัดพันแหวนไม่ได้ปรากฏชื่อเด่นในตำนานเมืองหรือพงศาวดารเทียบเท่าวัดใหญ่หลายแห่ง แต่ความสำคัญของวัดไม่ได้ลดลง เพราะวัดขนาดเล็กเช่นนี้ช่วยเติมภาพประวัติศาสตร์เมืองเชียงใหม่ให้สมบูรณ์ขึ้น วัดใหญ่บอกเรื่องอำนาจรัฐ ศูนย์กลางเมือง และราชสำนัก ส่วนวัดราษฎร์ขนาดเล็กบอกเรื่องชุมชน คนทำงาน ขุนนางระดับท้องถิ่น และการทำบุญในระดับครอบครัวหรือกลุ่มอาชีพ วัดพันแหวนจึงเป็นวัดที่เหมาะสำหรับผู้ต้องการเข้าใจเชียงใหม่ในระดับละเอียด ไม่ใช่เฉพาะการชมแลนด์มาร์กสำคัญเท่านั้น
ประวัติของวัดพันแหวนสะท้อนช่วงเวลาขึ้นลงของวัดเก่าในเชียงใหม่อย่างชัดเจน วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2327 ต่อมาในปี พ.ศ. 2475 วัดถูกขึ้นบัญชีให้เป็นวัดร้าง ช่วงเวลาที่วัดร้างทำให้ทรัพย์สินและศาสนวัตถุบางส่วนถูกเคลื่อนย้ายไปยังวัดอื่น และพื้นที่วัดเสื่อมโทรมตามกาลเวลา ต่อมาเมื่อมีพระสงฆ์และชุมชนกลับเข้ามาดูแล วัดจึงได้รับการบูรณะทีละระยะจนกลับมาเป็นวัดที่มีพระจำพรรษาและใช้ประกอบศาสนกิจได้อีกครั้ง ประวัติช่วงร้างและฟื้นฟูนี้ทำให้วัดพันแหวนมีความหมายในฐานะวัดที่ผ่านความเปลี่ยนแปลงของเมือง แต่ยังคงรักษาแกนศรัทธาไว้ได้
ช่วงสำคัญของการฟื้นฟูวัดพันแหวนเกิดขึ้นเมื่อพระอธิการบุญมี โพธิสมฺปนฺโน มาจำพรรษาในช่วงประมาณ พ.ศ. 2510–2519 ขณะนั้นสภาพวัดทรุดโทรม มีหญ้าคาขึ้นปกคลุม วิหารและอุโบสถชำรุด หอไตรไม้สักเก่าทรุดโทรมมาก และพื้นที่บางส่วนยังมีสภาพเป็นหนองน้ำ พระอธิการบุญมีจึงเริ่มบูรณะวิหารในปี พ.ศ. 2512 และฉลองวิหารในปี พ.ศ. 2514 เดิมวิหารของวัดสร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง ผนังก็ทำด้วยไม้สัก ลักษณะใกล้เคียงกับวิหารวัดพันเตา ต่อมาได้รื้อหอไตรที่ทรุดโทรมในปี พ.ศ. 2517 และบูรณะอุโบสถพร้อมสร้างโรงครัวอีกหนึ่งหลัง โดยฉลองในปี พ.ศ. 2519
หลังยุคพระอธิการบุญมี วัดพันแหวนยังได้รับการพัฒนาต่อเนื่องในช่วงหลัง โดยมีการสร้างกุฏิ อาคาร ศาลาการเปรียญ ห้องน้ำ ศาลาบำเพ็ญบุญ โรงครัว รวมถึงการบูรณะเจดีย์ วิหาร และปิดทองพระพุทธรูปในวิหารกับอุโบสถในช่วง พ.ศ. 2542–2546 การบูรณะเหล่านี้ทำให้วัดพันแหวนกลับมามีโครงสร้างศาสนสถานที่รองรับทั้งการทำบุญของชุมชน การศึกษาพระธรรม และกิจกรรมศาสนกิจตามประเพณีล้านนาได้อย่างครบถ้วนมากขึ้น
ปัจจุบันวัดพันแหวนมีพระครูสิริปริยัตยานุศาสก์, ดร. คุตฺตสีโล เป็นเจ้าอาวาส วัดยังมีพระจำพรรษาและมีกิจกรรมทางศาสนาของคณะสงฆ์กับชุมชนอย่างต่อเนื่อง เช่น กิจกรรมกฐิน งานทำบุญวันแม่แห่งชาติ วันกตัญญู การสืบชะตา มุทิตาสักการะผู้สำเร็จการศึกษาพระปริยัติธรรม และการมอบทุนการศึกษา บทบาทเหล่านี้ยืนยันได้ว่าวัดพันแหวนไม่ได้เป็นเพียงโบราณสถานเงียบ ๆ แต่เป็นวัดที่ยังมีชีวิตทางศาสนาและชุมชนอยู่จริงในปัจจุบัน
จุดเด่นทางศิลปกรรมที่สำคัญที่สุดของวัดพันแหวนคือพระเจดีย์ขาว ซึ่งเป็นเจดีย์ทรงระฆังแบบล้านนาที่ได้รับอิทธิพลจากเจดีย์ทรงระฆังแบบพม่า แล้วพัฒนาจนมีเอกลักษณ์เฉพาะแบบท้องถิ่น ฐานล่างเป็นฐานเขียงสี่เหลี่ยมรองรับฐานบัวลูกแก้วอกไก่ย่อเก็จ ถัดขึ้นไปรับเรือนธาตุทรงแปดเหลี่ยมซ้อนกัน 3 ชั้น เหนือขึ้นไปเป็นส่วนองค์ระฆังซึ่งถูกปรับเป็นรูปเทวพักตร์ ก่อนยกขึ้นเป็นปล้องไฉนและยอดฉัตรสีทอง พระเจดีย์องค์นี้จึงมีทั้งความมั่นคงของฐาน ความซับซ้อนของลวดลาย และความงดงามของยอดที่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า
ความพิเศษของเจดีย์วัดพันแหวนอยู่ที่ลายปูนปั้นประดับองค์เจดีย์ซึ่งมีรายละเอียดหนาแน่น ที่ฐานมีลายสัตว์ประจำปีนักษัตรทั้ง 12 ฐานทั้ง 4 มุมมีปูนปั้นช้าง 3 เศียรและเจดีย์บริวารขนาดเล็ก ส่วนต่าง ๆ ขององค์เจดีย์ตกแต่งด้วยลายปูนปั้นเล่าเรื่องพุทธประวัติ รูปเทวดา ลายก้านขด และลวดลายประดับที่ทำให้องค์เจดีย์มีความเคลื่อนไหวทางสายตาอย่างมาก เมื่อเดินชมควรค่อย ๆ สังเกตจากฐานขึ้นไปยังยอด เพราะรายละเอียดของเจดีย์ไม่ได้อยู่เพียงรูปร่างโดยรวม แต่ซ่อนอยู่ในชั้นฐาน ซุ้มจระนำ ลายประดับ เทวพักตร์ ปล้องไฉน และฉัตรยอด
เจดีย์วัดพันแหวนยังสัมพันธ์กับคติจักรวาลวิทยาในพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะแนวคิดเรื่องเขาพระสุเมรุซึ่งเป็นศูนย์กลางจักรวาลในคติพุทธ-พราหมณ์ที่แพร่หลายในศิลปะล้านนา บริเวณยอดเขาพระสุเมรุสัมพันธ์กับสวรรค์ชั้นดาวดึงส์และเมืองไตรตรึงษ์ อันเป็นที่ประทับของพระอินทร์ การใช้ลายสัตว์ปีนักษัตร เทวดา ช้าง 3 เศียร ซุ้มจระนำ และองค์ประกอบยอดฉัตร ทำให้เจดีย์ไม่ใช่เพียงสิ่งก่อสร้างบรรจุหรือสื่อถึงพระบรมธาตุเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เป็นภาพจำลองจักรวาลทางศาสนาที่ผู้มาเยือนสามารถอ่านผ่านรูปทรงและลวดลายได้
ด้านทิศตะวันออกขององค์เจดีย์ ซึ่งหันเข้าหาพระวิหาร มีซุ้มจระนำประดิษฐานพระพุทธรูป เป็นตำแหน่งที่ช่วยเชื่อมความหมายระหว่างเจดีย์กับวิหารตามผังวัดล้านนาโดยตรง วิหารเป็นพื้นที่ที่ผู้ศรัทธาเข้าถึงพระพุทธรูปและประกอบการไหว้พระ ส่วนเจดีย์เป็นสัญลักษณ์ของความศักดิ์สิทธิ์และความทรงจำทางศาสนาของวัด การจัดวางซุ้มพระด้านที่สัมพันธ์กับวิหารจึงทำให้เส้นทางสายตาและเส้นทางเดินของผู้มาเยือนมีความหมายมากขึ้น
พระวิหารวัดพันแหวนเป็นวิหารศิลปะล้านนา ก่ออิฐถือปูน มีทิศเหนือทำเป็นมุขยื่นออกไปคลุมบันไดนาค ใช้เป็นทางเข้าออกของพระสงฆ์ ส่วนด้านหน้าวิหารมีบันไดนาค หน้าบันแบบม้าต่างไหม และบานประตูลายรดน้ำสีทอง รูปแบบเหล่านี้สะท้อนงานช่างล้านนาที่ให้ความสำคัญกับการสร้างทางเข้าสู่พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ผ่านซุ้ม บันได พญานาค และลวดลายประดับ นาคหน้าบันไดทำหน้าที่เป็นสัญลักษณ์คุ้มครองและนำผู้ศรัทธาเข้าสู่พื้นที่พระวิหาร ส่วนหน้าบันและบานประตูทำให้อาคารมีทั้งความงามและความหมายทางศาสนา
แม้วิหารเดิมเคยเป็นอาคารไม้สักทั้งหลังและได้รับการซ่อมแซมเปลี่ยนแปลงในภายหลัง แต่สาระสำคัญของวิหารยังอยู่ที่การเป็นพื้นที่ศูนย์กลางศรัทธาของวัด ภายในเป็นที่ไหว้พระ ทำบุญ ฟังธรรม และประกอบกิจกรรมของผู้ศรัทธาในชุมชน การชมวิหารวัดพันแหวนจึงควรมองทั้งรูปแบบสถาปัตยกรรมและประวัติการบูรณะร่วมกัน เพราะวิหารไม่ได้เป็นเพียงอาคารเก่า แต่เป็นอาคารที่ผ่านการดูแล ซ่อมแซม และปรับใช้เพื่อให้วัดดำรงอยู่ต่อได้ในบริบทเมืองเก่าเชียงใหม่
อุโบสถของวัดพันแหวนเป็นอีกองค์ประกอบสำคัญ เพราะอุโบสถเป็นพื้นที่ประกอบสังฆกรรมของพระสงฆ์และเป็นเครื่องหมายแสดงความสมบูรณ์ของวัดในระบบพระธรรมวินัย หลังวัดเคยเสื่อมโทรม พระอธิการบุญมีได้บูรณะอุโบสถและฉลองในปี พ.ศ. 2519 ทำให้อุโบสถกลับมามีบทบาทสำหรับกิจของสงฆ์อีกครั้ง การมีอุโบสถ วิหาร เจดีย์ กุฏิ ศาลาบำเพ็ญบุญ และโรงครัว ทำให้วัดพันแหวนมีพื้นที่รองรับทั้งพิธีกรรมภายในคณะสงฆ์และกิจกรรมทำบุญของชุมชนอย่างครบถ้วน
หอไตรเดิมของวัดพันแหวนเคยเป็นหอไตรไม้สักเก่า แต่ถูกรื้อออกในปี พ.ศ. 2517 เนื่องจากสภาพทรุดโทรมมาก ประวัติส่วนนี้สำคัญเพราะหอไตรในวัดล้านนามีหน้าที่เก็บรักษาพระไตรปิฎก คัมภีร์ธรรม และเอกสารศาสนา การที่วัดเคยมีหอไตรไม้สักแสดงให้เห็นว่าวัดพันแหวนเคยมีบทบาทด้านการเก็บรักษาความรู้ทางพระพุทธศาสนา แม้อาคารเดิมไม่เหลืออยู่แล้ว แต่ร่องรอยในประวัติวัดช่วยบอกถึงความครบถ้วนของพื้นที่ศาสนสถานในอดีต
วัดพันแหวนควรถูกชมร่วมกับวัดกลุ่ม “พัน” และวัดกลุ่มช่างในเมืองเก่าเชียงใหม่ เพราะชื่อวัดเหล่านี้สะท้อนโครงสร้างสังคมล้านนาในหลายระดับ วัดพันอ้น วัดพันตอง วัดพันเตา และวัดพันแหวน ช่วยให้เห็นธรรมเนียมการตั้งชื่อวัดตามยศและนามผู้สร้าง ส่วนวัดพวกแต้ม วัดพวกช้าง วัดพวกเปีย และวัดพวกหงส์ ช่วยให้เห็นร่องรอยของชุมชนหรือกลุ่มคนเฉพาะ เมื่อจัดเส้นทางเที่ยวร่วมกัน ผู้มาเยือนจะเข้าใจวัดเชียงใหม่ในฐานะเครือข่ายชุมชน ไม่ใช่เพียงสถานที่ไหว้พระแยกเป็นแห่ง ๆ
ทำเลของวัดพันแหวนเหมาะกับการเดินเที่ยวเมืองเก่า เพราะอยู่ใกล้ประตูเชียงใหม่และไม่ไกลจากกลุ่มวัดสำคัญหลายแห่ง หากเริ่มจากประตูเชียงใหม่สามารถเดินเข้าสู่ถนนพระปกเกล้าและซอยภายในเมืองเก่าได้สะดวก หากเริ่มจากวัดเจดีย์หลวงหรือวัดพันเตา สามารถเดินต่อมาทางด้านใต้ของเมืองเก่าได้ในระยะสั้น ส่วนผู้ที่พักในเขตเมืองเก่าด้านใต้ ถนนราชมรรคา ถนนสามล้าน หรือย่านวัวลาย สามารถเดิน รถแดง รถตุ๊กตุ๊ก รถจักรยานยนต์รับจ้าง หรือใช้รถส่วนตัวเข้าสู่พื้นที่วัดได้ตามความเหมาะสม
ผู้ที่ใช้รถส่วนตัวควรวางแผนเรื่องที่จอดรถ เพราะวัดพันแหวนอยู่ในเขตเมืองเก่าที่มีถนนและซอยค่อนข้างแคบ มีวัด บ้านพัก ร้านอาหาร เกสต์เฮาส์ และสถานที่ท่องเที่ยวตั้งอยู่ใกล้กัน โดยเฉพาะวันหยุด ช่วงเย็น และวันอาทิตย์ที่มีถนนคนเดินในเมืองเก่า การเดินหรือใช้รถสาธารณะท้องถิ่นจึงมักสะดวกกว่า และยังช่วยให้สามารถเชื่อมเส้นทางไปยังวัดใกล้เคียงได้โดยไม่ต้องวนหาที่จอดหลายครั้ง
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาเยือนวัดพันแหวนคือช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายก่อนเย็น เพราะอากาศไม่ร้อนจัดและแสงธรรมชาติเหมาะกับการชมลายปูนปั้นบนเจดีย์ รายละเอียดของวิหาร และบรรยากาศวัดชุมชน หากต้องการถ่ายภาพ ควรให้เวลากับมุมเจดีย์ขาวเป็นพิเศษ เพราะเป็นจุดที่มีรายละเอียดสถาปัตยกรรมมากที่สุด ควรเดินชมอย่างช้า ๆ และเลี่ยงการสัมผัสองค์ประกอบเก่าโดยตรง เพื่อช่วยรักษาสภาพโบราณสถานให้คงอยู่ต่อไป
วัดพันแหวนสามารถจัดรวมในเส้นทางเที่ยววัดเมืองเก่าด้านใต้ได้หลายแบบ เส้นทางสั้นสามารถเริ่มจากประตูเชียงใหม่ วัดพันแหวน วัดหมื่นตูม วัดช่างแต้ม และวัดพระเจ้าเม็งราย เส้นทางเชิงศิลปกรรมสามารถเชื่อมวัดพันแหวนกับวัดพวกแต้ม วัดพวกหงส์ และวัดหมื่นเงินกอง ส่วนเส้นทางวัดสำคัญกลางเมืองสามารถเชื่อมต่อวัดเจดีย์หลวง วัดพันเตา วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร และถนนคนเดินวันอาทิตย์ได้ในวันเดียว
มารยาทในการเข้าชมวัดพันแหวนควรยึดหลักการเที่ยววัดไทยทั่วไป คือแต่งกายสุภาพ ใช้เสียงอย่างเหมาะสม ถอดรองเท้าก่อนเข้าสู่พื้นที่ที่วัดกำหนด ไม่รบกวนพระสงฆ์หรือผู้มาทำบุญ และไม่สัมผัสโบราณวัตถุ เจดีย์ ลายปูนปั้น พระพุทธรูป หรือองค์ประกอบศาสนสถานโดยไม่ได้รับอนุญาต วัดแห่งนี้มีเจดีย์ที่มีรายละเอียดปูนปั้นสำคัญมาก การชมด้วยความสำรวมจึงเป็นทั้งมารยาททางศาสนาและการช่วยอนุรักษ์มรดกทางศิลปกรรม
โดยสรุป วัดพันแหวนเป็นวัดเก่าในเชียงใหม่ที่มีคุณค่าเกินกว่าขนาดของพื้นที่ วัดสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2040 โดยขุนนางยศพันชื่อแหวน ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2060 ได้รับวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2327 เคยถูกขึ้นบัญชีเป็นวัดร้างในปี พ.ศ. 2475 และได้รับการบูรณะฟื้นฟูจนกลับมาเป็นวัดที่ยังมีศาสนกิจในปัจจุบัน จุดเด่นที่สุดคือพระเจดีย์ขาวทรงระฆังล้านนาผสมอิทธิพลพม่า มีลายสัตว์ปีนักษัตร 12 ราศี ปูนปั้นช้าง 3 เศียร ลายพุทธประวัติ รูปเทวดา ลายก้านขด เทวพักตร์ ปล้องไฉน และฉัตรทองบนยอด วัดพันแหวนจึงเป็นจุดหมายที่เหมาะสำหรับผู้สนใจวัดเก่า ศิลปะล้านนา ประวัติชุมชน และเส้นทางเดินเที่ยวเมืองเก่าเชียงใหม่อย่างละเอียด
| ชื่อสถานที่ | วัดพันแหวน |
| ประเภทวัด | วัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย |
| ที่ตั้ง | ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ |
| ที่อยู่ | เลขที่ 50 ถนนพระปกเกล้า ซอย 4 ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50200 |
| พิกัด | ละติจูด 18.78306, ลองจิจูด 98.98575 |
| ไฮไลต์ | พระเจดีย์ขาวทรงระฆังล้านนาผสมอิทธิพลพม่า ลายปูนปั้นละเอียด ลายสัตว์ปีนักษัตร 12 ราศี ปูนปั้นช้าง 3 เศียร วิหารล้านนา และบรรยากาศวัดเก่าในเมืองเชียงใหม่ |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | สร้างเมื่อ พ.ศ. 2040 ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2060 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2327 เคยถูกขึ้นบัญชีเป็นวัดร้างเมื่อ พ.ศ. 2475 และได้รับการบูรณะฟื้นฟูในช่วงหลัง |
| ที่มาของชื่อ | ตั้งชื่อตามขุนนางยศ “พัน” ผู้มีนามว่า “แหวน” ซึ่งเป็นผู้สร้างวัด สอดคล้องกับธรรมเนียมการตั้งชื่อวัดราษฎร์ล้านนาตามยศและนามผู้สร้าง |
| พระเจดีย์ | เจดีย์ขาวทรงระฆัง ฐานเขียงสี่เหลี่ยม รองรับฐานบัวลูกแก้วอกไก่ย่อเก็จ เรือนธาตุทรงแปดเหลี่ยมซ้อน 3 ชั้น มีลายปูนปั้นละเอียดและยอดฉัตรสีทอง |
| ลายประดับสำคัญ | ลายสัตว์ประจำปีนักษัตรทั้ง 12 ปูนปั้นช้าง 3 เศียร เจดีย์บริวารขนาดเล็ก ลายพุทธประวัติ รูปเทวดา ลายก้านขด เทวพักตร์ ปล้องไฉน และฉัตรยอด |
| พระวิหาร | วิหารศิลปะล้านนา ก่ออิฐถือปูน มีมุขด้านทิศเหนือคลุมบันไดนาคสำหรับทางเข้าออกของพระสงฆ์ ด้านหน้ามีบันไดนาค หน้าบันแบบม้าต่างไหม และบานประตูลายรดน้ำสีทอง |
| สิ่งสำคัญภายในวัด | พระเจดีย์ขาว พระวิหาร พระอุโบสถ กุฏิ ศาลาบำเพ็ญบุญ โรงครัว ลานวัด พื้นที่ไหว้พระ และศาสนสถานที่ใช้ในกิจกรรมของชุมชน |
| การบูรณะสำคัญ | พระอธิการบุญมี โพธิสมฺปนฺโน บูรณะวิหารเมื่อ พ.ศ. 2512 ฉลองวิหารเมื่อ พ.ศ. 2514 รื้อหอไตรไม้สักที่ทรุดโทรมเมื่อ พ.ศ. 2517 และบูรณะอุโบสถพร้อมสร้างโรงครัว ฉลองเมื่อ พ.ศ. 2519 |
| เจ้าอาวาส / ผู้ดูแล | พระครูสิริปริยัตยานุศาสก์, ดร. คุตฺตสีโล |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้ผู้ศรัทธาและนักท่องเที่ยวเข้าชม เป็นวัดราษฎร์ที่ยังมีพระจำพรรษาและกิจกรรมศาสนกิจของชุมชนอย่างต่อเนื่อง |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเข้าชมทั่วไป | 08.00 – 17.00 น. |
| การเดินทาง | เดินทางสะดวกจากประตูเชียงใหม่ วัดเจดีย์หลวง วัดพันเตา ถนนพระปกเกล้า ถนนราชมรรคา และถนนสามล้าน สามารถเดิน รถแดง รถตุ๊กตุ๊ก รถจักรยานยนต์รับจ้าง หรือรถส่วนตัวเข้าสู่เขตเมืองเก่าได้ |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พระวิหาร พื้นที่ไหว้พระ ลานวัด ศาลาบำเพ็ญบุญ โรงครัว และพื้นที่จอดรถตามสภาพพื้นที่เมืองเก่าซึ่งมีจำนวนจำกัด |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | ซุ้มทางเข้า พระวิหาร พระอุโบสถ พระเจดีย์ขาว ลานวัด พื้นที่ไหว้พระ กุฏิ ศาลาบำเพ็ญบุญ และพื้นที่ศาสนกิจ |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดพระเจ้าเม็งราย ประมาณ 0.3 กม. 2. วัดหมื่นตูม ประมาณ 0.3 กม. 3. วัดช่างแต้ม ประมาณ 0.4 กม. 4. วัดพวกแต้ม ประมาณ 0.5 กม. 5. วัดเจดีย์หลวง ประมาณ 0.6 กม. 6. วัดพันเตา ประมาณ 0.7 กม. 7. ประตูเชียงใหม่ ประมาณ 0.7 กม. 8. วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร ประมาณ 1 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ขนมจีนป้าป้อม หน้าวัดพันแหวน ประมาณ 0.1 กม. โทร. 086-198-2679 2. Laab Kai Mueang Pan Waen ประมาณ 0.2 กม. โทร. 082-888-5566, 053-814-743 3. Coconut Shell ประมาณ 0.6 กม. โทร. 086-654-2746 4. เฮือนเพ็ญ ประมาณ 0.6 กม. โทร. 053-814-548 5. Rachamankha Restaurant ประมาณ 0.7 กม. โทร. 053-904-111 6. Dash Teak House ประมาณ 1 กม. โทร. 053-279-230 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Jomkitti Boutique Hotel ประมาณ 0.3 กม. โทร. 098-831-2015 2. Chala Number 6 Hotel ประมาณ 0.4 กม. โทร. 052-010-466 3. Pastell Oldtown Chiang Mai ประมาณ 0.5 กม. โทร. 053-272-989 4. The Inside House ประมาณ 0.6 กม. โทร. 053-904-699 5. Makka Hotel ประมาณ 0.7 กม. โทร. 053-281-636 6. Rachamankha Boutique Hotel ประมาณ 0.8 กม. โทร. 053-904-111 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดพันแหวนอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดพันแหวนตั้งอยู่เลขที่ 50 ถนนพระปกเกล้า ซอย 4 ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ใกล้ประตูเชียงใหม่ วัดพระเจ้าเม็งราย วัดพวกแต้ม วัดหมื่นตูม และวัดเจดีย์หลวง
ถาม: วัดพันแหวนเปิดวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: วัดพันแหวนเปิดทุกวัน โดยช่วงเวลาเข้าชมทั่วไปคือ 08.00 – 17.00 น. เหมาะสำหรับการไหว้พระ ชมเจดีย์ขาว และเดินเที่ยววัดในเมืองเก่าเชียงใหม่
ถาม: วัดพันแหวนสร้างขึ้นเมื่อใด?
ตอบ: วัดพันแหวนสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2040 ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2060 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2327 ต่อมาเคยถูกขึ้นบัญชีเป็นวัดร้างเมื่อ พ.ศ. 2475 ก่อนได้รับการบูรณะฟื้นฟู
ถาม: ชื่อวัดพันแหวนมีที่มาอย่างไร?
ตอบ: ชื่อวัดตั้งตามขุนนางยศ “พัน” ผู้มีนามว่า “แหวน” ซึ่งเป็นผู้สร้างวัด สอดคล้องกับธรรมเนียมล้านนาที่นิยมตั้งชื่อวัดราษฎร์ตามยศและนามผู้สร้าง
ถาม: จุดเด่นของวัดพันแหวนคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นของวัดพันแหวนคือพระเจดีย์ขาวทรงระฆังล้านนาผสมอิทธิพลพม่า มีฐานย่อเก็จ เรือนธาตุแปดเหลี่ยม ลายปูนปั้นละเอียด ลายสัตว์ปีนักษัตรทั้ง 12 ปูนปั้นช้าง 3 เศียร รูปเทวดา ลายก้านขด เทวพักตร์ และยอดฉัตรสีทอง
ถาม: พระวิหารวัดพันแหวนมีลักษณะอย่างไร?
ตอบ: พระวิหารเป็นวิหารศิลปะล้านนา ก่ออิฐถือปูน มีมุขด้านทิศเหนือคลุมบันไดนาคสำหรับทางเข้าออกของพระสงฆ์ ด้านหน้ามีบันไดนาค หน้าบันแบบม้าต่างไหม และบานประตูลายรดน้ำสีทอง
ถาม: วัดพันแหวนมีเจ้าอาวาสคือใคร?
ตอบ: เจ้าอาวาสวัดพันแหวนคือพระครูสิริปริยัตยานุศาสก์, ดร. คุตฺตสีโล ซึ่งมีบทบาทในการดูแลวัดและกิจกรรมทางศาสนาของชุมชน
ถาม: ควรเที่ยววัดพันแหวนร่วมกับสถานที่ใด?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับวัดพระเจ้าเม็งราย วัดหมื่นตูม วัดช่างแต้ม วัดพวกแต้ม วัดเจดีย์หลวง วัดพันเตา ประตูเชียงใหม่ และวัดพระสิงห์วรมหาวิหารได้ในเส้นทางเมืองเก่าเชียงใหม่
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ
ปรับปรุงล่าสุด : 3 วันที่แล้ว




