หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ >อ.สารภี >ต.ยางเนิ้ง > วัดกู่เสือ
TL;DR: วัดกู่เสือ อยู่ที่บ้านกู่เสือ หมู่ที่ 1 ตำบลยางเนิ้ง อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. จุดเด่นคือ วัดชุมชนริมถนนเชียงใหม่ – ลำพูน มีบรรยากาศสงบ เข้าถึงง่าย และมีองค์ประกอบศาสนสถานที่สะท้อนวิถีวัดล้านนาในอำเภอสารภี.
วัดกู่เสือ

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
วัดกู่เสือ เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่ริมถนนเชียงใหม่ – ลำพูน หรือถนนหมายเลข 106 ในพื้นที่บ้านกู่เสือ หมู่ที่ 1 ตำบลยางเนิ้ง อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ เป็นวัดเก่าแก่ของชุมชนสารภีที่มีประวัติผูกพันกับเส้นทางค้าขายโบราณระหว่างเชียงใหม่กับลำพูน ชื่อวัดเดิมคือ “วัดปูเสื้อ” ก่อนจะเพี้ยนมาเป็น “วัดกู่เสือ” และกลายเป็นชื่อที่ใช้มาจนถึงปัจจุบัน จุดเด่นของวัดอยู่ที่ประวัติชื่อวัด พื้นที่วัดขนาดกะทัดรัด ศาสนสถานแบบล้านนา อุโบสถที่มีจิตรกรรมฝาผนังเรื่องพระเวสสันดร พระเจดีย์ ศาลาครูบาศรีวิชัย หอพระไตร และบรรยากาศวัดชุมชนที่ยังคงความสงบของวิถีล้านนาในอำเภอสารภี
วัดกู่เสือเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยววัดในเชียงใหม่แบบไม่เร่งรีบ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่สนใจวัดชุมชนเก่าแก่ เส้นทางถนนต้นยางเชียงใหม่ – ลำพูน และเส้นทางเชื่อมต่อเวียงกุมกาม วัดพระนอนป่าเก็ดถี่ วัดเวฬุวัน และวัดสำคัญในอำเภอสารภี วัดแห่งนี้ไม่ได้เป็นวัดขนาดใหญ่แบบแหล่งท่องเที่ยวกระแสหลัก แต่มีคุณค่าจากประวัติท้องถิ่น ความสัมพันธ์กับหมู่บ้านกู่เสือ และบทบาทของวัดในฐานะศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้านยางเนิ้งมายาวนาน
ที่ตั้งของวัดอยู่เลขที่ 227 บ้านกู่เสือ หมู่ที่ 1 ถนนเชียงใหม่ – ลำพูน ตำบลยางเนิ้ง อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ พื้นที่ตั้งวัดมีเนื้อที่ 3 ไร่ 3 งาน 28 ตารางวา โฉนดเลขที่ 1497 อาณาเขตของวัดด้านเหนือติดถนนสาธารณะ ด้านใต้ติดที่ดินเอกชน ด้านตะวันออกติดถนนเชียงใหม่ – ลำพูน และด้านตะวันตกติดที่ดินเอกชน ลักษณะพื้นที่เช่นนี้ทำให้วัดกู่เสือเป็นวัดที่เข้าถึงง่ายจากถนนสายหลัก แต่เมื่อเดินเข้าสู่พื้นที่วัดยังคงสัมผัสได้ถึงบรรยากาศสงบแบบวัดประจำชุมชน
ประวัติของวัดกู่เสือเริ่มต้นเมื่อ พ.ศ. 2405 เดิมชื่อว่า “วัดปูเสื้อ” ชื่อนี้เกี่ยวข้องกับเรื่องเล่าของพ่อค้าต่างเมืองที่เดินทางค้าขายระหว่างเมืองเชียงใหม่กับเมืองลำพูน ในอดีตถนนและเส้นทางเดินทางไม่ได้สะดวกเหมือนปัจจุบัน ผู้คนที่เดินทางไกลต้องรอนแรมและพักตามจุดสำคัญระหว่างทาง วัดปูเสื้อจึงเป็นสถานที่ที่พ่อค้าแวะพักเป็นประจำ เมื่อมาถึงวัด พ่อค้าเหล่านั้นจะนำเสื้อของตนมาปูนอน จนเกิดการเรียกขานตามภาพจำของผู้คนว่า “วัดปูเสื้อ”
ต่อมาชื่อวัดปูเสื้อค่อย ๆ เปลี่ยนเสียงในการเรียกขานของคนรุ่นหลัง กลายเป็น “วัดกู่เสือ” ชื่อใหม่นี้มีมิติทางวัฒนธรรมที่น่าสนใจ เพราะคำว่า “กู่” ในบริบทล้านนามักใช้เรียกสิ่งก่อสร้างโบราณ เจดีย์ หรือซากศาสนสถานเก่า ส่วนคำว่า “เสือ” ทำให้ชื่อวัดมีเอกลักษณ์จำง่ายและเชื่อมโยงกับเรื่องเล่าท้องถิ่น วัดจึงไม่ได้เป็นเพียงศาสนสถาน แต่เป็นหลักฐานทางภาษาของชุมชนที่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากชื่อเดิมสู่ชื่อปัจจุบัน
วัดกู่เสือได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2519 เหตุการณ์นี้เป็นจุดสำคัญทางสถานะของวัด เพราะวิสุงคามสีมาเป็นเขตที่ใช้ประกอบสังฆกรรม โดยเฉพาะพิธีอุปสมบทตามพระธรรมวินัย การได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาจึงสะท้อนว่าวัดมีความพร้อมในฐานะศาสนสถานที่ดำรงบทบาทต่อชุมชนและคณะสงฆ์ในพื้นที่อย่างเป็นทางการ
อีกด้านหนึ่งของประวัติวัดกู่เสือคือความสัมพันธ์กับชุมชนบ้านกู่เสือและตำบลยางเนิ้ง พื้นที่สารภีตั้งอยู่ระหว่างเมืองเชียงใหม่กับจังหวัดลำพูน เป็นเขตที่มีเส้นทางคมนาคมสำคัญมาตั้งแต่อดีต โดยเฉพาะแนวถนนเชียงใหม่ – ลำพูนซึ่งมีต้นยางเก่าแก่เรียงรายเป็นเอกลักษณ์ วัดกู่เสือตั้งอยู่ในบริบทของเส้นทางนี้ จึงเป็นทั้งวัดชุมชน จุดพักทางจิตใจ และพื้นที่ประกอบกิจกรรมบุญตามวิถีชาวล้านนา
ภายในวัดมีอาคารเสนาสนะและปูชนียวัตถุหลายรายการที่ช่วยทำให้วัดกู่เสือมีความสมบูรณ์ในฐานะวัดประจำชุมชน อุโบสถเป็นพื้นที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่ง ภายในมีจิตรกรรมฝาผนังเรื่องพระเวสสันดร ซึ่งเป็นเรื่องราวพระชาติสำคัญในพุทธศาสนาและเป็นคติธรรมว่าด้วยทานบารมี ภาพเรื่องพระเวสสันดรในวัดท้องถิ่นเช่นนี้สะท้อนทั้งศรัทธา ความรู้ทางศาสนา และรสนิยมงานช่างที่สัมพันธ์กับการสั่งสอนธรรมะผ่านภาพเล่าเรื่อง
นอกจากอุโบสถแล้ว วัดกู่เสือยังมีหอพระไตร กุฏิสงฆ์ ศาลาบาตร 2 หลัง ศาลาบำเพ็ญบุญ และศาลาโรงครัว อาคารเหล่านี้สะท้อนหน้าที่ของวัดที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการสักการะพระพุทธรูป แต่รวมถึงการเป็นพื้นที่เรียนรู้ธรรมะ พื้นที่ประกอบพิธีกรรม พื้นที่ถวายภัตตาหาร พื้นที่จัดงานบุญ และพื้นที่รองรับกิจกรรมของชาวบ้านในช่วงเทศกาลหรือวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
ปูชนียวัตถุสำคัญภายในวัดประกอบด้วยพระพุทธรูปหล่อทองเหลืองปางรำพึง พระพุทธรูปหล่อทองเหลืองปางห้ามมาร พระพุทธรูปประทับนั่งหล่อทองเหลือง พระพุทธรูปเงิน และพระพุทธรูปก่ออิฐถือปูน แต่ละองค์มีคุณค่าในฐานะวัตถุแห่งศรัทธาของวัดและชุมชน การมีพระพุทธรูปหลายลักษณะในวัดเดียวกันทำให้ผู้มาเยือนสามารถสักการะได้หลายจุด และเข้าใจบทบาทของวัดในฐานะพื้นที่สะสมศรัทธาของชาวบ้านในช่วงเวลาต่าง ๆ
บริเวณวัดยังมีจุดที่ควรชมอีกหลายส่วน เช่น พระวิหารลักษณะล้านนา พระเจดีย์ด้านหลังวิหาร หอไตร ศาลาครูบาศรีวิชัย และรูปปั้นเสือที่ช่วยเน้นความหมายของชื่อวัด สิ่งเหล่านี้ทำให้วัดกู่เสือมีบรรยากาศแตกต่างจากวัดเมืองขนาดใหญ่ เพราะรายละเอียดของวัดไม่ได้เน้นความอลังการ แต่เน้นความใกล้ชิดกับชุมชน ความเรียบง่าย และสัญลักษณ์ที่เชื่อมโยงกับชื่อและประวัติของสถานที่
ศาลาครูบาศรีวิชัยเป็นจุดที่เหมาะแก่การสักการะสำหรับผู้เคารพศรัทธาครูบาเจ้าศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนา ผู้มีบทบาทสำคัญในการบูรณปฏิสังขรณ์วัดและศาสนสถานจำนวนมากในภาคเหนือ การมีพื้นที่สักการะครูบาศรีวิชัยภายในหรือใกล้บริเวณวัดช่วยให้ผู้มาเยือนเชื่อมโยงวัดกู่เสือเข้ากับความศรัทธาล้านนาที่กว้างกว่าเพียงระดับหมู่บ้าน
พระเจดีย์ของวัดเป็นอีกจุดหนึ่งที่ควรใช้เวลาเดินชมอย่างสงบ เพราะเจดีย์ในวัดล้านนามักเป็นศูนย์กลางทางจิตวิญญาณของพื้นที่ ผู้มาเยือนควรเดินชมด้วยความเคารพ ไม่ปีนหรือสัมผัสส่วนขององค์เจดีย์ และควรใช้โอกาสนี้สังเกตองค์ประกอบรอบฐานเจดีย์ ลานวัด และความสัมพันธ์ของเจดีย์กับวิหาร ซึ่งเป็นลำดับพื้นที่สำคัญในผังวัดแบบล้านนา
จุดเด่นอีกประการของวัดกู่เสือคือบรรยากาศสงบ ไม่พลุกพล่าน เหมาะกับการทำบุญ ไหว้พระ เดินชมสถาปัตยกรรมวัดท้องถิ่น และพักใจระหว่างเส้นทางเที่ยวเชียงใหม่ – ลำพูน นักท่องเที่ยวที่ชอบสถานที่ที่มีเรื่องเล่าและไม่ใช่จุดท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์มากเกินไปจะพบว่าวัดกู่เสือมีเสน่ห์ในแบบของตนเอง โดยเฉพาะเมื่อจัดเส้นทางร่วมกับวัดและโบราณสถานใกล้เคียงในอำเภอสารภี
บทบาทของวัดต่อชุมชนยังเห็นได้จากงานบุญประจำปีและกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาที่ดำเนินไปตามปฏิทินล้านนาและปฏิทินไทย เช่น วันพระ การทำบุญเข้าพรรษา ออกพรรษา กฐิน ผ้าป่า และกิจกรรมทำบุญของชาวบ้าน วัดกู่เสือมีข้อมูลการจัดกฐินสามัคคีในปี 2568 โดยมีพระจำพรรษา 5 รูป และมีพระครูปลัดศักดิ์สิทธิ์ วชิรญาณเมธี เป็นเจ้าอาวาส ข้อมูลนี้ช่วยยืนยันบทบาทปัจจุบันของวัดในฐานะวัดที่ยังดำเนินกิจกรรมทางศาสนาอยู่
สำหรับผู้มาเยือน ควรเข้าวัดด้วยมารยาทที่เหมาะสม แต่งกายสุภาพ งดส่งเสียงดังในพื้นที่ประกอบศาสนกิจ ถอดรองเท้าก่อนเข้าอาคารที่กำหนด และหลีกเลี่ยงการถ่ายภาพในจุดที่ไม่เหมาะสม หากมีพระสงฆ์หรือชาวบ้านกำลังประกอบพิธี ควรรักษาระยะห่างและไม่รบกวนกิจกรรมของวัด การเที่ยววัดชุมชนให้ได้คุณค่ามากที่สุดจึงไม่ใช่เพียงการชมสถานที่ แต่เป็นการเคารพพื้นที่ศรัทธาของคนในท้องถิ่น
การเดินทาง ไปวัดกู่เสือทำได้สะดวกจากตัวเมืองเชียงใหม่ โดยใช้เส้นทางถนนเชียงใหม่ – ลำพูน หรือถนนหมายเลข 106 มุ่งหน้าเข้าสู่อำเภอสารภี ผ่านแนวต้นยางเก่าแก่ซึ่งเป็นเอกลักษณ์สำคัญของพื้นที่ เมื่อเข้าสู่ตำบลยางเนิ้งให้สังเกตพื้นที่บ้านกู่เสือและทางเข้าวัดบริเวณริมถนนสายหลัก หากเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวจะสะดวกที่สุด ส่วนผู้ที่ไม่มีรถส่วนตัวสามารถใช้บริการรถรับจ้างท้องถิ่นจากตัวเมืองเชียงใหม่หรือจากอำเภอสารภี แล้วนัดหมายเวลารับกลับให้ชัดเจน
เส้นทางนี้เหมาะกับการจัดทริปครึ่งวันหรือ 1 วัน โดยเริ่มจากวัดกู่เสือ ต่อด้วยวัดพระนอนป่าเก็ดถี่ วัดเวฬุวัน ถนนต้นยางเชียงใหม่ – ลำพูน และเวียงกุมกาม หากมีเวลาเพิ่มสามารถเดินทางต่อไปยังโบราณสถานในเขตเวียงกุมกาม เช่น วัดช้างค้ำ วัดกุมกาม หรือวัดกุมกามทีปราม เส้นทางทั้งหมดนี้ช่วยให้เห็นภาพความสัมพันธ์ของสารภีกับประวัติศาสตร์ล้านนา เส้นทางค้าขายเก่า และวัฒนธรรมวัดชุมชนที่ยังดำรงอยู่
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการมาเที่ยวคือช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ เพราะอากาศไม่ร้อนเกินไปและเหมาะกับการเดินชมพื้นที่วัดอย่างสงบ หากมาช่วงวันพระหรือเทศกาลงานบุญจะได้เห็นบรรยากาศชุมชนมากขึ้น แต่ควรใช้ความสำรวมเป็นพิเศษ ในฤดูฝนควรตรวจสภาพอากาศและเตรียมร่ม ส่วนฤดูหนาวของเชียงใหม่เหมาะสำหรับเดินทางตามเส้นถนนต้นยางและแวะชมวัดต่าง ๆ ในอำเภอสารภีอย่างยิ่ง
วัดกู่เสือจึงเป็นวัดที่มีคุณค่าทั้งด้านประวัติศาสตร์ชุมชน ศรัทธาพุทธศาสนา และวัฒนธรรมล้านนา แม้ไม่ได้เป็นวัดขนาดใหญ่ แต่มีข้อมูลทางประวัติศาสตร์ชัดเจนตั้งแต่ปีตั้งวัด พ.ศ. 2405 ที่มาของชื่อวัด พื้นที่วัด อาณาเขต วิสุงคามสีมา อาคารเสนาสนะ และปูชนียวัตถุสำคัญ ผู้ที่สนใจวัดเก่าในเชียงใหม่ควรใช้เวลาเดินชมอย่างละเอียด เพราะรายละเอียดเล็ก ๆ ภายในวัดสะท้อนความต่อเนื่องของผู้คน เส้นทาง และศรัทธาในพื้นที่สารภีได้เป็นอย่างดี
| ชื่อสถานที่ | วัดกู่เสือ |
| ที่ตั้ง | บ้านกู่เสือ หมู่ที่ 1 ตำบลยางเนิ้ง อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ |
| ที่อยู่ | เลขที่ 227 บ้านกู่เสือ หมู่ที่ 1 ถนนเชียงใหม่ – ลำพูน ตำบลยางเนิ้ง อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ |
| พิกัด | 18.72311, 99.02629 |
| ประเภทสถานที่ | วัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย |
| ไฮไลต์ | วัดเก่าแก่ของตำบลยางเนิ้ง มีประวัติชื่อเดิมว่าวัดปูเสื้อ อุโบสถมีจิตรกรรมฝาผนังเรื่องพระเวสสันดร และมีศาสนสถานแบบล้านนาภายในวัด |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | สร้างเมื่อ พ.ศ. 2405 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2519 |
| ที่มาของชื่อ | เดิมชื่อวัดปูเสื้อ เพราะพ่อค้าต่างเมืองที่เดินทางระหว่างเชียงใหม่กับลำพูนเคยมาพักและใช้เสื้อปูนอน ต่อมาชื่อเพี้ยนเป็นวัดกู่เสือ |
| ลักษณะเด่น | วัดชุมชนริมถนนเชียงใหม่ – ลำพูน มีบรรยากาศสงบ เข้าถึงง่าย และมีองค์ประกอบศาสนสถานที่สะท้อนวิถีวัดล้านนาในอำเภอสารภี |
| พื้นที่วัด | 3 ไร่ 3 งาน 28 ตารางวา โฉนดเลขที่ 1497 |
| อาณาเขต | ทิศเหนือติดถนนสาธารณะ ทิศใต้ติดที่ดินเอกชน ทิศตะวันออกติดถนนเชียงใหม่ – ลำพูน และทิศตะวันตกติดที่ดินเอกชน |
| สิ่งปลูกสร้างและพื้นที่สำคัญ | อุโบสถ หอพระไตร กุฏิสงฆ์ ศาลาบาตร 2 หลัง ศาลาบำเพ็ญบุญ ศาลาโรงครัว พระเจดีย์ พระวิหาร และศาลาครูบาศรีวิชัย |
| ปูชนียวัตถุสำคัญ | พระพุทธรูปหล่อทองเหลืองปางรำพึง พระพุทธรูปหล่อทองเหลืองปางห้ามมาร พระพุทธรูปประทับนั่งหล่อทองเหลือง พระพุทธรูปเงิน และพระพุทธรูปก่ออิฐถือปูน |
| เจ้าอาวาส / ผู้ดูแล | พระครูปลัดศักดิ์สิทธิ์ วชิรญาณเมธี |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ถนนเชียงใหม่ – ลำพูน หรือถนนหมายเลข 106 มุ่งหน้าอำเภอสารภี เข้าสู่ตำบลยางเนิ้งและบ้านกู่เสือ วัดอยู่ริมเส้นทางหลัก เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างท้องถิ่น |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นวัดชุมชนและยังมีกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ถนนต้นยางเชียงใหม่ – ลำพูน ประมาณ 0 กม. 2. วัดพระนอนป่าเก็ดถี่ ประมาณ 2 กม. 3. วัดเวฬุวัน ตำบลยางเนิ้ง ประมาณ 2 กม. 4. เวียงกุมกาม ประมาณ 7 กม. 5. วัดกุมกาม / โบราณสถานเวียงกุมกาม ประมาณ 8 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. แดนเหนือ ประมาณ 1 กม. โทร. 080-326-3650 2. 7 ชามก๋วยเตี๋ยวเรือ X 7Novcafe’ สารภี – ยางเนิ้ง ประมาณ 2 กม. โทร. 090-321-7388 3. บะหมี่เป๊าะ – ไฉ สารภี ประมาณ 2 กม. โทร. 096-695-7999 4. The Extraction Saraphi Chiang Mai ประมาณ 2 กม. โทร. 087-510-1876 5. ขนมจีนสารภี ประมาณ 3 กม. โทร. 061-379-5478 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. 9Roomz ประมาณ 2 กม. โทร. 095-446-0758 2. เรือนทิพย์รีสอร์ท ประมาณ 3 กม. โทร. 098-556-6291 3. Relax Garden House ประมาณ 6 กม. โทร. 090-326-6108 4. Baan Nam Ping Riverside Village ประมาณ 8 กม. โทร. 053-439040, 086-654-6663 5. Tassana Garden Saraphi Chiangmai ประมาณ 8 กม. โทร. 081-441-6644 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดกู่เสืออยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดกู่เสือตั้งอยู่เลขที่ 227 บ้านกู่เสือ หมู่ที่ 1 ถนนเชียงใหม่ – ลำพูน ตำบลยางเนิ้ง อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่
ถาม: วัดกู่เสือมีประวัติความเป็นมาอย่างไร?
ตอบ: วัดกู่เสือสร้างเมื่อ พ.ศ. 2405 เดิมชื่อวัดปูเสื้อ จากเรื่องเล่าพ่อค้าต่างเมืองที่เดินทางระหว่างเชียงใหม่กับลำพูนและใช้เสื้อปูนอนเมื่อแวะพัก ต่อมาชื่อเพี้ยนเป็นวัดกู่เสือ
ถาม: วัดกู่เสือมีจุดเด่นอะไรที่ควรชม?
ตอบ: จุดเด่นคืออุโบสถที่มีจิตรกรรมฝาผนังเรื่องพระเวสสันดร พระเจดีย์ พระวิหาร หอพระไตร ศาลาครูบาศรีวิชัย ปูชนียวัตถุสำคัญ และบรรยากาศวัดชุมชนล้านนาที่สงบ
ถาม: วัดกู่เสือเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: วัดเปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
ถาม: เจ้าอาวาสวัดกู่เสือคือใคร?
ตอบ: เจ้าอาวาสคือพระครูปลัดศักดิ์สิทธิ์ วชิรญาณเมธี
ถาม: เดินทางไปวัดกู่เสือจากตัวเมืองเชียงใหม่อย่างไร?
ตอบ: ใช้ถนนเชียงใหม่ – ลำพูน หรือถนนหมายเลข 106 มุ่งหน้าอำเภอสารภี เข้าสู่ตำบลยางเนิ้ง วัดอยู่บริเวณบ้านกู่เสือริมเส้นทางหลัก เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างท้องถิ่น
ถาม: เที่ยววัดกู่เสือแล้วควรไปที่ไหนต่อ?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่ถนนต้นยางเชียงใหม่ – ลำพูน วัดพระนอนป่าเก็ดถี่ วัดเวฬุวัน และเวียงกุมกาม เพื่อเชื่อมโยงเส้นทางวัดเก่าและประวัติศาสตร์ล้านนาในอำเภอสารภี
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ
ปรับปรุงล่าสุด : 3 วันที่แล้ว




