หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ >อ.สันทราย >ต.เมืองเล็น > วัดหัวฝาย (เมืองเล็น)
TL;DR: วัดหัวฝาย (เมืองเล็น) อยู่ที่บ้านหัวฝาย หมู่ที่ 3 ตำบลเมืองเล็น อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ เปิดทุกวัน เวลา 08.00 - 17.00 น.
วัดหัวฝาย (เมืองเล็น)

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 - 17.00 น.
วัดหัวฝาย (เมืองเล็น) ตั้งอยู่เลขที่ 115 บ้านหัวฝาย หมู่ที่ 3 ตำบลเมืองเล็น อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกายที่มีประวัติยาวนานในพื้นที่เมืองเล็น วัดแห่งนี้มีประวัติการสร้างราว พ.ศ. 2097 โดยครูบาสมเด็จซึ่งธุดงค์มาจากเชียงตุงเป็นผู้ริเริ่มสร้างวัดขึ้น และได้รับอนุญาตตั้งเป็นวัดเมื่อ พ.ศ. 2098 ตามข้อมูลต้นฉบับที่ใช้เป็นแกนของบทความ ต่อมาได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2462 วัดหัวฝายจึงเป็นวัดเก่าของชุมชนเมืองเล็นที่มีทั้งมิติประวัติศาสตร์ ศรัทธาล้านนา ความสัมพันธ์กับเชียงตุง เสนาสนะสำคัญ และบทบาทต่อชาวบ้านหัวฝายมาอย่างต่อเนื่อง
บ้านหัวฝายอยู่ในตำบลเมืองเล็น อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ พื้นที่เมืองเล็นเป็นชุมชนเก่าแก่ที่มีหมู่บ้าน วัด ถนนท้องถิ่น ลำเหมือง พื้นที่นา และสวนของชาวบ้านเชื่อมโยงกันอย่างแน่นแฟ้น วัดหัวฝายจึงตั้งอยู่ท่ามกลางภูมิทัศน์ชุมชนที่สะท้อนวิถีล้านนาในระดับหมู่บ้านอย่างชัดเจน เพราะวัดไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ประกอบพิธีกรรม แต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้คน ทั้งการทำบุญ ฟังธรรม จัดงานชุมชน พบปะญาติพี่น้อง และรักษาความสัมพันธ์ระหว่างบ้านกับวัด
ชื่อ “หัวฝาย” มีความหมายที่สัมพันธ์กับภูมิประเทศและระบบน้ำของชุมชน คำว่า “ฝาย” ในบริบทล้านนาเกี่ยวข้องกับการจัดการน้ำเพื่อการเกษตร การทำเหมืองฝาย และการแบ่งปันน้ำเข้าสู่พื้นที่นา ส่วนคำว่า “หัว” สื่อถึงตำแหน่งต้นทางหรือส่วนสำคัญของระบบน้ำ เมื่อชื่อหัวฝายกลายเป็นชื่อบ้านและชื่อวัด ชื่อนี้จึงไม่ได้บอกเพียงสถานที่ตั้ง แต่ยังสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างชุมชน วัด น้ำ และการเกษตรของคนเมืองเล็นในอดีต
ประวัติการสร้างวัดหัวฝายมีความเชื่อมโยงกับเชียงตุงอย่างเด่นชัด ครูบาสมเด็จซึ่งธุดงค์มาจากเชียงตุงเป็นผู้ริเริ่มสร้างวัดขึ้นในพื้นที่บ้านหัวฝาย ความสัมพันธ์เช่นนี้พบได้ในประวัติวัดหลายแห่งของสันทรายและล้านนา เพราะเชียงตุงกับล้านนามีเครือข่ายศรัทธา พระสงฆ์ ช่างฝีมือ และการย้ายถิ่นของผู้คนเชื่อมโยงกันมาอย่างยาวนาน วัดหัวฝายจึงเป็นวัดที่เก็บร่องรอยของความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมระหว่างชุมชนล้านนากับเชียงตุงไว้ผ่านประวัติการก่อตั้ง
การได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2462 เป็นหมุดหมายสำคัญของวัดหัวฝาย เพราะวิสุงคามสีมาเป็นเขตสำหรับประกอบสังฆกรรมตามพระธรรมวินัย เมื่อวัดได้รับวิสุงคามสีมา วัดย่อมมีความสมบูรณ์มากขึ้นในฐานะศาสนสถานที่รองรับศาสนกิจของคณะสงฆ์ อุโบสถจึงเป็นอาคารที่มีความหมายทั้งด้านสถาปัตยกรรมและด้านพระวินัย เป็นหลักฐานว่าวัดหัวฝายมีสถานะมั่นคงในระบบคณะสงฆ์และชุมชน
ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ 4 ไร่ 3 งาน 42 ตารางวา อาณาเขตด้านเหนือจดถนนและบ้านของราษฎร ด้านใต้จดถนนและทุ่งนา ด้านตะวันออกจดที่นาราษฎร และด้านตะวันตกจดถนนกับบ้านของราษฎร ลักษณะอาณาเขตเช่นนี้สะท้อนภาพวัดชุมชนได้ชัดเจน เพราะวัดตั้งอยู่ท่ามกลางบ้าน ถนน และทุ่งนา ไม่ได้แยกตัวออกจากวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ วัดหัวฝายจึงเป็นทั้งพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์และพื้นที่กลางของชุมชนในเวลาเดียวกัน
อาคารเสนาสนะภายในวัดประกอบด้วยอุโบสถ ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ วิหาร หอพระไตร ศาลาบาตร และโรงครัว องค์ประกอบเหล่านี้ทำให้วัดหัวฝายเป็นวัดที่รองรับศาสนกิจและกิจกรรมชุมชนได้ครบถ้วน อุโบสถใช้ประกอบสังฆกรรม วิหารเป็นพื้นที่ไหว้พระและฟังธรรม ศาลาการเปรียญและศาลาบาตรรองรับงานบุญกับการรวมตัวของชาวบ้าน กุฏิสงฆ์เป็นที่จำพรรษาของพระภิกษุ หอพระไตรเกี่ยวข้องกับการเก็บรักษาคัมภีร์ธรรม ส่วนโรงครัวเป็นพื้นที่สำคัญในงานบุญที่ต้องอาศัยแรงศรัทธาและการร่วมแรงของชาวบ้าน
วิหารเป็นจุดที่ควรให้ความสำคัญเมื่อมาเยือนวัดหัวฝาย เพราะในวัดชุมชนล้านนา วิหารมักเป็นอาคารที่ผูกกับชีวิตของชาวบ้านมากที่สุด เป็นพื้นที่ที่คนในหมู่บ้านเข้ามากราบพระ ฟังธรรม ทำบุญในวันพระ และร่วมกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา วิหารจึงไม่ใช่เพียงอาคารทางศาสนา แต่เป็นพื้นที่ความทรงจำของชุมชนที่คนหลายรุ่นเคยเข้ามาทำบุญร่วมกัน
หอพระไตรเป็นองค์ประกอบที่ช่วยเพิ่มมิติด้านการเรียนรู้ของวัด เพราะเกี่ยวข้องกับการเก็บรักษาคัมภีร์ พระธรรม และเอกสารทางพระพุทธศาสนา ในวัดล้านนา หอพระไตรมีความหมายมากกว่าสถานที่เก็บหนังสือ แต่เป็นสัญลักษณ์ของการรักษาพระธรรมคำสอนและการสืบทอดความรู้ทางศาสนา วัดหัวฝายจึงมีบทบาททั้งด้านพิธีกรรมและด้านการรักษาความรู้ทางพระพุทธศาสนาในระดับชุมชน
ศาลาบาตรและโรงครัวสะท้อนชีวิตจริงของวัดชุมชนได้อย่างชัดเจน งานบุญของวัดหัวฝายไม่ได้เกิดขึ้นจากพระสงฆ์ฝ่ายเดียว แต่เกิดจากชาวบ้านที่มาช่วยจัดสถานที่ เตรียมภัตตาหาร ทำอาหาร รับแขก และร่วมบำรุงวัดตามกำลังศรัทธา ศาลาบาตรจึงเป็นพื้นที่ของการพบปะ ส่วนโรงครัวเป็นพื้นที่ที่ศรัทธาแสดงออกผ่านการลงแรงของคนในชุมชน
ปูชนียวัตถุสำคัญของวัดหัวฝายมีเจดีย์เป็นหลักศรัทธาของพื้นที่พุทธาวาส เจดีย์ในวัดชุมชนทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมความเคารพ เป็นสัญลักษณ์ของพระพุทธศาสนา และเป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านใช้สักการะในโอกาสสำคัญ นอกจากนี้ ในช่วงหลังวัดยังอัญเชิญพระพุทธรูปจำลองหลวงพ่อโสธรจากจังหวัดฉะเชิงเทรามาประดิษฐาน ณ ศาลาบาตรหลังใหม่ และต่อมามีการดำเนินการสร้างวิหารใหม่เพื่อประดิษฐานหลวงพ่อโสธร ทำให้วัดมีจุดสักการะร่วมสมัยเพิ่มขึ้นจากฐานศรัทธาดั้งเดิม
ช่วง พ.ศ. 2558 พระอธิการเฉลิม ฐิตสาโรได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดหัวฝาย และร่วมกับคณะศรัทธาสร้างศาลาบาตรหลังใหม่ อัญเชิญพระพุทธรูปจำลองหลวงพ่อโสธรมาประดิษฐาน ซื้อศาลาบาตรหลังเก่าที่ขวางหน้ากุฏิสงฆ์เพื่อปรับพื้นที่ให้เหมาะสมขึ้น สร้างศาลาบาตรหลังใหม่เพิ่มอีกหลังพร้อมห้องเก็บของ และดำเนินการขยายพื้นที่วัดโดยซื้อที่นาหน้าวัดเพิ่มอีก 2 ไร่ 3 งาน 57 ตารางวา พร้อมถมดินปรับพื้นที่ พัฒนาการเหล่านี้สะท้อนว่าวัดหัวฝายยังมีชีวิตและได้รับการอุปถัมภ์จากชุมชนอย่างต่อเนื่อง
การขยายพื้นที่และปรับปรุงศาลาบาตรมีความสำคัญมากในบริบทของวัดชุมชน เพราะพื้นที่วัดต้องรองรับทั้งพระสงฆ์ ชาวบ้าน งานบุญ งานกฐิน ผ้าป่า งานศพ งานบวช และกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา หากพื้นที่คับแคบ การประกอบกิจกรรมก็ไม่สะดวก การร่วมแรงของคณะศรัทธาในการซื้อที่ดินและถมดินจึงไม่ใช่เพียงการก่อสร้างเชิงกายภาพ แต่เป็นการลงทุนทางศรัทธาเพื่อให้วัดยังทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของชุมชนได้ดีขึ้น
ข้อมูลร่วมสมัยของโครงการกฐินสามัคคีปี 2568 ระบุว่าวัดหัวฝายมีพระจำพรรษา 5 รูป และระบุพระอธิการเอกพจน์ เอกวฑฺฒโนเป็นเจ้าอาวาสในรายการกฐินร่วมสมัย ทำให้เห็นว่าวัดยังมีการใช้งานทางศาสนาและยังมีพระสงฆ์จำพรรษาอย่างต่อเนื่อง วัดหัวฝายจึงไม่ใช่เพียงวัดเก่าในประวัติ แต่ยังเป็นศาสนสถานที่มีบทบาทในปัจจุบันของชุมชนบ้านหัวฝายและตำบลเมืองเล็น
บทบาทของวัดหัวฝายต่อชุมชนมีหลายระดับ ระดับแรกคือการเป็นศูนย์รวมจิตใจ ชาวบ้านเข้าวัดเพื่อไหว้พระ ทำบุญ ฟังธรรม และร่วมกิจกรรมวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ระดับที่สองคือการเป็นพื้นที่สังคม รองรับงานบวช งานศพ งานกฐิน งานผ้าป่า และการรวมตัวของชุมชน ระดับที่สามคือการเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ เพราะประวัติวัดบอกเล่าเรื่องครูบาสมเด็จจากเชียงตุง การตั้งวัดตั้งแต่กลางพุทธศตวรรษที่ 21 และการพัฒนาวัดผ่านแรงศรัทธาของคนบ้านหัวฝาย
ประเพณีและงานบุญของวัดหัวฝายสัมพันธ์กับปฏิทินพระพุทธศาสนาและวิถีล้านนา เช่น วันพระ วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา เข้าพรรษา ออกพรรษา งานกฐิน ผ้าป่า และกิจกรรมทำบุญของชุมชนบ้านหัวฝาย งานเหล่านี้ทำให้วัดยังมีชีวิตในรอบปี ชาวบ้านได้ถวายภัตตาหาร ฟังธรรม บำรุงเสนาสนะ และพบปะกันผ่านกิจกรรมบุญที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น
งานกฐินมีความสำคัญต่อวัดหัวฝายในฐานะวัดราษฎร์ เพราะเป็นช่วงเวลาหลังออกพรรษาที่ชาวบ้านและผู้มีจิตศรัทธาร่วมกันถวายผ้ากฐินกับปัจจัยเพื่อบำรุงพระสงฆ์และศาสนสถาน งานกฐินไม่ได้เป็นเพียงพิธีกรรมตามปฏิทินศาสนา แต่เป็นกิจกรรมที่ช่วยเชื่อมโยงคนในหมู่บ้าน คนที่ย้ายไปอยู่ต่างพื้นที่ และผู้ที่ยังผูกพันกับบ้านเกิดให้กลับมาร่วมดูแลวัดของชุมชน
วัดหัวฝายยังมีความสัมพันธ์กับวัดเมืองเล็นในบริบทประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ประวัติวัดเมืองเล็นเล่าว่าพระอธิการงกและศรัทธาชาวบ้านที่อพยพมาจากเชียงตุงได้แยกตัวออกมาจากวัดหัวฝายในตำบลเมืองเล็น เพื่อตั้งชุมชนบ้านเมืองเล็นและสร้างวัดเมืองเล็นพร้อมพระพุทธรูปปางไสยาสน์เป็นพระประธานในวิหาร ความสัมพันธ์นี้ทำให้วัดหัวฝายมีน้ำหนักทางประวัติศาสตร์มากขึ้น เพราะเป็นหนึ่งในวัดต้นทางของการขยายชุมชนและศรัทธาในตำบลเมืองเล็น
สำหรับผู้มาเยือน จุดที่ควรชมและควรไหว้ภายในวัดหัวฝาย ได้แก่ อุโบสถ วิหาร เจดีย์ หอพระไตร ศาลาการเปรียญ ศาลาบาตร โรงครัว และพระพุทธรูปจำลองหลวงพ่อโสธรในพื้นที่ศาสนกิจของวัด ควรเริ่มจากการไหว้พระในพื้นที่หลัก แล้วเดินชมบริเวณวัดอย่างสงบ ผู้ที่สนใจประวัติท้องถิ่นควรให้ความสำคัญกับเรื่องครูบาสมเด็จจากเชียงตุง การได้รับวิสุงคามสีมา พ.ศ. 2462 และการพัฒนาพื้นที่วัดในช่วงหลัง พ.ศ. 2558 เพราะเป็นแกนเรื่องที่ทำให้วัดหัวฝายมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ตำบลเมืองเล็นมีวัดใกล้เคียงที่สามารถเชื่อมโยงเป็นเส้นทางวัฒนธรรมได้ เช่น วัดเมืองเล็น วัดเมืองวะ วัดขัวสูง และวัดหนองก้นครุ วัดเมืองเล็นโดดเด่นด้วยพระพุทธไสยาสน์ วัดเมืองวะมีประวัติครูบาสิงห์แก้วร่วมกับชาวเชียงตุง วัดขัวสูงมีพระพุทธสิหิงค์สมัยเชียงแสนและงานไม้สัก ส่วนวัดหนองก้นครุมีประวัติการฟื้นฟูจากวัดร้าง วัดหัวฝายจึงเหมาะกับการจัดเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางเที่ยววัดเมืองเล็น เพื่อทำความเข้าใจเครือข่ายศรัทธาของชุมชนสันทรายในมุมที่ลึกกว่าการเที่ยววัดใหญ่ในตัวเมืองเชียงใหม่
การเดินทาง ไปวัดหัวฝาย จากตัวเมืองเชียงใหม่ให้เดินทางไปทางอำเภอสันทราย ผ่านพื้นที่แม่โจ้หรือเส้นทางเชื่อมเข้าสู่ตำบลเมืองเล็น แล้วเดินทางต่อไปยังบ้านหัวฝาย หมู่ที่ 3 วัดตั้งอยู่ในเขตชุมชน เดินทางสะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถจักรยานยนต์ และสามารถจัดเป็นเส้นทางเที่ยววัดชุมชนร่วมกับวัดเมืองเล็น วัดเมืองวะ วัดขัวสูง วัดหนองก้นครุ ร้านอาหารในโซนเมืองเล็น และที่พักใกล้เคียงได้ในวันเดียว
เส้นทางเที่ยวเชื่อมโยงที่เหมาะสมสามารถเริ่มจากวัดหัวฝายเพื่อเรียนรู้ประวัติครูบาสมเด็จจากเชียงตุงและชมเสนาสนะสำคัญ จากนั้นเดินทางต่อไปยังวัดเมืองเล็นเพื่อชมพระพุทธไสยาสน์ วัดเมืองวะเพื่อเรียนรู้ประวัติวัดเก่าและเจดีย์ วัดขัวสูงเพื่อชมพระพุทธสิหิงค์กับงานช่างไม้สัก และวัดหนองก้นครุเพื่อเรียนรู้ประวัติการฟื้นฟูจากวัดร้าง เส้นทางนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการเที่ยวเชียงใหม่ในมุมสงบ ลึก และใกล้วิถีชาวบ้านมากกว่าแหล่งท่องเที่ยวกระแสหลัก
ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ ใช้เสียงเบา ไม่รบกวนพื้นที่สงฆ์ ไม่เข้าเขตกุฏิสงฆ์หรือพื้นที่ส่วนบุคคลของวัดโดยไม่ได้รับอนุญาต และถ่ายภาพด้วยความเคารพ โดยเฉพาะบริเวณอุโบสถ วิหาร เจดีย์ หอพระไตร และพื้นที่ประกอบศาสนกิจ วัดหัวฝายเป็นวัดที่ชุมชนใช้งานจริง จึงควรมองวัดแห่งนี้เป็นพื้นที่ศรัทธาของชาวบ้านก่อนเป็นจุดท่องเที่ยว
โดยสรุป วัดหัวฝาย (เมืองเล็น) เป็นวัดราษฎร์เก่าแก่ของบ้านหัวฝาย หมู่ที่ 3 ตำบลเมืองเล็น อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ มีประวัติการสร้างโดยครูบาสมเด็จซึ่งธุดงค์มาจากเชียงตุง ได้รับอนุญาตตั้งเป็นวัดเมื่อ พ.ศ. 2098 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2462 มีพื้นที่วัด 4 ไร่ 3 งาน 42 ตารางวา มีเสนาสนะสำคัญ ได้แก่ อุโบสถ ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ วิหาร หอพระไตร ศาลาบาตร และโรงครัว มีเจดีย์และพระพุทธรูปจำลองหลวงพ่อโสธรเป็นจุดสักการะสำคัญ จุดแข็งของวัดคือความเก่าแก่ ความสัมพันธ์กับเชียงตุง บทบาทต่อชุมชนบ้านหัวฝาย และการเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางวัดเมืองเล็น วัดแห่งนี้จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการเข้าใจวัดล้านนาในระดับหมู่บ้านและมองเห็นพลังศรัทธาของชุมชนท้องถิ่นอย่างแท้จริง
| ชื่อสถานที่ | วัดหัวฝาย (เมืองเล็น) |
| ที่ตั้ง | บ้านหัวฝาย หมู่ที่ 3 ตำบลเมืองเล็น อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ |
| ที่อยู่ | เลขที่ 115 บ้านหัวฝาย หมู่ที่ 3 ตำบลเมืองเล็น อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ 50210 |
| ประเภท | วัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย |
| เจ้าอาวาส / ผู้ดูแลร่วมสมัย | พระอธิการเอกพจน์ เอกวฑฺฒโน |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 053-847-695 |
| ไฮไลต์ | วัดเก่าในตำบลเมืองเล็น สร้างโดยครูบาสมเด็จซึ่งธุดงค์มาจากเชียงตุง มีอุโบสถ วิหาร หอพระไตร ศาลาบาตร โรงครัว เจดีย์ และพระพุทธรูปจำลองหลวงพ่อโสธรเป็นจุดสักการะร่วมสมัย |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | ประวัติวัดเล่าว่าสร้างขึ้นราว พ.ศ. 2097 โดยครูบาสมเด็จซึ่งธุดงค์มาจากเชียงตุง และได้รับอนุญาตตั้งเป็นวัดเมื่อ พ.ศ. 2098 |
| วิสุงคามสีมา | ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2462 |
| พื้นที่วัด | 4 ไร่ 3 งาน 42 ตารางวา |
| อาณาเขตวัด | ทิศเหนือจดถนนและบ้านของราษฎร ทิศใต้จดถนนและทุ่งนา ทิศตะวันออกจดที่นาราษฎร และทิศตะวันตกจดถนนกับบ้านของราษฎร |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อหัวฝายสัมพันธ์กับระบบน้ำและภูมิทัศน์เกษตรกรรมของชุมชนเมืองเล็น โดยคำว่า “ฝาย” สื่อถึงการจัดการน้ำและเหมืองฝายในวิถีล้านนา |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | อุโบสถ, ศาลาการเปรียญ, กุฏิสงฆ์, วิหาร, หอพระไตร, ศาลาบาตร, โรงครัว, เจดีย์, ลานวัด และพื้นที่ไหว้พระของชุมชน |
| สิ่งปลูกสร้างสำคัญ | อุโบสถ ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ วิหาร หอพระไตร ศาลาบาตร และโรงครัว |
| ปูชนียวัตถุสำคัญ | เจดีย์ภายในวัด และพระพุทธรูปจำลองหลวงพ่อโสธรที่ประดิษฐานจากแรงศรัทธาของคณะศรัทธาวัดหัวฝาย |
| พระจำพรรษา | พระภิกษุ 5 รูป |
| บทบาทต่อชุมชน | ศูนย์รวมจิตใจของบ้านหัวฝาย พื้นที่ทำบุญ ฟังธรรม งานกฐิน ผ้าป่า งานบวช งานศพ และกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาของชุมชน |
| ประเพณี / งานบุญ | วันพระ วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เข้าพรรษา ออกพรรษา กฐิน ผ้าป่า และกิจกรรมบุญของชุมชนบ้านหัวฝาย |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองเชียงใหม่เดินทางไปอำเภอสันทราย ผ่านแม่โจ้หรือเส้นทางเชื่อมเข้าสู่ตำบลเมืองเล็น แล้วเดินทางต่อไปบ้านหัวฝาย หมู่ที่ 3 เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัวหรือรถจักรยานยนต์ |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นวัดราษฎร์และศาสนสถานของชุมชนบ้านหัวฝาย ตำบลเมืองเล็น อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่ไหว้พระ ลานวัด ศาลาการเปรียญ ศาลาบาตร โรงครัว และพื้นที่ประกอบกิจกรรมทางศาสนาของชุมชน |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดเมืองเล็น ตำบลเมืองเล็น ประมาณ 2–3 กม. 2. วัดเมืองวะ ตำบลเมืองเล็น ประมาณ 3–4 กม. 3. วัดขัวสูง ตำบลเมืองเล็น ประมาณ 4–5 กม. 4. วัดหนองก้นครุ ตำบลเมืองเล็น ประมาณ 4–5 กม. 5. ลำน้ำกวงและชุมชนเกษตรตำบลเมืองเล็น ประมาณ 5–7 กม. 6. เขื่อนแม่กวงอุดมธารา อำเภอดอยสะเก็ด ประมาณ 12–15 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านกับข้าวบ้านแม่ เมืองเล็น ประมาณ 1–2 กม. โทร. 088-576-1511 2. พิซซ่า หน้าบ้าน Pizza Na Ban เมืองเล็น ประมาณ 2–3 กม. โทร. 090-328-6104, 081-946-6542 3. ร้านสายใจ เมืองเล็น ประมาณ 2–3 กม. โทร. 080-672-9539 4. ภูคาเฟ่ เมืองเล็น ประมาณ 2–3 กม. โทร. 086-671-9130 5. ครัวในซอย เมืองเล็น ประมาณ 3–4 กม. โทร. 084-805-6318 6. No.13 Coffee สันทราย ประมาณ 4–5 กม. โทร. 083-456-3552 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Ban Nong Resort เมืองเล็น ประมาณ 3–5 กม. 2. Lanna Saithong Resort เมืองเล็น ประมาณ 5–7 กม. โทร. 053-255-371 3. B3 Home Resort & Restaurant เมืองเล็น ประมาณ 5–7 กม. 4. Nok Resort & Hotel โซนเมืองเล็น–หนองแหย่ง ประมาณ 6–8 กม. 5. ระเบียงดาวรีสอร์ท95 เมืองเล็น ประมาณ 4–6 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดหัวฝาย (เมืองเล็น) อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดหัวฝายตั้งอยู่เลขที่ 115 บ้านหัวฝาย หมู่ที่ 3 ตำบลเมืองเล็น อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ 50210
ถาม: วัดหัวฝายเป็นวัดประเภทใด?
ตอบ: วัดหัวฝายเป็นวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย และเป็นศาสนสถานประจำชุมชนบ้านหัวฝาย
ถาม: วัดหัวฝายสร้างขึ้นเมื่อใด?
ตอบ: ประวัติวัดเล่าว่าสร้างขึ้นราว พ.ศ. 2097 โดยครูบาสมเด็จซึ่งธุดงค์มาจากเชียงตุง และได้รับอนุญาตตั้งเป็นวัดเมื่อ พ.ศ. 2098
ถาม: วัดหัวฝายได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อใด?
ตอบ: วัดหัวฝายได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2462
ถาม: วัดหัวฝายมีจุดเด่นอะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือประวัติครูบาสมเด็จจากเชียงตุง ความเก่าแก่ของวัด เสนาสนะสำคัญอย่างอุโบสถ วิหาร หอพระไตร ศาลาบาตร โรงครัว เจดีย์ และพระพุทธรูปจำลองหลวงพ่อโสธร
ถาม: เจ้าอาวาสหรือผู้ดูแลร่วมสมัยของวัดหัวฝายคือใคร?
ตอบ: รายการกฐินร่วมสมัยระบุพระอธิการเอกพจน์ เอกวฑฺฒโนเป็นเจ้าอาวาส ส่วนประวัติการพัฒนาวัดช่วง พ.ศ. 2558 มีพระอธิการเฉลิม ฐิตสาโรเป็นผู้มีบทบาทสำคัญ
ถาม: เดินทางไปวัดหัวฝายอย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองเชียงใหม่ให้เดินทางไปอำเภอสันทราย ผ่านแม่โจ้หรือเส้นทางเชื่อมเข้าสู่ตำบลเมืองเล็น แล้วเดินทางต่อไปบ้านหัวฝาย หมู่ที่ 3 เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัวหรือรถจักรยานยนต์
ถาม: เที่ยววัดหัวฝายร่วมกับที่ไหนได้บ้าง?
ตอบ: สามารถจัดเส้นทางร่วมกับวัดเมืองเล็น วัดเมืองวะ วัดขัวสูง วัดหนองก้นครุ ลำน้ำกวง และเขื่อนแม่กวงอุดมธาราได้
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ
ปรับปรุงล่าสุด : 7 วันที่แล้ว



