หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ >อ.สันทราย >ต.แม่แฝกใหม่ > วัดขัวมุง
TL;DR: วัดขัวมุง อยู่ที่บ้านขัวมุง หมู่ที่ 4 ตำบลแม่แฝกใหม่ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. การเดินทางสะดวก จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ถนนเชียงใหม่–พร้าว หรือทางหลวงหมายเลข 1001 ผ่านแม่โจ้เข้าสู่ตำบลแม่แฝกใหม่.
วัดขัวมุง

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
วัดขัวมุง บ้านขัวมุง หมู่ที่ 4 ตำบลแม่แฝกใหม่ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกายที่มีความสำคัญต่อชุมชนบ้านขัวมุงและตำบลแม่แฝกใหม่ วัดตั้งอยู่บนแนวพื้นที่ชนบทตอนเหนือของอำเภอสันทราย ซึ่งเชื่อมโยงกับเส้นทางเชียงใหม่–พร้าวหรือทางหลวงหมายเลข 1001 อันเป็นเส้นทางหลักที่เชื่อมตัวเมืองเชียงใหม่ แม่โจ้ แม่แฝก แม่แฝกใหม่ และพื้นที่ตอนเหนือของจังหวัดเชียงใหม่เข้าด้วยกัน วัดแห่งนี้มีคุณค่าในฐานะศาสนสถานประจำหมู่บ้าน เป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชน เป็นพื้นที่ประกอบกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา และเป็นพื้นที่สาธารณะสำคัญที่รองรับทั้งการศึกษา การสงเคราะห์ และกิจกรรมของชาวบ้านมาหลายรุ่น
วัดขัวมุงตั้งอยู่เลขที่ 176 บ้านขัวมุง หมู่ที่ 4 ตำบลแม่แฝกใหม่ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ รหัสไปรษณีย์ 50290 พื้นที่วัดอยู่ในเขตหมู่บ้านขัวมุงซึ่งเป็นชุมชนที่มีความสัมพันธ์กับลำเหมือง ที่นา บ้านเรือน และเส้นทางสัญจรท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด ชื่อวัดผูกกับชื่อบ้านขัวมุงโดยตรง จึงทำหน้าที่เป็นทั้งชื่อศาสนสถานและเครื่องหมายบอกตัวตนของชุมชน ผู้มาเยือนวัดจะได้เห็นบรรยากาศของวัดประจำหมู่บ้านในพื้นที่แม่แฝกใหม่ ซึ่งแตกต่างจากวัดท่องเที่ยวขนาดใหญ่ในเมืองเชียงใหม่ เพราะวัดยังคงลักษณะเรียบง่าย เป็นพื้นที่ศรัทธาของชาวบ้าน และยังใช้ประกอบกิจกรรมทางศาสนาอย่างต่อเนื่อง
วัดขัวมุงได้รับอนุญาตตั้งเป็นวัดเมื่อ พ.ศ. 2441 และมีประวัติการสร้างวัดใน พ.ศ. 2451 ต่อมาวัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2515 โดยมีเขตวิสุงคามสีมากว้าง 14 เมตร ยาว 28 เมตร การได้รับวิสุงคามสีมาทำให้วัดมีเขตสำหรับประกอบสังฆกรรมสำคัญตามพระธรรมวินัยอย่างสมบูรณ์ สถานะนี้ทำให้วัดขัวมุงไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ศรัทธาของหมู่บ้านเท่านั้น แต่ยังเป็นวัดที่มีบทบาททางพระพุทธศาสนาในระบบคณะสงฆ์อย่างชัดเจน
พื้นที่วัดมีเนื้อที่ประมาณ 2 ไร่ 2 งาน 78 ตารางวา อาณาเขตด้านเหนือยาวประมาณ 23 วา จดบ้านของราษฎร ด้านใต้ยาวประมาณ 21 วา จดเขตเหมือง ด้านตะวันออกยาวประมาณ 49 วา จดเขตเหมือง และด้านตะวันตกยาวประมาณ 48 วา จดที่นาของราษฎร อาณาเขตเช่นนี้สะท้อนภูมิทัศน์ของวัดชุมชนในล้านนาได้อย่างชัดเจน เพราะวัดไม่ได้แยกออกจากชีวิตประจำวันของผู้คน แต่ตั้งอยู่ท่ามกลางบ้านเรือน ลำเหมือง และที่นา ซึ่งเป็นองค์ประกอบพื้นฐานของชุมชนเกษตรกรรมในพื้นที่แม่แฝกใหม่
คำว่า “ขัวมุง” มีน้ำหนักทางวัฒนธรรมในฐานะชื่อบ้านและชื่อวัด ชื่อของวัดที่ผูกกับชื่อหมู่บ้านทำให้วัดเป็นเสมือนแกนกลางของความทรงจำชุมชน ในสังคมล้านนา วัดประจำหมู่บ้านมักเป็นพื้นที่ที่ผู้คนใช้ร่วมกันตั้งแต่วัยเด็กจนถึงบั้นปลายชีวิต ตั้งแต่มาทำบุญกับครอบครัว ฟังธรรม เรียนธรรมะ ร่วมงานประเพณี บวชเรียน งานแต่ง งานศพ ไปจนถึงการช่วยกันบำรุงศาสนสถาน วัดขัวมุงจึงทำหน้าที่เป็นทั้งบ้านทางจิตใจและพื้นที่สังคมของชาวบ้านขัวมุง
อาคารเสนาสนะภายในวัดประกอบด้วยอุโบสถ วิหาร ศาลาบาตร ศาลาการเปรียญ หอระฆัง และกุฏิสงฆ์ อุโบสถเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับประกอบสังฆกรรมของพระสงฆ์ วิหารเป็นพื้นที่ไหว้พระและประกอบศาสนกิจ ศาลาบาตรเกี่ยวข้องกับกิจกรรมถวายภัตตาหารและงานบุญ ศาลาการเปรียญเป็นพื้นที่ฟังธรรม ประชุม และทำกิจกรรมของชุมชน หอระฆังเป็นสัญลักษณ์ของจังหวะชีวิตวัด ส่วนกุฏิสงฆ์เป็นพื้นที่พำนักของพระภิกษุที่ดูแลวัดและปฏิบัติศาสนกิจประจำวัน
ปูชนียวัตถุสำคัญของวัดคือเจดีย์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางเชิงสัญลักษณ์ของวัด เจดีย์ในวัดชุมชนล้านนามีความหมายลึกกว่าการเป็นองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรม เพราะเป็นที่ระลึกถึงพระพุทธเจ้า เป็นเครื่องหมายของความมั่นคงทางศรัทธา และเป็นจุดที่ชาวบ้านใช้กราบไหว้ในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา การมีเจดีย์ภายในวัดทำให้วัดขัวมุงมีพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านสามารถใช้เป็นจุดตั้งจิต อธิษฐาน และสืบทอดศรัทธาจากรุ่นสู่รุ่น
วิหารของวัดขัวมุงเป็นพื้นที่ที่ผู้มาเยือนควรให้ความสำคัญ เพราะวิหารเป็นหัวใจของการเข้าวัดในระดับชุมชน เป็นพื้นที่ที่พระพุทธรูปและกิจกรรมศรัทธาของชาวบ้านมาบรรจบกัน ผู้มาเยือนควรเริ่มจากการกราบพระภายในวิหาร จากนั้นจึงเดินชมลานวัด เจดีย์ หอระฆัง ศาลาการเปรียญ และพื้นที่โดยรอบอย่างสงบ การเดินชมวัดในลักษณะนี้ช่วยให้เห็นบทบาทของวัดในฐานะพื้นที่ที่พระสงฆ์และชาวบ้านใช้จริง ไม่ใช่เพียงพื้นที่ท่องเที่ยวเพื่อถ่ายภาพ
วัดขัวมุงมีบทบาทด้านการศึกษาทางพระพุทธศาสนาที่เด่นชัด โรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกธรรม เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. 2476 ทำให้วัดเป็นพื้นที่เรียนรู้ธรรมะของพระภิกษุ สามเณร และชาวบ้านในพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. 2525 บทบาทนี้สะท้อนให้เห็นว่าวัดไม่ได้จำกัดความสำคัญอยู่เฉพาะการประกอบพิธีกรรม แต่ยังเป็นพื้นที่ถ่ายทอดความรู้ ความประพฤติ และหลักธรรมที่ช่วยหล่อหลอมชุมชน
ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์มีความสำคัญต่อวัดชุมชน เพราะเป็นช่องทางที่เด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไปได้เข้ามาเรียนรู้ธรรมะในพื้นที่ใกล้บ้าน การเรียนธรรมะในวัดไม่ได้มีเป้าหมายเพียงการท่องจำคำสอน แต่ยังช่วยให้ผู้เรียนซึมซับเรื่องวินัย ความรับผิดชอบ ความกตัญญู ความเมตตา และการอยู่ร่วมกับผู้อื่น วัดขัวมุงจึงเป็นพื้นที่ที่เชื่อมพระพุทธศาสนากับชีวิตประจำวันของคนในหมู่บ้านอย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากบทบาทด้านการศึกษา วัดขัวมุงยังทำหน้าที่เป็นศูนย์ประสานงานนักศึกษาทางวิทยุและไปรษณีย์ สถานที่ตั้งของกลุ่มแม่บ้าน สถานที่ตั้งสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ประชาชน และสถานที่พยาบาลประชาชนด้วยยาแผนโบราณ รายละเอียดเหล่านี้ทำให้วัดขัวมุงมีมิติทางสังคมที่กว้างกว่าวัดทั่วไป วัดเป็นพื้นที่ที่ชุมชนใช้พึ่งพาในหลายด้าน ทั้งการเรียนรู้ การรวมกลุ่มอาชีพ การช่วยเหลือยามเจ็บป่วย และการจัดการความทุกข์จากการสูญเสียบุคคลในครอบครัว
บทบาทของกลุ่มแม่บ้านที่ตั้งอยู่ในวัดสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับเศรษฐกิจชุมชนระดับฐานราก ในหลายพื้นที่ของล้านนา วัดเป็นสถานที่ที่ชาวบ้านโดยเฉพาะกลุ่มสตรีใช้รวมตัวกันทำกิจกรรม พัฒนาผลิตภัณฑ์ แบ่งปันความรู้ และสร้างเครือข่ายช่วยเหลือกัน การมีพื้นที่ดังกล่าวในวัดทำให้วัดขัวมุงเป็นศูนย์กลางทางสังคมที่มีชีวิต ไม่ใช่พื้นที่สงฆ์ที่แยกตัวจากชุมชน
สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ประชาชนที่ตั้งอยู่ในวัดเป็นอีกบทบาทที่สะท้อนความลึกของความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับชาวบ้าน วัดไม่ได้อยู่เฉพาะในวาระแห่งความสุขหรือวันทำบุญเท่านั้น แต่ยังอยู่ในช่วงเวลาที่ชุมชนต้องเผชิญความสูญเสีย การช่วยเหลือเรื่องงานศพ การรวมแรงของญาติพี่น้อง และการดูแลกันในยามทุกข์เป็นส่วนหนึ่งของวิถีวัดชุมชน วัดขัวมุงจึงเป็นพื้นที่รองรับทั้งบุญ ความรู้ ความร่วมมือ และความเมตตาของหมู่บ้าน
การพยาบาลประชาชนด้วยยาแผนโบราณที่เคยดำเนินในพื้นที่วัดแสดงให้เห็นบทบาทของวัดในฐานะพื้นที่พึ่งพาของชุมชนในยุคที่บริการสาธารณสุขยังไม่กระจายทั่วถึง วัดหลายแห่งในชนบทเคยทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางความรู้พื้นบ้าน ทั้งสมุนไพร การดูแลสุขภาพ และการช่วยเหลือผู้เจ็บป่วย วัดขัวมุงจึงมีประวัติที่เชื่อมพระพุทธศาสนากับภูมิปัญญาชุมชนอย่างชัดเจน
พระอธิการทวีศักดิ์ ธมมรฺโต เป็นเจ้าอาวาสวัดขัวมุงตามข้อมูลที่ใช้ประกอบบทความนี้ บทบาทของเจ้าอาวาสในวัดชุมชนมีความสำคัญอย่างมาก เพราะต้องดูแลทั้งการปกครองพระภิกษุ การรักษาเสนาสนะ การจัดงานบุญ การประสานงานกับคณะศรัทธา และการดูแลความสงบเรียบร้อยของพื้นที่วัด วัดที่ยังมีพระสงฆ์ดูแลและมีกิจกรรมต่อเนื่องจึงยังคงเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชนได้มั่นคง
กิจกรรมบุญของวัดขัวมุงสัมพันธ์กับปฏิทินพระพุทธศาสนาและวิถีล้านนา เช่น วันพระ วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา เข้าพรรษา ออกพรรษา กฐิน ผ้าป่า และงานทำบุญของชุมชน งานเหล่านี้ทำให้ชาวบ้านกลับมารวมตัวกันที่วัด ช่วยกันจัดเตรียมสถานที่ ถวายภัตตาหาร ฟังธรรม และบำรุงศาสนสถาน กิจกรรมเหล่านี้ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับหมู่บ้านยังคงมีชีวิตตลอดปี
งานกฐินเป็นหนึ่งในงานบุญสำคัญของวัดราษฎร์ เพราะเป็นช่วงเวลาที่ชาวบ้านและผู้ศรัทธาร่วมกันถวายผ้ากฐินและปัจจัยเพื่อสนับสนุนพระสงฆ์และการดูแลวัด งานกฐินไม่ได้เป็นเพียงพิธีกรรม แต่เป็นการกลับมารวมตัวของคนในชุมชน ผู้ที่ย้ายออกไปอยู่ต่างถิ่น และผู้มีความผูกพันกับวัดประจำหมู่บ้าน การร่วมกฐินจึงเป็นทั้งการทำบุญและการย้ำความสัมพันธ์ระหว่างคนกับวัด
งานผ้าป่าและกิจกรรมบุญอื่น ๆ ช่วยให้ชุมชนสามารถร่วมบำรุงวัดได้ตามโอกาส การพัฒนาวัดชุมชนมักเกิดจากแรงศรัทธาค่อย ๆ สะสม ทั้งการซ่อมแซมอาคาร การดูแลลานวัด การบำรุงเสนาสนะ และการสนับสนุนกิจกรรมการเรียนรู้ของวัด วัดขัวมุงจึงเป็นพื้นที่ที่สะท้อนการพึ่งพาอาศัยกันระหว่างพระสงฆ์กับชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง
จุดเด่นของวัดขัวมุงอยู่ที่ความเป็นวัดชุมชนที่มีบทบาทหลายด้านในพื้นที่เดียวกัน ผู้มาเยือนจะได้เห็นวัดที่มีอุโบสถ วิหาร ศาลาบาตร ศาลาการเปรียญ หอระฆัง กุฏิสงฆ์ และเจดีย์ แต่สิ่งที่ทำให้วัดแตกต่างคือบทบาทด้านการศึกษา การรวมกลุ่มแม่บ้าน ฌาปนกิจสงเคราะห์ และการพยาบาลด้วยยาแผนโบราณซึ่งสะท้อนว่าวัดเคยเป็นพื้นที่พึ่งพาของชุมชนอย่างแท้จริง
วัดขัวมุงเหมาะกับผู้ที่สนใจวัดล้านนาในระดับชุมชนมากกว่าวัดท่องเที่ยวขนาดใหญ่ ผู้ที่ชอบเรียนรู้ประวัติหมู่บ้าน วิถีเกษตร ลำเหมือง วัดประจำชุมชน และบทบาททางสังคมของวัด จะพบว่าวัดแห่งนี้มีเนื้อหาน่าสนใจหลายชั้น ทั้งปีตั้งวัด วิสุงคามสีมา เสนาสนะ เจดีย์ โรงเรียนพระปริยัติธรรม ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ และบทบาทด้านการสงเคราะห์ของชุมชน
การเดินชมวัดควรเริ่มจากพื้นที่หน้าวัดและลานวัด เพื่อมองเห็นตำแหน่งของวัดที่สัมพันธ์กับบ้านเรือน ลำเหมือง และที่นา จากนั้นจึงเข้าไปกราบพระในวิหาร ชมอุโบสถ ศาลาการเปรียญ หอระฆัง เจดีย์ และพื้นที่กิจกรรมของชุมชน หากมีโอกาสพูดคุยกับคนในพื้นที่อย่างสุภาพ ผู้มาเยือนจะเข้าใจว่าวัดขัวมุงไม่ใช่เพียงสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ แต่เป็นพื้นที่ที่เก็บเรื่องราวของชุมชนไว้หลายรุ่น
การเดินทาง ไปวัดขัวมุง จากตัวเมืองเชียงใหม่ให้ใช้ถนนเชียงใหม่–พร้าว หรือทางหลวงหมายเลข 1001 มุ่งหน้าไปอำเภอสันทราย ผ่านพื้นที่แม่โจ้ เข้าสู่ตำบลแม่แฝกใหม่ แล้วเดินทางต่อไปยังบ้านขัวมุง หมู่ที่ 4 วัดตั้งอยู่ในเขตชุมชน เดินทางสะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถจักรยานยนต์ และเหมาะกับการจัดเป็นเส้นทางเที่ยววัดในโซนแม่แฝกใหม่ร่วมกับวัดเจดีย์แม่ครัว วัดแม่แฝก วัดวังขุมเงิน วัดสบแฝก และวัดห้วยบงวัฒนาราม
เส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงสามารถจัดร่วมกับวัดในตำบลแม่แฝกและแม่แฝกใหม่ได้อย่างลงตัว เช่น วัดเจดีย์แม่ครัวซึ่งมีประวัติการย้ายวัดจากที่ตั้งเดิม วัดสบแฝกซึ่งสัมพันธ์กับพระธาตุเจดีย์และแม่น้ำปิง วัดหนองมะจับซึ่งเชื่อมกับชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี และวัดพระธาตุจอมกิตติซึ่งเป็นวัดบนยอดเขาเล็ก ๆ ที่มีพระธาตุสำคัญ เส้นทางนี้ทำให้การเที่ยววัดไม่ใช่เพียงการไหว้พระแยกจุด แต่เป็นการอ่านภาพรวมของชุมชน ศาสนา และวัฒนธรรมล้านนาในอำเภอสันทราย
ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ ใช้เสียงเบา ไม่รบกวนพื้นที่สงฆ์ ไม่เข้าไปในเขตกุฏิสงฆ์โดยไม่ได้รับอนุญาต และถ่ายภาพด้วยความเคารพ โดยเฉพาะบริเวณอุโบสถ วิหาร เจดีย์ และพื้นที่ประกอบศาสนกิจ วัดขัวมุงเป็นวัดที่ชุมชนใช้งานจริง จึงควรให้ความสำคัญกับมารยาทวัดไทยและความสงบของพื้นที่มากกว่าการเที่ยวเพื่อถ่ายภาพเพียงอย่างเดียว
โดยสรุป วัดขัวมุงเป็นวัดเก่าแก่ของบ้านขัวมุง ตำบลแม่แฝกใหม่ ที่มีคุณค่าทั้งด้านพระพุทธศาสนา ประวัติศาสตร์ชุมชน การศึกษา และการสงเคราะห์ จุดแข็งของวัดคือประวัติการตั้งวัดตั้งแต่ พ.ศ. 2441 การได้รับวิสุงคามสีมาใน พ.ศ. 2515 อาคารเสนาสนะครบสำหรับวัดราษฎร์ เจดีย์เป็นปูชนียวัตถุสำคัญ โรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกธรรม ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ กลุ่มแม่บ้าน สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ และบทบาทด้านการพยาบาลด้วยยาแผนโบราณ วัดแห่งนี้จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการเที่ยวเชียงใหม่ในมุมสงบ ลึก และเข้าใจชีวิตวัดล้านนาในระดับหมู่บ้านอย่างแท้จริง
| ชื่อสถานที่ | วัดขัวมุง |
| ที่ตั้ง | บ้านขัวมุง หมู่ที่ 4 ตำบลแม่แฝกใหม่ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ |
| ที่อยู่ | เลขที่ 176 บ้านขัวมุง หมู่ที่ 4 ตำบลแม่แฝกใหม่ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ 50290 |
| ประเภท | วัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย |
| เจ้าอาวาส / ผู้ดูแล | พระอธิการทวีศักดิ์ ธมมรฺโต |
| ไฮไลต์ | วัดชุมชนเก่าแก่ของบ้านขัวมุง มีอุโบสถ วิหาร ศาลาบาตร ศาลาการเปรียญ หอระฆัง กุฏิสงฆ์ เจดีย์ และบทบาทสำคัญด้านการศึกษา การสงเคราะห์ และกิจกรรมชุมชน |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | ได้รับอนุญาตตั้งเป็นวัดเมื่อ พ.ศ. 2441 และมีประวัติการสร้างวัดใน พ.ศ. 2451 เป็นวัดเก่าแก่ของตำบลแม่แฝกใหม่ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ |
| วิสุงคามสีมา | ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2515 เขตวิสุงคามสีมากว้าง 14 เมตร ยาว 28 เมตร |
| พื้นที่วัด | ประมาณ 2 ไร่ 2 งาน 78 ตารางวา |
| อาณาเขต | ทิศเหนือ 23 วา จดบ้านของราษฎร ทิศใต้ 21 วา จดเขตเหมือง ทิศตะวันออก 49 วา จดเขตเหมือง และทิศตะวันตก 48 วา จดที่นาของราษฎร |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อวัดสัมพันธ์กับชื่อบ้านขัวมุง หมู่ที่ 4 ตำบลแม่แฝกใหม่ เป็นชื่อที่สะท้อนตัวตนของชุมชนและความผูกพันระหว่างวัดกับหมู่บ้าน |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | อุโบสถ, วิหาร, ศาลาบาตร, ศาลาการเปรียญ, หอระฆัง, กุฏิสงฆ์, เจดีย์, ลานวัด และพื้นที่กิจกรรมของชุมชน |
| ปูชนียวัตถุสำคัญ | เจดีย์ภายในวัด ซึ่งเป็นจุดสักการะและศูนย์กลางเชิงสัญลักษณ์ของศรัทธาชุมชนบ้านขัวมุง |
| บทบาทด้านการศึกษา | โรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกธรรม เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. 2476 และศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. 2525 |
| บทบาทต่อชุมชน | ศูนย์ประสานงานนักศึกษาทางวิทยุและไปรษณีย์ สถานที่ตั้งกลุ่มแม่บ้าน สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ประชาชน และพื้นที่พยาบาลประชาชนด้วยยาแผนโบราณ |
| ประเพณี / งานบุญ | วันพระ วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เข้าพรรษา ออกพรรษา กฐิน ผ้าป่า และกิจกรรมบุญของชุมชนบ้านขัวมุง |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ถนนเชียงใหม่–พร้าว หรือทางหลวงหมายเลข 1001 ผ่านแม่โจ้เข้าสู่ตำบลแม่แฝกใหม่ แล้วเดินทางต่อไปบ้านขัวมุง หมู่ที่ 4 |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นวัดราษฎร์และศาสนสถานของชุมชนบ้านขัวมุง ตำบลแม่แฝกใหม่ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 053-848-664 |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่ไหว้พระ ลานวัด ศาลาการเปรียญ ศาลาบาตร พื้นที่กิจกรรมชุมชน และพื้นที่จอดรถ |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดเจดีย์แม่ครัว ตำบลแม่แฝกใหม่ ประมาณ 2 กม. 2. วัดแม่แฝก ตำบลแม่แฝกใหม่ ประมาณ 3 กม. 3. วัดวังขุมเงิน ตำบลแม่แฝกใหม่ ประมาณ 4 กม. 4. วัดสบแฝก ตำบลแม่แฝกใหม่ ประมาณ 5 กม. 5. วัดหนองมะจับและชุมชนท่องเที่ยวบ้านหนองมะจับ ประมาณ 7 กม. 6. วัดพระธาตุจอมกิตติ ตำบลแม่แฝก ประมาณ 10 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ก๋วยเตี๋ยวเรือ ไก่ยกโครง สาขาเจดีย์แม่ครัว ประมาณ 2 กม. โทร. 098-881-8923 2. เติบโต คอฟฟี่ เจดีย์แม่ครัว ประมาณ 2 กม. โทร. 098-910-8017 3. เปลวทิพย์ สาขาตลาดเจดีย์แม่ครัว ประมาณ 2 กม. โทร. 081-884-6075 4. ชา-หมี สาขาเจดีย์แม่ครัว ประมาณ 2 กม. โทร. 096-212-5620 5. ขวัญเบเกอรี่&คอฟฟี่ เจดีย์แม่ครัว ประมาณ 2 กม. โทร. 095-674-9863 6. บ้านส้มตำ ประมาณ 4 กม. โทร. 086-188-6874, 086-115-5686 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Mae Faek Villas ประมาณ 4 กม. โทร. 081-287-9011 2. The Royal Chiang Mai Golf Resort ประมาณ 8 กม. โทร. 083-568-9797, 083-578-2727, 083-576-4747 3. Dream Villa Resort @ Chiang Mai ประมาณ 12 กม. โทร. 099-291-6447 4. Yoo Sabai Home ประมาณ 12 กม. โทร. 092-578-1136 5. Tao Garden Health Spa & Resort ประมาณ 22 กม. โทร. 084-028-0230 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดขัวมุงอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดขัวมุงตั้งอยู่เลขที่ 176 บ้านขัวมุง หมู่ที่ 4 ตำบลแม่แฝกใหม่ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ 50290
ถาม: วัดขัวมุงสร้างขึ้นเมื่อใด?
ตอบ: วัดขัวมุงได้รับอนุญาตตั้งเป็นวัดเมื่อ พ.ศ. 2441 และมีประวัติการสร้างวัดใน พ.ศ. 2451
ถาม: วัดขัวมุงได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อใด?
ตอบ: วัดขัวมุงได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2515 โดยมีเขตวิสุงคามสีมากว้าง 14 เมตร ยาว 28 เมตร
ถาม: วัดขัวมุงมีจุดเด่นอะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือความเป็นวัดชุมชนเก่าแก่ของบ้านขัวมุง มีอุโบสถ วิหาร ศาลาบาตร ศาลาการเปรียญ หอระฆัง กุฏิสงฆ์ เจดีย์ และบทบาทด้านการศึกษาและการสงเคราะห์ชุมชน
ถาม: เจ้าอาวาสวัดขัวมุงคือใคร?
ตอบ: เจ้าอาวาสวัดขัวมุงคือพระอธิการทวีศักดิ์ ธมมรฺโต
ถาม: วัดขัวมุงมีบทบาทด้านการศึกษาอย่างไร?
ตอบ: วัดมีโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกธรรม เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. 2476 และมีศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. 2525
ถาม: เดินทางไปวัดขัวมุงอย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองเชียงใหม่ให้ใช้ถนนเชียงใหม่–พร้าว หรือทางหลวงหมายเลข 1001 ผ่านแม่โจ้เข้าสู่ตำบลแม่แฝกใหม่ แล้วเดินทางต่อไปบ้านขัวมุง หมู่ที่ 4
ถาม: เที่ยววัดขัวมุงร่วมกับที่ไหนได้บ้าง?
ตอบ: สามารถจัดเส้นทางร่วมกับวัดเจดีย์แม่ครัว วัดแม่แฝก วัดวังขุมเงิน วัดสบแฝก วัดหนองมะจับ และวัดพระธาตุจอมกิตติได้
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ
ปรับปรุงล่าสุด : 2 วันที่แล้ว




