หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ >อ.ดอยเต่า >ต.บงตัน > วัดหล่ายแก้ว
TL;DR: วัดหล่ายแก้ว อยู่ที่หมู่ 3 บ้านหล่ายแก้ว ตำบลบงตัน อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ 50260 เปิดทุกวัน เวลา 08.00 - 17.00 น. จุดเด่นคือ วัดชุมชนกะเหรี่ยงที่เชื่อมโยงกับผ้าทอบ้านหล่ายแก้ว วิถีล้านนา และประวัติการสร้างวัดจากแรงศรัทธาของชาวบ้าน.

เชียงใหม่

วัดหล่ายแก้ว

วัดหล่ายแก้ว

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 - 17.00 น.
 
วัดหล่ายแก้ว ตั้งอยู่หมู่ 3 บ้านหล่ายแก้ว ตำบลบงตัน อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ รหัสไปรษณีย์ 50260 เป็นวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีพื้นที่วัด 7 ไร่ 2 งาน 47 ตารางวา ได้รับอนุญาตตั้งเป็นวัดเมื่อ พ.ศ. 2481 โดยมีพระอธิการทวน สุจินโณ เป็นเจ้าอาวาสตามข้อมูลประวัติวัดที่ใช้จัดทำบทความนี้ วัดแห่งนี้เป็นศูนย์รวมศรัทธาของชุมชนบ้านหล่ายแก้วและบ้านหนองปูในตำบลบงตัน มีความสำคัญทั้งในฐานะวัดชุมชนของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงในอำเภอดอยเต่า และในฐานะวัดที่ช่วยสืบต่อพระพุทธศาสนา ประเพณีล้านนา และความสัมพันธ์ของผู้คนในพื้นที่ภูเขา ลำห้วยแม่ยุย และทะเลสาบดอยเต่า
 
บ้านหล่ายแก้วเป็นชุมชนดั้งเดิมในตำบลบงตัน ตั้งถิ่นฐานอยู่ใกล้ลำห้วยแม่ยุย ชาวบ้านในพื้นที่มีวิถีชีวิตผูกพันกับการทำไร่หมุนเวียน การทำนา การทำสวน และภูมิปัญญาการทอผ้า ชุมชนหล่ายแก้วมีลักษณะเฉพาะเพราะเกี่ยวข้องกับบ้านหนองปูซึ่งเป็นชื่อที่ปรากฏในทะเบียนราษฎร์และในข้อมูลชุมชนของหน่วยงานท้องถิ่น บ้านหนองปูมีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มพี่น้องที่อพยพหนีน้ำท่วมเข้ามาอยู่บริเวณหนองปู ต่อมาชาวบ้านเลือกผู้นำชุมชนและใช้ชื่อหมู่บ้านหนองปูในระบบราชการ ขณะที่พื้นที่ถัดขึ้นมายังคงเรียกกันว่าบ้านหล่ายแก้ว ชื่อทั้งสองจึงสะท้อนชั้นประวัติศาสตร์ของชุมชนเดียวกัน ทั้งด้านการตั้งถิ่นฐานดั้งเดิมและการรับผู้คนจากการเปลี่ยนแปลงของลุ่มน้ำปิง
 
ก่อนมีวัดหล่ายแก้ว ชาวบ้านหล่ายแก้วหนองปูต้องเดินทางไปทำบุญที่วัดบงตัน เมื่อชุมชนเริ่มขยายตัวและมีบ้านเรือนมากขึ้น ชาวบ้านจึงเห็นความจำเป็นที่จะมีวัดในหมู่บ้านของตนเอง เพื่อให้ผู้สูงอายุ ครอบครัว และลูกหลานสามารถทำบุญ ฟังธรรม และร่วมกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาได้สะดวกขึ้น ต่อมามีครูบาคำสร้างวัดอยู่ที่วัดป่าขาม ศรัทธาชาวบ้านจึงประชุมปรึกษากัน แล้วนำข้าวตอกดอกไม้ไปนิมนต์ครูบาคำให้มาช่วยสร้างวัดหล่ายแก้วในพื้นที่หมู่บ้านของตน
 
เมื่อครูบาคำรับนิมนต์เข้ามาช่วยสร้างวัด ชาวบ้านหล่ายแก้วได้ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างศาลามุงหญ้าคา 1 หลัง และกุฏิ 1 หลัง เป็นจุดเริ่มต้นของวัดในชุมชน ต่อมาเมื่อครูบาเห็นแรงศรัทธาของชาวบ้านที่มาร่วมช่วยกันจำนวนมาก จึงสร้างวิหารขึ้นอีก 1 หลัง และพัฒนากำแพงวัดตามลำดับ เรื่องราวนี้ทำให้วัดหล่ายแก้วมีภาพจำที่ชัดเจนในฐานะวัดที่เกิดจากความต้องการของชุมชน ไม่ใช่วัดที่สร้างขึ้นเพื่อการท่องเที่ยว แต่เกิดจากความตั้งใจของชาวบ้านที่อยากมีสถานที่ทำบุญในหมู่บ้านของตนเอง
 
ที่ดินของวัดหล่ายแก้วได้รับการอุปถัมภ์จากศรัทธาชาวบ้านหลายฝ่าย โดยมีนายสุแก้ว ขาวแต้ ถวายที่ดินให้วัด 1 งาน นายเงิน ปู่แต้ ถวายที่ดินครึ่งงาน และหลวงพ่อเจ้าคณะอำเภอดอยเต่าได้ซื้อที่ดินถวายเพิ่มอีก 1 ไร่ การถวายที่ดินเหล่านี้มีความหมายต่อประวัติวัดอย่างมาก เพราะทำให้วัดมีพื้นที่สำหรับขยายเสนาสนะ รองรับการทำบุญ และรองรับกิจกรรมของชุมชนในระยะยาว วัดหล่ายแก้วจึงเป็นวัดที่เติบโตจากแรงศรัทธาร่วมกันของพระสงฆ์ ผู้นำศาสนา และชาวบ้านในพื้นที่
 
หลังจากครูบาคำถวายทานวิหารแล้ว ท่านได้จาริกไปสร้างวัดแห่งอื่นต่อ จากนั้นมีพระสงฆ์เข้ามาดูแลวัดหล่ายแก้วต่อเนื่องหลายช่วง เช่น พระยืนที่ดูแลวัดประมาณ 2 ปี พระคมที่เข้ามาอยู่และสร้างพระธาตุ 1 องค์ พระวัตรที่ดูแลได้ 2 พรรษา พระศาสดาที่มาอยู่ได้ 1 พรรษา และพระรูปอื่นในช่วงต่อมา ประวัติช่วงนี้สะท้อนลักษณะของวัดชุมชนในพื้นที่ห่างเมืองที่มีพระสงฆ์หมุนเวียนเข้ามาดูแลเป็นระยะ แต่ชาวบ้านยังคงรักษาวัดไว้ด้วยแรงศรัทธาอย่างต่อเนื่อง
 
ต่อมาในช่วง พ.ศ. 2543 ศรัทธาชาวบ้านได้นิมนต์พระพลมาดูแลวัด และท่านดำรงบทบาทอยู่จนถึง พ.ศ. 2552 หลังจากนั้นมีพระจันทร์แก้ว กลฺยาโน เข้ามาดูแลวัดในช่วงต่อมา ข้อมูลประวัติวัดยังระบุชื่อพระอธิการทวน สุจินโณ เป็นเจ้าอาวาสวัดหล่ายแก้วในข้อมูลที่ใช้จัดทำบทความนี้ และราชกิจจานุเบกษายังปรากฏชื่อพระอธิการทวน วัดหล่ายแก้ว จังหวัดเชียงใหม่ ในบัญชีแต่งตั้งสมณศักดิ์เป็นพระครูสุจิณรัตนาลังการ ซึ่งยิ่งสะท้อนบทบาทของวัดหล่ายแก้วในคณะสงฆ์และชุมชนเชียงใหม่ตอนใต้
 
วัดหล่ายแก้วมีความสำคัญต่อชุมชนกะเหรี่ยงบ้านหล่ายแก้วอย่างเด่นชัด เพราะคณะศรัทธาหล่ายแก้วมีพื้นฐานเป็นชุมชนกะเหรี่ยงที่ยังรักษาวิถีวัฒนธรรมของตนเองไว้ ทั้งด้านภาษา การแต่งกาย ภูมิปัญญาทอผ้า และประเพณีในชีวิตประจำวัน ในข้อมูลท้องถิ่นระบุว่าชุมชนบ้านหล่ายแก้วมีความโดดเด่นด้านผ้าทอกะเหรี่ยง มีการถ่ายทอดภูมิปัญญาตั้งแต่การปลูกฝ้าย การปั่นเส้นด้าย การย้อมสี การทอผ้า ไปจนถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมสมัย วัดจึงไม่ได้อยู่โดดเดี่ยวจากวัฒนธรรมชุมชน แต่เป็นส่วนหนึ่งของชุมชนที่มีอัตลักษณ์ทางชาติพันธุ์และศิลปหัตถกรรมชัดเจน
 
บทบาทของวัดหล่ายแก้วจึงมีมากกว่าการเป็นสถานที่ทำบุญของหมู่บ้าน เพราะวัดช่วยประคองความสัมพันธ์ระหว่างพระพุทธศาสนา วิถีล้านนา และอัตลักษณ์กะเหรี่ยงในพื้นที่ดอยเต่า ชาวบ้านใช้วัดเป็นพื้นที่ทำบุญวันพระ งานกฐิน ผ้าป่า เข้าพรรษา ออกพรรษา และงานบุญประจำชุมชน ขณะเดียวกันศูนย์เรียนรู้ผ้าทอกะเหรี่ยงบ้านหล่ายแก้วและกิจกรรมชุมชนโดยรอบก็ทำให้พื้นที่นี้มีความหมายในด้านการเรียนรู้วัฒนธรรม ไม่ใช่เพียงการท่องเที่ยววัดเท่านั้น
 
สิ่งปลูกสร้างสำคัญที่ปรากฏในประวัติวัดหล่ายแก้ว ได้แก่ ศาลามุงหญ้าคา กุฏิ วิหาร กำแพงวัด และพระธาตุ 1 องค์ โดยเฉพาะวิหารเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับการกราบไหว้และประกอบพิธีกรรม ส่วนกุฏิเป็นพื้นที่จำพรรษาของพระสงฆ์ ศาลาเป็นพื้นที่รวมตัวของญาติโยม กำแพงวัดช่วยกำหนดขอบเขตพื้นที่ศาสนสถาน และพระธาตุเป็นจุดศรัทธาที่ควรสักการะเมื่อมาเยือนวัด องค์ประกอบเหล่านี้ทำให้วัดหล่ายแก้วมีทั้งมิติของวัดบ้านและมิติของศาสนสถานที่ชุมชนค่อย ๆ สร้างขึ้นจากแรงศรัทธา
 
จุดเด่นของวัดหล่ายแก้วคือเรื่องราวที่เชื่อมโยงระหว่างวัดบงตัน วัดป่าขาม ครูบาคำ และการสร้างวัดของชาวบ้านหล่ายแก้วหนองปู วัดแห่งนี้แสดงให้เห็นกระบวนการเกิดวัดชุมชนในภาคเหนืออย่างชัดเจน เริ่มจากชาวบ้านต้องไปทำบุญที่วัดอื่น เมื่อชุมชนเติบโตจึงนิมนต์ครูบามาช่วยสร้างวัดของตนเอง จากศาลาหญ้าคาและกุฏิเล็ก ๆ ค่อย ๆ พัฒนาเป็นวิหาร กำแพง และพระธาตุ วัดหล่ายแก้วจึงเป็นตัวอย่างของวัดที่เติบโตตามชุมชน ไม่ใช่วัดที่ถูกสร้างขึ้นอย่างโดดเดี่ยวจากชีวิตของผู้คน
 
ตำบลบงตันมีภูมิประเทศเป็นที่ราบสูงสลับเนินและภูเขาเตี้ย มีทะเลสาบดอยเต่าอยู่ทางด้านตะวันตกของชุมชน และมีแม่น้ำปิงไหลผ่านพื้นที่สำคัญหลายหมู่บ้าน องค์การบริหารส่วนตำบลบงตันยังระบุว่าพื้นที่นี้มีทั้งประวัติกลุ่มชาวถิ่นหรือชาวลัวะเดิม พื้นที่ลุ่มน้ำแม่หาด ลุ่มน้ำแม่ปิง และชุมชนที่ปรับตัวหลังการเปลี่ยนแปลงของเขื่อนภูมิพล วัดหล่ายแก้วจึงตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีประวัติซ้อนกันหลายชั้น ทั้งประวัติชาติพันธุ์ ประวัติลุ่มน้ำ ประวัติการย้ายถิ่น และประวัติศรัทธาของชุมชน
 
บ้านหล่ายแก้วและบ้านหนองปูยังเป็นพื้นที่ที่มีอัตลักษณ์ทางหัตถกรรมชัดเจน โดยเฉพาะผ้าทอกะเหรี่ยงซึ่งเป็นภูมิปัญญาสำคัญของชุมชน การท่องเที่ยววัดหล่ายแก้วจึงสามารถเชื่อมกับการเรียนรู้ผ้าทอได้อย่างลงตัว ผู้มาเยือนสามารถมองวัดเป็นจุดเริ่มต้นของการเข้าใจชุมชน แล้วต่อด้วยการเรียนรู้วิถีหัตถกรรม การย้อมสี การทอผ้า และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น เส้นทางนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการเที่ยวแบบเข้าใจพื้นที่ ไม่ใช่เพียงแวะถ่ายภาพแล้วผ่านไป
 
ประเพณีและงานบุญของวัดหล่ายแก้วสัมพันธ์กับวิถีวัดราษฎร์ภาคเหนือ เช่น วันพระ วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา เข้าพรรษา ออกพรรษา กฐิน ผ้าป่า และงานบุญประจำชุมชน งานเหล่านี้ทำให้วัดเป็นพื้นที่รวมตัวของผู้สูงอายุ ครอบครัว เยาวชน และชาวบ้านในหมู่บ้าน การทำบุญในวัดไม่เพียงเป็นการสืบต่อพระพุทธศาสนา แต่ยังเป็นการรักษาความสัมพันธ์ของชุมชนกะเหรี่ยงบ้านหล่ายแก้วและบ้านหนองปูให้แน่นแฟ้นต่อเนื่อง
 
วัดหล่ายแก้วเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่สนใจวัดชุมชน วัฒนธรรมกะเหรี่ยง ผ้าทอพื้นบ้าน วิถีล้านนา และเส้นทางดอยเต่าที่มีเรื่องราวลึกกว่าทะเลสาบ ผู้มาเยือนควรใช้เวลาประมาณ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมงในการไหว้พระ ชมวิหาร พระธาตุ และบรรยากาศวัด จากนั้นสามารถต่อไปยังศูนย์เรียนรู้ผ้าทอกะเหรี่ยงบ้านหล่ายแก้ว วัดบงตัน วัดบ้านโท้ง วัดท่าเดื่อ พุทธสถานดอยต๊อก หรือทะเลสาบดอยเต่า เพื่อให้เข้าใจทั้งศาสนา ชุมชน หัตถกรรม และธรรมชาติในเส้นทางเดียวกัน
 
การเดินทาง ไปวัดหล่ายแก้วสะดวกที่สุดด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างในพื้นที่ จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 108 ผ่านอำเภอหางดง สันป่าตอง จอมทอง และอำเภอฮอด จากสามแยกฮอดให้ต่อเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1103 สายฮอด – ดอยเต่า – แม่ตื่น แล้วเดินทางเข้าสู่ตำบลบงตัน อำเภอดอยเต่า มุ่งหน้าไปหมู่ 3 บ้านหล่ายแก้ว การใช้ชื่อวัดหล่ายแก้ว บ้านหล่ายแก้ว ตำบลบงตัน และอำเภอดอยเต่าร่วมกันในการนำทางจะช่วยให้เดินทางได้แม่นยำขึ้น
 
เส้นทางเที่ยวที่เหมาะคือเริ่มจากวัดหล่ายแก้วเพื่อทำบุญและเรียนรู้ประวัติการสร้างวัดของชุมชน จากนั้นต่อไปยังศูนย์เรียนรู้ผ้าทอกะเหรี่ยงบ้านหล่ายแก้วเพื่อชมภูมิปัญญาทอผ้า แล้วเดินทางต่อไปยังวัดบงตัน วัดบ้านโท้ง วัดท่าเดื่อ หรือพุทธสถานดอยต๊อก หากต้องการเชื่อมธรรมชาติ สามารถไปต่อที่ทะเลสาบดอยเต่า วัดพระบรมธาตุดอยเกิ้ง และร้านอาหารแพในพื้นที่ตำบลท่าเดื่อ เส้นทางนี้เหมาะกับการเที่ยวครึ่งวันถึงหนึ่งวันเต็ม เพราะรวมทั้งวัด ชุมชนกะเหรี่ยง หัตถกรรม และทิวทัศน์ทะเลสาบไว้ในทริปเดียว
 
ผู้มาเยือนวัดหล่ายแก้วควรแต่งกายสุภาพ ใช้เสียงอย่างสำรวม และให้ความเคารพต่อพื้นที่ของพระสงฆ์และชาวบ้าน หากมีงานบุญหรือพิธีกรรม ควรเว้นพื้นที่ให้ชาวบ้านประกอบศาสนกิจเป็นหลัก การถ่ายภาพควรทำอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะเมื่อถ่ายภาพผู้คนในชุมชนหรือกิจกรรมทางวัฒนธรรม วัดหล่ายแก้วเป็นวัดชุมชนที่เชื่อมโยงกับอัตลักษณ์ของบ้านหล่ายแก้ว การมาเยือนที่ดีจึงควรให้เกียรติทั้งศาสนสถานและวิถีชีวิตของชุมชนเจ้าของพื้นที่
 
โดยสรุป วัดหล่ายแก้วเป็นวัดราษฎร์มหานิกายในตำบลบงตัน อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ ที่มีคุณค่าครบทั้งด้านศาสนา ประวัติศาสตร์ชุมชน และวัฒนธรรมกะเหรี่ยง วัดได้รับอนุญาตตั้งเป็นวัดเมื่อ พ.ศ. 2481 มีประวัติเริ่มจากชาวบ้านต้องไปทำบุญที่วัดบงตัน ก่อนร่วมกันนิมนต์ครูบาคำมาสร้างวัดในหมู่บ้านของตนเอง พื้นที่แห่งนี้จึงเป็นวัดที่บอกเล่าเรื่องศรัทธาของชาวบ้านหล่ายแก้วหนองปูได้อย่างชัดเจน และเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการจัดไว้ในเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของอำเภอดอยเต่า
 
ชื่อสถานที่วัดหล่ายแก้ว
ประเภทสถานที่วัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย
ที่ตั้งหมู่ 3 บ้านหล่ายแก้ว ตำบลบงตัน อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ 50260
รหัสวัด350170505
เนื้อที่วัด7 ไร่ 2 งาน 47 ตารางวา
ประวัติ / สมัย / ยุคได้รับอนุญาตตั้งเป็นวัดเมื่อ พ.ศ. 2481 เกิดจากศรัทธาชาวบ้านหล่ายแก้วหนองปูที่ต้องการมีวัดทำบุญในชุมชนของตนเอง
บุคคลสำคัญในประวัติวัดครูบาคำ, พระพล, พระจันทร์แก้ว กลฺยาโน และพระอธิการทวน สุจินโณ
เจ้าอาวาสพระอธิการทวน สุจินโณ
สิ่งปลูกสร้างสำคัญศาลามุงหญ้าคา กุฏิ วิหาร กำแพงวัด และพระธาตุ
ที่ดินวัดจากศรัทธาชุมชนนายสุแก้ว ขาวแต้ ถวายที่ดิน 1 งาน นายเงิน ปู่แต้ ถวายครึ่งงาน และหลวงพ่อเจ้าคณะอำเภอดอยเต่าซื้อถวายเพิ่ม 1 ไร่
ชุมชนที่เกี่ยวข้องบ้านหล่ายแก้ว บ้านหนองปู ชุมชนกะเหรี่ยงบ้านหล่ายแก้ว และชุมชนในตำบลบงตัน
ลักษณะเด่นวัดชุมชนกะเหรี่ยงที่เชื่อมโยงกับผ้าทอบ้านหล่ายแก้ว วิถีล้านนา และประวัติการสร้างวัดจากแรงศรัทธาของชาวบ้าน
บทบาทต่อชุมชนเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้านหล่ายแก้วและบ้านหนองปู เป็นพื้นที่ทำบุญ ฟังธรรม กฐิน ผ้าป่า และกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาของชุมชน
การเดินทางจากเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 108 ผ่านหางดง สันป่าตอง จอมทอง และฮอด แล้วต่อทางหลวงหมายเลข 1103 สายฮอด – ดอยเต่า – แม่ตื่น เข้าสู่บ้านหล่ายแก้ว ตำบลบงตัน
สถานะปัจจุบันเปิดเป็นวัดราษฎร์ในชุมชน และปรากฏในฐานรายชื่อวัดตำบลบงตัน อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่
สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นที่วัด ลานวัด วิหาร พื้นที่ไหว้พระ และพื้นที่ประกอบศาสนกิจของชุมชน
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. ศูนย์เรียนรู้ผ้าทอกะเหรี่ยงบ้านหล่ายแก้ว ประมาณ 1 กม.
2. วัดบงตัน ประมาณ 4 กม.
3. วัดบ้านโท้ง ประมาณ 5 กม.
4. วัดท่าเดื่อ ประมาณ 6 กม.
5. พุทธสถานดอยต๊อก ประมาณ 8 กม.
6. ทะเลสาบดอยเต่า ประมาณ 10 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. Check In Doi Tao Cafe’ and Resort ประมาณ 10 กม. โทร. 062-969-8264
2. ครัวธารทิพย์ และเรือนแพธารทิพย์ ประมาณ 10 กม. โทร. 091-026-4970
3. เรือนแพลูกแม่ปิง ประมาณ 10 กม. โทร. 081-993-4162, 081-724-5470
4. เรือนแพดอยเต่าริมปิง ประมาณ 10 กม. โทร. 081-961-1854, 084-885-5982
5. Bandin in the Doi ประมาณ 14 กม. โทร. 087-951-6778, 084-810-5058
ที่พักใกล้เคียง1. Check In Doi Tao Cafe’ and Resort ประมาณ 10 กม. โทร. 062-969-8264
2. เรือนแพธารทิพย์ ประมาณ 10 กม. โทร. 091-026-4970
3. เรือนแพลูกแม่ปิง ประมาณ 10 กม. โทร. 081-993-4162, 081-724-5470
4. เรือนแพดอยเต่าริมปิง ประมาณ 10 กม. โทร. 081-961-1854, 084-885-5982
5. The Creek Resort ประมาณ 20 กม. โทร. 097-282-8982
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดหล่ายแก้วอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดหล่ายแก้วตั้งอยู่หมู่ 3 บ้านหล่ายแก้ว ตำบลบงตัน อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ 50260
 
ถาม: วัดหล่ายแก้วได้รับอนุญาตตั้งเป็นวัดเมื่อใด?
ตอบ: วัดหล่ายแก้วได้รับอนุญาตตั้งเป็นวัดเมื่อ พ.ศ. 2481 และเป็นวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย
 
ถาม: ใครมีบทบาทสำคัญในการสร้างวัดหล่ายแก้ว?
ตอบ: ครูบาคำมีบทบาทสำคัญในการช่วยชาวบ้านสร้างวัด เริ่มจากศาลามุงหญ้าคา กุฏิ วิหาร และการพัฒนาพื้นที่วัดร่วมกับศรัทธาชาวบ้าน
 
ถาม: เจ้าอาวาสวัดหล่ายแก้วคือใคร?
ตอบ: เจ้าอาวาสวัดหล่ายแก้วคือพระอธิการทวน สุจินโณ
 
ถาม: วัดหล่ายแก้วมีจุดเด่นอะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือความเป็นวัดชุมชนกะเหรี่ยงบ้านหล่ายแก้ว มีประวัติการสร้างวัดจากแรงศรัทธาชาวบ้าน และเชื่อมโยงกับภูมิปัญญาผ้าทอกะเหรี่ยงของชุมชน
 
ถาม: เดินทางไปวัดหล่ายแก้วอย่างไร?
ตอบ: จากเชียงใหม่เดินทางผ่านอำเภอฮอด แล้วต่อทางหลวงหมายเลข 1103 สายฮอด – ดอยเต่า – แม่ตื่น เข้าสู่บ้านหล่ายแก้ว ตำบลบงตัน อำเภอดอยเต่า
 
ถาม: เที่ยววัดหล่ายแก้วร่วมกับที่ไหนได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับศูนย์เรียนรู้ผ้าทอกะเหรี่ยงบ้านหล่ายแก้ว วัดบงตัน วัดบ้านโท้ง วัดท่าเดื่อ พุทธสถานดอยต๊อก และทะเลสาบดอยเต่าได้

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัด ●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ

ปรับปรุงล่าสุด : 6 วันที่แล้ว


คลิกเพื่อเข้าแผนที่นำทาง GPS

แผนที่วัดหล่ายแก้ว

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
https://www.lovethailand.org/อ.เมืองเชียงใหม่(121)
https://www.lovethailand.org/อ.จอมทอง(47)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่แจ่ม(25)
https://www.lovethailand.org/อ.เชียงดาว(33)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยสะเก็ด(68)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่แตง(85)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่ริม(69)
https://www.lovethailand.org/อ.สะเมิง(29)
https://www.lovethailand.org/อ.ฝาง(71)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่อาย(59)
https://www.lovethailand.org/อ.พร้าว(70)
https://www.lovethailand.org/อ.สันป่าตอง(103)
https://www.lovethailand.org/อ.สันกำแพง(66)
https://www.lovethailand.org/อ.สันทราย(73)
https://www.lovethailand.org/อ.หางดง(73)
https://www.lovethailand.org/อ.ฮอด(32)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยเต่า(22)
https://www.lovethailand.org/อ.อมก๋อย(11)
https://www.lovethailand.org/อ.สารภี(74)
https://www.lovethailand.org/อ.เวียงแหง(15)
https://www.lovethailand.org/อ.ไชยปราการ(28)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่วาง(32)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่ออน(22)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยหล่อ(33)
https://www.lovethailand.org/อ.กัลยาณิวัฒนา(1)