หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ >อ.แม่ริม >ต.สันโป่ง > วัดพระธาตุจอมแตง
TL;DR: วัดพระธาตุจอมแตง อยู่ที่บ้านใหม่จอมแตง หมู่ที่ 11 ตำบลสันโป่ง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. จุดเด่นคือ วัดราษฎร์สังกัดมหานิกาย ตั้งอยู่บนเนินเขาสูงราว 300 เมตร มีต้นไม้ร่มรื่นโดยรอบ และมองเห็นทัศนียภาพของพื้นที่แม่ริม.

เชียงใหม่

วัดพระธาตุจอมแตง

วัดพระธาตุจอมแตง

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
 
วัดพระธาตุจอมแตง ตั้งอยู่เลขที่ 50 หมู่ที่ 11 ตำบลสันโป่ง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกายที่มีความสำคัญอย่างมากต่อพื้นที่แม่ริม วัดแห่งนี้เป็นทั้งวัดชุมชน ศาสนสถานเก่าแก่ และแหล่งโบราณสถานที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากกรมศิลปากร โดยมีองค์พระธาตุจอมแตงเป็นปูชนียสถานสำคัญ ตั้งอยู่บนเนินเขาสูงราว 300 เมตร รายล้อมด้วยต้นไม้และสภาพแวดล้อมที่ร่มรื่น ทำให้วัดมีทั้งคุณค่าด้านศรัทธา ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ภูมิทัศน์ และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
 
วัดพระธาตุจอมแตงมีพื้นที่ตามข้อมูลวัดจำนวน 23 ไร่ 3 งาน 25 ตารางวา ตามโฉนดเลขที่ 9362 และมีที่ธรณีสงฆ์อีก 5 ไร่ 2 งาน 93 ตารางวา ตามโฉนดเลขที่ 29585 พื้นที่ของวัดตั้งอยู่บนเนินที่มีความลาดชันโดยรอบ เดิมการเดินทางขึ้นวัดค่อนข้างลำบาก เพราะทางขึ้นเป็นเพียงทางเดินและถนนดินลูกรัง โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนที่รถยนต์ไม่สามารถขึ้นไปถึงเขตพุทธาวาสได้สะดวก ปัจจุบันมีการพัฒนาทางขึ้นเป็นถนนคอนกรีตเสริมเหล็กจากถนนสายหลักเชียงใหม่–ฝาง หรือถนนโชตนา ช่วงประมาณกิโลเมตรที่ 25 ขึ้นไปถึงบริเวณเขตพุทธาวาสเป็นระยะทางประมาณ 500 เมตร ทำให้ผู้คนเดินทางมานมัสการพระธาตุได้สะดวกขึ้นมาก
 
ความสำคัญของวัดพระธาตุจอมแตงปรากฏชัดในฐานะโบราณสถาน เพราะกรมศิลปากรได้สำรวจและขึ้นทะเบียนเจดีย์พระธาตุจอมแตงเป็นปูชนียสถาน โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 71 ตอนที่ 3 วันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2497 การขึ้นทะเบียนดังกล่าวทำให้องค์พระธาตุจอมแตงมีสถานะเป็นโบราณสถานที่ควรอนุรักษ์ ไม่ใช่เพียงศาสนสถานของชุมชนเท่านั้น แต่ยังเป็นหลักฐานสำคัญของประวัติศาสตร์ท้องถิ่นแม่ริมและวัฒนธรรมล้านนาที่สืบต่อมายาวนาน
 
วัดพระธาตุจอมแตงได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2528 งวดที่ 6 ประจำปี 2527 และมีประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 106 ตอนที่ 9 วันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2528 ก่อนดำเนินการด้านพุทธศาสนสถานโดยกรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ วันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2528 การได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาทำให้วัดมีเขตสำหรับประกอบสังฆกรรมอย่างถูกต้องตามพระธรรมวินัย และสะท้อนพัฒนาการของวัดจากปูชนียสถานบนเนินเขาสู่ศาสนสถานที่มีบทบาทสมบูรณ์ในระบบคณะสงฆ์
 
ชื่อ “พระธาตุจอมแตง” มีรากจากตำนานท้องถิ่นที่เล่าสืบต่อกันมาอย่างลึกซึ้ง ตามหนังสือแม่ริมระบือ บันลือแม่สา และข้อมูลที่หลวงปู่พระครูสุภัทรคุณ หรือหลวงปู่คำปัน สุภัทโท อดีตเจ้าคณะตำบลบ้านโป่ง เรียบเรียงไว้เมื่อ พ.ศ. 2490 เล่าถึงเรื่องราวที่โยงกับสมัยพุทธกาล หลังจากพระพุทธเจ้าทรงอธิษฐานประทับรอยพระบาทซ้อนลงไปเป็นรอยที่ 4 ณ พระพุทธบาทสี่รอย พระองค์ได้เสด็จมาตามไหล่เขาจนถึงดอยขี้แรด หรือเขาขี้แรด ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากพื้นที่พระธาตุจอมแตงในปัจจุบัน
 
ตำนานเล่าว่าใกล้เขาขี้แรดมีชุมชนชาวลัวะปลูกบ้าน ทำไร่ และทำสวนอยู่บริเวณเชิงเขา เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จมาพร้อมพระสาวกใกล้เวลาเที่ยง ลัวะสองตายายที่กำลังทำสวนอยู่ได้เห็นพระพุทธองค์และเกิดความปลื้มปีติ จึงนำแตงกวาขึ้นไปถวาย พระพุทธองค์รับแตงกวาแล้วประทานแก่พระสาวกจนทั่วถึง เหลือแตงกวา 1 ลูกที่พระองค์ทรงอธิษฐานไว้ หลังจากนั้นพระองค์ทรงแสดงธรรมโปรดสองตายายให้เกิดความเลื่อมใสยิ่งขึ้น
 
เมื่อสองตายายลากลับไปแล้ว พญาแรดพร้อมบริวารซึ่งอาศัยอยู่ตามเชิงเขาได้มาเฝ้าพระพุทธเจ้า พระองค์ทรงโปรดด้วยพระเมตตาธรรม ครั้นพญาแรดและบริวารกลับไปแล้ว พระพุทธองค์ทรงตั้งจิตอธิษฐาน ถอนพระเกศาใส่ลงในแตงกวาลูกที่เหลือ แล้วทรงแย้มพระโอษฐ์ เมื่อพระสาวกทูลถามเหตุแห่งการแย้มพระโอษฐ์ พระองค์ตรัสว่าต่อไปภายภาคหน้าสถานที่แห่งนี้จะชื่อว่า “พระธาตุจอมแตง” ตำนานนี้ทำให้ชื่อพระธาตุจอมแตงผูกพันกับแตงกวาที่บรรจุพระเกศา และกลายเป็นที่มาทางศรัทธาขององค์พระธาตุ
 
หลังจากพระพุทธเจ้าเสด็จต่อไป ชาวลัวะที่ทราบเรื่องจากสองตายายได้พากันขึ้นไปยังสถานที่นั้น เมื่อไปถึงพบแต่แตงกวาที่บรรจุพระเกศาไว้ จึงยกแตงกวาขึ้นตั้งไว้ในที่อันควร ขุดหลุมลึก 1 คาวุธ และสร้างมณฑปครอบไว้เพื่อกราบบูชา ทุกวันพระชาวบ้านจะพากันมาไหว้ สวดมนต์ และภาวนา เรื่องเล่านี้ยังกล่าวว่าหมู่บ้านที่เกิดเสียงโกลาหลจากความปีติของลูกหลานชาวลัวะภายหลังได้ชื่อว่า “บ้านสันลัวะออ” ซึ่งสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างตำนานพระธาตุ ชุมชนดั้งเดิม และภูมิศาสตร์ท้องถิ่นของสันโป่ง
 
แม้หลักฐานทางประวัติศาสตร์ไม่สามารถยืนยันช่วงพุทธกาลได้ตามตัวอักษรของตำนาน แต่ตำนานพระธาตุจอมแตงมีคุณค่าในฐานะความทรงจำทางศาสนาและวัฒนธรรมของชุมชนล้านนา ตำนานลักษณะนี้ทำหน้าที่อธิบายความศักดิ์สิทธิ์ของสถานที่ เชื่อมโยงพื้นที่ท้องถิ่นกับพระพุทธเจ้า และทำให้ผู้คนเกิดความเคารพต่อพระธาตุในฐานะที่ประดิษฐานพระเกศาธาตุตามความเชื่อของชาวบ้าน
 
องค์พระธาตุจอมแตงมีลักษณะเป็นเจดีย์สีขาว 2 องค์ตั้งอยู่บนฐานเดียวกัน องค์หนึ่งเป็นองค์ใหญ่ อีกองค์เป็นองค์เล็ก ฐานกว้างและยาวประมาณ 8 เมตร สูงประมาณ 15 เมตร ลักษณะรูปทรงมีฐานลดหลั่นขึ้นไปหลายชั้นและตอนบนเป็นทรงระฆังคว่ำ องค์พระธาตุตั้งอยู่บนเนินสูงจึงมองเห็นเด่นชัดในพื้นที่วัด และเป็นจุดสำคัญที่สุดที่ผู้มาเยือนควรสักการะเมื่อเดินทางมาถึงวัดพระธาตุจอมแตง
 
จากเรื่องเล่าและข้อมูลท้องถิ่น พระธาตุจอมแตงมีประวัติการบูรณปฏิสังขรณ์หลายช่วง ช่วงหนึ่งในราว พ.ศ. 2445 มีพระอินทร์ตา เจ้าอาวาสวัดเจดีย์สถาน พร้อมด้วยพ่อขุนสันโป่งประสิทธิ์ถาวร พ่อหนานดำ และผู้เฒ่าผู้แก่จำนวนมากร่วมกันบูรณะพระธาตุใหม่ ต่อมาราว พ.ศ. 2470 นายม่องแอ๋ หรือม่องกี่ ชาวพม่าที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ในเชียงใหม่และมีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา ได้มาบูรณะพระธาตุ สร้างพระวิหารเป็นอาคารถาวร สร้างพระพุทธรูปไว้เป็นที่สักการะ และสร้างบันไดขึ้นถึงปากประตูพระวิหาร
 
ในช่วงบูรณะครั้งใหญ่ราว พ.ศ. 2470 มีการจัดงานฉลองในเดือน 6 ใต้ เดือน 8 เหนือ ขึ้น 15 ค่ำ ซึ่งตรงกับงานบุญประเพณีสรงน้ำพระธาตุ ต่อมาด้วยความไม่สะดวกเพราะช่วงเวลาดังกล่าวมักตรงกับฤดูฝนและการเดินทางลำบาก จึงเลื่อนประเพณีสรงน้ำพระธาตุมาเป็นเดือน 3 ใต้ เดือน 5 เหนือ ขึ้น 15 ค่ำ และสืบต่อเป็นประเพณีสำคัญของวัดมาจนถึงปัจจุบัน ประเพณีนี้เป็นหลักฐานสำคัญว่าวัดพระธาตุจอมแตงไม่ได้เป็นเพียงโบราณสถาน แต่เป็นวัดที่ยังมีพิธีกรรมและศรัทธาของชุมชนหล่อเลี้ยงอยู่เสมอ
 
พระธาตุจอมแตงยังเกี่ยวข้องกับประวัติครูบาอาจารย์สายวัดป่าและพระกรรมฐานหลายรูป มีข้อมูลกล่าวถึงหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ที่เคยจำพรรษา ณ วัดพระธาตุจอมแตงใน พ.ศ. 2473 และมีพระเกจิอาจารย์กับพระธุดงค์หลายรูปเดินทางมาปฏิบัติธรรม เช่น หลวงปู่ฝั้น อาจาโร ครูบาอินทรจักรรักษา ครูบาพรหมมา หลวงปู่แหวน สุจิณโณ และครูบาอาจารย์สายปฏิบัติอื่น ๆ ความเชื่อมโยงนี้ทำให้วัดพระธาตุจอมแตงมีมิติทางจิตวิญญาณมากกว่าการเป็นวัดโบราณบนเนินเขา เพราะเป็นสถานที่ที่ครูบาอาจารย์เคยมาพักภาวนาและสืบต่อพระธรรมในพื้นที่แม่ริม
 
ช่วงหนึ่งวัดพระธาตุจอมแตงเคยอยู่ในสภาพทรุดโทรมและบางช่วงไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา ต่อมาใน พ.ศ. 2507 กรมชลประทานได้ขุดคลองชลประทานผ่านเขตหน้าวัด เมื่อพื้นที่ลาดชันทำให้บริเวณองค์พระธาตุทรุดตัวลงเรื่อย ๆ คณะสงฆ์และศรัทธาประชาชนจึงเข้ามาร่วมกันพัฒนา ต่อมาใน พ.ศ. 2513 พระครูอมรธรรมประยุตพร้อมคณะสงฆ์อำเภอแม่ริม พระครูวิรุฬธรรมโกวิท หลวงปู่คำปัน สุภัทโท และชาวบ้านได้ร่วมกันรื้อพระวิหารหลังเก่าและสร้างพระวิหารหลังใหม่แบบจตุรมุข เสร็จใน พ.ศ. 2516 พร้อมจัดงานฉลองและสืบต่อประเพณีสรงน้ำพระธาตุในกำหนดเดือน 3 ใต้ เดือน 5 เหนือ
 
ภายในวัดมีพื้นที่สำคัญหลายส่วน ได้แก่ องค์พระธาตุจอมแตง พระวิหาร พระประธาน พระพุทธรูปภายในพระวิหาร ลานพระธาตุ ทางขึ้นวัด บันไดวัด เขตพุทธาวาส และพื้นที่ป่าร่มรื่นโดยรอบ องค์พระธาตุเป็นจุดศูนย์กลางทางศรัทธา ส่วนพระวิหารเป็นพื้นที่กราบพระและทำบุญ ลานพระธาตุเป็นพื้นที่ประกอบพิธีกรรม เช่น งานสรงน้ำพระธาตุ และพื้นที่บนเนินเขายังช่วยให้ผู้มาเยือนมองเห็นทัศนียภาพของอำเภอแม่ริมได้ในมุมที่สงบและกว้างไกล
 
สิ่งที่ควรชมเมื่อมาเยือนวัดพระธาตุจอมแตงเริ่มจากองค์พระธาตุสีขาว 2 องค์บนฐานเดียวกัน ซึ่งเป็นหัวใจของวัด จากนั้นจึงกราบพระในพระวิหาร ชมลานพระธาตุและพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับการบูรณะวัดหลายยุค หากมาช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายแก่ ๆ จะได้บรรยากาศร่มรื่นจากต้นไม้และแสงอ่อนที่เหมาะกับการเดินชมวัดอย่างสงบ วัดนี้เหมาะกับผู้ที่สนใจพระธาตุเก่า โบราณสถาน ตำนานล้านนา และเส้นทางไหว้พระในแม่ริมที่ไม่พลุกพล่านเกินไป
 
เจ้าอาวาสที่ปรากฏในข้อมูลวัดปัจจุบันคือพระสมุห์สุระ วิสุทฺธิญาโณ โดยข้อมูลลำดับเจ้าอาวาสระบุว่าพระครูปิยธรรมภาณีดำรงตำแหน่งตั้งแต่ พ.ศ. 2524 ถึง พ.ศ. 2548 และพระสมุห์สุระ วิสุทฺธิญาโณดำรงตำแหน่งตั้งแต่ พ.ศ. 2548 เป็นต้นมา การมีพระสงฆ์ดูแลต่อเนื่องทำให้วัดยังมีสถานะเป็นศาสนสถานที่มีชีวิต มีการทำบุญ การดูแลพื้นที่ และการสืบต่อประเพณีพระธาตุในชุมชนสันโป่ง
 
ประเพณีสำคัญของวัดคือประเพณีสรงน้ำพระธาตุจอมแตง ซึ่งจัดขึ้นในวันเพ็ญเดือน 5 เหนือ หรือเดือน 3 ใต้ ขึ้น 15 ค่ำ ชาวบ้านและผู้มีจิตศรัทธาจะมาร่วมกันนมัสการ สรงน้ำพระธาตุ ทำบุญ ถวายภัตตาหาร ฟังธรรม และร่วมกิจกรรมตามกำลังศรัทธา ประเพณีนี้สะท้อนบทบาทของวัดในฐานะศูนย์รวมจิตใจของชุมชนบ้านใหม่จอมแตงและตำบลสันโป่ง และทำให้พระธาตุจอมแตงยังคงเป็นพระธาตุที่มีชีวิตในความทรงจำของคนท้องถิ่น
 
ตำบลสันโป่งเป็นพื้นที่ที่มีทั้งชุมชน วัดเก่า แหล่งเกษตรกรรม และเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมต่ออำเภอแม่ริมกับอำเภอแม่แตง วัดพระธาตุจอมแตงจึงสามารถจัดร่วมในเส้นทางเที่ยวได้หลายแบบ หากต้องการเที่ยววัดและโบราณสถาน สามารถเชื่อมกับวัดสันโป่ง วัดศรีชมพู วัดเจดีย์สถาน วัดกุมภประดิษฐ และวัดบ้านเด่นสะหลีศรีเมืองแกน หากต้องการเที่ยวธรรมชาติและครอบครัว สามารถเดินทางต่อไปยังน้ำตกแม่สา ปางช้างแม่สา สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ หรือม่อนแจ่มได้
 
การจัดเส้นทางที่เหมาะสมสามารถเริ่มจากวัดพระธาตุจอมแตงในช่วงเช้า จากนั้นเดินทางต่อไปยังวัดสันโป่งหรือวัดศรีชมพูเพื่อไหว้พระในตำบลเดียวกัน แล้วแวะรับประทานอาหารในพื้นที่สันโป่งหรือแม่ริม ช่วงบ่ายสามารถเลือกไปวัดบ้านเด่นสะหลีศรีเมืองแกน หรือกลับเข้าสู่เส้นแม่ริมเพื่อเที่ยวพระตำหนักดาราภิรมย์ วัดป่าดาราภิรมย์ และแหล่งท่องเที่ยวแม่สา เส้นทางนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการผสมการไหว้พระ โบราณสถาน วิวธรรมชาติ และอาหารท้องถิ่นไว้ในวันเดียว
 
การเดินทาง จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 หรือถนนโชตนา สายเชียงใหม่–ฝาง มุ่งหน้าอำเภอแม่ริม ผ่านพื้นที่แม่ริมและเข้าสู่ตำบลสันโป่ง เมื่อถึงช่วงประมาณกิโลเมตรที่ 25 จะมีทางเข้าสู่วัดพระธาตุจอมแตง จากถนนสายหลักขึ้นไปยังเขตพุทธาวาสเป็นถนนคอนกรีตเสริมเหล็กระยะทางประมาณ 500 เมตร การเดินทางเหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถพร้อมคนขับ เพราะถนนขึ้นวัดเป็นทางขึ้นเนินและควรขับด้วยความระมัดระวัง
 
ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ ใช้เสียงเบา ไม่ปีนป่ายหรือสัมผัสส่วนโบราณสถานโดยไม่เหมาะสม และควรเคารพพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์รอบองค์พระธาตุ หากเดินทางมาในช่วงงานสรงน้ำพระธาตุควรเผื่อเวลาเดินทางและปฏิบัติตามคำแนะนำของทางวัด เพราะเป็นช่วงที่มีผู้คนในพื้นที่และผู้มีจิตศรัทธามาร่วมงานจำนวนมาก การรักษาความสะอาดและความสงบเป็นสิ่งสำคัญ เพราะวัดตั้งอยู่บนเนินเขาที่มีธรรมชาติร่มรื่นและเป็นโบราณสถานที่ควรอนุรักษ์
 
วัดพระธาตุจอมแตงเป็นสถานที่ที่รวมคุณค่าหลายชั้นไว้ในพื้นที่เดียวกัน ทั้งตำนานพระเกศาธาตุในแตงกวา โบราณสถานที่กรมศิลปากรขึ้นทะเบียน วิสุงคามสีมา ประเพณีสรงน้ำพระธาตุ ความเกี่ยวข้องกับครูบาอาจารย์สายปฏิบัติ และภูมิทัศน์เนินเขาของสันโป่ง ผู้ที่มาเยือนจะได้สัมผัสวัดแม่ริมที่ลึกกว่าการท่องเที่ยวทั่วไป ได้เรียนรู้ความศักดิ์สิทธิ์ที่ผูกกับตำนานล้านนา และเห็นบทบาทของวัดในฐานะศูนย์รวมศรัทธาของชุมชนอย่างต่อเนื่อง
 
ชื่อสถานที่วัดพระธาตุจอมแตง
ชื่อที่เรียกในท้องถิ่นพระธาตุดอยจอมแตง / วัดจอมแตง / วัดดอยแตง
ที่ตั้งบ้านใหม่จอมแตง หมู่ที่ 11 ตำบลสันโป่ง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่
ที่อยู่เลขที่ 50 หมู่ที่ 11 ตำบลสันโป่ง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ 50180
ไฮไลต์พระธาตุจอมแตงโบราณสถานบนเนินเขา เจดีย์สีขาว 2 องค์บนฐานเดียวกัน ตำนานพระเกศาธาตุในแตงกวา และประเพณีสรงน้ำพระธาตุประจำปี
ประวัติ / สมัย / ยุคมีตำนานผูกกับสมัยพุทธกาลและชุมชนลัวะ ต่อมามีการบูรณะสำคัญหลายช่วง เช่น พ.ศ. 2445, พ.ศ. 2470 และการสร้างพระวิหารหลังใหม่ราว พ.ศ. 2513–2516
วิสุงคามสีมาได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2528 และประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 106 ตอนที่ 9 วันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2528
สถานะโบราณสถานเจดีย์พระธาตุจอมแตงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 71 ตอนที่ 3 วันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2497
ที่มาของชื่อตามตำนาน พระพุทธองค์ทรงอธิษฐานพระเกศาไว้ในแตงกวาที่ลัวะสองตายายถวาย และตรัสว่าภายหน้าสถานที่แห่งนี้จะชื่อว่า “พระธาตุจอมแตง”
พื้นที่วัดที่ตั้งวัด 23 ไร่ 3 งาน 25 ตารางวา และที่ธรณีสงฆ์ 5 ไร่ 2 งาน 93 ตารางวา
ลักษณะเด่นวัดราษฎร์สังกัดมหานิกาย ตั้งอยู่บนเนินเขาสูงราว 300 เมตร มีต้นไม้ร่มรื่นโดยรอบ และมองเห็นทัศนียภาพของพื้นที่แม่ริม
สิ่งปลูกสร้าง / ศาสนสถานสำคัญองค์พระธาตุจอมแตง พระวิหาร พระประธาน พระพุทธรูปภายในพระวิหาร ลานพระธาตุ บันไดทางขึ้นวัด เขตพุทธาวาส และพื้นที่ป่าร่มรื่นโดยรอบ
ลักษณะองค์พระธาตุเจดีย์สีขาว 2 องค์ตั้งอยู่บนฐานเดียวกัน ฐานกว้างประมาณ 8 เมตร ยาวประมาณ 8 เมตร สูงประมาณ 15 เมตร ตอนบนเป็นทรงระฆังคว่ำ
เจ้าอาวาส / ผู้ดูแลพระสมุห์สุระ วิสุทฺธิญาโณ
ครูบาอาจารย์ที่เกี่ยวข้องหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต หลวงปู่ฝั้น อาจาโร ครูบาอินทรจักรรักษา ครูบาพรหมมา หลวงปู่แหวน สุจิณโณ และหลวงปู่คำปัน สุภัทโท
การเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 ถนนโชตนา สายเชียงใหม่–ฝาง มุ่งหน้าอำเภอแม่ริม เข้าสู่ตำบลสันโป่ง ช่วงประมาณกิโลเมตรที่ 25 แล้วใช้ถนนคอนกรีตเสริมเหล็กขึ้นไปถึงเขตพุทธาวาสประมาณ 500 เมตร
สถานะปัจจุบันเปิดเป็นวัดราษฎร์และโบราณสถานสำคัญของตำบลสันโป่ง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00 – 17.00 น.
ประเพณี / งานบุญที่เกี่ยวข้องประเพณีสรงน้ำพระธาตุจอมแตงในวันเพ็ญเดือน 5 เหนือ วันพระ วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา กฐิน ผ้าป่า ถวายภัตตาหาร ฟังธรรม และกิจกรรมทำบุญของชุมชน
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. วัดสันโป่ง ประมาณ 3 กม.
2. วัดศรีชมพู ตำบลสันโป่ง ประมาณ 4 กม.
3. วัดเจดีย์สถาน ตำบลริมเหนือ ประมาณ 5 กม.
4. วัดป่าดาราภิรมย์ ประมาณ 8 กม.
5. พิพิธภัณฑ์พระตำหนักดาราภิรมย์ ประมาณ 8 กม.
6. สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ประมาณ 17 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. บ้านสวนแม่ริม ประมาณ 3 กม.
2. แม่ริมตามสั่ง ประมาณ 4 กม. โทร. 092-459-0615
3. ตองโอ Maerim ประมาณ 5 กม. โทร. 095-452-6949
4. Sunni Food กะเพรา ประมาณ 5 กม. โทร. 093-636-2063
5. My Dearest Son Bakery ประมาณ 6 กม. โทร. 094-664-0456
ที่พักใกล้เคียง1. Bonnie Baan Pool Villa & Gardens ประมาณ 4 กม. โทร. 095-781-9623
2. Mon Chang Nature Home ประมาณ 7 กม. โทร. 094-287-4956
3. Rim Thung Homestay แม่ริม ประมาณ 5 กม.
4. Khankhew Resort ประมาณ 6 กม.
5. Mae Rim Lodge Resort ประมาณ 7 กม.
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดพระธาตุจอมแตงอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดพระธาตุจอมแตงตั้งอยู่เลขที่ 50 หมู่ที่ 11 บ้านใหม่จอมแตง ตำบลสันโป่ง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่
 
ถาม: วัดพระธาตุจอมแตงเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: วัดพระธาตุจอมแตงเปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
 
ถาม: วัดพระธาตุจอมแตงมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: วัดพระธาตุจอมแตงเป็นวัดราษฎร์และโบราณสถานสำคัญของตำบลสันโป่ง มีองค์พระธาตุจอมแตงที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน และมีตำนานเกี่ยวกับพระเกศาธาตุในแตงกวา
 
ถาม: พระธาตุจอมแตงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อใด?
ตอบ: เจดีย์พระธาตุจอมแตงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 71 ตอนที่ 3 วันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2497
 
ถาม: วัดพระธาตุจอมแตงได้รับวิสุงคามสีมาเมื่อใด?
ตอบ: วัดพระธาตุจอมแตงได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2528 และประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2528
 
ถาม: ประเพณีสำคัญของวัดพระธาตุจอมแตงคืออะไร?
ตอบ: ประเพณีสำคัญคือประเพณีสรงน้ำพระธาตุจอมแตง ซึ่งจัดขึ้นในวันเพ็ญเดือน 5 เหนือ หรือเดือน 3 ใต้ ขึ้น 15 ค่ำ
 
ถาม: เจ้าอาวาสวัดพระธาตุจอมแตงคือใคร?
ตอบ: เจ้าอาวาสที่ปรากฏในข้อมูลวัดปัจจุบันคือพระสมุห์สุระ วิสุทฺธิญาโณ
 
ถาม: ไปวัดพระธาตุจอมแตงควรเที่ยวต่อที่ไหน?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่วัดสันโป่ง วัดศรีชมพู วัดเจดีย์สถาน วัดป่าดาราภิรมย์ พิพิธภัณฑ์พระตำหนักดาราภิรมย์ และสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัดประเพณีไทยวัฒนธรรมไทยประเพณีภาคเหนือ

ปรับปรุงล่าสุด : 9 ชั่วโมงที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
https://www.lovethailand.org/อ.เมืองเชียงใหม่(121)
https://www.lovethailand.org/อ.จอมทอง(47)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่แจ่ม(25)
https://www.lovethailand.org/อ.เชียงดาว(33)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยสะเก็ด(68)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่แตง(85)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่ริม(69)
https://www.lovethailand.org/อ.สะเมิง(29)
https://www.lovethailand.org/อ.ฝาง(71)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่อาย(62)
https://www.lovethailand.org/อ.พร้าว(70)
https://www.lovethailand.org/อ.สันป่าตอง(105)
https://www.lovethailand.org/อ.สันกำแพง(66)
https://www.lovethailand.org/อ.สันทราย(73)
https://www.lovethailand.org/อ.หางดง(74)
https://www.lovethailand.org/อ.ฮอด(32)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยเต่า(22)
https://www.lovethailand.org/อ.อมก๋อย(11)
https://www.lovethailand.org/อ.สารภี(74)
https://www.lovethailand.org/อ.เวียงแหง(15)
https://www.lovethailand.org/อ.ไชยปราการ(28)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่วาง(32)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่ออน(22)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยหล่อ(34)
https://www.lovethailand.org/อ.กัลยาณิวัฒนา(1)