หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ >อ.เมืองเชียงใหม่ >ต.พระสิงห์ > วัดช่างแต้ม
TL;DR: วัดช่างแต้ม อยู่ที่ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. จุดเด่นคือ พระอารามขนาดเล็กในเมืองเก่าเชียงใหม่ มีพื้นที่ประมาณ 2 ไร่ แต่มีองค์ประกอบศิลปกรรมและประเพณีสำคัญของเมืองเชียงใหม่อย่างเข้มข้น.

เชียงใหม่

วัดช่างแต้ม

วัดช่างแต้ม

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
 
วัดช่างแต้ม เป็นวัดเก่าแก่ในเขตเมืองเก่าเชียงใหม่ ตั้งอยู่บนถนนพระปกเกล้า ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ใกล้วัดเจดีย์หลวง วัดพันเตา วัดเจ็ดลิน และเส้นทางถนนคนเดินวันอาทิตย์ วัดแห่งนี้เป็นพระอารามขนาดเล็กที่มีพื้นที่ประมาณ 2 ไร่ แต่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม และคติความเชื่อของเมืองเชียงใหม่อย่างหนาแน่น จุดเด่นสำคัญคือชื่อวัดที่สัมพันธ์กับกลุ่มจิตรกรล้านนา พระวิหารล้านนาประยุกต์หลังคาซ้อน 3 ชั้น ซุ้มโขงทางเข้าที่ประดับลายปูนปั้น พระเจดีย์ที่สะท้อนร่องรอยศิลปะล้านนาและพม่า และพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่ที่รู้จักกันในชื่อ “พระเจ้าฝนแสนห่า”
 
วัดช่างแต้มเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยววัดเชียงใหม่ในมุมที่ลึกกว่าวัดยอดนิยมทั่วไป เพราะแม้พื้นที่วัดจะไม่กว้างใหญ่ แต่ภายในวัดมีเนื้อหาทางวัฒนธรรมหลายชั้น ทั้งประวัติชื่อวัด งานช่าง ศิลปะประดับวิหาร คติพญานาคและหงส์ ธรรมจักรสีทอง สัตภัณฑ์ไม้แกะสลัก พระเจดีย์หลังวิหาร และพิธีสำคัญที่เชื่อมโยงกับประเพณีอินทขีลของเมืองเชียงใหม่ ผู้มาเยือนจึงสามารถใช้เวลาสั้น ๆ เพื่อไหว้พระ หรือใช้เวลาอย่างตั้งใจเพื่ออ่านความหมายของวัดผ่านสถาปัตยกรรมและเรื่องเล่าที่สืบต่อกันมา
 
ชื่อเดิมของวัดช่างแต้มคือ “วัดต้อมแต้มแก้วกว้างท่าช้างพิชัย” ชื่อเดิมนี้ให้ภาพของวัดเก่าที่มีรากทางประวัติศาสตร์ยาวนานในพื้นที่เมืองเชียงใหม่ ก่อนจะกลายมาเป็นชื่อวัดช่างแต้มในปัจจุบัน คำว่า “ช่างแต้ม” ในภาษาเหนือหมายถึงช่างเขียนหรือจิตรกร ซึ่งสอดคล้องกับประวัติที่สันนิษฐานว่าวัดแห่งนี้สร้างขึ้นโดยกลุ่มจิตรกรในสังคมล้านนาโบราณ ชื่อวัดจึงทำหน้าที่บอกเล่ารากของชุมชนผู้มีความชำนาญด้านงานแต้มสี งานเขียน และงานศิลป์ที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา
 
การที่วัดมีชื่อสัมพันธ์กับกลุ่มช่างทำให้วัดช่างแต้มมีความหมายมากกว่าการเป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจทั่วไป ในเมืองเชียงใหม่มีวัดหลายแห่งที่ชื่อสะท้อนกลุ่มอาชีพ กลุ่มช่าง หรือบทบาทเฉพาะของชุมชน เช่น วัดพวกแต้ม วัดช่างฆ้อง วัดหมื่นสาร วัดพวกเปีย และวัดพวกช้าง ชื่อเหล่านี้ช่วยให้มองเห็นโครงสร้างสังคมเมืองล้านนาในอดีต ซึ่งวัดไม่ใช่เพียงศูนย์กลางศาสนา แต่ยังเป็นพื้นที่ที่สัมพันธ์กับช่างฝีมือ การเรียนรู้ การถ่ายทอดภูมิปัญญา และการรวมตัวของผู้คนในแต่ละละแวกเมือง
 
ประวัติของวัดช่างแต้มสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในช่วงราว พ.ศ. 2038–2063 โดยกลุ่มจิตรกรหรือช่างแต้มในบริบทวัฒนธรรมล้านนาช่วงปลายราชวงศ์มังราย ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นยุคที่เชียงใหม่ยังมีบทบาทสูงในฐานะศูนย์กลางพระพุทธศาสนาและศิลปกรรมของล้านนา การสร้างวัดโดยกลุ่มช่างเขียนสะท้อนว่างานศิลป์กับวัดมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด เพราะวัดเป็นทั้งพื้นที่บูชา พื้นที่สะสมความรู้ พื้นที่ฝึกฝนฝีมือ และพื้นที่แสดงศรัทธาผ่านรูปทรง สี ลวดลาย และสัญลักษณ์ทางศาสนา
 
วัดช่างแต้มตั้งอยู่ในตำบลพระสิงห์ ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญของเมืองเก่าเชียงใหม่ ถนนพระปกเกล้าที่วัดตั้งอยู่เป็นแนวถนนที่เชื่อมสถานที่สำคัญหลายแห่งภายในคูเมือง ตั้งแต่วัดเจดีย์หลวง วัดพันเตา วัดอินทขีลสะดือเมือง วัดเจ็ดลิน ไปจนถึงประตูเชียงใหม่ พื้นที่โดยรอบวัดจึงมีทั้งวัดเก่า ชุมชน ร้านค้า ที่พัก และเส้นทางเดินเที่ยวเมืองเก่าที่นักท่องเที่ยวสามารถเชื่อมต่อกันได้อย่างสะดวก วัดช่างแต้มจึงเป็นจุดแวะที่เหมาะสำหรับเส้นทางเที่ยววัดกลางเมืองเชียงใหม่แบบเดินชมได้จริง
 
แม้วัดช่างแต้มจะเป็นวัดขนาดเล็ก แต่ขนาดเล็กกลับเป็นเสน่ห์สำคัญของสถานที่ เพราะผู้มาเยือนสามารถมองเห็นองค์ประกอบหลักของวัดได้ชัดเจนในระยะใกล้ ตั้งแต่พระวิหารด้านหน้า ซุ้มโขงทางเข้า ลวดลายหน้าบัน บันไดนาค พระประธานภายในวิหาร สัตภัณฑ์ไม้แกะสลัก ไปจนถึงพระเจดีย์ด้านหลังวิหาร การเดินชมวัดจึงควรทำอย่างช้า ๆ เพื่อสังเกตรายละเอียดที่อาจมองข้ามได้ง่ายหากรีบเดินผ่าน
 
พระวิหารวัดช่างแต้มเป็นจุดเด่นที่เห็นได้ตั้งแต่ยังไม่เข้าสู่พื้นที่วัด ตัววิหารสร้างในรูปแบบสถาปัตยกรรมล้านนาประยุกต์ หลังคาซ้อนกัน 3 ชั้น ให้ความรู้สึกสง่างามแบบเมืองเหนือ แต่ปรับรายละเอียดให้ร่วมสมัยมากขึ้น ช่อฟ้ามีรูปแบบตกแต่งที่ดูทันสมัย ขณะที่โครงสร้างโดยรวมยังคงความเป็นวิหารล้านนาไว้ชัดเจน เส้นหลังคา จังหวะชั้นซ้อน และองค์ประกอบหน้าบันช่วยทำให้วิหารมีความสูงโปร่งและเป็นจุดนำสายตาของวัด
 
หน้าบันพระวิหารเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ควรชมอย่างละเอียด หน้าบันถูกแบ่งเป็นช่องตามโครงสร้างของอาคารในแบบที่เรียกว่า “ม้าต่างไหม” แต่ละช่องประดับลวดลายพรรณพฤกษาและดอกไม้ ลวดลายพรรณพฤกษาในศิลปะล้านนามักสื่อถึงความงอกงาม ความอุดมสมบูรณ์ และความเจริญของพระพุทธศาสนา การใช้ลายดอกไม้และเถาพรรณพฤกษาบนหน้าบันจึงไม่ได้เป็นเพียงการตกแต่งเพื่อความงาม แต่ยังเป็นการสร้างความหมายให้กับอาคารศาสนสถานด้วย
 
ทางเข้าสู่พระวิหารเป็นซุ้มโขงตามสไตล์ล้านนาที่มีความงดงามและอ่อนช้อย ซุ้มโขงเป็นองค์ประกอบที่ทำหน้าที่เหมือนประตูเชื่อมระหว่างพื้นที่ภายนอกกับพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ภายในวิหาร บริเวณซุ้มมีลายปูนปั้นรูปหงส์และพญานาคสองตนเกี่ยวพันกันเป็นซุ้ม หงส์เป็นสัญลักษณ์ของความสูงส่งและความงาม ส่วนพญานาคสัมพันธ์กับการปกป้องพระพุทธศาสนาและโลกแห่งน้ำตามคติพื้นเมือง การนำสัญลักษณ์ทั้งสองมาใช้ร่วมกันทำให้ทางเข้าวิหารมีทั้งมิติความงามและมิติคติความเชื่อ
 
ภายในพระวิหารประดิษฐานหมู่พระพุทธรูปปางมารวิชัย พระพุทธรูปแต่ละองค์มีพระพักตร์ที่ไม่เหมือนกัน ทำให้เกิดความน่าสนใจในเชิงงานช่างและการสังเกตรายละเอียด รูปแบบพระพักตร์ที่แตกต่างกันช่วยให้เห็นว่าพระพุทธรูปในวัดไม่ได้ถูกสร้างขึ้นแบบเดียวกันทั้งหมด แต่สะท้อนช่วงเวลา ฝีมือช่าง และคติความงามที่หลากหลาย การนั่งไหว้พระภายในวิหารจึงไม่ใช่เพียงการประกอบศรัทธา แต่ยังเป็นโอกาสในการชมงานพุทธศิลป์อย่างใกล้ชิด
 
ด้านหลังพระประธานมีลายปูนปั้นซุ้มโขงและธรรมจักรสีทองที่ตัดกับพื้นหลังสีแดงอย่างโดดเด่น ธรรมจักรเป็นสัญลักษณ์ของพระธรรมและการหมุนไปของคำสอนในพระพุทธศาสนา เมื่อวางอยู่หลังพระประธานจึงช่วยเน้นองค์พระให้เป็นศูนย์กลางของพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ สีทองให้ความรู้สึกสว่างและเป็นมงคล ส่วนพื้นหลังสีแดงช่วยเพิ่มความขรึมและความลึกให้กับภายในวิหาร เป็นจุดที่ควรหยุดมองอย่างตั้งใจเมื่อเข้ามาสักการะ
 
เบื้องหน้าหมู่พระพุทธรูปมีสัตภัณฑ์หรือเชิงเทียนไม้แกะสลักเป็นรูปพญาครุฑและพญานาค ประดับด้วยกระจกหลากสี สัตภัณฑ์เป็นเครื่องประกอบพิธีกรรมที่พบได้ในวัดล้านนา และมักมีรูปทรงสูงชะลูดเพื่อรองรับแสงเทียนในพิธีทางศาสนา การแกะสลักรูปครุฑและนาคสะท้อนคติจักรวาลและความเชื่อเรื่องพลังคุ้มครอง ขณะที่กระจกสีช่วยเพิ่มประกายให้พื้นที่บูชาดูมีชีวิตชีวาในแสงภายในวิหาร
 
ด้านหลังพระวิหารเป็นพระเจดีย์ศิลปะล้านนาที่มีความสำคัญอย่างมากต่อการอ่านประวัติศาสตร์วัด แต่เดิมส่วนบนของเจดีย์มีอิทธิพลศิลปะพม่าอย่างเด่นชัด ซึ่งสอดคล้องกับประวัติศาสตร์เชียงใหม่ที่เคยอยู่ภายใต้อำนาจพม่ายาวนานถึง 241 ปี ภายหลังเมื่ออำนาจพม่าหมดลง เจดีย์ในวัดหลายแห่งจึงมีการปรับ ซ่อมแซม หรือคืนรูปให้สอดคล้องกับแบบล้านนา พระเจดีย์วัดช่างแต้มจึงเป็นหลักฐานทางศิลปกรรมที่สะท้อนร่องรอยประวัติศาสตร์การเมืองและวัฒนธรรมของเมืองเชียงใหม่ไว้ในรูปทรงเดียวกัน
 
รูปทรงของพระเจดีย์วัดช่างแต้มมีรายละเอียดที่ควรสังเกต ฐานด้านล่างเป็นสี่เหลี่ยม แต่ละมุมมีฉัตร ถัดขึ้นไปเป็นฐานย่อเก็จยกสูงรองรับชั้นมาลัยเถาแปดเหลี่ยมซ้อนกัน 6 ชั้น ก่อนรับกับองค์ระฆังทรงกลมที่หุ้มด้วยแผ่นทองจังโก ส่วนยอดเป็นฉัตรสีทอง 7 ชั้น องค์ประกอบเหล่านี้ทำให้เจดีย์มีจังหวะจากฐานหนักแน่นสู่ยอดสูงสง่า และแสดงทั้งความเป็นล้านนา ความเป็นพุทธศาสนา และร่องรอยการบูรณะในช่วงเวลาต่าง ๆ
 
สิ่งสำคัญที่สุดอีกประการหนึ่งของวัดช่างแต้มคือ พระเจ้าฝนแสนห่า หรือพระพุทธคันธาราษฎร์ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวเชียงใหม่เคารพนับถือในฐานะพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง องค์พระประดิษฐานที่วัดช่างแต้มและมีความเชื่อเกี่ยวกับพุทธานุภาพด้านการบันดาลให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล ความเชื่อนี้มีความสัมพันธ์กับสังคมเกษตรกรรมของล้านนา ซึ่งฝน น้ำ และฤดูกาลเป็นปัจจัยสำคัญต่อชีวิตของผู้คนทั้งเมือง
 
พระเจ้าฝนแสนห่าเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะเชียงแสน อิทธิพลลังกา มีอายุในตำนานและความเชื่อท้องถิ่นยาวนานมาก ตำนานพื้นเมืองเชื่อมโยงองค์พระกับพระนางจามเทวี ปฐมกษัตริย์ผู้ครองเมืองหริภุญไชย ก่อนจะได้รับการอัญเชิญมาประดิษฐานที่เมืองเชียงใหม่ เรื่องเล่านี้ทำให้องค์พระมีสถานะสูงในความทรงจำของผู้คน เพราะเชื่อมโยงเชียงใหม่กับหริภุญไชย ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์กลางพระพุทธศาสนาเก่าแก่ของภาคเหนือ
 
ความสำคัญของพระเจ้าฝนแสนห่าไม่ได้อยู่เฉพาะในพื้นที่วัดช่างแต้มเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับประเพณีสำคัญของเมืองเชียงใหม่อย่างประเพณีใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขีล ทุกปีจะมีการอัญเชิญพระเจ้าฝนแสนห่าออกจากวัดช่างแต้มไปประดิษฐานชั่วคราว ณ วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร เพื่อให้ประชาชนได้สักการะและสรงน้ำบูชาในช่วงงานประเพณีอินทขีล พิธีนี้เป็นสัญลักษณ์ของการขอความเป็นสิริมงคลแก่บ้านเมือง และสัมพันธ์กับความหวังเรื่องฝนฟ้า น้ำท่า และความอุดมสมบูรณ์
 
ในประเพณีของเมืองเชียงใหม่ พระเจ้าฝนแสนห่าเป็นองค์พระที่ออกนอกวัดในวาระสำคัญเพียงไม่กี่ครั้งในรอบปี โดยเฉพาะช่วงป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองหรือสงกรานต์ และช่วงประเพณีใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขีล การที่องค์พระได้รับการอัญเชิญในพิธีระดับเมืองแสดงให้เห็นว่าวัดช่างแต้มมีบทบาทเกินกว่าขนาดของพระอาราม วัดเล็กแห่งนี้เป็นสถานที่ประดิษฐานพระพุทธรูปที่มีความหมายต่อจิตใจของชาวเชียงใหม่ทั้งเมือง
 
หลักฐานทางโบราณวัตถุยังช่วยเพิ่มน้ำหนักให้วัดช่างแต้มในฐานะวัดเก่าที่มีสิ่งสำคัญเก็บรักษาอยู่ภายใน ฐานข้อมูลจารึกในประเทศไทยมีข้อมูลจารึกฐานพระพุทธรูปวัดช่างแต้มหลายรายการ เช่น จารึกที่ฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยซึ่งระบุปีสร้างตรงกับ พ.ศ. 2416 และจารึกฐานพระพุทธรูปไสยาสน์ซึ่งมีศักราชตรงกับ พ.ศ. 2447 จารึกเหล่านี้สะท้อนการสร้างพระพุทธรูป การทำบุญ และการถวายสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อค้ำชูพระพุทธศาสนาในช่วงสมัยล้านนาภายใต้สยาม
 
จารึกฐานพระพุทธรูปไสยาสน์ของวัดช่างแต้มมีรายละเอียดที่น่าสนใจ เพราะกล่าวถึงการสร้างพระพุทธรูปด้วย “มุกเขี้ยวงาช้าง” ซึ่งเป็นการนำงาช้างบดเป็นผงตามภาษาถิ่นเหนือแล้วใช้สร้างองค์พระ เนื้อหาจารึกกล่าวถึงเจ้าหนานอุ่นเมือง เจ้าบัวเที่ยง เจ้าหนานคำวงศา พร้อมครอบครัวและบริวารที่ร่วมกันสร้างพระพุทธรูปเพื่อค้ำชูพระพุทธศาสนา รายละเอียดเช่นนี้ทำให้วัดช่างแต้มไม่ได้มีเพียงคุณค่าทางสถาปัตยกรรม แต่ยังมีคุณค่าทางเอกสารประวัติศาสตร์และวัตถุพยานทางศรัทธาด้วย
 
ปัจจุบันวัดช่างแต้มยังเปิดให้ผู้ศรัทธาและนักท่องเที่ยวเข้าชม มีสถานะเป็นวัดราษฎร์ในตำบลพระสิงห์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย และยังมีพระจำพรรษาอยู่ภายในวัด ข้อมูลกิจกรรมกฐินล่าสุดระบุวัดช่างแต้มยังมีพระจำพรรษา 5 รูป และมีพระปลัดพีรพร ปญฺญาวโร เป็นเจ้าอาวาส สถานะดังกล่าวยืนยันว่าพระอารามแห่งนี้ยังเป็นวัดที่มีชีวิตทางศาสนา ไม่ใช่วัดร้างหรือโบราณสถานที่ขาดการใช้งาน
 
พื้นที่สำคัญภายในวัดช่างแต้มประกอบด้วยพระวิหาร พระเจดีย์ ลานวัด กุฏิสงฆ์ ศาลาอเนกประสงค์ หอระมัง หอฉัน โรงครัว และพื้นที่ประกอบศาสนกิจ องค์ประกอบเหล่านี้สะท้อนการใช้งานของวัดชุมชนที่ยังรองรับทั้งกิจกรรมของพระสงฆ์และผู้ศรัทธา ผู้มาเยือนควรเริ่มจากพระวิหารเพื่อสักการะพระพุทธรูปและพระเจ้าฝนแสนห่า จากนั้นจึงเดินชมพระเจดีย์ด้านหลังวิหารและพื้นที่โดยรอบอย่างสำรวม
 
การเดินทางไปวัดช่างแต้มทำได้สะดวกมากเพราะอยู่บนถนนพระปกเกล้าภายในเขตเมืองเก่าเชียงใหม่ หากเริ่มจากวัดเจดีย์หลวงสามารถเดินลงมาทางทิศใต้ได้ในระยะใกล้ หากเริ่มจากประตูเชียงใหม่สามารถเดินขึ้นมาตามถนนพระปกเกล้าได้เช่นกัน ผู้ที่พักในเขตเมืองเก่าหรือย่านถนนคนเดินวันอาทิตย์สามารถเดินเท้ามาได้ง่าย ส่วนผู้ที่มาจากนอกเมืองสามารถใช้รถแดง รถตุ๊กตุ๊ก รถจักรยานยนต์รับจ้าง หรือรถส่วนตัวเข้าสู่ถนนพระปกเกล้า
 
ผู้ที่ใช้รถส่วนตัวควรวางแผนเรื่องที่จอดรถ เพราะถนนพระปกเกล้าเป็นถนนสำคัญในเขตเมืองเก่าและมีพื้นที่จอดจำกัด โดยเฉพาะวันอาทิตย์ช่วงถนนคนเดิน วันหยุดยาว และช่วงเทศกาลสำคัญ เช่น สงกรานต์หรือประเพณีอินทขีล หากต้องการเที่ยวอย่างสบายควรเลือกเดินจากที่พักหรือจอดรถในพื้นที่ที่อนุญาตแล้วเดินเข้ามา การเดินชมวัดในละแวกนี้มีข้อดีคือสามารถเชื่อมกับวัดเจดีย์หลวง วัดพันเตา วัดเจ็ดลิน และสถานที่สำคัญอื่นได้ภายในเส้นทางเดียว
 
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาเยือนวัดช่างแต้มคือช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายก่อนเย็น เพราะอากาศไม่ร้อนจัดและเหมาะกับการชมรายละเอียดวิหาร ซุ้มโขง และพระเจดีย์ หากมาในช่วงงานประเพณีอินทขีลหรือสงกรานต์ ควรตรวจตารางกิจกรรมของเมืองเชียงใหม่ล่วงหน้า เพราะพระเจ้าฝนแสนห่าอาจถูกอัญเชิญออกไปประดิษฐานในพื้นที่พิธีชั่วคราว และบริเวณวัดเจดีย์หลวงกับถนนพระปกเกล้าจะมีผู้คนหนาแน่นกว่าปกติ
 
วัดช่างแต้มสามารถจัดรวมในเส้นทางเที่ยวเมืองเก่าได้หลายรูปแบบ หากต้องการเส้นทางไหว้พระและชมวัดเก่า สามารถเชื่อมวัดช่างแต้มกับวัดเจดีย์หลวง วัดพันเตา วัดเจ็ดลิน วัดอินทขีลสะดือเมือง และวัดพระสิงห์ หากต้องการเส้นทางเดินเล่นเมืองเก่า สามารถรวมกับถนนคนเดินวันอาทิตย์ อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ ประตูเชียงใหม่ และกาดประตูเชียงใหม่ได้ จุดแข็งของวัดคืออยู่ในตำแหน่งที่เดินต่อได้ง่ายและมีเนื้อหาทางวัฒนธรรมเข้มข้น
 
มารยาทในการเข้าชมวัดช่างแต้มควรยึดตามหลักการเที่ยววัดไทยทั่วไป คือแต่งกายสุภาพ ใช้เสียงอย่างเหมาะสม ถอดรองเท้าก่อนเข้าสู่พื้นที่ที่กำหนด ไม่รบกวนพระสงฆ์หรือผู้มาทำบุญ และไม่ถ่ายภาพในลักษณะที่ไม่เหมาะสมกับพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ หากมีพิธีอัญเชิญพระเจ้าฝนแสนห่าหรือมีพิธีกรรมภายในวัด ควรหลีกทางให้คณะสงฆ์และผู้ปฏิบัติศาสนกิจ การชมวัดด้วยความเคารพจะทำให้พื้นที่ศาสนสถานยังคงความสงบสำหรับทั้งคนท้องถิ่นและผู้มาเยือน
 
โดยสรุป วัดช่างแต้มเป็นวัดขนาดเล็กที่มีเนื้อหาทางประวัติศาสตร์และศิลปกรรมมากเป็นพิเศษในเมืองเชียงใหม่ ชื่อวัดสะท้อนกลุ่มจิตรกรหรือช่างแต้มในสังคมล้านนา พระวิหารแสดงงานล้านนาประยุกต์ที่ควรชมอย่างละเอียด พระเจดีย์ด้านหลังสะท้อนร่องรอยศิลปะล้านนาและพม่า พระเจ้าฝนแสนห่าเชื่อมวัดเล็กแห่งนี้กับประเพณีระดับเมือง และหลักฐานจารึกช่วยยืนยันการมีอยู่ของวัตถุศรัทธาหลายยุค วัดช่างแต้มจึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจเชียงใหม่ผ่านวัด ศิลปะ ชุมชน และพิธีกรรมที่ยังมีชีวิตอยู่จริง
 
ชื่อสถานที่วัดช่างแต้ม
ชื่อเดิมวัดต้อมแต้มแก้วกว้างท่าช้างพิชัย
ที่ตั้งตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
ที่อยู่95 ถนนพระปกเกล้า ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
พิกัดละติจูด 18.78525, ลองจิจูด 98.98813
ไฮไลต์พระวิหารล้านนาประยุกต์ ซุ้มโขงทางเข้า หน้าบันแบบม้าต่างไหม พระเจดีย์ศิลปะล้านนา พระเจ้าฝนแสนห่า และสัตภัณฑ์ไม้แกะสลักรูปพญาครุฑกับพญานาค
ประวัติ / สมัย / ยุคสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในช่วงราว พ.ศ. 2038–2063 โดยกลุ่มจิตรกรหรือช่างแต้มในบริบทวัฒนธรรมล้านนา
ที่มาของชื่อคำว่า “ช่างแต้ม” ในภาษาเหนือหมายถึงช่างเขียนหรือจิตรกร สะท้อนกลุ่มผู้สร้างวัดและภูมิปัญญางานศิลป์ของชุมชนล้านนา
ลักษณะเด่นพระอารามขนาดเล็กในเมืองเก่าเชียงใหม่ มีพื้นที่ประมาณ 2 ไร่ แต่มีองค์ประกอบศิลปกรรมและประเพณีสำคัญของเมืองเชียงใหม่อย่างเข้มข้น
สิ่งสำคัญภายในวัดพระวิหาร หมู่พระพุทธรูปปางมารวิชัย พระเจ้าฝนแสนห่า พระเจดีย์ ซุ้มโขง สัตภัณฑ์ กุฏิสงฆ์ ศาลาอเนกประสงค์ หอระมัง หอฉัน และโรงครัว
พระเจ้าฝนแสนห่าพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่ ประดิษฐานที่วัดช่างแต้ม และเกี่ยวข้องกับความเชื่อเรื่องฝนตกต้องตามฤดูกาล รวมถึงประเพณีใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขีล
ประเพณีที่เกี่ยวข้องประเพณีใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขีลและป๋าเวณีปี๋ใหม่เมือง มีการอัญเชิญพระเจ้าฝนแสนห่าให้ประชาชนได้สรงน้ำและสักการะตามวาระสำคัญ
หลักฐานสำคัญจารึกฐานพระพุทธรูปวัดช่างแต้ม เช่น จารึกที่ฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัย พ.ศ. 2416 และจารึกฐานพระพุทธรูปไสยาสน์ พ.ศ. 2447
การเดินทางเดินทางสะดวกจากวัดเจดีย์หลวง วัดพันเตา ประตูเชียงใหม่ และถนนคนเดินวันอาทิตย์ สามารถเดิน ใช้รถแดง รถตุ๊กตุ๊ก รถจักรยานยนต์รับจ้าง หรือรถส่วนตัวเข้าสู่ถนนพระปกเกล้า
สถานะปัจจุบันเปิดให้ผู้ศรัทธาและนักท่องเที่ยวเข้าชม เป็นวัดราษฎร์ในตำบลพระสิงห์ที่ยังมีพระจำพรรษาและศาสนกิจต่อเนื่อง
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00 – 17.00 น.
เบอร์ติดต่อหลัก053-274-790
เจ้าอาวาส / ผู้ดูแลพระปลัดพีรพร ปญฺญาวโร
พระจำพรรษา5 รูป
สิ่งอำนวยความสะดวกพระวิหาร พื้นที่ไหว้พระ ลานวัด ศาลาอเนกประสงค์ หอฉัน โรงครัว และพื้นที่จอดรถตามสภาพพื้นที่เมืองเก่าซึ่งมีจำนวนจำกัด
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญพระวิหาร พระเจดีย์ ซุ้มโขงทางเข้า ลานวัด กุฏิสงฆ์ พื้นที่ศาสนกิจ และพื้นที่ประดิษฐานพระเจ้าฝนแสนห่า
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. วัดเจดีย์หลวง ประมาณ 0.2 กม.
2. วัดเจ็ดลิน ประมาณ 0.2 กม.
3. วัดพันเตา ประมาณ 0.3 กม.
4. ถนนคนเดินวันอาทิตย์ ประมาณ 0.3 กม.
5. วัดอินทขีลสะดือเมือง ประมาณ 0.6 กม.
6. อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ ประมาณ 0.7 กม.
7. ประตูเชียงใหม่ ประมาณ 0.8 กม.
8. วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร ประมาณ 1 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. See You Soon Cafe ประมาณ 0.1 กม. โทร. 081-880-8380
2. ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋นหอมนานบ้านดิน ประมาณ 0.1 กม. โทร. 097-197-9747
3. ร้านตาลอ่อน ประมาณ 0.4 กม. โทร. 053-278-507
4. เทียนเซียง ประมาณ 0.5 กม. โทร. 053-206-056, 053-281-487
5. เฮือนเพ็ญ ประมาณ 0.6 กม. โทร. 053-814-548
6. Dash Teak House ประมาณ 0.8 กม. โทร. 053-279-230
7. Pad Thai Restaurant & Khon Gallery ประมาณ 0.8 กม.
ที่พักใกล้เคียง1. Chala Number 6 Hotel ประมาณ 0.3 กม. โทร. 052-010-466
2. Villa Klang Wiang Hotel ประมาณ 0.4 กม. โทร. 053-280-196
3. Viang Luang Resort ประมาณ 0.4 กม. โทร. 053-271-936
4. Baan Huenphen Boutique Hotel ประมาณ 0.5 กม. โทร. 097-921-8311
5. U Chiang Mai Hotel ประมาณ 0.8 กม. โทร. 053-327-000
6. 99 The Heritage Hotel ประมาณ 1.2 กม. โทร. 053-326-287
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดช่างแต้มอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดช่างแต้มตั้งอยู่เลขที่ 95 ถนนพระปกเกล้า ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ใกล้วัดเจดีย์หลวง วัดพันเตา วัดเจ็ดลิน และถนนคนเดินวันอาทิตย์
 
ถาม: วัดช่างแต้มเปิดวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: วัดช่างแต้มเปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. เหมาะสำหรับแวะไหว้พระและชมศิลปกรรมในช่วงเช้าหรือช่วงบ่าย
 
ถาม: วัดช่างแต้มเดิมชื่ออะไร?
ตอบ: วัดช่างแต้มเดิมชื่อวัดต้อมแต้มแก้วกว้างท่าช้างพิชัย ต่อมารู้จักกันในชื่อวัดช่างแต้ม ซึ่งคำว่า “ช่างแต้ม” ในภาษาเหนือหมายถึงช่างเขียนหรือจิตรกร
 
ถาม: จุดเด่นของวัดช่างแต้มคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือพระวิหารล้านนาประยุกต์หลังคาซ้อน 3 ชั้น หน้าบันแบบม้าต่างไหม ซุ้มโขงประดับหงส์และพญานาค พระเจดีย์ศิลปะล้านนา และพระเจ้าฝนแสนห่า
 
ถาม: พระเจ้าฝนแสนห่ามีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: พระเจ้าฝนแสนห่าเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่ ประดิษฐานที่วัดช่างแต้ม และเกี่ยวข้องกับความเชื่อเรื่องฝนตกต้องตามฤดูกาล รวมถึงประเพณีใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขีล
 
ถาม: วัดช่างแต้มเกี่ยวข้องกับประเพณีอินทขีลอย่างไร?
ตอบ: ในช่วงประเพณีใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขีล จะมีการอัญเชิญพระเจ้าฝนแสนห่าจากวัดช่างแต้มไปประดิษฐานชั่วคราว ณ วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร เพื่อให้ประชาชนได้สักการะและสรงน้ำบูชา
 
ถาม: เดินทางไปวัดช่างแต้มอย่างไร?
ตอบ: สามารถเดินทางจากวัดเจดีย์หลวง วัดพันเตา ประตูเชียงใหม่ หรือถนนคนเดินวันอาทิตย์มายังถนนพระปกเกล้าได้สะดวก ใช้การเดิน รถแดง รถตุ๊กตุ๊ก รถจักรยานยนต์รับจ้าง หรือรถส่วนตัวได้
 
ถาม: ควรเที่ยววัดช่างแต้มร่วมกับสถานที่ใด?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับวัดเจดีย์หลวง วัดเจ็ดลิน วัดพันเตา ถนนคนเดินวันอาทิตย์ วัดอินทขีลสะดือเมือง อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ ประตูเชียงใหม่ และวัดพระสิงห์วรมหาวิหารได้ในเส้นทางเดียวกัน

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัดประเพณีไทยวัฒนธรรมไทยประเพณีภาคเหนือ

ปรับปรุงล่าสุด : 3 วันที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
https://www.lovethailand.org/อ.เมืองเชียงใหม่(121)
https://www.lovethailand.org/อ.จอมทอง(47)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่แจ่ม(25)
https://www.lovethailand.org/อ.เชียงดาว(33)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยสะเก็ด(68)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่แตง(85)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่ริม(69)
https://www.lovethailand.org/อ.สะเมิง(29)
https://www.lovethailand.org/อ.ฝาง(71)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่อาย(62)
https://www.lovethailand.org/อ.พร้าว(70)
https://www.lovethailand.org/อ.สันป่าตอง(105)
https://www.lovethailand.org/อ.สันกำแพง(66)
https://www.lovethailand.org/อ.สันทราย(73)
https://www.lovethailand.org/อ.หางดง(74)
https://www.lovethailand.org/อ.ฮอด(32)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยเต่า(22)
https://www.lovethailand.org/อ.อมก๋อย(11)
https://www.lovethailand.org/อ.สารภี(74)
https://www.lovethailand.org/อ.เวียงแหง(15)
https://www.lovethailand.org/อ.ไชยปราการ(28)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่วาง(32)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่ออน(22)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยหล่อ(34)
https://www.lovethailand.org/อ.กัลยาณิวัฒนา(1)