หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสกลนคร >อ.สว่างแดนดิน >ต.พันนา > ปราสาทบ้านพันนา (กู่พันนา)
TL;DR: ปราสาทบ้านพันนา (กู่พันนา) อยู่ที่บ้านพันนา ตำบลพันนา อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร เปิดทุกวัน เวลา เปิดตลอดวัน แนะนำเข้าชมช่วง 08.00 – 18.30 น.

สกลนคร

ปราสาทบ้านพันนา (กู่พันนา)

ปราสาทบ้านพันนา (กู่พันนา)

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: เปิดตลอดวัน แนะนำเข้าชมช่วง 08.00 – 18.30 น.
 
ปราสาทบ้านพันนา (กู่พันนา) จังหวัดสกลนคร เป็นโบราณสถานขอมขนาดกะทัดรัดแต่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์สูง ตั้งอยู่ที่บ้านพันนา ตำบลพันนา อำเภอสว่างแดนดิน บนเส้นทางสกลนคร-อุดรธานี ห่างจากตัวจังหวัดสกลนครประมาณ 70 กม. และห่างจากตัวอำเภอสว่างแดนดินประมาณ 11 กม. จุดเด่นของสถานที่แห่งนี้คือปราสาทประธานก่อด้วยศิลาแลง มียอดเดียว ฐานสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีกำแพงศิลาแลงล้อมรอบ มีซุ้มประตูทางทิศตะวันออก และมีสระน้ำศิลาแลงอยู่ใกล้ตัวปราสาท สถานที่แห่งนี้เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ขอม ศิลปะบายน พุทธศาสนามหายาน และแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่เดินชมได้ง่าย ใช้เวลาไม่มาก แต่ให้ภาพรวมของอารยธรรมโบราณในภาคอีสานตอนบนได้อย่างชัดเจน
 
ปราสาทบ้านพันนา หรือที่ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวรู้จักกันในชื่อ กู่พันนา เป็นหนึ่งในโบราณสถานสำคัญของอำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร คำว่า “กู่” ในบริบทท้องถิ่นอีสานมักใช้เรียกอาคารโบราณหรือศาสนสถานขอมที่สร้างด้วยหินหรือศิลาแลง ส่วนคำว่า “พันนา” มาจากชื่อบ้านและตำบลที่ตั้งของโบราณสถาน ทำให้ชื่อ “กู่พันนา” สื่อถึงโบราณสถานประจำชุมชนบ้านพันนาอย่างตรงตัว สถานที่แห่งนี้ไม่ได้เป็นปราสาทหินขนาดใหญ่แบบพนมรุ้งหรือพิมาย แต่เป็นปราสาทขอมที่มีขนาดพอดี เดินชมง่าย และยังคงรักษาผังสำคัญของศาสนสถานโบราณไว้ครบพอให้มองเห็นความสัมพันธ์ระหว่างปราสาทประธาน กำแพง โคปุระ วิหารหรือบรรณาลัย และสระน้ำได้ชัดเจน
 
ความสำคัญของปราสาทบ้านพันนาอยู่ที่บทบาทเดิมในฐานะ อโรคยศาล หรือศาสนสถานประจำสถานพยาบาลในเครือข่ายของอาณาจักรขอมช่วงพุทธศตวรรษที่ 18 สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 พระมหากษัตริย์องค์สำคัญของอาณาจักรขอม ผู้มีบทบาทอย่างมากในการสร้างศาสนสถาน ถนน ที่พักคนเดินทาง และสถานพยาบาลตามเส้นทางต่าง ๆ อโรคยศาลเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่รักษาโรคในความหมายทางกายภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ผูกโยงระหว่างการแพทย์ ความศรัทธา และพุทธศาสนามหายาน ภายในศาสนสถานจึงมักเกี่ยวข้องกับคติเรื่องพระไภษัชยคุรุ หรือพระพุทธเจ้าแห่งการเยียวยา รวมถึงพระโพธิสัตว์ในคติบายน
 
เมื่อเดินเข้าสู่พื้นที่โบราณสถาน สิ่งแรกที่สะดุดตาคือสีของศิลาแลงที่ให้โทนน้ำตาลแดงและดำเข้มตามกาลเวลา พื้นผิวของวัสดุมีความหยาบ แข็ง และเต็มไปด้วยร่องรอยธรรมชาติจากฝน แดด และการผุกร่อนยาวนานหลายร้อยปี ลักษณะดังกล่าวทำให้ปราสาทบ้านพันนาดูสมถะ ขรึม และมีพลังทางประวัติศาสตร์ในตัวเอง โครงสร้างหลักของปราสาทประธานตั้งอยู่ภายในแนวกำแพงศิลาแลง โดยหันหน้าไปทางทิศตะวันออกตามคติการวางผังศาสนสถานขอม ประตูหลักอยู่ด้านตะวันออก ส่วนด้านอื่นเป็นประตูหลอกหรือผนังทึบที่ทำหน้าที่สร้างสมมาตรทางสถาปัตยกรรม
 
ปราสาทประธานของกู่พันนาเป็นอาคารทรงสี่เหลี่ยมก่อมุข มียอดเดียว แม้ส่วนยอดบางช่วงจะชำรุดไปตามกาลเวลา แต่รูปทรงโดยรวมยังคงทำให้เห็นองค์ประกอบสำคัญของปราสาทขอมได้ชัดเจน ตัวอาคารก่อด้วยศิลาแลงเป็นหลัก และมีการใช้หินทรายในบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับกรอบประตูหรือส่วนประกอบที่ต้องการความแข็งแรงและความละเอียดมากกว่า ภายในเป็นห้องขนาดไม่ใหญ่ สะท้อนให้เห็นว่าสถานที่นี้เน้นบทบาทเชิงพิธีกรรมและการประดิษฐานรูปเคารพมากกว่าการรองรับคนจำนวนมากพร้อมกัน การเดินชมจึงควรเริ่มจากมองภาพรวมของผังปราสาทก่อน แล้วค่อยสังเกตรายละเอียดบริเวณฐาน ผนัง ช่องประตู และแนวกำแพงรอบนอก
 
บริเวณด้านทิศตะวันออกของปราสาทมีกำแพงศิลาแลงและโคปุระ หรือซุ้มประตูทางเข้า ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่ช่วยแบ่งพื้นที่ภายในศาสนสถานออกจากพื้นที่ภายนอก โคปุระทำหน้าที่เป็นจุดเปลี่ยนผ่านเชิงสัญลักษณ์จากโลกภายนอกเข้าสู่พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ เมื่อเดินผ่านซุ้มประตูเข้าไป นักท่องเที่ยวจะเห็นปราสาทประธานตั้งอยู่ภายในลานอย่างเด่นชัด ลักษณะการวางผังเช่นนี้ช่วยให้ผู้มาเยือนได้รับประสบการณ์คล้ายการเดินเข้าสู่พื้นที่พิธีกรรมทีละลำดับ ไม่ใช่การเห็นองค์ปราสาทแบบฉับพลันทันทีจากถนนด้านนอก
 
ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของปราสาทมีฐานอาคารอีกส่วนหนึ่งที่มักอธิบายว่าเป็นวิหารหรือบรรณาลัย ซึ่งในระบบศาสนสถานขอมอาจใช้เป็นที่เก็บคัมภีร์ สิ่งของประกอบพิธี หรือใช้ในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับศาสนสถาน แม้ปัจจุบันเหลือให้เห็นเป็นฐานและร่องรอยบางส่วน แต่ตำแหน่งของอาคารนี้ช่วยให้เข้าใจผังรวมของอโรคยศาลได้ดีขึ้น เพราะอาคารประธานไม่ได้ดำรงอยู่อย่างโดดเดี่ยว หากเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีองค์ประกอบหลายส่วนทำงานร่วมกัน ทั้งปราสาทประธาน ซุ้มประตู กำแพง อาคารประกอบ และสระน้ำ
 
สระน้ำศิลาแลงใกล้ตัวปราสาทเป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญของกู่พันนา สระนี้มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยม ก่อหรือกรุด้วยศิลาแลงเป็นชั้น ๆ และมีน้ำขังตลอดปีในหลายช่วงเวลา สระน้ำไม่ได้เป็นเพียงองค์ประกอบด้านภูมิทัศน์ แต่เกี่ยวข้องกับคติเรื่องน้ำศักดิ์สิทธิ์ การชำระล้าง และการใช้ประโยชน์ในพื้นที่สถานพยาบาลโบราณ การมีสระน้ำอยู่ใกล้ศาสนสถานยิ่งตอกย้ำบทบาทของกู่พันนาในฐานะพื้นที่เยียวยาและประกอบพิธีกรรม ผู้มาเยือนควรแวะชมสระน้ำควบคู่กับตัวปราสาท เพราะจะช่วยให้มองเห็นภาพรวมของอโรคยศาลได้สมบูรณ์กว่าเพียงการถ่ายภาพปราสาทประธานอย่างเดียว
 
จากการขุดแต่งโบราณสถานเมื่อปี พ.ศ. 2542 พบโบราณวัตถุสำคัญหลายรายการ ได้แก่ เศียรพระวัชรธร ชิ้นส่วนพระโพธิสัตว์วัชรปราณีทรงครุฑ พระยมทรงกระบือ และชิ้นส่วนพระกรพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร โบราณวัตถุเหล่านี้สะท้อนความเกี่ยวข้องกับพุทธศาสนานิกายมหายานและศิลปะเขมรแบบบายนอย่างชัดเจน การพบรูปเคารพเหล่านี้ทำให้กู่พันนาไม่ใช่เพียงอาคารเก่าที่เหลืออยู่กลางชุมชน แต่เป็นหลักฐานสำคัญของเครือข่ายความเชื่อ การปกครอง และการบริการสาธารณะในยุคขอมโบราณที่แผ่อิทธิพลเข้าสู่พื้นที่สกลนคร
 
ศิลปะบายนมีลักษณะเด่นที่เชื่อมโยงกับยุคพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ซึ่งให้ความสำคัญกับพุทธศาสนามหายานและแนวคิดเรื่องพระมหากษัตริย์ผู้คุ้มครองประชาชน การสร้างอโรคยศาลจึงเป็นภาพสะท้อนของการปกครองที่ผสมผสานศาสนา การแพทย์ และโครงสร้างพื้นฐานเข้าด้วยกัน ในพื้นที่กู่พันนา แม้อาคารจะมีขนาดไม่ใหญ่ แต่เนื้อหาทางประวัติศาสตร์กลับลึก เพราะสถานที่นี้บอกเล่าเรื่องราวของชุมชนที่อยู่ในเส้นทางคมนาคมและวัฒนธรรมระหว่างเมืองสำคัญของภาคอีสานตอนบนกับศูนย์กลางอำนาจของอาณาจักรขอม
 
กู่พันนายังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติเมื่อวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2478 และมีการประกาศขอบเขตโบราณสถานในเวลาต่อมา พื้นที่โบราณสถานมีขนาด 4 ไร่ 1 งาน 33 ตารางวา การขึ้นทะเบียนดังกล่าวช่วยยืนยันคุณค่าทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีของสถานที่แห่งนี้ในระดับประเทศ การเดินทางมาเยือนกู่พันนาจึงไม่ใช่เพียงการมาเที่ยวสถานที่เก่าแก่ แต่เป็นการเข้าชมมรดกทางวัฒนธรรมที่อยู่ภายใต้การอนุรักษ์และควรได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมจากทั้งหน่วยงานรัฐ ชุมชน และนักท่องเที่ยว
 
บรรยากาศโดยรอบปราสาทบ้านพันนาเป็นพื้นที่ค่อนข้างเปิดโล่ง มีสนามหญ้า แนวต้นไม้ และฉากหลังของชุมชนชนบทในอำเภอสว่างแดนดิน ความเรียบง่ายนี้คือเสน่ห์สำคัญของสถานที่ เพราะผู้มาเยือนได้ชมโบราณสถานในสภาพที่ไม่แออัด ไม่ถูกบดบังด้วยสิ่งปลูกสร้างสมัยใหม่จำนวนมาก และสามารถใช้เวลาเดินดูรายละเอียดได้อย่างสงบ ช่วงเช้าและช่วงบ่ายแก่เป็นเวลาที่เหมาะกับการถ่ายภาพ เนื่องจากแสงแดดช่วยขับสีศิลาแลงให้มีมิติ ผนังปราสาท กำแพง และพื้นหญ้าจะให้สีที่กลมกลืนกัน ภาพที่ได้จึงมีทั้งความขลังและความอบอุ่นในเวลาเดียวกัน
 
สำหรับนักท่องเที่ยวสายประวัติศาสตร์ กู่พันนาเป็นสถานที่ที่ควรเดินชมอย่างช้า ๆ จุดเริ่มต้นที่ดีคือบริเวณด้านหน้าซุ้มประตูทางทิศตะวันออก จากนั้นเดินเข้าสู่ลานภายใน มองปราสาทประธานจากระยะไกลเพื่อเห็นผังรวม แล้วค่อยเดินเข้าไปใกล้ฐานอาคารเพื่อสังเกตวัสดุศิลาแลง ช่องประตู และแนวผนัง หลังจากนั้นควรเดินไปดูฐานอาคารประกอบทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ และปิดท้ายด้วยสระน้ำศิลาแลงด้านนอกกำแพง การเดินตามลำดับนี้ทำให้เข้าใจว่ากู่พันนาเป็นพื้นที่ที่ถูกออกแบบอย่างมีระบบ ไม่ใช่กองหินโบราณที่ตั้งอยู่โดยไร้ความหมาย
 
สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไปที่ไม่ได้มีพื้นฐานด้านโบราณคดี การมาเยือนกู่พันนาก็ยังคุ้มค่า เพราะสถานที่นี้เข้าใจง่าย ขนาดไม่ใหญ่ และมีองค์ประกอบเด่นให้เห็นชัดโดยไม่ต้องใช้เวลาศึกษาล่วงหน้ามากนัก นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นได้ทันทีว่าปราสาทสร้างด้วยศิลาแลง มีกำแพงล้อม มีซุ้มประตู มีสระน้ำ และมีบรรยากาศชนบทที่สงบ เหมาะกับการแวะเที่ยวระหว่างเดินทางในเส้นสกลนคร-อุดรธานี หรือจัดเป็นทริปครึ่งวันร่วมกับแหล่งท่องเที่ยวอื่นในอำเภอสว่างแดนดิน เช่น พันนาบุรี พระบรมธาตุเจดีย์ศรีมงคล วัดใหม่บ้านตาล และแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมใกล้เคียง
 
พื้นที่บ้านพันนาและอำเภอสว่างแดนดินยังมีความน่าสนใจในเชิงชั้นวัฒนธรรม เพราะนอกจากร่องรอยขอมแบบบายนแล้ว บริเวณนี้ยังเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมโบราณหลายช่วงเวลา ทั้งยุคก่อนประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมบ้านเชียง ทวารวดี ลพบุรี และล้านช้าง การมีโบราณสถานอย่างกู่พันนาอยู่ในพื้นที่จึงช่วยให้เห็นว่าสกลนครไม่ได้เป็นเพียงจังหวัดทางผ่าน แต่เป็นพื้นที่สำคัญของประวัติศาสตร์อีสานตอนบนที่มีการอยู่อาศัย แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และสืบทอดความเชื่อมาอย่างยาวนาน
 
ในเชิงการท่องเที่ยว กู่พันนาเหมาะกับผู้ที่ต้องการแหล่งท่องเที่ยวที่ไม่วุ่นวาย ใช้เวลาเดินชมประมาณ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมงก็เพียงพอสำหรับการดูภาพรวม แต่ถ้าต้องการถ่ายภาพ อ่านรายละเอียด และสังเกตผังอาคารอย่างช้า ๆ สามารถใช้เวลานานกว่านั้นได้ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นกลางแจ้ง จึงควรเตรียมหมวก ร่ม น้ำดื่ม และรองเท้าที่เดินสบาย โดยเฉพาะช่วงกลางวันแดดแรง พื้นหญ้าและดินอาจมีความร้อนหรือเปียกลื่นตามฤดูกาล การชมโบราณสถานควรหลีกเลี่ยงการปีนป่าย เคลื่อนย้ายก้อนหิน หรือสัมผัสส่วนเปราะบางของอาคาร เพื่อรักษาสภาพโบราณสถานให้คงอยู่ต่อไป
 
การเดินทาง จากตัวเมืองสกลนครให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 22 เส้นทางสกลนคร-อุดรธานี มุ่งหน้าไปทางอำเภอสว่างแดนดิน ระยะทางประมาณ 70 กม. เมื่อถึงบริเวณบ้านพันนาจะมีทางแยกเข้าสู่พื้นที่ปราสาทอีกประมาณ 2 กม. ถนนเข้าถึงได้สะดวก เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถตู้ท่องเที่ยว หากเริ่มจากตัวอำเภอสว่างแดนดิน ระยะทางประมาณ 11 กม. ใช้เวลาไม่นาน ส่วนผู้ที่เดินทางด้วยรถโดยสารสามารถลงในตัวอำเภอสว่างแดนดินแล้วต่อรถท้องถิ่นหรือเหมารถเข้าไปยังบ้านพันนา การใช้รถส่วนตัวเป็นวิธีที่สะดวกที่สุด เพราะสามารถจัดเส้นทางต่อไปยังร้านอาหาร ที่พัก และแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียงได้ง่าย
 
จุดที่ทำให้ปราสาทบ้านพันนาแตกต่างจากสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์หลายแห่งคือความใกล้ชิดระหว่างโบราณสถานกับชุมชน กู่พันนาไม่ได้ตั้งอยู่โดดเดี่ยวในพื้นที่ท่องเที่ยวขนาดใหญ่ แต่เป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์บ้านพันนาและชีวิตท้องถิ่น นักท่องเที่ยวจึงได้เห็นทั้งมรดกโบราณและบรรยากาศชุมชนในคราวเดียวกัน การมาเที่ยวที่นี่จึงควรใช้ท่าทีเคารพสถานที่ ไม่ส่งเสียงดังเกินจำเป็น ไม่ทิ้งขยะ และปฏิบัติตามป้ายหรือคำแนะนำของพื้นที่ เพราะโบราณสถานไม่ใช่ฉากถ่ายรูปเท่านั้น แต่เป็นหลักฐานของประวัติศาสตร์ที่ยังยืนอยู่กลางชุมชนจริง
 
หากมองในมุมการเรียนรู้ กู่พันนาเป็นตัวอย่างที่ดีของอโรคยศาลในภาคอีสาน เพราะยังเห็นส่วนประกอบสำคัญหลายอย่างพร้อมกัน ทั้งปราสาทประธาน กำแพง โคปุระ อาคารประกอบ และสระน้ำ นักเรียน นักศึกษา หรือผู้สนใจศิลปะเขมรสามารถใช้สถานที่นี้เป็นกรณีศึกษาเรื่องการวางผังศาสนสถาน การใช้ศิลาแลงเป็นวัสดุก่อสร้าง ความสัมพันธ์ระหว่างพุทธศาสนามหายานกับอำนาจรัฐขอม และบทบาทของสถานพยาบาลโบราณในเครือข่ายพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ได้อย่างดี การเห็นสถานที่จริงช่วยให้เข้าใจมากกว่าการอ่านข้อมูลจากตำราเพียงอย่างเดียว
 
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการเข้าชมคือช่วงเช้าและช่วงเย็น เพราะอากาศไม่ร้อนเกินไปและแสงเหมาะกับการถ่ายภาพ ช่วงฤดูฝนพื้นที่โดยรอบจะมีความเขียวสด สระน้ำมีบรรยากาศชุ่มชื้น และสีศิลาแลงจะตัดกับสีเขียวของหญ้าได้สวย ส่วนฤดูหนาวเหมาะกับการเดินทางมากที่สุดเพราะอากาศเย็นสบายและท้องฟ้ามักโปร่ง ช่วงฤดูร้อนยังสามารถเที่ยวได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงแดดจัดกลางวันและเตรียมน้ำดื่มให้พร้อม
 
เมื่อเดินชมกู่พันนาแล้ว นักท่องเที่ยวสามารถวางแผนเที่ยวต่อในอำเภอสว่างแดนดินได้อย่างหลากหลาย หากต้องการสถานที่ถ่ายรูปและพักรับประทานอาหาร สามารถแวะพันนาบุรีหรือคาเฟ่ในพื้นที่ หากต้องการต่อยอดเส้นทางศรัทธาและวัฒนธรรม สามารถไปพระบรมธาตุเจดีย์ศรีมงคล วัดใหม่บ้านตาล และพิพิธภัณฑ์พระธาตุมีชัย หากต้องการขยายทริปเป็นเส้นทางข้ามจังหวัด สามารถเดินทางต่อไปยังแหล่งมรดกบ้านเชียงในจังหวัดอุดรธานีได้ เส้นทางเหล่านี้ทำให้กู่พันนาเป็นจุดเริ่มต้นของทริปประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่เชื่อมทั้งสกลนครและอุดรธานีเข้าด้วยกัน
 
โดยสรุป ปราสาทบ้านพันนา (กู่พันนา) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่ควรค่าแก่การแวะชมเมื่อเดินทางผ่านอำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร จุดเด่นอยู่ที่ความเป็นอโรคยศาลสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 โครงสร้างศิลาแลงที่ยังเห็นผังได้ชัด สระน้ำโบราณที่เกี่ยวข้องกับคติการเยียวยา และบรรยากาศเงียบสงบของชุมชนบ้านพันนา สถานที่แห่งนี้ไม่ได้ยิ่งใหญ่ด้วยขนาด แต่โดดเด่นด้วยความหมายทางประวัติศาสตร์และความครบถ้วนขององค์ประกอบที่ยังช่วยให้ผู้มาเยือนมองเห็นภาพอารยธรรมขอมในอีสานตอนบนได้อย่างเป็นรูปธรรม
 
ชื่อสถานที่ปราสาทบ้านพันนา (กู่พันนา)
ที่ตั้งบ้านพันนา ตำบลพันนา อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร
ที่อยู่ตำบลพันนา อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร 47240
พิกัด17.442589, 103.557364
ไฮไลต์ปราสาทขอมศิลาแลงขนาดกะทัดรัดในรูปแบบอโรคยศาล มีปราสาทประธาน กำแพงศิลาแลง โคปุระ อาคารประกอบ และสระน้ำโบราณ
ประวัติ / สมัย / ยุคสร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 18 สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 แห่งอาณาจักรขอม เพื่อใช้เป็นศาสนสถานประจำสถานพยาบาลหรืออโรคยศาล
ที่มาของชื่อ“กู่” เป็นคำที่ใช้เรียกโบราณสถานหรือศาสนสถานขอมในท้องถิ่น ส่วน “พันนา” มาจากชื่อบ้านและตำบลที่ตั้งของโบราณสถาน
ลักษณะเด่นปราสาทประธานทรงสี่เหลี่ยมก่อมุข มียอดเดียว ก่อด้วยศิลาแลง หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ล้อมด้วยกำแพงศิลาแลงและมีโคปุระทางด้านตะวันออก
หลักฐานสำคัญพบเศียรพระวัชรธร ชิ้นส่วนพระโพธิสัตว์วัชรปราณีทรงครุฑ พระยมทรงกระบือ และชิ้นส่วนพระกรพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ซึ่งเกี่ยวข้องกับพุทธศาสนามหายานและศิลปะเขมรแบบบายน
การเดินทางจากตัวเมืองสกลนครใช้ทางหลวงหมายเลข 22 เส้นทางสกลนคร-อุดรธานี ประมาณ 70 กม. ถึงบริเวณบ้านพันนาแล้วแยกเข้าไปประมาณ 2 กม. จากตัวอำเภอสว่างแดนดินประมาณ 11 กม.
สถานะปัจจุบันเปิดให้เข้าชม เป็นโบราณสถานของชาติและเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ของอำเภอสว่างแดนดิน
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการเปิดตลอดวัน แนะนำเข้าชมช่วง 08.00 – 18.30 น.
ค่าเข้าไม่เสียค่าเข้าชม
สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นที่จอดรถ ลานเดินชมโบราณสถาน และพื้นที่กลางแจ้งสำหรับถ่ายภาพ
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ1. ปราสาทประธานศิลาแลง
2. โคปุระหรือซุ้มประตูทางทิศตะวันออก
3. แนวกำแพงศิลาแลง
4. ฐานวิหารหรือบรรณาลัยทางทิศตะวันออกเฉียงใต้
5. สระน้ำศิลาแลงโบราณ
6. ลานโบราณสถานโดยรอบ
ผู้ดูแล / หน่วยงานเกี่ยวข้องเทศบาลตำบลพันนา และกรมศิลปากรในด้านการดูแลโบราณสถาน
เบอร์ติดต่อหลักเทศบาลตำบลพันนา โทร. 0 4272 9392
เว็บไซต์ / เพจทางการเทศบาลตำบลพันนา และฐานข้อมูล Amazing Thailand
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. พันนาบุรี ประมาณ 6 กม.
2. พระบรมธาตุเจดีย์ศรีมงคล วัดใหม่บ้านตาล ประมาณ 20 กม.
3. พิพิธภัณฑ์พระธาตุมีชัย ประมาณ 21 กม.
4. See Stars & Forest Resort และคาเฟ่เครื่องบิน ประมาณ 17 กม.
5. แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี ประมาณ 37 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. BEVERAGE CRAFT Phannaburi ประมาณ 6 กม. โทร. 061-892-9161
2. See Stars & Forest Resort Restaurant / Cafe ประมาณ 17 กม. โทร. 042-722-188
3. บ้านสวนเศวตกมล ประมาณ 17 กม. โทร. 042-721-652
4. โคขุนคุณเอก สว่างแดนดิน ประมาณ 15 กม. โทร. 042-722-266
5. กาแฟบ้านสวนพบพลอย ประมาณ 15 กม. โทร. 086-305-0358
ที่พักใกล้เคียง1. โรงแรมราชิกา แกรนด์ รีสอร์ท ประมาณ 5 กม. โทร. 064-325-5255
2. Resotel บ้านสนุก ประมาณ 9 กม.
3. ชวนธนปัญญารีสอร์ท ประมาณ 12 กม. โทร. 042-737-744
4. โรงแรมประกายทอง สว่างแดนดิน ประมาณ 15 กม. โทร. 084-656-8241
5. See Stars & Forest Resort ประมาณ 17 กม. โทร. 042-722-188
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ปราสาทบ้านพันนา (กู่พันนา) อยู่ที่ไหน?
ตอบ: ปราสาทบ้านพันนา หรือกู่พันนา ตั้งอยู่ที่บ้านพันนา ตำบลพันนา อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร บนเส้นทางสกลนคร-อุดรธานี ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 70 กม.
 
ถาม: กู่พันนามีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างไร?
ตอบ: กู่พันนาเป็นอโรคยศาลหรือศาสนสถานประจำสถานพยาบาล สร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 18 สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 แห่งอาณาจักรขอม
 
ถาม: ปราสาทบ้านพันนาเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เสียค่าเข้าชม นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมโบราณสถานได้โดยไม่มีค่าเข้า
 
ถาม: ควรไปเที่ยวกู่พันนาช่วงเวลาใด?
ตอบ: ช่วงเช้าและช่วงเย็นเหมาะที่สุด เพราะอากาศไม่ร้อนเกินไป แสงสวย เหมาะกับการเดินชมรายละเอียดศิลาแลงและถ่ายภาพโบราณสถาน
 
ถาม: จุดเด่นของปราสาทบ้านพันนาคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือปราสาทประธานศิลาแลงมียอดเดียว กำแพงศิลาแลง โคปุระทางทิศตะวันออก ฐานอาคารประกอบ และสระน้ำโบราณที่สะท้อนผังอโรคยศาลได้ชัดเจน
 
ถาม: เดินทางไปปราสาทบ้านพันนาอย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองสกลนครใช้ทางหลวงหมายเลข 22 เส้นทางสกลนคร-อุดรธานี ประมาณ 70 กม. แล้วเลี้ยวเข้าบ้านพันนาอีกประมาณ 2 กม. รถยนต์ส่วนตัวเป็นวิธีเดินทางที่สะดวกที่สุด
 
ถาม: ใช้เวลาเที่ยวปราสาทบ้านพันนานานเท่าไร?
ตอบ: โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง หากต้องการถ่ายภาพ อ่านรายละเอียด และเดินชมสระน้ำกับแนวกำแพงโดยรอบ สามารถเผื่อเวลาเพิ่มได้
 
ถาม: สามารถเที่ยวกู่พันนาร่วมกับสถานที่ใดได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับพันนาบุรี พระบรมธาตุเจดีย์ศรีมงคล วัดใหม่บ้านตาล พิพิธภัณฑ์พระธาตุมีชัย See Stars & Forest Resort และแหล่งโบราณคดีบ้านเชียงได้

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดกหมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์กลุ่ม: ●แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์

ปรับปรุงล่าสุด : 6 วันที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(9)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(2)
พระราชวัง พระราชวัง(1)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(8)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(3)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(2)
วัด วัด(18)
โบสถ์ โบสถ์(2)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(4)
โครงการหลวง โครงการหลวง(3)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(7)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(4)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(3)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(14)
น้ำตก น้ำตก(4)
ถ้ำ ถ้ำ(4)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(9)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)
หมู่เกาะ หมู่เกาะ(1)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(5)
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(4)
กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย(1)