หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดอุตรดิตถ์ >อ.ทองแสนขัน >ต.น้ำพี้ > บ่อเหล็กน้ำพี้
TL;DR: บ่อเหล็กน้ำพี้ อยู่ที่หมู่ 1 บ้านน้ำพี้ ตำบลน้ำพี้ อำเภอทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์ เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. จุดเด่นคือ เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านโลหกรรมโบราณ ภูมิปัญญาช่างตีเหล็ก ความเชื่อเรื่องเจ้าพ่อบ่อเหล็กน้ำพี้ และประวัติศาสตร์ศาสตราวุธไทย.
บ่อเหล็กน้ำพี้

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
บ่อเหล็กน้ำพี้ ตั้งอยู่ที่หมู่ 1 บ้านน้ำพี้ ตำบลน้ำพี้ อำเภอทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นแหล่งโบราณสถานและแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งของประเทศไทย เพราะเป็นพื้นที่ซึ่งเกี่ยวข้องกับ “เหล็กน้ำพี้” เหล็กกล้าศักดิ์สิทธิ์ที่มีชื่อเสียงมายาวนานในฐานะวัตถุดิบสำคัญสำหรับทำพระแสงดาบ พระขรรค์ และศาสตราวุธชั้นสูงของราชสำนักไทยมาตั้งแต่สมัยโบราณ สถานที่แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงบ่อแร่เหล็กเก่าแก่ แต่เป็นแหล่งรวมเรื่องราวของภูมิปัญญาช่างโลหะ ความเชื่อเรื่องศาสตราวุธศักดิ์สิทธิ์ ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วิถีชีวิตชุมชน และความภาคภูมิใจของชาวอุตรดิตถ์ที่สืบทอดมาถึงปัจจุบัน
บ่อเหล็กน้ำพี้อยู่ห่างจากตัวเมืองอุตรดิตถ์ประมาณ 56 กิโลเมตร สามารถเดินทางได้โดยใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 11 แล้วเชื่อมต่อทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1245 เข้าสู่ตำบลน้ำพี้ พื้นที่โดยรอบเป็นชุมชนชนบทที่ยังคงบรรยากาศเรียบง่าย มีบ้านเรือน สวนไร่นา และวิถีชีวิตของชาวบ้านที่ผูกพันกับเรื่องเล่าเกี่ยวกับเหล็กน้ำพี้มายาวนาน การเดินทางมาที่นี่จึงไม่ได้ให้เพียงความรู้ทางประวัติศาสตร์ แต่ยังทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสบรรยากาศของชุมชนท้องถิ่นที่เป็นแหล่งกำเนิดภูมิปัญญาโลหกรรมอันมีเอกลักษณ์ของไทย
เหล็กน้ำพี้มีชื่อเสียงจากคุณสมบัติที่แข็งแรง ทนทาน และมีความเชื่อด้านความศักดิ์สิทธิ์เกี่ยวข้องกับอำนาจ บารมี และความเป็นสิริมงคล ในอดีตเหล็กจากแหล่งน้ำพี้ถูกยกย่องว่าเป็นเหล็กชั้นดี เหมาะสำหรับนำไปตีเป็นพระแสงดาบและพระขรรค์ของพระมหากษัตริย์ รวมถึงศาสตราวุธสำคัญที่ใช้ในพิธีการหรือราชสำนัก ชื่อเสียงนี้ทำให้บ่อเหล็กน้ำพี้กลายเป็นแหล่งแร่ที่มีสถานะพิเศษเหนือกว่าแหล่งเหล็กทั่วไป เพราะมีทั้งคุณค่าทางวัตถุ คุณค่าทางช่างฝีมือ และคุณค่าทางความเชื่อหลอมรวมอยู่ในพื้นที่เดียวกัน
ภายในพื้นที่บ่อเหล็กน้ำพี้มีบ่อเหล็กหลายบ่อกระจายอยู่ในบริเวณเดียวกัน แต่บ่อที่มีชื่อเสียงและได้รับการกล่าวถึงมากที่สุดคือ “บ่อพระแสง” และ “บ่อพระขรรค์” บ่อพระแสงเป็นบ่อสำคัญที่สงวนไว้สำหรับการนำเหล็กไปทำพระแสงดาบของพระมหากษัตริย์เท่านั้น ไม่อนุญาตให้บุคคลทั่วไปขุดเหล็กจากบ่อนี้ตามความเชื่อและธรรมเนียมดั้งเดิม ส่วนบ่อพระขรรค์เป็นบ่อที่เกี่ยวข้องกับการนำแร่เหล็กน้ำพี้ไปถลุงและตีขึ้นรูปเป็นพระขรรค์ อาวุธสำคัญที่มีความหมายทั้งในเชิงพิธีกรรม อำนาจ และสัญลักษณ์แห่งราชสำนัก
ชื่อของบ่อพระแสงและบ่อพระขรรค์สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างแหล่งแร่กับสถาบันกษัตริย์อย่างชัดเจน คำว่า “พระแสง” หมายถึงอาวุธหรือเครื่องศัสตราวุธของพระมหากษัตริย์ ส่วน “พระขรรค์” เป็นศาสตราวุธที่มีความสำคัญในพิธีการและเครื่องราชูปโภค การที่บ่อเหล็กน้ำพี้มีบ่อที่เรียกขานด้วยชื่อเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าชาวบ้านและสังคมไทยในอดีตให้ความสำคัญกับเหล็กน้ำพี้ในระดับสูง ไม่ใช่เพียงแร่โลหะสำหรับใช้งานทั่วไป แต่เป็นวัตถุดิบที่เกี่ยวข้องกับความศักดิ์สิทธิ์และความมั่นคงของบ้านเมือง
สิ่งที่ทำให้เหล็กน้ำพี้เป็นที่กล่าวขานคือเนื้อเหล็กที่แข็งและมีลักษณะพิเศษตามความเข้าใจของช่างโบราณ ช่างตีเหล็กในอดีตต้องมีความชำนาญในการคัดเลือกแร่ ถลุง ตีขึ้นรูป ชุบแข็ง และตกแต่งศาสตราวุธให้ได้คุณภาพดี การทำดาบหรือพระขรรค์จากเหล็กน้ำพี้จึงไม่ใช่เพียงการใช้แรงงาน แต่เป็นงานฝีมือที่ต้องอาศัยความรู้ ความอดทน ประสบการณ์ และความเข้าใจธรรมชาติของโลหะอย่างลึกซึ้ง ภูมิปัญญาเหล่านี้เป็นมรดกสำคัญที่ทำให้บ่อเหล็กน้ำพี้มีคุณค่าทั้งทางประวัติศาสตร์และทางช่างศิลป์
บริเวณบ่อเหล็กน้ำพี้ได้รับการพัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้และพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านบ่อเหล็กน้ำพี้ เพื่อรวบรวมและถ่ายทอดเรื่องราวของแหล่งแร่เหล็กโบราณ วิธีการนำเหล็กน้ำพี้มาใช้ การถลุงเหล็ก การตีเหล็ก และความเชื่อที่เกี่ยวข้องกับเจ้าพ่อบ่อเหล็กน้ำพี้ ภายในพื้นที่มีการจัดแสดงข้อมูลเกี่ยวกับขั้นตอนการทำเหล็กน้ำพี้และประวัติความเป็นมาของชุมชน ช่วยให้ผู้เข้าชมเข้าใจว่าเหล็กหนึ่งชิ้นไม่ได้เกิดขึ้นจากแร่ในดินเท่านั้น แต่เกิดจากเครือข่ายความรู้ของคนในพื้นที่ที่สั่งสมมายาวนาน
พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านบ่อเหล็กน้ำพี้เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยทำให้การมาเยือนไม่ได้จำกัดอยู่ที่การชมบ่อแร่เท่านั้น แต่ยังได้เรียนรู้บริบททั้งหมดของเหล็กน้ำพี้ ตั้งแต่การเกิดแหล่งแร่ ความเชื่อเรื่องเจ้าพ่อผู้พิทักษ์บ่อ การใช้เหล็กในราชสำนัก การจำลองกระบวนการตีศาสตราวุธ ไปจนถึงการสืบทอดความภาคภูมิใจของชาวตำบลน้ำพี้ ภายในพื้นที่ยังมีบรรยากาศที่เหมาะสำหรับนักเรียน นักศึกษา ครอบครัว และนักท่องเที่ยวสายประวัติศาสตร์ที่ต้องการเรียนรู้จากสถานที่จริง
ศาลเจ้าพ่อบ่อเหล็กน้ำพี้เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญของพื้นที่ เพราะชาวบ้านเชื่อว่าเจ้าพ่อเป็นผู้ปกปักรักษาบ่อเหล็กมาตั้งแต่โบราณ ความเชื่อนี้สะท้อนโลกทัศน์ของชุมชนที่มองทรัพยากรธรรมชาติไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์จะใช้ประโยชน์ได้ตามใจชอบ แต่เป็นสิ่งที่มีผู้ดูแล มีข้อห้าม มีพิธีกรรม และมีความศักดิ์สิทธิ์กำกับอยู่ การแวะสักการะเจ้าพ่อบ่อเหล็กน้ำพี้จึงเป็นกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากนิยมทำก่อนหรือหลังการชมบ่อ เพื่อแสดงความเคารพต่อพื้นที่และขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล
ในมิติของประวัติศาสตร์ท้องถิ่น บ่อเหล็กน้ำพี้ช่วยอธิบายบทบาทของอุตรดิตถ์ในฐานะจังหวัดที่มีทรัพยากรและภูมิปัญญาหลากหลาย อุตรดิตถ์ไม่ได้มีเพียงประวัติศาสตร์เมืองท่า วัดเก่า หรือเรื่องราวของพระยาพิชัยดาบหักเท่านั้น แต่ยังมีแหล่งเหล็กโบราณที่เกี่ยวข้องกับศาสตราวุธและเทคโนโลยีพื้นบ้านของไทยอย่างลึกซึ้ง การมาเยือนบ่อเหล็กน้ำพี้จึงช่วยเติมเต็มความเข้าใจต่อจังหวัดอุตรดิตถ์ในอีกมิติหนึ่ง คือมิติของโลหกรรมและภูมิปัญญาการผลิตอาวุธ
ความเชื่อเกี่ยวกับเหล็กน้ำพี้ยังคงมีอิทธิพลต่อความนิยมในปัจจุบัน ผู้คนจำนวนมากรู้จักเหล็กน้ำพี้ในฐานะเหล็กมงคลที่นิยมนำไปทำมีด ดาบ เครื่องราง หรือวัตถุที่เกี่ยวข้องกับความคุ้มครองและบารมี แม้ในปัจจุบันจะมีการควบคุมและอนุรักษ์พื้นที่อย่างเป็นระบบ แต่เรื่องเล่าความศักดิ์สิทธิ์ยังคงเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้บ่อเหล็กน้ำพี้ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวสายวัฒนธรรม สายประวัติศาสตร์ และผู้ที่สนใจเครื่องรางหรือศาสตราวุธไทย
บ่อเหล็กน้ำพี้ยังสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างทรัพยากรธรรมชาติกับการสร้างอัตลักษณ์ของชุมชน บ้านน้ำพี้เป็นชุมชนที่ชื่อของหมู่บ้านผูกพันกับแหล่งเหล็กโดยตรง คนในพื้นที่จึงมีความภาคภูมิใจต่อเรื่องราวของบ่อเหล็กและพยายามถ่ายทอดความรู้เหล่านี้ให้คนภายนอกได้รับรู้ การพัฒนาพื้นที่เป็นพิพิธภัณฑ์และแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมช่วยให้ภูมิปัญญาโลหกรรมไม่สูญหายไปกับเวลา แต่กลายเป็นทรัพยากรทางการศึกษาและการท่องเที่ยวที่สร้างคุณค่าใหม่ให้กับชุมชน
นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาชมบ่อเหล็กน้ำพี้จะได้เห็นบ่อพระแสง บ่อพระขรรค์ พื้นที่จัดแสดงภายในพิพิธภัณฑ์ และบรรยากาศของหมู่บ้านน้ำพี้ที่ยังคงความเรียบง่าย หากเดินทางมาเป็นครอบครัว เด็กและเยาวชนจะได้เรียนรู้ว่าก่อนที่โลหะจะกลายเป็นดาบหรือเครื่องมือ ต้องผ่านกระบวนการทางภูมิปัญญามากมาย ตั้งแต่การรู้จักแร่ การใช้ไฟ การตีขึ้นรูป และการเข้าใจคุณสมบัติของวัสดุ การเรียนรู้จากสถานที่จริงเช่นนี้ช่วยทำให้ประวัติศาสตร์ไม่ใช่เรื่องไกลตัว
สำหรับผู้ที่สนใจศาสตราวุธไทย บ่อเหล็กน้ำพี้เป็นสถานที่ที่ควรมาเยือนอย่างยิ่ง เพราะทำให้เข้าใจต้นทางของวัตถุดิบที่ถูกกล่าวถึงในประวัติศาสตร์และความเชื่อไทย ดาบไทย พระขรรค์ และศาสตราวุธโบราณไม่ได้มีคุณค่าเฉพาะในฐานะอาวุธ แต่ยังเป็นงานช่าง เป็นสัญลักษณ์ของอำนาจ เป็นเครื่องประกอบพระราชพิธี และเป็นวัตถุที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างช่าง ผู้ปกครอง และสังคม บ่อเหล็กน้ำพี้จึงเป็นต้นทางที่ช่วยให้มองศาสตราวุธไทยอย่างลึกซึ้งขึ้น
บรรยากาศโดยรอบของบ่อเหล็กน้ำพี้มีความสงบและเป็นชุมชนท้องถิ่น นักท่องเที่ยวควรใช้เวลาเดินชมอย่างไม่เร่งรีบ อ่านข้อมูลจัดแสดง สังเกตรายละเอียดของพื้นที่ และพูดคุยกับเจ้าหน้าที่หรือคนในชุมชนหากมีโอกาส การเที่ยวลักษณะนี้จะทำให้เห็นว่าบ่อเหล็กน้ำพี้ไม่ใช่สถานที่แบบ “มาแล้วถ่ายรูปกลับ” แต่เป็นแหล่งเรียนรู้ที่ต้องใช้เวลาเพื่อทำความเข้าใจเรื่องราวเบื้องหลัง โดยเฉพาะเรื่องความเชื่อ ข้อห้าม และความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนกับบ่อเหล็ก
การอนุรักษ์บ่อเหล็กน้ำพี้มีความสำคัญอย่างมาก เพราะเป็นแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับทั้งโบราณสถาน โบราณวัตถุ ภูมิปัญญา และความเชื่อ หากพื้นที่ไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม เรื่องราวเกี่ยวกับเหล็กน้ำพี้อาจเหลือเพียงตำนานที่เล่าต่อกัน แต่การมีพิพิธภัณฑ์และการดูแลโดยหน่วยงานท้องถิ่นทำให้สถานที่แห่งนี้ยังคงทำหน้าที่เป็นแหล่งเรียนรู้ที่เข้าถึงได้จริง นักท่องเที่ยวจึงมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ได้ด้วยการปฏิบัติตามกฎของสถานที่ ไม่ทำลายพื้นที่ ไม่เก็บวัตถุออกจากแหล่ง และช่วยเผยแพร่ความรู้ที่ถูกต้อง
การเดินทาง ไปยังบ่อเหล็กน้ำพี้สามารถเริ่มจากตัวเมืองอุตรดิตถ์ ใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 11 แล้วเชื่อมต่อทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1245 เข้าสู่ตำบลน้ำพี้ อำเภอทองแสนขัน ระยะทางประมาณ 56 กิโลเมตร เส้นทางเหมาะสำหรับรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า หากเดินทางเป็นครอบครัวหรือหมู่คณะควรวางแผนเวลาให้เพียงพอ เพราะพื้นที่อยู่ห่างจากตัวเมืองพอสมควร และควรตรวจสอบสภาพรถให้พร้อมก่อนเดินทาง โดยเฉพาะหากต้องการต่อเส้นทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวอื่นในอำเภอทองแสนขันหรือกลับเข้าเมืองอุตรดิตถ์ในวันเดียว
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเข้าชมคือช่วงเช้าถึงช่วงบ่าย เพราะมีเวลาเดินชมพิพิธภัณฑ์ บ่อสำคัญ และพื้นที่โดยรอบได้อย่างครบถ้วน สถานที่เปิดทุกวันเวลา 08.00 – 17.00 น. ผู้ที่เดินทางในช่วงวันหยุดควรเผื่อเวลาเดินทางและควรเตรียมน้ำดื่ม หมวก หรือร่ม เนื่องจากบางส่วนเป็นพื้นที่กลางแจ้ง หากมาเป็นคณะนักเรียนหรือนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ ควรติดต่อสอบถามล่วงหน้าเพื่อความสะดวกในการเข้าชมและการรับข้อมูลจากหน่วยงานดูแลพื้นที่
ข้อควรปฏิบัติในการเยี่ยมชมคือควรเคารพพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์บริเวณศาลเจ้าพ่อบ่อเหล็กน้ำพี้ ไม่ปีนป่ายหรือเข้าไปในพื้นที่หวงห้าม ไม่เก็บเศษแร่หรือวัตถุใด ๆ ออกจากพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ทิ้งขยะ และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ การท่องเที่ยวอย่างเคารพช่วยให้บ่อเหล็กน้ำพี้ยังคงเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สมบูรณ์และสง่างามสำหรับคนรุ่นหลัง
เมื่อมาเที่ยวบ่อเหล็กน้ำพี้แล้ว นักท่องเที่ยวยังสามารถจัดเส้นทางต่อไปยังพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านบ่อเหล็กน้ำพี้ในพื้นที่เดียวกัน วัดและชุมชนใกล้เคียง หรือย้อนกลับเข้าเมืองอุตรดิตถ์เพื่อเที่ยวอนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหัก วัดท่าถนน หอวัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ และสถานีรถไฟอุตรดิตถ์ หากต้องการเส้นทางที่หลากหลายขึ้น สามารถต่อไปยังลับแลเพื่อชมพิพิธภัณฑ์เมืองลับแล ชิมอาหารพื้นบ้าน และเรียนรู้ตำนานเมืองลับแลได้ในอีกหนึ่งวัน
บ่อเหล็กน้ำพี้จึงเป็นสถานที่ที่มีคุณค่าอย่างยิ่งสำหรับการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เพราะรวมเอาเรื่องราวของแร่เหล็ก ศาสตราวุธ ราชสำนัก ช่างฝีมือ ความเชื่อท้องถิ่น และวิถีชีวิตชุมชนไว้ในพื้นที่เดียวกัน การมาเยือนที่นี่ช่วยให้เข้าใจว่าเหล็กน้ำพี้ไม่ได้เป็นเพียงวัตถุดิบสำหรับทำดาบ แต่เป็นสัญลักษณ์ของภูมิปัญญาไทย ความศรัทธา และความภาคภูมิใจของชาวอุตรดิตถ์ที่ควรได้รับการอนุรักษ์และส่งต่ออย่างถูกต้อง
| ชื่อสถานที่ | บ่อเหล็กน้ำพี้ / พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านบ่อเหล็กน้ำพี้ |
| ที่ตั้ง | หมู่ 1 บ้านน้ำพี้ ตำบลน้ำพี้ อำเภอทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์ |
| ที่อยู่ | บริเวณบ่อแร่เหล็กโบราณ ตำบลน้ำพี้ อำเภอทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์ 53230 |
| พิกัด | 17.540633, 100.299835 |
| ไฮไลต์ | แหล่งเหล็กกล้าโบราณที่เกี่ยวข้องกับการทำพระแสงดาบ พระขรรค์ และศาสตราวุธชั้นสูงของราชสำนักไทย |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | เป็นแหล่งแร่เหล็กสำคัญที่มีชื่อเสียงมาตั้งแต่โบราณ และได้รับการพัฒนาเป็นพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านบ่อเหล็กน้ำพี้ในปี พ.ศ. 2542 |
| บ่อสำคัญ | บ่อพระแสง และบ่อพระขรรค์ |
| ลักษณะเด่น | เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านโลหกรรมโบราณ ภูมิปัญญาช่างตีเหล็ก ความเชื่อเรื่องเจ้าพ่อบ่อเหล็กน้ำพี้ และประวัติศาสตร์ศาสตราวุธไทย |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองอุตรดิตถ์ใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 11 แล้วเข้าทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1245 ไปยังตำบลน้ำพี้ ระยะทางประมาณ 56 กิโลเมตร |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดดำเนินการ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านของจังหวัดอุตรดิตถ์ |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. |
| ค่าเข้า | คนละ 5 บาท |
| ผู้ดูแล | หน่วยงานราชการ / องค์การบริหารส่วนตำบลน้ำพี้ |
| เบอร์ติดต่อหลัก | องค์การบริหารส่วนตำบลน้ำพี้ โทร. 055-826-048, พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านบ่อเหล็กน้ำพี้ โทร. 0-1474-4089 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านบ่อเหล็กน้ำพี้ ประมาณ 0 กม. 2. ศาลเจ้าพ่อบ่อเหล็กน้ำพี้ ประมาณ 0 กม. 3. วัดคุ้งตะเภา ประมาณ 30 กม. 4. อนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหัก ประมาณ 35 กม. 5. วัดท่าถนน ประมาณ 36 กม. 6. หอวัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ ประมาณ 36 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. อาหารตามสั่ง บ่อเหล็กน้ำพี้ ประมาณ 1 กม. 2. บ้านเทียนหอม ประมาณ 31 กม. โทร. 085-541-6808, 064-569-2824 3. ร้านอาหารลมเย็น อุตรดิตถ์ ประมาณ 32 กม. โทร. 099-635-5141, 097-919-4198, 055-817-902 4. ร้านอาหารต้นตำรับ อุตรดิตถ์ ประมาณ 34 กม. โทร. 098-615-4449, 083-262-2635 5. ร้านอาหารหอมมะลิ อุตรดิตถ์ ประมาณ 35 กม. โทร. 081-336-8218 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. บ้าน ณ วันวานเกสต์เฮ้าส์ ทองแสนขัน ประมาณ 18 กม. โทร. 092-080-1059, 086-930-2197 2. โรงแรมอารีน่ารีสอร์ท อุตรดิตถ์ ประมาณ 31 กม. โทร. 055-414-939, 089-566-4327 3. ไทยมิตรรีสอร์ท ประมาณ 33 กม. โทร. 093-181-8228, 055-417-858 4. โรงแรมแกรนด์วนา ประมาณ 35 กม. โทร. 055-403-333 5. โรงแรมสีหราช อุตรดิตถ์ ประมาณ 36 กม. โทร. 055-832-790-7, 089-461-6339 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: บ่อเหล็กน้ำพี้อยู่ที่ไหน?
ตอบ: บ่อเหล็กน้ำพี้ตั้งอยู่ที่หมู่ 1 บ้านน้ำพี้ ตำบลน้ำพี้ อำเภอทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์ ห่างจากตัวเมืองอุตรดิตถ์ประมาณ 56 กิโลเมตร
ถาม: บ่อเหล็กน้ำพี้มีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: เป็นแหล่งเหล็กกล้าโบราณที่เกี่ยวข้องกับการทำพระแสงดาบ พระขรรค์ และศาสตราวุธสำคัญของราชสำนักไทย จึงมีคุณค่าทั้งด้านประวัติศาสตร์ ภูมิปัญญาช่างโลหะ และความเชื่อท้องถิ่น
ถาม: บ่อพระแสงกับบ่อพระขรรค์ต่างกันอย่างไร?
ตอบ: บ่อพระแสงเป็นบ่อสำคัญที่สงวนไว้สำหรับเหล็กที่ใช้ทำพระแสงดาบของพระมหากษัตริย์ ส่วนบ่อพระขรรค์เกี่ยวข้องกับแร่เหล็กที่ใช้ทำพระขรรค์และศาสตราวุธสำคัญ
ถาม: บ่อเหล็กน้ำพี้เปิดให้เข้าชมวันไหน?
ตอบ: เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
ถาม: บ่อเหล็กน้ำพี้เสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ค่าเข้าชมคนละ 5 บาท
ถาม: เดินทางไปบ่อเหล็กน้ำพี้อย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองอุตรดิตถ์ใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 11 แล้วเชื่อมต่อทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1245 ไปยังตำบลน้ำพี้ อำเภอทองแสนขัน
ถาม: ควรเที่ยวบ่อเหล็กน้ำพี้ร่วมกับที่ไหน?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านบ่อเหล็กน้ำพี้ ศาลเจ้าพ่อบ่อเหล็กน้ำพี้ อนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหัก วัดท่าถนน และหอวัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ได้
โทร : 055479135
หมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
กลุ่ม: ●ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ
ปรับปรุงล่าสุด : 4 เดือนที่แล้ว




