หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดบึงกาฬ >อ.เมืองบึงกาฬ >ต.หอคำ > แก่งอาฮง
TL;DR: แก่งอาฮง อยู่ที่บ้านอาฮง หมู่ 3 ตำบลไคสี อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ เปิดทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น. จุดเด่นคือ ฤดูน้ำหลากมีน้ำวนแรงเป็นรูปกรวยขนาดใหญ่ ฤดูน้ำลดช่วงเดือนมีนาคม – พฤษภาคมสามารถมองเห็นแก่งหินกลางลำน้ำโขงได้ชัดเจน.
แก่งอาฮง

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 06.00 – 18.00 น.
แก่งอาฮง จังหวัดบึงกาฬ เป็นแก่งหินกลางลำน้ำโขงที่ตั้งอยู่บริเวณหน้าวัดอาฮงศิลาวาส บ้านอาฮง หมู่ 3 ตำบลไคสี อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ ห่างจากตัวเมืองบึงกาฬประมาณ 20 – 21 กิโลเมตร เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่รวมความงามของธรรมชาติริมแม่น้ำโขง ความศรัทธาทางพระพุทธศาสนา ความเชื่อเรื่องพญานาค วิถีประมงพื้นบ้าน และปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคไว้ในพื้นที่เดียว แก่งอาฮงมีชื่อเสียงในฐานะจุดที่ชาวบ้านเชื่อว่าเป็น “สะดือแม่น้ำโขง” หรือบริเวณที่แม่น้ำโขงมีความลึกมากที่สุดแห่งหนึ่ง กระแสน้ำช่วงฤดูน้ำหลากจะไหลวนแรงเป็นรูปกรวยขนาดใหญ่ ส่วนช่วงฤดูแล้งประมาณเดือนมีนาคม – พฤษภาคมของทุกปี ระดับน้ำลดลงจนสามารถมองเห็นแก่งหินกลางลำน้ำโขงได้ชัดเจน
แก่งอาฮงเป็นสถานที่ที่มีความหมายมากกว่าจุดชมวิวริมแม่น้ำ เพราะภูมิประเทศของแก่งเกิดจากโขดหินธรรมชาติในลำน้ำโขงที่วางตัวอยู่ใต้น้ำและโผล่พ้นน้ำในช่วงฤดูแล้ง กระแสน้ำที่ไหลผ่านแนวหินทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงของผิวน้ำ เสียงน้ำ และทิศทางการไหลที่แตกต่างจากพื้นที่ริมโขงทั่วไป ในฤดูน้ำมาก กระแสน้ำจะไหลเชี่ยวและหมุนวนอย่างชัดเจน เมื่อน้ำวนรวมตัวเป็นรูปกรวยแล้วแตกตัวออก จะมีเสียงคล้ายกระแสน้ำกระทบหรือเซาะโขดหิน จากนั้นเมื่อน้ำเชี่ยวอีกระลอกไหลเข้ามา รูปกรวยน้ำวนจะค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นใหม่ เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ทำให้แก่งอาฮงมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
บริเวณหน้าแก่งมีแม่น้ำโขงกว้างประมาณ 300 เมตรในฤดูน้ำลด และกว้างประมาณ 400 เมตรในฤดูน้ำหลาก ภาพของสายน้ำกว้างใหญ่ โขดหินกลางน้ำ และวัดอาฮงศิลาวาสที่ตั้งอยู่ริมฝั่ง ทำให้พื้นที่นี้มีทั้งความงดงามและความขลังในเวลาเดียวกัน นักท่องเที่ยวที่มาในช่วงฤดูแล้งจะเห็นกลุ่มหินปรากฏขึ้นกลางลำน้ำ ส่วนผู้ที่มาในฤดูน้ำหลากจะเห็นพลังของกระแสน้ำโขงที่ไหลวนลึกและแรงกว่าเดิม ความงามของแก่งอาฮงจึงเปลี่ยนไปตามฤดูกาล และแต่ละช่วงให้ภาพของแม่น้ำโขงที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
ชื่อเรียกของโขดหินในแก่งอาฮงมีความน่าสนใจ เพราะชาวบ้านเรียกตามรูปร่างและลักษณะของหิน เช่น หินลิ้นนาค หินปลาเข้ และถ้ำปลาสวาย ชื่อเหล่านี้ช่วยสะท้อนวิธีที่คนท้องถิ่นมองธรรมชาติด้วยจินตนาการ ความเชื่อ และประสบการณ์จากการอยู่กับแม่น้ำมานาน โขดหินแต่ละกลุ่มไม่ใช่เพียงก้อนหินในน้ำ แต่เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องเล่า ภูมินาม และความทรงจำของชุมชนริมโขงที่สืบต่อกันมา
ความเชื่อเรื่องสะดือแม่น้ำโขงเป็นหัวใจสำคัญของแก่งอาฮง ชาวบ้านเชื่อว่าบริเวณหน้าวัดอาฮงศิลาวาสเป็นจุดลึกที่สุดของลำน้ำโขง และเป็นบริเวณที่มีถ้ำใต้น้ำเชื่อมโยงกับตำนานพญานาค ในบางเรื่องเล่ากล่าวว่าฝั่งประเทศลาวตรงข้ามวัดมีโขดหินใหญ่และถ้ำใต้น้ำซึ่งเป็นที่ชุมนุมของเหล่าพญานาค โดยเฉพาะในช่วงวันออกพรรษา พญานาคจะปล่อยลูกไฟขึ้นจากแม่น้ำโขงเพื่อเป็นพุทธบูชา ความเชื่อนี้ทำให้แก่งอาฮงกลายเป็นหนึ่งในจุดชมบั้งไฟพญานาคที่สำคัญของจังหวัดบึงกาฬ
ปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคบริเวณบ้านอาฮงจะมีผู้คนเดินทางมารอชมจำนวนมากในช่วงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 โดยเฉพาะปีที่ปฏิทินไทยและปฏิทินฝั่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวตรงกัน บรรยากาศในช่วงออกพรรษาจะคึกคักเป็นพิเศษ มีทั้งผู้มาทำบุญที่วัด ผู้มาชมแม่น้ำโขง ผู้ศรัทธาพญานาค และนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสประเพณีริมโขง แก่งอาฮงจึงเป็นพื้นที่ที่ธรรมชาติ ความเชื่อ และงานประเพณีมาบรรจบกันอย่างชัดเจน
วัดอาฮงศิลาวาสเป็นศาสนสถานสำคัญที่ตั้งอยู่คู่กับแก่งอาฮง วัดตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง มีพื้นที่กว้างขวางและร่มรื่น ภายในวัดมีพระอุโบสถหินอ่อนทรงไทยประยุกต์ซึ่งเป็นจุดเด่นด้านสถาปัตยกรรม ภายในประดิษฐานพระพุทธคุวานันท์ศาสดา พระพุทธรูปหล่อด้วยทองเหลืองที่มีลักษณะงดงามคล้ายพระพุทธชินราช ผู้มาเยือนมักเริ่มจากการสักการะพระประธานในอุโบสถ ก่อนเดินออกมาชมวิวริมแม่น้ำโขงและป้ายสะดือแม่น้ำโขงบริเวณหน้าวัด
ประวัติของวัดอาฮงศิลาวาสมีความสัมพันธ์กับการบูรณะวัดและศรัทธาของชุมชน เดิมพื้นที่นี้เคยเป็นวัดป่าและสำนักสงฆ์ในพื้นที่ร่มครึ้ม ต่อมาได้รับการบูรณะและพัฒนาให้เป็นวัดที่สมบูรณ์ขึ้น โดยมีพระนิเทศศาสนคุณ หรือหลวงพ่อสมาน สิริปญฺโญ เป็นพระเถระสำคัญที่มีบทบาทในการฟื้นฟูและพัฒนาวัดอาฮงศิลาวาสจนกลายเป็นศาสนสถานริมโขงที่เป็นที่รู้จักในปัจจุบัน ภายในวัดยังมีพระเจดีย์ศรีอาฮงและพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านให้ความเคารพ
บริเวณริมแม่น้ำภายในวัดจัดเป็นทางเดินชมวิวขนานไปกับแนวแม่น้ำโขง นักท่องเที่ยวสามารถยืนชมสายน้ำ มองไปยังฝั่งลาว และเห็นภูมิทัศน์ของแม่น้ำที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล ในวันที่ฟ้าเปิดจะมองเห็นฝั่งตรงข้ามได้ชัดเจนและสัมผัสความกว้างใหญ่ของลำน้ำโขงได้เต็มตา จุดชมวิวนี้เป็นพื้นที่ที่เหมาะสำหรับการถ่ายภาพ พักผ่อน และทำความเข้าใจตำแหน่งของแก่งอาฮงในฐานะจุดธรรมชาติสำคัญของแม่น้ำโขง
อุทยานหินภายในวัดเป็นอีกจุดที่น่าสนใจ เพราะมีกลุ่มหินธรรมชาติขนาดใหญ่ตั้งเรียงรายอยู่ในพื้นที่วัด รูปร่างของหินหลายก้อนดูแปลกตาและเชื่อมโยงกับจินตนาการแบบป่าหิมพานต์ เส้นทางชมอุทยานหินทำให้การเที่ยววัดอาฮงศิลาวาสมีมากกว่าการไหว้พระและชมแม่น้ำ เพราะผู้มาเยือนจะได้เห็นความงามของหินธรรมชาติบนฝั่งควบคู่กับโขดหินในลำน้ำโขง เป็นภาพสะท้อนว่าพื้นที่อาฮงมีลักษณะภูมิประเทศหินที่เด่นชัดทั้งบนบกและในน้ำ
พื้นที่แก่งอาฮงยังมีความสำคัญต่อวิถีประมงพื้นบ้าน ชาวบ้านรอบพื้นที่ใช้แม่น้ำโขงเป็นแหล่งอาหารและแหล่งอาชีพมาอย่างยาวนาน กระแสน้ำ โขดหิน ถ้ำใต้น้ำ และความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศทำให้พื้นที่นี้เกี่ยวข้องกับปลาน้ำโขงหลายชนิด รวมถึงเรื่องเล่าเกี่ยวกับปลาบึกและปลาสวาย แม้ปัจจุบันการท่องเที่ยวจะทำให้พื้นที่เป็นที่รู้จักมากขึ้น แต่แก่งอาฮงยังคงเป็นพื้นที่ชีวิตของชุมชนที่ผูกพันกับแม่น้ำอย่างลึกซึ้ง
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเที่ยวแก่งอาฮงขึ้นอยู่กับประสบการณ์ที่ต้องการ หากต้องการเห็นแก่งหินกลางลำน้ำโขง ควรมาในช่วงเดือนมีนาคม – พฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงฤดูน้ำลดและสามารถมองเห็นโขดหินได้ชัด หากต้องการชมพลังของน้ำวนและบรรยากาศน้ำโขงที่เต็มฝั่ง ฤดูน้ำหลากจะให้ภาพที่แตกต่างและทรงพลัง ส่วนผู้ที่ต้องการชมบั้งไฟพญานาคควรวางแผนมาในช่วงออกพรรษา โดยเฉพาะคืนวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้คนให้ความสนใจมากที่สุด
การเที่ยวแก่งอาฮงเหมาะกับนักท่องเที่ยวหลายกลุ่ม กลุ่มแรกคือผู้ที่สนใจธรรมชาติริมแม่น้ำโขง เพราะจะได้เห็นทั้งแก่งหิน น้ำวน และภูมิทัศน์กว้างใหญ่ของสายน้ำ กลุ่มที่สองคือผู้ที่สนใจศรัทธาและวัดริมโขง เพราะวัดอาฮงศิลาวาสมีพระอุโบสถหินอ่อน พระพุทธคุวานันท์ศาสดา พระเจดีย์ และพื้นที่สักการะพญานาค กลุ่มที่สามคือผู้ที่สนใจประเพณีบั้งไฟพญานาค และกลุ่มที่สี่คือครอบครัวหรือผู้สูงอายุที่ต้องการสถานที่ท่องเที่ยวเดินง่าย ไม่ไกลจากตัวเมือง และมีทั้งพื้นที่พักผ่อนกับจุดชมวิว
การเดินทาง จากตัวเมืองบึงกาฬไปแก่งอาฮงใช้ทางหลวงหมายเลข 212 เส้นทางไปจังหวัดหนองคาย ระยะทางประมาณ 20 – 21 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์ประมาณ 20 – 30 นาทีตามสภาพจราจร จุดหมายอยู่บริเวณวัดอาฮงศิลาวาส บ้านอาฮง ตำบลไคสี อำเภอเมืองบึงกาฬ เส้นทางเดินทางค่อนข้างสะดวก เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า รถจักรยานยนต์ หรือรถรับจ้างจากตัวเมืองบึงกาฬ ผู้ที่ไม่มีรถส่วนตัวควรตกลงค่าโดยสารและเวลารับกลับล่วงหน้า
เมื่อเดินทางถึงวัดอาฮงศิลาวาส นักท่องเที่ยวสามารถจอดรถในพื้นที่วัด แล้วเดินชมเป็นลำดับจากพระอุโบสถ พระพุทธคุวานันท์ศาสดา พระเจดีย์ศรีอาฮง พื้นที่สักการะพญานาค เส้นทางริมแม่น้ำโขง ป้ายสะดือแม่น้ำโขง และจุดชมแก่งอาฮง หากมีเวลาเพิ่มสามารถเดินชมอุทยานหินภายในวัดเพื่อเห็นมิติทางธรรมชาติของพื้นที่มากขึ้น การเดินชมทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 1 – 2 ชั่วโมงตามจังหวะการไหว้พระ ถ่ายภาพ และพักผ่อนริมแม่น้ำ
แก่งอาฮงไม่เก็บค่าเข้าชม นักท่องเที่ยวสามารถเข้าวัด สักการะพระ และชมวิวแม่น้ำโขงได้โดยไม่มีค่าบัตรผ่านประตู หากต้องการร่วมทำบุญหรือถวายปัจจัยเพื่อบำรุงวัด สามารถทำได้ตามกำลังศรัทธา ค่าใช้จ่ายหลักของการเที่ยวที่นี่จึงเป็นค่าเดินทาง อาหาร เครื่องดื่ม ของฝาก หรือค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่น ๆ ทำให้แก่งอาฮงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เข้าถึงง่ายทั้งสำหรับคนบึงกาฬ นักท่องเที่ยวไทย และชาวต่างชาติ
ข้อควรปฏิบัติเมื่อมาเที่ยวแก่งอาฮงคือควรแต่งกายสุภาพเพราะพื้นที่หลักอยู่ในวัด ไม่ส่งเสียงดังในเขตศาสนสถาน ไม่ปีนป่ายโขดหินหรือแนวตลิ่งที่เสี่ยงอันตราย ไม่ลงเล่นน้ำบริเวณกระแสน้ำเชี่ยว และไม่ทิ้งขยะลงแม่น้ำหรือพื้นที่วัด ช่วงฤดูน้ำหลากควรชมกระแสน้ำจากจุดที่ปลอดภัยเท่านั้น เพราะแม่น้ำโขงบริเวณนี้มีน้ำลึกและกระแสน้ำไหลแรงเป็นพิเศษ
ช่วงเทศกาลออกพรรษาและคืนชมบั้งไฟพญานาคควรวางแผนเดินทางล่วงหน้า เพราะจะมีผู้คนจำนวนมากเข้ามาในพื้นที่บ้านอาฮงและวัดอาฮงศิลาวาส ควรเผื่อเวลาเดินทาง หาที่จอดรถ และเลือกจุดชมวิวที่ปลอดภัย บรรยากาศในช่วงเทศกาลมีความคึกคักมากกว่าปกติ แต่ยังควรรักษาความสงบในเขตวัดและเคารพพื้นที่ของชุมชน เพราะบริเวณนี้เป็นทั้งสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และพื้นที่อยู่อาศัยของชาวบ้าน
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการจัดเส้นทางเที่ยวต่อ แก่งอาฮงสามารถเชื่อมกับสถานที่ใกล้เคียงได้หลายแห่ง หากเที่ยวแบบครึ่งวัน สามารถเริ่มจากตัวเมืองบึงกาฬ แวะศาลเจ้าแม่สองนาง ถนนคนเดินริมโขงหรือตลาดไทย-ลาวในวันที่เปิดตลาด แล้วต่อมายังแก่งอาฮงช่วงบ่ายหรือเย็น หากมีเวลามากขึ้นสามารถเดินทางต่อไปยังหนองกุดทิง วัดโพธาราม หินสามวาฬ ภูสิงห์ หรือเส้นทางธรรมชาติอื่นของจังหวัดบึงกาฬได้
ในด้านอาหาร ร้านใกล้แก่งอาฮงที่เข้ากับบรรยากาศที่สุดคือร้านริมโขงบริเวณใกล้วัด ซึ่งมีเมนูปลาน้ำโขง อาหารไทย และอาหารตามสั่ง นักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลาไหว้พระ ชมแก่ง แล้วรับประทานอาหารริมแม่น้ำได้ในทริปเดียว หากต้องการตัวเลือกร้านอาหารมากขึ้น สามารถกลับเข้าเมืองบึงกาฬ ซึ่งมีทั้งร้านอาหารริมโขง คาเฟ่ ร้านอาหารอีสาน และร้านอาหารสำหรับครอบครัวหลายแห่ง
ในด้านที่พัก ตัวเลือกส่วนใหญ่ที่สะดวกที่สุดอยู่ในตัวเมืองบึงกาฬ เพราะเดินทางไปแก่งอาฮงได้ภายในเวลาประมาณครึ่งชั่วโมงและสามารถต่อเส้นทางเที่ยวอื่นได้ง่าย โรงแรมในเมืองเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกด้านร้านอาหาร ตลาด ริมโขง และการเดินทาง ส่วนผู้ที่ต้องการบรรยากาศใกล้ธรรมชาติอาจเลือกที่พักแนวรีสอร์ทหรือคาเฟ่รีสอร์ทตามเส้นทางไปอำเภอปากคาดและหนองคายได้ตามแผนการเดินทาง
สำหรับชาวต่างชาติ แก่งอาฮงสามารถอธิบายได้ว่าเป็น natural rock rapid in the Mekong River และเป็นจุดที่คนท้องถิ่นเรียกว่า navel of the Mekong River ตั้งอยู่หน้าวัดอาฮงศิลาวาสซึ่งเป็น Buddhist temple ริมแม่น้ำโขง จุดสำคัญของการมาเยือนคือการเห็นความสัมพันธ์ของแม่น้ำ วัด ความเชื่อเรื่องพญานาค และชีวิตชุมชนริมโขงในพื้นที่เดียว ผู้มาเยือนจากต่างประเทศควรเข้าใจว่าที่นี่ไม่ใช่เพียงจุดชมวิวธรรมชาติ แต่เป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของชุมชนที่มีมิติทางศาสนาและวัฒนธรรมควบคู่กัน
เสน่ห์ของแก่งอาฮงอยู่ที่ความสมดุลระหว่างพลังของแม่น้ำกับความสงบของวัด เมื่อยืนอยู่ริมฝั่งจะเห็นสายน้ำโขงไหลกว้างใหญ่ ขณะเดียวกันด้านหลังคือพระอุโบสถ พระพุทธรูป และพื้นที่วัดที่ร่มรื่น ความต่างระหว่างกระแสน้ำที่เคลื่อนไหวกับศาสนสถานที่นิ่งสงบ ทำให้แก่งอาฮงเป็นสถานที่ที่มีบรรยากาศเฉพาะตัวอย่างมาก เป็นทั้งจุดพักใจ จุดชมธรรมชาติ จุดเรียนรู้ความเชื่อ และจุดเชื่อมโยงวิถีริมโขงของบึงกาฬ
โดยสรุป แก่งอาฮงเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญที่ควรอยู่ในแผนเที่ยวบึงกาฬ เพราะมีครบทั้งแก่งหินกลางแม่น้ำโขง จุดชมสะดือแม่น้ำโขง วัดอาฮงศิลาวาส พระพุทธคุวานันท์ศาสดา พระเจดีย์ศรีอาฮง อุทยานหิน ความเชื่อเรื่องพญานาค ปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค และวิถีประมงพื้นบ้าน สถานที่แห่งนี้ช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจบึงกาฬในฐานะจังหวัดริมแม่น้ำโขงที่มีทั้งธรรมชาติ ศรัทธา วัฒนธรรม และชีวิตชุมชนผูกพันกันอย่างลึกซึ้ง
| ชื่อสถานที่ | แก่งอาฮง / วัดอาฮงศิลาวาส |
| ที่ตั้ง | บ้านอาฮง หมู่ 3 ตำบลไคสี อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ |
| ที่อยู่ | วัดอาฮงศิลาวาส บ้านอาฮง หมู่ 3 ตำบลไคสี อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ 38000 |
| ไฮไลต์ | แก่งหินกลางแม่น้ำโขง จุดชมสะดือแม่น้ำโขง พระอุโบสถหินอ่อน พระพุทธคุวานันท์ศาสดา พระเจดีย์ศรีอาฮง อุทยานหิน และจุดชมบั้งไฟพญานาคช่วงออกพรรษา |
| ประวัติ / ความสำคัญ | เป็นแก่งหินธรรมชาติในแม่น้ำโขงบริเวณหน้าวัดอาฮงศิลาวาส เชื่อกันว่าเป็นจุดลึกที่สุดของแม่น้ำโขงและเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับตำนานพญานาคและปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค |
| ที่มาของชื่อ | คำว่า แก่งอาฮง มาจากกลุ่มแก่งหินธรรมชาติในลำน้ำโขงบริเวณบ้านอาฮง ส่วนวัดอาฮงศิลาวาสตั้งชื่อตามสภาพพื้นที่ที่อยู่ใกล้แก่งอาฮงและโขดหินริมแม่น้ำ |
| ลักษณะเด่น | ฤดูน้ำหลากมีน้ำวนแรงเป็นรูปกรวยขนาดใหญ่ ฤดูน้ำลดช่วงเดือนมีนาคม – พฤษภาคมสามารถมองเห็นแก่งหินกลางลำน้ำโขงได้ชัดเจน กลุ่มหินมีชื่อเรียกตามลักษณะ เช่น หินลิ้นนาค หินปลาเข้ และถ้ำปลาสวาย |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองบึงกาฬใช้ทางหลวงหมายเลข 212 เส้นทางไปจังหวัดหนองคาย ระยะทางประมาณ 20 – 21 กม. ใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์ประมาณ 20 – 30 นาที |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวริมแม่น้ำโขงและศาสนสถานสำคัญของอำเภอเมืองบึงกาฬ |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 06.00 – 18.00 น. |
| ค่าเข้า | ไม่เสียค่าเข้าชม สามารถร่วมทำบุญได้ตามกำลังศรัทธา |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ลานจอดรถ พื้นที่ไหว้พระ ทางเดินริมแม่น้ำโขง จุดชมวิว ป้ายสะดือแม่น้ำโขง ห้องน้ำ ร้านอาหารใกล้เคียง และพื้นที่พักผ่อนในวัด |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | 1. พระอุโบสถหินอ่อน 2. พระพุทธคุวานันท์ศาสดา 3. พระเจดีย์ศรีอาฮง 4. จุดชมสะดือแม่น้ำโขง 5. ทางเดินริมแม่น้ำโขง 6. อุทยานหินอาฮง 7. พื้นที่สักการะพญานาคและเทพธิดาสะดือแม่น้ำโขง 8. จุดชมบั้งไฟพญานาคช่วงออกพรรษา |
| เจ้าอาวาส / ผู้ดูแลทางศาสนา | พระนิเทศศาสนคุณ (สมาน สิริปญฺโญ ป.ธ.5) วัดอาฮงศิลาวาส |
| เบอร์ติดต่อหลัก | วัดอาฮงศิลาวาส โทร. 043-873-480 |
| เว็บไซต์ / แหล่งข้อมูลทางการ | ฐานข้อมูลการท่องเที่ยวประเทศไทย, ททท., อพท. และทำเนียบพระสังฆาธิการ |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดอาฮงศิลาวาส ประมาณ 0 กม. 2. อุทยานหินอาฮง ประมาณ 0 กม. 3. ศาลเจ้าแม่สองนาง ประมาณ 21 กม. 4. ตลาดไทย-ลาว บึงกาฬ ประมาณ 21 กม. 5. ถนนคนเดินริมโขงบึงกาฬ ประมาณ 21 กม. 6. หนองกุดทิง ประมาณ 25 กม. 7. วัดโพธาราม หรือวัดหลวงพ่อพระใหญ่ ประมาณ 28 กม. 8. หินสามวาฬ / ภูสิงห์ ประมาณ 60 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านอาหารลุงสมภาร (ปลาน้ำโขง) ประมาณ 0.3 กม. โทร. 086-021-7745 2. ครัวแม่พิม ริมโขง ประมาณ 0.3 กม. โทร. 081-184-2418, 090-945-4485 3. Mushroom Cafe & Co-Working Space ประมาณ 19 กม. โทร. 084-030-0110 4. Riverside Restaurant & Bar Bungkan ประมาณ 20 กม. โทร. 087-222-9899 5. ตำยำยั่ว by มิกิ สาขาริมโขงบึงกาฬ ประมาณ 20 กม. โทร. 082-689-1316 6. น้อยส้มตำหน้าโรงพยาบาลบึงกาฬ ประมาณ 21 กม. โทร. 081-546-7734 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. กว้างคูณยาว คาเฟ่ & รีสอร์ท บึงกาฬ ประมาณ 22 กม. 2. The One Hotel Bueng Kan ประมาณ 21 กม. โทร. 042-492-234 3. B2 Bueng Kan Boutique and Budget Hotel ประมาณ 20 กม. โทร. 052-009-161, 088-263-2897 4. The Wisdom Residence ประมาณ 22 กม. โทร. 042-086-977 5. BK Place Hotel ประมาณ 24 กม. โทร. 085-005-0589, 099-638-0988, 042-491-805, 042-491-027 6. M Grand Hotel ประมาณ 28 กม. โทร. 095-146-5363 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: แก่งอาฮงอยู่ที่ไหน?
ตอบ: แก่งอาฮงตั้งอยู่บริเวณหน้าวัดอาฮงศิลาวาส บ้านอาฮง หมู่ 3 ตำบลไคสี อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ ห่างจากตัวเมืองบึงกาฬประมาณ 20 – 21 กิโลเมตร
ถาม: แก่งอาฮงเปิดให้เที่ยววันไหน?
ตอบ: เปิดให้เที่ยวทุกวันในฐานะศาสนสถานและจุดชมวิวริมแม่น้ำโขง
ถาม: แก่งอาฮงเปิดกี่โมง?
ตอบ: เวลาเปิดทำการสำหรับการเข้าชมโดยทั่วไปคือ 06.00 – 18.00 น.
ถาม: แก่งอาฮงเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เสียค่าเข้าชม ผู้มาเยือนสามารถร่วมทำบุญกับวัดได้ตามกำลังศรัทธา
ถาม: ทำไมแก่งอาฮงจึงเรียกว่าสะดือแม่น้ำโขง?
ตอบ: เพราะชาวบ้านเชื่อว่าบริเวณหน้าแก่งอาฮงเป็นจุดที่ลึกที่สุดของแม่น้ำโขง มีน้ำไหลวนแรงเป็นรูปกรวยในฤดูน้ำหลาก และมีตำนานเชื่อมโยงกับพญานาค
ถาม: ช่วงไหนเหมาะที่สุดสำหรับชมแก่งอาฮง?
ตอบ: หากต้องการเห็นแก่งหินกลางน้ำควรมาช่วงเดือนมีนาคม – พฤษภาคม ส่วนผู้ที่ต้องการชมบั้งไฟพญานาคควรมาช่วงออกพรรษา วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11
ถาม: ภายในวัดอาฮงศิลาวาสมีอะไรน่าสนใจ?
ตอบ: มีพระอุโบสถหินอ่อน พระพุทธคุวานันท์ศาสดา พระเจดีย์ศรีอาฮง อุทยานหิน จุดชมสะดือแม่น้ำโขง และพื้นที่สักการะพญานาค
ถาม: เที่ยวแก่งอาฮงแล้วควรไปที่ไหนต่อ?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่ศาลเจ้าแม่สองนาง ตลาดไทย-ลาว ถนนคนเดินริมโขงบึงกาฬ หนองกุดทิง วัดโพธาราม หินสามวาฬ และภูสิงห์ได้
หมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
กลุ่ม: ●แม่น้ำลำคลอง
ปรับปรุงล่าสุด : 3 สัปดาห์ที่แล้ว




