หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดบึงกาฬ >อ.เมืองบึงกาฬ >ต.บึงกาฬ > ศาลเจ้าแม่สองนาง
TL;DR: ศาลเจ้าแม่สองนาง อยู่ที่หมู่ที่ 1 บ้านบึงกาฬกลาง ตำบลบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ 38000 เปิดทุกวัน เวลา 07.30 – 19.00 น. จุดเด่นคือ เป็นศาลชุมชนที่เชื่อมโยงความศรัทธา วิถีชีวิตริมแม่น้ำโขง การเกษตร การประมง และพิธีบวงสรวงตามฤดูกาลของชาวบึงกาฬ.
ศาลเจ้าแม่สองนาง

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 07.30 – 19.00 น.
ศาลเจ้าแม่สองนาง จังหวัดบึงกาฬ เป็นศาลศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองที่ผูกพันกับวิถีชีวิตของชาวเมืองบึงกาฬมายาวนาน ตั้งอยู่บริเวณหมู่ที่ 1 บ้านบึงกาฬกลาง ตำบลบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ 38000 ใจกลางเมืองและอยู่ใกล้โรงพยาบาลบึงกาฬ จึงเป็นจุดสักการะที่เดินทางสะดวก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการไหว้ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนเดินทางต่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวริมแม่น้ำโขง วัดสำคัญ พื้นที่ชุ่มน้ำ และสถานที่ทางวัฒนธรรมของจังหวัดบึงกาฬ
ศาลแห่งนี้เป็นศูนย์รวมความศรัทธาที่มีความสำคัญต่อผู้คนริมแม่น้ำโขง เพราะชุมชนบึงกาฬมีชีวิตสัมพันธ์กับน้ำมาโดยตลอด ทั้งการทำประมง การเกษตร การเดินเรือ การค้าขาย และการดำรงชีวิตริมฝั่งโขง ความเชื่อเกี่ยวกับเจ้าแม่สองนางจึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องการขอพรเฉพาะบุคคล แต่ยังสะท้อนระบบความคิดของชุมชนที่ให้ความเคารพต่อสายน้ำ ธรรมชาติ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และกฎจารีตที่ช่วยประคับประคองความสัมพันธ์ของคนในพื้นที่ให้ดำเนินไปอย่างมีระเบียบ
สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจบึงกาฬให้ลึกกว่าการเที่ยวชมวิวแม่น้ำโขง ศาลเจ้าแม่สองนางเป็นจุดเริ่มต้นที่เหมาะมาก เพราะที่นี่ช่วยอธิบายให้เห็นว่าผู้คนในเมืองชายแดนริมโขงมองสายน้ำอย่างไร แม่น้ำโขงไม่ได้เป็นเพียงฉากหลังของเมือง แต่เป็นเส้นชีวิต เป็นทางเดินทาง เป็นแหล่งอาหาร เป็นพื้นที่ค้าขาย และเป็นพื้นที่ของความเชื่อ เมื่อเกิดอันตรายกับผู้ประกอบอาชีพทางน้ำ หรือเกิดเหตุสูญเสียในลำน้ำ ชุมชนจึงตีความเหตุการณ์เหล่านั้นผ่านความเชื่อเรื่องเทพเจ้าทางน้ำและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คอยปกปักรักษา
เรื่องเล่าที่เป็นแกนสำคัญของศาลเจ้าแม่สองนางเกี่ยวข้องกับเจ้าปู่ผ้าขาวกุดทิงและครอบครัวของชีผ้าขาวพรม ตามคำบอกเล่าที่สืบต่อกันมาในชุมชนบึงกาฬเหนือ ช่วงเวลาที่ผู้คนอพยพหนีภัยสงครามเข้ามาตามลำน้ำโขง มีคนกลุ่มหนึ่งมาตั้งถิ่นฐานบริเวณแหล่งน้ำบึงกาฬ ซึ่งเป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ เหมาะแก่การดำรงชีวิต ทำการเกษตร และทำประมง กลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานมีต้นตระกูลหลัก เช่น ขุนหาร ญาพ่อพรม และญาพ่อโพธิ์ ต่อมาพื้นที่บริเวณนี้ค่อย ๆ เติบโตเป็นชุมชน มีการแบ่งคุ้มตามทิศ ทั้งคุ้มเหนือ คุ้มกลาง และคุ้มใต้
พ่อเฒ่าพรมเป็นบุคคลสำคัญในเรื่องเล่าชุมชน เพราะเป็นผู้มีวิชาอาคมและมีบทบาทในการช่วยเหลือผู้คนที่เจ็บป่วยหรือได้รับความเดือดร้อน ในช่วงเดินทางอพยพตามลำน้ำโขง ภรรยาของพ่อเฒ่าพรมเสียชีวิตจากความชราภาพ ทำให้พ่อเฒ่าพรมออกบำเพ็ญตนเป็นชีผ้าขาว เมื่อเดินทางมาถึงบึงกาฬจึงตั้งถิ่นฐานอยู่บริเวณคุ้มกลาง และมีความเกี่ยวข้องกับพื้นที่กุดทิง ซึ่งในอดีตเป็นป่ารกทึบและมีความเชื่อเรื่องภูตผีปีศาจ ชาวบ้านจึงเชิญพ่อเฒ่าพรมไปอยู่บริเวณดอนหอใกล้กุดทิงเพื่อช่วยปราบสิ่งไม่ดีและคุ้มครองพื้นที่
เมื่อต่อมาพ่อเฒ่าพรมเสียชีวิตจากความชราภาพ ชาวบ้านได้ร่วมกันสร้างศาลให้เป็นที่สถิตของดวงวิญญาณชีผ้าขาวพรม ส่วนลูกสาว 2 คนของชีผ้าขาวพรม คือ นางสาวเภาและนางสาวเหลา ได้ดำเนินชีวิตอยู่ในชุมชนจนถึงวัยชราและเสียชีวิตลงเช่นกัน ชาวบ้านจึงพร้อมใจกันสร้างศาลเพื่อเป็นที่อยู่ของดวงวิญญาณของทั้งสองคน และเรียกขานกันว่า “ศาลสองนาง” ต่อเนื่องมาจนเป็นที่รู้จักในปัจจุบันในชื่อศาลเจ้าแม่สองนาง
ความศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าแม่สองนางปรากฏอยู่ในความทรงจำของชาวบ้านหลายด้าน ทั้งเรื่องการช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก การคุ้มครองผู้เดินทาง การปกปักรักษาผู้ประกอบอาชีพทางน้ำ การขอพรให้สุขภาพแข็งแรง การขอให้ครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุข และการขอให้กิจการหรือหน้าที่การงานประสบผลสำเร็จ ด้วยเหตุนี้ศาลเจ้าแม่สองนางจึงเป็นสถานที่ที่ประชาชนในจังหวัดบึงกาฬและผู้เดินทางผ่านเมืองบึงกาฬนิยมแวะสักการะอย่างต่อเนื่อง
สิ่งที่ทำให้ศาลเจ้าแม่สองนางแตกต่างจากศาลทั่วไปคือบทบาทของศาลในฐานะพื้นที่ทางวัฒนธรรมของเมืองริมโขง ผู้มาเยือนไม่ได้มาที่นี่เพียงเพื่อไหว้ขอพร แต่ยังได้สัมผัสความเชื่อที่แสดงให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างคนกับแม่น้ำ คนกับพื้นที่ และคนกับจารีตชุมชน ความเชื่อนี้ช่วยสร้างกรอบการปฏิบัติให้คนในพื้นที่เคารพธรรมชาติ ไม่ล่วงล้ำพื้นที่สาธารณะ คูคลอง และแหล่งน้ำ เพราะเชื่อว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์คอยดูแลรักษาพื้นที่เหล่านี้อยู่
ในด้านประเพณี ศาลเจ้าแม่สองนางมีพิธีบวงสรวงสักการะที่สืบทอดมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีแนวปฏิบัติสำคัญคือ “วันเลี้ยงลง” และ “วันเลี้ยงขึ้น” วันเลี้ยงลงเป็นพิธีบวงสรวงก่อนลงมือทำนาในช่วงฤดูฝน ประมาณเดือน 6 ตามปฏิทินจันทรคติ เพื่อขอให้เจ้าแม่สองนางช่วยดูแลน้ำ ฟ้าฝน และปกป้องผลผลิตจากสิ่งรบกวน ส่วนวันเลี้ยงขึ้นเป็นพิธีหลังการเก็บเกี่ยว เพื่อขอบคุณเจ้าแม่สองนางที่ช่วยดูแลรักษาผลผลิตจนเสร็จสิ้นฤดูกาล
นอกจากพิธีตามฤดูกาลแล้ว ชุมชนยังมีพิธีบวงสรวงสักการะประจำปีในช่วงเดือนพฤศจิกายน โดยกำหนดให้ผู้ศรัทธาจากหลากหลายอาชีพมาร่วมสักการะ เจตนาของงานไม่ได้จำกัดเฉพาะการขอพรส่วนตัว แต่เป็นการรวมพลังของชุมชนเพื่อแสดงความกตัญญูต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ รักษาความทรงจำร่วม และส่งต่อประเพณีให้คนรุ่นใหม่ งานประจำปีจึงเป็นทั้งพิธีกรรม ศูนย์รวมใจ และพื้นที่แสดงอัตลักษณ์ของชาวบึงกาฬ
การไหว้สักการะศาลเจ้าแม่สองนางโดยทั่วไปเหมาะกับผู้ที่ต้องการขอพรเรื่องความปลอดภัยในการเดินทาง ความเป็นสิริมงคล สุขภาพ ครอบครัว โชคลาภ และความราบรื่นในการประกอบอาชีพ ผู้เดินทางที่มาเที่ยวบึงกาฬมักแวะไหว้ก่อนออกเดินทางไปยังวัดโพธาราม หนองกุดทิง แก่งอาฮง หรือพื้นที่ธรรมชาติของจังหวัด เพราะศาลอยู่ในตัวเมืองและใช้เวลาแวะไม่นาน แต่ให้ความรู้สึกเชื่อมโยงกับเมืองบึงกาฬได้อย่างชัดเจน
บรรยากาศรอบศาลมีลักษณะเป็นพื้นที่เมืองที่เข้าถึงง่าย อยู่ใกล้ถนนสายหลัก ย่านชุมชน โรงพยาบาล สถานที่ราชการ และจุดพักระหว่างทาง ผู้ที่เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสามารถใช้เส้นทางในตัวเมืองบึงกาฬมายังบริเวณหน้าโรงพยาบาลบึงกาฬได้สะดวก ส่วนผู้ที่เดินทางโดยรถโดยสารสามารถลงที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดบึงกาฬแล้วต่อรถรับจ้างหรือรถท้องถิ่นเข้าสู่พื้นที่ศาลได้ ใช้เวลาไม่นานเพราะศาลตั้งอยู่ในเขตเมือง
การเดินทาง ไปศาลเจ้าแม่สองนางเหมาะสำหรับการจัดเป็นจุดแรกของทริปบึงกาฬ หากเดินทางจากตัวเมืองหรือสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดบึงกาฬ ให้มุ่งหน้าเข้าย่านโรงพยาบาลบึงกาฬและถนนเจ้าแม่สองนาง บริเวณศาลอยู่ในเขตชุมชนที่สังเกตได้ง่าย หากขับรถจากเส้นทางริมแม่น้ำโขงสามารถแวะศาลก่อนเดินทางต่อไปยังถนนคนเดินริมโขง ตลาดไทย-ลาว วัดโพธาราม หรือหนองกุดทิงได้ในวันเดียวกัน
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาไหว้คือช่วงเช้าหรือเย็น เพราะอากาศไม่ร้อนมากและเหมาะกับการเดินทางต่อไปยังจุดชมวิวริมแม่น้ำโขง หากตั้งใจมาเก็บบรรยากาศเชิงวัฒนธรรม ควรวางแผนมาในช่วงที่เมืองมีกิจกรรมหรือใกล้ช่วงพิธีสักการะประจำปีในเดือนพฤศจิกายน แต่สำหรับการไหว้ขอพรทั่วไปสามารถมาได้ทุกวันตามเวลาเปิดทำการ ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ สำรวมกิริยา และใช้พื้นที่สักการะด้วยความเคารพต่อชาวบ้านที่ถือศาลแห่งนี้เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมือง
ในเชิงวัฒนธรรม ศาลเจ้าแม่สองนางช่วยให้เข้าใจตัวตนของจังหวัดบึงกาฬในมิติที่ลึกกว่าภาพจำเรื่องภูทอก หินสามวาฬ หรือแม่น้ำโขง ที่นี่เป็นหลักฐานทางความเชื่อของชุมชนเมืองชายแดนที่เติบโตมากับสายน้ำและการอพยพของผู้คน เรื่องเล่าของเจ้าแม่สองนางผูกโยงกับการตั้งถิ่นฐาน การปราบสิ่งไม่ดี การสร้างชุมชน การเคารพพื้นที่น้ำ และการยึดถือศีลธรรมของคนในท้องถิ่น
สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย ศาลเจ้าแม่สองนางเป็นสถานที่ที่ควรแวะเมื่อมาเยือนบึงกาฬ เพราะใช้เวลาไม่มากแต่ให้ภาพรวมของเมืองได้ดี ส่วนชาวต่างชาติที่สนใจวัฒนธรรมไทยสามารถมองที่นี่เป็นตัวอย่างของ local shrine หรือ sacred community shrine ที่สะท้อนความเชื่อของชุมชนริมแม่น้ำโขงได้ชัดเจน การอธิบายศาลนี้ให้ชาวต่างชาติเข้าใจควรเน้นว่าศาลไม่ได้เป็นวัดพุทธโดยตรง แต่เป็นศาลศักดิ์สิทธิ์ของชุมชนที่เชื่อมโยงกับบรรพบุรุษ วิญญาณผู้คุ้มครองพื้นที่ และพิธีกรรมตามฤดูกาลของชาวบึงกาฬ
เมื่อรวมกับแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง ศาลเจ้าแม่สองนางสามารถจัดอยู่ในเส้นทางเที่ยวเมืองบึงกาฬแบบครึ่งวันหรือ 1 วันได้อย่างดี เริ่มจากไหว้ศาลในตัวเมือง แวะเดินริมโขงหรือถนนคนเดินบึงกาฬ ชมวัดโพธารามและหลวงพ่อพระใหญ่ ต่อด้วยหนองกุดทิงซึ่งเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำสำคัญระดับโลก หากมีเวลามากขึ้นสามารถขับรถต่อไปยังแก่งอาฮง วัดอาฮงศิลาวาส หินสามวาฬ หรือวัดภูทอกในอำเภอศรีวิไลและอำเภอใกล้เคียง
ในแง่การวางแผนเที่ยวจริง นักท่องเที่ยวควรใช้ศาลเจ้าแม่สองนางเป็นจุดตั้งต้นในตัวเมือง เพราะรอบพื้นที่มีร้านอาหาร ร้านกาแฟ ที่พัก โรงพยาบาล และสถานีขนส่งอยู่ไม่ไกล เหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางมากับครอบครัว ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีเวลาจำกัด หากต้องการพักในเมืองเพื่อเดินทางต่อในวันรุ่งขึ้น มีที่พักหลายแห่งในเขตเมืองบึงกาฬที่เข้าถึงศาลได้สะดวก เช่น The One Hotel Bueng Kan, B2 Bueng Kan Boutique and Budget Hotel, The Wisdom Residence, Century Grand Hotel และ M Grand Hotel
จุดเด่นอีกประการของศาลแห่งนี้คือความเป็นพื้นที่ศรัทธาที่ยังมีชีวิต ไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวที่เหลือเพียงเรื่องเล่าในอดีต พิธีประจำปี การไหว้ของประชาชน การดูแลจากองค์กรท้องถิ่น และการกล่าวถึงในฐานะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ล้วนทำให้ศาลเจ้าแม่สองนางเป็นสถานที่ที่มีบทบาทจริงในสังคมบึงกาฬปัจจุบัน ผู้มาเยือนจึงควรมองศาลแห่งนี้ในฐานะหัวใจวัฒนธรรมของเมือง ไม่ใช่เพียงจุดเช็กอินระหว่างทาง
หากเดินทางมาในช่วงปกติ ผู้มาไหว้สามารถใช้เวลาไม่นานในการสักการะและถ่ายภาพบรรยากาศภายนอกอย่างเหมาะสม แต่หากมาในช่วงงานประจำปีควรเผื่อเวลาเพิ่ม เพราะมีประชาชนเข้าร่วมจำนวนมาก มีพิธีบวงสรวง พิธีทำบุญ และการแสดงออกทางวัฒนธรรมของชุมชน การเข้าร่วมช่วงงานจะช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างศาลกับชาวบึงกาฬอย่างชัดเจนที่สุด
สำหรับการเคารพสถานที่ ควรไหว้ด้วยความสุภาพ หลีกเลี่ยงการส่งเสียงดังหรือทำพฤติกรรมที่รบกวนผู้มาสักการะคนอื่น ไม่ควรวางของไหว้กีดขวางทางเดิน และควรช่วยรักษาความสะอาดบริเวณศาล เพราะศาลเจ้าแม่สองนางเป็นพื้นที่สาธารณะทางศรัทธาที่คนในท้องถิ่นให้ความสำคัญ การปฏิบัติตัวด้วยความเคารพจะทำให้การเยือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้สมบูรณ์ทั้งในมิติการท่องเที่ยวและมิติทางวัฒนธรรม
กล่าวโดยสรุป ศาลเจ้าแม่สองนางคือสถานที่ที่ทำให้เข้าใจบึงกาฬผ่านความเชื่อของคนริมโขงได้อย่างชัดเจนที่สุดแห่งหนึ่ง เป็นศาลที่มีทั้งเรื่องเล่า ประวัติชุมชน พิธีกรรม ความศรัทธา และบทบาทร่วมสมัยในชีวิตของชาวบึงกาฬ ผู้ที่มาเยือนจะได้สัมผัสบึงกาฬในมุมที่สงบ ลึก และมีความหมาย ก่อนต่อยอดการเดินทางไปยังธรรมชาติ วัดเก่าแก่ ตลาด และวิถีชีวิตริมแม่น้ำโขงของจังหวัดชายแดนแห่งนี้
| ชื่อสถานที่ | ศาลเจ้าแม่สองนาง |
| ที่ตั้ง | หมู่ที่ 1 บ้านบึงกาฬกลาง ตำบลบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ 38000 |
| ที่อยู่ | บริเวณหน้าโรงพยาบาลบึงกาฬ ในเขตตลาดอำเภอเมืองบึงกาฬ |
| ไฮไลต์ | ศาลศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองบึงกาฬ ศูนย์รวมศรัทธาของชุมชนริมแม่น้ำโขง และสถานที่ขอพรเพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง สุขภาพ โชคลาภ และความเป็นสิริมงคล |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | เกี่ยวข้องกับเรื่องเล่าการตั้งถิ่นฐานของชุมชนบึงกาฬริมแม่น้ำโขง เจ้าปู่ผ้าขาวกุดทิง ชีผ้าขาวพรม และลูกสาว 2 คน คือ นางสาวเภาและนางสาวเหลา ซึ่งชาวบ้านสร้างศาลให้เป็นที่สถิตของดวงวิญญาณและเรียกขานว่า ศาลสองนาง |
| ที่มาของชื่อ | มาจากลูกสาว 2 คนของชีผ้าขาวพรม คือ นางสาวเภาและนางสาวเหลา ชาวบ้านจึงเรียกศาลแห่งนี้ว่า ศาลสองนาง ก่อนเป็นที่รู้จักในชื่อศาลเจ้าแม่สองนาง |
| ลักษณะเด่น | เป็นศาลชุมชนที่เชื่อมโยงความศรัทธา วิถีชีวิตริมแม่น้ำโขง การเกษตร การประมง และพิธีบวงสรวงตามฤดูกาลของชาวบึงกาฬ |
| พิธีกรรมสำคัญ | พิธีเลี้ยงลงก่อนฤดูทำนา พิธีเลี้ยงขึ้นหลังการเก็บเกี่ยว และพิธีบวงสรวงสักการะประจำปีช่วงเดือนพฤศจิกายน |
| การเดินทาง | เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถรับจ้าง หรือรถท้องถิ่นในตัวเมืองบึงกาฬได้สะดวก ศาลอยู่ใกล้โรงพยาบาลบึงกาฬและไม่ไกลจากสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดบึงกาฬ |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้นักท่องเที่ยวและประชาชนเข้าสักการะ เป็นสถานที่สำคัญและแหล่งท่องเที่ยวของเทศบาลเมืองบึงกาฬ |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 07.30 – 19.00 น. |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่สักการะในเขตเมือง ใกล้โรงพยาบาลบึงกาฬ ร้านอาหาร ที่พัก สถานีขนส่ง และเส้นทางริมแม่น้ำโขง |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | พื้นที่ศาลเจ้าแม่สองนาง ลานสักการะ และพื้นที่ประกอบพิธีบวงสรวงประจำปี |
| ผู้ดูแล / องค์กรเกี่ยวข้อง | เทศบาลเมืองบึงกาฬ และสมาคมศาลเจ้าแม่สองนาง |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 042-491-897 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | เว็บไซต์เทศบาลเมืองบึงกาฬ |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. โรงพยาบาลบึงกาฬ ประมาณ 0 กม. 2. ถนนคนเดินริมโขงบึงกาฬ ประมาณ 1 กม. 3. ตลาดไทย-ลาว บึงกาฬ ประมาณ 2 กม. 4. หนองกุดทิง ประมาณ 5 กม. 5. วัดโพธาราม หรือวัดหลวงพ่อพระใหญ่ ประมาณ 5 กม. 6. แก่งอาฮง และวัดอาฮงศิลาวาส ประมาณ 21 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. น้อยส้มตำหน้าโรงพยาบาลบึงกาฬ ประมาณ 0 กม. โทร. 081-546-7734 2. ณิชา ขนมจีบ&ซาลาเปา หน้าโรงพยาบาลบึงกาฬ ประมาณ 0 กม. โทร. 099-027-3785 3. ตำยำยั่ว by มิกิ สาขาริมโขงบึงกาฬ ประมาณ 1 กม. โทร. 082-689-1316 4. Riverside Restaurant & Bar Bungkan ประมาณ 2 กม. โทร. 042-082-082, 087-222-9899 5. ครัวเสวย ประมาณ 3 กม. โทร. 091-363-1495 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. The One Hotel Bueng Kan ประมาณ 1 กม. โทร. 042-492-234 2. B2 Bueng Kan Boutique and Budget Hotel ประมาณ 1 กม. โทร. 052-009-161, 088-263-2897 3. Century Grand Hotel ประมาณ 1 กม. โทร. 081-956-9141 4. The Wisdom Residence ประมาณ 2 กม. โทร. 042-086-977 5. M Grand Hotel ประมาณ 7 กม. โทร. 095-146-5363 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ศาลเจ้าแม่สองนางอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ศาลเจ้าแม่สองนางตั้งอยู่หมู่ที่ 1 บ้านบึงกาฬกลาง ตำบลบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ 38000 อยู่บริเวณหน้าโรงพยาบาลบึงกาฬในเขตตัวเมือง
ถาม: ศาลเจ้าแม่สองนางเปิดให้เข้าสักการะเวลาใด?
ตอบ: ศาลเปิดทุกวัน เวลา 07.30 – 19.00 น.
ถาม: ศาลเจ้าแม่สองนางมีความสำคัญอย่างไรต่อชาวบึงกาฬ?
ตอบ: ศาลเจ้าแม่สองนางเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชุมชนริมแม่น้ำโขง เชื่อกันว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คอยคุ้มครองผู้คน แหล่งน้ำ การเดินทาง และผู้ประกอบอาชีพทางน้ำ
ถาม: ชื่อศาลเจ้าแม่สองนางมีที่มาอย่างไร?
ตอบ: ชื่อนี้มาจากลูกสาว 2 คนของชีผ้าขาวพรม คือ นางสาวเภาและนางสาวเหลา ชาวบ้านสร้างศาลให้เป็นที่สถิตของดวงวิญญาณของทั้งสองคน จึงเรียกว่าศาลสองนาง
ถาม: ศาลเจ้าแม่สองนางมีพิธีประจำปีหรือไม่?
ตอบ: มีพิธีบวงสรวงสักการะประจำปีในช่วงเดือนพฤศจิกายน รวมถึงพิธีเลี้ยงลงก่อนฤดูทำนาและพิธีเลี้ยงขึ้นหลังการเก็บเกี่ยวตามความเชื่อของชุมชน
ถาม: เดินทางไปศาลเจ้าแม่สองนางอย่างไร?
ตอบ: สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถรับจ้าง หรือรถท้องถิ่นในตัวเมืองบึงกาฬ โดยมุ่งหน้าไปบริเวณหน้าโรงพยาบาลบึงกาฬ ศาลอยู่ในเขตชุมชนและเดินทางต่อไปยังริมโขงได้สะดวก
ถาม: ควรเที่ยวศาลเจ้าแม่สองนางร่วมกับสถานที่ใด?
ตอบ: สามารถจัดเส้นทางร่วมกับถนนคนเดินริมโขงบึงกาฬ ตลาดไทย-ลาว หนองกุดทิง วัดโพธาราม และแก่งอาฮงได้
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน
ปรับปรุงล่าสุด : 4 สัปดาห์ที่แล้ว




