หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดบึงกาฬ >อ.บุ่งคล้า >ต.โคกกว้าง > วัดจิตตภาวันนที
TL;DR: วัดจิตตภาวันนที อยู่ที่บ้านท่าศิริขันธ์ หมู่ 7 ตำบลโคกกว้าง อำเภอบุ่งคล้า จังหวัดบึงกาฬ เปิดทุกวัน เวลา ช่วงกลางวัน. จุดเด่นคือ เป็นวัดชุมชนริมแม่น้ำโขงที่มีประวัติยาวนาน มีพื้นที่ 18 ไร่ 3 งาน และเป็นศูนย์กลางงานบุญของบ้านท่าศิริขันธ์ ตำบลโคกกว้าง.

บึงกาฬ

วัดจิตตภาวันนที

วัดจิตตภาวันนที

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: ช่วงกลางวัน
 
วัดจิตตภาวันนที บ้านท่าศิริขันธ์ ตั้งอยู่ที่บ้านท่าศิริขันธ์ หมู่ 7 ตำบลโคกกว้าง อำเภอบุ่งคล้า จังหวัดบึงกาฬ เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกายที่มีความสำคัญต่อชุมชนริมแม่น้ำโขงมาอย่างยาวนาน วัดแห่งนี้มีรากประวัติย้อนกลับไปถึงปี 2472 เกิดจากความร่วมแรงร่วมใจของชาวบ้านที่สร้างวัดขึ้นเพื่อเป็นที่จำพรรษาของพระสิงห์ พระธุดงค์ที่มาปักกลดอยู่ในบริเวณที่ตั้งวัด ชาวบ้านเรียกวัดแห่งนี้อีกชื่อหนึ่งว่า “วัดบ้านหนองบ่อท่า” ตามบริบทของชุมชนเดิมและพื้นที่ริมโขง วัดจิตตภาวันนทีจึงเป็นศาสนสถานที่สะท้อนทั้งศรัทธา ประวัติชุมชน วิถีริมแม่น้ำโขง และความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมระหว่างผู้คนสองฝั่งไทยและลาวได้อย่างชัดเจน
 
จุดเด่นสำคัญของวัดจิตตภาวันนทีคือทำเลที่ตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำโขง โดยอาณาเขตด้านตะวันออกของวัดจดแม่น้ำโขง ทำให้วัดมีบรรยากาศเปิดโล่ง ร่มเย็น และสัมพันธ์กับภูมิทัศน์ลุ่มน้ำโขงโดยตรง การมาเยือนวัดแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการไหว้พระในวัดชุมชนเท่านั้น แต่ยังเป็นการสัมผัสภาพของวัดริมแม่น้ำที่มีความหมายต่อชาวบ้านมาอย่างยาวนาน วัดตั้งอยู่ท่ามกลางบ้านเรือน ทางสาธารณะ พื้นที่ของราษฎร และแม่น้ำสายใหญ่ที่หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนในอำเภอบุ่งคล้า ทำให้วัดมีบทบาททั้งด้านศาสนา ชุมชน และวัฒนธรรมชายแดน
 
วัดจิตตภาวันนทีมีที่ดินตั้งวัด 18 ไร่ 3 งาน อาณาเขตเดิมระบุว่าทิศเหนือจดถนนและที่สวนของชาวบ้าน ทิศใต้จดทางสาธารณะและที่ของราษฎร ทิศตะวันออกจดแม่น้ำโขง และทิศตะวันตกจดถนนและที่ของราษฎร ลักษณะอาณาเขตเช่นนี้แสดงให้เห็นว่าวัดตั้งอยู่ในพื้นที่ที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของคนในหมู่บ้านอย่างแนบแน่น ไม่ได้แยกตัวออกจากชุมชน แต่เป็นศูนย์กลางที่อยู่ร่วมกับบ้าน สวน ถนน ทางสาธารณะ และแม่น้ำ วัดจึงทำหน้าที่เป็นทั้งพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์และพื้นที่สาธารณะของชาวบ้านท่าศิริขันธ์
 
ประวัติการก่อตั้งวัดจิตตภาวันนทีเริ่มจากการที่พระสิงห์ กลุยาโณ ธุดงค์มาปักกลดในพื้นที่นี้ ชาวบ้านเกิดศรัทธาและร่วมกันสร้างวัดขึ้นเพื่อให้ท่านมีที่จำพรรษาอย่างเหมาะสม เรื่องราวลักษณะนี้เป็นภาพสะท้อนที่พบได้ในวัดท้องถิ่นหลายแห่งของภาคอีสานตอนบน เมื่อพระธุดงค์เดินทางมาพักในพื้นที่ที่สงบและเหมาะแก่การปฏิบัติธรรม ชาวบ้านมักรวมตัวกันอุปถัมภ์และสร้างวัดขึ้นเพื่อให้พระสงฆ์อยู่จำพรรษา สอนธรรมะ และเป็นศูนย์รวมใจของชุมชน วัดจิตตภาวันนทีจึงมีจุดกำเนิดจากศรัทธาและการลงมือร่วมกันของชาวบ้านโดยตรง
 
ชื่อ “จิตตภาวันนที” เป็นชื่อที่มีความหมายงดงามในเชิงธรรมะ คำว่า “จิตตภาวนา” สื่อถึงการอบรมจิต การฝึกใจ และการเจริญภาวนา ส่วนคำว่า “นที” สื่อถึงน้ำหรือสายน้ำ เมื่อนำมารวมกัน ชื่อวัดจึงให้ภาพของสถานที่ฝึกใจริมสายน้ำหรือพื้นที่ที่จิตใจได้สงบลงท่ามกลางบรรยากาศแม่น้ำโขง ความหมายนี้สอดคล้องกับลักษณะพื้นที่ของวัดซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำ มีความสงบ เรียบง่าย และเหมาะกับการทำบุญ ไหว้พระ พักใจ และพิจารณาธรรมในจังหวะชีวิตที่ไม่เร่งรีบ
 
ในด้านปูชนียวัตถุ วัดจิตตภาวันนทีมีพระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์หน้าตักกว้าง 45 เซนติเมตร ซึ่งญาติโยมชาวนครเวียงจันทน์ ประเทศลาว นำมาถวาย พระพุทธรูปองค์นี้เป็นหลักฐานสำคัญที่สะท้อนความสัมพันธ์ทางศรัทธาของชุมชนสองฝั่งแม่น้ำโขง เพราะแม่น้ำโขงไม่ได้เป็นเพียงเส้นแบ่งเขตแดน แต่เป็นเส้นทางวัฒนธรรม ศรัทธา และความสัมพันธ์ของผู้คนมาอย่างยาวนาน การที่ชาวนครเวียงจันทน์นำพระพุทธรูปมาถวายวัดริมโขงในฝั่งไทย แสดงให้เห็นสายใยทางพระพุทธศาสนาที่เชื่อมโยงผู้คนข้ามพื้นที่และข้ามฝั่งน้ำอย่างลึกซึ้ง
 
พระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์องค์นี้จึงไม่ได้มีคุณค่าเฉพาะในฐานะพระพุทธรูปประจำวัด แต่ยังมีความหมายในฐานะสัญลักษณ์ของศรัทธาร่วมของชุมชนลุ่มน้ำโขง ผู้มาเยือนสามารถกราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคล และในขณะเดียวกันก็สามารถเรียนรู้เรื่องราวของการถวายพระจากฝั่งเวียงจันทน์ ซึ่งช่วยให้เข้าใจว่าวัดในพื้นที่ชายแดนมักมีประวัติที่กว้างกว่าหมู่บ้านที่วัดตั้งอยู่ เพราะมีผู้คนจากหลายพื้นที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับการสร้าง การถวาย และการดูแลศาสนสถาน
 
อาคารเสนาสนะตามประวัติเดิมประกอบด้วยศาลาการเปรียญและกุฏิสงฆ์จำนวน 2 หลัง ศาลาการเปรียญเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับการทำบุญ ฟังธรรม ประชุมชุมชน และรองรับกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา ส่วนกุฏิสงฆ์เป็นที่พักจำพรรษาของพระสงฆ์ แม้โครงสร้างของวัดจะเรียบง่ายเมื่อเทียบกับวัดขนาดใหญ่ในเมือง แต่ความเรียบง่ายนี้เป็นเสน่ห์ของวัดท้องถิ่น เพราะแสดงให้เห็นหน้าที่แท้จริงของวัดในชีวิตประจำวันของชุมชน คือเป็นที่พำนักของพระสงฆ์ เป็นที่ประกอบพิธีกรรม และเป็นสถานที่รวมคนในหมู่บ้านเมื่อมีงานบุญหรือกิจกรรมสำคัญ
 
ลำดับอดีตเจ้าอาวาสของวัดจิตตภาวันนทีเริ่มจากพระสิงห์ กลุยาโณ ผู้เป็นพระธุดงค์และเป็นรูปแรกที่เกี่ยวข้องกับการตั้งวัด จากนั้นมีพระประยูร วุฒิโก พระเคน ทีปโก พระภส พระสี พระเสงี่ยม ญาณวุทโม พระบังเอิญ สิริภทโท และพระหมั่น ปณทิโต ซึ่งเริ่มดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี 2532 เป็นต้นมา ลำดับรายนามเหล่านี้แสดงให้เห็นความต่อเนื่องของการดูแลวัดและการสืบทอดพระพุทธศาสนาในบ้านท่าศิริขันธ์ตั้งแต่อดีตจนถึงยุคใหม่
 
ข้อมูลปัจจุบันจากกิจกรรมของอำเภอบุ่งคล้าระบุว่าเจ้าอาวาสวัดจิตตภาวันนทีคือพระครูนทีรัตนานุรักษ์ ซึ่งให้การต้อนรับในกิจกรรมแห่ถวายต้นกัณฑ์เข้าพรรษาเมื่อปี 2568 กิจกรรมนี้มีนายอำเภอบุ่งคล้าเป็นประธาน พร้อมส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนเข้าร่วมจำนวนมาก เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นหลักฐานร่วมสมัยที่ชัดเจนว่าวัดยังมีบทบาทสำคัญต่อชุมชนและยังเปิดใช้งานเป็นศูนย์กลางกิจกรรมทางศาสนาและวัฒนธรรมของบ้านท่าศิริขันธ์อย่างต่อเนื่อง
 
กิจกรรมแห่ถวายต้นกัณฑ์เข้าพรรษาเป็นประเพณีที่สะท้อนความศรัทธาของชาวอีสานในช่วงเข้าพรรษา ชาวบ้าน หน่วยงานท้องถิ่น และพุทธศาสนิกชนจะร่วมกันถวายปัจจัย เครื่องไทยธรรม และสิ่งของจำเป็นแก่พระสงฆ์ที่จำพรรษาอยู่ในวัด วัดจิตตภาวันนทีจึงเป็นพื้นที่ที่ชุมชนใช้แสดงออกถึงศรัทธา ความสามัคคี และการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่น การจัดกิจกรรมที่มีประชาชนและหน่วยงานเข้าร่วมจำนวนมากช่วยตอกย้ำว่าวัดแห่งนี้ยังเป็นศูนย์รวมใจของชุมชนบ้านท่าศิริขันธ์อย่างแท้จริง
 
วัดจิตตภาวันนทีเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยววัดในบึงกาฬแบบสัมผัสบรรยากาศท้องถิ่นแท้ ไม่ใช่วัดที่เน้นความอลังการเชิงสถาปัตยกรรมหรือความคึกคักของนักท่องเที่ยวจำนวนมาก แต่เป็นวัดที่มีความสงบ มีประวัติ มีความสัมพันธ์กับชุมชน และมีทำเลริมแม่น้ำโขงที่ช่วยให้บรรยากาศอ่อนโยนและผ่อนคลาย ผู้มาเยือนสามารถแวะไหว้พระ ชมพื้นที่วัด เดินดูบรรยากาศริมโขง และใช้เวลาสั้น ๆ เพื่อพักใจระหว่างเดินทางท่องเที่ยวอำเภอบุ่งคล้า
 
จุดที่ควรให้ความสนใจภายในวัด ได้แก่ พื้นที่ไหว้พระ พระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์ ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ ลานวัด พื้นที่กิจกรรมชุมชน และแนวพื้นที่ริมแม่น้ำโขง แต่ละจุดมีความหมายต่างกัน พื้นที่ไหว้พระเป็นศูนย์รวมศรัทธา ศาลาการเปรียญเป็นพื้นที่ของงานบุญและการฟังธรรม กุฏิสงฆ์เป็นที่จำพรรษาของพระ ลานวัดเป็นพื้นที่รวมคนในงานชุมชน ส่วนแนวริมโขงช่วยเติมความรู้สึกสงบและเชื่อมวัดเข้ากับภูมิทัศน์ของอำเภอบุ่งคล้า
 
บรรยากาศของบ้านท่าศิริขันธ์และตำบลโคกกว้างเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้วัดจิตตภาวันนทีมีเสน่ห์ พื้นที่นี้เป็นชุมชนในอำเภอบุ่งคล้าที่อยู่ใกล้แม่น้ำโขง มีวิถีชีวิตแบบเรียบง่ายและสัมพันธ์กับธรรมชาติริมฝั่งน้ำ การเดินทางมายังวัดจึงไม่ใช่เพียงการมาถึงตัวศาสนสถาน แต่เป็นการผ่านชุมชน ถนนท้องถิ่น พื้นที่สวน และภูมิประเทศที่ทำให้เห็นภาพชีวิตของผู้คนในอีสานตอนบนได้ชัดเจนขึ้น
 
อำเภอบุ่งคล้ามีเอกลักษณ์ด้านธรรมชาติและวัฒนธรรมอย่างชัดเจน มีทั้งแม่น้ำโขง ภูวัว หาดสีดา สะพานแขวนกิ้งก่าภูวัว น้ำตกถ้ำฝุ่น และชุมชนที่ยังคงวิถีดั้งเดิม วัดจิตตภาวันนทีจึงสามารถจัดอยู่ในเส้นทางท่องเที่ยวเชิงศรัทธาและชุมชนได้อย่างเหมาะสม นักท่องเที่ยวสามารถเริ่มต้นด้วยการไหว้พระที่วัด จากนั้นเดินทางต่อไปยังจุดชมวิวริมโขง แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ หรือร้านอาหารท้องถิ่นในอำเภอบุ่งคล้าได้ในวันเดียว
 
หาดสีดาเป็นจุดท่องเที่ยวริมแม่น้ำโขงที่สำคัญของอำเภอบุ่งคล้า เหมาะสำหรับเที่ยวต่อหลังจากแวะวัดจิตตภาวันนที โดยเฉพาะช่วงฤดูแล้งที่ระดับน้ำลดและพื้นที่หาดริมโขงปรากฏชัด นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสบรรยากาศริมแม่น้ำ ชมทิวทัศน์ฝั่งลาว และรับรู้ความสำคัญของแม่น้ำโขงต่อชุมชนท้องถิ่น หากเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พื้นที่หาดสีดายังเป็นหนึ่งในจุดจัดงานประเพณีสำคัญของอำเภอบุ่งคล้า
 
สะพานแขวนกิ้งก่าภูวัวหรือสะพานกะปอมเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กใกล้เคียงที่เหมาะกับการจัดเส้นทางร่วมกับวัดจิตตภาวันนที สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขงในอำเภอบุ่งคล้า มีบทบาทเป็นจุดชมวิว จุดถ่ายภาพ และพื้นที่ส่งเสริมอัตลักษณ์ท้องถิ่นของจังหวัดบึงกาฬ การนำวัดจิตตภาวันนทีมาเชื่อมกับสะพานแขวนกิ้งก่าภูวัวทำให้เส้นทางท่องเที่ยวมีทั้งศาสนา ชุมชน วัฒนธรรม และภาพจำร่วมสมัยของจังหวัดบึงกาฬ
 
น้ำตกถ้ำฝุ่นและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัวเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการต่อยอดการเดินทางจากวัดไปสู่ธรรมชาติ หลังจากไหว้พระและชมบรรยากาศริมโขงแล้ว นักท่องเที่ยวสามารถวางแผนเดินทางต่อไปยังพื้นที่ป่า น้ำตก และแหล่งธรรมชาติของภูวัวได้ การเที่ยวเส้นทางนี้ควรคำนึงถึงฤดูกาล หากเป็นฤดูฝน น้ำตกและป่าจะมีความสดชื่น แต่เส้นทางบางช่วงอาจต้องใช้ความระมัดระวัง หากเป็นฤดูแล้ง การเที่ยวริมโขงและชุมชนจะเดินทางสะดวกและเหมาะกับการถ่ายภาพมากขึ้น
 
การเดินทาง ไปวัดจิตตภาวันนทีสะดวกที่สุดด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างท้องถิ่น จากตัวเมืองบึงกาฬใช้ทางหลวงหมายเลข 212 เส้นทางบึงกาฬ–นครพนม มุ่งหน้าอำเภอบุ่งคล้า จากนั้นเข้าสู่ตำบลโคกกว้างและบ้านท่าศิริขันธ์ วัดตั้งอยู่ในเขตชุมชนริมโขง สามารถใช้ชื่อวัดหรือชื่อบ้านท่าศิริขันธ์ในแผนที่นำทางเพื่อเข้าสู่พื้นที่ได้สะดวก หากเริ่มจากตัวอำเภอบุ่งคล้า เส้นทางไปวัดใช้เวลาไม่นานและสามารถเที่ยวร่วมกับหาดสีดา สะพานแขวนกิ้งก่าภูวัว และร้านอาหารริมโขงได้อย่างเหมาะสม
 
สำหรับนักท่องเที่ยวที่พักในตัวเมืองบึงกาฬ สามารถจัดวัดจิตตภาวันนทีเป็นส่วนหนึ่งของทริปเส้นทางตะวันออกริมโขง โดยออกเดินทางช่วงเช้า แวะวัดอาฮงศิลาวาสหรือแก่งอาฮงก่อน จากนั้นเดินทางต่อมายังอำเภอบุ่งคล้าเพื่อไหว้พระที่วัดจิตตภาวันนที และปิดท้ายด้วยหาดสีดาหรือสะพานแขวนกิ้งก่าภูวัว หากพักในอำเภอบุ่งคล้าหรือปากคาด สามารถเลือกแวะวัดแห่งนี้ในช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ ๆ เพื่อชมบรรยากาศวัดชุมชนริมแม่น้ำโขงในจังหวะที่อากาศสบาย
 
เวลาที่เหมาะสำหรับการมาเยือนคือช่วงเช้าถึงช่วงบ่ายแก่ ๆ เพราะเป็นช่วงที่วัดเปิดรับกิจกรรมทางศาสนาและเหมาะกับการเดินชมพื้นที่ ช่วงเช้ามีบรรยากาศสงบ เหมาะกับการไหว้พระและทำบุญ ส่วนช่วงบ่ายแก่ ๆ แสงธรรมชาติอ่อนลงและเหมาะกับการถ่ายภาพบรรยากาศวัดริมโขง หากต้องการสัมผัสกิจกรรมชุมชน ควรเดินทางในช่วงวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ช่วงเข้าพรรษา หรือช่วงที่ชุมชนจัดงานบุญประจำปี
 
ระยะเวลาที่เหมาะสำหรับการเที่ยววัดอยู่ที่ประมาณ 45 นาทีถึง 1.5 ชั่วโมง หากแวะเพื่อไหว้พระและชมพื้นที่วัดสามารถใช้เวลาประมาณ 45 นาที แต่หากต้องการเดินชมบรรยากาศริมโขง พิจารณาประวัติของวัด ถ่ายภาพ และเชื่อมโยงเรื่องราวของวัดกับชุมชนบ้านท่าศิริขันธ์ ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 1 ชั่วโมงขึ้นไป วัดลักษณะนี้ควรเที่ยวด้วยจังหวะสงบ ไม่เร่งรีบ และให้ความสำคัญกับบริบทของชุมชนมากพอ ๆ กับสิ่งก่อสร้างภายในวัด
 
ข้อควรปฏิบัติในการเข้าชมคือแต่งกายสุภาพ ใช้เสียงอย่างเหมาะสม ถอดรองเท้าก่อนเข้าสู่อาคารศาสนสถาน ไม่จับต้องพระพุทธรูปหรือปูชนียวัตถุโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่รบกวนพระสงฆ์และชาวบ้านที่มาทำบุญ และช่วยรักษาความสะอาดของพื้นที่วัด เนื่องจากวัดจิตตภาวันนทียังเป็นวัดชุมชนที่ใช้งานจริง การเข้าชมด้วยความเคารพจะช่วยรักษาบรรยากาศสงบและทำให้ผู้มาเยือนได้รับประสบการณ์ที่เหมาะสมกับสถานที่ศักดิ์สิทธิ์
 
สำหรับครอบครัว วัดจิตตภาวันนทีเป็นสถานที่ที่เหมาะกับการพาเด็กและเยาวชนมาเรียนรู้เรื่องวัดท้องถิ่นริมแม่น้ำโขง เด็กจะได้เห็นว่าการสร้างวัดในอดีตเกิดจากศรัทธาของชาวบ้านและพระธุดงค์อย่างไร ได้เรียนรู้บทบาทของศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ พระพุทธรูป และลานวัด รวมทั้งเข้าใจว่าวัดไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ไหว้พระ แต่เป็นพื้นที่รวมคนในชุมชน เป็นที่จัดงานประเพณี เป็นที่สอนธรรมะ และเป็นพื้นที่ถ่ายทอดวัฒนธรรมจากรุ่นสู่รุ่น
 
สำหรับชาวต่างชาติ วัดจิตตภาวันนทีเป็นตัวอย่างที่ดีของวัดไทยในชุมชนริมแม่น้ำโขง เพราะแสดงให้เห็นว่าพระพุทธศาสนาในประเทศไทยไม่ได้อยู่เฉพาะในวัดใหญ่หรือเมืองท่องเที่ยวหลัก แต่ยังดำรงอยู่ในหมู่บ้าน ชุมชนเกษตรกรรม และพื้นที่ชายแดนอย่างมีชีวิตชีวา ผู้มาเยือนจะได้เห็นวัดที่เกิดจากศรัทธาของชาวบ้าน มีพระธุดงค์เป็นจุดเริ่มต้น มีพระพุทธรูปที่เกี่ยวข้องกับนครเวียงจันทน์ และยังคงเป็นศูนย์กลางงานบุญของชุมชนในปัจจุบัน
 
ในภาพรวม วัดจิตตภาวันนทีเป็นศาสนสถานที่มีคุณค่าทั้งด้านประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ศรัทธาของชุมชน และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของอำเภอบุ่งคล้า วัดแห่งนี้มีเรื่องราวชัดเจนตั้งแต่การตั้งวัดเมื่อปี 2472 การสร้างวัดเพื่อเป็นที่จำพรรษาของพระสิงห์ การมีพระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์จากญาติโยมชาวนครเวียงจันทน์ ที่ตั้งริมแม่น้ำโขง และบทบาทร่วมสมัยในกิจกรรมแห่ถวายต้นกัณฑ์เข้าพรรษา การมาเยือนวัดจิตตภาวันนทีจึงไม่ใช่เพียงการแวะไหว้พระ แต่เป็นการเข้าใจบ้านท่าศิริขันธ์ ตำบลโคกกว้าง อำเภอบุ่งคล้า และวัฒนธรรมริมโขงของจังหวัดบึงกาฬอย่างลึกซึ้ง
 
ชื่อสถานที่วัดจิตตภาวันนที บ้านท่าศิริขันธ์
ประเภท / สังกัดวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย
ที่ตั้งบ้านท่าศิริขันธ์ หมู่ 7 ตำบลโคกกว้าง อำเภอบุ่งคล้า จังหวัดบึงกาฬ
ที่อยู่บ้านท่าศิริขันธ์ หมู่ 7 ตำบลโคกกว้าง อำเภอบุ่งคล้า จังหวัดบึงกาฬ 38000
ไฮไลต์วัดเก่าแก่ริมแม่น้ำโขง สร้างเมื่อปี 2472 พระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์จากญาติโยมชาวนครเวียงจันทน์ บรรยากาศวัดชุมชนสงบ และกิจกรรมแห่ถวายต้นกัณฑ์เข้าพรรษาของอำเภอบุ่งคล้า
ประวัติ / สมัย / ยุคตั้งวัดเมื่อปี 2472 โดยชาวบ้านร่วมกันสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่จำพรรษาของพระสิงห์ กลุยาโณ พระธุดงค์ที่มาปักกลดบริเวณที่ตั้งวัด ชาวบ้านเรียกอีกชื่อว่าวัดบ้านหนองบ่อท่า
ที่มาของชื่อชื่อจิตตภาวันนทีสื่อถึงการอบรมจิตและสายน้ำ สอดคล้องกับบทบาทของวัดในฐานะพื้นที่สงบของชุมชนริมแม่น้ำโขง
ลักษณะเด่นเป็นวัดชุมชนริมแม่น้ำโขงที่มีประวัติยาวนาน มีพื้นที่ 18 ไร่ 3 งาน และเป็นศูนย์กลางงานบุญของบ้านท่าศิริขันธ์ ตำบลโคกกว้าง
พระประธาน / สิ่งสำคัญพระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์หน้าตักกว้าง 45 เซนติเมตร ซึ่งญาติโยมชาวนครเวียงจันทน์ ประเทศลาว นำมาถวาย ศาลาการเปรียญ และกุฏิสงฆ์
การเดินทางจากตัวเมืองบึงกาฬใช้ทางหลวงหมายเลข 212 เส้นทางบึงกาฬ–นครพนม มุ่งหน้าอำเภอบุ่งคล้า จากนั้นเข้าสู่ตำบลโคกกว้างและบ้านท่าศิริขันธ์ เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างท้องถิ่น
สถานะปัจจุบันเปิดให้เข้าชม สักการะ ทำบุญ และใช้ประกอบกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาและกิจกรรมชุมชน
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการช่วงกลางวัน
ค่าเข้าไม่เสียค่าเข้าชม ทำบุญได้ตามกำลังศรัทธา
สิ่งอำนวยความสะดวกลานวัด พื้นที่ไหว้พระ ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ พื้นที่ประกอบพิธีทางศาสนา พื้นที่กิจกรรมชุมชน และบรรยากาศริมแม่น้ำโขง
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ1. โซนพระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์และพื้นที่ไหว้พระ
2. โซนศาลาการเปรียญ
3. โซนกุฏิสงฆ์
4. โซนลานวัดและพื้นที่งานบุญ
5. โซนพื้นที่กิจกรรมชุมชน
6. โซนแนววัดริมแม่น้ำโขง
7. โซนทางเดินและพื้นที่สงบภายในวัด
เจ้าอาวาส / ผู้ดูแลพระครูนทีรัตนานุรักษ์ เจ้าอาวาสวัดจิตตภาวันนที
ประเพณีสำคัญกิจกรรมแห่ถวายต้นกัณฑ์เข้าพรรษา งานบุญเข้าพรรษา งานทำบุญประจำวัด และกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาของชุมชนบ้านท่าศิริขันธ์
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. หาดสีดา อำเภอบุ่งคล้า ประมาณ 12 กม.
2. สะพานแขวนกิ้งก่าภูวัว ประมาณ 15 กม.
3. วัดจันทราราษฎร์ บ้านโนนไพศาล ประมาณ 8 กม.
4. น้ำตกถ้ำฝุ่น ประมาณ 22 กม.
5. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว ประมาณ 28 กม.
6. วัดอาฮงศิลาวาส หรือแก่งอาฮง ประมาณ 42 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. ครัวริมโขง อำเภอบุ่งคล้า ประมาณ 12 กม. โทร. 061-056-8964
2. ค้ำคูณ คาเฟ่ ริมโขงบุ่งคล้า ประมาณ 12 กม. โทร. 061-381-5627
3. ร้านปิ้งไก่ป้านิช บุ่งคล้า ประมาณ 12 กม.
4. ร้านเจนเนื้อย่าง สาขาบุ่งคล้า ประมาณ 12 กม.
5. โคโค่นัทโตะ มะพร้าวเผานมสด บุ่งคล้า ประมาณ 12 กม.
6. Good For You Resort & Restaurant ปากคาด ประมาณ 38 กม. โทร. 088-306-5968
ที่พักใกล้เคียง1. บ้านพักริมดอยรีสอร์ท บุ่งคล้า ประมาณ 12 กม. โทร. 081-954-3762
2. Sao Homestay Tai Yor ประมาณ 12 กม. โทร. 082-363-3318
3. Good For You Resort ปากคาด ประมาณ 38 กม. โทร. 088-306-5968
4. กู๊ด ฟอร์ ยู รีสอร์ท ปากคาด ประมาณ 38 กม. โทร. 087-222-0912
5. The One Hotel Bueng Kan ประมาณ 55 กม. โทร. 042-492-234, 091-057-5159
6. BK Place Hotel บึงกาฬ ประมาณ 55 กม. โทร. 099-638-0988, 082-495-2125, 085-005-0589
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดจิตตภาวันนทีอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดจิตตภาวันนทีตั้งอยู่ที่บ้านท่าศิริขันธ์ หมู่ 7 ตำบลโคกกว้าง อำเภอบุ่งคล้า จังหวัดบึงกาฬ เป็นวัดชุมชนริมแม่น้ำโขงที่มีประวัติยาวนาน
 
ถาม: วัดจิตตภาวันนทีสร้างขึ้นเมื่อใด?
ตอบ: วัดจิตตภาวันนทีตั้งวัดเมื่อปี 2472 โดยชาวบ้านช่วยกันสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่จำพรรษาของพระสิงห์ กลุยาโณ พระธุดงค์ที่มาปักกลดในบริเวณที่ตั้งวัด
 
ถาม: วัดจิตตภาวันนทีมีพระพุทธรูปสำคัญอะไร?
ตอบ: วัดมีพระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์หน้าตักกว้าง 45 เซนติเมตร ซึ่งญาติโยมชาวนครเวียงจันทน์ ประเทศลาว นำมาถวาย เป็นปูชนียวัตถุสำคัญของวัด
 
ถาม: เจ้าอาวาสวัดจิตตภาวันนทีปัจจุบันคือใคร?
ตอบ: เจ้าอาวาสปัจจุบันคือพระครูนทีรัตนานุรักษ์ ซึ่งมีบทบาทในการดูแลวัดและต้อนรับกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาของชุมชน
 
ถาม: วัดจิตตภาวันนทีมีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เสียค่าเข้าชม นักท่องเที่ยวและพุทธศาสนิกชนสามารถทำบุญได้ตามกำลังศรัทธา
 
ถาม: วัดจิตตภาวันนทีเหมาะกับการเที่ยวแบบใด?
ตอบ: เหมาะกับการไหว้พระ ทำบุญ ชมวัดชุมชนริมแม่น้ำโขง เรียนรู้ประวัติท้องถิ่น และจัดร่วมกับเส้นทางเที่ยวหาดสีดา สะพานแขวนกิ้งก่าภูวัว และแหล่งธรรมชาติของอำเภอบุ่งคล้า
 
ถาม: เดินทางไปวัดจิตตภาวันนทีอย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองบึงกาฬใช้ทางหลวงหมายเลข 212 มุ่งหน้าอำเภอบุ่งคล้า จากนั้นเข้าสู่ตำบลโคกกว้างและบ้านท่าศิริขันธ์ เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างท้องถิ่น
 
ถาม: เที่ยววัดจิตตภาวันนทีแล้วควรไปที่ไหนต่อ?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่หาดสีดา สะพานแขวนกิ้งก่าภูวัว วัดจันทราราษฎร์ น้ำตกถ้ำฝุ่น เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว และวัดอาฮงศิลาวาสได้ตามเส้นทางและเวลาที่มี

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัด ●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน

ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(1)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(1)
วัด วัด(12)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(4)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(1)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(1)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(3)
น้ำตก น้ำตก(5)
ถ้ำ ถ้ำ(1)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(4)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)
หมู่เกาะ หมู่เกาะ(1)
สวนน้ำ สวนน้ำ(1)
ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(1)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(1)