หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดยะลา >อ.เมืองยะลา >ต.ยุโป > วัดชมพูสถิต (ทุ่งยามู)
TL;DR: วัดชมพูสถิต (ทุ่งยามู) อยู่ที่บ้านทุ่งยามู หมู่ที่ 4 ตำบลยุโป อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. การเดินทางสะดวก จากตัวเมืองยะลาเดินทางไปตำบลยุโป อำเภอเมืองยะลา จุดหมายอยู่ที่บ้านทุ่งยามู หมู่ที่ 4 บริเวณถนนระนอง.
วัดชมพูสถิต (ทุ่งยามู)

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
วัดชมพูสถิต หรือวัดทุ่งยามู จังหวัดยะลา เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่บ้านทุ่งยามู หมู่ที่ 4 ตำบลยุโป อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา เป็นศาสนสถานประจำชุมชนที่สะท้อนความต่อเนื่องของพระพุทธศาสนาในพื้นที่ชายแดนใต้ได้อย่างชัดเจน วัดแห่งนี้ไม่ได้เป็นแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่แบบวัดหลักกลางเมือง แต่มีคุณค่าจากการเป็นวัดชุมชนเก่าแก่ มีรากประวัติศาสตร์ในตำบลยุโป มีบทบาทต่อการประกอบศาสนกิจของชาวพุทธบ้านทุ่งยามู และยังเชื่อมโยงกับโรงเรียน วัฒนธรรมท้องถิ่น งานบุญ และสังคมพหุวัฒนธรรมของชุมชนยุโปอย่างใกล้ชิด
วัดชมพูสถิตเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรู้จักยะลาในมิติของวัดชุมชนจริง ไม่ใช่เพียงวัดที่มีชื่อเสียงด้านภาพถ่ายหรือสถาปัตยกรรมขนาดใหญ่ จุดเด่นของวัดอยู่ที่ความสงบ ความร่มรื่น การเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวพุทธในหมู่บ้าน และการมีประวัติที่สัมพันธ์กับชื่อท้องถิ่นเดิมว่า “วัดทุ่งยามู” ชื่อทุ่งยามูทำให้เห็นรากของพื้นที่ก่อนเปลี่ยนมาใช้ชื่อวัดชมพูสถิตในปัจจุบัน และช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจว่าวัดนี้ไม่ได้แยกออกจากชุมชน แต่เติบโตมาพร้อมบ้านทุ่งยามู ตำบลยุโป และชีวิตผู้คนในพื้นที่รอบวัด
ข้อมูลทะเบียนวัดระบุว่าวัดชมพูสถิตตั้งอยู่บ้านทุ่งยามู ตำบลยุโป อำเภอเมืองยะลา สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินตั้งวัดประมาณ 16 ไร่ และมีที่ธรณีสงฆ์อีก 1 แปลง เนื้อที่ 4 ไร่ 2 งาน 60 ตารางวา พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบเชิงเนินเขา มีถนนสายใหญ่ผ่านหน้าวัด และล้อมรอบด้วยบ้านเรือนของประชาชน ลักษณะเช่นนี้ทำให้วัดมีสถานะเป็นวัดกลางชุมชนที่คนในพื้นที่เข้าถึงได้ง่าย ใช้ประกอบศาสนพิธี ใช้รวมตัวในงานบุญ และเป็นพื้นที่สาธารณะทางศาสนาของชาวพุทธในตำบลยุโปมาอย่างต่อเนื่อง
ชื่อเดิมของวัดคือ “วัดทุ่งยามู” โดยคำว่า “ยามู” มีความหมายในท้องถิ่นเกี่ยวกับชมพู่ ต่อมาจึงเปลี่ยนชื่อเป็น “วัดชมพูสถิต” ชื่อใหม่ยังคงรักษาความสัมพันธ์กับชื่อเดิมไว้ เพราะคำว่า “ชมพู” เชื่อมกับความหมายเดิมของยามู ส่วนคำว่า “สถิต” สื่อถึงการตั้งอยู่หรือดำรงอยู่ เมื่อนำมารวมกันจึงเกิดเป็นชื่อวัดที่ฟังสงบและมีความหมายเชิงสถานที่ วัดชมพูสถิตจึงเป็นชื่อที่ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างลอยตัว แต่มีรากจากภาษาท้องถิ่น ภูมิประเทศ และความทรงจำของชุมชนบ้านทุ่งยามู
ประวัติของวัดชมพูสถิตมีความเกี่ยวข้องกับการร่วมแรงของชาวบ้าน โดยทะเบียนวัดกล่าวถึงหมื่นระวังการในฐานะผู้นำชาวบ้านสร้างวัดแห่งนี้ ช่วงเวลาเริ่มต้นของวัดสัมพันธ์กับรายนามเจ้าอาวาสยุคแรกที่ปรากฏตั้งแต่ พ.ศ. 2478 เป็นต้นมา วัดจึงเป็นวัดเก่าในพื้นที่ตำบลยุโปที่ดำรงบทบาทมาหลายชั่วอายุคน การที่วัดยังคงมีชื่ออยู่ในทะเบียนวัด แหล่งศิลปกรรม และข่าวกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาในปัจจุบัน แสดงให้เห็นว่าวัดไม่ได้เป็นเพียงชื่อเก่าในเอกสาร แต่ยังเป็นพื้นที่ศรัทธาที่ชุมชนใช้จริง
วัดชมพูสถิตได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา โดยมีเขตวิสุงคามสีมากว้าง 40 เมตร ยาว 80 เมตร เขตสีมามีความสำคัญต่อวัดในพระพุทธศาสนา เพราะเป็นขอบเขตสำหรับประกอบสังฆกรรม เช่น การทำอุโบสถกรรมและพิธีสำคัญของพระสงฆ์ การมีเขตสีมาที่ชัดเจนทำให้วัดชมพูสถิตมีความสมบูรณ์ในฐานะศาสนสถาน ไม่ใช่เพียงสำนักสงฆ์หรือที่พักสงฆ์ชั่วคราว แต่เป็นวัดที่มีสถานะรองรับการปฏิบัติศาสนกิจอย่างเป็นระบบ
ภายในวัดมีอาคารเสนาสนะที่รองรับงานของพระสงฆ์และชุมชน ได้แก่ อุโบสถ ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ หอฉัน ศาลา และหอระฆัง อุโบสถตามทะเบียนวัดมีขนาดกว้าง 12 เมตร ยาว 27 เมตร เป็นพื้นที่สำคัญสำหรับสังฆกรรมและการสักการะ ส่วนศาลาการเปรียญมีบทบาทในงานทำบุญ ฟังธรรม ต้อนรับญาติโยม และกิจกรรมของชุมชน กุฏิสงฆ์รองรับพระภิกษุที่จำพรรษา ส่วนหอระฆังเป็นองค์ประกอบที่ช่วยสร้างบรรยากาศของวัดไทยและสัมพันธ์กับการบอกเวลาและพิธีกรรมในชีวิตวัด
อุโบสถของวัดชมพูสถิตเป็นพื้นที่ที่ควรให้ความสำคัญเมื่อเดินทางมาเยือน เพราะเป็นศูนย์กลางทางจิตใจของวัดและเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านใช้ประกอบพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา วัดชุมชนจำนวนมากอาจไม่ได้มีงานศิลปกรรมที่โดดเด่นแบบวัดใหญ่ในเมืองท่องเที่ยว แต่ความงามของอุโบสถอยู่ที่การเป็นพื้นที่ที่ชุมชนร่วมกันดูแล สวดมนต์ ทำบุญ และสืบทอดวิถีศรัทธาของตนเองอย่างต่อเนื่อง ผู้มาเยือนจึงควรเดินชมด้วยความสำรวมและเคารพการใช้งานจริงของพื้นที่
ศาลาการเปรียญเป็นอีกพื้นที่สำคัญของวัด เพราะเป็นอาคารที่ทำให้พระสงฆ์และชาวบ้านพบกันได้ในวาระต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการฟังพระธรรมเทศนา การถวายภัตตาหาร การประชุมงานบุญ การจัดกิจกรรมวันสำคัญทางศาสนา หรือการรองรับญาติโยมในพิธีต่าง ๆ วัดชมพูสถิตจึงทำหน้าที่เหมือนศูนย์กลางของความสัมพันธ์ในชุมชน การมีศาลาที่ใช้ประโยชน์ได้จริงช่วยให้วัดยังมีชีวิตในแต่ละวันและในรอบปี ไม่ใช่สถานที่ที่เปิดเฉพาะเวลามีผู้มาเที่ยว
ด้านการศึกษา วัดชมพูสถิตเคยให้ทางราชการจัดสร้างอาคารเรียนโรงเรียนประถมศึกษาขึ้นในพื้นที่วัดประมาณ 2 ไร่ เรื่องนี้เป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงให้เห็นบทบาทของวัดไทยในฐานะพื้นที่สนับสนุนการศึกษาในชุมชน วัดในอดีตจำนวนมากไม่ได้ทำหน้าที่ด้านศาสนาเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ เป็นที่รวมเด็กและเยาวชน และเป็นพื้นที่ที่ช่วยให้ชุมชนเข้าถึงการศึกษาขั้นพื้นฐาน วัดชมพูสถิตจึงมีคุณค่าในฐานะวัดที่เชื่อมศาสนาเข้ากับการพัฒนาคนในท้องถิ่น
ปัจจุบันบริเวณวัดยังมีความเชื่อมโยงกับโรงเรียนวัดชมพูสถิต ซึ่งเป็นโรงเรียนในตำบลยุโป อำเภอเมืองยะลา การมีโรงเรียนอยู่ใกล้หรือเกี่ยวข้องกับวัดทำให้พื้นที่ทุ่งยามูมีลักษณะเป็นชุมชนที่มีทั้งศาสนาและการศึกษาอยู่คู่กัน เด็กในพื้นที่ได้เติบโตท่ามกลางวัด โรงเรียน บ้านเรือน และชุมชน ทำให้วัดมีบทบาททางสังคมมากกว่าการเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมของผู้ใหญ่เท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของสภาพแวดล้อมที่หล่อหลอมคนรุ่นใหม่ของตำบลยุโป
บรรยากาศโดยรอบวัดชมพูสถิตมีความร่มรื่น พระอุโบสถสะอาดและได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง ลักษณะนี้เหมาะกับการแวะทำบุญ ไหว้พระ และพักใจระหว่างเดินทางในเส้นทางตำบลยุโป ผู้มาเยือนจะสัมผัสได้ว่าวัดไม่ได้ตั้งอยู่โดดเดี่ยว แต่แทรกอยู่ในชีวิตของชุมชนรอบข้าง มีบ้านเรือน ถนน โรงเรียน และพื้นที่ชุมชนเป็นองค์ประกอบร่วม การมาเที่ยววัดจึงควรมองทั้งพื้นที่วัดและบริบทหมู่บ้านไปพร้อมกัน
พระสงฆ์ที่มีบทบาทในกิจกรรมของวัดชมพูสถิตคือพระครูปัญญาเขมาภิรมย์ ซึ่งปรากฏในกิจกรรมสำคัญของวัด ทั้งพิธีถวายผ้าไตรกฐินพระราชทานและกิจกรรมแห่เทียนพรรษาประจำปีของหน่วยงานในจังหวัดยะลา บทบาทของพระสงฆ์ในวัดชุมชนมีความสำคัญอย่างมาก เพราะต้องดูแลการประกอบศาสนกิจของพระภิกษุ ดูแลญาติโยม ประสานงานกับหน่วยงานและชุมชน และรักษาบรรยากาศของวัดให้เป็นพื้นที่สงบสำหรับการทำบุญและปฏิบัติธรรม
วัดชมพูสถิตยังเป็นพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับงานบุญสำคัญ เช่น งานกฐิน งานเข้าพรรษา การถวายเทียนพรรษา การฟังธรรม การทำบุญตักบาตร และกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมของชุมชน กิจกรรมเหล่านี้ทำให้วัดยังคงมีชีวิตในปัจจุบัน โดยเฉพาะกิจกรรมแห่เทียนพรรษาประจำปี 2569 ที่มีมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดยะลา ชุมชนการเคหะ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 1 สำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัดยะลา และหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ร่วมกันจัดและเข้าร่วมกิจกรรมที่วัด
กิจกรรมแห่เทียนพรรษามีความหมายสำคัญต่อวัดชมพูสถิตและชุมชน เพราะวันเข้าพรรษาเป็นช่วงเวลาที่พระภิกษุจำพรรษาอยู่ในวัดเป็นเวลา 3 เดือน เพื่อศึกษาพระธรรมวินัยและปฏิบัติธรรมอย่างเคร่งครัด การถวายเทียนพรรษาจึงเป็นประเพณีที่พุทธศาสนิกชนร่วมกันแสดงศรัทธาและสนับสนุนพระสงฆ์ในช่วงจำพรรษา เมื่อกิจกรรมนี้จัดขึ้นที่วัดชมพูสถิต จึงทำให้วัดกลายเป็นพื้นที่เชื่อมระหว่างพระสงฆ์ ชาวบ้าน หน่วยงานการศึกษา หน่วยงานวัฒนธรรม และเยาวชนในพื้นที่
งานกฐินก็เป็นอีกประเพณีที่แสดงบทบาทของวัดชมพูสถิตในฐานะศูนย์รวมศรัทธา การถวายกฐินเกิดขึ้นหลังออกพรรษา เป็นช่วงเวลาที่ชาวพุทธร่วมกันถวายผ้าไตรและปัจจัยเพื่อทำนุบำรุงวัด ช่วยบูรณะเสนาสนะ และสนับสนุนกิจของพระสงฆ์ พิธีถวายผ้าไตรกฐินพระราชทานที่เคยจัดขึ้น ณ วัดชมพูสถิตทำให้เห็นว่าวัดมีความสำคัญในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ และเป็นหนึ่งในวัดที่ได้รับการสนับสนุนเพื่อดูแลบูรณะอารามให้เป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนต่อไป
การทำความเข้าใจวัดชมพูสถิตควรเชื่อมกับชุมชนยุโปโดยตรง ตำบลยุโปเป็นชุมชนเมืองและชานเมืองที่มีลักษณะพหุวัฒนธรรม มีรากความสัมพันธ์แบบเครือญาติ ผู้คนในชุมชนมีการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ระหว่างกัน และมีทั้งชาวพุทธกับชาวมุสลิมอาศัยอยู่ร่วมกัน ชื่อยุโปเองมีรากจากคำท้องถิ่นเดิมว่า “ฆูโป” ซึ่งเป็นชื่อต้นไม้ในภาษามลายูท้องถิ่น ต่อมามีชาวบ้านที่นับถือพระพุทธศาสนาเข้ามาอยู่มากขึ้นและออกเสียงเป็นยุโป ความเป็นมานี้ทำให้พื้นที่รอบวัดมีความหมายทางภาษา วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ชุมชน
ชุมชนยุโปมีพื้นที่กว้างประมาณ 33.77 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 21,106.25 ไร่ มีอาณาเขตติดต่อกับตำบลตาเซะ ตำบลท่าสาป ตำบลลำใหม่ และฝั่งแม่น้ำปัตตานี พื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นที่ราบลุ่มที่รับน้ำในช่วงฤดูฝน อีกส่วนหนึ่งเป็นที่ราบเนินเขา โดยหมู่ที่ 4 ซึ่งเป็นพื้นที่บ้านทุ่งยามูมีลักษณะเกี่ยวข้องกับพื้นที่เนินและชุมชนทางฝั่งยุโป ลักษณะภูมิประเทศเช่นนี้ช่วยอธิบายว่าทำไมวัดจึงตั้งอยู่ในบริบทของบ้านเรือน ถนน พื้นที่เกษตร และชุมชนที่มีการสัญจรต่อเนื่อง
ความเป็นพหุวัฒนธรรมของยุโปทำให้วัดชมพูสถิตมีคุณค่าในฐานะศาสนสถานที่อยู่ร่วมกับชุมชนต่างศาสนาอย่างเป็นธรรมชาติ ในรอบปีของชุมชนมีทั้งประเพณีไทยพุทธ เช่น ตักบาตรปีใหม่ สงกรานต์ งานสมโภชหลักเมืองยะลา และประเพณีชักพระหลังออกพรรษา ขณะเดียวกันชุมชนมุสลิมก็มีประเพณีสำคัญ เช่น การกวนอาซูรอ เมาลิดินนบี และกิจกรรมในเดือนรอมฎอน การมาเยือนวัดชมพูสถิตจึงช่วยให้เห็นว่าศาสนสถานของชาวพุทธเป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์ร่วมในชุมชนที่มีความหลากหลาย
ประเพณีชักพระหลังออกพรรษาเป็นประเพณีสำคัญของชาวพุทธภาคใต้ที่ควรกล่าวถึงเมื่อนำเสนอวัดในตำบลยุโป ประเพณีนี้เกิดขึ้นหลังวันออกพรรษา โดยชุมชนพร้อมใจกันอัญเชิญพระพุทธรูปขึ้นประดิษฐานบนบุษบกที่วางเหนือรถ เรือ หรือล้อเลื่อน แล้วชักลากไปตามเส้นทาง เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมทำบุญและสืบสานประเพณีท้องถิ่น ประเพณีชักพระในยะลามีทั้งการชุมนุมเรือพระ การประกวดเรือพระ การสมโภชเรือพระ การแข่งขันตีโพน การแข่งขันแทงต้ม และกิจกรรมวัฒนธรรมอื่น ๆ ที่ทำให้วัดกับชุมชนกลับมาพบกันอย่างคึกคักในช่วงออกพรรษา
นอกจากชักพระแล้ว วัดชมพูสถิตยังสัมพันธ์กับกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาตามรอบปี เช่น วันพระ วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา เข้าพรรษา ออกพรรษา กฐิน ผ้าป่า การทำบุญตักบาตร การฟังธรรม และพิธีบำเพ็ญกุศลต่าง ๆ กิจกรรมเหล่านี้เป็นหัวใจของวัดชุมชน เพราะทำให้พระสงฆ์และญาติโยมมีความสัมพันธ์ต่อเนื่อง คนในชุมชนได้กลับมาพบกัน ช่วยงานวัด และรักษาขนบธรรมเนียมของชาวพุทธในพื้นที่ชายแดนใต้ให้ดำรงอยู่
สำหรับผู้มาเยือน วัดชมพูสถิตเหมาะกับการแวะไหว้พระแบบสงบ ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง เพื่อชมอุโบสถ ศาลาการเปรียญ ลานวัด และบรรยากาศชุมชนรอบวัด ผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่นควรมองวัดนี้ผ่าน 4 มิติ ได้แก่ มิติชื่อเดิมวัดทุ่งยามู มิติความเป็นวัดมหานิกายในชุมชนยุโป มิติการศึกษาและโรงเรียนที่เกี่ยวข้องกับวัด และมิติประเพณีทางพระพุทธศาสนาที่ชุมชนยังร่วมสืบสานอยู่ในปัจจุบัน
สิ่งที่ควรเข้าใจคือวัดชมพูสถิตไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ที่มีระบบบริการนักท่องเที่ยวครบถ้วนเหมือนสถานที่ท่องเที่ยวหลัก วัดแห่งนี้เป็นวัดชุมชนที่ยังใช้ประกอบศาสนกิจจริง ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ ใช้เสียงให้เหมาะสม ไม่เข้าไปในเขตสงฆ์หรือพื้นที่ส่วนตัวโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่สัมผัสพระพุทธรูปหรือสิ่งของภายในวัดอย่างไม่เหมาะสม และควรจอดรถโดยไม่กีดขวางทางสัญจรของชุมชน การท่องเที่ยววัดชุมชนที่ดีต้องเริ่มจากการเคารพเจ้าของพื้นที่และวิถีศรัทธาของคนในชุมชน
การเดินทาง ไปวัดชมพูสถิตทำได้โดยเริ่มจากตัวเมืองยะลา มุ่งหน้าไปยังตำบลยุโป อำเภอเมืองยะลา จุดหมายอยู่ที่บ้านทุ่งยามู หมู่ที่ 4 บริเวณถนนระนองในพื้นที่ตำบลยุโป การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถจักรยานยนต์สะดวกที่สุด เพราะสามารถเชื่อมเส้นทางจากตัวเมืองยะลาไปยังบ้านทุ่งยามู วัดยูปาราม วัดวาลุการาม และชุมชนใกล้เคียงได้ง่าย หากเดินทางด้วยรถไฟให้ลงที่สถานีรถไฟยะลา แล้วต่อรถรับจ้างหรือรถท้องถิ่นเข้าสู่ตำบลยุโป
เส้นทางเที่ยววัดชมพูสถิตสามารถจัดเป็นทริปครึ่งวันในอำเภอเมืองยะลา โดยเริ่มจากตัวเมืองยะลาไปยังวัดชมพูสถิตเพื่อไหว้พระและชมบรรยากาศบ้านทุ่งยามู จากนั้นต่อไปยังวัดยูปาราม วัดวาลุการาม หรือตลาดชุมชนแหว๋หลาก คลองทรายใน แล้วกลับเข้าสู่ตัวเมืองเพื่อเที่ยวอุทยานการเรียนรู้ยะลา ศาลหลักเมืองยะลา สวนขวัญเมือง และวัดคูหาภิมุข เส้นทางนี้ช่วยให้ผู้อ่านเห็นยะลาทั้งในระดับหมู่บ้าน ตำบล และตัวเมือง
วัดยูปารามและวัดวาลุการามเป็นวัดใกล้เคียงที่ช่วยให้เข้าใจเครือข่ายวัดไทยในตำบลยุโปมากขึ้น วัดยูปารามหรือวัดยุโปเป็นวัดเก่าแก่ของบ้านยุโป ส่วนวัดวาลุการามตั้งอยู่บ้านคลองทรายใน หมู่ที่ 5 ตำบลยุโป การจัดเส้นทางเที่ยวร่วมกันทั้ง 3 วัดทำให้เห็นบทบาทของพระพุทธศาสนาในตำบลยุโปอย่างชัดเจน ทั้งวัดประจำหมู่บ้าน วัดที่เกี่ยวข้องกับชุมชนเก่า และวัดที่ทำหน้าที่สืบสานงานบุญประจำปีของชาวพุทธในพื้นที่
ร้านอาหารใกล้วัดชมพูสถิตมีตัวเลือกในเขตตำบลยุโป สะเตงนอก และตัวเมืองยะลา ผู้เดินทางควรวางแผนมื้ออาหารล่วงหน้า เพราะพื้นที่ทุ่งยามูเป็นชุมชนที่ร้านอาหารไม่หนาแน่นเท่าย่านตัวเมือง หากต้องการความสะดวกสามารถแวะร้านในเส้นทางสะเตงนอกหรือกลับเข้าเมืองยะลา ซึ่งมีทั้งร้านอาหารเช้า ร้านน้ำชา ร้านอาหารฮาลาล ร้านอาหารตามสั่ง คาเฟ่ และร้านอาหารสำหรับครอบครัว การวางแผนอาหารล่วงหน้าช่วยให้การเที่ยววัดชุมชนรอบตำบลยุโปเป็นไปอย่างราบรื่น
ที่พักสำหรับผู้มาเยือนวัดชมพูสถิตควรเลือกในเขตอำเภอเมืองยะลา โดยเฉพาะบริเวณสะเตง สะเตงนอก ถนนเทศบาล ถนนจงรักษ์ ถนนพงศ์เจริญ และพื้นที่ใกล้สถานีรถไฟยะลา เพราะเดินทางเข้าวัดและต่อไปยังสถานที่อื่นได้สะดวก หากต้องการเที่ยวหลายวัดในตำบลยุโป สามารถพักในตัวเมืองแล้วเดินทางออกไปเป็นเส้นทางครึ่งวันหรือหนึ่งวันได้ การพักในเมืองยังช่วยให้มีตัวเลือกร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ และบริการขนส่งมากกว่าการพักในเขตหมู่บ้าน
สำหรับครอบครัว วัดชมพูสถิตเป็นสถานที่ที่ช่วยให้เด็กเรียนรู้วัดชุมชนในชีวิตจริง เด็กสามารถเข้าใจว่าอุโบสถคือพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของพระสงฆ์ ศาลาการเปรียญคือพื้นที่ฟังธรรมและทำบุญ หอระฆังคือสัญลักษณ์ของเสียงวัด และโรงเรียนที่เกี่ยวข้องกับวัดสะท้อนบทบาททางการศึกษาของศาสนสถานในชุมชน การมาเที่ยววัดแบบนี้ช่วยให้เด็กเห็นว่าประวัติศาสตร์ท้องถิ่นไม่ได้อยู่ในหนังสือเท่านั้น แต่อยู่ในวัด ถนน โรงเรียน และผู้คนในหมู่บ้าน
สำหรับผู้สนใจสังคมพหุวัฒนธรรม วัดชมพูสถิตเป็นจุดศึกษาที่น่าสนใจมาก เพราะตั้งอยู่ในตำบลยุโปที่มีทั้งชาวพุทธและชาวมุสลิมอยู่ร่วมกัน ประวัติชื่อยุโปที่มาจากภาษามลายูท้องถิ่น การมีประเพณีไทยพุทธและมุสลิมอยู่ในปฏิทินชุมชนเดียวกัน และการที่หน่วยงานการศึกษาเข้ามาจัดกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาในพื้นที่วัด ล้วนสะท้อนว่ายะลาเป็นเมืองที่มีความหลากหลายและมีพื้นที่ทางศาสนาหลายรูปแบบอยู่ร่วมกัน
ในเชิงการอนุรักษ์ วัดชมพูสถิตควรถูกมองเป็นแหล่งศิลปกรรมและมรดกวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ยังมีชีวิต การอนุรักษ์วัดชุมชนไม่ได้หมายถึงการรักษาอาคารเท่านั้น แต่รวมถึงการรักษาประวัติชื่อวัด การดูแลอุโบสถและศาลา การสืบทอดงานบุญ การสนับสนุนโรงเรียนและเยาวชน การทำให้คนรุ่นใหม่รู้จักรากของบ้านทุ่งยามู และการเปิดพื้นที่ให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง เมื่อวัดยังถูกใช้ในการทำบุญและกิจกรรมชุมชน วัดก็ยังมีความหมายในปัจจุบัน ไม่ได้เป็นเพียงร่องรอยในอดีต
เมื่อเปรียบเทียบกับแหล่งท่องเที่ยวหลักของยะลา วัดชมพูสถิตอาจไม่โดดเด่นเท่าวัดคูหาภิมุขหรือศาลหลักเมืองยะลา แต่มีคุณค่าคนละแบบ วัดคูหาภิมุขเล่าเรื่องปูชนียสถานและประวัติศาสตร์ศรีวิชัย ส่วนวัดชมพูสถิตเล่าเรื่องวัดประจำหมู่บ้าน พื้นที่การศึกษา ศาสนกิจ และชุมชนพหุวัฒนธรรม การเที่ยวทั้งวัดใหญ่และวัดชุมชนจะทำให้เข้าใจยะลาได้ครบกว่า เพราะเห็นทั้งภาพประวัติศาสตร์ระดับจังหวัดและชีวิตศรัทธาระดับหมู่บ้าน
วัดชมพูสถิต จังหวัดยะลา จึงเป็นสถานที่ที่ควรนำเสนอในฐานะวัดชุมชนสำคัญของบ้านทุ่งยามู ตำบลยุโป มีชื่อเดิมว่าวัดทุ่งยามู มีรากชื่อเกี่ยวข้องกับชมพู่ มีสถานะเป็นวัดราษฎร์มหานิกาย มีเขตสีมาชัดเจน มีอุโบสถ ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ หอฉัน และหอระฆัง มีบทบาทด้านการศึกษาและงานบุญของชุมชน และยังคงปรากฏในกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาล่าสุดของจังหวัดยะลา ผู้ที่ต้องการรู้จักยะลาอย่างละเอียดควรมองวัดแห่งนี้เป็นประตูเข้าสู่เรื่องราวของบ้านทุ่งยามู ศรัทธาพุทธ และวิถีชุมชนในตำบลยุโป
| ชื่อสถานที่ | วัดชมพูสถิต หรือวัดทุ่งยามู |
| ที่ตั้ง | บ้านทุ่งยามู หมู่ที่ 4 ตำบลยุโป อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา |
| ที่อยู่ | 52 ถนนระนอง บ้านทุ่งยามู ตำบลยุโป อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา 95000 |
| พิกัด | 6.5872650891317, 101.25367026387 |
| ประเภทสถานที่ | วัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย |
| ไฮไลต์ | วัดชุมชนบ้านทุ่งยามู มีชื่อเดิมว่าวัดทุ่งยามู มีบรรยากาศร่มรื่น พระอุโบสถสะอาด และมีบทบาทในงานบุญกับกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาของตำบลยุโป |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | เป็นวัดเก่าแก่ของชุมชนทุ่งยามู มีรายนามเจ้าอาวาสยุคแรกปรากฏตั้งแต่ พ.ศ. 2478 และมีหมื่นระวังการเป็นผู้นำชาวบ้านสร้างวัด |
| ที่มาของชื่อ | เดิมชื่อวัดทุ่งยามู คำว่ายามูมีความหมายในท้องถิ่นเกี่ยวกับชมพู่ ต่อมาเปลี่ยนเป็นวัดชมพูสถิต |
| สถานะทางพระพุทธศาสนา | ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เขตวิสุงคามสีมากว้าง 40 เมตร ยาว 80 เมตร |
| พื้นที่วัด | ที่ดินตั้งวัดประมาณ 16 ไร่ และมีที่ธรณีสงฆ์ 1 แปลง เนื้อที่ 4 ไร่ 2 งาน 60 ตารางวา |
| พระสงฆ์ผู้มีบทบาทในกิจกรรมล่าสุด | พระครูปัญญาเขมาภิรมย์ |
| ผู้ดูแล / หน่วยงานเกี่ยวข้อง | วัดชมพูสถิต คณะสงฆ์ตำบลยุโป หน่วยงานวัฒนธรรม หน่วยงานการศึกษา และชุมชนบ้านทุ่งยามู |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | อุโบสถ ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ หอฉัน ศาลา หอระฆัง ลานวัด พื้นที่ประกอบศาสนพิธี และพื้นที่ชุมชนรอบวัด |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่ไหว้พระ ศาลา ลานวัด พื้นที่ประกอบพิธีทางศาสนา และพื้นที่จอดรถภายในหรือใกล้บริเวณวัด |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. |
| เบอร์ติดต่อ | 073-270-223 |
| ประเพณี / กิจกรรมประจำ | วันพระ ทำบุญตักบาตร ฟังธรรม เข้าพรรษา ถวายเทียนพรรษา ออกพรรษา ทอดกฐิน ทอดผ้าป่า และประเพณีชักพระของชาวพุทธภาคใต้ |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองยะลาเดินทางไปตำบลยุโป อำเภอเมืองยะลา จุดหมายอยู่ที่บ้านทุ่งยามู หมู่ที่ 4 บริเวณถนนระนอง หากเดินทางด้วยรถไฟให้ลงสถานีรถไฟยะลาแล้วต่อรถรับจ้างหรือรถท้องถิ่นเข้าสู่ตำบลยุโป |
| สถานะปัจจุบัน | ยังเป็นวัดที่มีการประกอบศาสนกิจ งานบุญ และกิจกรรมชุมชนในพื้นที่ตำบลยุโปอย่างต่อเนื่อง |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดยูปาราม ตำบลยุโป ประมาณ 5 กม. 2. วัดวาลุการาม ตำบลยุโป ประมาณ 6 กม. 3. ตลาดชุมชนแหว๋หลาก คลองทรายใน ประมาณ 6 กม. 4. อุทยานการเรียนรู้ยะลา ประมาณ 8 กม. 5. ศาลหลักเมืองยะลา ประมาณ 8 กม. 6. สวนขวัญเมืองยะลา ประมาณ 9 กม. 7. วัดคูหาภิมุข ประมาณ 14 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ชาบ้านฟ้า สะเตงนอก ประมาณ 6 กม. โทร. 080-968-9551, 092-351-9715 2. Half a Noon ประมาณ 7 กม. โทร. 088-786-8497 3. The Yum By Salaza ประมาณ 7 กม. โทร. 087-295-2875 4. ร้านประจำสาขาสะเตงนอก ประมาณ 7 กม. โทร. 080-707-1090 5. Café Amazon ปตท. สะเตงนอก ประมาณ 8 กม. โทร. 081-831-2569 6. สาวมณตามสั่ง & อาหารเช้า ถนนอนามัยสะเตงนอก ประมาณ 8 กม. โทร. 082-359-0137 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. โรงแรม 999 ยะลา ประมาณ 7 กม. โทร. 073-222-630 2. โรงแรมบุรีสะเตง์ ประมาณ 8 กม. โทร. 096-642-9663 3. นิบงรีสอร์ท ประมาณ 8 กม. โทร. 073-224-341, 099-312-5548 4. โรงแรม @INN YRU ประมาณ 8 กม. โทร. 062-182-2662 5. โรงแรมปาร์ควิว ยะลา ประมาณ 9 กม. โทร. 073-217-002 6. โรงแรมยะลาแกรนด์พาเลซ ประมาณ 10 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดชมพูสถิต จังหวัดยะลา อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดชมพูสถิตตั้งอยู่บ้านทุ่งยามู หมู่ที่ 4 ตำบลยุโป อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา 95000
ถาม: วัดชมพูสถิตมีชื่อเดิมว่าอะไร?
ตอบ: วัดชมพูสถิตเดิมชื่อวัดทุ่งยามู โดยคำว่ายามูมีความหมายเกี่ยวกับชมพู่ ต่อมาจึงเปลี่ยนชื่อเป็นวัดชมพูสถิต
ถาม: วัดชมพูสถิตมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: วัดชมพูสถิตเป็นวัดราษฎร์มหานิกายของชุมชนบ้านทุ่งยามู มีบทบาทด้านศาสนกิจ งานบุญ การศึกษา และกิจกรรมชุมชนในตำบลยุโป
ถาม: วัดชมพูสถิตเปิดให้เข้าชมวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: วัดชมพูสถิตเปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
ถาม: ภายในวัดชมพูสถิตมีพื้นที่สำคัญอะไรบ้าง?
ตอบ: มีอุโบสถ ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ หอฉัน ศาลา หอระฆัง ลานวัด และพื้นที่ประกอบศาสนพิธีของชุมชน
ถาม: วัดชมพูสถิตเกี่ยวข้องกับประเพณีอะไร?
ตอบ: วัดเกี่ยวข้องกับกิจกรรมวันพระ เข้าพรรษา ถวายเทียนพรรษา ออกพรรษา ทอดกฐิน ทอดผ้าป่า และประเพณีชักพระของชาวพุทธภาคใต้
ถาม: เดินทางไปวัดชมพูสถิตอย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองยะลาให้เดินทางไปตำบลยุโป อำเภอเมืองยะลา จุดหมายอยู่ที่บ้านทุ่งยามู หมู่ที่ 4 บริเวณถนนระนอง หากเดินทางด้วยรถไฟให้ลงสถานีรถไฟยะลาแล้วต่อรถเข้าสู่ตำบลยุโป
ถาม: เที่ยววัดชมพูสถิตแล้วไปที่ไหนต่อได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่วัดยูปาราม วัดวาลุการาม ตลาดชุมชนแหว๋หลาก คลองทรายใน อุทยานการเรียนรู้ยะลา ศาลหลักเมืองยะลา สวนขวัญเมืองยะลา และวัดคูหาภิมุขได้
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคใต้
ปรับปรุงล่าสุด : 2 สัปดาห์ที่แล้ว




