หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดยะลา >อ.เบตง >ต.เบตง > ตู้ไปรษณีย์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
TL;DR: ตู้ไปรษณีย์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย อยู่ที่ตู้เดิมตั้งอยู่บริเวณสี่แยกหอนาฬิกา ใจกลางเมืองเบตง ส่วนตู้ใหม่ตั้งอยู่บริเวณศาลาประชาคมหรือสวนมหาดไทย ถนนสุขยางค์ เปิดทุกวัน เวลา ตลอด 24 ชั่วโมง.
ตู้ไปรษณีย์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: ตลอด 24 ชั่วโมง
ตู้ไปรษณีย์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย จังหวัดยะลา เป็นแลนด์มาร์กสำคัญของเมืองเบตงที่นักท่องเที่ยวมักแวะถ่ายภาพตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงค่ำ เพราะเป็นจุดเช็กอินกลางเมืองที่เดินทางสะดวก ไม่เสียค่าเข้าชม และเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์การสื่อสารของอำเภอเบตงโดยตรง จุดเด่นของสถานที่แห่งนี้ไม่ได้อยู่แค่ขนาดของตู้ไปรษณีย์สีแดงขนาดยักษ์เท่านั้น แต่ยังอยู่ที่เรื่องราวของตู้เดิมซึ่งสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2467 ก่อนสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง เพื่อใช้รับจดหมายและกระจายข่าวสารบ้านเมืองให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับฟังผ่านวิทยุที่ติดตั้งไว้บริเวณส่วนบนของตู้
ตู้ไปรษณีย์ยักษ์เบตงมีความสำคัญในฐานะสัญลักษณ์ของเมืองชายแดนใต้สุดของประเทศไทย เมืองเบตงในอดีตตั้งอยู่ไกลจากศูนย์กลางการปกครอง การเดินทางติดต่อกับพื้นที่อื่นทำได้ยาก การส่งจดหมายจึงเป็นช่องทางสำคัญในการสื่อสาร ขณะเดียวกันข่าวสารราชการและเหตุการณ์บ้านเมืองก็ต้องอาศัยเครื่องกระจายเสียงเพื่อให้คนในชุมชนได้รับรู้พร้อมกัน นายสงวน จิระจินดา ซึ่งเคยเป็นนายไปรษณีย์และดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีอำเภอเบตงในเวลานั้น จึงจัดสร้างตู้ไปรษณีย์ขนาดใหญ่ไว้ที่มุมถนนสุขยางค์ บริเวณสี่แยกหอนาฬิกา ใจกลางเมืองเบตง ให้ทำหน้าที่ทั้งเป็นตู้รับจดหมายและเป็นหอกระจายข่าวของเมืองไปพร้อมกัน
ตู้ไปรษณีย์เดิมที่สี่แยกหอนาฬิกาเป็นตู้ทรงกระบอก ทำจากคอนกรีตเสริมเหล็ก มีเส้นรอบวงตัวตู้ประมาณ 140 ซม. หากนับความสูงจากฐานรวมทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 320 ซม. รูปลักษณ์สีแดงสดและตัวเลขรหัสไปรษณีย์ 95110 ทำให้ตู้ไปรษณีย์ใบนี้กลายเป็นภาพจำของเบตงมานานหลายทศวรรษ แม้เวลาจะผ่านมามากกว่า 100 ปี ตู้เดิมยังคงได้รับการอนุรักษ์และยังคงทำหน้าที่เป็นตู้รับจดหมายจริง นักท่องเที่ยวจำนวนมากจึงนิยมถ่ายภาพคู่กับตู้เดิม เพราะเป็นจุดที่สะท้อนทั้งความเก่าแก่ ความคลาสสิก และบรรยากาศเมืองเก่าของเบตงได้ชัดเจน
ต่อมาทางเทศบาลเมืองเบตงได้สร้างตู้ไปรษณีย์ขนาดใหญ่กว่าเดิมบริเวณศาลาประชาคมหรือสวนมหาดไทยบนถนนสุขยางค์ โดยตู้ใหม่มีความสูงประมาณ 9 เมตร และมีขนาดใหญ่กว่าตู้เดิมประมาณ 3.5 เท่า ตู้ใหม่ถูกออกแบบให้เป็นจุดเด่นของเมืองสำหรับต้อนรับนักท่องเที่ยวและใช้เป็นฉากถ่ายภาพขนาดใหญ่ เมื่อยืนอยู่ด้านหน้า นักท่องเที่ยวจะเห็นสัดส่วนของตู้ที่สูงตระหง่านชัดเจน โดยเฉพาะมุมถ่ายภาพจากระดับพื้นซึ่งทำให้ตู้ดูโดดเด่นมากขึ้น ตู้ใหม่นี้จึงมักถูกเรียกว่าเป็นตู้ไปรษณีย์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กที่สื่อถึงตัวตนของเบตงในยุคท่องเที่ยวร่วมสมัย
เสน่ห์ของตู้ไปรษณีย์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยอยู่ที่การเป็นสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งเข้าใจง่ายแต่มีประวัติศาสตร์ลึกซึ้ง นักท่องเที่ยวสามารถแวะชมได้ภายในเวลาไม่นาน แต่เรื่องราวเบื้องหลังช่วยให้การมาเยือนไม่ใช่เพียงการถ่ายภาพกับวัตถุขนาดใหญ่ ตู้ไปรษณีย์ใบนี้ทำให้เห็นว่าการสื่อสารเคยมีความหมายกับชุมชนชายแดนมากเพียงใด ในยุคที่โทรศัพท์ อินเทอร์เน็ต และสื่อออนไลน์ยังไม่เข้าถึง การได้รับจดหมายหรือการได้ฟังข่าวจากเครื่องกระจายเสียงเป็นสิ่งสำคัญต่อชีวิตประจำวันของผู้คน เบตงจึงสร้างสัญลักษณ์การสื่อสารของตนเองไว้กลางเมือง และสัญลักษณ์นั้นยังคงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน
การเที่ยวตู้ไปรษณีย์ยักษ์เบตงควรชมทั้ง 2 จุดควบคู่กัน จุดแรกคือตู้เดิมบริเวณสี่แยกหอนาฬิกา ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศเก่าแก่ของเมืองและถ่ายภาพกับแลนด์มาร์กคลาสสิกที่ยังคงใช้งานจริง จุดที่สองคือตู้ใหม่บริเวณศาลาประชาคม ถนนสุขยางค์ ซึ่งเหมาะสำหรับการถ่ายภาพมุมกว้างและภาพกลุ่ม เพราะมีขนาดใหญ่กว่าเดิมมาก การเดินชมทั้ง 2 จุดช่วยให้เข้าใจพัฒนาการของแลนด์มาร์กนี้ครบถ้วน ตั้งแต่ตู้เดิมที่เกิดจากความจำเป็นด้านการสื่อสาร ไปจนถึงตู้ใหม่ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของเมืองเบตง
บริเวณรอบตู้ไปรษณีย์เดิมมีหอนาฬิกาเบตงตั้งอยู่ใกล้กัน หอนาฬิกาเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์คู่เมืองที่นักท่องเที่ยวนิยมถ่ายภาพ โดยเฉพาะช่วงเย็นและค่ำที่แสงไฟเมืองช่วยเพิ่มบรรยากาศให้พื้นที่ดูคึกคัก ย่านนี้ยังอยู่ใกล้ร้านอาหารท้องถิ่น ร้านติ่มซำ ร้านไก่เบตง ร้านของหวาน และเส้นทางเดินเล่นในตัวเมือง ทำให้สามารถวางแผนเที่ยวแบบเดินชมเมืองได้สะดวก ภายในระยะสั้น ๆ นักท่องเที่ยวสามารถเก็บทั้งตู้ไปรษณีย์เดิม หอนาฬิกา อุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์ สตรีทอาร์ต และร้านอาหารขึ้นชื่อได้ในทริปเดียว
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับถ่ายภาพตู้ไปรษณีย์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยคือช่วงเช้าและช่วงเย็น ช่วงเช้าบริเวณเมืองยังไม่พลุกพล่าน แสงธรรมชาตินุ่ม เหมาะกับการถ่ายภาพตัวบุคคลและภาพครอบครัว ส่วนช่วงเย็นถึงค่ำจะได้บรรยากาศเมืองเบตงที่มีชีวิตชีวา ไฟถนน ร้านค้า และผู้คนช่วยทำให้ภาพดูมีมิติ หากต้องการถ่ายภาพโดยไม่ติดรถและผู้คนมาก ควรเลือกช่วงเช้าก่อนเวลาที่นักท่องเที่ยวเริ่มออกเดินชมเมือง สำหรับผู้ที่พักในตัวเมืองเบตงสามารถเดินมาที่จุดนี้ได้ง่าย เพราะที่พัก ร้านอาหาร และจุดท่องเที่ยวหลักหลายแห่งอยู่ในระยะใกล้กัน
ตู้ไปรษณีย์ยักษ์ยังเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมการท่องเที่ยวแบบส่งโปสการ์ดกลับบ้าน นักท่องเที่ยวที่ชอบเก็บความทรงจำในรูปแบบดั้งเดิมสามารถซื้อโปสการ์ดเกี่ยวกับเบตง เขียนข้อความสั้น ๆ แล้วหย่อนลงตู้รับจดหมายได้ การกระทำเล็ก ๆ นี้ช่วยให้ประสบการณ์การเที่ยวเบตงมีความหมายมากขึ้น เพราะสอดคล้องกับจุดกำเนิดของแลนด์มาร์กซึ่งเกิดขึ้นจากการสื่อสารด้วยจดหมาย การถ่ายภาพคู่กับตู้ไปรษณีย์จึงเป็นเพียงส่วนหนึ่งของประสบการณ์ แต่การส่งข้อความจากเมืองใต้สุดแดนสยามกลับไปยังบ้านหรือคนสำคัญทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสหน้าที่ดั้งเดิมของสถานที่แห่งนี้อย่างแท้จริง
ในเชิงประวัติศาสตร์ ตู้ไปรษณีย์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยช่วยบอกเล่าเรื่องราวของเบตงในฐานะเมืองชายแดนที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม เบตงเป็นพื้นที่ที่มีทั้งชุมชนไทย จีน มลายู และผู้คนจากประเทศเพื่อนบ้านเดินทางไปมาค้าขาย ทำงาน และท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง การสื่อสารจึงเป็นรากฐานสำคัญของเมือง ตู้ไปรษณีย์เดิมที่ตั้งอยู่กลางเมืองไม่เพียงเป็นเครื่องมือรับส่งจดหมาย แต่เป็นเครื่องหมายของการเชื่อมโยงผู้คน ข่าวสาร และความสัมพันธ์ระหว่างเบตงกับพื้นที่ภายนอก เมื่อนำเรื่องราวนี้มามองร่วมกับหอนาฬิกา ถนนสุขยางค์ และย่านร้านค้าเก่าแก่ จะเห็นว่าเมืองเบตงเติบโตจากชุมชนชายแดนที่ให้ความสำคัญกับการติดต่อสื่อสาร การค้า และการอยู่ร่วมกันของผู้คนหลายกลุ่ม
สำหรับนักท่องเที่ยวสายถ่ายภาพ ตู้ไปรษณีย์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยมีจุดเด่นคือสีแดงสดที่ตัดกับอาคาร ถนน และท้องฟ้าได้ดี หากถ่ายภาพกับตู้เดิมบริเวณหอนาฬิกา ควรใช้มุมที่เห็นฐานตู้และป้ายรหัสไปรษณีย์ชัดเจนเพื่อสื่อถึงเอกลักษณ์ของเบตง หากถ่ายภาพกับตู้ใหม่บริเวณศาลาประชาคม ควรเว้นระยะจากตัวตู้มากขึ้นเพื่อเก็บความสูงทั้งหมดของตู้ในเฟรมเดียว ภาพที่ได้จะให้ความรู้สึกอลังการและเห็นขนาดจริงของแลนด์มาร์กชัดกว่า การถ่ายภาพช่วงเย็นยังช่วยให้สีแดงของตู้ดูเด่นขึ้นเมื่อมีแสงไฟเมืองประกอบฉาก
แม้ตู้ไปรษณีย์จะเป็นจุดท่องเที่ยวกลางเมืองที่เข้าถึงง่าย นักท่องเที่ยวควรระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยขณะถ่ายภาพ เพราะพื้นที่บริเวณสี่แยกหอนาฬิกาและถนนสุขยางค์มีรถสัญจรตลอดวัน การยืนถ่ายภาพควรอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย ไม่กีดขวางทางเดินและทางรถ ไม่ปีนหรือพิงส่วนประกอบของตู้จนเสี่ยงต่อความเสียหาย และควรให้ความเคารพต่อพื้นที่สาธารณะรอบเมือง เนื่องจากย่านนี้ยังเป็นพื้นที่ใช้ชีวิตจริงของชาวเบตง มีร้านค้า บ้านเรือน และกิจกรรมประจำวันของคนในท้องถิ่นอยู่ตลอดเวลา
การเดินทางมายังตู้ไปรษณีย์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยทำได้สะดวกเมื่ออยู่ในตัวเมืองเบตง หากเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสามารถตั้งเส้นทางมายังสี่แยกหอนาฬิกาเบตงหรือศาลาประชาคม ถนนสุขยางค์ แล้วจอดรถในจุดจอดที่เหมาะสมรอบเมือง หากพักโรงแรมใจกลางเมือง นักท่องเที่ยวสามารถเดินไปยังตู้เดิม หอนาฬิกา และร้านอาหารใกล้เคียงได้ภายในไม่กี่นาที ส่วนผู้ที่เดินทางมาจากตัวเมืองยะลา หาดใหญ่ หรือด่านชายแดนมาเลเซีย นิยมใช้รถส่วนตัว รถตู้ หรือรถโดยสารไปยังอำเภอเบตง แล้วต่อรถท้องถิ่นเข้าตัวเมือง เส้นทางเที่ยวในเมืองเบตงเหมาะกับการเดินชมแบบช้า ๆ เพราะสถานที่สำคัญหลายแห่งอยู่ไม่ไกลกัน
การเดินทาง ภายในเมืองเบตงสามารถจัดเส้นทางเริ่มจากตู้ไปรษณีย์เดิมที่สี่แยกหอนาฬิกา แล้วเดินต่อไปยังร้านอาหารเช้า ติ่มซำ และร้านอาหารจีนเก่าแก่ในย่านถนนสุขยางค์ จากนั้นแวะชมอุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์ซึ่งเป็นอุโมงค์รถยนต์ลอดภูเขาแห่งแรกของประเทศไทย เดินต่อไปยังสวนสาธารณเทศบาลเมืองเบตงหรือพิพิธภัณฑ์เมืองเบตง แล้วปิดท้ายด้วยการถ่ายภาพช่วงเย็นบริเวณหอนาฬิกา เส้นทางนี้เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่มีเวลาครึ่งวันถึง 1 วันในตัวเมือง และช่วยให้เห็นทั้งประวัติศาสตร์ การสื่อสาร อาหารท้องถิ่น และบรรยากาศเมืองชายแดนในทริปเดียว
อาหารเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้บริเวณตู้ไปรษณีย์ยักษ์เบตงน่าแวะมากขึ้น ย่านรอบหอนาฬิกาเป็นแหล่งร้านอาหารขึ้นชื่อของเมือง นักท่องเที่ยวสามารถเริ่มวันด้วยติ่มซำ โจ๊ก บะกุ๊ดเต หรืออาหารเช้าแบบเบตง จากนั้นมื้อกลางวันหรือเย็นเลือกชิมไก่เบตง เคาหยก ผักน้ำทรงเครื่อง แกงส้มปลาเก๋ายอดมะพร้าว หรือเมนูจีนท้องถิ่น ร้านอาหารหลายแห่งอยู่ในระยะเดินจากตู้ไปรษณีย์เดิม ทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้รถสำหรับการเดินเที่ยวในเมืองช่วงสั้น ๆ จุดแข็งของย่านนี้คือสามารถรวมการถ่ายภาพ การกิน และการเดินชมบรรยากาศเมืองไว้ด้วยกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ
ผู้ที่ต้องการพักใกล้ตู้ไปรษณีย์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยมีตัวเลือกหลายแห่งในตัวเมืองเบตง ทั้งโรงแรมขนาดใหญ่ โรงแรมกลางเมือง และที่พักแบบสะดวกต่อการเดินเที่ยว จุดที่ควรพิจารณาคือระยะทางจากหอนาฬิกา ที่จอดรถ ความสะดวกในการเดินไปยังร้านอาหาร และความเหมาะสมกับรูปแบบการเดินทาง หากต้องการเที่ยวในเมืองเป็นหลัก ควรเลือกที่พักใกล้ถนนสุขยางค์ ถนนภักดีดำรงค์ ถนนจันทโรทัย หรือถนนอัยเยอร์เบอร์จัง เพราะเป็นย่านที่เชื่อมกับตู้ไปรษณีย์ หอนาฬิกา อุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์ ร้านอาหาร และตลาดได้สะดวก
ตู้ไปรษณีย์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยเหมาะกับนักท่องเที่ยวหลายกลุ่ม ครอบครัวสามารถแวะถ่ายภาพและเล่าเรื่องการส่งจดหมายในอดีตให้เด็ก ๆ ฟัง นักท่องเที่ยวสายประวัติศาสตร์สามารถใช้จุดนี้เป็นประตูเข้าสู่เรื่องราวของเมืองเบตง นักท่องเที่ยวสายกินสามารถจัดเส้นทางร่วมกับร้านอาหารรอบหอนาฬิกา ส่วนผู้ที่ชอบถ่ายภาพเมืองสามารถเก็บบรรยากาศช่วงเช้า ช่วงเย็น และช่วงค่ำได้หลายมุม จุดหมายแห่งนี้จึงเป็นมากกว่าจุดถ่ายรูปริมถนน เพราะเป็นแลนด์มาร์กที่เชื่อมอดีตกับปัจจุบันของเบตงไว้อย่างชัดเจน
เมื่อมองในภาพรวม ตู้ไปรษณีย์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยเป็นสถานที่เล็กในเชิงพื้นที่ แต่ใหญ่ในเชิงความหมาย เพราะบอกเล่าความสำคัญของจดหมาย วิทยุกระจายเสียง การติดต่อราชการ การค้าขาย และความสัมพันธ์ของผู้คนในเมืองชายแดน ตู้เดิมยืนอยู่คู่เมืองในฐานะหลักฐานของยุคสื่อสารแบบอนาล็อก ส่วนตู้ใหม่ทำหน้าที่เป็นแลนด์มาร์กท่องเที่ยวที่ช่วยให้ผู้มาเยือนจดจำเบตงได้ง่ายขึ้น การมาเยือนตู้ไปรษณีย์ยักษ์เบตงจึงควรให้เวลาอ่านเรื่องราว สังเกตรายละเอียด และเดินชมพื้นที่รอบเมือง ไม่ใช่แค่ถ่ายภาพแล้วเดินจากไป
ตู้ไปรษณีย์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย จังหวัดยะลา เป็นจุดเช็กอินที่ควรอยู่ในแผนเที่ยวเบตงทุกครั้ง เพราะเข้าชมได้ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เสียค่าเข้าชม อยู่ใกล้หอนาฬิกา ร้านอาหาร ที่พัก และสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองหลายแห่ง ตู้เดิมสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2467 เพื่อรับจดหมายและกระจายข่าวสาร ส่วนตู้ใหม่บริเวณศาลาประชาคม ถนนสุขยางค์ สูงประมาณ 9 เมตร และเป็นสัญลักษณ์ร่วมสมัยของเมืองเบตง หากต้องการเข้าใจเมืองเบตงในมุมที่ลึกกว่าการเป็นเมืองท่องเที่ยวชายแดน การเริ่มต้นจากแลนด์มาร์กสีแดงใบนี้คือจุดเริ่มต้นที่เหมาะที่สุด
| ชื่อสถานที่ | ตู้ไปรษณีย์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย หรือ ตู้ไปรษณีย์ยักษ์เบตง |
| ที่ตั้ง | ตู้เดิมตั้งอยู่บริเวณสี่แยกหอนาฬิกา ใจกลางเมืองเบตง ส่วนตู้ใหม่ตั้งอยู่บริเวณศาลาประชาคมหรือสวนมหาดไทย ถนนสุขยางค์ |
| ที่อยู่ | ตำบลเบตง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา 95110 |
| พิกัด | ตู้ใหม่บริเวณศาลาประชาคม: 5.77726, 101.07318 |
| ไฮไลต์ | ตู้ไปรษณีย์ขนาดยักษ์สีแดงกลางเมืองเบตง ตู้เดิมยังคงใช้งานรับจดหมายจริง และตู้ใหม่สูงประมาณ 9 เมตร เป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยม |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | ตู้เดิมสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2467 ก่อนสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง โดยนายสงวน จิระจินดา เพื่อใช้รับจดหมายและกระจายข่าวสารให้ประชาชนในเมืองเบตง |
| ที่มาของชื่อ | เรียกตามลักษณะของตู้ไปรษณีย์ที่มีขนาดใหญ่โดดเด่น โดยตู้ใหม่มีความสูงประมาณ 9 เมตร และเป็นสัญลักษณ์การท่องเที่ยวของเมืองเบตง |
| ลักษณะเด่น | ตู้เดิมเป็นทรงกระบอกคอนกรีตเสริมเหล็ก เส้นรอบวงตัวตู้ประมาณ 140 ซม. ความสูงรวมฐานประมาณ 320 ซม. ส่วนตู้ใหม่มีขนาดใหญ่กว่าตู้เดิมประมาณ 3.5 เท่า |
| การเดินทาง | เดินทางมายังตัวเมืองเบตง แล้วตั้งเส้นทางไปยังสี่แยกหอนาฬิกาเบตงหรือศาลาประชาคม ถนนสุขยางค์ หากพักในตัวเมืองสามารถเดินเที่ยวตู้เดิม หอนาฬิกา ร้านอาหาร และอุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์ได้สะดวก |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้เข้าชม เป็นแลนด์มาร์กกลางเมืองเบตง และยังเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมของนักท่องเที่ยว |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | ตลอด 24 ชั่วโมง |
| ค่าเข้า | ไม่มีค่าเข้าชม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่ถ่ายภาพกลางเมือง ร้านอาหาร ร้านค้า และที่พักอยู่ในระยะใกล้ |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | ตู้ไปรษณีย์เดิมบริเวณสี่แยกหอนาฬิกา, ตู้ไปรษณีย์ใหม่บริเวณศาลาประชาคมหรือสวนมหาดไทย, พื้นที่ถ่ายภาพริมถนนสุขยางค์ |
| ผู้ดูแล | เทศบาลเมืองเบตง |
| เบอร์ติดต่อหลัก | เทศบาลเมืองเบตง โทร. 0-7323-1214 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | เว็บไซต์เทศบาลเมืองเบตง และเพจประชาสัมพันธ์เทศบาลเมืองเบตง |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. หอนาฬิกาเบตง 0.03 กม. 2. อุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์ 0.19 กม. 3. พิพิธภัณฑ์เมืองเบตง 0.23 กม. 4. สวนสาธารณเทศบาลเมืองเบตง 0.32 กม. 5. วัดกวนอิมเบตง 0.32 กม. 6. วัดพุทธาธิวาส 0.70 กม. 7. จุดเช็กอินป้าย OK BETONG 2.63 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. เซ้งติ่มซำ 0.01 กม. โทร. 089-297-7417 2. โรตี หน้าหอนาฬิกา เบตง 0.01 กม. 3. ร้านอาหารใบหยก 0.05 กม. โทร. 086-964-4692, 073-230-763 4. ไทซีฮี้ 0.10 กม. โทร. 073-325-802 5. ร้านต้าเหยิน (กิตติ) 0.10 กม. โทร. 073-230-461 6. Piccolo cafe’ 1.20 กม. โทร. 098-185-8181 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. โรงแรมคาเธ่ย์เบตง 0.20 กม. โทร. 073-230-999 2. โรงแรมแกรนด์ แมนดาริน เบตง 0.30 กม. โทร. 073-235-777 3. โรงแรมการ์เด้น วิว เบตง 0.40 กม. โทร. 086-488-7190 4. โรงแรมแกรนด์วิว แลนด์มาร์ค เบตง 0.60 กม. โทร. 073-245-510 5. Betong Hill Residence 0.70 กม. โทร. 065-040-5564 6. Betong Hello Hotel 0.20 กม. โทร. 086-448-8511 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ตู้ไปรษณีย์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยอยู่ที่ไหน?
ตอบ: อยู่ในอำเภอเบตง จังหวัดยะลา โดยตู้เดิมตั้งอยู่บริเวณสี่แยกหอนาฬิกา ส่วนตู้ใหม่ตั้งอยู่บริเวณศาลาประชาคมหรือสวนมหาดไทย ถนนสุขยางค์
ถาม: ตู้ไปรษณีย์ยักษ์เบตงเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: เข้าชมได้ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง เพราะเป็นแลนด์มาร์กกลางเมืองแบบพื้นที่เปิด
ถาม: ตู้ไปรษณีย์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่มีค่าเข้าชม นักท่องเที่ยวสามารถแวะถ่ายภาพและเดินชมบริเวณโดยรอบได้ฟรี
ถาม: ตู้ไปรษณีย์เดิมสร้างขึ้นเมื่อใด?
ตอบ: ตู้เดิมสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2467 ก่อนสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง เพื่อใช้รับจดหมายและกระจายข่าวสารให้ประชาชนในเมืองเบตง
ถาม: ตู้ไปรษณีย์เดิมยังใช้งานได้จริงหรือไม่?
ตอบ: ตู้เดิมยังคงได้รับการอนุรักษ์และยังคงใช้งานเป็นตู้รับจดหมายจริง
ถาม: ควรไปถ่ายภาพตู้ไปรษณีย์ยักษ์เบตงช่วงเวลาใด?
ตอบ: ช่วงเช้าเหมาะกับการถ่ายภาพที่คนน้อยและแสงนุ่ม ส่วนช่วงเย็นถึงค่ำเหมาะกับการชมบรรยากาศเมืองและแสงไฟรอบหอนาฬิกา
ถาม: สามารถเที่ยวตู้ไปรษณีย์ยักษ์ร่วมกับสถานที่ใดได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับหอนาฬิกาเบตง อุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์ พิพิธภัณฑ์เมืองเบตง สวนสาธารณเทศบาลเมืองเบตง และวัดกวนอิมเบตงได้สะดวก
ถาม: ใครเป็นผู้ดูแลพื้นที่ตู้ไปรษณีย์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย?
ตอบ: พื้นที่อยู่ในการดูแลของเทศบาลเมืองเบตง ซึ่งเป็นหน่วยงานท้องถิ่นหลักของเมืองเบตง
หมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
กลุ่ม: ●แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน
ปรับปรุงล่าสุด : 2 สัปดาห์ที่แล้ว




