หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสุราษฎร์ธานี >อ.ไชยา >ต.เลม็ด > สวนโมกขพลาราม (วัดธารน้ำไหล)
TL;DR: สวนโมกขพลาราม (วัดธารน้ำไหล) อยู่ที่เขาพุทธทอง บ้านเขาพุทธทอง หมู่ที่ 6 ตำบลเลม็ด อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดทุกวัน เวลา พื้นที่สวนโมกข์ 07.00 – 17.00 น.; พื้นที่เข้าชมและพิพิธภัณฑ์ภายในวัดโดยทั่วไป.
สวนโมกขพลาราม (วัดธารน้ำไหล)

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: พื้นที่สวนโมกข์ 07.00 – 17.00 น.; พื้นที่เข้าชมและพิพิธภัณฑ์ภายในวัดโดยทั่วไป 08.00 – 17.00 น.
สวนโมกขพลาราม (วัดธารน้ำไหล) จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นวัดและสถานปฏิบัติธรรมสำคัญของอำเภอไชยา ตั้งอยู่บริเวณเขาพุทธทอง ริมทางหลวงหมายเลข 41 บริเวณกิโลเมตรที่ 134 บ้านเขาพุทธทอง หมู่ที่ 6 ตำบลเลม็ด อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี สถานที่แห่งนี้เป็นที่รู้จักกว้างขวางในชื่อ “สวนโมกข์” มีความหมายเชิงธรรมว่า สวนป่าอันเป็นกำลังแห่งความหลุดพ้น และเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการศึกษาพุทธธรรม การปฏิบัติสมาธิภาวนา และการเผยแผ่คำสอนของท่านพุทธทาสภิกขุที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย
สวนโมกขพลารามมีจุดเริ่มต้นจากปณิธานของพระธรรมโกศาจารย์ หรือท่านพุทธทาสภิกขุ ผู้ต้องการสร้างสถานที่สำหรับแสวงหาความสงบ ศึกษาธรรม และทดลองปฏิบัติตามรอยพระอรหันต์อย่างเรียบง่าย ท่านเริ่มต้นสวนโมกข์เดิมที่พุมเรียงเมื่อ พ.ศ. 2475 ต่อมาจึงย้ายและพัฒนาพื้นที่ปัจจุบันที่เขาพุทธทองในชื่อทางการว่า วัดธารน้ำไหล หรือสวนโมกขพลาราม พื้นที่นี้จึงเป็นทั้งวัด ป่า ศูนย์เรียนรู้ธรรมะ และสัญลักษณ์ของการกลับไปสู่แก่นแท้ของพระพุทธศาสนาในบรรยากาศธรรมชาติ
ความสำคัญของสวนโมกข์ไม่ได้อยู่ที่ความงดงามของสิ่งก่อสร้างแบบวัดใหญ่ทั่วไป แต่อยู่ที่แนวคิดในการออกแบบสถานที่ให้ธรรมชาติเป็นครู ผู้มาเยือนจะพบต้นไม้ใหญ่ ร่มเงา ทางเดินเงียบสงบ เสียงนก เสียงลม และบรรยากาศที่เหมาะกับการพิจารณาตนเอง พื้นที่โดยรวมไม่ได้มุ่งเน้นความหรูหรา แต่เน้นความเรียบง่าย สงบ และเกื้อกูลต่อการเรียนรู้ธรรมะ ทำให้สวนโมกข์แตกต่างจากสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัดจำนวนมาก และเป็นจุดหมายที่เหมาะกับผู้ต้องการพักใจมากกว่าการมาเที่ยวแบบเร่งรีบ
จุดเด่นที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งคือ โรงมหรสพทางวิญญาณ หรือที่หลายคนเรียกว่าโรงหนังสวนโมกข์ อาคารแห่งนี้เป็นพื้นที่เผยแผ่ธรรมะผ่านภาพศิลป์ บทกวี คติธรรม ภาพพุทธประวัติ และภาพจำลองจากภาพหินสลักเกี่ยวกับพุทธประวัติในอินเดีย แนวคิดของโรงมหรสพทางวิญญาณคือการใช้ศิลปะเป็นสื่อช่วยเปิดใจผู้ชมให้เข้าใจธรรมะอย่างเป็นธรรมชาติ ผู้มาเยือนจึงไม่ได้เพียงอ่านข้อความธรรมะ แต่ได้เห็นภาพ สัญลักษณ์ และคำสอนที่ชวนให้คิดต่อด้วยตนเอง
โรงมหรสพทางวิญญาณสะท้อนความสามารถของท่านพุทธทาสในการทำให้ธรรมะเข้าถึงคนทั่วไปโดยไม่จำกัดพื้นฐานความรู้ ไม่ว่าผู้มาเยือนจะเป็นนักปฏิบัติธรรม นักเรียน นักศึกษา นักท่องเที่ยว หรือผู้สนใจศิลปะ ก็สามารถเดินชมภาพและคำสอนภายในอาคารนี้ได้อย่างอิสระ ภาพศิลป์จำนวนมากไม่ได้มีหน้าที่ตกแต่งอาคารเท่านั้น แต่เป็นเครื่องมือทางจิตใจที่ช่วยให้ผู้ชมตั้งคำถามกับชีวิต ความทุกข์ ความยึดมั่น และหนทางสู่ความสงบภายใน
ภายในสวนโมกข์ยังมีพื้นที่สำคัญหลายจุดที่สัมพันธ์กับแนวคิดการสอนธรรมะผ่านสิ่งแวดล้อม เช่น ลานหินโค้ง ซึ่งใช้เป็นสถานที่ฟังธรรม ถวายภัตตาหาร และจัดกิจกรรมธรรมะกลางแจ้งในบรรยากาศใกล้ชิดธรรมชาติ ศาลาธรรมโฆษณ์ซึ่งเกี่ยวข้องกับการรวบรวมผลงานคำสอนของท่านพุทธทาส สระนาฬิเกร์ซึ่งใช้เป็นสื่อทางธรรมะ พระอุโบสถธรรมชาติบนเขาพุทธทอง มณฑปสุวรรณบรรพต ตถาคต ธัมมิกสถูป และอาคารลักษณะเรือธรรมวารีนาวาที่สื่อความหมายเรื่องการข้ามห้วงทุกข์ด้วยธรรมะ
แนวคิดเรื่อง “เรือธรรมวารีนาวา” เป็นหนึ่งในภาพแทนที่น่าสนใจของสวนโมกข์ เพราะเรือถูกใช้เปรียบเป็นพาหนะข้ามฟากจากความทุกข์ไปสู่ความไม่มีทุกข์ จากความไม่รู้ไปสู่ความเข้าใจ และจากความวุ่นวายไปสู่ความสงบ อาคารลักษณะเรือจึงไม่ได้เป็นเพียงสิ่งก่อสร้างแปลกตา แต่เป็นบทเรียนทางสัญลักษณ์ที่สอดคล้องกับวิธีคิดของสวนโมกข์ ซึ่งนิยมใช้วัตถุ ภาพ อาคาร ต้นไม้ และพื้นที่ธรรมชาติเป็นเครื่องช่วยสอนธรรมะ
สวนโมกข์มีความสัมพันธ์อย่างลึกซึ้งกับคำสอนของท่านพุทธทาสภิกขุ โดยเฉพาะแนวทางการกลับไปศึกษาแก่นแท้ของพระพุทธศาสนา การเน้นความเข้าใจเรื่องทุกข์ เหตุแห่งทุกข์ ความดับทุกข์ และทางปฏิบัติที่นำไปสู่ความดับทุกข์ คำสอนของท่านเน้นความเรียบง่าย ตรงไปตรงมา ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน และไม่จำกัดอยู่เพียงพิธีกรรม ท่านมักชวนให้ผู้คนมองธรรมะในฐานะหน้าที่ ความถูกต้อง และการคลายความยึดมั่นในตัวตน
บรรยากาศของสวนโมกข์ช่วยเสริมแนวทางการเรียนรู้ธรรมะอย่างชัดเจน เพราะผู้มาเยือนจะค่อย ๆ ลดความเร่งรีบลงเมื่อเดินเข้าสู่พื้นที่วัด เส้นทางภายในเต็มไปด้วยร่มไม้และพื้นที่เปิดให้หยุดอ่านป้ายธรรมะ นั่งพัก หรือสังเกตความคิดของตนเอง สิ่งเหล่านี้ทำให้สวนโมกข์เป็นมากกว่าสถานที่ท่องเที่ยว แต่เป็นพื้นที่ที่ช่วยฝึกการมองเห็นกาย ใจ และสภาพแวดล้อมตามความเป็นจริง
สวนโมกข์ยังเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติจากการจัดอบรมสมาธิภาวนาและอานาปานสติแก่ผู้สนใจ ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ หลักสูตรสำหรับชาวต่างประเทศที่ธรรมาศรมนานาชาติเริ่มวันที่ 1 ของทุกเดือน เป็นหลักสูตรภาวนาเงียบ 10 วัน โดยผู้เข้าร่วมต้องลงทะเบียนด้วยตนเองในวันสุดท้ายของเดือนก่อนหน้า ส่วนหลักสูตรสำหรับชาวไทยมีรอบอบรมประจำเดือนในช่วงวันที่ 20–27 ของทุกเดือนตามข้อมูลการท่องเที่ยวและเครือข่ายธรรมทาน แนวทางการปฏิบัติเน้นอานาปานสติหรือการมีสติกับลมหายใจ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการฝึกสมาธิและวิปัสสนา
ผู้ที่ไม่ได้เข้าร่วมหลักสูตรปฏิบัติธรรมแบบเต็มรูปแบบก็สามารถเข้ามาเยี่ยมชมสวนโมกข์ได้ในช่วงเวลาทำการ โดยเหมาะกับการเดินชมโรงมหรสพทางวิญญาณ อ่านคติธรรม นั่งพักในพื้นที่สงบ เยี่ยมชมลานหินโค้ง กราบสักการะจุดสำคัญ และเรียนรู้ประวัติท่านพุทธทาสภิกขุ การมาแบบเยี่ยมชมทั่วไปควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 1–2 ชั่วโมง เพื่อให้สามารถเดินชมอย่างไม่เร่งรีบและมีเวลาซึมซับบรรยากาศของสถานที่
อีกจุดที่ควรให้ความสำคัญคือมณฑปสุวรรณบรรพต ตถาคต ธัมมิกสถูป ภายในวัดสวนโมกขพลาราม ซึ่งเกี่ยวข้องกับการบรรจุอัฐิธาตุและเกศาของพระธรรมโกศาจารย์ พุทธทาสภิกขุ พื้นที่นี้เป็นสถานที่ระลึกถึงครูบาอาจารย์ผู้สร้างคุณูปการทางพระพุทธศาสนา และเป็นจุดที่ผู้ศรัทธาสามารถมากราบสักการะด้วยความเคารพ การมีมณฑปแห่งนี้ทำให้สวนโมกข์เป็นทั้งสถานที่ศึกษาแนวคิดของท่านและสถานที่ระลึกถึงชีวิตของท่านอย่างเป็นรูปธรรม
ด้านหลังและบริเวณรอบสวนโมกข์มีธรรมชาติที่ร่มรื่นและสัมพันธ์กับเขาพุทธทองอย่างชัดเจน ใกล้กันยังมีสวนรุกขชาติเขาพุทธทอง ซึ่งเป็นพื้นที่รวบรวมพันธุ์ไม้มีค่าและช่วยเติมเต็มภาพของสวนโมกข์ในฐานะวัดป่าที่ใช้ธรรมชาติเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกใจ ผู้ที่สนใจพืชพรรณ ธรรมชาติ หรือการเดินชมพื้นที่สีเขียวสามารถจัดเวลาแวะบริเวณใกล้เคียงนี้ร่วมกับการเข้าชมสวนโมกข์ได้
ในเชิงประวัติศาสตร์ศาสนา สวนโมกข์มีบทบาทสำคัญต่อการปฏิรูปความเข้าใจเรื่องพุทธธรรมในสังคมไทยยุคใหม่ ท่านพุทธทาสภิกขุพยายามนำผู้คนกลับไปสู่การศึกษาพระพุทธศาสนาอย่างมีเหตุผล เข้าใจง่าย และสอดคล้องกับชีวิตจริง ผลงานคำสอน หนังสือ บทบรรยาย และภาพธรรมะจำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับสวนโมกข์จึงมีอิทธิพลต่อพระสงฆ์ นักวิชาการ นักคิด นักพัฒนา และผู้แสวงหาความสงบจากหลายประเทศ
ผู้ที่สนใจศึกษาธรรมะเชิงลึกจะพบว่าสวนโมกข์มีลักษณะเป็นห้องเรียนขนาดใหญ่ที่ไม่มีผนังตายตัว ทุกพื้นที่สามารถกลายเป็นสื่อการสอนได้ ตั้งแต่ต้นไม้ ทางเดิน หิน น้ำ อาคาร ภาพวาด บทกวี ไปจนถึงความเงียบ การเดินช้า ๆ ในสวนโมกข์จึงเป็นประสบการณ์ที่ต่างจากการเข้าชมพิพิธภัณฑ์ทั่วไป เพราะผู้ชมไม่ได้รับข้อมูลเพียงทางสายตา แต่ถูกเชื้อเชิญให้พิจารณาชีวิต ความคิด และความสัมพันธ์ระหว่างตนเองกับธรรมชาติ
สำหรับผู้ที่ต้องการปฏิบัติธรรมจริงจัง ควรศึกษารายละเอียดรอบอบรมและเงื่อนไขล่วงหน้า โดยเฉพาะหลักสูตรภาวนาเงียบสำหรับชาวต่างประเทศที่มีข้อกำหนดชัดเจนเรื่องการลงทะเบียนด้วยตนเอง การเข้าร่วมครบ 10 วัน การงดใช้โทรศัพท์และอุปกรณ์สื่อสารระหว่างการอบรม และการปฏิบัติตามตารางอย่างเคร่งครัด ส่วนผู้ที่มาพักภายในวัดเพื่อฝึกตนเองควรติดต่อจุดประชาสัมพันธ์หรือผู้ดูแลวัดเมื่อมาถึง และควรรักษาความสงบตามระเบียบของสถานที่
การเดินทาง ไปสวนโมกขพลารามทำได้สะดวกมาก เพราะตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 41 ซึ่งเป็นเส้นทางหลักสายใต้ หากเดินทางจากตัวเมืองสุราษฎร์ธานีให้มุ่งหน้าไปทางอำเภอไชยา ระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร โดยสังเกตบริเวณกิโลเมตรที่ 134 และป้ายทางเข้าสวนโมกข์บริเวณเขาพุทธทอง หากเดินทางด้วยรถไฟสามารถลงที่สถานีรถไฟไชยาแล้วต่อรถรับจ้างหรือรถท้องถิ่นมายังสวนโมกข์ได้ ใช้เวลาเดินทางจากตัวเมืองไชยาไม่นาน
สวนโมกข์สามารถจัดรวมในเส้นทางเที่ยวไชยาได้อย่างดี โดยสามารถเดินทางต่อไปยังวัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไชยา วัดรัตนารามหรือวัดแก้ว วัดหลง ชุมชนพุมเรียง แหลมโพธิ์ และสวนรุกขชาติเขาพุทธทอง เส้นทางนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการเที่ยวสุราษฎร์ธานีแบบเชิงวัฒนธรรมและธรรมะ เพราะได้เห็นทั้งพุทธศาสนาสมัยศรีวิชัย ประวัติท่านพุทธทาส วิถีชุมชนเก่า และธรรมชาติร่มรื่นในเขตไชยา
ข้อควรปฏิบัติเมื่อมาเยือนสวนโมกข์คือแต่งกายสุภาพ ใช้เสียงเบา ไม่เปิดเพลง ไม่รบกวนผู้ที่กำลังปฏิบัติธรรม ไม่ถ่ายภาพในลักษณะที่รบกวนสมาธิผู้อื่น และไม่สัมผัสหรือเคลื่อนย้ายวัตถุจัดแสดงโดยไม่ได้รับอนุญาต สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่พื้นที่ท่องเที่ยวเพื่อความบันเทิง แต่เป็นวัดและสถานปฏิบัติธรรมที่ต้องการความสงบ การรักษามารยาทจึงเป็นส่วนสำคัญของการเรียนรู้ธรรมะผ่านการกระทำจริง
สวนโมกขพลารามเป็นจุดหมายที่ช่วยเปิดอีกมิติหนึ่งของสุราษฎร์ธานีอย่างชัดเจน จังหวัดนี้ไม่ได้มีเพียงทะเล เกาะ และแหล่งธรรมชาติ แต่ยังมีสถานที่ทางพุทธศาสนาที่มีอิทธิพลต่อความคิดของผู้คนทั่วประเทศและนานาชาติ การได้เดินในสวนโมกข์ ชมโรงมหรสพทางวิญญาณ อ่านคำสอน นั่งสงบใต้ร่มไม้ และระลึกถึงปณิธานของท่านพุทธทาสภิกขุ คือประสบการณ์ที่ทำให้การเดินทางมีความลึก สงบ และมีความหมายมากกว่าการท่องเที่ยวทั่วไป
| ชื่อสถานที่ | สวนโมกขพลาราม (วัดธารน้ำไหล) |
| ที่ตั้ง | เขาพุทธทอง บ้านเขาพุทธทอง หมู่ที่ 6 ตำบลเลม็ด อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี |
| ที่อยู่ | 68/1 หมู่ที่ 6 ริมทางหลวงหมายเลข 41 บริเวณกิโลเมตรที่ 134 ตำบลเลม็ด อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84110 |
| พิกัด | 9.35916, 99.17144 |
| ไฮไลต์ | สถานปฏิบัติธรรมของท่านพุทธทาสภิกขุ โรงมหรสพทางวิญญาณ ลานหินโค้ง ศาลาธรรมโฆษณ์ สระนาฬิเกร์ พระอุโบสถธรรมชาติ มณฑปสุวรรณบรรพต ตถาคต ธัมมิกสถูป และบรรยากาศวัดป่าร่มรื่น |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | สวนโมกข์เริ่มต้นเมื่อ พ.ศ. 2475 ที่พุมเรียงโดยท่านพุทธทาสภิกขุ และพื้นที่ปัจจุบันที่เขาพุทธทองได้รับการพัฒนาเป็นวัดธารน้ำไหลหรือสวนโมกขพลารามใน พ.ศ. 2502 |
| สถานะวัด | วัดราษฎร์ / สถานปฏิบัติธรรมสำคัญของอำเภอไชยา ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2515 |
| ที่มาของชื่อ | สวนโมกขพลารามมีความหมายว่า สวนป่าอันเป็นกำลังแห่งความหลุดพ้น โดยคำว่าโมกข์สื่อถึงความหลุดพ้น พละสื่อถึงกำลัง และอารามสื่อถึงสถานที่ร่มรื่นรื่นรมย์ |
| สิ่งสำคัญภายในวัด | โรงมหรสพทางวิญญาณ, ลานหินโค้ง, ศาลาธรรมโฆษณ์, สระนาฬิเกร์, เรือธรรมวารีนาวา, พระอุโบสถธรรมชาติ, มณฑปสุวรรณบรรพต ตถาคต ธัมมิกสถูป, ห้องสมุดและพื้นที่ศึกษาธรรมะ |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | เขตวัดธารน้ำไหล, เขตสวนป่าและทางเดินธรรมชาติ, โรงมหรสพทางวิญญาณ, ลานหินโค้ง, ศาลาธรรมโฆษณ์, มณฑปสุวรรณบรรพต, พื้นที่ปฏิบัติธรรม, กุฏิสงฆ์, จุดประชาสัมพันธ์, ลานจอดรถ |
| เนื้อที่ | ประมาณ 375 ไร่ |
| ผู้ก่อตั้ง / บุคคลสำคัญ | พระธรรมโกศาจารย์ หรือท่านพุทธทาสภิกขุ |
| เจ้าอาวาสปัจจุบัน | พระราชวัชรโพธิคุณ (โพธิ์ จนฺทสโร) |
| กิจกรรมสำคัญ | การปฏิบัติธรรม อานาปานสติ การอบรมสมาธิภาวนา การศึกษาธรรมะผ่านโรงมหรสพทางวิญญาณ วันเยี่ยมสวนโมกข์ และกิจกรรมธรรมะของเครือข่ายสวนโมกข์ |
| รอบปฏิบัติธรรม | หลักสูตรภาวนาเงียบสำหรับชาวต่างประเทศที่ธรรมาศรมนานาชาติเริ่มวันที่ 1 ของทุกเดือน ลงทะเบียนด้วยตนเองในวันสุดท้ายของเดือนก่อนหน้า; หลักสูตรสำหรับคนไทยโดยทั่วไปอยู่ในช่วงวันที่ 20–27 ของทุกเดือน |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้ประชาชนเข้าวัด ไหว้พระ ศึกษาธรรมะ เยี่ยมชมโรงมหรสพทางวิญญาณ และปฏิบัติธรรมตามระเบียบของวัด |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | พื้นที่สวนโมกข์ 07.00 – 17.00 น.; พื้นที่เข้าชมและพิพิธภัณฑ์ภายในวัดโดยทั่วไป 08.00 – 17.00 น. |
| ค่าเข้าชม | ไม่เก็บค่าเข้าชมพื้นที่วัด; หลักสูตรภาวนาเงียบ 10 วันที่ธรรมาศรมนานาชาติมีค่าลงทะเบียนตามประกาศของหลักสูตร |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 077-431-552, 077-431-597, 077-431-661, 086-090-3296 |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองสุราษฎร์ธานีใช้ทางหลวงหมายเลข 41 มุ่งหน้าอำเภอไชยา สวนโมกข์อยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 134 ริมทางหลวงหลัก สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถโดยสารสายใต้ หรือรถไฟลงสถานีไชยาแล้วต่อรถท้องถิ่น |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. สวนรุกขชาติเขาพุทธทอง ประมาณ 1 กม. 2. ธรรมาศรมนานาชาติ สวนโมกข์ ประมาณ 2 กม. 3. วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร ประมาณ 4 กม. 4. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไชยา ประมาณ 4 กม. 5. วัดรัตนาราม (วัดแก้ว) ประมาณ 5 กม. 6. วัดหลง ประมาณ 5 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านอาหารเพื่อนเดินทาง ประมาณ 1 กม. 2. ครัวไชยา ประมาณ 2 กม. โทร. 086-316-8888 3. ครัวพี่ยูร ไชยา ประมาณ 5 กม. โทร. 084-625-9929 4. ร้านเสบียงไชยา ประมาณ 6 กม. โทร. 093-357-3753 5. บ้านผักหวาน คาเฟ่ แอนด์ เรสเทอรองต์ ประมาณ 6 กม. โทร. 063-242-6595, 077-431-500 6. ครัวมโนรมย์ ประมาณ 6 กม. โทร. 095-418-9515 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. มารวย รีสอร์ท ไชยา ประมาณ 1 กม. โทร. 093-661-5693 2. เพื่อนเดินทาง รีสอร์ท ประมาณ 1 กม. โทร. 098-010-6559 3. แฮปปี้ เฮาส์ รีสอร์ท ประมาณ 1 กม. โทร. 086-685-9459 4. บ้านสวนปาล์ม รีสอร์ท ไชยา ประมาณ 3 กม. 5. สุวรรณ วรรณรีสอร์ท ประมาณ 5 กม. โทร. 077-310-393 6. เจพี.เพลส ประมาณ 6 กม. โทร. 096-296-4246 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: สวนโมกขพลารามหรือวัดธารน้ำไหลอยู่ที่ไหน?
ตอบ: สวนโมกขพลารามตั้งอยู่เลขที่ 68/1 หมู่ที่ 6 บ้านเขาพุทธทอง ตำบลเลม็ด อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ริมทางหลวงหมายเลข 41 บริเวณกิโลเมตรที่ 134
ถาม: สวนโมกข์เปิดวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: สวนโมกข์เปิดทุกวัน พื้นที่สวนโมกข์เปิดเวลา 07.00 – 17.00 น. ส่วนพื้นที่เข้าชมและพิพิธภัณฑ์ภายในวัดโดยทั่วไปเปิดเวลา 08.00 – 17.00 น.
ถาม: สวนโมกข์เสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: พื้นที่วัดไม่เก็บค่าเข้าชม ผู้มาเยือนสามารถเข้าชม ไหว้พระ และศึกษาธรรมะได้โดยไม่เสียค่าเข้า แต่หลักสูตรปฏิบัติธรรมบางประเภทมีเงื่อนไขและค่าลงทะเบียนตามประกาศของหลักสูตร
ถาม: จุดเด่นของสวนโมกขพลารามคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือการเป็นสถานปฏิบัติธรรมของท่านพุทธทาสภิกขุ มีโรงมหรสพทางวิญญาณ ลานหินโค้ง ศาลาธรรมโฆษณ์ สระนาฬิเกร์ เรือธรรมวารีนาวา พระอุโบสถธรรมชาติ และบรรยากาศวัดป่าที่เหมาะกับการศึกษาธรรมะ
ถาม: สวนโมกข์เหมาะกับการเที่ยวแบบใด?
ตอบ: สวนโมกข์เหมาะกับการเที่ยวเชิงธรรมะ การปฏิบัติสมาธิ การอ่านคติธรรม การศึกษาแนวคิดของท่านพุทธทาสภิกขุ การเดินชมธรรมชาติ และการพักใจในพื้นที่สงบ
ถาม: สวนโมกข์มีหลักสูตรปฏิบัติธรรมสำหรับชาวต่างชาติหรือไม่?
ตอบ: มีหลักสูตรภาวนาเงียบ 10 วันที่ธรรมาศรมนานาชาติ เริ่มวันที่ 1 ของทุกเดือน และต้องลงทะเบียนด้วยตนเองในวันสุดท้ายของเดือนก่อนหน้า
ถาม: เดินทางไปสวนโมกข์อย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองสุราษฎร์ธานีใช้ทางหลวงหมายเลข 41 มุ่งหน้าอำเภอไชยา สวนโมกข์อยู่ริมทางหลวงบริเวณกิโลเมตรที่ 134 หากเดินทางด้วยรถไฟสามารถลงสถานีไชยาแล้วต่อรถท้องถิ่นไปยังวัดได้
ถาม: เที่ยวสวนโมกข์แล้วไปที่ไหนต่อได้บ้าง?
ตอบ: สามารถไปสวนรุกขชาติเขาพุทธทอง วัดพระบรมธาตุไชยา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไชยา วัดรัตนาราม วัดหลง และชุมชนพุมเรียงได้ในเส้นทางเดียวกัน
เว็ปไซต์ : www.suanmokkh.org
โทร : 077431552, 077431597
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคใต้
ปรับปรุงล่าสุด : 3 สัปดาห์ที่แล้ว




