หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา >อ.เมืองสงขลา >ต.บ่อยาง > เกาะหนู และเกาะแมว
TL;DR: เกาะหนู และเกาะแมว อยู่ที่ทะเลหน้าเมืองสงขลา ใกล้แหลมสมิหลาและแหลมสนอ่อน อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา เปิดชมจากชายฝั่งได้ทุกวัน ส่วนการขึ้นเกาะให้บริการตามฤดูกาล สภาพอากาศ เวลา ชมจากชายฝั่งได้ตลอดวัน แนะนำช่วง 06.00 – 18.30 น.
เกาะหนู และเกาะแมว

วันเปิดทำการ: ชมจากชายฝั่งได้ทุกวัน ส่วนการขึ้นเกาะให้บริการตามฤดูกาล สภาพอากาศ และผู้ประกอบการเรือ
เวลาเปิดทำการ: ชมจากชายฝั่งได้ตลอดวัน แนะนำช่วง 06.00 – 18.30 น. และควรเดินทางทางเรือเฉพาะช่วงกลางวัน
เกาะหนู–เกาะแมว เป็นสัญลักษณ์ทางธรรมชาติและตำนานพื้นถิ่นที่รู้จักกันดีของจังหวัดสงขลา ตั้งอยู่ใกล้ชายฝั่งแหลมสมิหลาและแหลมสนอ่อน อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา เกาะทั้งสองมองเห็นได้ชัดจากชายหาดสมิหลา โดยเกาะที่อยู่ใกล้ฝั่งมีรูปร่างคล้ายหนู ส่วนเกาะที่อยู่ไกลออกไปมีลักษณะคล้ายแมว จึงเกิดชื่อเรียก “เกาะหนู–เกาะแมว” ที่ใช้สืบต่อกันมาแต่โบราณ สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนสงขลา ภาพของเกาะสองลูกกลางทะเลด้านหน้าแหลมสมิหลาเป็นหนึ่งในภาพจำสำคัญคู่กับรูปปั้นนางเงือกทอง รูปปั้นหนูแมว หาดสมิหลา เขาตังกวน และเมืองเก่าสงขลา
เกาะหนู–เกาะแมวไม่ได้เป็นเพียงเกาะหินกลางทะเลที่มองเห็นจากฝั่งเท่านั้น แต่เป็นภูมิทัศน์ที่เชื่อมโยงธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ การเดินเรือ วิถีประมง และนิทานพื้นบ้านของสงขลาเข้าด้วยกันอย่างแนบแน่น เมื่อยืนอยู่บริเวณแหลมสมิหลา นักท่องเที่ยวจะเห็นแนวทะเลเปิด มีเกาะหนูอยู่ด้านหน้า และเกาะแมวอยู่ถัดไกลออกไป ภาพของเกาะกลางน้ำที่ตัดกับท้องฟ้าและผืนทะเลทำให้บริเวณนี้เป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยม โดยเฉพาะช่วงเช้าและช่วงเย็นที่แสงไม่แรงเกินไป
ในทางการท่องเที่ยว เกาะหนู–เกาะแมวสามารถเที่ยวได้ 2 รูปแบบหลัก รูปแบบแรกคือการชมวิวจากชายฝั่งแหลมสมิหลาและแหลมสนอ่อน ซึ่งเป็นวิธีที่สะดวกที่สุด ไม่ต้องลงเรือ และเหมาะกับนักท่องเที่ยวทุกวัย รูปแบบที่สองคือการเดินทางทางเรือไปใกล้เกาะหรือขึ้นเกาะตามโปรแกรมของผู้ประกอบการท้องถิ่น ซึ่งเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด เช่น ชมโขดหิน ถ้ำ หน้าผา จุดชมวิว พายเรือคายัค ดำน้ำดูปะการัง และถ่ายภาพภูมิประเทศบนเกาะ การขึ้นเกาะควรเลือกช่วงที่ทะเลสงบและใช้บริการผู้ประกอบการที่มีอุปกรณ์ความปลอดภัยครบถ้วน
พื้นที่เกาะหนู–เกาะแมวได้รับความสนใจมากขึ้นในช่วงหลังจากหน่วยงานจังหวัดและหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวลงพื้นที่สำรวจและยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย มีการติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ ป้ายเตือนจุดเสี่ยง และป้ายแนะนำเส้นทางเดินป่าบนเกาะหนู เพื่อให้การท่องเที่ยวเป็นระบบมากขึ้น บางจุดของเกาะมีลักษณะเป็นพื้นที่เสี่ยง เช่น โขดหิน หน้าผา ทางเดินธรรมชาติ และพื้นที่ใกล้น้ำลึก นักท่องเที่ยวจึงควรปฏิบัติตามป้ายเตือน ใช้เส้นทางที่กำหนด และไม่ออกนอกเส้นทางโดยไม่มีผู้นำเที่ยว
เกาะหนูเป็นเกาะที่อยู่ใกล้ชายฝั่งกว่าเกาะแมว จึงเป็นจุดที่ถูกพูดถึงมากในการพัฒนาเป็นเส้นทางท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ บนเกาะมีภูมิประเทศที่ประกอบด้วยโขดหิน ต้นไม้ชายฝั่ง ถ้ำ หน้าผา และจุดชมวิวทะเล พื้นที่บางช่วงเคยเป็นจุดหลบลมมรสุมของเรือประมงพื้นบ้าน ก่อนจะค่อย ๆ กลายเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงผจญภัยและเชิงอนุรักษ์ ภูมิประเทศของเกาะทำให้การเที่ยวต้องใช้ความระมัดระวังมากกว่าการเดินเล่นชายหาดทั่วไป เพราะมีทั้งพื้นที่ลาดชัน โขดหินเปียก และจุดที่ต้องอาศัยความพร้อมของร่างกาย
เกาะแมวอยู่ไกลออกไปจากเกาะหนูและมีบุคลิกทางภูมิประเทศที่แตกต่างกัน จุดเด่นคือความรู้สึกของเกาะหินกลางทะเลที่ดูโดดเด่นจากระยะไกล เมื่อมองจากแหลมสมิหลาจะเห็นเกาะแมวเป็นฉากหลังที่ช่วยให้ทิวทัศน์สมบูรณ์ขึ้น เกาะทั้งสองจึงมีคุณค่าร่วมกัน ไม่ใช่แยกจากกันอย่างเด็ดขาด เพราะตำนานพื้นบ้านของสงขลาก็เล่าเรื่องเกาะหนูและเกาะแมวคู่กันเสมอ ในเชิงภาพจำ เกาะหนูคือจุดใกล้สายตา ส่วนเกาะแมวคือเส้นขอบฟ้าที่ต่อเติมเรื่องเล่าให้กว้างออกไป
ตำนานเกาะหนู–เกาะแมวเป็นเรื่องเล่าพื้นถิ่นที่สำคัญมากของสงขลา เรื่องเล่าว่ามีพ่อค้าชาวจีนคนหนึ่งคุมเรือสำเภาเดินทางมาค้าขายระหว่างจีนกับสงขลาเป็นประจำ วันหนึ่งพ่อค้าผู้นี้ได้ซื้อสุนัขกับแมวลงเรือไปเมืองจีนด้วย เมื่อสุนัขกับแมวอยู่บนเรือนาน ๆ ก็เกิดความเบื่อหน่ายและอยากกลับบ้าน ทั้งสองจึงปรึกษากันหาวิธีหนีขึ้นฝั่ง และได้รู้ว่าพ่อค้ามีดวงแก้ววิเศษที่ทำให้ผู้ครอบครองไม่จมน้ำ
แมวจึงคิดอุบายให้หนูไปขโมยดวงแก้ววิเศษของพ่อค้ามา โดยหนูขอหนีขึ้นฝั่งไปด้วย ทั้งสามจึงลงจากเรือและว่ายน้ำหนี โดยมีหนูอมดวงแก้วไว้ในปาก ระหว่างว่ายน้ำ หนูนึกขึ้นได้ว่าหากถึงฝั่งแล้ว สุนัขกับแมวอาจแย่งดวงแก้วไป จึงคิดจะหนีไปคนเดียว ฝ่ายแมวที่ว่ายตามมาก็คิดในทำนองเดียวกัน จึงเร่งว่ายเข้าหาหนู หนูตกใจและไม่ทันระวัง ทำให้ดวงแก้ววิเศษหล่นจากปากจมลงไปในทะเล
เมื่อดวงแก้ววิเศษหายไป หนูและแมวจึงหมดแรงและจมน้ำตาย กลายเป็นเกาะหนูและเกาะแมวอยู่บริเวณอ่าวหน้าเมืองสงขลา ส่วนสุนัขพยายามว่ายน้ำต่อไปจนถึงฝั่ง แต่สิ้นใจด้วยความเหน็ดเหนื่อย กลายเป็นหินหรือภูเขาบริเวณเขาตังกวนริมอ่าวสงขลา ขณะที่ดวงแก้ววิเศษซึ่งหล่นจากปากหนูแตกละเอียด กลายเป็นหาดทรายแก้วอยู่ทางด้านเหนือของแหลมสน ตำนานนี้ทำให้ภูมิทัศน์หลายจุดของสงขลาเชื่อมโยงกันเป็นเรื่องเดียว ทั้งเกาะหนู เกาะแมว เขาตังกวน และหาดทรายแก้ว
ความสำคัญของตำนานไม่ได้อยู่ที่การอธิบายรูปร่างของเกาะเท่านั้น แต่ยังทำให้พื้นที่ชายฝั่งสงขลามีมิติทางจินตนาการและวัฒนธรรมมากขึ้น นักท่องเที่ยวที่มองเกาะหนู–เกาะแมวจากหาดสมิหลาไม่ได้เห็นเพียงก้อนหินกลางทะเล แต่เห็นเรื่องเล่าที่คนสงขลาส่งต่อกันมายาวนาน รูปปั้นหนูและแมวใกล้รูปปั้นนางเงือกทองจึงทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างสถานที่จริงกับนิทานพื้นถิ่น ทำให้เด็ก ผู้ใหญ่ และผู้มาเยือนเข้าใจความหมายของเกาะทั้งสองได้ง่ายขึ้น
สำหรับผู้ที่ต้องการชมเกาะหนู–เกาะแมวแบบง่ายที่สุด จุดที่เหมาะคือบริเวณแหลมสมิหลาและชายหาดสมิหลา เพราะเป็นพื้นที่สาธารณะที่เข้าถึงสะดวก มีถนนเลียบชายหาด ทิวสน พื้นที่พักผ่อน รูปปั้นนางเงือกทอง รูปปั้นหนูแมว ร้านค้า และจุดถ่ายภาพหลายมุม หากไม่ต้องการลงเรือ การเดินเล่นริมชายหาดแล้วมองออกไปยังเกาะทั้งสองก็เพียงพอสำหรับการสัมผัสสัญลักษณ์สำคัญของสงขลา โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่เดินทางมากับครอบครัว ผู้สูงอายุ หรือเด็กเล็ก
หาดสมิหลาเป็นฉากหน้าที่ทำให้เกาะหนู–เกาะแมวโดดเด่นขึ้น บริเวณนี้มีหาดทรายขาว ทิวสนร่มรื่น และทางเดินเลียบทะเล เมื่อนักท่องเที่ยวถ่ายภาพจากแนวชายหาด จะได้ภาพเกาะหนู–เกาะแมวอยู่ด้านหลังทะเลกว้าง ส่วนรูปปั้นนางเงือกทองและรูปปั้นหนูแมวช่วยเติมองค์ประกอบด้านวัฒนธรรมให้ภาพสมบูรณ์กว่าเพียงภาพทะเลธรรมดา จึงไม่น่าแปลกที่แหลมสมิหลาและเกาะหนู–เกาะแมวจะถูกใช้เป็นภาพแทนของจังหวัดสงขลาในสื่อท่องเที่ยวจำนวนมาก
หากต้องการเดินทางทางเรือไปยังเกาะ ควรเริ่มจากการตรวจสอบสภาพอากาศและสภาพคลื่นลมก่อนเสมอ เพราะเกาะตั้งอยู่ในทะเลเปิดใกล้ชายฝั่ง การเดินเรือจึงขึ้นอยู่กับฤดูกาล ลมมรสุม และมาตรการของผู้ให้บริการ นักท่องเที่ยวควรเลือกเรือที่มีเสื้อชูชีพครบจำนวนผู้โดยสาร มีผู้นำเที่ยวหรือผู้ควบคุมเรือที่รู้จักพื้นที่ และปฏิบัติตามคำแนะนำเรื่องจุดขึ้นลงเรือ จุดเดินชมธรรมชาติ จุดดำน้ำ และพื้นที่ห้ามเข้าอย่างเคร่งครัด
กิจกรรมที่ได้รับความนิยมในเส้นทางเกาะหนู–เกาะแมว ได้แก่ การนั่งเรือชมเกาะ พายเรือคายัค ถ่ายภาพโขดหิน ชมถ้ำและหน้าผา เดินตามเส้นทางธรรมชาติ ดำน้ำดูปะการัง และชมทัศนียภาพของทะเลสงขลา กิจกรรมเหล่านี้เหมาะกับผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรงและพร้อมปฏิบัติตามกฎความปลอดภัย พื้นที่บางจุดไม่เหมาะกับเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ไม่ถนัดเดินบนโขดหิน นักท่องเที่ยวควรประเมินกำลังของตนเองก่อนเลือกโปรแกรม
ด้านระบบนิเวศ เกาะหนู–เกาะแมวเป็นพื้นที่ที่มีทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งหลายประเภท หน่วยงานด้านทะเลและชายฝั่งเคยสำรวจทรัพยากรบริเวณเกาะ ทั้งปะการัง หญ้าทะเล สัตว์ทะเลหายาก ถ้ำ และหน้าผา ข้อมูลล่าสุดยังมีการสำรวจสถานภาพปะการังบริเวณเกาะหนูและเกาะแมวในปี 2568 ซึ่งพบทั้งสิ่งมีชีวิตในแนวปะการังและปัญหาขยะตกค้างจากกิจกรรมประมง เช่น เชือก เศษอวน และเอ็นตกปลา รายละเอียดนี้ทำให้การท่องเที่ยวควรยึดแนวทางอนุรักษ์ ไม่ทิ้งขยะ ไม่แตะปะการัง และไม่เก็บสิ่งมีชีวิตทางทะเลกลับไป
จุดธรรมชาติที่ถูกกล่าวถึงในบริเวณเกาะหนู–เกาะแมว ได้แก่ ถ้ำมรกต ถ้ำค้างคาว ถ้ำญี่ปุ่น และผาชมพู จุดเหล่านี้ช่วยทำให้เกาะมีเสน่ห์ด้านภูมิประเทศมากขึ้น เพราะไม่ได้มีเพียงภาพเกาะจากระยะไกล แต่ยังมีรายละเอียดของหิน ถ้ำ สีผา และสภาพแวดล้อมชายฝั่งที่น่าสนใจ อย่างไรก็ตาม การเข้าชมจุดธรรมชาติบนเกาะควรทำผ่านเส้นทางที่ผู้ประกอบการหรือหน่วยงานกำหนด เพื่อป้องกันอันตรายและลดผลกระทบต่อพื้นที่เปราะบาง
ในมิติประวัติศาสตร์ เกาะหนูยังมีร่องรอยโบราณสถานและสิ่งก่อสร้างเก่าที่เพิ่มความสำคัญให้กับพื้นที่ นอกจากตำนานพื้นบ้านแล้ว ยังมีข้อมูลเกี่ยวกับเจดีย์โบราณบนเกาะหนูและร่องรอยสิ่งก่อสร้างที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์การเดินเรือและการใช้พื้นที่ชายฝั่งในอดีต รายละเอียดเหล่านี้ทำให้เกาะหนู–เกาะแมวไม่ใช่เพียงแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ แต่เป็นพื้นที่ที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างทะเล การเดินเรือ ความเชื่อ ศาสนา และการตั้งถิ่นฐานของผู้คนบริเวณอ่าวสงขลา
การตกปลาเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับเกาะหนู–เกาะแมวมาเป็นเวลานาน เพราะพื้นที่ริมน้ำชายฝั่งของเกาะเป็นที่ชื่นชอบของนักตกปลาในท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ทำกิจกรรมตกปลาควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและการรักษาทรัพยากรทะเล ไม่ทิ้งเอ็นตกปลา ตะกั่ว เบ็ด ถุงพลาสติก หรือเศษอุปกรณ์ใด ๆ ไว้ในทะเล เพราะขยะประมงและขยะตกค้างสามารถทำอันตรายต่อสัตว์ทะเลและระบบนิเวศปะการังได้โดยตรง
เกาะหนู–เกาะแมวเหมาะกับการจัดเส้นทางเที่ยวร่วมกับแหลมสมิหลา แหลมสนอ่อน สวนสองทะเล เขาตังกวน เมืองเก่าสงขลา หาดชลาทัศน์ หาดเก้าเส้ง และสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำสงขลา หากมีเวลาครึ่งวัน นักท่องเที่ยวสามารถเริ่มจากหาดสมิหลา ชมรูปปั้นนางเงือกทองและรูปปั้นหนูแมว ถ่ายภาพเกาะหนู–เกาะแมว แล้วต่อไปยังเขาตังกวนหรือเมืองเก่าสงขลา หากมีเวลาเต็มวัน สามารถเพิ่มการนั่งเรือชมเกาะหรือเลือกโปรแกรมธรรมชาติที่ปลอดภัยและเหมาะกับสภาพอากาศ
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับชมเกาะจากฝั่งคือช่วงเช้าและช่วงเย็น ช่วงเช้าเหมาะกับการเดินเล่นริมทะเล อากาศไม่ร้อน และแสงด้านทะเลให้ภาพใสสะอาด ส่วนช่วงเย็นเหมาะกับการนั่งพักผ่อน รับลมทะเล และถ่ายภาพบรรยากาศฟ้าเปลี่ยนสี โดยเกาะหนู–เกาะแมวจะกลายเป็นเงาดำกลางทะเลในบางช่วงเวลา หากต้องการเดินทางทางเรือควรเลือกช่วงกลางวันที่มีแสงเพียงพอและคลื่นลมเหมาะสม เพื่อให้มองเห็นเส้นทาง จุดขึ้นลง และสภาพทะเลได้ชัดเจน
การเดินทางไปจุดชมเกาะหนู–เกาะแมวสะดวกที่สุดคือเดินทางไปยังแหลมสมิหลาหรือหาดสมิหลาในเขตเทศบาลนครสงขลา จากตัวเมืองสงขลาสามารถใช้ถนนสายหลักเข้าสู่ถนนราชดำเนินหรือถนนเลียบชายหาด แล้วจอดรถบริเวณพื้นที่จอดรถใกล้ชายหาดหรือร้านค้า จากนั้นเดินไปยังแนวชายหาดและจุดรูปปั้นนางเงือกทองเพื่อชมเกาะ หากเดินทางจากหาดใหญ่ ให้ใช้เส้นทางหาดใหญ่–สงขลาเข้าสู่อำเภอเมืองสงขลา แล้วมุ่งหน้าไปยังแหลมสมิหลา
การเดินทาง ทางเรือไปเกาะหนู–เกาะแมวควรวางแผนล่วงหน้า โดยสอบถามผู้ประกอบการเรือหรือหน่วยงานท่องเที่ยวในพื้นที่ก่อนออกเดินทาง เนื่องจากบริการขึ้นเกาะและกิจกรรมทางน้ำไม่ได้มีลักษณะเหมือนสถานที่ท่องเที่ยวที่เปิดประตูตลอดเวลา สภาพคลื่นลมและฤดูกาลมีผลโดยตรงต่อความปลอดภัย ควรเตรียมรองเท้าที่เหมาะกับโขดหิน เสื้อผ้าที่เปียกน้ำได้ น้ำดื่ม ถุงกันน้ำ และไม่ควรนำของมีค่าที่ไม่จำเป็นขึ้นเรือ
สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการชมเกาะจากฝั่งจะอยู่บริเวณหาดสมิหลาและแหลมสนอ่อน เช่น ถนนเลียบชายหาด พื้นที่เดินเล่น ลานพักผ่อน ร้านค้า ร้านอาหาร ห้องน้ำสาธารณะในบางจุด และจุดถ่ายภาพ ส่วนบนเกาะเป็นพื้นที่ธรรมชาติที่สิ่งอำนวยความสะดวกจำกัด นักท่องเที่ยวที่เลือกขึ้นเกาะจึงควรเตรียมตัวแบบเที่ยวธรรมชาติ ไม่คาดหวังบริการครบเหมือนหาดเมือง และต้องนำขยะของตนเองกลับลงฝั่ง
สำหรับผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หรือผู้ใช้รถเข็น การชมเกาะหนู–เกาะแมวจากแหลมสมิหลาเหมาะสมกว่าการขึ้นเกาะ เพราะพื้นที่ชายฝั่งมีทางเดินและจุดพักที่เข้าถึงง่ายกว่า ขณะที่พื้นที่บนเกาะมีโขดหิน ทางเดินธรรมชาติ และจุดเสี่ยงที่ต้องใช้กำลังและความระมัดระวัง การแยกวิธีเที่ยวตามความพร้อมของผู้เดินทางจะช่วยให้ทุกคนได้รับประสบการณ์ที่เหมาะสมและปลอดภัยมากขึ้น
ข้อควรปฏิบัติเมื่อเที่ยวเกาะหนู–เกาะแมวคือไม่ทิ้งขยะ ไม่ทำลายปะการัง ไม่เก็บเปลือกหอยหรือสิ่งมีชีวิตกลับไป ไม่ปีนหน้าผาหรือโขดหินนอกพื้นที่ที่กำหนด ไม่ลงน้ำในจุดที่ผู้ให้บริการห้าม และสวมเสื้อชูชีพเมื่อเดินทางทางเรือหรือทำกิจกรรมทางน้ำทุกครั้ง การเคารพกติกาเหล่านี้ช่วยรักษาความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวและช่วยให้เกาะหนู–เกาะแมวคงความสมบูรณ์ในฐานะแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติของสงขลา
โดยสรุป เกาะหนู–เกาะแมวเป็นจุดหมายที่ครบทั้งภาพสัญลักษณ์ ตำนานพื้นถิ่น ธรรมชาติกลางทะเล ระบบนิเวศ และเส้นทางท่องเที่ยวเมืองสงขลา นักท่องเที่ยวสามารถเลือกชมจากฝั่งอย่างง่าย หรือเลือกลงเรือไปสัมผัสธรรมชาติใกล้ขึ้นในวันที่สภาพอากาศเหมาะสม ความพิเศษของเกาะทั้งสองอยู่ที่การทำให้ภูมิทัศน์สงขลามีเรื่องเล่า มีภาพจำ และมีความหมายมากกว่าเพียงทะเลกว้าง หากมาเยือนแหลมสมิหลาแล้วมองออกไปเห็นเกาะหนู–เกาะแมว นั่นคือการได้เห็นหัวใจสำคัญส่วนหนึ่งของเมืองสงขลาที่อยู่คู่ตำนานและผู้คนมาอย่างยาวนาน
| ชื่อสถานที่ | เกาะหนู–เกาะแมว |
| ที่ตั้ง | ทะเลหน้าเมืองสงขลา ใกล้แหลมสมิหลาและแหลมสนอ่อน อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา |
| จุดชมหลักจากฝั่ง | แหลมสมิหลา หาดสมิหลา และแหลมสนอ่อน |
| พิกัดอ้างอิง | เกาะหนูประมาณ 7.236698, 100.597090 และเกาะแมวประมาณ 7.262500, 100.589167 |
| ประเภทสถานที่ | เกาะธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ จุดชมวิวทะเล และสัญลักษณ์จังหวัดสงขลา |
| ไฮไลต์ | รูปร่างเกาะคล้ายหนูและแมว ตำนานพื้นถิ่น วิวจากแหลมสมิหลา โขดหิน ถ้ำ ผาชมพู เส้นทางธรรมชาติ และกิจกรรมทางทะเล |
| ตำนานที่เกี่ยวข้อง | ตำนานพ่อค้าชาวจีน สุนัข แมว หนู และดวงแก้ววิเศษ ซึ่งเชื่อมโยงเกาะหนู เกาะแมว เขาตังกวน และหาดทรายแก้วเข้าด้วยกัน |
| สถานะปัจจุบัน | เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่ได้รับการส่งเสริมและยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย โดยมีการติดตั้งป้ายเตือนและป้ายแนะนำเส้นทางบนเกาะหนู |
| วันเปิดทำการ | ชมจากชายฝั่งได้ทุกวัน ส่วนการขึ้นเกาะให้บริการตามฤดูกาล สภาพอากาศ และผู้ประกอบการเรือ |
| เวลาเปิดทำการ | ชมจากชายฝั่งได้ตลอดวัน แนะนำช่วง 06.00 – 18.30 น. และควรเดินทางทางเรือเฉพาะช่วงกลางวัน |
| ค่าเข้าชม | การชมจากแหลมสมิหลาไม่มีค่าเข้าชม ส่วนค่าบริการเรือและกิจกรรมทางน้ำเป็นอัตราของผู้ประกอบการแต่ละราย |
| กิจกรรมที่เหมาะสม | ชมวิวจากฝั่ง ถ่ายภาพ นั่งเรือชมเกาะ พายเรือคายัค เดินเส้นทางธรรมชาติ ดำน้ำดูปะการัง และเรียนรู้ตำนานพื้นถิ่น |
| จุดธรรมชาติบนเกาะ | ถ้ำมรกต ถ้ำค้างคาว ถ้ำญี่ปุ่น ผาชมพู โขดหิน จุดชมวิว และแนวปะการังรอบเกาะบางช่วง |
| ข้อควรระวัง | ควรสวมเสื้อชูชีพเมื่อเดินทางทางเรือ หลีกเลี่ยงการปีนโขดหินหรือหน้าผานอกเส้นทาง และไม่ควรเดินทางช่วงคลื่นลมแรงหรือหน้ามรสุม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | บริเวณแหลมสมิหลามีถนนเลียบชายหาด พื้นที่พักผ่อน ร้านค้า ร้านอาหาร จุดถ่ายภาพ และที่จอดรถ ส่วนบนเกาะเป็นพื้นที่ธรรมชาติที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกจำกัด |
| ผู้ดูแล / หน่วยงานในพื้นที่ | เทศบาลนครสงขลา จังหวัดสงขลา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านท่องเที่ยว ความปลอดภัย และทรัพยากรทางทะเล |
| เบอร์ติดต่อหลัก | เทศบาลนครสงขลา โทร. 0-7431-1015 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. แหลมสมิหลา / หาดสมิหลา ประมาณ 2 กม. 2. รูปปั้นนางเงือกทองและรูปปั้นหนูแมว ประมาณ 2 กม. 3. แหลมสนอ่อน ประมาณ 3 กม. 4. สวนสองทะเล ประมาณ 3 กม. 5. สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำสงขลา ประมาณ 3 กม. 6. เขาตังกวน ประมาณ 4 กม. 7. ย่านเมืองเก่าสงขลา ประมาณ 5 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. SEAMILA หาดสมิหลา ประมาณ 1 กม. โทร. 066-010-8648 2. หนิงอาหารอีสาน หาดสมิหลา ประมาณ 1 กม. โทร. 096-346-9697 3. โกเขียว ซีฟู้ด ประมาณ 1 กม. โทร. 062-064-5156, 095-074-3222, 097-047-2333 4. สมิหลาซีฟู้ดส์ ประมาณ 1 กม. โทร. 081-092-2029 5. น้องน้อยซีฟู้ด ประมาณ 2 กม. โทร. 074-326-773 6. เวลลา บีช บาร์ แอนด์ บิสโทร ประมาณ 2 กม. โทร. 065-472-7800 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. บีพี สมิหลา บีช โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท ประมาณ 1 กม. โทร. 074-440-222 2. ราชมังคลา พาวิลเลี่ยน บีช รีสอร์ท ประมาณ 2 กม. โทร. 074-311-355 3. เดอะ ซิงกอรา โฮเทล ประมาณ 2 กม. โทร. 074-314-555 4. มอนทาน่า โฮเทล สงขลา ประมาณ 2 กม. โทร. 074-300-614 5. โรงแรมกรีนเวิลด์พาเลซ สงขลา ประมาณ 4 กม. โทร. 074-437-900 6. โรงแรมวีว่า สงขลา ประมาณ 4 กม. โทร. 074-321-033 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: เกาะหนู–เกาะแมวอยู่ที่ไหน?
ตอบ: เกาะหนู–เกาะแมวตั้งอยู่ในทะเลหน้าเมืองสงขลา ใกล้แหลมสมิหลาและแหลมสนอ่อน อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา สามารถมองเห็นได้ชัดจากหาดสมิหลา
ถาม: เกาะหนู–เกาะแมวมีที่มาของชื่ออย่างไร?
ตอบ: ชื่อเกาะหนู–เกาะแมวมาจากรูปร่างของเกาะสองเกาะที่มองดูคล้ายหนูและแมว และยังเชื่อมโยงกับตำนานพ่อค้าชาวจีน สุนัข แมว หนู และดวงแก้ววิเศษ
ถาม: เที่ยวเกาะหนู–เกาะแมวต้องลงเรือหรือไม่?
ตอบ: ไม่จำเป็นต้องลงเรือหากต้องการชมวิว เพราะสามารถชมเกาะได้จากแหลมสมิหลาและหาดสมิหลา แต่หากต้องการขึ้นเกาะหรือทำกิจกรรมทางน้ำต้องใช้บริการเรือและตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทาง
ถาม: เกาะหนู–เกาะแมวเปิดให้เที่ยวเวลาใด?
ตอบ: การชมจากชายฝั่งทำได้ทุกวันตลอดวัน ส่วนการเดินทางทางเรือหรือขึ้นเกาะขึ้นอยู่กับฤดูกาล สภาพคลื่นลม และผู้ประกอบการ โดยควรเดินทางเฉพาะช่วงกลางวัน
ถาม: เกาะหนู–เกาะแมวเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: การชมเกาะจากแหลมสมิหลาไม่มีค่าเข้าชม ส่วนค่าบริการเรือและกิจกรรมทางน้ำเป็นอัตราของผู้ประกอบการแต่ละราย
ถาม: เกาะหนู–เกาะแมวมีกิจกรรมอะไรบ้าง?
ตอบ: กิจกรรมหลักคือชมวิว ถ่ายภาพ นั่งเรือชมเกาะ พายเรือคายัค เดินเส้นทางธรรมชาติ ดำน้ำดูปะการัง และเรียนรู้ตำนานพื้นถิ่นของสงขลา
ถาม: เกาะหนู–เกาะแมวเหมาะกับเด็กและผู้สูงอายุหรือไม่?
ตอบ: การชมจากแหลมสมิหลาเหมาะกับเด็กและผู้สูงอายุ ส่วนการขึ้นเกาะเหมาะกับผู้ที่มีความพร้อมด้านร่างกาย เพราะบนเกาะมีโขดหิน ทางเดินธรรมชาติ และจุดเสี่ยงบางช่วง
ถาม: เที่ยวเกาะหนู–เกาะแมวควรระวังเรื่องใด?
ตอบ: ควรระวังคลื่นลมแรง โขดหิน หน้าผา ทางเดินลื่น และพื้นที่นอกเส้นทาง ควรสวมเสื้อชูชีพเมื่อเดินทางทางเรือ และไม่ทิ้งขยะหรือรบกวนปะการังและสัตว์ทะเล
หมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
กลุ่ม: ●หมู่เกาะ
ปรับปรุงล่าสุด : 3 วันที่แล้ว




