หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา >อ.เมืองสงขลา >ต.บ่อยาง > วัดมัชฌิมาวาสวรวิหาร (วัดกลาง)
TL;DR: วัดมัชฌิมาวาสวรวิหาร (วัดกลาง) อยู่ที่ถนนไทรบุรี ตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา เปิดพื้นที่วัดเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติมัชฌิมาวาส 09.00–16.00 น.
วัดมัชฌิมาวาสวรวิหาร (วัดกลาง)

วันเปิดทำการ: พื้นที่วัดเปิดให้เข้าชมทุกวัน; พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติมัชฌิมาวาสเปิดวันพุธ–วันอาทิตย์ และปิดวันจันทร์–วันอังคารกับวันหยุดนักขัตฤกษ์
เวลาเปิดทำการ: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติมัชฌิมาวาส 09.00–16.00 น.
วัดมัชฌิมาวาสวรวิหาร หรือวัดกลาง ตั้งอยู่บนถนนไทรบุรี ตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา เป็นพระอารามหลวงเก่าแก่และเป็นหนึ่งในวัดสำคัญที่สุดของเมืองสงขลา ด้วยประวัติยาวนานราว 400 ปีนับตั้งแต่ปลายสมัยอยุธยา วัดแห่งนี้ไม่ใช่เพียงสถานที่สักการะของชาวสงขลา แต่ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม และวิถีเมืองท่าภาคใต้ที่เชื่อมโยงพุทธศาสนา ชุมชนจีน การค้า และวัฒนธรรมเมืองสงขลาไว้อย่างชัดเจน ผู้มาเยือนสามารถชมพระอุโบสถศิลปะไทยประยุกต์จีน จิตรกรรมฝาผนังสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น พระประธานหินอ่อนที่มีพุทธลักษณะแบบไทยผสมจีน ซุ้มประตูศิลปะจีนผสมยุโรป และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติมัชฌิมาวาสซึ่งเก็บรักษาโบราณวัตถุสำคัญจากสงขลา สทิงพระ และระโนด
สำหรับการวางแผนเที่ยวในปี 2026 วัดมัชฌิมาวาสวรวิหารยังคงเป็นวัดที่มีศาสนกิจและกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่อง ส่วนพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติมัชฌิมาวาสซึ่งตั้งอยู่ภายในวัดเปิดให้เข้าชมวันพุธถึงวันอาทิตย์ เวลา 09.00–16.00 น. และไม่เสียค่าเข้าชม นักท่องเที่ยวที่ต้องการชมโบราณวัตถุหรือศึกษาประวัติเมืองสงขลาอย่างจริงจังควรวางแผนมาในช่วงเวลาทำการของพิพิธภัณฑ์ และหากต้องการเข้าชมภายในอาคารสำคัญของวัดควรแต่งกายสุภาพ ใช้เสียงเบา และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่หรือพระภิกษุภายในวัด
ประวัติของวัดมัชฌิมาวาสเริ่มต้นจากชื่อเดิมว่า “วัดยายศรีจันทร์” ตามเรื่องเล่าที่สืบกันมาว่า ยายศรีจันทร์ คหบดีผู้มั่งคั่งของเมืองสงขลา ได้อุทิศทรัพย์สร้างวัดขึ้นในช่วงปลายสมัยอยุธยา ต่อมาเมื่อมีการสร้างวัดเลียบทางทิศเหนือและวัดโพธิ์ทางทิศใต้ ชาวสงขลาจึงเรียกวัดยายศรีจันทร์ว่า “วัดกลาง” เพราะตั้งอยู่ระหว่างวัดทั้งสองแห่ง ชื่อวัดกลางจึงสะท้อนตำแหน่งของวัดในภูมิทัศน์ชุมชนเก่าสงขลา และยังเป็นชื่อที่คนในพื้นที่ใช้เรียกกันอย่างคุ้นเคยมาจนถึงปัจจุบัน
ชื่อ “วัดมัชฌิมาวาส” มีความหมายสอดคล้องกับคำว่า “กลาง” โดยได้รับการเปลี่ยนชื่อใน พ.ศ. 2431 เมื่อพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นวชิรญาณวโรรส เสด็จเมืองสงขลา และทรงเห็นว่าวัดนี้เป็นวัดสำคัญของเมือง จึงประทานชื่อให้เหมาะสมกับฐานะและความหมายเดิมของวัด ต่อมาใน พ.ศ. 2460 วัดได้รับการสถาปนาเป็นพระอารามหลวง ทำให้วัดมัชฌิมาวาสวรวิหารมีสถานะสำคัญทั้งในด้านศาสนา ประวัติศาสตร์ และการปกครองคณะสงฆ์ของจังหวัดสงขลา
ความสำคัญของวัดมัชฌิมาวาสไม่ได้อยู่ที่อายุของวัดเพียงอย่างเดียว แต่ยังอยู่ที่บทบาทของวัดในฐานะศูนย์กลางเมืองเก่าสงขลา วัดแห่งนี้ตั้งอยู่ไม่ไกลจากถนนนางงาม ถนนนครใน ถนนนครนอก ศาลหลักเมืองสงขลา และย่านสตรีตอาร์ตเมืองเก่า ทำให้สามารถเชื่อมต่อกับเส้นทางเดินเที่ยวเมืองเก่าสงขลาได้สะดวก เมื่อเดินเข้าสู่บริเวณวัด นักท่องเที่ยวจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศสงบของพระอารามเก่าแก่ที่ยังคงอยู่ท่ามกลางชุมชนเมืองเก่า อาคาร ศิลปกรรม และโบราณสถานภายในวัดสะท้อนความรุ่งเรืองของสงขลาในฐานะเมืองท่าการค้าและศูนย์กลางวัฒนธรรมภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย
พระอุโบสถของวัดมัชฌิมาวาสเป็นโบราณสถานสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในวัด มีประวัติการสร้างและบูรณะต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ โดยในสมัยรัชกาลที่ 1 เจ้าพระยาอินทคีรี หรือบุญฮุย ได้มีบทบาทในการบูรณะวัดและสร้างเสริมอาคารสำคัญ ต่อมาในช่วงสมัยรัชกาลที่ 3 ถึงรัชกาลที่ 4 เจ้าพระยาวิเชียรคีรี หรือบุญสัง ได้บูรณะและสร้างพระอุโบสถหลังปัจจุบันให้มีความสง่างามยิ่งขึ้น งานสถาปัตยกรรมของพระอุโบสถจึงแสดงทั้งฝีมือช่างหลวงจากกรุงเทพฯ และฝีมือช่างท้องถิ่นสงขลาอย่างประณีต
รูปแบบพระอุโบสถของวัดมัชฌิมาวาสมีความงามแบบไทยรัตนโกสินทร์ที่ได้รับอิทธิพลจีนอย่างเด่นชัด ลักษณะบางส่วนชวนให้นึกถึงพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดารามในกรุงเทพฯ แต่มีขนาดย่อมกว่า หลังคามีช่อฟ้าแต่ไม่มีนาคสะดุ้ง หน้าบันด้านหนึ่งประดับภาพพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ และอีกด้านประดับภาพพระพรหมทรงหงส์ ซุ้มประตูและหน้าต่างทำเป็นรูปทรงมงกุฎ ลวดลายประดับมีทั้งความอ่อนช้อยของศิลปะไทยและกลิ่นอายจีนที่เข้ากับประวัติศาสตร์เมืองท่าสงขลาอย่างกลมกลืน
บริเวณภายนอกพระอุโบสถยังมีรายละเอียดที่น่าสังเกต เช่น เสา ระเบียง ซุ้มประตู และงานประดับที่แสดงอิทธิพลจีนกับยุโรป โดยเฉพาะซุ้มประตูซึ่งมีรูปแบบจีนผสมยุโรปตามที่พบในเมืองท่าเก่าแก่หลายแห่งของภาคใต้ ศิลปะผสมผสานเช่นนี้ช่วยให้วัดมัชฌิมาวาสแตกต่างจากวัดทั่วไป เพราะไม่ได้เล่าเฉพาะประวัติพุทธศาสนา แต่ยังสะท้อนความหลากหลายทางวัฒนธรรมของสงขลาในช่วงที่มีผู้คนหลายเชื้อชาติเดินทางค้าขายและตั้งถิ่นฐานอยู่ร่วมกัน
ภายในพระอุโบสถประดิษฐานพระประธานหินอ่อนปางสมาธิ หน้าตักประมาณ 55 เซนติเมตร มีพุทธลักษณะแบบไทยผสมจีน งานสร้างพระประธานองค์นี้สะท้อนความสัมพันธ์ทางศิลปกรรมระหว่างสงขลากับจีน โดยมีการทำแบบจากท้องถิ่นแล้วนำไปแกะสลักที่ประเทศจีน ก่อนอัญเชิญกลับมาประดิษฐานในวัด พระประธานจึงเป็นหลักฐานสำคัญที่บอกเล่าว่า เมืองสงขลาไม่ได้เป็นเพียงเมืองชายทะเลของภาคใต้ แต่เป็นเมืองที่รับและผสานศิลปะจากโลกภายนอกได้อย่างงดงาม
จิตรกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถคือหัวใจสำคัญของการมาเยือนวัดมัชฌิมาวาส ภาพเขียนเหล่านี้เขียนด้วยสีฝุ่นบนผนังปูน มีอายุอยู่ในช่วงสมัยรัชกาลที่ 4 และยังคงมีคุณค่าทางศิลปกรรมสูง เนื้อหาหลักประกอบด้วยพุทธประวัติ ทศชาติชาดก เทพชุมนุม และภาพวิถีชีวิตผู้คนในอดีต สิ่งที่ทำให้จิตรกรรมของวัดนี้โดดเด่นเป็นพิเศษคือรายละเอียดชีวิตร่วมสมัยในเมืองสงขลา เช่น การแต่งกาย การละเล่น การเดินทาง เรือสำเภา การค้าขาย และฉากท่าเรือสงขลาบริเวณหัวเขาแดงที่แสดงให้เห็นความคึกคักของเมืองท่าในอดีต
ภาพท่าเรือสงขลาที่หัวเขาแดงในจิตรกรรมฝาผนังมีความสำคัญมาก เพราะช่วยให้ผู้ชมมองเห็นเศรษฐกิจและสังคมของสงขลาในยุคที่การค้าทางทะเลรุ่งเรือง เรือ ผู้คน เครื่องแต่งกาย และกิจกรรมต่าง ๆ ในภาพไม่ได้เป็นเพียงองค์ประกอบตกแต่ง แต่เป็นหลักฐานภาพที่ช่วยอธิบายบทบาทของสงขลาในเครือข่ายการค้าและวัฒนธรรมชายฝั่งอ่าวไทย จิตรกรรมชุดนี้จึงควรถูกชมอย่างละเอียด ไม่ใช่เดินผ่านอย่างรวดเร็ว เพราะทุกมุมภาพมีเรื่องราวซ่อนอยู่
นอกจากพระอุโบสถแล้ว วัดมัชฌิมาวาสยังมีอาคารและพื้นที่สำคัญหลายส่วน เช่น ศาลาการเปรียญ หอไตร กุฏิทรงจีน หอระฆัง เจดีย์ เสาธง ศาลาฤาษี ตุ๊กตาหินจีน กำแพงแก้ว และประตูวัด พื้นที่เหล่านี้ช่วยเติมภาพรวมของวัดให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกุฏิและงานประดับที่แสดงความสัมพันธ์ของวัดกับชุมชนจีนในเมืองสงขลา เมื่อเดินชมอย่างช้า ๆ จะเห็นว่าวัดแห่งนี้เป็นเหมือนพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่รวมสถาปัตยกรรม ศิลปกรรม ความเชื่อ และประวัติศาสตร์ท้องถิ่นไว้ในพื้นที่เดียว
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติมัชฌิมาวาส หรือที่รู้จักกันในชื่อพิพิธภัณฑ์ภัทรศิลป เป็นอีกจุดสำคัญที่ไม่ควรพลาด ภายในเก็บรักษาพระพุทธรูป วัตถุโบราณ เครื่องใช้ และหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่รวบรวมมาจากเมืองสงขลา สทิงพระ และระโนด พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ช่วยขยายความเข้าใจเรื่องประวัติศาสตร์สงขลาออกไปไกลกว่าพื้นที่วัด เพราะทำให้เห็นความเชื่อมโยงของเมืองเก่า ชุมชนโบราณ พุทธศิลป์ และเส้นทางวัฒนธรรมบริเวณคาบสมุทรสทิงพระ
ผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ภาคใต้ควรใช้เวลาชมพิพิธภัณฑ์อย่างน้อย 30–60 นาที เพราะวัตถุจัดแสดงภายในพิพิธภัณฑ์ช่วยอธิบายพัฒนาการของเมืองสงขลาในหลายยุค ตั้งแต่ชุมชนเก่า ศิลปกรรมทางพระพุทธศาสนา ไปจนถึงความสัมพันธ์ระหว่างเมืองชายฝั่งกับพื้นที่รอบทะเลสาบสงขลา พิพิธภัณฑ์จึงเหมาะทั้งสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป นักเรียน นักศึกษา นักวิจัย และผู้ที่ต้องการเข้าใจสงขลาในฐานะเมืองประวัติศาสตร์ ไม่ใช่เพียงเมืองชายทะเลหรือเมืองพักผ่อน
ด้านการปกครองคณะสงฆ์ วัดมัชฌิมาวาสวรวิหารยังคงมีบทบาทสำคัญ โดยมีพระราชศีลสังวร หรือผ่อง จิรธมฺโม เป็นเจ้าอาวาส และเป็นพระเถระผู้มีบทบาทในคณะสงฆ์ธรรมยุตภาคใต้ ข้อมูลกิจกรรมของวัดในปี 2026 ยังแสดงให้เห็นว่าวัดแห่งนี้เป็นศูนย์รวมศรัทธาของพระสงฆ์ หน่วยงานราชการ และประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง การมีเจ้าอาวาสและคณะสงฆ์ดูแลวัดอย่างเป็นระบบทำให้วัดมัชฌิมาวาสยังคงมีชีวิต ไม่ได้เป็นเพียงโบราณสถานที่หยุดนิ่งอยู่กับอดีต
บรรยากาศของวัดมัชฌิมาวาสเหมาะกับการเที่ยวเชิงวัฒนธรรมมากกว่าการเที่ยวแบบเร่งรีบ นักท่องเที่ยวควรเริ่มจากการเดินชมพื้นที่ภายนอกพระอุโบสถ ดูรายละเอียดหน้าบัน ซุ้มประตู และงานประดับ จากนั้นจึงเข้าไปชมภายในอาคารเมื่อได้รับอนุญาต ต่อด้วยการชมพิพิธภัณฑ์ภายในช่วงเวลาทำการ แล้วเชื่อมเส้นทางไปยังย่านเมืองเก่าสงขลา วิธีเที่ยวเช่นนี้จะทำให้เข้าใจวัดในบริบทของเมือง ไม่ใช่แยกวัดออกจากประวัติศาสตร์ชุมชนรอบข้าง
ข้อควรปฏิบัติในการเยี่ยมชมวัดมัชฌิมาวาสคือแต่งกายสุภาพ ถอดรองเท้าเมื่อเข้าสู่พื้นที่ศาสนสถาน ไม่ส่งเสียงดัง ไม่สัมผัสจิตรกรรมหรือโบราณวัตถุ และหลีกเลี่ยงการใช้แฟลชถ่ายภาพในพื้นที่ที่มีภาพเขียนเก่าแก่ การปฏิบัติอย่างเหมาะสมช่วยรักษาคุณค่าของสถานที่และทำให้การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมมีความเคารพต่อชุมชนเจ้าของพื้นที่มากขึ้น
การเดินทาง ไปวัดมัชฌิมาวาสวรวิหารทำได้สะดวกเพราะวัดตั้งอยู่ใจกลางเมืองสงขลา บนถนนไทรบุรี ในเขตตำบลบ่อยาง หากเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวจากตัวเมืองหาดใหญ่ สามารถมุ่งหน้าเข้าสู่อำเภอเมืองสงขลาแล้วต่อไปยังย่านเมืองเก่าสงขลา จากนั้นใช้ถนนไทรบุรีเป็นเส้นทางหลักเข้าสู่วัด ผู้ที่พักในย่านเมืองเก่าสงขลาสามารถเดินจากถนนนางงามหรือถนนนครในมายังวัดได้ไม่ไกล โดยใช้เส้นทางเชื่อมผ่านถนนยะลาหรือถนนใกล้เคียงไปยังประตูวัดบนถนนไทรบุรี ที่จอดรถในย่านเมืองเก่ามีจำกัด จึงควรเผื่อเวลาเดินเท้าและหลีกเลี่ยงการจอดกีดขวางชุมชน
เส้นทางเที่ยวที่เหมาะสมสามารถเริ่มจากวัดมัชฌิมาวาส แล้วเดินต่อไปยังศาลหลักเมืองสงขลา ถนนนางงาม สตรีตอาร์ตเมืองเก่าสงขลา บ้านนครใน และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสงขลา หากมีเวลามากขึ้นสามารถต่อไปยังเขาตังกวน หาดสมิหลา และประติมากรรมนางเงือกทองได้ในทริปเดียว เส้นทางนี้เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเห็นภาพสงขลาครบทั้งวัดเก่า เมืองเก่า ศิลปะริมถนน พิพิธภัณฑ์ และทะเล
วัดมัชฌิมาวาสวรวิหารจึงเป็นสถานที่ที่ควรให้เวลาอย่างจริงจัง เพราะที่นี่รวมทั้งประวัติศาสตร์เมืองสงขลา ศิลปกรรมรัตนโกสินทร์ อิทธิพลจีนและยุโรป จิตรกรรมฝาผนังที่เล่าเรื่องเมืองท่า และพิพิธภัณฑ์ที่ช่วยอธิบายรากวัฒนธรรมภาคใต้ไว้อย่างครบถ้วน สำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวสงขลาให้ลึกกว่าการชมทะเล วัดกลางคือหนึ่งในจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดในการทำความเข้าใจตัวตนของเมืองสงขลา
| ชื่อสถานที่ | วัดมัชฌิมาวาสวรวิหาร หรือวัดกลาง |
| ที่ตั้ง | ถนนไทรบุรี ตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา |
| ที่อยู่ | เลขที่ 222 หมู่ 11 ถนนไทรบุรี ตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา 90000 |
| พิกัด | 7.19455, 100.59159 |
| ไฮไลต์ | พระอารามหลวงเก่าแก่ของสงขลา พระอุโบสถศิลปะไทยประยุกต์จีน จิตรกรรมฝาผนังสมัยรัตนโกสินทร์ พระประธานหินอ่อน และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติมัชฌิมาวาส |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | สร้างในช่วงปลายสมัยอยุธยา มีการบูรณะสำคัญในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ และได้รับการสถาปนาเป็นพระอารามหลวงใน พ.ศ. 2460 |
| ที่มาของชื่อ | เดิมชื่อวัดยายศรีจันทร์ ต่อมาชาวเมืองเรียกว่าวัดกลางเพราะตั้งอยู่ระหว่างวัดเลียบและวัดโพธิ์ และได้รับชื่อวัดมัชฌิมาวาสใน พ.ศ. 2431 |
| ลักษณะเด่น | สถาปัตยกรรมและศิลปกรรมผสมไทย จีน และยุโรป โดยเฉพาะพระอุโบสถ ซุ้มประตู หน้าบัน จิตรกรรมฝาผนัง และงานประดับที่สะท้อนเมืองท่าสงขลา |
| การเดินทาง | เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถรับจ้าง หรือเดินจากย่านเมืองเก่าสงขลาได้สะดวก วัดอยู่บนถนนไทรบุรีใกล้ถนนนางงาม ถนนนครใน และศาลหลักเมืองสงขลา |
| สถานะปัจจุบัน | เป็นพระอารามหลวงที่ยังมีศาสนกิจและเปิดเป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม และพิพิธภัณฑ์ของจังหวัดสงขลา |
| วันเปิดทำการ | พื้นที่วัดเปิดให้เข้าชมทุกวัน; พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติมัชฌิมาวาสเปิดวันพุธ–วันอาทิตย์ และปิดวันจันทร์–วันอังคารกับวันหยุดนักขัตฤกษ์ |
| เวลาเปิดทำการ | พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติมัชฌิมาวาส 09.00–16.00 น. |
| ค่าเข้า | ไม่เสียค่าเข้าชม |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | พระอุโบสถ จิตรกรรมฝาผนัง พระประธานหินอ่อน ซุ้มประตู พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติมัชฌิมาวาส ศาลาการเปรียญ หอไตร กุฏิทรงจีน หอระฆัง เจดีย์ เสาธง ศาลาฤาษี ตุ๊กตาหินจีน และกำแพงวัด |
| เจ้าอาวาส / ผู้ดูแล | พระราชศีลสังวร หรือผ่อง จิรธมฺโม เป็นเจ้าอาวาสวัดมัชฌิมาวาสวรวิหาร; พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติมัชฌิมาวาสอยู่ในความดูแลของกรมศิลปากร |
| เบอร์ติดต่อหลัก | พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติมัชฌิมาวาส โทร. 074-311-728 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | กรมศิลปากร: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติมัชฌิมาวาส |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ศาลหลักเมืองสงขลา ประมาณ 0.3 กม. 2. ย่านเมืองเก่าสงขลา ถนนนางงาม ประมาณ 0.3 กม. 3. สตรีตอาร์ตเมืองเก่าสงขลา ประมาณ 0.3 กม. 4. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสงขลา ประมาณ 1 กม. 5. เขาตังกวน ประมาณ 2 กม. 6. หาดสมิหลา ประมาณ 3 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. แต้เฮี้ยงอิ๊ว ถนนนางงาม ประมาณ 0.4 กม. โทร. 074-311-505 2. ไอติมโอ่ง ถนนนางงาม ซอย 2 ประมาณ 0.4 กม. โทร. 074-315-594 3. ข้าวสตูเกียดฟั่ง ถนนนางงาม ประมาณ 0.4 กม. โทร. 074-311-998 4. เดอะ ซีเคร็ต การ์เด้น คาเฟ่ ถนนรามัญ ประมาณ 0.4 กม. โทร. 074-892-504 5. สุกี้ยากี้นครใน ถนนนครใน ประมาณ 0.5 กม. โทร. 074-314-146 6. บลูสไมล์คาเฟ่ ถนนนครใน ประมาณ 0.5 กม. โทร. 061-230-5147 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. บ้านในนคร บูติกโฮเต็ล สงขลา ประมาณ 0.4 กม. โทร. 095-438-9323 2. ยู คาเฟ่ แอนด์ โฮสเทล สงขลา ประมาณ 0.5 กม. โทร. 074-811-388 3. เดอะรู คลาสสิค โฮมเทล ประมาณ 0.5 กม. โทร. 081-823-1433 4. โรงแรมสงขลาแต่แรก แอนทีค โฮเท็ล ประมาณ 0.7 กม. โทร. 074-322-227 5. โรงแรมสงขลา ประมาณ 1 กม. โทร. 074-313-505 6. คลับทรี โฮเทล ประมาณ 1.5 กม. โทร. 074-313-888 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดมัชฌิมาวาสวรวิหารอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดมัชฌิมาวาสวรวิหาร หรือวัดกลาง ตั้งอยู่เลขที่ 222 หมู่ 11 ถนนไทรบุรี ตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา 90000
ถาม: วัดมัชฌิมาวาสเปิดให้เข้าชมทุกวันหรือไม่?
ตอบ: พื้นที่วัดเปิดให้เข้าชมทุกวัน ส่วนพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติมัชฌิมาวาสเปิดวันพุธ–วันอาทิตย์ และปิดวันจันทร์–วันอังคารกับวันหยุดนักขัตฤกษ์
ถาม: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติมัชฌิมาวาสเปิดกี่โมง?
ตอบ: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติมัชฌิมาวาสเปิดเวลา 09.00–16.00 น.
ถาม: วัดมัชฌิมาวาสเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เสียค่าเข้าชม
ถาม: จุดเด่นที่สุดของวัดมัชฌิมาวาสคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นสำคัญคือพระอุโบสถศิลปะไทยประยุกต์จีน จิตรกรรมฝาผนังสมัยรัตนโกสินทร์ที่เล่าเรื่องพุทธประวัติ ทศชาติชาดก และภาพเมืองท่าสงขลา รวมถึงพิพิธภัณฑ์ที่เก็บโบราณวัตถุสำคัญของพื้นที่
ถาม: ใครเป็นเจ้าอาวาสวัดมัชฌิมาวาสวรวิหาร?
ตอบ: พระราชศีลสังวร หรือผ่อง จิรธมฺโม เป็นเจ้าอาวาสวัดมัชฌิมาวาสวรวิหาร
ถาม: ควรใช้เวลาเที่ยววัดมัชฌิมาวาสประมาณเท่าไร?
ตอบ: ควรใช้เวลาประมาณ 1–2 ชั่วโมง เพื่อชมพระอุโบสถ จิตรกรรมฝาผนัง พิพิธภัณฑ์ และเดินต่อไปยังย่านเมืองเก่าสงขลาได้อย่างไม่เร่งรีบ
ถาม: เที่ยววัดมัชฌิมาวาสแล้วไปที่ไหนต่อดี?
ตอบ: สามารถเดินต่อไปยังศาลหลักเมืองสงขลา ย่านเมืองเก่าสงขลา สตรีตอาร์ตเมืองเก่า พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสงขลา เขาตังกวน และหาดสมิหลาได้
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคใต้
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว




