หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา >อ.สทิงพระ >ต.ชุมพล > วัดพระราชประดิษฐาน (วัดพะโคะ)
TL;DR: วัดพระราชประดิษฐาน (วัดพะโคะ) อยู่ที่หมู่ที่ 6 ตำบลชุมพล อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา บริเวณเขาพัทธสิงค์ เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.

สงขลา

วัดพระราชประดิษฐาน (วัดพะโคะ)

วัดพระราชประดิษฐาน (วัดพะโคะ)

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
 
วัดพะโคะ หรือวัดพระราชประดิษฐาน จังหวัดสงขลา เป็นพระอารามหลวงเก่าแก่บนเขาพัทธสิงค์ ตำบลชุมพล อำเภอสทิงพระ เป็นวัดสำคัญของคาบสมุทรสทิงพระและเป็นสถานที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสมเด็จเจ้าพะโคะ หรือหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด ภายในวัดมีพระสุวรรณมาลิกเจดีย์ศรีรัตนมหาธาตุ พระพุทธไสยาสน์หรือพระโคตมะ รอยพระพุทธบาท มณฑปบนยอดเขา รูปจำลองสมเด็จพระราชมุนีสามีราม พิพิธภัณฑ์วัดพะโคะ และโบราณสถานหลายส่วนที่สะท้อนรากเหง้าพระพุทธศาสนาในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา วัดแห่งนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการไหว้พระ ขอพร ศึกษาตำนานหลวงปู่ทวด และเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ในเส้นทางสงขลา สทิงพระ ระโนด และทะเลสาบสงขลาในวันเดียว
 
วัดพะโคะตั้งอยู่หมู่ที่ 6 ตำบลชุมพล อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา บริเวณเขาพัทธสิงค์หรือเขาพะโคะ อยู่ห่างจากตัวเมืองสงขลาประมาณ 48 กม. พื้นที่ตั้งของวัดเป็นเนินเขาโดดเด่นบนคาบสมุทรสทิงพระ ซึ่งอยู่ระหว่างทะเลอ่าวไทยกับทะเลสาบสงขลา ทำให้บริเวณนี้มีทั้งความสำคัญทางภูมิประเทศ เส้นทางคมนาคมโบราณ วิถีชุมชนชายฝั่ง วิถีเกษตรบนสันทราย และความเชื่อทางพระพุทธศาสนาที่สืบต่อกันมาหลายร้อยปี เมื่อขึ้นไปถึงบริเวณวัดจะสัมผัสได้ทันทีว่าวัดพะโคะไม่ใช่เพียงวัดสำหรับไหว้พระทั่วไป แต่เป็นพื้นที่ศรัทธาที่ซ้อนทับด้วยประวัติศาสตร์ โบราณสถาน ตำนานท้องถิ่น และความทรงจำของชาวสงขลาอย่างแน่นแฟ้น
 
ชื่อทางราชการของวัดคือวัดพระราชประดิษฐาน แต่ประชาชนรู้จักกันทั่วไปในชื่อวัดพะโคะ ชื่อนี้สัมพันธ์กับพระพุทธไสยาสน์องค์สำคัญที่เรียกว่า พระพุทธโคตมะ หรือพระโคตมะ เมื่อเวลาผ่านไปชื่อพระโคตมะถูกเรียกเพี้ยนเป็นพระโคะและพะโคะ จนกลายเป็นชื่อที่ชาวบ้านใช้เรียกวัดอย่างแพร่หลาย ชื่อวัดพะโคะจึงมีที่มาผูกพันกับพระพุทธรูปประธาน ตำนานหลวงปู่ทวด และการรับรู้ของชุมชน ไม่ใช่เพียงชื่อสถานที่ แต่เป็นชื่อที่สะท้อนความใกล้ชิดระหว่างวัดกับผู้คนในพื้นที่สทิงพระมาอย่างยาวนาน
 
ประวัติวัดพะโคะมีความลึกหลายชั้น ประวัติท้องถิ่นระบุว่าวัดแห่งนี้มีรากการสร้างเก่าแก่ประมาณ พ.ศ. 500 โดยพระชินเสนเถระเป็นผู้สร้างในชื่อวัดพระราชประดิษฐาน ต่อมาในสมัยอยุธยา พื้นที่วัดมีบทบาทมากขึ้นในฐานะศูนย์กลางทางศาสนาและการปกครองของคณะสงฆ์บริเวณฝั่งตะวันออกของทะเลสาบสงขลา ในปี พ.ศ. 2057 สมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 มีการสร้างวัดพะโคะขึ้นใหม่บนเขาพะโคะหรือเขาพัทธสิงค์ และในช่วง พ.ศ. 2091–2111 สมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ วัดได้รับพระราชทานที่กัลปนาและเปลี่ยนชื่อเป็นวัดพระราชประดิษฐาน ความสำคัญนี้ทำให้วัดพะโคะเป็นหนึ่งในศาสนสถานสำคัญที่สุดของคาบสมุทรสทิงพระ
 
พื้นที่สทิงพระเคยเป็นชุมชนสำคัญในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาและเชื่อมโยงกับหัวเมืองพัทลุงในอดีต วัดพะโคะจึงไม่ได้เป็นเพียงวัดบนเขา แต่เป็นจุดศูนย์กลางของระบบศาสนา การศึกษา การปกครอง และพิธีกรรมของชุมชนโบราณ หลักฐานหลายส่วนชี้ให้เห็นว่าวัดเคยเกี่ยวข้องกับพิธีดื่มน้ำพระพิพัฒน์สัตยาของเจ้าเมืองพัทลุง แสดงให้เห็นว่าวัดมีสถานะทางสังคมและการเมืองในยุคโบราณควบคู่กับสถานะทางศาสนา เมื่อพิจารณาจากที่ตั้ง โบราณสถาน และเรื่องเล่าที่สืบทอดกันมา วัดพะโคะจึงเป็นสถานที่ที่ช่วยให้เข้าใจประวัติศาสตร์สงขลาในมิติที่ลึกกว่าการท่องเที่ยวทะเลหรือเมืองเก่า
 
ในปี พ.ศ. 2569 วัดราชประดิษฐานหรือวัดพะโคะได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ยกฐานะเป็นพระอารามหลวง ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา ลงวันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 นับเป็นหน้าประวัติศาสตร์สำคัญของวัดและจังหวัดสงขลา การยกฐานะครั้งนี้สะท้อนคุณค่าของวัดในฐานะศาสนสถานเก่าแก่ ศูนย์รวมศรัทธาของชาวพุทธ และแหล่งเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี และศิลปวัฒนธรรมของภาคใต้ วัดพะโคะจึงยังคงมีบทบาททั้งในฐานะวัดที่มีชีวิตและแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมที่ควรได้รับการอนุรักษ์อย่างต่อเนื่อง
 
ความโดดเด่นของวัดพะโคะผูกพันอย่างแนบแน่นกับสมเด็จเจ้าพะโคะ หรือสมเด็จพระราชมุนีสามีรามคุณูปมาจารย์ ซึ่งประชาชนทั่วไปรู้จักในนามหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด วัดแห่งนี้เป็นวัดที่ท่านเคยจำพรรษาและเป็นพื้นที่ที่เก็บรักษาความทรงจำเกี่ยวกับท่านไว้อย่างชัดเจน ทั้งรูปจำลอง รอยพระพุทธบาท ตำนานปาฏิหาริย์ สิ่งของเกี่ยวเนื่อง และพิธีกรรมที่จัดขึ้นเพื่อรำลึกถึงคุณูปการของท่าน ความศรัทธาต่อหลวงปู่ทวดทำให้วัดพะโคะกลายเป็นจุดหมายสำคัญของผู้ที่เดินทางมาไหว้พระขอพรในภาคใต้ โดยเฉพาะผู้ที่เคารพในพุทธคุณด้านความแคล้วคลาด ปลอดภัย และความเป็นสิริมงคลในการเดินทาง
 
ตำนานหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดเป็นเรื่องเล่าสำคัญที่ทำให้วัดพะโคะเป็นที่รู้จักกว้างไกล เรื่องเล่ากล่าวว่า วันหนึ่งมีโจรสลัดแล่นเรือเลียบมาตามชายฝั่งและเห็นสมเด็จพะโคะเดินอยู่ จึงจับท่านขึ้นเรือเพื่อทดลองอำนาจ เมื่อเรือแล่นออกไปได้ไม่นานกลับแล่นต่อไม่ได้ ต้องจอดอยู่กลางทะเลหลายวันจนเสบียงน้ำจืดหมดลง โจรสลัดเดือดร้อนอย่างหนัก สมเด็จพะโคะเกิดความเมตตาจึงเอาเท้าซ้ายแช่ลงในน้ำทะเล น้ำทะเลเกิดประกายและกลายเป็นน้ำจืด โจรสลัดจึงเกิดความศรัทธา กราบไหว้ขอขมา และนำท่านกลับขึ้นฝั่ง เรื่องนี้กลายเป็นตำนานสำคัญที่ทำให้ประชาชนเดินทางมากราบไหว้บูชาท่านที่วัดพะโคะอย่างต่อเนื่อง
 
พระสุวรรณมาลิกเจดีย์ศรีรัตนมหาธาตุเป็นโบราณสถานประธานของวัดพะโคะ ตั้งอยู่บนยอดเขาพัทธสิงค์อย่างสง่างาม ภายในยอดองค์เจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ รูปแบบเจดีย์เป็นสถาปัตยกรรมภาคใต้แบบลังกาในสมัยอยุธยา มีลักษณะเป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูนทรงระฆัง ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดใหญ่ รองรับด้วยลานประทักษิณ 3 ชั้น รายละเอียดรอบฐานมีประติมากรรมปูนปั้นรูปช้างและองค์ประกอบตกแต่งที่สะท้อนความประณีตของช่างท้องถิ่น เจดีย์องค์นี้สร้างขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. 2057 และได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ในสมัยสมเด็จพระเอกาทศรถ ช่วง พ.ศ. 2148–2158
 
พระสุวรรณมาลิกเจดีย์ศรีรัตนมหาธาตุมีคุณค่าทั้งในฐานะปูชนียสถานและหลักฐานทางศิลปกรรม เจดีย์แสดงการผสมผสานรูปแบบศิลปะลังกา ศิลปะอยุธยา และแนวคิดทางพุทธศิลป์ที่แพร่เข้ามาในภาคใต้ ลักษณะฐานเป็นชั้น ๆ คล้ายการนำรูปแบบมณฑปมารองรับองค์เจดีย์ ทำให้เกิดองค์ประกอบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของวัดพะโคะ เมื่อเดินขึ้นบันไดสู่ลานเจดีย์ ผู้มาเยือนจะเห็นองค์เจดีย์สีขาวที่ตั้งสูงเด่นเหนือพื้นที่รอบข้าง ผสานกับบรรยากาศสงบของเขาพัทธสิงค์ ภาพนี้เป็นจุดจำสำคัญของวัดและเป็นหนึ่งในภาพแทนของศรัทธาหลวงปู่ทวดในคาบสมุทรสทิงพระ
 
พระพุทธไสยาสน์หรือพระพุทธโคตมะเป็นสิ่งสำคัญอีกองค์หนึ่งของวัดพะโคะ ประดิษฐานอยู่ในวิหารด้านทิศเหนือของพระสุวรรณมาลิกเจดีย์ศรีรัตนมหาธาตุ พระพุทธรูปองค์นี้เป็นพระพุทธรูปปางปรินิพพาน ปูนปั้นลงรักปิดทอง ฝีมือช่างท้องถิ่นภาคใต้ มีความยาวประมาณ 18 เมตร สูงประมาณ 2.5 เมตร สร้างในช่วงสมัยอยุธยาตอนต้น ระหว่าง พ.ศ. 2057–2111 และได้รับการบูรณะหลายครั้ง พระพุทธไสยาสน์ประทับบรรทมหันพระเศียรไปทางทิศเหนือ พระเนตรหลับ พระเศียรหนุนพระเขนย พระหัตถ์ซ้ายทอดยาวตามพระวรกาย พระหัตถ์ขวาหงายวางอยู่ใกล้พระเขนย และพระบาททั้งสองตั้งซ้อนกันอย่างงดงาม
 
พระพุทธไสยาสน์องค์นี้เป็นมากกว่าพระพุทธรูปขนาดใหญ่ เพราะเป็นที่มาสำคัญของชื่อวัดพะโคะและเป็นศูนย์รวมศรัทธาของผู้มาเยือน การเรียกชื่อพระโคตมะจนเพี้ยนเป็นพระโคะและพะโคะ ทำให้พระพุทธไสยาสน์มีสถานะเหมือนหัวใจทางนามธรรมของวัด ผู้ที่เข้ามาสักการะควรใช้เวลาชมองค์พระอย่างสงบ สังเกตสัดส่วนของพระวรกาย รายละเอียดพระพักตร์ ความอ่อนโยนของพระอิริยาบถ และบรรยากาศภายในวิหาร การชมพระพุทธไสยาสน์ที่วัดพะโคะจึงเป็นทั้งการไหว้พระและการสัมผัสงานศิลป์ท้องถิ่นที่ผูกกับประวัติศาสตร์อยุธยาในภาคใต้
 
รอยพระพุทธบาทบนเขาพะโคะเป็นอีกจุดที่ประชาชนให้ความเคารพอย่างมาก ประดิษฐานอยู่ภายในมณฑปจตุรมุขบนยอดเขา ปัจจุบันชาวบ้านนิยมเชื่อว่าเป็นรอยฝ่าเท้าของสมเด็จเจ้าพะโคะ หรือหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด ที่ประทับไว้บนแท่นหินใหญ่บนเขาพัทธสิงค์ รอยพระพุทธบาทนี้มีความยาวประมาณ 17 นิ้ว และเป็นหนึ่งในจุดสักการะสำคัญของผู้เดินทางมาวัดพะโคะ ภายในมณฑปยังประดิษฐานรูปจำลองสมเด็จเจ้าพะโคะ รวมถึงรูปเคารพของเกจิอาจารย์และอดีตเจ้าอาวาส เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้บูชาอย่างสะดวก
 
มณฑปบนยอดเขาเป็นพื้นที่ที่ผู้มาเยือนควรให้เวลาเป็นพิเศษ เพราะเป็นจุดที่เชื่อมโยงทั้งรอยพระพุทธบาท รูปจำลองหลวงปู่ทวด และมุมมองของวัดจากระดับสูง การเดินขึ้นสู่มณฑปช่วยให้เห็นโครงสร้างของพื้นที่วัดชัดขึ้น ทั้งเขตพุทธาวาสที่ตั้งอยู่บนพื้นที่สูงและเขตสังฆาวาสที่อยู่ในส่วนลดต่ำทางด้านตะวันตก ภูมิประเทศเช่นนี้ทำให้วัดพะโคะมีการจัดวางพื้นที่ที่สัมพันธ์กับเขาอย่างแนบแน่น ผู้เดินทางจึงไม่ได้เพียงขึ้นไปกราบไหว้รอยพระพุทธบาท แต่ยังได้สัมผัสการออกแบบพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์แบบวัดโบราณที่ใช้ความสูงของภูเขาเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ทางศรัทธา
 
ภายในวัดพะโคะยังมีศาลาตัดสินความหรือธรรมศาลา ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเจดีย์ประธาน อาคารนี้เป็นโบราณสถานที่สะท้อนบทบาทของวัดในฐานะศูนย์กลางชุมชนในอดีต ศาลามีลักษณะเป็นอาคารโถง ก่ออิฐถือปูน ตั้งอยู่บนเนินที่ก่อด้วยหินภูเขา แผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้างประมาณ 10 เมตร ยาวประมาณ 16 เมตร สันนิษฐานว่าเป็นวิหารที่สร้างมาตั้งแต่สมัยอยุธยาและได้รับการปฏิสังขรณ์ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น อาคารนี้เคยใช้เป็นสถานที่ตัดสินคดีความและใช้เป็นอาคารเรียนของวัด จึงเป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าวัดพะโคะเคยมีบทบาททั้งด้านศาสนา การศึกษา และการปกครองท้องถิ่น
 
อีกจุดหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับหลวงปู่ทวดคือบ่อน้ำซักจีวรและสรงน้ำของหลวงพ่อทวด ตั้งอยู่บริเวณทางเดินด้านขวามือก่อนถึงมณฑปจตุรมุข บ่อน้ำแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ความทรงจำที่ทำให้ผู้มาเยือนเห็นความผูกพันระหว่างหลวงปู่ทวดกับวัดพะโคะในระดับชีวิตประจำวัน ไม่ใช่เฉพาะตำนานปาฏิหาริย์ใหญ่เท่านั้น แต่ยังรวมถึงสถานที่ที่เล่าถึงการจำพรรษา การปฏิบัติธรรม และวิถีสงฆ์ของท่าน เมื่อรวมกับพระเจดีย์ พระพุทธไสยาสน์ รอยพระพุทธบาท และพิพิธภัณฑ์ บ่อน้ำแห่งนี้ช่วยให้เส้นทางเดินชมวัดมีความต่อเนื่องและมีมิติทางศรัทธามากขึ้น
 
พิพิธภัณฑ์วัดพะโคะเปิดให้ประชาชนเข้าชมและสักการะมาตั้งแต่ พ.ศ. 2536 จัดแสดงโบราณวัตถุและสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับวัดและหลวงปู่ทวด เช่น พระพุทธรูป เครื่องปั้นดินเผา เครื่องทองเหลือง มีดพร้า ตะบันหมากทองเหลือง ธนบัตรและเหรียญสมัยก่อน เครื่องถ้วยกระเบื้อง รวมถึงวัตถุที่เกี่ยวเนื่องกับหลวงพ่อทวด เช่น อัฐบริขาร จีวร ไม้เท้า และลูกแก้วคู่บารมี พิพิธภัณฑ์นี้ช่วยขยายความหมายของวัดพะโคะจากสถานที่ไหว้พระให้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ที่รวมประวัติศาสตร์ ศิลปวัตถุ และตำนานบุคคลสำคัญไว้ในพื้นที่เดียว
 
การเดินชมวัดพะโคะให้ได้คุณค่ามากที่สุดควรเริ่มจากการสักการะพระสุวรรณมาลิกเจดีย์ศรีรัตนมหาธาตุ จากนั้นชมวิหารพระพุทธไสยาสน์หรือพระโคตมะ แล้วเดินต่อไปยังมณฑปจตุรมุข รอยพระพุทธบาท รูปจำลองหลวงปู่ทวด ศาลาตัดสินความ บ่อน้ำซักจีวร และพิพิธภัณฑ์วัดพะโคะ การเรียงลำดับเช่นนี้จะช่วยให้เข้าใจว่าวัดแห่งนี้มีทั้งแกนศรัทธา แกนศิลปกรรม แกนตำนาน และแกนประวัติศาสตร์อยู่ร่วมกัน ผู้ที่สนใจถ่ายภาพควรเลือกช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายก่อนเย็น เพื่อให้ได้แสงที่นุ่มและเห็นองค์เจดีย์สีขาวบนยอดเขาอย่างชัดเจน
 
ปัจจุบันวัดพะโคะสังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีพระครูปุญญาพิศาลดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพะโคะและเจ้าคณะอำเภอสทิงพระ วัดยังคงเป็นพื้นที่ประกอบพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนาและงานประเพณีสำคัญของชุมชน โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับหลวงปู่ทวด การสรงน้ำ การทำบุญตักบาตร งานตักบาตรเทโว และลากพระโบราณ รวมถึงพิธีห่มผ้าพระสุวรรณมาลิกเจดีย์ศรีรัตนมหาธาตุในวาระสำคัญ กิจกรรมเหล่านี้ทำให้วัดพะโคะยังเป็นวัดที่มีชีวิต ไม่ใช่เพียงโบราณสถานที่ตั้งอยู่เพื่อการชมเท่านั้น
 
บรรยากาศของวัดพะโคะมีลักษณะเฉพาะตัว เพราะตั้งอยู่บนเขาในพื้นที่ชนบทของอำเภอสทิงพระ ผู้มาเยือนจะได้สัมผัสทั้งความสงบของวัดเก่า ความร่มรื่นของพื้นที่เขา และความศรัทธาของผู้คนที่เดินทางขึ้นมากราบไหว้หลวงปู่ทวดเป็นประจำ วัดมีเสน่ห์ต่างจากวัดในเมืองใหญ่ตรงที่ยังเห็นความสัมพันธ์ระหว่างวัด ชุมชน สันทราย ทุ่งนา ภูเขา และทะเลสาบสงขลาอย่างเป็นธรรมชาติ การมาเที่ยวที่นี่จึงควรเผื่อเวลา ไม่ควรรีบเดินผ่านเพียงเพื่อถ่ายภาพ แต่ควรค่อย ๆ อ่านพื้นที่ ดูโบราณสถาน และให้ความเคารพต่อสถานที่ที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในพื้นที่
 
การเดินทาง ไปวัดพะโคะสะดวกที่สุดด้วยรถยนต์ส่วนตัว จากตัวเมืองสงขลาใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 407 ผ่านสะพานติณสูลานนท์และเกาะยอ แล้วเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 408 สายสงขลา–ระโนด เมื่อถึงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 110 จะมีป้ายบอกทางเข้าวัดพะโคะทางซ้ายมือ เส้นทางนี้เป็นเส้นทางสำคัญที่เชื่อมตัวเมืองสงขลากับอำเภอสทิงพระและระโนด เหมาะสำหรับจัดเป็นทริปไหว้พระและเที่ยวชุมชนในคาบสมุทรสทิงพระ ผู้ที่เดินทางจากหาดใหญ่สามารถขับเข้าสู่ตัวเมืองสงขลาแล้วต่อเส้นทางไปยังสทิงพระ หรือเลือกเส้นทางที่เชื่อมสิงหนครและสทิงพระตามความสะดวกของแผนเดินทาง
 
ผู้ที่เดินทางด้วยรถโดยสารสามารถใช้รถตู้หรือรถโดยสารที่ผ่านเส้นทางสงขลา สทิงพระ และระโนด แล้วต่อรถท้องถิ่นเข้าสู่วัดในช่วงสุดท้าย แต่การเดินทางแบบนี้ควรตรวจรอบรถล่วงหน้า โดยเฉพาะเที่ยวกลับในช่วงเย็น เพราะเส้นทางอำเภอสทิงพระไม่ได้มีรถถี่เท่าตัวเมืองสงขลาหรือหาดใหญ่ หากต้องการเที่ยวหลายจุด เช่น วัดดีหลวง วัดต้นเลียบ วัดจะทิ้งพระ หาดมหาราช และอุทยานนกน้ำคูขุด การใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือเหมารถท้องถิ่นจะช่วยควบคุมเวลาได้ดีกว่า และทำให้เดินทางขึ้นลงวัดได้สะดวกขึ้น
 
วัดพะโคะเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ภาคใต้ ผู้ศรัทธาหลวงปู่ทวด ผู้ชื่นชอบสถาปัตยกรรมเก่า และนักเดินทางที่ต้องการเข้าใจสงขลาในมิติของคาบสมุทรสทิงพระ จุดเด่นของวัดคือการรวมเรื่องราวหลายระดับไว้ในสถานที่เดียว ตั้งแต่วัดที่สร้างในตำนานเก่าแก่ประมาณ พ.ศ. 500 บทบาทในสมัยอยุธยา พระสุวรรณมาลิกเจดีย์ศรีรัตนมหาธาตุ พระพุทธไสยาสน์ พระพุทธบาทบนเขา พิพิธภัณฑ์วัดพะโคะ ไปจนถึงตำนานโจรสลัดและปาฏิหาริย์น้ำทะเลจืดของหลวงปู่ทวด เนื้อหาทั้งหมดนี้ทำให้วัดพะโคะเป็นสถานที่ที่เที่ยวได้ทั้งสายบุญ สายประวัติศาสตร์ สายวัฒนธรรม และสายเรียนรู้ท้องถิ่น
 
มารยาทในการเข้าชมวัดพะโคะควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากวัดเป็นทั้งพระอารามหลวง ศาสนสถาน และแหล่งโบราณสถาน ผู้เข้าชมควรแต่งกายสุภาพ ถอดรองเท้าก่อนเข้าพื้นที่ที่กำหนด งดใช้เสียงดังในวิหาร ไม่ปีนป่ายองค์เจดีย์หรือโบราณสถาน ไม่สัมผัสพระพุทธรูป รอยพระพุทธบาท ผนังอาคารเก่า หรือวัตถุจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ และควรถ่ายภาพอย่างสุภาพ การเดินทางมาที่นี่จึงไม่ใช่เพียงการมาเที่ยว แต่เป็นการเข้ามาในพื้นที่ศรัทธาที่ชาวบ้านดูแลและเคารพสืบต่อกันมา การรักษามารยาทช่วยให้วัดยังคงงดงามและเหมาะสมสำหรับผู้มาเยือนรุ่นต่อไป
 
เมื่อมองในภาพรวม วัดพะโคะคือหนึ่งในวัดสำคัญที่สุดของจังหวัดสงขลา เพราะเป็นจุดที่เชื่อมโยงพระพุทธศาสนา ศิลปกรรมอยุธยา ศิลปะลังกา ตำนานหลวงปู่ทวด ประวัติศาสตร์สทิงพระ และวิถีศรัทธาของชุมชนภาคใต้ไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์ ผู้ที่มาเยือนจะได้กราบไหว้พระบรมสารีริกธาตุในพระสุวรรณมาลิกเจดีย์ศรีรัตนมหาธาตุ ชมพระพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่ สักการะรอยพระพุทธบาท เรียนรู้เรื่องหลวงปู่ทวด และสัมผัสทิวทัศน์บนเขาพัทธสิงค์ในคราวเดียว วัดพะโคะจึงเป็นสถานที่ที่ควรอยู่ในแผนเที่ยวสงขลาสำหรับทุกคนที่ต้องการเห็นรากลึกของวัฒนธรรมไทยภาคใต้
 
ชื่อสถานที่วัดพะโคะ หรือวัดพระราชประดิษฐาน
สถานะทางวัดพระอารามหลวง
ที่ตั้งหมู่ที่ 6 ตำบลชุมพล อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา บริเวณเขาพัทธสิงค์
ที่อยู่60 หมู่ 6 ถนนองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา 2065 ตำบลชุมพล อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา 90190
พิกัดละติจูด 7.5990426625, ลองจิจูด 100.394809172
ไฮไลต์วัดจำพรรษาของสมเด็จเจ้าพะโคะหรือหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด พระสุวรรณมาลิกเจดีย์ศรีรัตนมหาธาตุ พระพุทธไสยาสน์ รอยพระพุทธบาท และพิพิธภัณฑ์วัดพะโคะ
ประวัติ / สมัย / ยุคประวัติท้องถิ่นระบุว่าสร้างประมาณ พ.ศ. 500 มีบทบาทสำคัญในสมัยอยุธยา และได้รับการบูรณะสำคัญในช่วง พ.ศ. 2148–2158 สมัยสมเด็จพระเอกาทศรถ
ที่มาของชื่อชื่อวัดพะโคะสัมพันธ์กับพระพุทธโคตมะหรือพระโคตมะ ซึ่งเรียกเพี้ยนเป็นพระโคะและพะโคะตามลำดับ
ลักษณะเด่นตั้งอยู่บนเขาพัทธสิงค์ มีพระสุวรรณมาลิกเจดีย์ศรีรัตนมหาธาตุทรงระฆังแบบลังกา ศิลปกรรมภาคใต้สมัยอยุธยา และมีพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์บนยอดเขา
พระพุทธรูปสำคัญพระพุทธไสยาสน์หรือพระพุทธโคตมะ พระพุทธรูปปูนปั้นลงรักปิดทอง ปางปรินิพพาน ยาวประมาณ 18 เมตร สูงประมาณ 2.5 เมตร
สิ่งสำคัญภายในวัดพระสุวรรณมาลิกเจดีย์ศรีรัตนมหาธาตุ วิหารพระพุทธไสยาสน์ มณฑปจตุรมุข รอยพระพุทธบาท รูปจำลองหลวงปู่ทวด ศาลาตัดสินความ บ่อน้ำซักจีวร และพิพิธภัณฑ์วัดพะโคะ
เจ้าอาวาส / ผู้ดูแลพระครูปุญญาพิศาล เจ้าอาวาสวัดพะโคะ และเจ้าคณะอำเภอสทิงพระ
การเดินทางจากตัวเมืองสงขลาใช้ทางหลวงหมายเลข 407 ผ่านสะพานติณสูลานนท์และเกาะยอ เข้าทางหลวงหมายเลข 408 สายสงขลา–ระโนด ถึงหลักกิโลเมตรที่ 110 จะมีป้ายบอกทางเข้าวัดทางซ้ายมือ
สถานะปัจจุบันเปิดให้เข้าชมและยังเป็นศาสนสถานที่มีการประกอบพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่อง
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00 – 17.00 น.
เบอร์ติดต่อหลัก074-304-175
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. วัดดีหลวง ประมาณ 4 กม.
2. วัดต้นเลียบ ประมาณ 5 กม.
3. วัดจะทิ้งพระ ประมาณ 15 กม.
4. หาดมหาราช ประมาณ 16 กม.
5. อุทยานนกน้ำคูขุด ประมาณ 22 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. ร้านยกนิ้ว ประมาณ 1 กม. โทร. 081-894-8535
2. ก๋วยเตี๋ยวเรือเมย์ สาขาสทิงพระ ประมาณ 15 กม.
3. Jungle Cafe สาขาสทิงพระ สงขลา ประมาณ 15 กม. โทร. 093-579-2386
4. ร้านจ้าวสมุทรซีฟู้ด หาดมหาราช สทิงพระ ประมาณ 16 กม. โทร. 097-0647998, 086-5987955
5. ร้านสทิงพระฮาลาล ประมาณ 15 กม.
ที่พักใกล้เคียง1. พังเภา รีสอร์ท ประมาณ 8 กม. โทร. 080-607-9568
2. กระดังงา รีสอร์ท ประมาณ 10 กม.
3. ไอทะเล รีสอร์ท สทิงพระ ประมาณ 16 กม.
4. ริมหาด รีสอร์ท ประมาณ 16 กม.
5. Jaosamut Sleepbox & Seafood Maharat Beach Songkhla ประมาณ 16 กม. โทร. 097-0647998, 086-5987955
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดพะโคะอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดพะโคะตั้งอยู่หมู่ที่ 6 ตำบลชุมพล อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา บริเวณเขาพัทธสิงค์ อยู่ห่างจากตัวเมืองสงขลาประมาณ 48 กม.
 
ถาม: วัดพะโคะเกี่ยวข้องกับหลวงปู่ทวดอย่างไร?
ตอบ: วัดพะโคะเป็นวัดที่สมเด็จเจ้าพะโคะ หรือหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด เคยจำพรรษา และเป็นสถานที่เก็บรักษาความทรงจำ ตำนาน และสิ่งเคารพที่เกี่ยวข้องกับท่าน
 
ถาม: วัดพะโคะมีสิ่งสำคัญอะไรบ้าง?
ตอบ: สิ่งสำคัญ ได้แก่ พระสุวรรณมาลิกเจดีย์ศรีรัตนมหาธาตุ พระพุทธไสยาสน์หรือพระพุทธโคตมะ รอยพระพุทธบาท รูปจำลองหลวงปู่ทวด ศาลาตัดสินความ บ่อน้ำซักจีวร และพิพิธภัณฑ์วัดพะโคะ
 
ถาม: พระพุทธไสยาสน์วัดพะโคะมีขนาดเท่าใด?
ตอบ: พระพุทธไสยาสน์หรือพระพุทธโคตมะมีความยาวประมาณ 18 เมตร สูงประมาณ 2.5 เมตร เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นลงรักปิดทองปางปรินิพพาน
 
ถาม: วัดพะโคะเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: วัดพะโคะเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
 
ถาม: เดินทางไปวัดพะโคะอย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองสงขลาใช้ทางหลวงหมายเลข 407 ผ่านสะพานติณสูลานนท์และเกาะยอ จากนั้นเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 408 สายสงขลา–ระโนด ถึงหลักกิโลเมตรที่ 110 จะมีป้ายบอกทางเข้าวัดทางซ้ายมือ
 
ถาม: วัดพะโคะได้รับการยกฐานะเป็นพระอารามหลวงเมื่อใด?
ตอบ: วัดราชประดิษฐานหรือวัดพะโคะได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ยกฐานะเป็นพระอารามหลวง ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา ลงวันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
 
ถาม: เที่ยววัดพะโคะควรแวะที่ไหนใกล้เคียง?
ตอบ: สามารถแวะวัดดีหลวง วัดต้นเลียบ วัดจะทิ้งพระ หาดมหาราช และอุทยานนกน้ำคูขุด เพื่อจัดเป็นเส้นทางเที่ยวสทิงพระแบบเต็มวันได้

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัด ●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคใต้

ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(2)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(7)
พระราชวัง พระราชวัง(1)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(4)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(4)
อาร์ตแกลเลอรี่ อาร์ตแกลเลอรี่(1)
ห้องสมุด ห้องสมุด(1)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(3)
วัด วัด(52)
มัสยิด มัสยิด(2)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(11)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(3)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(3)
ตลาดน้ำ ตลาดน้ำ(2)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(5)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(6)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(5)
น้ำตก น้ำตก(12)
ถ้ำ ถ้ำ(4)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(2)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(13)
หมู่เกาะ หมู่เกาะ(3)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(2)
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(2)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(6)
สวนน้ำ สวนน้ำ(1)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(1)
เมนูอาหารใต้, สูตรอาหารใต้ เมนูอาหารใต้, สูตรอาหารใต้(2)