หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสตูล >อ.ละงู >ต.ปากน้ำ > อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา
TL;DR: อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา อยู่ที่อ่าวนุ่น ตำบลปากน้ำ อำเภอละงู จังหวัดสตูล ครอบคลุมพื้นที่ชายฝั่งและหมู่เกาะในจังหวัดสตูลและจังหวัดตรัง เปิดที่ทำการอุทยานและอ่าวนุ่นเปิดทุกวัน เวลา 08.30 – 16.30 น.

สตูล

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา

วันเปิดทำการ: ที่ทำการอุทยานและอ่าวนุ่นเปิดทุกวัน ส่วนเกาะและพื้นที่ทางทะเลบางจุดเปิด-ปิดตามประกาศอุทยานประจำปี
เวลาเปิดทำการ: 08.30 – 16.30 น.
 
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา จังหวัดสตูล เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลสำคัญของฝั่งอันดามันตอนใต้ ครอบคลุมพื้นที่ชายฝั่งทะเลและหมู่เกาะในเขตจังหวัดสตูลและจังหวัดตรัง โดยมีที่ทำการอุทยานตั้งอยู่บริเวณอ่าวนุ่น หมู่ที่ 4 ตำบลปากน้ำ อำเภอละงู จังหวัดสตูล พื้นที่นี้โดดเด่นด้วยภูเขาหินปูนริมทะเล เกาะน้อยใหญ่ หาดทราย ป่าชายเลน ปะการัง จุดชมวิวทะเล เส้นทางศึกษาธรรมชาติ และแหล่งธรณีวิทยาระดับสำคัญของจังหวัด โดยเฉพาะสะพานข้ามกาลเวลาเขาโต๊ะหงาย ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้ผู้มาเยือนได้เห็นรอยต่อของหิน 2 ยุคอยู่ริมทะเลในระยะเดินถึงจากที่ทำการอุทยาน
 
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตราตั้งอยู่บริเวณช่องแคบมะละกาในทะเลอันดามัน ด้านตะวันตกของประเทศไทย ครอบคลุมพื้นที่ชายหาดตลอดแนวฝั่งทะเลในท้องที่ตำบลปากน้ำ อำเภอละงู และตำบลขอนคลาน อำเภอทุ่งหว้า จังหวัดสตูล รวมถึงตำบลสุกร อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง พื้นที่รวมประมาณ 494.38 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 308,987 ไร่ ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2527 ลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นเกาะเขาหินปูนและภูเขาลาดชัน มีที่ราบเพียงบางส่วนบริเวณหุบเขาและชายหาด ทำให้พื้นที่นี้มีภาพจำเป็นทะเลที่มีภูเขาหินปูนรูปร่างแปลกตาตั้งกระจายอยู่กลางผืนน้ำ
 
ชื่อ “เภตรา” มีความเกี่ยวข้องกับภาพของเรือสำเภา เพราะเกาะเภตรามีลักษณะมองจากระยะไกลคล้ายเรือสำเภาขนาดใหญ่ที่ลอยอยู่ในทะเล ภูมิประเทศเช่นนี้ทำให้เกาะเภตราเป็นทั้งสัญลักษณ์ทางธรรมชาติและสัญลักษณ์ทางเรื่องเล่าของพื้นที่ ชื่อของอุทยานจึงไม่ได้สื่อถึงเพียงหมู่เกาะเท่านั้น แต่ยังสื่อถึงภูมิทัศน์ทะเลที่มีรูปร่างเฉพาะตัวและมีเรื่องเล่าพื้นบ้านผูกพันกับวิถีชีวิตชายฝั่งอันดามันมายาวนาน
 
หมู่เกาะสำคัญในเขตอุทยานมีหลายแห่ง เช่น เกาะเภตรา เกาะเขาใหญ่ เกาะละโละแบนแต เกาะลิดี เกาะบุโหลน เกาะเหลาเหลียง และเกาะเปรามะ แต่ละเกาะมีลักษณะไม่เหมือนกัน บางเกาะเป็นภูเขาหินปูนสูงชัน บางเกาะมีหาดทรายเหมาะกับการพักผ่อน บางเกาะมีปะการังและน้ำทะเลใสในฤดูกาลเหมาะสม บางเกาะเป็นที่อยู่อาศัยของนกนางแอ่นและสัตว์ทะเล ส่วนพื้นที่ชายฝั่งใกล้อ่าวนุ่นและเขาโต๊ะหงายเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินชมธรรมชาติริมทะเลโดยไม่ต้องออกเรือไกล
 
ที่ทำการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตราตั้งอยู่ที่อ่าวนุ่น เป็นเวิ้งอ่าวธรรมชาติที่มีบรรยากาศสงบ ร่มรื่น และมองเห็นทะเลอันดามันได้กว้าง จุดนี้เหมาะกับการแวะพักก่อนหรือหลังเดินทางไปท่าเรือปากบารา เพราะอยู่ใกล้เส้นทางท่องเที่ยวสำคัญของอำเภอละงู ภายในพื้นที่มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยว บ้านพัก ห้องน้ำ ร้านอาหารหรือร้านสวัสดิการในพื้นที่บริการ ที่จอดรถ และพื้นที่ติดต่อเรือนำเที่ยว ทำให้อ่าวนุ่นเป็นประตูหลักสำหรับทำความรู้จักหมู่เกาะเภตราในฝั่งสตูล
 
จุดเด่นที่สุดบริเวณที่ทำการอุทยานคือเขาโต๊ะหงายและสะพานข้ามกาลเวลา ซึ่งเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติริมทะเลที่พานักท่องเที่ยวเดินเลียบแนวหน้าผาหินและชายฝั่ง เส้นทางนี้ไม่ได้มีเพียงวิวทะเล แต่ยังเป็นแหล่งธรณีวิทยาที่สำคัญ เพราะบริเวณหนึ่งของหน้าผาแสดงรอยสัมผัสของหินทรายสีแดงยุคแคมเบรียนกับหินปูนยุคออร์โดวิเชียน หินทั้งสองกลุ่มมีอายุต่างกันหลายร้อยล้านปีและถูกนำมาอยู่ใกล้กันจากกระบวนการทางธรณีแปรสัณฐาน การเดินบนสะพานจึงเหมือนการเดินผ่านช่วงเวลาทางธรณีวิทยาจากยุคหนึ่งไปสู่อีกยุคหนึ่งในระยะเพียงไม่กี่ก้าว
 
ความน่าสนใจของสะพานข้ามกาลเวลาอยู่ที่การทำให้เรื่องธรณีวิทยากลายเป็นประสบการณ์ที่เข้าใจง่าย ผู้มาเยือนไม่จำเป็นต้องเป็นนักธรณีวิทยาก็สามารถมองเห็นความแตกต่างของสีหิน ลักษณะชั้นหิน และภูมิประเทศริมทะเลได้ด้วยตาเปล่า หินทรายสีแดงและหินปูนสีเทาที่ปรากฏตามหน้าผาช่วยอธิบายประวัติการเปลี่ยนแปลงของโลกในพื้นที่สตูลได้อย่างชัดเจน นี่คือเหตุผลที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตราเป็นมากกว่าแหล่งท่องเที่ยวทะเล แต่เป็นพื้นที่เรียนรู้ธรรมชาติ ธรณีวิทยา และภูมิประเทศชายฝั่งในเวลาเดียวกัน
 
พื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรายังอยู่ในบริบทของอุทยานธรณีสตูล ซึ่งมีความสำคัญต่อการเล่าเรื่องโลกโบราณผ่านภูมิประเทศจริง จังหวัดสตูลมีชั้นหิน ซากดึกดำบรรพ์ ถ้ำ ทะเล ภูเขาหินปูน และระบบนิเวศชายฝั่งที่หลากหลาย หมู่เกาะเภตราจึงเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ช่วยให้ผู้มาเยือนได้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างทะเล ธรณีวิทยา และการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อย่างชัดเจน โดยเฉพาะบริเวณเขาโต๊ะหงายซึ่งได้รับการกล่าวถึงในฐานะแหล่งเรียนรู้เรื่องรอยต่อของหิน 2 ยุคที่หาดูได้ยาก
 
เกาะเขาใหญ่เป็นอีกจุดสำคัญในเขตอุทยาน เพราะเป็นที่ตั้งของปราสาทหินพันยอด แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลและธรณีวิทยาที่มีชื่อเสียงของสตูล ลักษณะเด่นคือภูเขาหินปูนที่ถูกน้ำทะเลและลมกัดเซาะจนเกิดยอดหินแหลมจำนวนมากคล้ายกำแพงปราสาท ภายในมีลักษณะเป็นลากูนหรือพื้นที่น้ำที่โอบล้อมด้วยผาหิน การเดินทางไปปราสาทหินพันยอดต้องใช้เรือและกิจกรรมพายเรือในพื้นที่ทางทะเล อย่างไรก็ตามพื้นที่ปราสาทหินพันยอดมีประกาศปิดชั่วคราวเพื่อความปลอดภัยจากเหตุหินถล่ม นักท่องเที่ยวจึงควรยึดประกาศของอุทยานและผู้ให้บริการท้องถิ่นเป็นหลักก่อนวางแผนเดินทาง
 
เกาะลิดีเป็นเกาะใกล้ฝั่งที่สำคัญของอุทยาน อยู่ไม่ไกลจากที่ทำการอุทยานและท่าเรือปากบารา แบ่งเป็นเกาะลิดีใหญ่และเกาะลิดีเล็ก เกาะลิดีเล็กเป็นพื้นที่ที่มีชายหาด น้ำทะเลใส ป่าชายเลน และหน่วยพิทักษ์อุทยาน จึงเหมาะกับการเที่ยวธรรมชาติแบบสงบในช่วงที่พื้นที่เปิดให้บริการตามประกาศอุทยาน พื้นที่เกาะลิดีบางส่วนและบ้านพักบางโซนมีการปิดตามฤดูกาล จึงต้องตรวจสอบประกาศก่อนเดินทาง โดยเฉพาะช่วงมรสุมและช่วงที่มีการปิดเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ
 
เกาะบุโหลนเป็นกลุ่มเกาะที่มีชื่อเสียงในด้านความเงียบสงบ หาดทราย น้ำทะเล และบรรยากาศชุมชนชายฝั่ง กลุ่มเกาะนี้ประกอบด้วยเกาะหลายแห่ง เช่น เกาะบุโหลนเล เกาะบุโหลนดอน และเกาะบุโหลนไม้ไผ่ ในฤดูกาลท่องเที่ยวที่ทะเลสงบ นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางจากท่าเรือปากบาราไปยังพื้นที่เกาะบุโหลนได้ แต่ตามประกาศปิดพื้นที่ประจำปี 2569 เกาะบุโหลนไม้ไผ่ เกาะบุโหลนเล เกาะบุโหลนดอน และลานกางเต็นท์เกาะบุโหลนไม้ไผ่ปิดการท่องเที่ยวและพักแรมระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 เพื่อความปลอดภัยและการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ
 
เกาะเหลาเหลียงอยู่ในเขตจังหวัดตรังและเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตราในภาพรวม พื้นที่นี้มีเกาะหินปูนสูงชัน หาดทราย และบรรยากาศทะเลที่ต่างจากฝั่งสตูล การกล่าวถึงเกาะเหลาเหลียงในบทความหมู่เกาะเภตราจึงช่วยให้เห็นว่าอุทยานแห่งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะอ่าวนุ่นหรือปากบารา แต่ครอบคลุมระบบหมู่เกาะและชายฝั่งกว้างไกลตั้งแต่สตูลไปจนถึงตรัง นักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางไปเกาะในฝั่งตรังควรตรวจเส้นทางเรือ ฤดูกาลเปิดเกาะ และประกาศอุทยานก่อนเสมอ
 
ธรรมชาติใต้น้ำของหมู่เกาะเภตราเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้อุทยานมีคุณค่า พื้นที่บางเกาะมีแนวปะการัง ปลาทะเล และสิ่งมีชีวิตชายฝั่งหลากหลาย ส่วนบริเวณชายฝั่งมีทั้งป่าชายเลน หาดหิน หาดทราย และพื้นที่น้ำขึ้นน้ำลง ระบบนิเวศเหล่านี้เชื่อมโยงกันอย่างละเอียด ป่าชายเลนช่วยเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ แนวปะการังเป็นแหล่งอาศัยของปลาและสัตว์ทะเล หาดทรายเป็นพื้นที่พักผ่อนและพื้นที่วางไข่ของสัตว์บางชนิด ส่วนเกาะหินปูนเป็นที่อยู่อาศัยของนกและพืชที่ทนต่อสภาพแวดล้อมเฉพาะ
 
ในด้านสัตว์ทะเลหายาก พื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรายังมีความสำคัญต่อการอนุรักษ์สัตว์ทะเลของอันดามันตอนใต้ มีรายงานการพบฉลามวาฬในพื้นที่อุทยานในปี 2569 ซึ่งสะท้อนความสมบูรณ์ของระบบนิเวศทางทะเล นักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการเรือควรรักษาระยะห่างจากสัตว์ทะเล ไม่สัมผัส ไม่ไล่ตาม ไม่ให้อาหาร และไม่ใช้แฟลชถ่ายภาพ เพราะการเคารพพฤติกรรมตามธรรมชาติของสัตว์ทะเลคือหัวใจของการท่องเที่ยวทางทะเลอย่างรับผิดชอบ
 
นิทานพื้นบ้านเรื่องเกาะเภตราเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้พื้นที่นี้มีมิติทางวัฒนธรรมควบคู่กับธรรมชาติ เรื่องเล่าเริ่มจากครอบครัวหนึ่งที่บ้านพระม่วง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง มีตาพุดกับยายทองและลูกชายหนึ่งคน นับถือศาสนาพุทธ ต่อมามีเรือสำเภาของพ่อค้าชาวไทรบุรีนำสินค้าเข้ามาค้าขายที่ท่าเรือกันตัง ลูกชายของตายายขึ้นไปชมสินค้าบนเรือ พ่อค้าเห็นแล้วเกิดความรักเอ็นดูจึงชวนไปอยู่ที่เมืองไทรบุรี เด็กชายช่วยงานอย่างขยันขันแข็งจนเจ้าพระยาเมืองไทรบุรีเห็นความสามารถและขอไปเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม
 
เมื่อเด็กชายไปอยู่เมืองไทรบุรี เขาได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีและเปลี่ยนไปนับถือศาสนาอิสลาม ต่อมาเมื่อเติบโตถึงวัยมีครอบครัว เจ้าพระยาให้แต่งงานกับลูกสาวของตน ฝ่ายภรรยาต้องการไปเยี่ยมพ่อแม่ของสามีที่เมืองเดิม จึงรบเร้าให้สามีพาเดินทางกลับ เมื่อสามียอม จึงจัดเรือสำเภาขนาดใหญ่พร้อมข้าวของจำนวนมาก และให้คนเดินทางล่วงหน้าไปแจ้งข่าวแก่ตาพุดกับยายทอง สองตายายดีใจมากและเตรียมข้าวของไว้ต้อนรับ โดยเฉพาะหมูย่าง เพราะยังจดจำได้ว่าลูกชายเคยชอบกินเมื่อยังอยู่กับครอบครัว
 
เมื่อเรือสำเภาแล่นมาถึงปากน้ำกันตัง ลูกชายเห็นสภาพความเป็นอยู่ของพ่อแม่แล้วเกิดความอับอาย จึงไม่ยอมรับว่าตาพุดกับยายทองเป็นพ่อแม่ของตน สองตายายเสียใจอย่างยิ่ง จึงนำหมูย่างไปวางที่หัวเรือและอธิษฐานว่า หากชายผู้นี้เป็นลูกชายของตนจริง ขอให้เรือมีอันเป็นไปและออกจากท่าไม่ได้ เมื่อคำอธิษฐานสิ้นสุดลงก็เกิดพายุรุนแรง พัดเรือสำเภาของลูกชายและลูกสะใภ้อับปางลงกลางทะเล สมบัติและข้าวของต่าง ๆ ที่ล่องลอยอยู่ในน่านน้ำกลายเป็นเกาะต่าง ๆ เช่น หมูย่างกลายเป็นเกาะสุกร เรือสำเภากลายเป็นเกาะเภตรา และสิ่งอื่น ๆ กลายเป็นเกาะไข่ เกาะกล้วย เกาะเขาหินตา เกาะเขาหินยาย และเกาะไก่
 
ตำนานนี้ช่วยให้หมู่เกาะเภตรามีความหมายมากกว่าภูมิประเทศที่สวยงาม เพราะเป็นการอธิบายรูปร่างของเกาะต่าง ๆ ผ่านจินตนาการของชุมชนชายฝั่ง เรื่องเล่าดังกล่าวสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างทะเล การเดินเรือ การค้าขาย ศาสนา ครอบครัว และคติเรื่องความกตัญญูของสังคมท้องถิ่น เมื่อผู้มาเยือนมองเกาะเภตราที่คล้ายเรือสำเภา จึงไม่ได้เห็นเพียงก้อนหินกลางทะเล แต่เห็นภาพของเรื่องเล่าที่ส่งต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น
 
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตราโดยทั่วไปอยู่ระหว่างเดือนธันวาคมถึงเดือนเมษายน เพราะเป็นช่วงที่ทะเลอันดามันค่อนข้างสงบ ฟ้าเปิด และเหมาะกับกิจกรรมทางทะเลมากกว่าช่วงมรสุม ช่วงกลางปีถึงปลายไตรมาส 3 มักมีประกาศปิดเกาะหรือพื้นที่พักแรมบางจุดเพื่อความปลอดภัยและให้ทรัพยากรธรรมชาติได้ฟื้นตัว นักท่องเที่ยวที่ต้องการเที่ยวเกาะ ดำน้ำ พายเรือ หรือพักแรมบนเกาะควรตรวจประกาศอุทยานก่อนเดินทางทุกครั้ง
 
กิจกรรมที่เหมาะกับอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรามีหลายรูปแบบ หากต้องการเที่ยวแบบไม่ออกเรือ สามารถเดินชมอ่าวนุ่น ชมวิวทะเลที่ที่ทำการอุทยาน เดินสะพานข้ามกาลเวลาเขาโต๊ะหงาย ถ่ายภาพภูเขาหินปูนริมทะเล พักผ่อนที่ศาลาริมทะเล และเรียนรู้ข้อมูลธรรมชาติจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยว หากต้องการเที่ยวทางทะเลในช่วงฤดูกาลเหมาะสม สามารถติดต่อเรือนำเที่ยวไปยังเกาะใกล้เคียง ดำน้ำตื้น พายเรือ ชมเกาะลิดี เกาะเขาใหญ่ หรือเส้นทางทะเลที่เปิดตามประกาศอุทยาน
 
สิ่งอำนวยความสะดวกบริเวณที่ทำการอุทยานและอ่าวนุ่นมีความพร้อมสำหรับการแวะเที่ยวระยะสั้น เช่น ที่จอดรถ ห้องน้ำ ร้านอาหารหรือร้านสวัสดิการ บ้านพัก พื้นที่พักผ่อน และจุดติดต่อสอบถามข้อมูล นักท่องเที่ยวที่ต้องการพักค้างในพื้นที่อุทยานควรติดต่ออุทยานล่วงหน้า ส่วนการเดินทางไปเกาะที่ไม่มีร้านค้า ไม่มีน้ำดื่ม หรือไม่มีบริการอาหารประจำ ต้องเตรียมอาหาร น้ำดื่ม อุปกรณ์กันแดด ถุงกันน้ำ และถุงสำหรับนำขยะกลับออกจากพื้นที่ให้พร้อม
 
การเดินทาง ไปอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตราด้วยรถยนต์จากตัวเมืองสตูลหรืออำเภอละงูให้ใช้เส้นทางสู่ท่าเรือปากบารา โดยที่ทำการอุทยานอยู่บริเวณอ่าวนุ่นก่อนถึงท่าเรือปากบาราประมาณ 3 กิโลเมตร จากถนนใหญ่มีทางแยกเข้าไปยังที่ทำการอุทยานประมาณ 2 กิโลเมตร ผู้ที่เดินทางจากกรุงเทพฯ สามารถใช้เส้นทางภาคใต้ผ่านชุมพร สุราษฎร์ธานี ตรัง หรือสงขลา แล้วเข้าสู่จังหวัดสตูล จากนั้นมุ่งหน้าอำเภอละงูและตำบลปากน้ำ ส่วนผู้ที่เดินทางโดยรถโดยสาร รถไฟ หรือเครื่องบิน นิยมเชื่อมต่อผ่านหาดใหญ่ แล้วต่อรถมายังสตูลและปากบารา
 
การจัดทริปที่เหมาะที่สุดคือวางอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตราเป็นจุดแวะหลักของเส้นทางปากบารา หากมีเวลาสั้นสามารถเดินสะพานข้ามกาลเวลา ชมอ่าวนุ่น และถ่ายภาพทะเล ใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง หากมีเวลาครึ่งวันสามารถเพิ่มหาดปากบารา ท่าเรือปากบารา หรือร้านอาหารริมทะเลในตำบลปากน้ำ หากมีเวลาหนึ่งวันและอยู่ในฤดูกาลที่ทะเลเปิด สามารถเชื่อมกิจกรรมเรือไปยังเกาะลิดี เกาะเขาใหญ่ หรือเส้นทางทะเลที่อุทยานอนุญาตให้ท่องเที่ยวได้
 
ข้อควรปฏิบัติเมื่อเที่ยวอุทยานคือไม่เก็บหิน เปลือกหอย ปะการัง หรือสิ่งมีชีวิตทะเลกลับบ้าน ไม่เหยียบปะการัง ไม่ให้อาหารปลา ไม่ทิ้งขยะ ไม่ปีนหน้าผาหรือเข้าใกล้จุดเสี่ยงหินถล่ม ไม่ใช้โดรนโดยไม่ได้รับอนุญาต และปฏิบัติตามป้ายเตือนของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด พื้นที่อุทยานแห่งนี้มีทั้งหน้าผา หาดหิน ทางเดินริมทะเล และพื้นที่เกาะที่ขึ้นกับคลื่นลม จึงต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและการอนุรักษ์ควบคู่กัน
 
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตราเหมาะกับนักท่องเที่ยวหลายกลุ่ม ทั้งครอบครัวที่ต้องการแวะชมวิวทะเลใกล้ปากบารา นักถ่ายภาพที่ชอบหน้าผาและสะพานริมทะเล นักเดินทางที่สนใจธรณีวิทยา ผู้ที่ต้องการเที่ยวเกาะแบบสงบในฤดูกาลเหมาะสม และผู้ที่อยากเข้าใจสตูลนอกเหนือจากเส้นทางเกาะหลีเป๊ะหรือเกาะตะรุเตา จุดแข็งของที่นี่คือการรวมทะเล เกาะ หินโบราณ เรื่องเล่าพื้นบ้าน และพื้นที่อนุรักษ์ไว้ในสถานที่เดียว
 
เมื่อเทียบกับแหล่งท่องเที่ยวทะเลที่เน้นหาดทรายและรีสอร์ต อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตราให้ประสบการณ์ที่แตกต่างอย่างชัดเจน ที่นี่มีบรรยากาศธรรมชาติริมทะเลที่เงียบกว่า มีพื้นที่ให้เรียนรู้เรื่องหินและโลกโบราณ มีตำนานเรือสำเภาเภตราที่ผูกกับเกาะต่าง ๆ และมีเส้นทางเชื่อมต่อกับท่าเรือปากบาราอย่างสะดวก การแวะเที่ยวหมู่เกาะเภตราจึงช่วยเติมความครบถ้วนให้ทริปสตูล ทั้งด้านทะเล ธรณีวิทยา วัฒนธรรมชายฝั่ง และการอนุรักษ์
 
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตราจึงเป็นจุดหมายที่ควรใส่ไว้ในแผนเที่ยวสตูล โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางผ่านอำเภอละงูหรือท่าเรือปากบารา แม้จะมีเวลาไม่มากก็สามารถแวะชมสะพานข้ามกาลเวลา อ่าวนุ่น และวิวทะเลได้ แต่หากมีเวลามากขึ้นและเดินทางในฤดูกาลที่เหมาะสม พื้นที่เกาะและเส้นทางทะเลของอุทยานจะช่วยเปิดภาพสตูลในมุมที่ลึกขึ้น ทั้งความงามของภูเขาหินปูนกลางทะเล เรื่องเล่าพื้นบ้านของเกาะเภตรา และคุณค่าของระบบนิเวศอันดามันตอนใต้ที่ควรรักษาไว้ให้คงอยู่ต่อไป
 
ชื่อสถานที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา
ที่ตั้งอ่าวนุ่น ตำบลปากน้ำ อำเภอละงู จังหวัดสตูล ครอบคลุมพื้นที่ชายฝั่งและหมู่เกาะในจังหวัดสตูลและจังหวัดตรัง
ที่อยู่ที่ทำการอุทยาน298 หมู่ 4 ตำบลปากน้ำ อำเภอละงู จังหวัดสตูล 91110
พิกัดที่ทำการอุทยาน6.9431529, 99.4721556
พื้นที่ประมาณ 494.38 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 308,987 ไร่
ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ31 ธันวาคม 2527
ไฮไลต์อ่าวนุ่น เขาโต๊ะหงาย สะพานข้ามกาลเวลา เกาะเภตรา เกาะลิดี เกาะบุโหลน เกาะเขาใหญ่ ภูเขาหินปูนริมทะเล ปะการัง และตำนานเรือสำเภาเภตรา
ที่มาของชื่อเกาะเภตรามีลักษณะคล้ายเรือสำเภา และมีตำนานพื้นบ้านเล่าว่าเรือสำเภาที่อับปางจากคำอธิษฐานของตาพุดกับยายทองกลายเป็นเกาะเภตรา
ลักษณะเด่นอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่มีเกาะเขาหินปูนลาดชัน หาดทราย ป่าชายเลน แนวปะการัง สัตว์ทะเลหายาก แหล่งธรณีวิทยา และเส้นทางศึกษาธรรมชาติริมทะเล
การเดินทางเดินทางตามเส้นทางสู่อำเภอละงูและท่าเรือปากบารา ที่ทำการอุทยานอยู่บริเวณอ่าวนุ่น ก่อนถึงท่าเรือปากบาราประมาณ 3 กม. จากถนนใหญ่แยกเข้าที่ทำการประมาณ 2 กม.
สถานะปัจจุบันที่ทำการอุทยานและอ่าวนุ่นเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวและพื้นที่บริการนักท่องเที่ยว ส่วนเกาะบุโหลนไม้ไผ่ เกาะบุโหลนเล เกาะบุโหลนดอน ลานกางเต็นท์เกาะบุโหลนไม้ไผ่ และบ้านโซน 2 หน่วยพิทักษ์ฯ เกาะลิดี ปิดการท่องเที่ยวและพักแรมระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569
วันเปิดทำการที่ทำการอุทยานและอ่าวนุ่นเปิดทุกวัน ส่วนเกาะและพื้นที่ทางทะเลบางจุดเปิด-ปิดตามประกาศอุทยานประจำปี
เวลาเปิดทำการ08.30 – 16.30 น.
ฤดูกาลท่องเที่ยวหลักเดือนธันวาคม – เมษายน เหมาะกับกิจกรรมทางทะเลมากที่สุด
ค่าเข้าชาวไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท
ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท
สิ่งอำนวยความสะดวกศูนย์บริการนักท่องเที่ยว บ้านพัก ห้องน้ำ ร้านอาหารหรือร้านสวัสดิการ ที่จอดรถ เรือนำเที่ยว พื้นที่พักผ่อน และเส้นทางศึกษาธรรมชาติริมทะเล
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญอ่าวนุ่น ที่ทำการอุทยาน เขาโต๊ะหงาย สะพานข้ามกาลเวลา เกาะลิดี เกาะเขาใหญ่ เกาะบุโหลน เกาะเภตรา เกาะเหลาเหลียง และพื้นที่ชายฝั่งตำบลปากน้ำ-ขอนคลาน
หัวหน้าอุทยานนายวิทยา บัวพล
เบอร์ติดต่อหลัก074-740-272, 074-783-074
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. อ่าวนุ่น ประมาณ 0 กม.
2. สะพานข้ามกาลเวลาเขาโต๊ะหงาย ประมาณ 0.5 กม.
3. ท่าเรือปากบารา ประมาณ 3 กม.
4. หาดปากบารา ประมาณ 5 กม.
5. เกาะลิดี ประมาณ 5 กม. ทางทะเลจากอ่าวนุ่น
6. เกาะเขาใหญ่ / ปราสาทหินพันยอด ประมาณ 3 กม. ทางทะเลจากท่าเรือปากบารา (พื้นที่ปราสาทหินพันยอดปิดชั่วคราวตามประกาศความปลอดภัย)
7. เกาะบุโหลน ประมาณ 22 กม. ทางทะเลจากท่าเรือปากบารา
ร้านอาหารใกล้เคียง1. Laybara Coffee ประมาณ 3 กม. โทร. 083-195-0333
2. ชมวิว ซีฟู๊ด ปากบารา ประมาณ 5 กม. โทร. 087-418-9881
3. ครัวริมเล ซีฟู้ด ปากบารา ประมาณ 5 กม. โทร. 083-195-7844, 087-794-0699
4. ฟ้าใส ซีฟู้ด ปากบารา ประมาณ 5 กม. โทร. 083-185-8225
5. ท่าเล ซีฟู้ด ปากบารา ประมาณ 5 กม. โทร. 083-653-3668
6. D' Andaman Thaifood Restaurant ประมาณ 8 กม. โทร. 064-591-9939
ที่พักใกล้เคียง1. บ้านพักอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา อ่าวนุ่น ประมาณ 0 กม. โทร. 074-740-272
2. Bara Bara' Budget Satun ประมาณ 2 กม. โทร. 090-226-6968
3. Best House Resort Pakbara ประมาณ 3 กม. โทร. 061-132-7077
4. Seesea Resort ประมาณ 6 กม. โทร. 074-075-075
5. Grand Andaman Resort ประมาณ 7 กม. โทร. 074-740-269
6. Lake Terrace Resort ปากบารา ประมาณ 8 กม.
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตราอยู่ที่ไหน?
ตอบ: อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรามีที่ทำการอยู่บริเวณอ่าวนุ่น ตำบลปากน้ำ อำเภอละงู จังหวัดสตูล และครอบคลุมพื้นที่ชายฝั่งกับหมู่เกาะในจังหวัดสตูลและจังหวัดตรัง
 
ถาม: อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตราเปิดวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: ที่ทำการอุทยานและอ่าวนุ่นเปิดทุกวัน เวลา 08.30 – 16.30 น. ส่วนเกาะและพื้นที่ทางทะเลบางจุดเปิด-ปิดตามประกาศอุทยานประจำปี
 
ถาม: ค่าเข้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตราเท่าไร?
ตอบ: ค่าเข้าอุทยานคือชาวไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท และชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท
 
ถาม: จุดเด่นของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตราคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคืออ่าวนุ่น สะพานข้ามกาลเวลาเขาโต๊ะหงาย เกาะเภตราที่มีรูปร่างคล้ายเรือสำเภา เกาะลิดี เกาะบุโหลน เกาะเขาใหญ่ ภูเขาหินปูน ปะการัง และตำนานพื้นบ้านเรือสำเภาเภตรา
 
ถาม: สะพานข้ามกาลเวลาเขาโต๊ะหงายสำคัญอย่างไร?
ตอบ: สะพานข้ามกาลเวลาเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติริมทะเลที่แสดงรอยต่อของหินทรายสีแดงยุคแคมเบรียนและหินปูนยุคออร์โดวิเชียน ทำให้เห็นหลักฐานธรณีวิทยาหลายร้อยล้านปีได้อย่างชัดเจน
 
ถาม: ช่วงไหนเหมาะกับการเที่ยวอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา?
ตอบ: ช่วงเดือนธันวาคมถึงเมษายนเหมาะกับการเที่ยวทะเลมากที่สุด เพราะคลื่นลมสงบกว่าและเหมาะกับการออกเรือ ดำน้ำ พายเรือ และเที่ยวเกาะ
 
ถาม: ปราสาทหินพันยอดเที่ยวได้ตามปกติหรือไม่?
ตอบ: พื้นที่ปราสาทหินพันยอดมีประกาศปิดชั่วคราวเพื่อความปลอดภัยจากเหตุหินถล่ม นักท่องเที่ยวควรตรวจประกาศอุทยานและผู้ให้บริการเรือก่อนเดินทาง
 
ถาม: เดินทางไปอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตราอย่างไร?
ตอบ: เดินทางสู่อำเภอละงูและท่าเรือปากบารา ที่ทำการอุทยานอยู่บริเวณอ่าวนุ่นก่อนถึงท่าเรือปากบาราประมาณ 3 กม. และมีทางแยกจากถนนใหญ่เข้าที่ทำการประมาณ 2 กม.

ธรรมชาติ และสัตว์ป่าหมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า

อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์กลุ่ม: ●อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์

ปรับปรุงล่าสุด : 2 สัปดาห์ที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(1)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(1)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(5)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(3)
วัด วัด(3)
มัสยิด มัสยิด(27)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(1)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(2)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(7)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(1)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(2)
น้ำตก น้ำตก(9)
น้ำพุร้อน น้ำพุร้อน(1)
ถ้ำ ถ้ำ(9)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(10)
หมู่เกาะ หมู่เกาะ(16)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(5)
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(4)
กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย(1)