หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดปัตตานี >อ.สายบุรี >ต.ปะเสยะวอ > วัดถัมภาวาส
TL;DR: วัดถัมภาวาส อยู่ที่เลขที่ 36 บ้านบางตะโละ ถนนสายบางเก่า หมู่ 3 ตำบลปะเสยะวอ อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
วัดถัมภาวาส

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
วัดถัมภาวาส เป็นวัดเก่าแก่ของอำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ที่มีคุณค่าทั้งด้านประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม การศึกษา และศรัทธาของชุมชนไทยพุทธในพื้นที่ชายแดนใต้ วัดแห่งนี้เป็นที่รู้จักในชื่อวัดบางตะโละ และมีชื่อเดิมในประวัติวัดว่า วัดบางคะโละ จุดเด่นสำคัญคือพระอุโบสถเก่าแก่ที่มีจิตรกรรมบนผนังด้านนอก ซึ่งเป็นลักษณะพิเศษที่หาได้ไม่บ่อยในวัดไทย รวมถึงหลวงพ่อศิลา พระพุทธรูปหินอ่อนที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 6 และเจดีย์อรหันตธาตุที่สร้างขึ้นในสมัยพระครูสมานการโกศล วัดจึงไม่ใช่เพียงจุดแวะไหว้พระ แต่เป็นแหล่งเรียนรู้มรดกพระพุทธศาสนาและศิลปกรรมท้องถิ่นของสายบุรีที่ควรศึกษาอย่างจริงจัง
ความสำคัญของวัดถัมภาวาสอยู่ที่การเป็นวัดชุมชนซึ่งมีเรื่องราวต่อเนื่องหลายยุค ตั้งแต่รากประวัติของวัดบางคะโละ การก่อร่างสร้างวัดในพื้นที่ริมแม่น้ำสายบุรี การพัฒนาวัดในยุคพระครูสมานการโกศล การตั้งโรงเรียนประถมศึกษาในพื้นที่วัด ไปจนถึงบทบาทของวัดในฐานะศาสนสถานที่ยังมีการดูแลและประกอบศาสนกิจในปัจจุบัน วัดแห่งนี้จึงสะท้อนภาพวัดไทยในชุมชนภาคใต้ที่ทำหน้าที่ทั้งทางศาสนา การศึกษา ศิลปกรรม และความมั่นคงทางใจของผู้คนในพื้นที่
วัดถัมภาวาสสร้างขึ้นราว พ.ศ. 2391 ในสมัยรัชกาลที่ 3 โดยมีพ่อท่านลังกาเป็นเจ้าอาวาสรูปแรก ข้อมูลประวัติวัดทั่วราชอาณาจักรยังระบุว่าวัดมีชื่อเดิมว่า วัดบางคะโละ และมีนางเหาเป็นผู้บริจาคทุนในการสร้างวัด ต่อมาเมื่อถึงสมัยพระครูสมานการโกศล หรือเสาร์ ธมฺมโชโต ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสรูปที่ 3 วัดได้รับการบูรณะและพัฒนาอย่างมาก ก่อนเปลี่ยนชื่อมาเป็นวัดถัมภาวาสในเวลาต่อมา ช่วงเวลานี้ถือเป็นยุคสำคัญที่ทำให้วัดมีความมั่นคงทั้งด้านเสนาสนะ การศึกษา และบทบาทต่อชุมชน
ตำแหน่งของวัดสัมพันธ์กับชุมชนปะเสยะวอและบ้านบางตะโละ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความเชื่อมโยงกับแม่น้ำสายบุรีและชุมชนเก่าแก่ของอำเภอสายบุรี ประวัติของโรงเรียนชุมชนวัดถัมภาวาสระบุว่าอาคารเรียนหลังแรกเคยตั้งอยู่บริเวณท่าน้ำหน้าวัด ก่อนที่ต่อมาพื้นที่เดิมได้รับผลกระทบจากน้ำเซาะจนต้องย้ายมาใช้ศาลาปริยัติธรรมของวัด รายละเอียดนี้ช่วยให้เห็นว่าวัดถัมภาวาสไม่ได้ตั้งอยู่ในพื้นที่นิ่งเฉย แต่เป็นวัดที่มีชีวิตร่วมกับภูมิทัศน์น้ำ ชุมชน และการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมในพื้นที่สายบุรีมาอย่างยาวนาน
พระอุโบสถของวัดถัมภาวาสเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดด้านศาสนสถานและศิลปกรรม ข้อมูลประวัติวัดระบุว่าอุโบสถมีขนาดกว้าง 14 เมตร ยาว 22 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2452 และวัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2451 เขตวิสุงคามสีมากว้าง 18 เมตร ยาว 22 เมตร การมีอุโบสถและวิสุงคามสีมาที่ชัดเจนทำให้วัดถัมภาวาสมีความสมบูรณ์ในฐานะวัดที่สามารถประกอบสังฆกรรมตามพระธรรมวินัยได้อย่างถูกต้อง
จุดพิเศษของอุโบสถวัดถัมภาวาสคือการเขียนจิตรกรรมบนผนังด้านนอกของอุโบสถ จิตรกรรมลักษณะนี้ทำให้ผู้มาเยือนได้เห็นบทบาทของอุโบสถในฐานะพื้นที่สื่อสารธรรมะกับผู้คนในชุมชน เพราะภาพเขียนไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะภายในอาคาร แต่ปรากฏสู่สายตาผู้ที่เดินผ่านหรือเข้ามาในบริเวณวัด ภาพจิตรกรรมเหล่านี้จึงทำหน้าที่ทั้งในเชิงศิลปะ ศาสนา และการสอนธรรมให้คนทั่วไปเข้าใจเรื่องราวทางพุทธศาสนาและคติธรรมผ่านภาพ
จิตรกรรมบนผนังด้านนอกของอุโบสถเล่าเรื่องพุทธประวัติและวรรณคดีสำคัญหลายตอน เช่น ตอนพระพุทธเจ้าแสดงธรรมโปรดพุทธมารดา ตอนเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เรื่องรามเกียรติ์ตอนทศกัณฑ์ลักนางสีดา ตอนพระยาพาลีรบทรพี และเรื่องจันทโครพตั้งแต่ตอนโจรป่าฆ่าจันทโครพไปจนถึงตอนโจรป่าหนีไป ความหลากหลายของเนื้อหาเหล่านี้สะท้อนว่า วัดถัมภาวาสเป็นพื้นที่ที่ศิลปกรรมพุทธประวัติ วรรณคดี และเรื่องเล่าชาวบ้านมาบรรจบกันอย่างมีชีวิต
สิ่งที่ทำให้จิตรกรรมวัดถัมภาวาสมีคุณค่ามากขึ้นคือการสอดแทรกภาพชาวบ้านไว้ในมุมของภาพต่าง ๆ ภาพชาวบ้านในจิตรกรรมไม่ได้เป็นเพียงรายละเอียดประกอบฉาก แต่เป็นหลักฐานทางสังคมที่สะท้อนเครื่องแต่งกาย อิริยาบถ วิถีชีวิต และสายตาของช่างท้องถิ่นที่มองโลกในยุคนั้น การศึกษาองค์ประกอบเหล่านี้ช่วยให้เข้าใจว่าจิตรกรรมวัดถัมภาวาสไม่ได้เป็นงานศิลป์ที่แยกจากชีวิตจริง แต่เป็นบันทึกภาพของชุมชนสายบุรีในมิติศาสนาและวัฒนธรรม
ภายในพระอุโบสถมีหลวงพ่อศิลาเป็นพระพุทธรูปสำคัญ หลวงพ่อศิลาเป็นพระพุทธรูปหินอ่อนที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 6 และเป็นปูชนียวัตถุหลักที่ผู้มาเยือนควรกราบสักการะ พระพุทธรูปหินอ่อนให้ความรู้สึกสงบ เย็น และมั่นคง สอดคล้องกับชื่อหลวงพ่อศิลา ซึ่งสื่อถึงความหนักแน่นและความมั่นคงในพระรัตนตรัย การมีพระพุทธรูปหินอ่อนในอุโบสถเก่าแก่ทำให้วัดถัมภาวาสมีจุดศรัทธาที่ชัดเจนสำหรับผู้ที่ต้องการไหว้พระและศึกษาประวัติศิลปกรรมในคราวเดียวกัน
นอกจากหลวงพ่อศิลาแล้ว วัดยังมีพระประธานในอุโบสถซึ่งประวัติวัดระบุว่าได้รับการอัญเชิญมาถวายไว้ รวมถึงพระพุทธรูปศิลาอีกหลายองค์ โดยมีองค์ใหญ่พระเพลากว้าง 28 นิ้ว และองค์เล็กพระเพลากว้าง 8 นิ้ว ข้อมูลเหล่านี้ทำให้เห็นว่าวัดถัมภาวาสมีปูชนียวัตถุหลายชั้น ทั้งพระพุทธรูปประจำอุโบสถ พระพุทธรูปหินอ่อน และพระพุทธรูปศิลาที่เกี่ยวข้องกับศรัทธาของผู้ถวายและชุมชน
เจดีย์อรหันตธาตุเป็นอีกองค์ประกอบสำคัญของวัดถัมภาวาส ประวัติวัดระบุว่าเจดีย์สร้างเมื่อวันอังคารที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2458 โดยพระครูสมานการโกศล เจ้าอาวาสรูปที่ 3 มีขนาดสูง 23.50 เมตร ฐานกว้าง 8.43 เมตร และสร้างตามแบบศรีวิชัย เจดีย์องค์นี้จึงมีความหมายทั้งด้านพุทธบูชาและด้านศิลปกรรมภาคใต้ เพราะการอ้างอิงรูปแบบศรีวิชัยทำให้เจดีย์เชื่อมโยงกับมรดกพระพุทธศาสนาในคาบสมุทรภาคใต้และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ชื่อเจดีย์อรหันตธาตุบ่งบอกถึงบทบาทของเจดีย์ในฐานะที่ประดิษฐานพระธาตุหรือสิ่งสักการะที่เกี่ยวข้องกับพระอริยสงฆ์ ผู้มาเยือนจึงควรให้ความสำคัญกับเจดีย์ไม่แพ้พระอุโบสถ เพราะเจดีย์เป็นพื้นที่ระลึกถึงพระพุทธศาสนาในมิติของพระธรรม พระสงฆ์ และการสืบทอดศรัทธาจากรุ่นสู่รุ่น เมื่อรวมกับหลวงพ่อศิลาและจิตรกรรมอุโบสถ วัดถัมภาวาสจึงมีแกนสักการะครบทั้งพระพุทธรูป พระอุโบสถ จิตรกรรม และเจดีย์
ศาลาการเปรียญของวัดถัมภาวาสมีความสำคัญต่อชีวิตชุมชนเช่นกัน ประวัติวัดระบุว่าศาลาการเปรียญสร้างเมื่อ พ.ศ. 2465 มีขนาดกว้าง 17 เมตร ยาว 10 เมตร ศาลาการเปรียญเป็นอาคารที่ใช้รองรับการฟังธรรม การประชุม งานบุญ และกิจกรรมของญาติโยม การสร้างศาลาการเปรียญในช่วงใกล้เคียงกับการพัฒนาการศึกษาของวัดสะท้อนว่าวัดถัมภาวาสมีบทบาทเป็นศูนย์กลางของชุมชน ไม่ใช่เพียงพื้นที่ประกอบพิธีของพระสงฆ์เท่านั้น
กุฏิสงฆ์ของวัดตามประวัติวัดมีจำนวน 2 หลัง โครงสร้างเป็นอาคารไม้ทรงปั้นหยา รายละเอียดนี้มีคุณค่าในเชิงสถาปัตยกรรมพื้นถิ่น เพราะกุฏิไม้และทรงหลังคาปั้นหยาเป็นรูปแบบที่สะท้อนการปรับตัวของงานก่อสร้างภาคใต้ต่อภูมิอากาศและวัสดุท้องถิ่น แม้ข้อมูลสาธารณะปัจจุบันไม่ได้อธิบายสภาพอาคารทุกหลังอย่างละเอียด แต่การมีข้อมูลกุฏิไม้ในประวัติวัดช่วยให้ผู้อ่านเห็นลักษณะของวัดในอดีตชัดเจนขึ้น
วัดถัมภาวาสมีบทบาทด้านการศึกษาอย่างโดดเด่น โรงเรียนชุมชนวัดถัมภาวาส หรือโรงเรียนชุมชนวัดถัมภาวาส (เสาร์อุทิศ) เปิดทำการสอนครั้งแรกเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2465 โดยพระครูสมานการโกศล ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดในสมัยนั้น อนุญาตให้ใช้อาคารของวัดเป็นสถานที่เรียน และให้นายเย็น สกุลประดิษฐ์เป็นครูใหญ่คนแรก บทบาทนี้แสดงให้เห็นว่าวัดถัมภาวาสเป็นรากสำคัญของการศึกษาในชุมชนปะเสยะวอ
ประวัติโรงเรียนยังเล่าว่าอาคารเรียนหลังแรกตั้งอยู่บริเวณท่าน้ำหน้าวัดถัมภาวาส เดิมชื่อโรงเรียนประชาบาลตำบลปะเสยะวอ ต่อมาเมื่ออาคารเดิมถูกน้ำเซาะใน พ.ศ. 2480 จึงย้ายมาใช้ศาลาปริยัติธรรมของวัด และภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนวัดบางตะโละ (เสาร์อุทิศ) ใน พ.ศ. 2495 เรื่องราวนี้ทำให้เห็นความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างวัด การศึกษา แม่น้ำ และชุมชน เพราะเมื่อพื้นที่การเรียนได้รับผลกระทบ วัดยังคงเป็นที่รองรับการศึกษาของเด็กในชุมชน
ในประวัติวัดถัมภาวาสมีการกล่าวถึงการจัดตั้งห้องสมุดจิตตานุสรณ์พิพิธภัณฑ์ไว้เพื่อสาธารณชน รายละเอียดนี้สำคัญมาก เพราะสะท้อนว่าพระครูสมานการโกศลและชุมชนไม่ได้มองวัดเพียงเป็นสถานที่ทำบุญ แต่ยังเห็นวัดเป็นพื้นที่เก็บรวบรวมความรู้และเปิดให้ประชาชนใช้ประโยชน์ การมีห้องสมุดและพิพิธภัณฑ์ในวัดช่วยยกระดับวัดถัมภาวาสให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางศาสนา ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมของชุมชนสายบุรี
สายเจ้าอาวาสที่ปรากฏในประวัติวัดช่วยให้เข้าใจพัฒนาการของวัดถัมภาวาสได้เป็นลำดับ เริ่มจากหลวงพ่อลังกา เจ้าอาวาสรูปแรก ต่อด้วยหลวงพ่อสี พระครูสมานการโกศล หรือเสาร์ ธมฺมโชโต พระครูจิตตานุรักษ์ และพระอธิการบัว นนทิโย ส่วนข้อมูลสาธารณะในรายการวัดที่ไม่มีเจ้าภาพกฐินปี 2564 ระบุชื่อพระอธิการพิทักษ์ วิริโยในฐานะผู้ดูแลวัดถัมภาวาส การกล่าวถึงสายเจ้าอาวาสเหล่านี้ช่วยให้เห็นความต่อเนื่องของการรักษาวัดจากอดีตถึงยุคปัจจุบัน
วัดถัมภาวาสยังมีความสำคัญในเชิงสังคมร่วมสมัย เพราะข่าวปี 2567 ระบุว่ามีหน่วยงานภาครัฐ ผู้นำศาสนา และประชาชนในพื้นที่ร่วมกันพัฒนาและปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณวัด เพื่อให้สถานที่มีความเป็นระเบียบ สะอาด และสะดวกต่อการรักษาความปลอดภัยในช่วงประกอบศาสนกิจ กิจกรรมเช่นนี้ยืนยันสถานะของวัดว่าเป็นศาสนสถานที่ยังได้รับการดูแลและมีบทบาทต่อชุมชนปะเสยะวอในปัจจุบัน
ผู้มาเยือนวัดถัมภาวาสควรเริ่มจากการกราบหลวงพ่อศิลาและพระประธานในพระอุโบสถ จากนั้นจึงพิจารณาจิตรกรรมบนผนังด้านนอกอุโบสถอย่างละเอียด จุดที่ควรสังเกตคือเรื่องพุทธประวัติ ตอนเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เรื่องรามเกียรติ์และเรื่องจันทโครพ รวมถึงภาพชาวบ้านที่แทรกอยู่ในฉากต่าง ๆ หลังจากนั้นควรเดินชมเจดีย์อรหันตธาตุและพื้นที่รอบวัด เพื่อเข้าใจวัดทั้งในมิติศรัทธา ศิลปกรรม และประวัติชุมชน
การชมจิตรกรรมควรทำด้วยความระมัดระวัง ไม่สัมผัสผนัง ไม่ขีดเขียน ไม่ใช้แฟลชใกล้ภาพจิตรกรรม และไม่ทำกิจกรรมที่อาจกระทบต่อพื้นผิวของภาพเขียน เพราะจิตรกรรมบนผนังด้านนอกอุโบสถต้องเผชิญแสงแดด ฝน ความชื้น และสภาพอากาศมากกว่าจิตรกรรมภายในอาคาร การดูแลอย่างเหมาะสมจากผู้มาเยือนจึงเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยรักษามรดกของวัดให้คงอยู่ต่อไป
วัดถัมภาวาสเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจวัดเก่า ศิลปกรรมพื้นถิ่น จิตรกรรมพุทธประวัติ ประวัติการศึกษาไทยในชุมชน และวัดไทยในพื้นที่ชายแดนใต้ จุดเด่นของวัดไม่ใช่ความใหญ่โตหรือความครึกครื้นแบบแหล่งท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ แต่เป็นความลึกของเรื่องราวที่ซ่อนอยู่ในพระอุโบสถ ภาพจิตรกรรม หลวงพ่อศิลา เจดีย์อรหันตธาตุ และประวัติโรงเรียนที่เริ่มต้นจากวัดแห่งนี้
การเที่ยววัดถัมภาวาสสามารถจัดร่วมกับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของสายบุรีได้หลายแห่ง เช่น ศาลเจ้าเล่าเอี๊ยะกง วังพิพิธภักดี วังเก่าสายบุรี หาดวาสุกรี มัสยิดรายอหรือมัสยิดรายา ย่านชุมชนไทยเชื้อสายจีน วัดเลียบ และภูเขาสลินดงบายู เส้นทางนี้ช่วยให้ผู้เดินทางเห็นภาพสายบุรีในฐานะเมืองเก่าริมทะเลที่มีทั้งพุทธ จีน มลายู อิสลาม วังเก่า ศาลเจ้า ชายหาด และชุมชนค้าขายเก่าอยู่ร่วมกัน
ศาลเจ้าเล่าเอี๊ยะกงเป็นสถานที่ใกล้เคียงที่มีความเกี่ยวข้องกับประวัติชาวจีนสายบุรีอย่างเด่นชัด ข้อมูลสิ่งแวดล้อมศิลปกรรมระบุว่าศาลเจ้าเดิมเกี่ยวข้องกับหมู่บ้านบางตะโละและต่อมามีการย้ายศาลเจ้าเพราะน้ำคลองกัดเซาะ ประเด็นนี้มีความสอดคล้องกับเรื่องราวของโรงเรียนและชุมชนวัดถัมภาวาสที่เกี่ยวพันกับสายน้ำและการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ริมแม่น้ำ การเที่ยวสองจุดนี้ร่วมกันจึงช่วยให้เข้าใจสายบุรีในฐานะเมืองน้ำและเมืองชุมชนเก่าได้ดีขึ้น
วังพิพิธภักดีและวังเก่าสายบุรีช่วยเติมมิติประวัติศาสตร์การปกครองและสถาปัตยกรรมของเมืองสายบุรี วังพิพิธภักดีเป็นโบราณสถานที่สะท้อนความเจริญของสายบุรีในอดีต โดยมีสถาปัตยกรรมที่ได้รับอิทธิพลจากตะวันตกผสมกับท้องถิ่น ส่วนหาดวาสุกรีช่วยเติมมิติชายทะเลและวิถีพักผ่อนของคนท้องถิ่น เมื่อจัดเส้นทางร่วมกับวัดถัมภาวาส ผู้เดินทางจะได้เห็นทั้งวัดเก่า ศิลปกรรม วังเก่า ศาลเจ้า และชายหาดในวันเดียว
การเดินทางควรใช้รถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างในพื้นที่ เพื่อให้แวะหลายจุดในสายบุรีได้สะดวก จากตัวเมืองปัตตานีสามารถมุ่งหน้าไปทางอำเภอสายบุรี แล้วต่อเข้าสู่ตำบลปะเสยะวอ ควรเดินทางช่วงกลางวันเพื่อให้มีเวลาไหว้พระและชมจิตรกรรมอย่างละเอียด หากต้องการเก็บข้อมูลเชิงศิลปกรรม ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 1–2 ชั่วโมง และควรตรวจสอบสภาพอากาศหากต้องเดินทางต่อไปยังชายหาดหรือชุมชนริมทะเล
มารยาทในการเข้าวัดควรยึดความสุภาพเป็นหลัก แต่งกายเรียบร้อย ใช้เสียงเบา ถอดรองเท้าในจุดที่วัดกำหนด ไม่รบกวนพระสงฆ์หรือผู้ที่กำลังทำบุญ และไม่ถ่ายภาพในลักษณะที่ไม่เหมาะสม หากต้องการถ่ายจิตรกรรมหรือพระพุทธรูป ควรทำด้วยความเคารพและไม่ใช้แสงหรืออุปกรณ์ที่อาจกระทบต่อโบราณสถาน การเที่ยววัดถัมภาวาสอย่างมีมารยาทจะช่วยให้การเยือนวัดเป็นทั้งการทำบุญและการอนุรักษ์มรดกท้องถิ่นไปพร้อมกัน
ร้านอาหารในพื้นที่สายบุรีมีทั้งร้านอาหารท้องถิ่น คาเฟ่ ร้านโรตี ร้านอาหารฮาลาล และร้านอาหารตามสั่ง ส่วนที่พักสามารถเลือกพักในอำเภอสายบุรีสำหรับผู้ที่ต้องการอยู่ใกล้วัดและชายหาด หรือพักในตัวเมืองปัตตานีหากต้องการความสะดวกด้านโรงแรมและการเดินทางต่อหลายอำเภอ ผู้ที่จัดทริปสายบุรีหนึ่งวันสามารถเริ่มจากวัดถัมภาวาสในช่วงเช้า ต่อด้วยวังพิพิธภักดี ศาลเจ้าเล่าเอี๊ยะกง และจบที่หาดวาสุกรีในช่วงเย็นได้อย่างลงตัว
จุดแข็งของวัดถัมภาวาสคือการมีหลักฐานเชิงลึกหลายด้านอยู่ในสถานที่เดียวกัน มีประวัติสร้างวัดตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 มีชื่อเดิมเชื่อมกับชุมชนบางตะโละ มีอุโบสถเก่าที่สร้างในต้นพุทธศตวรรษที่ 25 มีหลวงพ่อศิลา พระพุทธรูปหินอ่อนสมัยรัชกาลที่ 6 มีจิตรกรรมบนผนังด้านนอกอุโบสถ มีเจดีย์อรหันตธาตุแบบศรีวิชัย มีศาลาการเปรียญ มีบทบาทเป็นจุดเริ่มต้นของโรงเรียนชุมชน และยังเป็นวัดที่ได้รับการดูแลจากชุมชนในปัจจุบัน หากเขียนถึงวัดนี้เพียงว่าเป็นวัดที่มีหลวงพ่อศิลา จะทำให้ขาดสาระสำคัญจำนวนมากที่ทำให้วัดถัมภาวาสเป็นแหล่งวัฒนธรรมสำคัญของสายบุรี
การเดินทาง จากตัวเมืองปัตตานีให้มุ่งหน้าอำเภอสายบุรี แล้วต่อเข้าสู่ตำบลปะเสยะวอ เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างในพื้นที่ ควรวางเส้นทางร่วมกับศาลเจ้าเล่าเอี๊ยะกง วังพิพิธภักดี วังเก่าสายบุรี หาดวาสุกรี มัสยิดรายอหรือมัสยิดรายา ย่านชุมชนไทยเชื้อสายจีน และวัดเลียบ เพื่อให้ได้ภาพรวมของสายบุรีทั้งด้านวัดเก่า ศิลปกรรม ชุมชนจีน วังเก่า และชายทะเลในวันเดียว
โดยสรุป วัดถัมภาวาสเป็นวัดเก่าแก่ของอำเภอสายบุรีที่มีคุณค่าครบทั้งด้านพระพุทธศาสนา ศิลปกรรม ประวัติชุมชน และการศึกษา จุดสำคัญของวัดคือหลวงพ่อศิลา พระพุทธรูปหินอ่อนสมัยรัชกาลที่ 6 จิตรกรรมบนผนังด้านนอกอุโบสถ เจดีย์อรหันตธาตุแบบศรีวิชัย และประวัติการเป็นจุดเริ่มต้นของโรงเรียนชุมชนวัดถัมภาวาส วัดแห่งนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการไหว้พระ ทำบุญ ศึกษาจิตรกรรมวัดไทย และเข้าใจสายบุรีในฐานะเมืองเก่าที่มีศาสนา ศิลปะ น้ำ ชุมชน และประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเชื่อมต่อกันอย่างลึกซึ้ง
| ชื่อสถานที่ | วัดถัมภาวาส |
| ชื่อที่เกี่ยวข้อง | วัดบางตะโละ, วัดบางคะโละ, โรงเรียนชุมชนวัดถัมภาวาส (เสาร์อุทิศ) |
| ที่ตั้ง | เลขที่ 36 บ้านบางตะโละ ถนนสายบางเก่า หมู่ 3 ตำบลปะเสยะวอ อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี |
| ประเภทวัด | วัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย |
| ประวัติสำคัญ | สร้างขึ้นราว พ.ศ. 2391 ในสมัยรัชกาลที่ 3 โดยมีพ่อท่านลังกาเป็นเจ้าอาวาสรูปแรก ชื่อเดิมคือวัดบางคะโละ ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นวัดถัมภาวาสในสมัยพระครูสมานการโกศล |
| วิสุงคามสีมา | ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2451 เขตวิสุงคามสีมากว้าง 18 เมตร ยาว 22 เมตร |
| ไฮไลต์ | หลวงพ่อศิลา พระพุทธรูปหินอ่อนสมัยรัชกาลที่ 6, จิตรกรรมบนผนังด้านนอกอุโบสถ, เจดีย์อรหันตธาตุแบบศรีวิชัย, ประวัติโรงเรียนชุมชนวัดถัมภาวาส และบทบาทวัดเก่าของชุมชนบางตะโละ |
| พระสำคัญ / ปูชนียวัตถุ | หลวงพ่อศิลา พระพุทธรูปหินอ่อนในพระอุโบสถ, พระประธานในอุโบสถ, พระพุทธรูปศิลาหลายองค์ และเจดีย์อรหันตธาตุ |
| สิ่งปลูกสร้างสำคัญ | อุโบสถกว้าง 14 เมตร ยาว 22 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2452, ศาลาการเปรียญกว้าง 17 เมตร ยาว 10 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2465, กุฏิสงฆ์อาคารไม้ทรงปั้นหยา และเจดีย์อรหันตธาตุสูง 23.50 เมตร ฐานกว้าง 8.43 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2458 |
| จิตรกรรมและศิลปกรรม | จิตรกรรมบนผนังด้านนอกอุโบสถ เล่าเรื่องพุทธประวัติ ตอนโปรดพุทธมารดา ตอนเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เรื่องรามเกียรติ์ตอนทศกัณฑ์ลักนางสีดา ตอนพระยาพาลีรบทรพี และเรื่องจันทโครพ พร้อมภาพชาวบ้านที่แทรกอยู่ในฉากต่าง ๆ |
| พระสงฆ์สำคัญที่เกี่ยวข้อง | พ่อท่านลังกา, หลวงพ่อสี, พระครูสมานการโกศล หรือเสาร์ ธมฺมโชโต, พระครูจิตตานุรักษ์, พระอธิการบัว นนทิโย และพระอธิการพิทักษ์ วิริโย |
| เจ้าอาวาส / ผู้ดูแลที่มีข้อมูลสาธารณะ | พระอธิการพิทักษ์ วิริโย |
| เบอร์ติดต่อที่มีข้อมูลสาธารณะ | 080-5479770 |
| สถานะปัจจุบัน | ยังเป็นศาสนสถานที่มีการดูแลและมีการจัดกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา โดยปรากฏในรายการกฐินสามัคคีปี 2567 และมีข่าวการพัฒนาปรับปรุงภูมิทัศน์วัดในปี 2567 |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. |
| บทบาทชุมชน | ศูนย์กลางศรัทธาของชุมชนบางตะโละและปะเสยะวอ แหล่งเรียนรู้จิตรกรรมวัดเก่า และรากประวัติของโรงเรียนชุมชนวัดถัมภาวาส (เสาร์อุทิศ) |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่ไหว้พระ อุโบสถ พื้นที่ชมจิตรกรรม เจดีย์อรหันตธาตุ ศาลาการเปรียญ พื้นที่ทำบุญ และพื้นที่จอดรถบริเวณวัดหรือพื้นที่ใกล้เคียง |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | พระอุโบสถและหลวงพ่อศิลา, ผนังจิตรกรรมด้านนอกอุโบสถ, เจดีย์อรหันตธาตุ, ศาลาการเปรียญ, กุฏิสงฆ์ และพื้นที่ทำบุญของชุมชน |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองปัตตานีมุ่งหน้าอำเภอสายบุรี แล้วต่อเข้าสู่ตำบลปะเสยะวอ เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างในพื้นที่ |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ศาลเจ้าเล่าเอี๊ยะกง ประมาณ 5 กม. 2. วังพิพิธภักดี ประมาณ 6 กม. 3. วังเก่าสายบุรี ประมาณ 6 กม. 4. มัสยิดรายอ หรือมัสยิดรายา ประมาณ 6 กม. 5. หาดวาสุกรี ประมาณ 8 กม. 6. วัดเลียบ สายบุรี ประมาณ 6 กม. 7. ย่านชุมชนไทยเชื้อสายจีน สายบุรี ประมาณ 6 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ZN Cha & Burger ประมาณ 2 กม. โทร. 084-8544088 2. มาแกมากิน ประมาณ 6 กม. โทร. 083-4601887 3. ร้านซอบารียะห์ สายบุรี ประมาณ 6 กม. โทร. 061-2296359 4. ร้านปลายนา ประมาณ 6 กม. โทร. 089-4676216 5. หน้าบ้านคาเฟ่ ประมาณ 7 กม. โทร. 093-5764672 6. ซุปต้นมะขาม ประมาณ 8 กม. โทร. 091-3165595 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. สายบุรีรีสอร์ท ประมาณ 6 กม. โทร. 086-6931691, 081-7381093, 073-411915 2. สวนป่ารีสอร์ท ประมาณ 8 กม. โทร. 073-420336 3. Nee Ran Nee Resort ประมาณ 10 กม. 4. โรงแรมซี.เอส. ปัตตานี ประมาณ 58 กม. โทร. 073-335093, 073-336090 5. Park View Resort Pattani ประมาณ 58 กม. โทร. 073-335100 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดถัมภาวาสอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดถัมภาวาสอยู่ในตำบลปะเสยะวอ อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี เป็นวัดเก่าแก่ที่เกี่ยวข้องกับชุมชนบางตะโละ
ถาม: วัดถัมภาวาสเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: วัดเปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
ถาม: หลวงพ่อศิลา วัดถัมภาวาส คืออะไร?
ตอบ: หลวงพ่อศิลาเป็นพระพุทธรูปหินอ่อนในพระอุโบสถ สร้างในสมัยรัชกาลที่ 6 และเป็นพระพุทธรูปสำคัญที่ผู้มาเยือนนิยมกราบสักการะ
ถาม: วัดถัมภาวาสมีชื่อเดิมว่าอะไร?
ตอบ: วัดมีชื่อเดิมในประวัติวัดว่า วัดบางคะโละ และเป็นที่รู้จักในชื่อวัดบางตะโละตามชื่อชุมชนท้องถิ่น
ถาม: จิตรกรรมวัดถัมภาวาสมีความพิเศษอย่างไร?
ตอบ: จิตรกรรมของวัดมีลักษณะพิเศษคือเขียนบนผนังด้านนอกพระอุโบสถ เล่าเรื่องพุทธประวัติ รามเกียรติ์ จันทโครพ และสอดแทรกภาพชาวบ้านไว้ในฉากต่าง ๆ
ถาม: เจดีย์อรหันตธาตุวัดถัมภาวาสสำคัญอย่างไร?
ตอบ: เจดีย์อรหันตธาตุสร้างในสมัยพระครูสมานการโกศลเมื่อ พ.ศ. 2458 มีรูปแบบศรีวิชัย และเป็นปูชนียสถานสำคัญของวัด
ถาม: วัดถัมภาวาสเกี่ยวข้องกับการศึกษาอย่างไร?
ตอบ: วัดเป็นจุดเริ่มต้นของโรงเรียนชุมชนวัดถัมภาวาส โดยพระครูสมานการโกศลอนุญาตให้ใช้อาคารของวัดเป็นสถานที่เรียนครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2465
ถาม: วัดถัมภาวาสเที่ยวร่วมกับที่ไหนได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับศาลเจ้าเล่าเอี๊ยะกง วังพิพิธภักดี วังเก่าสายบุรี มัสยิดรายอ หาดวาสุกรี วัดเลียบ และย่านชุมชนไทยเชื้อสายจีนสายบุรีได้
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคใต้
ปรับปรุงล่าสุด : 4 สัปดาห์ที่แล้ว



