หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดปัตตานี >อ.เมืองปัตตานี >ต.กะมิยอ > แห่นกปัตตานี
TL;DR: แห่นกปัตตานี เปิดไม่มีวันจัดประจำ จัดขึ้นเป็นครั้งคราวตามโอกาสของชุมชนหรือหน่วยงานเจ้าภาพ เวลา ไม่มีกำหนดเวลาถาวร กรุณาตรวจสอบกำหนดการของงานแต่ละครั้งก่อนเดินทาง.
แห่นกปัตตานี

วันเปิดทำการ: ไม่มีวันจัดประจำ จัดขึ้นเป็นครั้งคราวตามโอกาสของชุมชนหรือหน่วยงานเจ้าภาพ
เวลาเปิดทำการ: ไม่มีกำหนดเวลาถาวร กรุณาตรวจสอบกำหนดการของงานแต่ละครั้งก่อนเดินทาง
แห่นก ปัตตานี เป็นประเพณีพื้นเมืองเก่าแก่ของจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส เป็นประเพณีนิยมของชาวไทยมลายูที่สืบทอดกันมายาวนาน จัดขึ้นเป็นครั้งคราวตามโอกาส ไม่ใช่ประเพณีประจำปีตามนักขัตฤกษ์ และไม่ใช่พิธีกรรมทางศาสนาโดยตรง จุดมุ่งหมายสำคัญของการแห่นกคือความสนุกสนานรื่นเริง การต้อนรับแขกเมือง การแสดงคารวะต่อผู้ใหญ่ที่ชุมชนเคารพนับถือ การแสดงความจงรักภักดีในโอกาสสำคัญ การประกวดเชิงศิลปวัฒนธรรม และบางครั้งใช้ร่วมในพิธีมงคลของชุมชน เช่น พิธีเข้าสุหนัตหรือมาโซะยาวี
หัวใจของประเพณีแห่นกอยู่ที่นกประดิษฐ์ขนาดใหญ่ซึ่งสร้างขึ้นอย่างงดงาม มีสีสันจัดจ้าน มีลวดลายละเอียด และมีการจัดขบวนแห่อย่างเป็นระเบียบ ภายในขบวนมีดนตรีพื้นเมือง ขบวนบายศรีหรือบุหงาซีเระ ผู้ดูแลนกแต่งกายแบบนักรบ ขบวนคนหามนก ขบวนกริช ขบวนหอก และการแสดงศิลปะการต่อสู้พื้นเมือง เช่น สิละ รำกริช และรำหอก ประเพณีนี้จึงเป็นพื้นที่รวมศิลปะหลายแขนงไว้พร้อมกัน ทั้งงานช่าง งานแกะสลัก งานประดิษฐ์ดอกไม้ งานจัดพานบายศรี ดนตรีพื้นเมือง เครื่องแต่งกาย การร่ายรำ และความร่วมแรงร่วมใจของคนในชุมชน
ความสำคัญของการแห่นกไม่ควรมองเพียงความสวยงามของนกหรือความครึกครื้นของขบวน เพราะประเพณีนี้สะท้อนโลกวัฒนธรรมของปัตตานีอย่างลึกซึ้ง ปัตตานีเป็นพื้นที่ที่เคยรับอิทธิพลจากลังกาสุกะ วัฒนธรรมมลายู อินโดนีเซีย มาเลเซีย อินเดีย และโลกอิสลาม เมื่อประเพณีแห่นกดำรงอยู่ในพื้นที่นี้ จึงเห็นร่องรอยของจินตนาการพื้นเมือง ความเชื่อเรื่องนกสวรรค์ คติเรื่องสัตว์หิมพานต์ ศิลปะการประดิษฐ์แบบมลายู และวิถีชุมชนมุสลิมชายแดนใต้ซ้อนทับกันอย่างแนบแน่น
ตำนานที่เล่าถึงที่มาของประเพณีแห่นกมีหลายสำนวน สำนวนหนึ่งกล่าวว่าเริ่มขึ้นในเมืองยาวอหรือชวา เมื่อรายอองค์หนึ่งมีพระธิดาองค์สุดท้ายซึ่งเป็นที่รักยิ่งของพระบิดา พระองค์และข้าราชบริพารจึงสรรหาสิ่งต่าง ๆ มาสร้างความพึงพอใจให้พระธิดา รวมถึงการจัดทำนกประดิษฐ์ที่ตกแต่งอย่างงดงาม แล้วจัดขบวนแห่รอบพระที่นั่งจนพระธิดาพอใจมาก รายอจึงโปรดให้จัดแห่นกถวายเป็นระยะ เรื่องเล่านี้ทำให้แห่นกมีภาพของความรื่นเริง ความงาม และการจัดขบวนเพื่อสร้างความปลื้มปีติแก่ผู้มีฐานะสูงในชุมชน
อีกสำนวนหนึ่งเล่าว่ารายอมีพระโอรสองค์สุดท้องซึ่งเป็นที่รักมาก วันหนึ่งชาวประมงเล่าเรื่องนกประหลาดที่ผุดขึ้นจากทะเล มีดวงตาโตแดง มีงวง มีงา มีเขี้ยว ดูน่าเกรงขาม แต่เมื่อบินขึ้นสู่อากาศกลับมีปีก หาง และสีสันงดงามยิ่งกว่านกทั้งปวง พระโอรสอยากเห็นนกมหัศจรรย์นี้ รายอจึงให้ช่างผู้มีฝีมือ 4 คนสร้างรูปนกตามจินตนาการของตน ผลที่ได้คือรูปนก 4 ลักษณะซึ่งกลายเป็นแบบสำคัญของประเพณีแห่นกในภาคใต้ตอนล่าง
นก 4 ตัวที่นิยมกล่าวถึงในประเพณีแห่นก ได้แก่ นกกาเมาะซูรอหรือนกกาเฆาะซูรอ ซึ่งชาวพื้นเมืองเรียกว่านกทูนพลูและสันนิษฐานว่าใกล้กับนกการเวกในคติไทย เป็นนกสวรรค์ที่งดงามและมีฐานะสูง นกกรุดาหรือนกครุฑ ซึ่งเชื่อว่ามีอาถรรพ์จนปัจจุบันไม่นิยมจัดทำเข้าขบวน นกบือเฆามาศหรือนกยูงทองที่มีหงอนงามและตกแต่งอย่างประณีต และนกบุหรงหรือนกบุหรงซีงอ หรือนกสิงห์ ซึ่งมีรูปร่างคล้ายราชสีห์ เป็นนกที่มีความน่าเกรงขามและกลายเป็นนกที่ยังถูกกล่าวถึงมากในบริบทการสืบทอดปัจจุบัน
นกกาเมาะซูรอหรือนกกาเฆาะซูรอเป็นนกที่แสดงจินตนาการเรื่องนกสวรรค์ได้เด่นชัดที่สุด หัวนกมักตกแต่งด้วยหงอนสูง มีลวดลายกนก มีตาที่แกะจากไม้หรือประดับลูกแก้วให้ดูมีชีวิต มีงาเล็ก ๆ ยื่นออกจากปาก และมีสีสันสวยงาม เมื่อนำเข้าขบวนจะให้ความรู้สึกสง่างามและสูงส่ง นกชนิดนี้จึงเหมาะกับโอกาสที่ต้องการแสดงความโอ่อ่าและความเคารพต่อผู้รับการต้อนรับ
นกกรุดาหรือนกครุฑมีสถานะพิเศษในประเพณี เพราะแม้จะเป็น 1 ใน 4 รูปนกตามตำนาน แต่ความเชื่อเรื่องอาถรรพ์ทำให้ช่างและชุมชนจำนวนมากไม่นิยมสร้างหรือเชิญเข้าขบวนในปัจจุบัน ประเด็นนี้สะท้อนว่าการแห่นกไม่ได้เป็นเพียงงานศิลปะ แต่ยังมีระบบความเชื่อและข้อควรระวังของช่างผู้สืบทอดอยู่เบื้องหลัง งานสร้างนกจึงเป็นทั้งฝีมือ ความรู้ และมารยาททางวัฒนธรรมที่ต้องเคารพ
นกบือเฆามาศหรือนกยูงทองเป็นนกที่โดดเด่นด้านความงามของหงอน สี และลวดลาย นกยูงทองในคติพื้นเมืองมีความสง่างามและเกี่ยวข้องกับความงามของรูปร่าง ขน และการประดับตกแต่ง เมื่อประดิษฐ์เป็นนกขนาดใหญ่ในขบวนแห่ จะช่วยเพิ่มความอ่อนช้อยและความหรูหราให้กับริ้วขบวน นกชนิดนี้จึงเป็นตัวแทนของความวิจิตร ความละเอียด และศิลปะการตกแต่งของช่างพื้นบ้าน
นกบุหรงหรือนกบุหรงซีงอเป็นนกที่ผสมจินตนาการระหว่างนกกับสิงห์ มีความน่าเกรงขาม แข็งแรง และให้ความรู้สึกเป็นสัตว์วิเศษ ปัจจุบันเมื่อกล่าวถึงการแห่นกในปัตตานี มักมีการกล่าวถึงนกบุหรงซีงอเป็นพิเศษ เพราะยังพบการใช้ในบางโอกาส เช่น งานมงคล พิธีเข้าสุหนัต การประกวด งานวัฒนธรรม และการต้อนรับแขกสำคัญ นกบุหรงซีงอจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ร่วมสมัยของประเพณีแห่นกที่ยังมีผู้สืบทอดอยู่ในพื้นที่
การประดิษฐ์นกเป็นงานช่างที่ต้องใช้เวลา ความชำนาญ และกำลังคน หัวนกในอดีตนิยมใช้ไม้เนื้อเหนียว เช่น ไม้ตะเคียนหรือไม้กายี นำมาแกะสลัก เพราะเป็นไม้ที่ไม่เปราะง่ายและสามารถใช้งานได้นาน ส่วนตัวนกใช้ไม้ไผ่ผูกเป็นโครง ติดคานหาม หุ้มกระดาษรองพื้น แล้วตัดกระดาษสีเป็นขนประดับตามส่วนต่าง ๆ สีที่นิยมคือสีเขียวและสีทอง ส่วนสีอื่น ๆ ใช้ตัดให้เกิดความเด่น เมื่อเสร็จแล้วนกจะมีขนาดใหญ่พอให้คนหามและอาจให้ผู้เข้าสุหนัตหรือบุคคลสำคัญนั่งในขบวนได้ตามรูปแบบของงาน
ก่อนนำหัวนกเข้าประกอบกับตัวนก บางท้องถิ่นมีพิธีสวมหัวนกซึ่งถือเป็นขั้นตอนสำคัญของช่างและผู้จัดขบวน เครื่องประกอบพิธีตามแบบเดิมมีผ้าเพดานสำหรับขึงหัวนก ข้าวเหนียวสมางัต ขนมดอดอย ข้าวสารย้อมสีเหลือง เทียน ทอง เงิน แป้ง น้ำหอม กำยาน เงินค่าบูชาครู และใบอ่อนของมะพร้าว เครื่องบวงสรวงจะวางเบื้องหน้าหัวนก ผู้ประกอบพิธีจุดเทียน เผากำยาน และกล่าวคาถาตามแบบครูช่าง พิธีนี้แสดงให้เห็นว่างานประดิษฐ์นกมีความสัมพันธ์กับครูช่างและระบบการถ่ายทอดความรู้ ไม่ใช่การสร้างวัตถุตกแต่งทั่วไป
ขบวนแห่นกเริ่มต้นด้วยเครื่องประโคมดนตรี นำหน้าด้วยปี่ชวา กลองแขกหรือกลองแจก และฆ้องใหญ่ เสียงดนตรีทำหน้าที่เปิดขบวน สร้างจังหวะ และเป็นสัญญาณให้ผู้ชมรู้ว่าขบวนกำลังเคลื่อนผ่าน ดนตรีพื้นเมืองยังใช้บรรเลงประกอบการแสดงสิละ รำกริช และรำหอก ทำให้ขบวนแห่นกมีทั้งเสียง จังหวะ การเคลื่อนไหว และบรรยากาศความขลังในเวลาเดียวกัน
ถัดจากเครื่องดนตรีคือขบวนบุหงาซีเระหรือบายศรี ผู้ทูนพานบายศรีมักเป็นสตรีที่ได้รับการคัดเลือกและแต่งกายด้วยเสื้อผ้าหลากสีตามประเพณีท้องถิ่น พานบายศรีใช้จำนวนคี่และจัดอย่างประณีต ขบวนนี้ทำหน้าที่เพิ่มความงาม ความอ่อนช้อย และความเป็นสิริมงคลให้กับขบวนแห่ ภาพของสตรีแต่งกายงดงามทูนพานบายศรีตัดกับภาพนักรบถือกริชและนกขนาดใหญ่ ทำให้ขบวนแห่นกมีทั้งความนุ่มนวลและความเข้มแข็งอยู่พร้อมกัน
ขบวนผู้ดูแลนกเป็นอีกส่วนที่มีความสำคัญ ผู้ดูแลนกแต่งกายแบบนักรบ มือถือกริช เดินนำหน้านก และมักคัดเลือกจากผู้ชำนาญการร่ายรำสิละ รำกริช หรือรำหอก การปรากฏของผู้ดูแลนกทำให้ขบวนมีความสง่างามและน่าเกรงขาม ขณะเดียวกันยังช่วยควบคุมจังหวะการเคลื่อนของนกและรักษาความเป็นระเบียบของริ้วขบวน
ขบวนนกเป็นศูนย์กลางของงาน จำนวนคนหามขึ้นอยู่กับขนาดและน้ำหนักของนก นกประดิษฐ์แต่ละตัวมีคานหามที่ต้องสมดุล แข็งแรง และรองรับน้ำหนักได้ดี คนหามต้องเคลื่อนที่พร้อมกันตามจังหวะดนตรี หากขบวนมีนกหลายตัว แต่ละตัวจะถูกจัดลำดับและตกแต่งให้มีเอกลักษณ์ของตนเอง ขบวนนกจึงเป็นทั้งงานแสดง งานช่าง และการประสานกำลังของคนจำนวนมาก
ส่วนท้ายของขบวนประกอบด้วยขบวนกริชและขบวนหอก ผู้ร่วมขบวนแต่งกายแบบนักรบสมัยโบราณ ถือกริชหรือหอกเดินตามหลังนก ภาพของนักรบเหล่านี้ช่วยแสดงความพร้อมเพรียง ความกล้าหาญ และความสามัคคีของชุมชน ประเพณีแห่นกจึงไม่ได้สื่อถึงความบันเทิงเพียงอย่างเดียว แต่ยังแสดงระเบียบ ความเข้มแข็ง และความภาคภูมิใจของคนในพื้นที่
ในอดีตการแห่นกเคยปรากฏในโอกาสสำคัญหลายครั้ง เช่น การแห่ในพิธีเข้าสุหนัตของบุคคลในตระกูลเจ้าเมืองปัตตานี การแห่รับเสด็จพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว การแห่ในคราวพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จเลียบมณฑลปัตตานี การแห่ถวายในโอกาสเสด็จเยือนภาคใต้ของพระมหากษัตริย์และพระบรมราชินีนาถ และการแห่ในงานระดับจังหวัดหรือระดับภูมิภาค เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้เห็นว่าการแห่นกมีสถานะเป็นประเพณีที่ใช้สื่อเกียรติยศ ความเคารพ และการรวมพลังของชุมชน
ในปัจจุบันประเพณีแห่นกไม่ได้จัดบ่อยเหมือนในอดีต แต่ยังคงมีการใช้ในบางโอกาสสำคัญ โดยเฉพาะนกบุหรงซีงอที่ยังพบในการแห่เข้าสุหนัต งานรื่นเริงของหมู่บ้าน งานวัฒนธรรม งานต้อนรับบุคคลสำคัญ และการสาธิตเชิงอนุรักษ์ ช่วงที่มักพบงานเกี่ยวข้องกับพิธีเข้าสุหนัตคือช่วงปิดภาคเรียนหรือช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม ยกเว้นช่วงเดือนถือศีลอด อย่างไรก็ตาม การจัดงานขึ้นอยู่กับเจ้าภาพ ชุมชน และโอกาสเฉพาะ จึงต้องตรวจสอบกำหนดการของพื้นที่ก่อนเดินทางเสมอ
คุณค่าของประเพณีแห่นกอยู่ที่การรักษาศิลปะหลายแขนงให้ดำรงอยู่พร้อมกัน ช่างทำนกต้องรู้โครงสร้าง รู้สัดส่วน รู้สี รู้ลวดลาย และรู้วิธีทำให้นกเคลื่อนที่ได้อย่างสง่างาม คนดนตรีต้องรักษาจังหวะปี่ชวา กลอง และฆ้อง นักสิละต้องรักษาท่ารำและวินัยของการแสดง ผู้จัดขบวนต้องเข้าใจลำดับริ้วขบวน ผู้หญิงที่ทูนบายศรีต้องรักษาความงดงามและความสำรวม ส่วนชุมชนต้องร่วมแรงร่วมใจทั้งด้านแรงงาน เวลา และทุนทรัพย์ ประเพณีนี้จึงเป็นพื้นที่รวมภูมิปัญญาของคนจำนวนมาก
การแห่นกยังช่วยย้ำบทบาทของชุมชนในฐานะผู้สร้างและผู้รักษามรดกวัฒนธรรม เพราะนก 1 ตัวไม่ได้เกิดจากช่างคนเดียว แต่เกิดจากครูช่าง ผู้ช่วย คนทำโครง คนตัดกระดาษ คนติดลวดลาย คนจัดดอกไม้ คนฝึกคนหาม คนซ้อมดนตรี และเจ้าภาพงาน การจัดขบวนแต่ละครั้งจึงทำให้คนหลายวัยได้เรียนรู้ร่วมกัน เด็กและเยาวชนเห็นงานช่างและการแสดงจากผู้ใหญ่ ส่วนผู้ใหญ่ได้ถ่ายทอดความรู้และความภาคภูมิใจให้คนรุ่นต่อไป
สำหรับผู้ที่ต้องการชมประเพณีแห่นก ควรเข้าใจว่าประเพณีนี้ไม่มีสถานที่จัดถาวรและไม่ใช่งานประจำปีแบบเทศกาลทั่วไป การเดินทางควรเริ่มจากการตรวจสอบข่าวหรือประกาศของหน่วยงานวัฒนธรรมจังหวัด หน่วยงานท้องถิ่น หรือเจ้าภาพชุมชน หากเป็นงานสาธิตหรืองานวัฒนธรรมจังหวัด มักมีสถานที่และเวลากำหนดชัดเจน หากเป็นงานมงคลในชุมชน ควรเข้าชมด้วยความสุภาพ ไม่กีดขวางขบวน ไม่แตะต้องนก ไม่รบกวนผู้เข้าสุหนัตหรือเจ้าภาพ และควรขออนุญาตก่อนถ่ายภาพบุคคลใกล้ชิด
ประเพณีแห่นกเป็นตัวอย่างสำคัญของวัฒนธรรมชายแดนใต้ที่มีชีวิต เพราะไม่ได้อยู่เฉพาะในตำรา แต่ยังคงปรากฏในงานบางโอกาสและในการสืบทอดของช่างท้องถิ่น โดยเฉพาะนกบุหรงซีงอที่ยังมีช่างและผู้ครอบครองนกในพื้นที่ปัตตานีบางแห่ง ความต่อเนื่องนี้ทำให้แห่นกเป็นทั้งมรดกอดีตและภารกิจของปัจจุบัน หากไม่มีการถ่ายทอดงานช่าง ดนตรี และการร่ายรำอย่างจริงจัง ประเพณีอาจเหลือเพียงภาพเก่าและคำอธิบายสั้น ๆ แต่หากชุมชนและหน่วยงานร่วมกันฟื้นฟูอย่างเหมาะสม แห่นกจะยังคงเป็นสัญลักษณ์ที่ทรงพลังของปัตตานีต่อไป
กล่าวโดยสรุป แห่นก ปัตตานี เป็นประเพณีพื้นเมืองชายแดนใต้ที่รวมความสนุกสนาน ความงาม ความเคารพ ความคิดสร้างสรรค์ และความสามัคคีของชุมชนไว้ในขบวนเดียว นกประดิษฐ์ 4 รูปแบบ ขบวนดนตรี บุหงาซีเระ ผู้ดูแลนก นักรบกริชและหอก สิละ งานช่าง และพิธีกรรมของครูช่าง ล้วนทำให้ประเพณีนี้มีความสมบูรณ์ทางวัฒนธรรมสูง ผู้ที่สนใจปัตตานีในมิติที่ลึกกว่าการท่องเที่ยวทั่วไปควรทำความเข้าใจแห่นก เพราะนี่คือประเพณีที่บอกเล่าความเป็นเมืองมลายูชายแดนใต้ผ่านศิลปะ จินตนาการ และพลังร่วมของผู้คนได้อย่างงดงาม
| ชื่อประเพณี | แห่นก / แห่นกบุหรงซีงอ |
| พื้นที่ปฏิบัติ | จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะปัตตานี ยะลา และนราธิวาส |
| ประเภท | ประเพณีพื้นเมือง การละเล่นพื้นบ้าน มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม และขบวนแห่เชิงศิลปวัฒนธรรม |
| ช่วงเวลาจัดงาน | จัดขึ้นเป็นครั้งคราวตามโอกาส ไม่มีวันประจำปีแน่นอน เช่น งานต้อนรับแขกเมือง งานมงคล พิธีเข้าสุหนัต งานรื่นเริง งานประกวด หรืองานวัฒนธรรม |
| เวลาเข้าชม | ขึ้นอยู่กับกำหนดการของงานแต่ละครั้ง กรุณาตรวจสอบประกาศจากเจ้าภาพหรือหน่วยงานท้องถิ่นก่อนเดินทาง |
| ค่าเข้าชม | ขึ้นอยู่กับลักษณะงาน ส่วนงานชุมชนและงานสาธิตวัฒนธรรมหลายกรณีเปิดให้ชมตามพื้นที่จัดงาน |
| ความสำคัญ | เป็นประเพณีพื้นเมืองของชาวไทยมลายูชายแดนใต้ ใช้เพื่อความรื่นเริง การคารวะผู้ใหญ่ การต้อนรับแขกเมือง การแสดงความจงรักภักดี และการอนุรักษ์ศิลปะท้องถิ่น |
| ลักษณะเด่น | นกประดิษฐ์ขนาดใหญ่ สีสันงดงาม ขบวนดนตรีปี่ชวา กลองแขก ฆ้องใหญ่ บุหงาซีเระ ผู้ดูแลนกแต่งกายนักรบ ขบวนกริช ขบวนหอก และการแสดงสิละ |
| นกสำคัญในประเพณี | 1. นกกาเมาะซูรอ / นกกาเฆาะซูรอ / นกกากะสุระ 2. นกกรุดา / นกครุฑ 3. นกบือเฆามาศ / นกยูงทอง 4. นกบุหรง / นกบุหรงซีงอ / นกสิงห์ |
| องค์ประกอบขบวน | เครื่องประโคมดนตรี ขบวนบุหงาซีเระ ผู้ดูแลนก ขบวนนก คนหามนก ขบวนกริช ขบวนหอก และการแสดงสิละ รำกริช รำหอก |
| วัสดุทำตัวนก | หัวนกนิยมใช้ไม้เนื้อเหนียว เช่น ไม้ตะเคียนหรือไม้กายี ส่วนตัวนกใช้โครงไม้ไผ่ คานหาม กระดาษรองพื้น และกระดาษสีประดับเป็นขน |
| หน่วยงานประสานข้อมูล | สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดปัตตานี หน่วยงานท้องถิ่น และเจ้าภาพชุมชนในพื้นที่จัดงาน |
| เบอร์ติดต่อหลัก | สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดปัตตานี โทร. 073-460064 / 073-323195-7 |
| ข้อควรปฏิบัติ | ไม่กีดขวางขบวน ไม่แตะต้องนกหรือเครื่องประกอบพิธี ไม่รบกวนผู้แสดง ไม่ถ่ายภาพบุคคลใกล้ชิดโดยไม่ได้รับอนุญาต และควรเคารพเจ้าภาพชุมชน |
| สถานที่เรียนรู้วัฒนธรรมในเส้นทางปัตตานี | 1. ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว อำเภอเมืองปัตตานี 2. มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี อำเภอเมืองปัตตานี 3. มัสยิดกรือเซะ อำเภอเมืองปัตตานี 4. ชุมชนบาราโหม อำเภอเมืองปัตตานี 5. วังเก่ายะหริ่ง อำเภอยะหริ่ง 6. ชุมชนท่องเที่ยวบางปู อำเภอยะหริ่ง |
| ร้านอาหารในเส้นทางตัวเมืองปัตตานี | 1. อารีนีโภชนา โทร. 073-313641 2. Hometown Pattani โทร. 081-3253833 3. ก๋วยเตี๋ยวรู & Coffee รูสะมิแล โทร. 085-5176010 4. De Krue Se ก๋วยเตี๋ยวเรือ โทร. 064-9390244 5. ร้านโกดังชา สาขารูสะมิแล โทร. 062-3042273 |
| ที่พักในเส้นทางตัวเมืองปัตตานี | 1. โรงแรมปัตตานีภิรมย์ บูติก โฮเทล โทร. 081-6983877 2. โรงแรมเซาท์เทิร์นวิว ปัตตานี โทร. 073-450570-72 3. โรงแรมซี.เอส. ปัตตานี โทร. 073-335093-4, 073-336090 4. โรงแรมปาร์ควิว รีสอร์ท ปัตตานี โทร. 073-335100 5. BM Pattani Apartment 2 โทร. 091-2029009 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: แห่นก ปัตตานี คือประเพณีอะไร?
ตอบ: แห่นกเป็นประเพณีพื้นเมืองของจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะปัตตานี ยะลา และนราธิวาส เป็นขบวนแห่นกประดิษฐ์ขนาดใหญ่ที่จัดขึ้นเพื่อความรื่นเริง การต้อนรับแขกเมือง การคารวะผู้ใหญ่ งานมงคล หรือการประกวดทางวัฒนธรรม
ถาม: ประเพณีแห่นกเกี่ยวข้องกับศาสนาหรือไม่?
ตอบ: แห่นกเป็นประเพณีนิยมของชุมชน ไม่ใช่พิธีกรรมทางศาสนาโดยตรง และไม่ได้เป็นประเพณีตามนักขัตฤกษ์ แต่บางครั้งอาจจัดร่วมกับงานมงคลของชุมชน เช่น พิธีเข้าสุหนัต
ถาม: ประเพณีแห่นกจัดช่วงเวลาใด?
ตอบ: ไม่มีวันจัดประจำ จัดขึ้นเป็นครั้งคราวตามโอกาส เช่น งานต้อนรับแขกเมือง งานรื่นเริง พิธีเข้าสุหนัต งานประกวด หรืองานวัฒนธรรม ผู้เดินทางควรตรวจสอบกำหนดการของงานแต่ละครั้งก่อนเดินทาง
ถาม: นกที่ใช้ในประเพณีแห่นกมีอะไรบ้าง?
ตอบ: นกสำคัญ 4 แบบ ได้แก่ นกกาเมาะซูรอหรือนกกาเฆาะซูรอ นกกรุดาหรือนกครุฑ นกบือเฆามาศหรือนกยูงทอง และนกบุหรงหรือนกบุหรงซีงอ หรือนกสิงห์
ถาม: ขบวนแห่นกประกอบด้วยอะไรบ้าง?
ตอบ: ขบวนแห่นกประกอบด้วยเครื่องประโคมดนตรี ขบวนบุหงาซีเระหรือบายศรี ผู้ดูแลนก ขบวนนก คนหามนก ขบวนกริช ขบวนหอก และการแสดงสิละ รำกริช หรือรำหอก
ถาม: นกบุหรงซีงอคืออะไร?
ตอบ: นกบุหรงซีงอหรือนกสิงห์เป็นนกในประเพณีแห่นกที่มีรูปร่างคล้ายราชสีห์ มีความน่าเกรงขาม และเป็นนกที่ยังถูกกล่าวถึงมากในการสืบทอดประเพณีแห่นกของปัตตานี
ถาม: หากต้องการชมแห่นกควรติดต่อที่ไหน?
ตอบ: ควรตรวจสอบประกาศจากสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดปัตตานี หน่วยงานท้องถิ่น หรือเจ้าภาพชุมชนในพื้นที่จัดงาน เพราะประเพณีนี้ไม่มีสถานที่และวันจัดงานถาวร
ถาม: ชมขบวนแห่นกควรปฏิบัติตัวอย่างไร?
ตอบ: ควรยืนชมในจุดที่ไม่กีดขวางขบวน ไม่แตะต้องตัวนกหรือเครื่องประกอบพิธี ไม่รบกวนผู้แสดง ไม่ถ่ายภาพบุคคลใกล้ชิดโดยไม่ได้รับอนุญาต และเคารพเจ้าภาพชุมชน
หมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
กลุ่ม: ●ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคใต้
ปรับปรุงล่าสุด : 3 สัปดาห์ที่แล้ว



