หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดปัตตานี >อ.สายบุรี >ต.ปะเสยะวอ > วัดถัมภาวาส
TL;DR: วัดถัมภาวาส อยู่ที่เลขที่ 36 บ้านบางตะโละ ถนนสายบางเก่า หมู่ 3 ตำบลปะเสยะวอ อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.

ปัตตานี

วัดถัมภาวาส

วัดถัมภาวาส

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
 
วัดถัมภาวาส เป็นวัดเก่าแก่ของอำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ที่มีคุณค่าทั้งด้านประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม การศึกษา และศรัทธาของชุมชนไทยพุทธในพื้นที่ชายแดนใต้ วัดแห่งนี้เป็นที่รู้จักในชื่อวัดบางตะโละ และมีชื่อเดิมในประวัติวัดว่า วัดบางคะโละ จุดเด่นสำคัญคือพระอุโบสถเก่าแก่ที่มีจิตรกรรมบนผนังด้านนอก ซึ่งเป็นลักษณะพิเศษที่หาได้ไม่บ่อยในวัดไทย รวมถึงหลวงพ่อศิลา พระพุทธรูปหินอ่อนที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 6 และเจดีย์อรหันตธาตุที่สร้างขึ้นในสมัยพระครูสมานการโกศล วัดจึงไม่ใช่เพียงจุดแวะไหว้พระ แต่เป็นแหล่งเรียนรู้มรดกพระพุทธศาสนาและศิลปกรรมท้องถิ่นของสายบุรีที่ควรศึกษาอย่างจริงจัง
 
ความสำคัญของวัดถัมภาวาสอยู่ที่การเป็นวัดชุมชนซึ่งมีเรื่องราวต่อเนื่องหลายยุค ตั้งแต่รากประวัติของวัดบางคะโละ การก่อร่างสร้างวัดในพื้นที่ริมแม่น้ำสายบุรี การพัฒนาวัดในยุคพระครูสมานการโกศล การตั้งโรงเรียนประถมศึกษาในพื้นที่วัด ไปจนถึงบทบาทของวัดในฐานะศาสนสถานที่ยังมีการดูแลและประกอบศาสนกิจในปัจจุบัน วัดแห่งนี้จึงสะท้อนภาพวัดไทยในชุมชนภาคใต้ที่ทำหน้าที่ทั้งทางศาสนา การศึกษา ศิลปกรรม และความมั่นคงทางใจของผู้คนในพื้นที่
 
วัดถัมภาวาสสร้างขึ้นราว พ.ศ. 2391 ในสมัยรัชกาลที่ 3 โดยมีพ่อท่านลังกาเป็นเจ้าอาวาสรูปแรก ข้อมูลประวัติวัดทั่วราชอาณาจักรยังระบุว่าวัดมีชื่อเดิมว่า วัดบางคะโละ และมีนางเหาเป็นผู้บริจาคทุนในการสร้างวัด ต่อมาเมื่อถึงสมัยพระครูสมานการโกศล หรือเสาร์ ธมฺมโชโต ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสรูปที่ 3 วัดได้รับการบูรณะและพัฒนาอย่างมาก ก่อนเปลี่ยนชื่อมาเป็นวัดถัมภาวาสในเวลาต่อมา ช่วงเวลานี้ถือเป็นยุคสำคัญที่ทำให้วัดมีความมั่นคงทั้งด้านเสนาสนะ การศึกษา และบทบาทต่อชุมชน
 
ตำแหน่งของวัดสัมพันธ์กับชุมชนปะเสยะวอและบ้านบางตะโละ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความเชื่อมโยงกับแม่น้ำสายบุรีและชุมชนเก่าแก่ของอำเภอสายบุรี ประวัติของโรงเรียนชุมชนวัดถัมภาวาสระบุว่าอาคารเรียนหลังแรกเคยตั้งอยู่บริเวณท่าน้ำหน้าวัด ก่อนที่ต่อมาพื้นที่เดิมได้รับผลกระทบจากน้ำเซาะจนต้องย้ายมาใช้ศาลาปริยัติธรรมของวัด รายละเอียดนี้ช่วยให้เห็นว่าวัดถัมภาวาสไม่ได้ตั้งอยู่ในพื้นที่นิ่งเฉย แต่เป็นวัดที่มีชีวิตร่วมกับภูมิทัศน์น้ำ ชุมชน และการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมในพื้นที่สายบุรีมาอย่างยาวนาน
 
พระอุโบสถของวัดถัมภาวาสเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดด้านศาสนสถานและศิลปกรรม ข้อมูลประวัติวัดระบุว่าอุโบสถมีขนาดกว้าง 14 เมตร ยาว 22 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2452 และวัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2451 เขตวิสุงคามสีมากว้าง 18 เมตร ยาว 22 เมตร การมีอุโบสถและวิสุงคามสีมาที่ชัดเจนทำให้วัดถัมภาวาสมีความสมบูรณ์ในฐานะวัดที่สามารถประกอบสังฆกรรมตามพระธรรมวินัยได้อย่างถูกต้อง
 
จุดพิเศษของอุโบสถวัดถัมภาวาสคือการเขียนจิตรกรรมบนผนังด้านนอกของอุโบสถ จิตรกรรมลักษณะนี้ทำให้ผู้มาเยือนได้เห็นบทบาทของอุโบสถในฐานะพื้นที่สื่อสารธรรมะกับผู้คนในชุมชน เพราะภาพเขียนไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะภายในอาคาร แต่ปรากฏสู่สายตาผู้ที่เดินผ่านหรือเข้ามาในบริเวณวัด ภาพจิตรกรรมเหล่านี้จึงทำหน้าที่ทั้งในเชิงศิลปะ ศาสนา และการสอนธรรมให้คนทั่วไปเข้าใจเรื่องราวทางพุทธศาสนาและคติธรรมผ่านภาพ
 
จิตรกรรมบนผนังด้านนอกของอุโบสถเล่าเรื่องพุทธประวัติและวรรณคดีสำคัญหลายตอน เช่น ตอนพระพุทธเจ้าแสดงธรรมโปรดพุทธมารดา ตอนเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เรื่องรามเกียรติ์ตอนทศกัณฑ์ลักนางสีดา ตอนพระยาพาลีรบทรพี และเรื่องจันทโครพตั้งแต่ตอนโจรป่าฆ่าจันทโครพไปจนถึงตอนโจรป่าหนีไป ความหลากหลายของเนื้อหาเหล่านี้สะท้อนว่า วัดถัมภาวาสเป็นพื้นที่ที่ศิลปกรรมพุทธประวัติ วรรณคดี และเรื่องเล่าชาวบ้านมาบรรจบกันอย่างมีชีวิต
 
สิ่งที่ทำให้จิตรกรรมวัดถัมภาวาสมีคุณค่ามากขึ้นคือการสอดแทรกภาพชาวบ้านไว้ในมุมของภาพต่าง ๆ ภาพชาวบ้านในจิตรกรรมไม่ได้เป็นเพียงรายละเอียดประกอบฉาก แต่เป็นหลักฐานทางสังคมที่สะท้อนเครื่องแต่งกาย อิริยาบถ วิถีชีวิต และสายตาของช่างท้องถิ่นที่มองโลกในยุคนั้น การศึกษาองค์ประกอบเหล่านี้ช่วยให้เข้าใจว่าจิตรกรรมวัดถัมภาวาสไม่ได้เป็นงานศิลป์ที่แยกจากชีวิตจริง แต่เป็นบันทึกภาพของชุมชนสายบุรีในมิติศาสนาและวัฒนธรรม
 
ภายในพระอุโบสถมีหลวงพ่อศิลาเป็นพระพุทธรูปสำคัญ หลวงพ่อศิลาเป็นพระพุทธรูปหินอ่อนที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 6 และเป็นปูชนียวัตถุหลักที่ผู้มาเยือนควรกราบสักการะ พระพุทธรูปหินอ่อนให้ความรู้สึกสงบ เย็น และมั่นคง สอดคล้องกับชื่อหลวงพ่อศิลา ซึ่งสื่อถึงความหนักแน่นและความมั่นคงในพระรัตนตรัย การมีพระพุทธรูปหินอ่อนในอุโบสถเก่าแก่ทำให้วัดถัมภาวาสมีจุดศรัทธาที่ชัดเจนสำหรับผู้ที่ต้องการไหว้พระและศึกษาประวัติศิลปกรรมในคราวเดียวกัน
 
นอกจากหลวงพ่อศิลาแล้ว วัดยังมีพระประธานในอุโบสถซึ่งประวัติวัดระบุว่าได้รับการอัญเชิญมาถวายไว้ รวมถึงพระพุทธรูปศิลาอีกหลายองค์ โดยมีองค์ใหญ่พระเพลากว้าง 28 นิ้ว และองค์เล็กพระเพลากว้าง 8 นิ้ว ข้อมูลเหล่านี้ทำให้เห็นว่าวัดถัมภาวาสมีปูชนียวัตถุหลายชั้น ทั้งพระพุทธรูปประจำอุโบสถ พระพุทธรูปหินอ่อน และพระพุทธรูปศิลาที่เกี่ยวข้องกับศรัทธาของผู้ถวายและชุมชน
 
เจดีย์อรหันตธาตุเป็นอีกองค์ประกอบสำคัญของวัดถัมภาวาส ประวัติวัดระบุว่าเจดีย์สร้างเมื่อวันอังคารที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2458 โดยพระครูสมานการโกศล เจ้าอาวาสรูปที่ 3 มีขนาดสูง 23.50 เมตร ฐานกว้าง 8.43 เมตร และสร้างตามแบบศรีวิชัย เจดีย์องค์นี้จึงมีความหมายทั้งด้านพุทธบูชาและด้านศิลปกรรมภาคใต้ เพราะการอ้างอิงรูปแบบศรีวิชัยทำให้เจดีย์เชื่อมโยงกับมรดกพระพุทธศาสนาในคาบสมุทรภาคใต้และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
 
ชื่อเจดีย์อรหันตธาตุบ่งบอกถึงบทบาทของเจดีย์ในฐานะที่ประดิษฐานพระธาตุหรือสิ่งสักการะที่เกี่ยวข้องกับพระอริยสงฆ์ ผู้มาเยือนจึงควรให้ความสำคัญกับเจดีย์ไม่แพ้พระอุโบสถ เพราะเจดีย์เป็นพื้นที่ระลึกถึงพระพุทธศาสนาในมิติของพระธรรม พระสงฆ์ และการสืบทอดศรัทธาจากรุ่นสู่รุ่น เมื่อรวมกับหลวงพ่อศิลาและจิตรกรรมอุโบสถ วัดถัมภาวาสจึงมีแกนสักการะครบทั้งพระพุทธรูป พระอุโบสถ จิตรกรรม และเจดีย์
 
ศาลาการเปรียญของวัดถัมภาวาสมีความสำคัญต่อชีวิตชุมชนเช่นกัน ประวัติวัดระบุว่าศาลาการเปรียญสร้างเมื่อ พ.ศ. 2465 มีขนาดกว้าง 17 เมตร ยาว 10 เมตร ศาลาการเปรียญเป็นอาคารที่ใช้รองรับการฟังธรรม การประชุม งานบุญ และกิจกรรมของญาติโยม การสร้างศาลาการเปรียญในช่วงใกล้เคียงกับการพัฒนาการศึกษาของวัดสะท้อนว่าวัดถัมภาวาสมีบทบาทเป็นศูนย์กลางของชุมชน ไม่ใช่เพียงพื้นที่ประกอบพิธีของพระสงฆ์เท่านั้น
 
กุฏิสงฆ์ของวัดตามประวัติวัดมีจำนวน 2 หลัง โครงสร้างเป็นอาคารไม้ทรงปั้นหยา รายละเอียดนี้มีคุณค่าในเชิงสถาปัตยกรรมพื้นถิ่น เพราะกุฏิไม้และทรงหลังคาปั้นหยาเป็นรูปแบบที่สะท้อนการปรับตัวของงานก่อสร้างภาคใต้ต่อภูมิอากาศและวัสดุท้องถิ่น แม้ข้อมูลสาธารณะปัจจุบันไม่ได้อธิบายสภาพอาคารทุกหลังอย่างละเอียด แต่การมีข้อมูลกุฏิไม้ในประวัติวัดช่วยให้ผู้อ่านเห็นลักษณะของวัดในอดีตชัดเจนขึ้น
 
วัดถัมภาวาสมีบทบาทด้านการศึกษาอย่างโดดเด่น โรงเรียนชุมชนวัดถัมภาวาส หรือโรงเรียนชุมชนวัดถัมภาวาส (เสาร์อุทิศ) เปิดทำการสอนครั้งแรกเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2465 โดยพระครูสมานการโกศล ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดในสมัยนั้น อนุญาตให้ใช้อาคารของวัดเป็นสถานที่เรียน และให้นายเย็น สกุลประดิษฐ์เป็นครูใหญ่คนแรก บทบาทนี้แสดงให้เห็นว่าวัดถัมภาวาสเป็นรากสำคัญของการศึกษาในชุมชนปะเสยะวอ
 
ประวัติโรงเรียนยังเล่าว่าอาคารเรียนหลังแรกตั้งอยู่บริเวณท่าน้ำหน้าวัดถัมภาวาส เดิมชื่อโรงเรียนประชาบาลตำบลปะเสยะวอ ต่อมาเมื่ออาคารเดิมถูกน้ำเซาะใน พ.ศ. 2480 จึงย้ายมาใช้ศาลาปริยัติธรรมของวัด และภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนวัดบางตะโละ (เสาร์อุทิศ) ใน พ.ศ. 2495 เรื่องราวนี้ทำให้เห็นความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างวัด การศึกษา แม่น้ำ และชุมชน เพราะเมื่อพื้นที่การเรียนได้รับผลกระทบ วัดยังคงเป็นที่รองรับการศึกษาของเด็กในชุมชน
 
ในประวัติวัดถัมภาวาสมีการกล่าวถึงการจัดตั้งห้องสมุดจิตตานุสรณ์พิพิธภัณฑ์ไว้เพื่อสาธารณชน รายละเอียดนี้สำคัญมาก เพราะสะท้อนว่าพระครูสมานการโกศลและชุมชนไม่ได้มองวัดเพียงเป็นสถานที่ทำบุญ แต่ยังเห็นวัดเป็นพื้นที่เก็บรวบรวมความรู้และเปิดให้ประชาชนใช้ประโยชน์ การมีห้องสมุดและพิพิธภัณฑ์ในวัดช่วยยกระดับวัดถัมภาวาสให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางศาสนา ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมของชุมชนสายบุรี
 
สายเจ้าอาวาสที่ปรากฏในประวัติวัดช่วยให้เข้าใจพัฒนาการของวัดถัมภาวาสได้เป็นลำดับ เริ่มจากหลวงพ่อลังกา เจ้าอาวาสรูปแรก ต่อด้วยหลวงพ่อสี พระครูสมานการโกศล หรือเสาร์ ธมฺมโชโต พระครูจิตตานุรักษ์ และพระอธิการบัว นนทิโย ส่วนข้อมูลสาธารณะในรายการวัดที่ไม่มีเจ้าภาพกฐินปี 2564 ระบุชื่อพระอธิการพิทักษ์ วิริโยในฐานะผู้ดูแลวัดถัมภาวาส การกล่าวถึงสายเจ้าอาวาสเหล่านี้ช่วยให้เห็นความต่อเนื่องของการรักษาวัดจากอดีตถึงยุคปัจจุบัน
 
วัดถัมภาวาสยังมีความสำคัญในเชิงสังคมร่วมสมัย เพราะข่าวปี 2567 ระบุว่ามีหน่วยงานภาครัฐ ผู้นำศาสนา และประชาชนในพื้นที่ร่วมกันพัฒนาและปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณวัด เพื่อให้สถานที่มีความเป็นระเบียบ สะอาด และสะดวกต่อการรักษาความปลอดภัยในช่วงประกอบศาสนกิจ กิจกรรมเช่นนี้ยืนยันสถานะของวัดว่าเป็นศาสนสถานที่ยังได้รับการดูแลและมีบทบาทต่อชุมชนปะเสยะวอในปัจจุบัน
 
ผู้มาเยือนวัดถัมภาวาสควรเริ่มจากการกราบหลวงพ่อศิลาและพระประธานในพระอุโบสถ จากนั้นจึงพิจารณาจิตรกรรมบนผนังด้านนอกอุโบสถอย่างละเอียด จุดที่ควรสังเกตคือเรื่องพุทธประวัติ ตอนเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เรื่องรามเกียรติ์และเรื่องจันทโครพ รวมถึงภาพชาวบ้านที่แทรกอยู่ในฉากต่าง ๆ หลังจากนั้นควรเดินชมเจดีย์อรหันตธาตุและพื้นที่รอบวัด เพื่อเข้าใจวัดทั้งในมิติศรัทธา ศิลปกรรม และประวัติชุมชน
 
การชมจิตรกรรมควรทำด้วยความระมัดระวัง ไม่สัมผัสผนัง ไม่ขีดเขียน ไม่ใช้แฟลชใกล้ภาพจิตรกรรม และไม่ทำกิจกรรมที่อาจกระทบต่อพื้นผิวของภาพเขียน เพราะจิตรกรรมบนผนังด้านนอกอุโบสถต้องเผชิญแสงแดด ฝน ความชื้น และสภาพอากาศมากกว่าจิตรกรรมภายในอาคาร การดูแลอย่างเหมาะสมจากผู้มาเยือนจึงเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยรักษามรดกของวัดให้คงอยู่ต่อไป
 
วัดถัมภาวาสเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจวัดเก่า ศิลปกรรมพื้นถิ่น จิตรกรรมพุทธประวัติ ประวัติการศึกษาไทยในชุมชน และวัดไทยในพื้นที่ชายแดนใต้ จุดเด่นของวัดไม่ใช่ความใหญ่โตหรือความครึกครื้นแบบแหล่งท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ แต่เป็นความลึกของเรื่องราวที่ซ่อนอยู่ในพระอุโบสถ ภาพจิตรกรรม หลวงพ่อศิลา เจดีย์อรหันตธาตุ และประวัติโรงเรียนที่เริ่มต้นจากวัดแห่งนี้
 
การเที่ยววัดถัมภาวาสสามารถจัดร่วมกับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของสายบุรีได้หลายแห่ง เช่น ศาลเจ้าเล่าเอี๊ยะกง วังพิพิธภักดี วังเก่าสายบุรี หาดวาสุกรี มัสยิดรายอหรือมัสยิดรายา ย่านชุมชนไทยเชื้อสายจีน วัดเลียบ และภูเขาสลินดงบายู เส้นทางนี้ช่วยให้ผู้เดินทางเห็นภาพสายบุรีในฐานะเมืองเก่าริมทะเลที่มีทั้งพุทธ จีน มลายู อิสลาม วังเก่า ศาลเจ้า ชายหาด และชุมชนค้าขายเก่าอยู่ร่วมกัน
 
ศาลเจ้าเล่าเอี๊ยะกงเป็นสถานที่ใกล้เคียงที่มีความเกี่ยวข้องกับประวัติชาวจีนสายบุรีอย่างเด่นชัด ข้อมูลสิ่งแวดล้อมศิลปกรรมระบุว่าศาลเจ้าเดิมเกี่ยวข้องกับหมู่บ้านบางตะโละและต่อมามีการย้ายศาลเจ้าเพราะน้ำคลองกัดเซาะ ประเด็นนี้มีความสอดคล้องกับเรื่องราวของโรงเรียนและชุมชนวัดถัมภาวาสที่เกี่ยวพันกับสายน้ำและการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ริมแม่น้ำ การเที่ยวสองจุดนี้ร่วมกันจึงช่วยให้เข้าใจสายบุรีในฐานะเมืองน้ำและเมืองชุมชนเก่าได้ดีขึ้น
 
วังพิพิธภักดีและวังเก่าสายบุรีช่วยเติมมิติประวัติศาสตร์การปกครองและสถาปัตยกรรมของเมืองสายบุรี วังพิพิธภักดีเป็นโบราณสถานที่สะท้อนความเจริญของสายบุรีในอดีต โดยมีสถาปัตยกรรมที่ได้รับอิทธิพลจากตะวันตกผสมกับท้องถิ่น ส่วนหาดวาสุกรีช่วยเติมมิติชายทะเลและวิถีพักผ่อนของคนท้องถิ่น เมื่อจัดเส้นทางร่วมกับวัดถัมภาวาส ผู้เดินทางจะได้เห็นทั้งวัดเก่า ศิลปกรรม วังเก่า ศาลเจ้า และชายหาดในวันเดียว
 
การเดินทางควรใช้รถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างในพื้นที่ เพื่อให้แวะหลายจุดในสายบุรีได้สะดวก จากตัวเมืองปัตตานีสามารถมุ่งหน้าไปทางอำเภอสายบุรี แล้วต่อเข้าสู่ตำบลปะเสยะวอ ควรเดินทางช่วงกลางวันเพื่อให้มีเวลาไหว้พระและชมจิตรกรรมอย่างละเอียด หากต้องการเก็บข้อมูลเชิงศิลปกรรม ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 1–2 ชั่วโมง และควรตรวจสอบสภาพอากาศหากต้องเดินทางต่อไปยังชายหาดหรือชุมชนริมทะเล
 
มารยาทในการเข้าวัดควรยึดความสุภาพเป็นหลัก แต่งกายเรียบร้อย ใช้เสียงเบา ถอดรองเท้าในจุดที่วัดกำหนด ไม่รบกวนพระสงฆ์หรือผู้ที่กำลังทำบุญ และไม่ถ่ายภาพในลักษณะที่ไม่เหมาะสม หากต้องการถ่ายจิตรกรรมหรือพระพุทธรูป ควรทำด้วยความเคารพและไม่ใช้แสงหรืออุปกรณ์ที่อาจกระทบต่อโบราณสถาน การเที่ยววัดถัมภาวาสอย่างมีมารยาทจะช่วยให้การเยือนวัดเป็นทั้งการทำบุญและการอนุรักษ์มรดกท้องถิ่นไปพร้อมกัน
 
ร้านอาหารในพื้นที่สายบุรีมีทั้งร้านอาหารท้องถิ่น คาเฟ่ ร้านโรตี ร้านอาหารฮาลาล และร้านอาหารตามสั่ง ส่วนที่พักสามารถเลือกพักในอำเภอสายบุรีสำหรับผู้ที่ต้องการอยู่ใกล้วัดและชายหาด หรือพักในตัวเมืองปัตตานีหากต้องการความสะดวกด้านโรงแรมและการเดินทางต่อหลายอำเภอ ผู้ที่จัดทริปสายบุรีหนึ่งวันสามารถเริ่มจากวัดถัมภาวาสในช่วงเช้า ต่อด้วยวังพิพิธภักดี ศาลเจ้าเล่าเอี๊ยะกง และจบที่หาดวาสุกรีในช่วงเย็นได้อย่างลงตัว
 
จุดแข็งของวัดถัมภาวาสคือการมีหลักฐานเชิงลึกหลายด้านอยู่ในสถานที่เดียวกัน มีประวัติสร้างวัดตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 มีชื่อเดิมเชื่อมกับชุมชนบางตะโละ มีอุโบสถเก่าที่สร้างในต้นพุทธศตวรรษที่ 25 มีหลวงพ่อศิลา พระพุทธรูปหินอ่อนสมัยรัชกาลที่ 6 มีจิตรกรรมบนผนังด้านนอกอุโบสถ มีเจดีย์อรหันตธาตุแบบศรีวิชัย มีศาลาการเปรียญ มีบทบาทเป็นจุดเริ่มต้นของโรงเรียนชุมชน และยังเป็นวัดที่ได้รับการดูแลจากชุมชนในปัจจุบัน หากเขียนถึงวัดนี้เพียงว่าเป็นวัดที่มีหลวงพ่อศิลา จะทำให้ขาดสาระสำคัญจำนวนมากที่ทำให้วัดถัมภาวาสเป็นแหล่งวัฒนธรรมสำคัญของสายบุรี
 
การเดินทาง จากตัวเมืองปัตตานีให้มุ่งหน้าอำเภอสายบุรี แล้วต่อเข้าสู่ตำบลปะเสยะวอ เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างในพื้นที่ ควรวางเส้นทางร่วมกับศาลเจ้าเล่าเอี๊ยะกง วังพิพิธภักดี วังเก่าสายบุรี หาดวาสุกรี มัสยิดรายอหรือมัสยิดรายา ย่านชุมชนไทยเชื้อสายจีน และวัดเลียบ เพื่อให้ได้ภาพรวมของสายบุรีทั้งด้านวัดเก่า ศิลปกรรม ชุมชนจีน วังเก่า และชายทะเลในวันเดียว
 
โดยสรุป วัดถัมภาวาสเป็นวัดเก่าแก่ของอำเภอสายบุรีที่มีคุณค่าครบทั้งด้านพระพุทธศาสนา ศิลปกรรม ประวัติชุมชน และการศึกษา จุดสำคัญของวัดคือหลวงพ่อศิลา พระพุทธรูปหินอ่อนสมัยรัชกาลที่ 6 จิตรกรรมบนผนังด้านนอกอุโบสถ เจดีย์อรหันตธาตุแบบศรีวิชัย และประวัติการเป็นจุดเริ่มต้นของโรงเรียนชุมชนวัดถัมภาวาส วัดแห่งนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการไหว้พระ ทำบุญ ศึกษาจิตรกรรมวัดไทย และเข้าใจสายบุรีในฐานะเมืองเก่าที่มีศาสนา ศิลปะ น้ำ ชุมชน และประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเชื่อมต่อกันอย่างลึกซึ้ง
 
ชื่อสถานที่วัดถัมภาวาส
ชื่อที่เกี่ยวข้องวัดบางตะโละ, วัดบางคะโละ, โรงเรียนชุมชนวัดถัมภาวาส (เสาร์อุทิศ)
ที่ตั้งเลขที่ 36 บ้านบางตะโละ ถนนสายบางเก่า หมู่ 3 ตำบลปะเสยะวอ อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี
ประเภทวัดวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย
ประวัติสำคัญสร้างขึ้นราว พ.ศ. 2391 ในสมัยรัชกาลที่ 3 โดยมีพ่อท่านลังกาเป็นเจ้าอาวาสรูปแรก ชื่อเดิมคือวัดบางคะโละ ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นวัดถัมภาวาสในสมัยพระครูสมานการโกศล
วิสุงคามสีมาได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2451 เขตวิสุงคามสีมากว้าง 18 เมตร ยาว 22 เมตร
ไฮไลต์หลวงพ่อศิลา พระพุทธรูปหินอ่อนสมัยรัชกาลที่ 6, จิตรกรรมบนผนังด้านนอกอุโบสถ, เจดีย์อรหันตธาตุแบบศรีวิชัย, ประวัติโรงเรียนชุมชนวัดถัมภาวาส และบทบาทวัดเก่าของชุมชนบางตะโละ
พระสำคัญ / ปูชนียวัตถุหลวงพ่อศิลา พระพุทธรูปหินอ่อนในพระอุโบสถ, พระประธานในอุโบสถ, พระพุทธรูปศิลาหลายองค์ และเจดีย์อรหันตธาตุ
สิ่งปลูกสร้างสำคัญอุโบสถกว้าง 14 เมตร ยาว 22 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2452, ศาลาการเปรียญกว้าง 17 เมตร ยาว 10 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2465, กุฏิสงฆ์อาคารไม้ทรงปั้นหยา และเจดีย์อรหันตธาตุสูง 23.50 เมตร ฐานกว้าง 8.43 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2458
จิตรกรรมและศิลปกรรมจิตรกรรมบนผนังด้านนอกอุโบสถ เล่าเรื่องพุทธประวัติ ตอนโปรดพุทธมารดา ตอนเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เรื่องรามเกียรติ์ตอนทศกัณฑ์ลักนางสีดา ตอนพระยาพาลีรบทรพี และเรื่องจันทโครพ พร้อมภาพชาวบ้านที่แทรกอยู่ในฉากต่าง ๆ
พระสงฆ์สำคัญที่เกี่ยวข้องพ่อท่านลังกา, หลวงพ่อสี, พระครูสมานการโกศล หรือเสาร์ ธมฺมโชโต, พระครูจิตตานุรักษ์, พระอธิการบัว นนทิโย และพระอธิการพิทักษ์ วิริโย
เจ้าอาวาส / ผู้ดูแลที่มีข้อมูลสาธารณะพระอธิการพิทักษ์ วิริโย
เบอร์ติดต่อที่มีข้อมูลสาธารณะ080-5479770
สถานะปัจจุบันยังเป็นศาสนสถานที่มีการดูแลและมีการจัดกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา โดยปรากฏในรายการกฐินสามัคคีปี 2567 และมีข่าวการพัฒนาปรับปรุงภูมิทัศน์วัดในปี 2567
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00 – 17.00 น.
บทบาทชุมชนศูนย์กลางศรัทธาของชุมชนบางตะโละและปะเสยะวอ แหล่งเรียนรู้จิตรกรรมวัดเก่า และรากประวัติของโรงเรียนชุมชนวัดถัมภาวาส (เสาร์อุทิศ)
สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นที่ไหว้พระ อุโบสถ พื้นที่ชมจิตรกรรม เจดีย์อรหันตธาตุ ศาลาการเปรียญ พื้นที่ทำบุญ และพื้นที่จอดรถบริเวณวัดหรือพื้นที่ใกล้เคียง
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญพระอุโบสถและหลวงพ่อศิลา, ผนังจิตรกรรมด้านนอกอุโบสถ, เจดีย์อรหันตธาตุ, ศาลาการเปรียญ, กุฏิสงฆ์ และพื้นที่ทำบุญของชุมชน
การเดินทางจากตัวเมืองปัตตานีมุ่งหน้าอำเภอสายบุรี แล้วต่อเข้าสู่ตำบลปะเสยะวอ เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างในพื้นที่
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. ศาลเจ้าเล่าเอี๊ยะกง ประมาณ 5 กม.
2. วังพิพิธภักดี ประมาณ 6 กม.
3. วังเก่าสายบุรี ประมาณ 6 กม.
4. มัสยิดรายอ หรือมัสยิดรายา ประมาณ 6 กม.
5. หาดวาสุกรี ประมาณ 8 กม.
6. วัดเลียบ สายบุรี ประมาณ 6 กม.
7. ย่านชุมชนไทยเชื้อสายจีน สายบุรี ประมาณ 6 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. ZN Cha & Burger ประมาณ 2 กม. โทร. 084-8544088
2. มาแกมากิน ประมาณ 6 กม. โทร. 083-4601887
3. ร้านซอบารียะห์ สายบุรี ประมาณ 6 กม. โทร. 061-2296359
4. ร้านปลายนา ประมาณ 6 กม. โทร. 089-4676216
5. หน้าบ้านคาเฟ่ ประมาณ 7 กม. โทร. 093-5764672
6. ซุปต้นมะขาม ประมาณ 8 กม. โทร. 091-3165595
ที่พักใกล้เคียง1. สายบุรีรีสอร์ท ประมาณ 6 กม. โทร. 086-6931691, 081-7381093, 073-411915
2. สวนป่ารีสอร์ท ประมาณ 8 กม. โทร. 073-420336
3. Nee Ran Nee Resort ประมาณ 10 กม.
4. โรงแรมซี.เอส. ปัตตานี ประมาณ 58 กม. โทร. 073-335093, 073-336090
5. Park View Resort Pattani ประมาณ 58 กม. โทร. 073-335100
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดถัมภาวาสอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดถัมภาวาสอยู่ในตำบลปะเสยะวอ อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี เป็นวัดเก่าแก่ที่เกี่ยวข้องกับชุมชนบางตะโละ
 
ถาม: วัดถัมภาวาสเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: วัดเปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
 
ถาม: หลวงพ่อศิลา วัดถัมภาวาส คืออะไร?
ตอบ: หลวงพ่อศิลาเป็นพระพุทธรูปหินอ่อนในพระอุโบสถ สร้างในสมัยรัชกาลที่ 6 และเป็นพระพุทธรูปสำคัญที่ผู้มาเยือนนิยมกราบสักการะ
 
ถาม: วัดถัมภาวาสมีชื่อเดิมว่าอะไร?
ตอบ: วัดมีชื่อเดิมในประวัติวัดว่า วัดบางคะโละ และเป็นที่รู้จักในชื่อวัดบางตะโละตามชื่อชุมชนท้องถิ่น
 
ถาม: จิตรกรรมวัดถัมภาวาสมีความพิเศษอย่างไร?
ตอบ: จิตรกรรมของวัดมีลักษณะพิเศษคือเขียนบนผนังด้านนอกพระอุโบสถ เล่าเรื่องพุทธประวัติ รามเกียรติ์ จันทโครพ และสอดแทรกภาพชาวบ้านไว้ในฉากต่าง ๆ
 
ถาม: เจดีย์อรหันตธาตุวัดถัมภาวาสสำคัญอย่างไร?
ตอบ: เจดีย์อรหันตธาตุสร้างในสมัยพระครูสมานการโกศลเมื่อ พ.ศ. 2458 มีรูปแบบศรีวิชัย และเป็นปูชนียสถานสำคัญของวัด
 
ถาม: วัดถัมภาวาสเกี่ยวข้องกับการศึกษาอย่างไร?
ตอบ: วัดเป็นจุดเริ่มต้นของโรงเรียนชุมชนวัดถัมภาวาส โดยพระครูสมานการโกศลอนุญาตให้ใช้อาคารของวัดเป็นสถานที่เรียนครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2465
 
ถาม: วัดถัมภาวาสเที่ยวร่วมกับที่ไหนได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับศาลเจ้าเล่าเอี๊ยะกง วังพิพิธภักดี วังเก่าสายบุรี มัสยิดรายอ หาดวาสุกรี วัดเลียบ และย่านชุมชนไทยเชื้อสายจีนสายบุรีได้

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัดประเพณีไทยวัฒนธรรมไทยประเพณีภาคใต้

ปรับปรุงล่าสุด : 4 สัปดาห์ที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(3)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(7)
พระราชวัง พระราชวัง(2)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(7)
บ้านโบราณ และเมืองโบราณ บ้านโบราณ และเมืองโบราณ(1)
พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(1)
ศูนย์ฝึกอบรม ศูนย์ฝึกอบรม(1)
วัด วัด(13)
มัสยิด มัสยิด(5)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(4)
โครงการหลวง โครงการหลวง(2)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(5)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(2)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(2)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(3)
น้ำตก น้ำตก(3)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(2)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(13)
หมู่เกาะ หมู่เกาะ(2)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(1)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(1)
เมนูอาหารใต้, สูตรอาหารใต้ เมนูอาหารใต้, สูตรอาหารใต้(3)