หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดนครศรีธรรมราช >อ.นบพิตำ >ต.กรุงชิง > ต้นประภูเขา
TL;DR: ต้นประภูเขา อยู่ที่หมู่ที่ 8 ตำบลกรุงชิง อำเภอนบพิตำ จังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดพื้นที่ธรรมชาติในชุมชน ไม่ใช่สถานที่ปิดล้อมแบบมีรอบเข้าชม เวลา ควรเที่ยวชมช่วงกลางวัน.
ต้นประภูเขา

วันเปิดทำการ: พื้นที่ธรรมชาติในชุมชน ไม่ใช่สถานที่ปิดล้อมแบบมีรอบเข้าชม
เวลาเปิดทำการ: ควรเที่ยวชมช่วงกลางวัน
ต้นประภูเขา หรือป่าประเปลี่ยนสี จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นแหล่งธรรมชาติสำคัญของตำบลกรุงชิง อำเภอนบพิตำ จุดเด่นอยู่ที่ผืนป่าต้นประขนาดใหญ่บนพื้นที่ภูเขา ซึ่งต้นประเป็นไม้ยืนต้นท้องถิ่นที่ผูกพันกับภูมิประเทศ ป่าต้นน้ำ วิถีชีวิต และวัฒนธรรมของชุมชนกรุงชิงมายาวนาน เมื่อถึงช่วงผลัดใบและแตกใบอ่อน โดยเฉพาะเดือนมกราคม – มีนาคม ใบของต้นประจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง สีส้ม และสีแดงอมส้มพร้อมกันเป็นผืนกว้าง ตัดกับสีเขียวของป่าดิบชื้นโดยรอบ เกิดเป็นภาพธรรมชาติที่โดดเด่นจนกลายเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ของอำเภอนบพิตำ
ป่าประเปลี่ยนสีอยู่ในพื้นที่หมู่ที่ 8 ตำบลกรุงชิง อำเภอนบพิตำ จังหวัดนครศรีธรรมราช และเชื่อมโยงกับพื้นที่ป่าประของชุมชนหลายหมู่บ้านในตำบลกรุงชิง ทั้งบ้านสวนปรางค์ บ้านห้วยตง บ้านทับน้ำเต้า และบ้านห้วยแห้ง ต้นประไม่ได้มีความสำคัญเฉพาะด้านความงาม แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของภูมิปัญญาท้องถิ่น เพราะลูกประหรือเมล็ดของต้นประสามารถนำมาแปรรูปเป็นอาหารพื้นบ้านได้หลายอย่าง เช่น ลูกประดอง แกงส้มลูกประ น้ำพริกลูกประ ลูกประทอด และอาหารพื้นถิ่นอื่น ๆ ที่สะท้อนรสชาติของป่าภาคใต้
พื้นที่กรุงชิงมีลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบสูงท่ามกลางภูเขา มีป่าไม้อุดมสมบูรณ์และเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารหลายสาย คนท้องถิ่นเรียกพื้นที่นี้ว่า “อ่าวกรุงชิง” เพราะเป็นที่ราบสูงที่ถูกโอบล้อมด้วยภูเขา ความสมบูรณ์ของพื้นที่ทำให้กรุงชิงเป็นถิ่นของพรรณไม้ป่าหลากหลายชนิด ต้นประจึงเติบโตได้ดีในระบบนิเวศป่าดิบชื้นและกลายเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของอำเภอนบพิตำ ดังที่คำขวัญของอำเภอมีวลีว่า “ต้นประสวยยิ่ง” สะท้อนว่าต้นไม้ชนิดนี้ไม่ใช่เพียงพืชป่า แต่เป็นภาพจำทางวัฒนธรรมของพื้นที่
ความงดงามของต้นประภูเขาเกิดจากการเปลี่ยนสีของใบตามฤดูกาล เมื่อเข้าสู่ช่วงใบอ่อน ใบใหม่ของต้นประจะปรากฏเป็นสีเหลือง ส้ม และแดงอมส้มในเวลาใกล้เคียงกัน หากมองจากจุดสูงหรือแนวถนนในพื้นที่ภูเขา จะเห็นผืนสีอุ่นแทรกอยู่กลางป่าสีเขียว เป็นภาพที่หาชมได้ยากในภาคใต้ เพราะป่าดิบชื้นส่วนใหญ่มักมีสีเขียวตลอดปี การมีต้นประจำนวนมากในพื้นที่เดียวกันจึงทำให้กรุงชิงมีเสน่ห์เฉพาะตัว และเหมาะกับการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติในช่วงต้นปี
ชื่อ “ต้นประภูเขา” ที่ใช้เรียกในบริบทการท่องเที่ยวของนครศรีธรรมราช สื่อถึงต้นประที่ขึ้นอยู่ตามพื้นที่ภูเขาของตำบลกรุงชิง ส่วนชื่อ “ป่าประเปลี่ยนสี” เน้นภาพของผืนป่าที่ใบต้นประเปลี่ยนสีพร้อมกันเป็นบริเวณกว้าง ทั้งสองชื่อจึงอธิบายสถานที่เดียวกันในคนละมุม มุมหนึ่งคือพรรณไม้ท้องถิ่น อีกมุมหนึ่งคือปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นตามฤดูกาล บทความนี้ใช้ทั้งสองชื่อร่วมกันเพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจทั้งคุณค่าของต้นประและภาพท่องเที่ยวของพื้นที่
ต้นประเป็นไม้ยืนต้นที่พบในป่าดงดิบภาคใต้ โดยเฉพาะบริเวณเทือกเขาและป่ากรุงชิง อำเภอนบพิตำ เมล็ดหรือผลของต้นประเรียกกันในท้องถิ่นว่า “ลูกประ” หรือ “ลูกกระ” เมื่อผลแก่จัดจะร่วงลงพื้นและถูกนำไปแปรรูปเป็นอาหารได้หลายแบบ ลูกประจึงเป็นตัวอย่างของทรัพยากรป่าที่เชื่อมโยงกับอาหาร วัฒนธรรม และเศรษฐกิจชุมชนอย่างชัดเจน คนในพื้นที่ไม่ได้มองต้นประเป็นเพียงต้นไม้สวยงาม แต่เป็นไม้ป่าที่ให้ทั้งร่มเงา อาหาร รายได้ และเรื่องเล่าของชุมชน
ในช่วงที่ชาวบ้านเรียกว่า “ประแตก” หรือช่วงที่ลูกประแก่และแตกหล่น จะมีกิจกรรมเกี่ยวกับป่าประและการเก็บลูกประตามวิถีชุมชน พื้นที่นบพิตำเคยมีการจัดกิจกรรมวันประแตก โดยมีทั้งพิธีเปิดป่าประ พิธีบวชป่า การปลูกต้นประ การทดสอบเส้นทางท่องเที่ยวป่าประ และกิจกรรมเกี่ยวกับอาหารพื้นบ้านจากลูกประ สิ่งเหล่านี้ทำให้ป่าประไม่ได้เป็นเพียงจุดชมวิวตามฤดูกาล แต่เป็นระบบวัฒนธรรมที่มีทั้งความเชื่อ การอนุรักษ์ อาหาร และการท่องเที่ยวเชิงชุมชนประกอบกัน
ภูมิปัญญาของชุมชนเกี่ยวกับต้นประมีหลายด้าน ด้านอาหาร ลูกประสามารถนำมาคั่ว ดอง ต้ม ทอด ฉาบ และประกอบอาหารได้ เมนูที่เป็นที่รู้จักคือแกงส้มลูกประและน้ำพริกลูกประ ด้านเครื่องนุ่งห่ม ใบประสดสามารถใช้ทำสีย้อมผ้า ให้เฉดสีน้ำตาลอ่อน น้ำตาลเข้ม สีอิฐ และสีชมพูอมแดง ด้านวัฒนธรรม มีพิธีเปิดป่าประและพิธีกรรมที่สะท้อนความเคารพต่อป่า ส่วนด้านอนุรักษ์ ชุมชนมีข้อตกลงร่วมกันในการดูแลพื้นที่ ห้ามโค่นหรือทำลายต้นไม้สำคัญ และสนับสนุนการปลูกขยายพันธุ์ต้นประ
จุดแข็งของป่าประกรุงชิงคือการเป็นพื้นที่ธรรมชาติที่มีความหมายมากกว่าความสวยงามทางสายตา นักท่องเที่ยวที่มาเยือนจะได้เห็นผืนป่าที่ชุมชนใช้ประโยชน์อย่างระมัดระวัง ได้เข้าใจว่าต้นไม้หนึ่งชนิดสามารถเป็นทั้งอาหาร รายได้ ภูมิปัญญา วัฒนธรรม และสัญลักษณ์ของท้องถิ่นได้อย่างไร การเที่ยวป่าประจึงเหมาะกับผู้ที่สนใจธรรมชาติแบบลึก สนใจพืชป่าภาคใต้ สนใจอาหารพื้นบ้าน และต้องการเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับป่าต้นน้ำ
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการชมต้นประภูเขาคือเดือนมกราคม – มีนาคม เพราะเป็นช่วงที่ใบต้นประผลัดใบและแตกใบใหม่พร้อมกัน สีเหลือง ส้ม และแดงอมส้มจะเด่นชัดที่สุดในช่วงนี้ หากต้องการชมภาพป่าประเปลี่ยนสีควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทาง วันที่ท้องฟ้าเปิดจะช่วยให้เห็นสีของใบชัดขึ้น และเหมาะกับการถ่ายภาพธรรมชาติ ส่วนช่วงอื่นของปี ป่าประยังคงมีคุณค่าในฐานะป่าชุมชนและพื้นที่เรียนรู้ธรรมชาติ แต่ภาพใบเปลี่ยนสีจะไม่เด่นเท่าช่วงต้นปี
การเที่ยวป่าประเปลี่ยนสีควรใช้แนวคิดเดียวกับการเที่ยวพื้นที่ธรรมชาติและชุมชน ไม่ควรคาดหวังบริการแบบสถานที่ท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ พื้นที่นี้เป็นป่าและชุมชนบนภูเขา การเดินทางจึงควรเตรียมตัวให้พร้อม ทั้งรองเท้าที่เหมาะกับพื้นที่ธรรมชาติ เสื้อผ้าที่คล่องตัว น้ำดื่ม อุปกรณ์กันแดด และถุงสำหรับเก็บขยะส่วนตัว หากต้องการเดินชมพื้นที่ป่าหรือเข้าสู่เส้นทางที่ต้องผ่านพื้นที่ชุมชน ควรประสานคนในพื้นที่หรือหน่วยงานท้องถิ่นก่อนเดินทาง เพื่อความปลอดภัยและเพื่อไม่รบกวนวิถีชีวิตของชุมชน
ข้อควรปฏิบัติสำคัญคือไม่หักกิ่ง ไม่เด็ดใบ ไม่เก็บลูกประโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่เหยียบย่ำต้นกล้าหรือพืชพื้นล่าง ไม่ทิ้งขยะในพื้นที่ป่า และไม่ส่งเสียงดังเกินจำเป็น การชมป่าประเปลี่ยนสีให้ดีที่สุดคือการมองป่าเป็นสิ่งมีชีวิตร่วมของชุมชน ไม่ใช่ฉากถ่ายภาพเพียงอย่างเดียว เพราะความงามของป่าประเกิดจากการดูแลร่วมกันของคนในพื้นที่มานาน การเดินทางอย่างเคารพพื้นที่จะช่วยให้การท่องเที่ยวไม่ทำลายทรัพยากรที่เป็นรากฐานของชุมชน
การเดินทาง ไปยังพื้นที่ต้นประภูเขาและป่าประเปลี่ยนสีในตำบลกรุงชิง เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า เพราะเป็นพื้นที่ภูเขาและชุมชนที่ต้องเดินทางเข้าสู่หมู่บ้านในตำบลกรุงชิง หากเริ่มจากตัวเมืองนครศรีธรรมราช สามารถเดินทางผ่านอำเภอท่าศาลาเข้าสู่อำเภอนบพิตำ แล้วมุ่งหน้าไปยังตำบลกรุงชิง เส้นทางหลักที่ใช้เข้าสู่กรุงชิงเป็นถนนท่าศาลา – กรุงชิง บางช่วงเป็นทางภูเขาและผ่านชุมชน ควรขับด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะช่วงฝนตกหรือหมอกลงจัด
เมื่อเข้าสู่ตำบลกรุงชิง นักท่องเที่ยวสามารถใช้ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลกรุงชิงหรือพื้นที่บ้านทับน้ำเต้า หมู่ที่ 8 เป็นจุดอ้างอิงในการสอบถามเส้นทางไปยังพื้นที่ป่าประเปลี่ยนสี เนื่องจากป่าประไม่ได้เป็นอาคารหรือจุดเดียวที่มีประตูทางเข้าแบบชัดเจน แต่เป็นพื้นที่ป่าและภูเขาที่กระจายอยู่ในชุมชน การสอบถามคนในพื้นที่จะช่วยให้เดินทางได้ถูกต้องและเลือกจุดชมวิวหรือจุดสังเกตต้นประได้เหมาะสมกับฤดูกาล
นักท่องเที่ยวที่ต้องการเที่ยวแบบครบเส้นทางสามารถจัดโปรแกรมร่วมกับสถานที่ท่องเที่ยวอื่นในกรุงชิงได้ เช่น น้ำตกกรุงชิง บ่อน้ำร้อนกรุงชิง ทะเลหมอกเขาจังโหลน ถ้ำหงส์ ล่องแก่งคลองกลาย และน้ำตกกรุงนาง แต่ละแห่งมีลักษณะต่างกัน น้ำตกกรุงชิงเหมาะกับผู้ที่ชอบเดินป่าศึกษาธรรมชาติ บ่อน้ำร้อนกรุงชิงเหมาะกับการพักผ่อน ทะเลหมอกเขาจังโหลนเหมาะกับการชมวิวเช้า ส่วนล่องแก่งคลองกลายเหมาะกับกิจกรรมผจญภัย การนำป่าประเปลี่ยนสีเข้าไปอยู่ในเส้นทางเดียวกันจะทำให้การเที่ยวกรุงชิงมีความครบทั้งป่า น้ำ ภูเขา และวัฒนธรรม
สำหรับผู้ที่สนใจถ่ายภาพ ป่าประเปลี่ยนสีเหมาะกับภาพมุมกว้างที่เห็นสีของใบประตัดกับป่าเขียว รวมถึงภาพรายละเอียดของใบอ่อนในระยะใกล้ ช่วงเช้าและช่วงบ่ายอ่อนเป็นช่วงที่แสงนุ่มและช่วยให้สีของใบดูมีมิติ หากต้องการถ่ายภาพพื้นที่ชุมชนหรือคนในพื้นที่ ควรขออนุญาตก่อนเสมอ การถ่ายภาพเชิงธรรมชาติควรหลีกเลี่ยงการเข้าไปยืนในจุดเสี่ยงหรือทำลายพืชพื้นล่างเพื่อหามุมภาพ เพราะภาพที่ดีไม่ควรแลกกับความเสียหายของพื้นที่ป่า
ในเชิงความรู้ ต้นประภูเขาเป็นหัวข้อที่สามารถเชื่อมโยงกับการศึกษาเรื่องระบบนิเวศป่าดิบชื้นภาคใต้ พืชอาหารท้องถิ่น การจัดการทรัพยากรร่วม และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศได้อย่างครบถ้วน นักเรียน นักศึกษา หรือผู้สนใจงานชุมชนสามารถใช้พื้นที่นี้เป็นกรณีศึกษาเรื่องการอนุรักษ์ป่าที่เกิดจากชุมชน เพราะป่าประของนบพิตำยังคงอยู่ได้ด้วยความเข้าใจของคนในพื้นที่ต่อคุณค่าของทรัพยากร ไม่ใช่ด้วยการปิดกั้นการใช้ประโยชน์ทั้งหมด แต่เป็นการใช้ประโยชน์อย่างมีข้อตกลงและมีความรับผิดชอบ
ในเชิงอาหารและวัฒนธรรม ลูกประเป็นสิ่งที่ทำให้ต้นประเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของคนเมืองนครอย่างชัดเจน เมล็ดที่นำไปต้ม ดอง คั่ว หรือประกอบอาหารกลายเป็นรสชาติที่หลายคนจดจำได้ โดยเฉพาะแกงส้มลูกประ น้ำพริกลูกประ และลูกประดองที่ใช้กินกับอาหารพื้นบ้าน แม้บทความนี้เน้นพื้นที่ต้นประภูเขาและป่าประเปลี่ยนสี แต่การเข้าใจเรื่องลูกประจะช่วยให้มองเห็นคุณค่าของต้นประครบมากขึ้น เพราะต้นไม้ชนิดนี้ไม่ได้สวยเฉพาะตอนใบเปลี่ยนสี แต่ยังเป็นแหล่งอาหารและภูมิปัญญาที่มีรากลึกในชุมชนภาคใต้
เมื่อเปรียบเทียบกับสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติอื่นในนครศรีธรรมราช ป่าประเปลี่ยนสีมีจุดเด่นเฉพาะตัวมาก เพราะไม่ได้โดดเด่นด้วยน้ำตก ถ้ำ หรือทะเลหมอกเพียงอย่างเดียว แต่โดดเด่นด้วยพรรณไม้ท้องถิ่นที่เปลี่ยนสีตามฤดูกาลและมีความสัมพันธ์กับวิถีชุมชนอย่างแนบแน่น สถานที่แห่งนี้จึงเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการประสบการณ์เชิงลึก ต้องการเห็นความงามแบบไม่ปรุงแต่ง และต้องการเรียนรู้ว่าผืนป่าภาคใต้มีรายละเอียดมากกว่าที่เห็นจากภาพรวม
โดยสรุป ต้นประภูเขาหรือป่าประเปลี่ยนสีในตำบลกรุงชิง คือแหล่งธรรมชาติที่รวมความงามของฤดูกาล ภูมิปัญญาชุมชน อาหารพื้นบ้าน และการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำไว้ในพื้นที่เดียวกัน ช่วงเดือนมกราคม – มีนาคมคือช่วงที่เหมาะที่สุดสำหรับการชมใบประเปลี่ยนสี ส่วนช่วงประแตกเป็นช่วงที่เห็นความสัมพันธ์ระหว่างป่ากับวิถีชุมชนอย่างเด่นชัด หากเดินทางด้วยความเข้าใจ เคารพกติกาชุมชน และไม่ทำลายทรัพยากร ป่าประเปลี่ยนสีจะเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของนครศรีธรรมราชที่ให้ทั้งความงาม ความรู้ และความหมายของการอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างแท้จริง
| ชื่อสถานที่ | ต้นประภูเขา / ป่าประเปลี่ยนสี |
| ที่ตั้ง | หมู่ที่ 8 ตำบลกรุงชิง อำเภอนบพิตำ จังหวัดนครศรีธรรมราช |
| ที่อยู่ | พื้นที่ป่าประ บ้านทับน้ำเต้า หมู่ที่ 8 ตำบลกรุงชิง อำเภอนบพิตำ จังหวัดนครศรีธรรมราช 80160 |
| ไฮไลต์ | ผืนป่าต้นประประมาณ 5,000 ไร่ที่ใบอ่อนเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ส้ม และแดงอมส้มในช่วงเดือนมกราคม – มีนาคม |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | เป็นป่าประของชุมชนในอำเภอนบพิตำที่มีการใช้ประโยชน์ร่วมกันมายาวนาน ทั้งด้านอาหาร ภูมิปัญญา พิธีกรรม และการอนุรักษ์ |
| ที่มาของชื่อ | ต้นประภูเขาหมายถึงต้นประที่ขึ้นอยู่ทั่วไปในเขตภูเขาของตำบลกรุงชิง ส่วนป่าประเปลี่ยนสีหมายถึงปรากฏการณ์ใบประเปลี่ยนสีพร้อมกันเป็นผืนป่าในช่วงต้นปี |
| ลักษณะเด่น | ไม้ยืนต้นท้องถิ่นภาคใต้ ใบเปลี่ยนสีตามฤดูกาล ลูกประนำไปแปรรูปเป็นอาหารพื้นบ้าน และใบประใช้ทำสีย้อมผ้าได้ |
| การเดินทาง | เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวเข้าสู่อำเภอนบพิตำ ผ่านเส้นทางท่าศาลา – กรุงชิง มุ่งหน้าสู่ตำบลกรุงชิงและบ้านทับน้ำเต้า หมู่ที่ 8 ควรสอบถามเส้นทางจากคนในพื้นที่หรือองค์การบริหารส่วนตำบลกรุงชิงก่อนเข้าพื้นที่ป่า |
| สถานะปัจจุบัน | เป็นแหล่งธรรมชาติและแหล่งเรียนรู้เชิงอนุรักษ์ของตำบลกรุงชิง |
| ช่วงเวลาน่าเที่ยว | เดือนมกราคม – มีนาคม สำหรับชมใบประเปลี่ยนสี |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | เป็นพื้นที่ธรรมชาติในชุมชน ควรเตรียมน้ำดื่ม รองเท้าเดินธรรมชาติ และอุปกรณ์จำเป็นส่วนตัวก่อนเดินทาง |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | พื้นที่ป่าประเปลี่ยนสี บ้านทับน้ำเต้า หมู่ที่ 8 พื้นที่ป่าประของบ้านสวนปรางค์ บ้านห้วยตง บ้านทับน้ำเต้า และบ้านห้วยแห้งในตำบลกรุงชิง |
| ผู้ดูแล | ชุมชนตำบลกรุงชิงและองค์การบริหารส่วนตำบลกรุงชิง |
| เบอร์ติดต่อหลัก | องค์การบริหารส่วนตำบลกรุงชิง โทร. 075-752-600 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | องค์การบริหารส่วนตำบลกรุงชิง อำเภอนบพิตำ จังหวัดนครศรีธรรมราช |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ทะเลหมอกเขาจังโหลน ประมาณ 8 กม. 2. บ่อน้ำร้อนกรุงชิง ประมาณ 10 กม. 3. น้ำตกกรุงชิง ประมาณ 12 กม. 4. ถ้ำหงส์ ประมาณ 14 กม. 5. ล่องแก่งคลองกลาย ประมาณ 15 กม. 6. น้ำตกกรุงนาง ประมาณ 18 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านอาหาร/คาเฟ่ในกรุงชิงฮิลล์ แค้มปิ้งแอนด์รีสอร์ท ประมาณ 8 กม. 2. ร้านอาหารในกรุงชิงโฮมสเตย์ แอนด์ รีสอร์ท ประมาณ 10 กม. 3. ร้านอาหารพื้นบ้านในชุมชนบ้านพิตำ ประมาณ 10 กม. 4. ร้านอาหารและเครื่องดื่มบริเวณเส้นทางทะเลหมอกเขาจังโหลน ประมาณ 11 กม. 5. ร้านอาหารท้องถิ่นบริเวณอำเภอนบพิตำ ประมาณ 18 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. กรุงชิงฮิลล์ แค้มปิ้งแอนด์รีสอร์ท ประมาณ 8 กม. โทร. 087-283-3084, 093-779-8585 2. เรือนกรุงชิง รีสอร์ท ประมาณ 9 กม. 3. กรุงชิง โฮมสเตย์ แอนด์ รีสอร์ท ประมาณ 10 กม. โทร. 098-280-7098 4. หนำตาหลัด รีสอร์ท happy home ประมาณ 12 กม. 5. กิตติภูมิ ฮิลล์ ประมาณ 22 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ต้นประภูเขาหรือป่าประเปลี่ยนสีอยู่ที่ไหน?
ตอบ: อยู่ในพื้นที่หมู่ที่ 8 ตำบลกรุงชิง อำเภอนบพิตำ จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยเป็นผืนป่าประในพื้นที่ภูเขาของชุมชนกรุงชิง
ถาม: ช่วงไหนเหมาะสำหรับชมป่าประเปลี่ยนสี?
ตอบ: ช่วงเดือนมกราคม – มีนาคมเหมาะที่สุด เพราะเป็นช่วงที่ต้นประผลัดใบและแตกใบอ่อนเป็นสีเหลือง ส้ม และแดงอมส้มพร้อมกันทั้งผืนป่า
ถาม: ต้นประมีความสำคัญอย่างไรกับนบพิตำ?
ตอบ: ต้นประเป็นไม้ท้องถิ่นสำคัญของอำเภอนบพิตำ มีความเกี่ยวข้องกับอาหารพื้นบ้าน รายได้ชุมชน ภูมิปัญญาการย้อมผ้า พิธีกรรมเปิดป่า และการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ
ถาม: ลูกประนำไปทำอาหารอะไรได้บ้าง?
ตอบ: ลูกประสามารถนำไปต้ม ดอง คั่ว ทอด ฉาบ และประกอบอาหารพื้นบ้าน เช่น แกงส้มลูกประ น้ำพริกลูกประ และลูกประดอง
ถาม: ป่าประเปลี่ยนสีมีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: พื้นที่ป่าประเปลี่ยนสีเป็นพื้นที่ธรรมชาติและชุมชน ไม่พบข้อมูลค่าเข้าชมเฉพาะของป่าประจากแหล่งทางการ ควรประสานชุมชนหรือองค์การบริหารส่วนตำบลกรุงชิงก่อนเดินทาง
ถาม: เดินทางไปชมต้นประภูเขาอย่างไร?
ตอบ: เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวเข้าสู่อำเภอนบพิตำ ผ่านเส้นทางท่าศาลา – กรุงชิง แล้วมุ่งหน้าไปตำบลกรุงชิงและบ้านทับน้ำเต้า หมู่ที่ 8 ควรสอบถามเส้นทางจากคนในพื้นที่เมื่อเข้าใกล้จุดหมาย
ถาม: เที่ยวป่าประเปลี่ยนสีควรเตรียมตัวอย่างไร?
ตอบ: ควรเตรียมรองเท้าเดินธรรมชาติ น้ำดื่ม อุปกรณ์กันแดด ถุงขยะส่วนตัว และควรเที่ยวแบบเคารพกติกาชุมชน ไม่เก็บลูกประหรือทำลายพืชในพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาต
ถาม: สามารถเที่ยวป่าประเปลี่ยนสีร่วมกับที่ไหนได้บ้าง?
ตอบ: สามารถจัดเส้นทางร่วมกับทะเลหมอกเขาจังโหลน บ่อน้ำร้อนกรุงชิง น้ำตกกรุงชิง ถ้ำหงส์ ล่องแก่งคลองกลาย และน้ำตกกรุงนางได้
หมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
กลุ่ม: ●แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ
ปรับปรุงล่าสุด : 2 สัปดาห์ที่แล้ว



