หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ >อ.เมือง >ต.ไสไทย > สุสานหอย 75 ล้านปี
TL;DR: สุสานหอย 75 ล้านปี อยู่ที่บ้านแหลมโพธิ์ ตำบลไสไทย อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ 81000 ในเขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี เปิดทุกวัน ตามประกาศและการให้บริการของอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี เวลา 08.00 – 16.30 น.
สุสานหอย 75 ล้านปี

วันเปิดทำการ: ทุกวัน ตามประกาศและการให้บริการของอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 16.30 น.
สุสานหอย 75 ล้านปี กระบี่ หรือสุสานหอยแหลมโพธิ์ เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรณีวิทยาระดับสำคัญของจังหวัดกระบี่ ตั้งอยู่บริเวณชายทะเลบ้านแหลมโพธิ์ ตำบลไสไทย อำเภอเมืองกระบี่ ในเขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จุดเด่นของสถานที่แห่งนี้คือแผ่นหินฟอสซิลขนาดใหญ่ริมทะเลที่เกิดจากซากหอยน้ำจืดจำนวนมหาศาลทับถมกันจนกลายเป็นหินปูนแข็ง ลักษณะคล้ายลานหินธรรมชาติยื่นออกไปสู่ทะเล เมื่อมองใกล้ ๆ จะเห็นร่องรอยเปลือกหอยขนาดเล็กจำนวนมากอัดแน่นอยู่ในเนื้อหิน เป็นหลักฐานธรรมชาติที่บันทึกการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมกระบี่ตั้งแต่ยุคแอ่งน้ำจืดโบราณจนกลายเป็นชายฝั่งทะเลในปัจจุบัน
ชื่อ “สุสานหอย 75 ล้านปี” เป็นชื่อที่คนทั่วไปคุ้นเคยและใช้เรียกติดปากมายาวนาน แต่ข้อมูลทางธรณีวิทยาปัจจุบันระบุว่าสุสานหอยแหลมโพธิ์มีอายุอยู่ในช่วงประมาณ 40 – 20 ล้านปี ชื่อเดิมจึงยังมีคุณค่าทางการจดจำและการท่องเที่ยว ส่วนอายุทางวิชาการที่ใช้ในการอธิบายพื้นที่ควรยึดตามการศึกษาทางธรณีวิทยาสมัยใหม่ การนำทั้ง 2 ส่วนมาอธิบายร่วมกันทำให้ผู้อ่านเข้าใจชัดว่าเหตุใดสถานที่ยังถูกเรียกว่า “75 ล้านปี” ในป้ายและคำบอกเล่าท้องถิ่น แต่ข้อมูลทางวิชาการปัจจุบันให้ช่วงอายุที่แม่นยำกว่า
พื้นที่สุสานหอยเดิมเป็นหนองน้ำจืดขนาดใหญ่ มีหอยน้ำจืดอาศัยอยู่จำนวนมาก โดยเฉพาะหอยขมขนาดประมาณ 2 เซนติเมตร รวมถึงหอยน้ำจืดชนิดอื่นที่สะสมตัวหนาแน่นอยู่ในแอ่งน้ำ เมื่อสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลง หอยจำนวนมากตายและเปลือกหอยทับถมกันเป็นชั้นหนา ต่อมาน้ำทะเลเข้ามาท่วมพื้นที่ ทำให้สารละลายหินปูนในน้ำทะเลประสานเปลือกหอยเข้าด้วยกันจนกลายเป็นเนื้อหินแข็ง หลังจากนั้นการยกตัวของแผ่นดินและการเปลี่ยนแปลงชายฝั่งทำให้ชั้นฟอสซิลเหล่านี้ปรากฏขึ้นเป็นลานหินริมทะเลที่เห็นได้ในปัจจุบัน
ลักษณะสำคัญของสุสานหอยคือชั้นหินปูนเปลือกหอยที่เกิดจากเปลือกหอยจำนวนมากถูกยึดประสานด้วยธาตุปูนจนกลายเป็นแผ่นหินต่อเนื่อง ชั้นหินฟอสซิลนี้มีความหนาประมาณ 40 เซนติเมตร และวางสลับกับชั้นหินดินดานและชั้นถ่านหินลิกไนต์ ลักษณะดังกล่าวทำให้พื้นที่นี้แตกต่างจากแหล่งฟอสซิลทั่วไป เพราะซากหอยไม่ได้กระจัดกระจายอยู่ในชั้นดินหรือหินแบบแยกชิ้น แต่รวมตัวกันเป็นลานหินกว้างคล้ายแผ่นซีเมนต์ธรรมชาติที่เต็มไปด้วยซากเปลือกหอยโบราณ
ซากหอยที่พบส่วนใหญ่เป็นหอยน้ำจืดจำพวกหอยขม ซึ่งบ่งบอกชัดว่าบริเวณนี้เคยเป็นแหล่งน้ำจืดมาก่อน ไม่ใช่ทะเลตั้งแต่แรก นี่คือประเด็นสำคัญที่ทำให้สุสานหอยมีคุณค่าทางธรณีวิทยา เพราะช่วยอธิบายการเปลี่ยนแปลงของภูมิประเทศจากแอ่งน้ำจืดไปสู่สภาพชายฝั่งทะเล การที่วันนี้นักท่องเที่ยวเห็นฟอสซิลหอยน้ำจืดอยู่ติดทะเลจึงไม่ใช่เรื่องขัดแย้ง แต่เป็นหลักฐานว่าพื้นที่กระบี่เคยผ่านการเปลี่ยนแปลงทางธรณีสัณฐานอย่างมากในช่วงเวลาหลายสิบล้านปี
สุสานหอยแหลมโพธิ์ได้รับการยกย่องว่าเป็นแหล่งฟอสซิลหอยน้ำจืดแบบแผ่นหินต่อเนื่องที่หาชมได้ยากมาก และมักถูกกล่าวถึงว่าเป็น 1 ใน 3 แหล่งสำคัญของโลกในลักษณะนี้ ร่วมกับแหล่งในประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศญี่ปุ่น ความพิเศษของสุสานหอยกระบี่คืออยู่บริเวณชายฝั่งทะเล ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถชมแผ่นหินฟอสซิลที่ยื่นลงสู่ทะเลได้โดยตรง ต่างจากบางแหล่งที่อยู่ลึกเข้าไปในแผ่นดิน ความงามของสถานที่จึงมีทั้งคุณค่าทางวิทยาศาสตร์และทิวทัศน์ชายฝั่งที่ดูแปลกตา
พื้นที่ให้ชมฟอสซิลหลักแบ่งออกได้เป็นบริเวณแหลมโพธิ์ 1 แหลมโพธิ์ 2 และแหลมโพธิ์ 3 โดยแหลมโพธิ์ 2 ซึ่งอยู่บริเวณหน้าศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเป็นจุดที่เห็นการสะสมตัวของฟอสซิลได้เด่น ส่วนแหลมโพธิ์ 1 อยู่ทางทิศตะวันตกของศูนย์บริการ และแหลมโพธิ์ 3 อยู่ทางทิศตะวันออกห่างจากศูนย์บริการประมาณ 1 กิโลเมตร การแบ่งพื้นที่เช่นนี้ช่วยให้ผู้มาเยือนไม่มองสุสานหอยเป็นเพียงลานหินจุดเดียว แต่เข้าใจว่าเป็นแนวแหล่งซากดึกดำบรรพ์ชายฝั่งที่มีหลายช่วง หลายสภาพ และหลายมุมให้ศึกษา
จุดที่นักท่องเที่ยวมักเห็นเป็นแผ่นหินกว้างริมทะเลคือส่วนที่คลื่นและน้ำทะเลกัดเซาะจนเกิดเป็นแผ่นหินแตกเป็นตอน ๆ บางช่วงดูเรียบคล้ายพื้นปูนธรรมชาติ บางช่วงเห็นผิวฟอสซิลชัด และบางช่วงร่องรอยซากหอยถูกกระแสน้ำกัดเซาะจนเลือนลง การชมสุสานหอยจึงควรเดินดูหลายตำแหน่ง ไม่ควรตัดสินจากจุดเดียว เพราะบริเวณที่ถูกน้ำทะเลกระแทกตลอดเวลาย่อมเห็นรอยเปลือกหอยน้อยกว่าบริเวณโขดหินหรือแนวชายฝั่งที่ได้รับผลกระทบน้อยกว่า
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการชมลานฟอสซิลคือช่วงน้ำลง เพราะแผ่นหินริมทะเลจะปรากฏให้เห็นกว้างขึ้น เดินชมได้ง่ายขึ้น และมองเห็นโครงสร้างของชั้นหินได้ชัดกว่าในช่วงน้ำขึ้น นักท่องเที่ยวควรสวมรองเท้าที่พื้นยึดเกาะดี เพราะผิวหินบางส่วนอาจลื่นจากน้ำทะเล ตะไคร่ หรือทรายชื้น ควรเดินเฉพาะเส้นทางและพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่อนุญาต ไม่เดินเข้าใกล้ขอบหินในจุดที่คลื่นซัดแรง และไม่แกะ แซะ หรือเก็บชิ้นส่วนฟอสซิลออกจากพื้นที่
สุสานหอยมีความสำคัญในฐานะแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติกลางแจ้ง นักเรียน นักศึกษา ครอบครัว และผู้สนใจธรณีวิทยาสามารถเรียนรู้เรื่องการเกิดฟอสซิล การทับถมของตะกอน การประสานตัวของธาตุปูน ชั้นหินลิกไนต์ ชั้นหินดินดาน การยกตัวของแผ่นดิน และการกัดเซาะชายฝั่งได้จากพื้นที่จริง สถานที่แห่งนี้จึงไม่ใช่เพียงจุดถ่ายภาพหรือจุดแวะพักระหว่างทางไปอ่าวนาง แต่เป็นห้องเรียนธรรมชาติที่ช่วยให้มองเห็นประวัติศาสตร์ของโลกผ่านก้อนหินและเปลือกหอยขนาดเล็กจำนวนมหาศาล
บริเวณสุสานหอยมีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวและพื้นที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับซากดึกดำบรรพ์ มีตัวอย่างฟอสซิลหอยหลายลักษณะ ป้ายความรู้ ศาลาชมวิวทะเล ร้านขายของที่ระลึก และห้องน้ำสำหรับผู้มาเยือน พื้นที่ด้านบนเหมาะกับการพักผ่อน ชมวิวทะเลบ้านแหลมโพธิ์ และมองออกไปยังแนวชายฝั่งกระบี่ก่อนลงไปชมลานหินด้านล่าง นักท่องเที่ยวที่มีเด็กหรือผู้สูงอายุควรวางเวลาให้เหมาะสม เพราะการเดินลงชมลานหินริมทะเลต้องใช้ความระมัดระวังมากกว่าการเดินในศูนย์บริการ
การเดินทางไปสุสานหอยทำได้สะดวกจากตัวเมืองกระบี่ ระยะทางประมาณ 15 – 17 กิโลเมตร ใช้เส้นทางเดียวกับทางไปหาดนพรัตน์ธารา เมื่อถึงบ้านไสไทยให้ใช้เส้นทางหมายเลข 4204 แล้วสังเกตป้ายบอกทางไปสุสานหอย เส้นทางนี้เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า รถรับจ้าง และการจัดทริปร่วมกับอ่าวน้ำเมา อ่าวนาง หาดนพรัตน์ธารา หรือไร่เลย์ เพราะทั้งหมดอยู่ในโซนท่องเที่ยวชายฝั่งอำเภอเมืองกระบี่ที่เชื่อมกันได้สะดวก
การเดินทาง จากตัวเมืองกระบี่ให้ใช้เส้นทางมุ่งหน้าตำบลไสไทย ผ่านบ้านไสไทยไปยังบ้านแหลมโพธิ์ จากนั้นตามป้ายสุสานหอยไปจนถึงพื้นที่อุทยาน หากเริ่มจากอ่าวนางหรือหาดนพรัตน์ธารา สามารถขับรถย้อนมาทางอ่าวน้ำเมาและบ้านแหลมโพธิ์ได้ ใช้เวลาไม่นาน เหมาะสำหรับแวะเที่ยวครึ่งวันก่อนหรือหลังทริปทะเล นักท่องเที่ยวที่ไม่ได้เช่ารถสามารถใช้รถรับจ้างท้องถิ่นหรือเหมารถจากตัวเมืองกระบี่ อ่าวนาง หรืออ่าวน้ำเมาได้
การจัดทริปที่เหมาะสมคือใช้เวลาอย่างน้อย 1 – 2 ชั่วโมงในพื้นที่ เพื่อชมศูนย์บริการ ป้ายความรู้ ลานหินฟอสซิล จุดชมวิว และร้านของที่ระลึก หากต้องการถ่ายภาพและเดินดูรายละเอียดฟอสซิลหลายจุด ควรเผื่อเวลามากกว่านั้น โดยเฉพาะช่วงน้ำลงที่แผ่นหินเปิดกว้าง การรีบเดินดูเพียงไม่กี่นาทีอาจทำให้พลาดรายละเอียดสำคัญ เพราะความงามของสุสานหอยอยู่ที่การสังเกตใกล้ ๆ มากกว่าการมองไกลแบบชายหาดทั่วไป
ข้อควรระวังสำคัญคือพื้นที่ลานหินเป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งซากดึกดำบรรพ์ที่ได้รับการคุ้มครอง นักท่องเที่ยวต้องไม่แกะฟอสซิล ไม่เก็บเศษหิน ไม่ใช้ของแข็งขูดผิวหิน ไม่ปีนพื้นที่เสี่ยง และไม่ทิ้งขยะบริเวณชายฝั่ง ซากหอยแต่ละชิ้นคือหลักฐานธรรมชาติที่ผ่านเวลาหลายสิบล้านปี การกระทำเพียงเล็กน้อยของผู้มาเยือนจำนวนมากสามารถทำให้แหล่งเรียนรู้เสียหายได้อย่างถาวร
สุสานหอยเหมาะกับการเที่ยวร่วมกับอ่าวน้ำเมา เพราะอ่าวน้ำเมาอยู่ใกล้และเป็นจุดเชื่อมต่อเรือไปไร่เลย์ในบางเส้นทาง นักท่องเที่ยวสามารถจัดโปรแกรมชมฟอสซิลในช่วงเช้า แล้วต่อไปพักริมทะเลที่อ่าวน้ำเมา หรือเดินทางต่อไปอ่าวนาง หาดนพรัตน์ธารา และจุดขึ้นเรือไปเกาะต่าง ๆ ในช่วงบ่าย เส้นทางนี้ทำให้ได้เห็นทั้งธรณีวิทยา ชายฝั่งทะเล และบรรยากาศเมืองท่องเที่ยวของกระบี่ภายในวันเดียว
สำหรับผู้ที่สนใจด้านธรณีวิทยา สุสานหอยช่วยเปิดมุมมองใหม่ต่อกระบี่ เพราะจังหวัดนี้ไม่ได้มีเพียงหาดทราย เกาะหินปูน และน้ำทะเลใสเท่านั้น แต่ยังมีแอ่งธรณีโบราณ ชั้นหินเทอร์เชียรี ลิกไนต์ และร่องรอยสิ่งมีชีวิตโบราณที่เชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์โลก การมองซากหอยขนาดเล็กที่อัดแน่นอยู่ในแผ่นหินจึงทำให้เห็นว่าแหล่งท่องเที่ยวริมทะเลแห่งนี้มีเรื่องเล่าลึกกว่าภาพถ่ายสวย ๆ บนชายฝั่ง
สุสานหอยยังเหมาะกับครอบครัวที่ต้องการพาเด็กเรียนรู้ธรรมชาติ เพราะเด็กสามารถเห็นของจริงได้ทันทีว่าเปลือกหอยที่ดูเล็กและธรรมดาสามารถทับถมรวมกันจนกลายเป็นหินขนาดใหญ่ได้อย่างไร การเรียนรู้จากสถานที่จริงทำให้เข้าใจเรื่องเวลา ธรรมชาติ และการเปลี่ยนแปลงของโลกได้ง่ายขึ้น ผู้ปกครองควรอธิบายให้เด็กไม่หยิบหินหรือเปลือกหอยกลับบ้าน และควรเดินในพื้นที่ที่ปลอดภัยเท่านั้น
ความน่าสนใจอีกอย่างของสุสานหอยคือทิวทัศน์ริมทะเลบ้านแหลมโพธิ์ พื้นที่ด้านบนมีศาลาสำหรับชมวิวและจุดพักผ่อน สามารถมองเห็นทะเลกระบี่ในมุมสงบต่างจากชายหาดที่มีเรือท่องเที่ยวหนาแน่น บรรยากาศของสุสานหอยจึงเป็นการผสมระหว่างการเรียนรู้และการพักผ่อน นักท่องเที่ยวสามารถเดินดูฟอสซิลแล้วกลับขึ้นมานั่งพัก ชมลมทะเล ซื้อของที่ระลึก หรือวางแผนเที่ยวจุดอื่นต่อได้อย่างสบาย
หากต้องการชมรายละเอียดฟอสซิลให้ชัด ควรเลือกวันที่ฝนไม่ตก แสงพอเหมาะ และน้ำลง การถ่ายภาพระยะใกล้จะช่วยเห็นลายเปลือกหอยในชั้นหิน ส่วนภาพมุมกว้างควรถ่ายให้เห็นแผ่นหินที่ยื่นลงทะเลและฉากหลังเป็นผืนน้ำ นักท่องเที่ยวควรระวังไม่ให้การถ่ายภาพทำให้เดินออกนอกแนวปลอดภัย เพราะผิวหินบางช่วงแตกเป็นแผ่นและมีช่องว่างระหว่างหิน
โดยสรุป สุสานหอย 75 ล้านปี กระบี่ หรือสุสานหอยแหลมโพธิ์ เป็นสถานที่ที่ควรค่าแก่การแวะชมอย่างจริงจัง เพราะรวมทั้งประวัติศาสตร์ธรรมชาติ ธรณีวิทยา วิวทะเล และการเรียนรู้ไว้ในพื้นที่เดียว แม้ชื่อท่องเที่ยวจะยังใช้คำว่า 75 ล้านปี แต่อายุทางธรณีวิทยาปัจจุบันของฟอสซิลอยู่ในช่วงประมาณ 40 – 20 ล้านปี จุดเด่นที่สุดคือแผ่นหินปูนเปลือกหอยที่เกิดจากซากหอยน้ำจืดจำนวนมากทับถมกันจนกลายเป็นลานหินริมทะเล นับเป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่ทำให้กระบี่มีคุณค่ามากกว่าความงามของทะเลและเกาะเท่านั้น
| ชื่อสถานที่ | สุสานหอย 75 ล้านปี กระบี่ / สุสานหอยแหลมโพธิ์ |
| ชื่อเรียกอื่น | สุสานหอย, สุสานหอยแหลมโพธิ์, แหล่งฟอสซิลหอยบ้านแหลมโพธิ์ |
| ที่ตั้ง | บ้านแหลมโพธิ์ ตำบลไสไทย อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ 81000 ในเขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี |
| พิกัด | 8.02149, 98.88283 |
| อายุทางธรณีวิทยา | ประมาณ 40 – 20 ล้านปี ตามข้อมูลธรณีวิทยาปัจจุบัน แม้ชื่อท่องเที่ยวยังคงเรียกติดปากว่า “สุสานหอย 75 ล้านปี” |
| ลักษณะเด่น | ลานหินปูนเปลือกหอยริมทะเล เกิดจากซากหอยน้ำจืดจำนวนมากทับถมและถูกธาตุปูนประสานจนกลายเป็นแผ่นหินแข็ง |
| ซากดึกดำบรรพ์สำคัญ | หอยน้ำจืดจำพวกหอยขมเป็นส่วนใหญ่ ขนาดประมาณ 2 เซนติเมตร รวมถึงหอยน้ำจืดชนิดอื่นที่อัดแน่นอยู่ในชั้นหิน |
| ชั้นหินสำคัญ | ชั้นหินปูนเปลือกหอยหนาประมาณ 40 เซนติเมตร วางสลับกับชั้นหินดินดานและชั้นถ่านหินลิกไนต์ |
| พื้นที่สำคัญ / โซนเด่น | แหลมโพธิ์ 1 ทางทิศตะวันตกของศูนย์บริการนักท่องเที่ยว แหลมโพธิ์ 2 บริเวณหน้าศูนย์บริการนักท่องเที่ยว แหลมโพธิ์ 3 ทางทิศตะวันออก ห่างจากศูนย์บริการประมาณ 1 กิโลเมตร ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวและพื้นที่ให้ข้อมูล ศาลาชมวิวทะเลและร้านของที่ระลึก |
| กิจกรรมเด่น | ชมลานฟอสซิลหอย ศึกษาธรณีวิทยา ถ่ายภาพลานหินริมทะเล ชมวิวทะเลบ้านแหลมโพธิ์ ซื้อของที่ระลึก และเที่ยวร่วมกับอ่าวน้ำเมา อ่าวนาง และหาดนพรัตน์ธารา |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน ตามประกาศและการให้บริการของอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 16.30 น. |
| ค่าเข้าชม | อัตราอุทยานแห่งชาติกลุ่มหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี: ชาวไทย เด็ก 20 บาท ผู้ใหญ่ 40 บาท / ชาวต่างประเทศ เด็ก 100 บาท ผู้ใหญ่ 200 บาท |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ป้ายให้ความรู้ ศาลาชมวิว ร้านขายของที่ระลึก ห้องน้ำ และพื้นที่จอดรถ |
| ผู้ดูแล | อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช |
| หัวหน้าอุทยานล่าสุดที่พบในข่าวปี 2026 | นายแสงสุรี ซองทอง |
| เบอร์ติดต่อหลัก | อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี โทร. 075-656-150, 075-637-200, 075-661-145 |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองกระบี่เดินทางไปตำบลไสไทยและบ้านแหลมโพธิ์ ระยะทางประมาณ 15 – 17 กิโลเมตร ใช้เส้นทางเดียวกับหาดนพรัตน์ธารา เมื่อถึงบ้านไสไทยให้ใช้เส้นทางหมายเลข 4204 และตามป้ายไปสุสานหอย |
| ช่วงเวลาที่เหมาะสม | ช่วงน้ำลงและวันที่ฝนไม่ตก เพื่อให้เห็นลานฟอสซิลริมทะเลได้ชัดและเดินชมได้ปลอดภัยกว่า |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. อ่าวน้ำเมา ประมาณ 4 กิโลเมตร 2. ท่าเรืออ่าวน้ำเมา ประมาณ 4 กิโลเมตร 3. หาดอ่าวนาง ประมาณ 8 กิโลเมตร 4. หาดนพรัตน์ธารา ประมาณ 12 กิโลเมตร 5. หาดไร่เลย์ ประมาณ 6 กิโลเมตรทางเรือจากอ่าวน้ำเมา 6. ถ้ำพระนาง ประมาณ 7 กิโลเมตรทางเรือจากอ่าวน้ำเมา 7. เขาหงอนนาค ประมาณ 28 กิโลเมตร |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. Fin Bar by The ShellSea Krabi ประมาณ 1 กิโลเมตร โทร. 075-819-519 2. ร้านอาหารอ่าวน้ำเมาซีฟู้ด ประมาณ 5 กิโลเมตร โทร. 063-602-5579 3. ร้านอาหารนางแอ่น ประมาณ 11 กิโลเมตร โทร. 075-818-774 4. ครัวธารา หาดนพรัตน์ธารา ประมาณ 13 กิโลเมตร โทร. 091-825-9252, 075-637-361 5. แล เล กริลล์ ประมาณ 12 กิโลเมตร โทร. 075-661-588 6. ครัวอ่าวนางคูซีน ประมาณ 10 กิโลเมตร โทร. 075-695-260 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. The ShellSea Krabi ประมาณ 1 กิโลเมตร โทร. 075-819-519 2. Krabi Tropical Beach ประมาณ 4 กิโลเมตร โทร. 075-662-161 3. Blue Orchid Beach Krabi ประมาณ 5 กิโลเมตร โทร. 094-579-5168 4. Arawan Beach Resort Krabi ประมาณ 5 กิโลเมตร 5. Krabi Resort Ao Nang ประมาณ 11 กิโลเมตร โทร. 075-637-030-3 6. Centara Ao Nang Beach Resort & Spa Krabi ประมาณ 11 กิโลเมตร โทร. 075-815-999 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: สุสานหอย 75 ล้านปี กระบี่ อยู่ที่ไหน?
ตอบ: สุสานหอย 75 ล้านปีอยู่บริเวณชายทะเลบ้านแหลมโพธิ์ ตำบลไสไทย อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ ในเขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี
ถาม: สุสานหอยมีอายุ 75 ล้านปีจริงหรือไม่?
ตอบ: ชื่อ “75 ล้านปี” เป็นชื่อเรียกที่ใช้ติดปากมายาวนาน ส่วนข้อมูลทางธรณีวิทยาปัจจุบันระบุว่าสุสานหอยแหลมโพธิ์มีอายุอยู่ในช่วงประมาณ 40 – 20 ล้านปี
ถาม: สุสานหอยเกิดขึ้นได้อย่างไร?
ตอบ: เกิดจากซากหอยน้ำจืดจำนวนมากทับถมอยู่ในแอ่งน้ำจืดโบราณ ต่อมาธาตุปูนในน้ำทะเลประสานเปลือกหอยให้กลายเป็นชั้นหินแข็ง และเมื่อแผ่นดินยกตัวขึ้นจึงปรากฏเป็นลานฟอสซิลริมทะเล
ถาม: ไปสุสานหอยช่วงเวลาใดดีที่สุด?
ตอบ: ควรไปช่วงน้ำลงและวันที่ฝนไม่ตก เพราะจะเห็นลานฟอสซิลกว้างขึ้น เดินชมได้สะดวก และมองเห็นชั้นหินกับรอยเปลือกหอยได้ชัดกว่า
ถาม: สุสานหอยเสียค่าเข้าชมเท่าไร?
ตอบ: อัตราอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพีคือชาวไทยเด็ก 20 บาท ผู้ใหญ่ 40 บาท และชาวต่างประเทศเด็ก 100 บาท ผู้ใหญ่ 200 บาท
ถาม: เดินทางไปสุสานหอยอย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองกระบี่ใช้เส้นทางไปตำบลไสไทยและบ้านแหลมโพธิ์ ระยะทางประมาณ 15 – 17 กิโลเมตร ใช้เส้นทางเดียวกับหาดนพรัตน์ธารา แล้วตามป้ายเส้นทางหมายเลข 4204 ไปยังสุสานหอย
ถาม: สุสานหอยเหมาะกับใคร?
ตอบ: เหมาะกับครอบครัว นักเรียน นักศึกษา คนสนใจธรณีวิทยา ผู้ชอบแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติ และนักท่องเที่ยวที่ต้องการแวะชมสถานที่สำคัญใกล้อ่าวน้ำเมา อ่าวนาง และหาดนพรัตน์ธารา
ถาม: ควรระวังอะไรเมื่อไปชมสุสานหอย?
ตอบ: ควรสวมรองเท้ากันลื่น เดินเฉพาะจุดที่ปลอดภัย ไม่แกะหรือเก็บฟอสซิล ไม่ขูดผิวหิน ไม่ทิ้งขยะ และระวังคลื่นกับผิวหินลื่นในช่วงน้ำขึ้นหรือน้ำทะเลซัดแรง
หมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
กลุ่ม: ●แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว




