หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดน่าน >อ.ปัว >ต.วรนคร > วัดพระธาตุเบ็งสกัด
TL;DR: วัดพระธาตุเบ็งสกัด อยู่ที่หมู่ 5 บ้านแก้ม ตำบลวรนคร อำเภอปัว จังหวัดน่าน เปิดทุกวัน เวลา 09.00 - 17.00 น. จุดเด่นคือ วิหารทรงตะคุ่มแบบพื้นบ้านไทลื้อ หรือทรงเตี้ยแจ้ หลังคา 2 ชั้น 2 ตับ มุงด้วยแป้นเกล็ดไม้สักทอง ซุ้มประตูเป็นศิลปะล้านช้าง.

น่าน

วัดพระธาตุเบ็งสกัด

วัดพระธาตุเบ็งสกัด

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 09.00 - 17.00 น.
 
วัดพระธาตุเบ็งสกัด ตั้งอยู่หมู่ 5 บ้านแก้ม ตำบลวรนคร อำเภอปัว จังหวัดน่าน เป็นวัดเก่าแก่ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อประวัติศาสตร์เมืองปัวหรือเมืองวรนครในอดีต วัดแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณที่สันนิษฐานว่าเกี่ยวข้องกับการสร้างเมืองปัวโบราณของพระยาภูคา ผู้เป็นบุคคลสำคัญในตำนานการก่อร่างเมืองน่านตอนเหนือ และเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงกับเจ้าขุนฟอง พระราชบุตรบุญธรรมซึ่งได้รับมอบหมายให้มาปกครองเมืองวรนคร วัดพระธาตุเบ็งสกัดจึงไม่ใช่เพียงวัดประจำชุมชนบ้านแก้มเท่านั้น แต่เป็นศาสนสถานที่บันทึกความทรงจำของเมืองโบราณ ศรัทธาของผู้คน และรากเหง้าทางวัฒนธรรมของอำเภอปัวไว้อย่างแน่นแฟ้น
 
จุดเด่นของวัดพระธาตุเบ็งสกัดอยู่ที่องค์พระธาตุซึ่งประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ เป็นศูนย์รวมความศรัทธาของชุมชนปัวและผู้เดินทางมาไหว้พระจากต่างพื้นที่ ภายในวัดยังมีพระวิหารเก่าแก่ที่สะท้อนศิลปะช่างน่าน ผสมผสานกลิ่นอายไทลื้อและล้านช้างอย่างงดงาม วิหารมีรูปทรงตะคุ่มแบบพื้นบ้านไทลื้อ หรือที่เรียกว่า “ทรงเตี้ยแจ้” หลังคา 2 ชั้น 2 ตับ มุงด้วยแป้นเกล็ดไม้สักทอง ประตูมีศิลปะแบบล้านช้าง และภายในประดิษฐานพระประธานบนฐานชุกชี พร้อมรายละเอียดความเชื่อแบบไทลื้อ เช่น กระจกเงาด้านหลังพระประธานและบานประตูไม้จำหลักแบบพื้นเมืองน่าน
 
หากกล่าวโดยสรุป วัดพระธาตุเบ็งสกัดเป็นวัดที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการไหว้พระธาตุ ศึกษาประวัติเมืองปัว ชมสถาปัตยกรรมไทลื้อ และสัมผัสบรรยากาศวัดบนเนินสูงที่มองเห็นหมู่บ้านและทุ่งนาของอำเภอปัว โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนที่ท้องนารอบหมู่บ้านเปลี่ยนเป็นสีเขียวสด ทำให้วัดดูสง่างามและสงบมากเป็นพิเศษ
 
ความหมายของคำว่า “เบ็งสกัด” เป็นหนึ่งในเรื่องเล่าที่ทำให้วัดแห่งนี้มีเอกลักษณ์ คำนี้เกี่ยวข้องกับสิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดจากบ่อดินในพื้นที่ เมื่อใช้ไม้แหย่ลงไปในบ่อ ไม้กลับขาดเป็นท่อน ๆ ราวกับมีสิ่งใดมากัดให้ขาด อีกทั้งยังมีแสงสว่างเกิดขึ้นในคราวเฉลิมฉลอง เรื่องเล่านี้จึงกลายเป็นที่มาของชื่อพระธาตุและชื่อวัด สะท้อนความเชื่อเรื่องสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีพลังพิเศษและเป็นมงคลแก่ชุมชน
 
องค์พระธาตุและพระวิหารสร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. 1826 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สัมพันธ์กับตำนานเมืองปัวโบราณและการขยายตัวของอำนาจชุมชนในลุ่มน้ำน่านตอนบน การที่วัดตั้งอยู่บนเนินสูงและมีพระธาตุเป็นศูนย์กลาง แสดงให้เห็นแนวคิดเรื่องการเลือกชัยภูมิของศาสนสถานในอดีต พื้นที่สูงทำให้พระธาตุโดดเด่น เป็นที่สังเกตจากหมู่บ้านเบื้องล่าง และยังสื่อถึงความศักดิ์สิทธิ์ของพื้นที่ที่อยู่เหนือชีวิตประจำวันของผู้คน
 
บริเวณโดยรอบวัดเป็นป่าละเมาะ ด้านหลังเป็นเนินเขา และเบื้องล่างคือหมู่บ้านกับพื้นที่เกษตรกรรม การจัดวางวัดในลักษณะนี้ทำให้วัดพระธาตุเบ็งสกัดมีความสง่างามอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ได้โดดเด่นจากความใหญ่โตของสิ่งก่อสร้างเพียงอย่างเดียว แต่โดดเด่นจากความสัมพันธ์ระหว่างวัด ภูเขา ป่า หมู่บ้าน และท้องนา ซึ่งเป็นภูมิทัศน์วัฒนธรรมที่งดงามมากของอำเภอปัว
 
ในฤดูฝน พื้นที่นาข้าวเบื้องล่างจะเขียวขจีและตัดกับเนินเขารอบวัดอย่างงดงาม ผู้มาเยือนจะมองเห็นภาพของเมืองปัวในมุมที่สงบและลึกซึ้งกว่าการชมวิวทั่วไป เพราะทัศนียภาพนี้ไม่ได้เป็นเพียงภาพธรรมชาติ แต่เป็นภาพของชุมชนเกษตร วัดเก่า และประวัติศาสตร์ที่ดำรงอยู่ร่วมกันมาหลายศตวรรษ
 
สถาปัตยกรรมของวิหารวัดพระธาตุเบ็งสกัดเป็นจุดที่ควรใช้เวลาชมอย่างละเอียด วิหารมีลักษณะทรงตะคุ่มแบบไทลื้อ คือมีทรงเตี้ย หลังคาลาดต่ำ และดูอบอุ่นใกล้ชิดกับพื้นดิน ลักษณะนี้แตกต่างจากวิหารที่สูงโปร่งแบบภาคกลาง แต่เหมาะกับบริบทของชุมชนไทลื้อและภูมิอากาศทางภาคเหนือ หลังคา 2 ชั้น 2 ตับช่วยให้ตัวอาคารมีมิติและถ่ายเทอากาศได้ดี ขณะเดียวกันการมุงด้วยแป้นเกล็ดไม้สักทองสะท้อนภูมิปัญญาช่างพื้นบ้านและการใช้วัสดุท้องถิ่นอย่างประณีต
 
ซุ้มประตูของวิหารมีลักษณะศิลปะล้านช้าง แสดงให้เห็นว่าปัวและน่านไม่ได้รับอิทธิพลเฉพาะล้านนาเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับโลกวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขงและกลุ่มชุมชนไท-ลาวในอดีต การผสมผสานศิลปะไทลื้อ ล้านนา และล้านช้างในวัดเดียวกันทำให้วัดพระธาตุเบ็งสกัดมีคุณค่าทางศิลปกรรมสูง และเป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญสำหรับผู้สนใจประวัติศาสตร์ศิลปะในภาคเหนือ
 
ภายในวิหาร พระประธานประดิษฐานอยู่บนฐานชุกชี เป็นศิลปะแบบพื้นบ้านที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยพลังศรัทธา ด้านหลังองค์พระประธานติดกระจกเงาตามความเชื่อของชาวไทลื้อ ซึ่งเป็นรายละเอียดที่น่าสนใจมาก เพราะสะท้อนทั้งคติความเชื่อเรื่องแสง การสะท้อน ความบริสุทธิ์ และการเพิ่มมิติทางจิตวิญญาณภายในพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ เมื่อแสงตกกระทบกระจกเงา บรรยากาศภายในวิหารจะมีความนุ่มนวลและลึกซึ้ง ช่วยให้ผู้มากราบไหว้เกิดความสงบในใจ
 
บานประตูไม้จำหลักของวัดเป็นอีกหนึ่งงานศิลป์ที่แสดงฝีมือช่างพื้นเมืองน่าน ลวดลายไม้แกะสลักไม่เพียงแต่มีหน้าที่ตกแต่ง แต่ยังสื่อถึงความเชื่อ ความงาม และความประณีตของชุมชนในอดีต การจำหลักไม้ต้องอาศัยทั้งทักษะ ความอดทน และความเข้าใจในคติธรรม วัดพระธาตุเบ็งสกัดจึงเป็นเสมือนพิพิธภัณฑ์มีชีวิตของงานช่างท้องถิ่น
 
ประวัติการบูรณะในสมัยพระยาอนันตยศเป็นอีกประเด็นสำคัญที่ช่วยยืนยันว่าวัดแห่งนี้ได้รับการดูแลและให้ความสำคัญต่อเนื่องมาเป็นเวลายาวนาน ในครั้งนั้นโปรดให้นำพระแก้วซึ่งมีเกศาเป็นทองคำบรรจุในองค์พระธาตุ การบรรจุวัตถุมงคลและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไว้ในพระธาตุสะท้อนแนวคิดเรื่องการทำให้เจดีย์เป็นศูนย์รวมบุญบารมีและความศรัทธาของบ้านเมือง
 
วัดพระธาตุเบ็งสกัดมีบทบาทสำคัญต่อชุมชนบ้านแก้มและตำบลวรนคร เพราะเป็นพื้นที่ที่ผู้คนใช้ประกอบศาสนกิจ ไหว้พระธาตุ ทำบุญ และรักษาความทรงจำของเมืองปัวโบราณ วัดจึงเชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบันไว้ในพื้นที่เดียวกัน ผู้มาเยือนสามารถสัมผัสได้ถึงความเก่าแก่ของตำนานเมืองวรนคร พร้อมกับเห็นวิถีชีวิตของชาวปัวที่ยังดำเนินอยู่รอบวัด
 
วัดแห่งนี้ยังเหมาะกับการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ เพราะอยู่ในบริเวณเมืองปัว ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญของจังหวัดน่านตอนเหนือ ผู้ที่สนใจตำนานพระยาภูคา การสร้างเมืองวรนคร และรากเหง้าของเมืองน่านควรมาเยือนวัดพระธาตุเบ็งสกัด เพราะที่นี่ช่วยให้เห็นภาพว่าเมืองโบราณไม่ได้มีอยู่เพียงในเอกสารหรือเรื่องเล่า แต่ยังปรากฏอยู่ในภูมิทัศน์ วัด พระธาตุ และชุมชนจริง
 
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพ วัดพระธาตุเบ็งสกัดมีมุมที่น่าสนใจหลายจุด ทั้งมุมพระธาตุบนเนินสูง มุมวิหารทรงไทลื้อ มุมซุ้มประตูศิลปะล้านช้าง และมุมมองจากพื้นที่วัดลงไปยังหมู่บ้านเบื้องล่าง ในช่วงฤดูฝนหรือช่วงเช้าที่มีแสงอ่อน วัดจะมีบรรยากาศสงบและงดงามมาก เหมาะสำหรับการถ่ายภาพเชิงวัฒนธรรมและภาพวิถีชุมชน
 
การมาเยือนวัดควรใช้เวลาอย่างน้อย 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง เพื่อเดินชมพระธาตุ วิหาร และรายละเอียดศิลปกรรม ไม่ควรรีบแวะเพียงถ่ายภาพด้านหน้า เพราะคุณค่าของวัดอยู่ในรายละเอียด เช่น รูปทรงหลังคา แป้นเกล็ดไม้สักทอง งานไม้จำหลัก ซุ้มประตู กระจกหลังพระประธาน และตำแหน่งที่ตั้งของวัดบนเนินสูง
 
การเดินทาง ไปยังวัดพระธาตุเบ็งสกัดสามารถใช้ทางหลวงหมายเลข 1256 เมื่อถึงบริเวณอำเภอปัว ให้สังเกตทางเข้าที่อยู่ตรงข้ามโรงเรียนวรนคร เข้าไปประมาณ 200 เมตร แล้วเลี้ยวซ้ายต่ออีกประมาณ 200 เมตร ก็จะถึงบริเวณวัด เส้นทางนี้เดินทางสะดวก เหมาะสำหรับรถยนต์ส่วนตัวและสามารถจัดเส้นทางร่วมกับสถานที่ท่องเที่ยวอื่นในอำเภอปัวได้ง่าย
 
นักท่องเที่ยวสามารถวางแผนเที่ยววัดพระธาตุเบ็งสกัดร่วมกับวัดภูเก็ต วัดร้องแง วัดปรางค์ ต้นดิกเดียม กาแฟบ้านไทลื้อ โกโก้วัลเลย์ และถนนคนเดินปัว เพราะสถานที่เหล่านี้อยู่ในอำเภอปัวและช่วยให้การเดินทางมีความหลากหลาย ทั้งไหว้พระ ชมวิว เรียนรู้ชุมชน ชิมอาหารท้องถิ่น และพักผ่อนท่ามกลางบรรยากาศท้องนา
 
หากเดินทางในช่วงฤดูฝน ควรเผื่อเวลาเพื่อชมวิวทุ่งนาและถ่ายภาพบริเวณรอบอำเภอปัว ส่วนในช่วงฤดูหนาว อากาศจะเย็นสบาย เหมาะกับการไหว้พระและเดินชมวัดในช่วงเช้า การแต่งกายควรสุภาพ เนื่องจากเป็นศาสนสถานสำคัญ ควรหลีกเลี่ยงเสื้อผ้าสั้นหรือเปิดเผยมากเกินไป และควรถอดรองเท้าก่อนเข้าวิหารตามธรรมเนียมปฏิบัติของวัดไทย
 
สำหรับผู้สนใจศิลปะไทลื้อ วัดพระธาตุเบ็งสกัดควรถูกจัดอยู่ในลำดับต้น ๆ ของการเดินทางในอำเภอปัว เพราะมีองค์ประกอบหลายอย่างที่สะท้อนความเป็นไทลื้อ ทั้งรูปทรงวิหาร การใช้แป้นเกล็ดไม้สักทอง กระจกเงาหลังพระประธาน และบรรยากาศวัดที่ตั้งอยู่ท่ามกลางชุมชนเก่าแก่ เมื่อเชื่อมโยงกับตำนานเมืองวรนคร วัดแห่งนี้ยิ่งมีความหมายมากกว่าวัดสวยทั่วไป
 
วัดพระธาตุเบ็งสกัดจึงเป็นหนึ่งในวัดสำคัญของอำเภอปัวที่ควรค่าแก่การเยี่ยมชม ไม่ว่าจะมองในฐานะวัดเก่า ศูนย์รวมศรัทธา พระธาตุประจำชุมชน แหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์เมืองปัว หรือสถาปัตยกรรมไทลื้อที่มีเอกลักษณ์ วัดแห่งนี้มีครบทั้งเรื่องเล่า ความงาม ความสงบ และบรรยากาศที่เชื่อมโยงผู้มาเยือนเข้ากับรากเหง้าของน่านตอนเหนือได้อย่างลึกซึ้ง
 
ชื่อสถานที่วัดพระธาตุเบ็งสกัด
ที่ตั้งหมู่ 5 บ้านแก้ม ตำบลวรนคร อำเภอปัว จังหวัดน่าน
ที่อยู่บ้านแก้ม หมู่ 5 ตำบลวรนคร อำเภอปัว จังหวัดน่าน 55120
ไฮไลต์พระธาตุประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ วิหารไทลื้อทรงเตี้ยแจ้ หลังคาแป้นเกล็ดไม้สักทอง ซุ้มประตูศิลปะล้านช้าง และวิวหมู่บ้านปัวจากเนินสูง
ประวัติ / สมัย / ยุคองค์พระธาตุและพระวิหารสร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. 1826 และมีการบูรณะในสมัยพระยาอนันตยศ
ที่มาของชื่อ“เบ็งสกัด” หมายถึงสิ่งมหัศจรรย์จากบ่อดินที่ใช้ไม้แหย่ลงไปแล้วไม้ขาดเป็นท่อน ๆ ราวกับมีสิ่งใดกัดให้ขาด และมีแสงเกิดขึ้นในคราวเฉลิมฉลอง
ลักษณะเด่นวิหารทรงตะคุ่มแบบพื้นบ้านไทลื้อ หรือทรงเตี้ยแจ้ หลังคา 2 ชั้น 2 ตับ มุงด้วยแป้นเกล็ดไม้สักทอง ซุ้มประตูเป็นศิลปะล้านช้าง
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญองค์พระธาตุ พระวิหาร พระประธานบนฐานชุกชี ซุ้มประตูศิลปะล้านช้าง และจุดชมวิวหมู่บ้านจากเนินวัด
ผู้ดูแล / เจ้าอาวาสพระมหาพงค์พันธ์ ญาณรํสี
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ09.00 - 17.00 น.
เบอร์ติดต่อหลัก054-791247
การเดินทางใช้ทางหลวงหมายเลข 1256 ทางเข้าตรงข้ามโรงเรียนวรนคร เข้าไปประมาณ 200 เมตร แล้วเลี้ยวซ้ายอีกประมาณ 200 เมตร
สถานะปัจจุบันเป็นแหล่งท่องเที่ยวประวัติศาสตร์และศาสนสถานสำคัญของอำเภอปัว จังหวัดน่าน
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. กำแพงเมืองเก่าปัว ประมาณ 1 กม.
2. วัดภูเก็ต ประมาณ 5 กม.
3. วัดร้องแง ประมาณ 6 กม.
4. ต้นดิกเดียม วัดปรางค์ ประมาณ 8 กม.
5. โกโก้วัลเลย์ ประมาณ 2 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. ชาบูไออุ่น ปัว ประมาณ 200 ม.
2. ก๋วยเตี๋ยวต้นหูกวาง ประมาณ 300 ม.
3. ก๋วยเตี๋ยวเครื่องในหมู ประมาณ 400 ม.
4. Cocoa Valley Cafe ประมาณ 2 กม. โทร. 097-1866116, 086-3330099
5. กาแฟบ้านไทลื้อ ประมาณ 5 กม.
ที่พักใกล้เคียง1. โรงแรมปัวเดอวิว บูติค รีสอร์ท ประมาณ 100 ม. โทร. 064-1594563, 064-1594564
2. อูปแก้ว รีสอร์ท ประมาณ 700 ม.
3. HOMU Villa ประมาณ 500 ม. โทร. 094-1954163
4. The Field At Pua ประมาณ 2 กม.
5. Puarizon Hotel ประมาณ 2 กม.
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดพระธาตุเบ็งสกัดอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดพระธาตุเบ็งสกัดตั้งอยู่หมู่ 5 บ้านแก้ม ตำบลวรนคร อำเภอปัว จังหวัดน่าน
 
ถาม: วัดพระธาตุเบ็งสกัดเปิดกี่โมง?
ตอบ: เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 09.00 - 17.00 น.
 
ถาม: จุดเด่นของวัดพระธาตุเบ็งสกัดคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือองค์พระธาตุที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ วิหารไทลื้อทรงเตี้ยแจ้ หลังคาแป้นเกล็ดไม้สักทอง และที่ตั้งบนเนินสูงซึ่งมองเห็นหมู่บ้านปัวเบื้องล่าง
 
ถาม: คำว่าเบ็งสกัดหมายถึงอะไร?
ตอบ: เบ็งสกัดหมายถึงสิ่งมหัศจรรย์จากบ่อดินที่ใช้ไม้แหย่ลงไปแล้วไม้ขาดเป็นท่อน ๆ และมีแสงเกิดขึ้นในคราวเฉลิมฉลอง
 
ถาม: วัดพระธาตุเบ็งสกัดเกี่ยวข้องกับเมืองปัวโบราณอย่างไร?
ตอบ: วัดตั้งอยู่บริเวณที่สันนิษฐานว่าเกี่ยวข้องกับเมืองปัวโบราณหรือเมืองวรนคร ซึ่งพระยาภูคาสร้างขึ้นเพื่อให้เจ้าขุนฟองปกครอง
 
ถาม: เดินทางไปวัดพระธาตุเบ็งสกัดอย่างไร?
ตอบ: ใช้ทางหลวงหมายเลข 1256 ทางเข้าตรงข้ามโรงเรียนวรนคร เข้าไปประมาณ 200 เมตร แล้วเลี้ยวซ้ายอีกประมาณ 200 เมตร
 
ถาม: วัดพระธาตุเบ็งสกัดเหมาะกับการเที่ยวช่วงไหน?
ตอบ: เที่ยวได้ตลอดปี แต่ช่วงฤดูฝนจะเห็นทุ่งนาของหมู่บ้านเบื้องล่างเขียวขจี ส่วนช่วงฤดูหนาวอากาศเย็นสบาย เหมาะกับการไหว้พระและเดินชมวัด

โทร : 054521118

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัดประเพณีไทยวัฒนธรรมไทยประเพณีภาคเหนือ

ปรับปรุงล่าสุด : 3 สัปดาห์ที่แล้ว

แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(6)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(6)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(4)
บ้านโบราณ และเมืองโบราณ บ้านโบราณ และเมืองโบราณ(1)
อาร์ตแกลเลอรี่ อาร์ตแกลเลอรี่(1)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(1)
วัด วัด(68)
โบสถ์ โบสถ์(1)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(18)
โครงการหลวง โครงการหลวง(2)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(13)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(1)
อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล(9)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(6)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(16)
น้ำตก น้ำตก(28)
น้ำพุร้อน น้ำพุร้อน(1)
ถ้ำ ถ้ำ(11)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(5)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(10)
ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(4)
กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมผจญภัย กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมผจญภัย(2)