หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดน่าน >อ.ปัว >ต.วรนคร > วัดพระธาตุเบ็งสกัด
TL;DR: วัดพระธาตุเบ็งสกัด อยู่ที่หมู่ 5 บ้านแก้ม ตำบลวรนคร อำเภอปัว จังหวัดน่าน เปิดทุกวัน เวลา 09.00 - 17.00 น. จุดเด่นคือ วิหารทรงตะคุ่มแบบพื้นบ้านไทลื้อ หรือทรงเตี้ยแจ้ หลังคา 2 ชั้น 2 ตับ มุงด้วยแป้นเกล็ดไม้สักทอง ซุ้มประตูเป็นศิลปะล้านช้าง.
วัดพระธาตุเบ็งสกัด
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 09.00 - 17.00 น.
วัดพระธาตุเบ็งสกัด ตั้งอยู่หมู่ 5 บ้านแก้ม ตำบลวรนคร อำเภอปัว จังหวัดน่าน เป็นวัดเก่าแก่ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อประวัติศาสตร์เมืองปัวหรือเมืองวรนครในอดีต วัดแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณที่สันนิษฐานว่าเกี่ยวข้องกับการสร้างเมืองปัวโบราณของพระยาภูคา ผู้เป็นบุคคลสำคัญในตำนานการก่อร่างเมืองน่านตอนเหนือ และเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงกับเจ้าขุนฟอง พระราชบุตรบุญธรรมซึ่งได้รับมอบหมายให้มาปกครองเมืองวรนคร วัดพระธาตุเบ็งสกัดจึงไม่ใช่เพียงวัดประจำชุมชนบ้านแก้มเท่านั้น แต่เป็นศาสนสถานที่บันทึกความทรงจำของเมืองโบราณ ศรัทธาของผู้คน และรากเหง้าทางวัฒนธรรมของอำเภอปัวไว้อย่างแน่นแฟ้น
จุดเด่นของวัดพระธาตุเบ็งสกัดอยู่ที่องค์พระธาตุซึ่งประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ เป็นศูนย์รวมความศรัทธาของชุมชนปัวและผู้เดินทางมาไหว้พระจากต่างพื้นที่ ภายในวัดยังมีพระวิหารเก่าแก่ที่สะท้อนศิลปะช่างน่าน ผสมผสานกลิ่นอายไทลื้อและล้านช้างอย่างงดงาม วิหารมีรูปทรงตะคุ่มแบบพื้นบ้านไทลื้อ หรือที่เรียกว่า “ทรงเตี้ยแจ้” หลังคา 2 ชั้น 2 ตับ มุงด้วยแป้นเกล็ดไม้สักทอง ประตูมีศิลปะแบบล้านช้าง และภายในประดิษฐานพระประธานบนฐานชุกชี พร้อมรายละเอียดความเชื่อแบบไทลื้อ เช่น กระจกเงาด้านหลังพระประธานและบานประตูไม้จำหลักแบบพื้นเมืองน่าน
หากกล่าวโดยสรุป วัดพระธาตุเบ็งสกัดเป็นวัดที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการไหว้พระธาตุ ศึกษาประวัติเมืองปัว ชมสถาปัตยกรรมไทลื้อ และสัมผัสบรรยากาศวัดบนเนินสูงที่มองเห็นหมู่บ้านและทุ่งนาของอำเภอปัว โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนที่ท้องนารอบหมู่บ้านเปลี่ยนเป็นสีเขียวสด ทำให้วัดดูสง่างามและสงบมากเป็นพิเศษ
ความหมายของคำว่า “เบ็งสกัด” เป็นหนึ่งในเรื่องเล่าที่ทำให้วัดแห่งนี้มีเอกลักษณ์ คำนี้เกี่ยวข้องกับสิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดจากบ่อดินในพื้นที่ เมื่อใช้ไม้แหย่ลงไปในบ่อ ไม้กลับขาดเป็นท่อน ๆ ราวกับมีสิ่งใดมากัดให้ขาด อีกทั้งยังมีแสงสว่างเกิดขึ้นในคราวเฉลิมฉลอง เรื่องเล่านี้จึงกลายเป็นที่มาของชื่อพระธาตุและชื่อวัด สะท้อนความเชื่อเรื่องสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีพลังพิเศษและเป็นมงคลแก่ชุมชน
องค์พระธาตุและพระวิหารสร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. 1826 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สัมพันธ์กับตำนานเมืองปัวโบราณและการขยายตัวของอำนาจชุมชนในลุ่มน้ำน่านตอนบน การที่วัดตั้งอยู่บนเนินสูงและมีพระธาตุเป็นศูนย์กลาง แสดงให้เห็นแนวคิดเรื่องการเลือกชัยภูมิของศาสนสถานในอดีต พื้นที่สูงทำให้พระธาตุโดดเด่น เป็นที่สังเกตจากหมู่บ้านเบื้องล่าง และยังสื่อถึงความศักดิ์สิทธิ์ของพื้นที่ที่อยู่เหนือชีวิตประจำวันของผู้คน
บริเวณโดยรอบวัดเป็นป่าละเมาะ ด้านหลังเป็นเนินเขา และเบื้องล่างคือหมู่บ้านกับพื้นที่เกษตรกรรม การจัดวางวัดในลักษณะนี้ทำให้วัดพระธาตุเบ็งสกัดมีความสง่างามอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ได้โดดเด่นจากความใหญ่โตของสิ่งก่อสร้างเพียงอย่างเดียว แต่โดดเด่นจากความสัมพันธ์ระหว่างวัด ภูเขา ป่า หมู่บ้าน และท้องนา ซึ่งเป็นภูมิทัศน์วัฒนธรรมที่งดงามมากของอำเภอปัว
ในฤดูฝน พื้นที่นาข้าวเบื้องล่างจะเขียวขจีและตัดกับเนินเขารอบวัดอย่างงดงาม ผู้มาเยือนจะมองเห็นภาพของเมืองปัวในมุมที่สงบและลึกซึ้งกว่าการชมวิวทั่วไป เพราะทัศนียภาพนี้ไม่ได้เป็นเพียงภาพธรรมชาติ แต่เป็นภาพของชุมชนเกษตร วัดเก่า และประวัติศาสตร์ที่ดำรงอยู่ร่วมกันมาหลายศตวรรษ
สถาปัตยกรรมของวิหารวัดพระธาตุเบ็งสกัดเป็นจุดที่ควรใช้เวลาชมอย่างละเอียด วิหารมีลักษณะทรงตะคุ่มแบบไทลื้อ คือมีทรงเตี้ย หลังคาลาดต่ำ และดูอบอุ่นใกล้ชิดกับพื้นดิน ลักษณะนี้แตกต่างจากวิหารที่สูงโปร่งแบบภาคกลาง แต่เหมาะกับบริบทของชุมชนไทลื้อและภูมิอากาศทางภาคเหนือ หลังคา 2 ชั้น 2 ตับช่วยให้ตัวอาคารมีมิติและถ่ายเทอากาศได้ดี ขณะเดียวกันการมุงด้วยแป้นเกล็ดไม้สักทองสะท้อนภูมิปัญญาช่างพื้นบ้านและการใช้วัสดุท้องถิ่นอย่างประณีต
ซุ้มประตูของวิหารมีลักษณะศิลปะล้านช้าง แสดงให้เห็นว่าปัวและน่านไม่ได้รับอิทธิพลเฉพาะล้านนาเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับโลกวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขงและกลุ่มชุมชนไท-ลาวในอดีต การผสมผสานศิลปะไทลื้อ ล้านนา และล้านช้างในวัดเดียวกันทำให้วัดพระธาตุเบ็งสกัดมีคุณค่าทางศิลปกรรมสูง และเป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญสำหรับผู้สนใจประวัติศาสตร์ศิลปะในภาคเหนือ
ภายในวิหาร พระประธานประดิษฐานอยู่บนฐานชุกชี เป็นศิลปะแบบพื้นบ้านที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยพลังศรัทธา ด้านหลังองค์พระประธานติดกระจกเงาตามความเชื่อของชาวไทลื้อ ซึ่งเป็นรายละเอียดที่น่าสนใจมาก เพราะสะท้อนทั้งคติความเชื่อเรื่องแสง การสะท้อน ความบริสุทธิ์ และการเพิ่มมิติทางจิตวิญญาณภายในพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ เมื่อแสงตกกระทบกระจกเงา บรรยากาศภายในวิหารจะมีความนุ่มนวลและลึกซึ้ง ช่วยให้ผู้มากราบไหว้เกิดความสงบในใจ
บานประตูไม้จำหลักของวัดเป็นอีกหนึ่งงานศิลป์ที่แสดงฝีมือช่างพื้นเมืองน่าน ลวดลายไม้แกะสลักไม่เพียงแต่มีหน้าที่ตกแต่ง แต่ยังสื่อถึงความเชื่อ ความงาม และความประณีตของชุมชนในอดีต การจำหลักไม้ต้องอาศัยทั้งทักษะ ความอดทน และความเข้าใจในคติธรรม วัดพระธาตุเบ็งสกัดจึงเป็นเสมือนพิพิธภัณฑ์มีชีวิตของงานช่างท้องถิ่น
ประวัติการบูรณะในสมัยพระยาอนันตยศเป็นอีกประเด็นสำคัญที่ช่วยยืนยันว่าวัดแห่งนี้ได้รับการดูแลและให้ความสำคัญต่อเนื่องมาเป็นเวลายาวนาน ในครั้งนั้นโปรดให้นำพระแก้วซึ่งมีเกศาเป็นทองคำบรรจุในองค์พระธาตุ การบรรจุวัตถุมงคลและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไว้ในพระธาตุสะท้อนแนวคิดเรื่องการทำให้เจดีย์เป็นศูนย์รวมบุญบารมีและความศรัทธาของบ้านเมือง
วัดพระธาตุเบ็งสกัดมีบทบาทสำคัญต่อชุมชนบ้านแก้มและตำบลวรนคร เพราะเป็นพื้นที่ที่ผู้คนใช้ประกอบศาสนกิจ ไหว้พระธาตุ ทำบุญ และรักษาความทรงจำของเมืองปัวโบราณ วัดจึงเชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบันไว้ในพื้นที่เดียวกัน ผู้มาเยือนสามารถสัมผัสได้ถึงความเก่าแก่ของตำนานเมืองวรนคร พร้อมกับเห็นวิถีชีวิตของชาวปัวที่ยังดำเนินอยู่รอบวัด
วัดแห่งนี้ยังเหมาะกับการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ เพราะอยู่ในบริเวณเมืองปัว ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญของจังหวัดน่านตอนเหนือ ผู้ที่สนใจตำนานพระยาภูคา การสร้างเมืองวรนคร และรากเหง้าของเมืองน่านควรมาเยือนวัดพระธาตุเบ็งสกัด เพราะที่นี่ช่วยให้เห็นภาพว่าเมืองโบราณไม่ได้มีอยู่เพียงในเอกสารหรือเรื่องเล่า แต่ยังปรากฏอยู่ในภูมิทัศน์ วัด พระธาตุ และชุมชนจริง
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพ วัดพระธาตุเบ็งสกัดมีมุมที่น่าสนใจหลายจุด ทั้งมุมพระธาตุบนเนินสูง มุมวิหารทรงไทลื้อ มุมซุ้มประตูศิลปะล้านช้าง และมุมมองจากพื้นที่วัดลงไปยังหมู่บ้านเบื้องล่าง ในช่วงฤดูฝนหรือช่วงเช้าที่มีแสงอ่อน วัดจะมีบรรยากาศสงบและงดงามมาก เหมาะสำหรับการถ่ายภาพเชิงวัฒนธรรมและภาพวิถีชุมชน
การมาเยือนวัดควรใช้เวลาอย่างน้อย 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง เพื่อเดินชมพระธาตุ วิหาร และรายละเอียดศิลปกรรม ไม่ควรรีบแวะเพียงถ่ายภาพด้านหน้า เพราะคุณค่าของวัดอยู่ในรายละเอียด เช่น รูปทรงหลังคา แป้นเกล็ดไม้สักทอง งานไม้จำหลัก ซุ้มประตู กระจกหลังพระประธาน และตำแหน่งที่ตั้งของวัดบนเนินสูง
การเดินทาง ไปยังวัดพระธาตุเบ็งสกัดสามารถใช้ทางหลวงหมายเลข 1256 เมื่อถึงบริเวณอำเภอปัว ให้สังเกตทางเข้าที่อยู่ตรงข้ามโรงเรียนวรนคร เข้าไปประมาณ 200 เมตร แล้วเลี้ยวซ้ายต่ออีกประมาณ 200 เมตร ก็จะถึงบริเวณวัด เส้นทางนี้เดินทางสะดวก เหมาะสำหรับรถยนต์ส่วนตัวและสามารถจัดเส้นทางร่วมกับสถานที่ท่องเที่ยวอื่นในอำเภอปัวได้ง่าย
นักท่องเที่ยวสามารถวางแผนเที่ยววัดพระธาตุเบ็งสกัดร่วมกับวัดภูเก็ต วัดร้องแง วัดปรางค์ ต้นดิกเดียม กาแฟบ้านไทลื้อ โกโก้วัลเลย์ และถนนคนเดินปัว เพราะสถานที่เหล่านี้อยู่ในอำเภอปัวและช่วยให้การเดินทางมีความหลากหลาย ทั้งไหว้พระ ชมวิว เรียนรู้ชุมชน ชิมอาหารท้องถิ่น และพักผ่อนท่ามกลางบรรยากาศท้องนา
หากเดินทางในช่วงฤดูฝน ควรเผื่อเวลาเพื่อชมวิวทุ่งนาและถ่ายภาพบริเวณรอบอำเภอปัว ส่วนในช่วงฤดูหนาว อากาศจะเย็นสบาย เหมาะกับการไหว้พระและเดินชมวัดในช่วงเช้า การแต่งกายควรสุภาพ เนื่องจากเป็นศาสนสถานสำคัญ ควรหลีกเลี่ยงเสื้อผ้าสั้นหรือเปิดเผยมากเกินไป และควรถอดรองเท้าก่อนเข้าวิหารตามธรรมเนียมปฏิบัติของวัดไทย
สำหรับผู้สนใจศิลปะไทลื้อ วัดพระธาตุเบ็งสกัดควรถูกจัดอยู่ในลำดับต้น ๆ ของการเดินทางในอำเภอปัว เพราะมีองค์ประกอบหลายอย่างที่สะท้อนความเป็นไทลื้อ ทั้งรูปทรงวิหาร การใช้แป้นเกล็ดไม้สักทอง กระจกเงาหลังพระประธาน และบรรยากาศวัดที่ตั้งอยู่ท่ามกลางชุมชนเก่าแก่ เมื่อเชื่อมโยงกับตำนานเมืองวรนคร วัดแห่งนี้ยิ่งมีความหมายมากกว่าวัดสวยทั่วไป
วัดพระธาตุเบ็งสกัดจึงเป็นหนึ่งในวัดสำคัญของอำเภอปัวที่ควรค่าแก่การเยี่ยมชม ไม่ว่าจะมองในฐานะวัดเก่า ศูนย์รวมศรัทธา พระธาตุประจำชุมชน แหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์เมืองปัว หรือสถาปัตยกรรมไทลื้อที่มีเอกลักษณ์ วัดแห่งนี้มีครบทั้งเรื่องเล่า ความงาม ความสงบ และบรรยากาศที่เชื่อมโยงผู้มาเยือนเข้ากับรากเหง้าของน่านตอนเหนือได้อย่างลึกซึ้ง
| ชื่อสถานที่ | วัดพระธาตุเบ็งสกัด |
| ที่ตั้ง | หมู่ 5 บ้านแก้ม ตำบลวรนคร อำเภอปัว จังหวัดน่าน |
| ที่อยู่ | บ้านแก้ม หมู่ 5 ตำบลวรนคร อำเภอปัว จังหวัดน่าน 55120 |
| ไฮไลต์ | พระธาตุประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ วิหารไทลื้อทรงเตี้ยแจ้ หลังคาแป้นเกล็ดไม้สักทอง ซุ้มประตูศิลปะล้านช้าง และวิวหมู่บ้านปัวจากเนินสูง |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | องค์พระธาตุและพระวิหารสร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. 1826 และมีการบูรณะในสมัยพระยาอนันตยศ |
| ที่มาของชื่อ | “เบ็งสกัด” หมายถึงสิ่งมหัศจรรย์จากบ่อดินที่ใช้ไม้แหย่ลงไปแล้วไม้ขาดเป็นท่อน ๆ ราวกับมีสิ่งใดกัดให้ขาด และมีแสงเกิดขึ้นในคราวเฉลิมฉลอง |
| ลักษณะเด่น | วิหารทรงตะคุ่มแบบพื้นบ้านไทลื้อ หรือทรงเตี้ยแจ้ หลังคา 2 ชั้น 2 ตับ มุงด้วยแป้นเกล็ดไม้สักทอง ซุ้มประตูเป็นศิลปะล้านช้าง |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | องค์พระธาตุ พระวิหาร พระประธานบนฐานชุกชี ซุ้มประตูศิลปะล้านช้าง และจุดชมวิวหมู่บ้านจากเนินวัด |
| ผู้ดูแล / เจ้าอาวาส | พระมหาพงค์พันธ์ ญาณรํสี |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 09.00 - 17.00 น. |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 054-791247 |
| การเดินทาง | ใช้ทางหลวงหมายเลข 1256 ทางเข้าตรงข้ามโรงเรียนวรนคร เข้าไปประมาณ 200 เมตร แล้วเลี้ยวซ้ายอีกประมาณ 200 เมตร |
| สถานะปัจจุบัน | เป็นแหล่งท่องเที่ยวประวัติศาสตร์และศาสนสถานสำคัญของอำเภอปัว จังหวัดน่าน |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. กำแพงเมืองเก่าปัว ประมาณ 1 กม. 2. วัดภูเก็ต ประมาณ 5 กม. 3. วัดร้องแง ประมาณ 6 กม. 4. ต้นดิกเดียม วัดปรางค์ ประมาณ 8 กม. 5. โกโก้วัลเลย์ ประมาณ 2 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ชาบูไออุ่น ปัว ประมาณ 200 ม. 2. ก๋วยเตี๋ยวต้นหูกวาง ประมาณ 300 ม. 3. ก๋วยเตี๋ยวเครื่องในหมู ประมาณ 400 ม. 4. Cocoa Valley Cafe ประมาณ 2 กม. โทร. 097-1866116, 086-3330099 5. กาแฟบ้านไทลื้อ ประมาณ 5 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. โรงแรมปัวเดอวิว บูติค รีสอร์ท ประมาณ 100 ม. โทร. 064-1594563, 064-1594564 2. อูปแก้ว รีสอร์ท ประมาณ 700 ม. 3. HOMU Villa ประมาณ 500 ม. โทร. 094-1954163 4. The Field At Pua ประมาณ 2 กม. 5. Puarizon Hotel ประมาณ 2 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดพระธาตุเบ็งสกัดอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดพระธาตุเบ็งสกัดตั้งอยู่หมู่ 5 บ้านแก้ม ตำบลวรนคร อำเภอปัว จังหวัดน่าน
ถาม: วัดพระธาตุเบ็งสกัดเปิดกี่โมง?
ตอบ: เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 09.00 - 17.00 น.
ถาม: จุดเด่นของวัดพระธาตุเบ็งสกัดคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือองค์พระธาตุที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ วิหารไทลื้อทรงเตี้ยแจ้ หลังคาแป้นเกล็ดไม้สักทอง และที่ตั้งบนเนินสูงซึ่งมองเห็นหมู่บ้านปัวเบื้องล่าง
ถาม: คำว่าเบ็งสกัดหมายถึงอะไร?
ตอบ: เบ็งสกัดหมายถึงสิ่งมหัศจรรย์จากบ่อดินที่ใช้ไม้แหย่ลงไปแล้วไม้ขาดเป็นท่อน ๆ และมีแสงเกิดขึ้นในคราวเฉลิมฉลอง
ถาม: วัดพระธาตุเบ็งสกัดเกี่ยวข้องกับเมืองปัวโบราณอย่างไร?
ตอบ: วัดตั้งอยู่บริเวณที่สันนิษฐานว่าเกี่ยวข้องกับเมืองปัวโบราณหรือเมืองวรนคร ซึ่งพระยาภูคาสร้างขึ้นเพื่อให้เจ้าขุนฟองปกครอง
ถาม: เดินทางไปวัดพระธาตุเบ็งสกัดอย่างไร?
ตอบ: ใช้ทางหลวงหมายเลข 1256 ทางเข้าตรงข้ามโรงเรียนวรนคร เข้าไปประมาณ 200 เมตร แล้วเลี้ยวซ้ายอีกประมาณ 200 เมตร
ถาม: วัดพระธาตุเบ็งสกัดเหมาะกับการเที่ยวช่วงไหน?
ตอบ: เที่ยวได้ตลอดปี แต่ช่วงฤดูฝนจะเห็นทุ่งนาของหมู่บ้านเบื้องล่างเขียวขจี ส่วนช่วงฤดูหนาวอากาศเย็นสบาย เหมาะกับการไหว้พระและเดินชมวัด
โทร : 054521118
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ
ปรับปรุงล่าสุด : 3 สัปดาห์ที่แล้ว




