สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่ากระบกคู่

สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่ากระบกคู่

สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่ากระบกคู่
Rating: 3.1/5 (8 votes)
แผนที่ แผนที่ แผนที่ มีแผนที่ มีแผนที่ ไม่มีแผนที่ ไม่มีแผนที่

สถานที่ท่องเที่ยวฉะเชิงเทรา

สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย

วันเปิดทำการ: วันจันทร์–ศุกร์ (แนะนำติดต่อยืนยันล่วงหน้าก่อนเดินทาง โดยเฉพาะกรณีเข้าชมเป็นหมู่คณะ)
เวลาเปิดทำการ: 08.00–16.00 น.
 
สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่ากระบกคู่ ที่นี่คือพื้นที่ปฏิบัติงานอนุรักษ์สัตว์ป่าในรูปแบบ “สถานีเพาะเลี้ยงและฟื้นฟู” ของภาครัฐในโซนป่าภาคตะวันออก เหมาะกับคนที่อยากเรียนรู้การดูแลสัตว์ป่าอย่างถูกต้องมากกว่าการมาเพื่อความบันเทิง จุดแข็งของการมาเยือนคือได้เห็น “งานอนุรักษ์หลังฉาก” ตั้งแต่การดูแลสวัสดิภาพสัตว์ การจัดการพื้นที่ ไปจนถึงแนวคิดการฟื้นฟูสัตว์ป่าเพื่อรองรับภารกิจระยะยาวของประเทศ โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือผู้มาเยือนต้องเคารพกติกา ลดเสียง ลดการรบกวน และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด
 
สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่ากระบกคู่เป็นหนึ่งในจุดหมายที่ทำให้คำว่า “ที่เที่ยวฉะเชิงเทรา” มีความหมายมากกว่าแค่การถ่ายรูปหรือเช็กอิน เพราะนี่คือสถานที่ที่ตั้งอยู่บนภารกิจอนุรักษ์สัตว์ป่าอย่างเป็นระบบ ภาพที่ผู้มาเยือนได้เห็นจึงไม่ใช่การจัดแสดงสัตว์เพื่อความเพลิดเพลิน แต่เป็นพื้นที่ทำงานที่มีเป้าหมายชัดเจน ได้แก่การเพาะเลี้ยง การดูแล การฟื้นฟู และการสนับสนุนการขยายพันธุ์สัตว์ป่าบางชนิดตามแนวทางของหน่วยงานที่รับผิดชอบ รวมถึงการเป็นแหล่งเรียนรู้ให้สถาบันการศึกษาและผู้สนใจทั่วไปที่ต้องการเข้าใจโลกของสัตว์ป่าในมิติที่ถูกต้องและเคารพธรรมชาติ
 
ความแตกต่างที่สำคัญของสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่ากระบกคู่เมื่อเทียบกับแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติทั่วไปคือ “สถานะของพื้นที่” ที่ให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพสัตว์ก่อนเสมอ การจัดการผู้มาเยือนจึงมักถูกออกแบบให้สอดคล้องกับภารกิจหลัก ไม่ใช่ภารกิจด้านความบันเทิง นั่นหมายถึงบรรยากาศที่เหมาะกับการสังเกต เรียนรู้ และตั้งคำถามมากกว่าการกระตุ้นให้สัตว์แสดงพฤติกรรมเพื่อให้เราได้ภาพระยะใกล้ เพราะในความเป็นจริงสัตว์ป่าหลายชนิดไวต่อสิ่งเร้าของมนุษย์ ทั้งเสียง การเคลื่อนไหวจำนวนมาก ความใกล้ชิดที่เกินระยะ และการใช้แฟลชหรือแสงวาบจากกล้อง ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถเพิ่มความเครียดและส่งผลต่อสุขภาพรวมถึงพฤติกรรมของสัตว์ได้จริง โดยเฉพาะสัตว์ที่อยู่ในกระบวนการฟื้นฟูหรือโครงการดูแลระยะยาว
 
ทำเลของสถานีอยู่บนถนนทางหลวงหมายเลข 3259 เส้นพนมสารคาม–ท่าตะเกียบ ซึ่งเป็นแนวทางที่เชื่อมเข้าสู่บริบทป่าและชนบทของฉะเชิงเทราตอนบน การเดินทางบนถนนสายนี้ช่วยให้คุณเห็นภูมิทัศน์อีกด้านของจังหวัดที่ต่างจากโซนเมืองแปดริ้วแบบชัดเจน โดยเฉพาะช่วงเช้าและสายที่อากาศยังสบาย ทัศนียภาพและความเงียบของเส้นทางทำให้ประสบการณ์การมาเยือนมีโทนเป็น “ทริปเรียนรู้เชิงธรรมชาติ” มากกว่า “ทริปเที่ยวเร็ว” และเหมาะกับคนที่ต้องการใช้เวลาในการสังเกต อ่านป้ายความรู้ และทำความเข้าใจระบบนิเวศที่สัมพันธ์กับภารกิจการอนุรักษ์
 
ในแง่ “ประวัติและบทบาท” ของสถานี หากอธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุด คือสถานีถูกพัฒนาและทำงานภายใต้แนวคิดการคุ้มครองสัตว์ป่าแบบเป็นระบบของภาครัฐ โดยภารกิจครอบคลุมตั้งแต่การดูแลสัตว์ที่อยู่ในการกำกับดูแล การจัดการพื้นที่เลี้ยงดูให้เหมาะกับชีววิทยาและพฤติกรรมของสัตว์แต่ละชนิด การจัดการอาหารและโภชนาการให้ใกล้ธรรมชาติ การควบคุมโรคและสุขอนามัย การประเมินความพร้อมด้านพฤติกรรมและสุขภาพในกรณีที่มีแนวทางฟื้นฟู รวมถึงการเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับนักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจ ซึ่งหลายครั้งการเรียนรู้ที่ดีไม่ได้อยู่ที่การได้เห็นสัตว์มากที่สุด แต่อยู่ที่การเข้าใจว่าการดูแลสัตว์ป่าหนึ่งตัวต้องใช้ความรู้ ความต่อเนื่อง และมาตรฐานแค่ไหนเพื่อให้สัตว์มีคุณภาพชีวิตที่เหมาะสม
 
องค์ประกอบสำคัญที่ทำให้การเพาะเลี้ยงและการขยายพันธุ์สัตว์ป่าเป็นงานที่ละเอียดอ่อนคือสัตว์ป่ามีความไวต่อสภาพแวดล้อมสูง ทั้งอุณหภูมิ ความชื้น เสียง ความถี่ของการถูกรบกวน และความเปลี่ยนแปลงของกิจวัตร แม้สิ่งที่มนุษย์มองว่าเล็กน้อย เช่นเสียงพูดคุยดัง ๆ การยืนล้อมกรง การเคาะรั้ว หรือการพยายามเรียกให้หันหน้า ก็อาจเป็นแรงกดดันสะสมได้ เมื่อความเครียดสะสมมากพอจะกระทบภูมิคุ้มกัน การกินอาหาร การพักผ่อน และพฤติกรรมตามธรรมชาติ รวมถึงทำให้การจัดการดูแลระยะยาวยากขึ้น ดังนั้นการมาเยือนสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่ากระบกคู่จึงควรถูกมองเป็น “ทริปที่ต้องมีมารยาท” และเป็นพื้นที่ที่เราฝึกความรับผิดชอบร่วมกันระหว่างผู้มาเยือนกับภารกิจของเจ้าหน้าที่
 
ภาพรวมสัตว์ที่พบในสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่ากระบกคู่มีความหลากหลายตามภารกิจของหน่วยงาน ทั้งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม นก และสัตว์กลุ่มอื่น ๆ โดยจุดสำคัญที่ควรจำคือสัตว์แต่ละตัวอาจมี “ที่มาและเหตุผลของการอยู่ที่นี่” ต่างกัน บางตัวอาจเป็นสัตว์ที่ได้รับการช่วยเหลือ บางตัวเป็นสัตว์ในกระบวนการดูแลสุขภาพระยะยาว บางตัวอยู่ในระบบเพาะเลี้ยงหรือการดูแลเพื่อสนับสนุนงานอนุรักษ์ เมื่อคุณเดินชมด้วยมุมคิดแบบนี้ การเยี่ยมชมจะไม่ใช่การเดินดูสัตว์แบบผ่าน ๆ แต่เป็นการมองเห็นคุณค่าของงานอนุรักษ์หลังฉากที่มักไม่ถูกเล่าในแหล่งท่องเที่ยวทั่วไป
 
สำหรับผู้มาเยือน กลุ่มที่เหมาะกับสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่ากระบกคู่คือคนรักธรรมชาติ ครอบครัวที่ต้องการพาเด็ก ๆ มาเรียนรู้เรื่องสัตว์ป่าอย่างมีกรอบ นักเรียน–นักศึกษาที่ต้องการศึกษางานอนุรักษ์ รวมถึงผู้ที่สนใจด้านสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ โดยเฉพาะหากมาเป็นหมู่คณะ การประสานงานล่วงหน้าจะช่วยให้การเข้าชมเป็นระเบียบ และช่วยให้การเรียนรู้มีคุณภาพมากขึ้นโดยไม่กระทบภารกิจหลักของเจ้าหน้าที่ เพราะหัวใจของพื้นที่ประเภทนี้คือการจัดลำดับความสำคัญให้สัตว์และการดูแลก่อนเสมอ
 
กติกาการเข้าชมที่ควรยึดเป็นหลัก ได้แก่รักษาความสงบ ลดเสียงพูดคุย ไม่เคาะกรงหรือรั้ว ไม่ทำท่าทางยั่วยุ ไม่ชี้หน้าแบบใกล้ชิด หลีกเลี่ยงการใช้แฟลช และไม่ให้อาหารสัตว์โดยเด็ดขาด อาหารของคนอาจเป็นอันตรายต่อสัตว์และทำให้เกิดพฤติกรรมคุ้นคนที่ผิดธรรมชาติ ซึ่งย้อนกลับไปทำให้การดูแลระยะยาวยากขึ้น ความสม่ำเสมอของการทำตามกติกาเหล่านี้คือส่วนหนึ่งของการสนับสนุนงานอนุรักษ์แบบตรงที่สุดที่ผู้มาเยือนทำได้
 
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการมาเยือนโดยทั่วไปคือช่วงเช้า เพราะอากาศสบายและบรรยากาศเงียบกว่า ทำให้การสังเกตพฤติกรรมสัตว์เป็นไปอย่างสุภาพและเป็นธรรมชาติ หากคุณต้องการถ่ายภาพ แนะนำให้ถ่ายภาพเชิงสารคดีที่เคารพพื้นที่ เช่นภาพสภาพแวดล้อม ป้ายความรู้ เส้นทางเดินชม และรายละเอียดที่เล่าเรื่องงานอนุรักษ์ มากกว่าการจ่อใกล้สัตว์ในระยะสั้น เพราะภาพแบบหลังมีความเสี่ยงต่อการรบกวนสัตว์โดยไม่จำเป็น และไม่สอดคล้องกับเจตนาของพื้นที่ประเภทอนุรักษ์
 
อีกมิติหนึ่งที่ทำให้สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่ากระบกคู่มีคุณค่าคือการทำให้ผู้มาเยือนเห็นว่า “การอนุรักษ์” ไม่ได้จบที่การปล่อยสัตว์คืนป่าเท่านั้น แต่เป็นระบบที่เชื่อมโยงตั้งแต่การลดแรงกดดันต่อถิ่นอาศัย การป้องกันการลักลอบล่าสัตว์และค้าสัตว์ป่า การทำงานกับชุมชน การรักษาความเชื่อมต่อของพื้นที่ป่า ไปจนถึงการใช้ข้อมูลและมาตรฐานด้านสัตวแพทย์และพฤติกรรมสัตว์ในการตัดสินใจด้านการจัดการ เมื่อคุณตั้งคำถามว่า “สัตว์ตัวนี้มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร” คำตอบมักสะท้อนกลับไปที่พฤติกรรมมนุษย์ และนี่คือจุดที่การเที่ยวแบบเรียนรู้จะเปลี่ยนเป็นความเข้าใจที่ลึกขึ้นและมีความหมายมากขึ้น
 
การเดินทาง ไปสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่ากระบกคู่เหมาะกับรถส่วนตัวเป็นหลัก เนื่องจากสถานีอยู่บนถนนทางหลวงหมายเลข 3259 เส้นพนมสารคาม–ท่าตะเกียบ แนวทางทั่วไปคือเริ่มจากตัวเมืองฉะเชิงเทราหรือพื้นที่พนมสารคาม แล้วมุ่งหน้าเข้าสู่เส้นทางไปอำเภอท่าตะเกียบตามป้ายถนน เมื่อใกล้ถึงตัวอำเภอท่าตะเกียบให้สังเกตป้ายบอกทางและทางเข้าของสถานี จากนั้นเลี้ยวเข้าพื้นที่ตามจุดที่กำหนด กรณีเดินทางจากกรุงเทพฯ แนะนำให้ออกเช้าเพื่อเลี่ยงรถติดช่วงออกเมือง และเพื่อให้ถึงสถานีในช่วงอากาศสบาย โดยเฉพาะหากมาเป็นหมู่คณะควรประสานงานล่วงหน้าเพื่อจัดการการเข้าชมให้สอดคล้องกับภารกิจของเจ้าหน้าที่และลดการรบกวนสัตว์
 
หากต้องการวางแผนทริปให้คุ้ม สามารถจัดเป็นธีม “ธรรมชาติและอนุรักษ์” ได้ โดยเชื่อมไปยังแหล่งธรรมชาติใกล้เคียงในโซนท่าตะเกียบ–คลองตะเกรา และแนวป่าภาคตะวันออก แต่หัวใจของทริปประเภทนี้คือการเผื่อเวลาเดินทางและกลับก่อนค่ำ เนื่องจากพื้นที่นอกเมืองบางช่วงแสงน้อยและถนนค่อนข้างเงียบ การวางแผนเวลาให้ดีจะทำให้ทริปปลอดภัยและสบายขึ้น พร้อมได้ประสบการณ์การเรียนรู้เต็มที่แบบไม่เร่งรีบ
 
สรุปสถานที่ สถานีเพาะเลี้ยงและฟื้นฟูสัตว์ป่าของภาครัฐในโซนป่าภาคตะวันออก เหมาะกับทริปเรียนรู้เชิงอนุรักษ์ เน้นมารยาทการเข้าชมและสวัสดิภาพสัตว์เป็นหลัก
ที่อยู่ หมู่ 4 บ้านท่ากลอง ถนนทางหลวงหมายเลข 3259 ตำบลท่าตะเกียบ อำเภอท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา 24160
จุดเด่นของสถานที่ พื้นที่ทำงานอนุรักษ์สัตว์ป่าอย่างเป็นระบบ, เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านสวัสดิภาพสัตว์และการฟื้นฟูสัตว์ป่า, ได้เห็นมุมมองงานอนุรักษ์หลังฉากมากกว่าแค่การชมสัตว์, เหมาะกับครอบครัวและกลุ่มการศึกษาที่ต้องการเรียนรู้แบบรับผิดชอบ
สถานะปัจจุบัน เปิดให้เข้าชมตามวันและเวลาทำการ (แนะนำติดต่อยืนยันก่อนเดินทาง โดยเฉพาะเข้าชมเป็นหมู่คณะ)
เบอร์ติดต่อ (ยืนยันได้) 08-9589-9167
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ) 1) อ่างเก็บน้ำคลองสียัด – ประมาณ 20 กม.
2) จุดชมธรรมชาติ/เส้นทางชุมชนในอำเภอท่าตะเกียบ – ประมาณ 12 กม.
3) แนวพื้นที่ป่ารอยต่อฝั่งท่าตะเกียบ (โซนศึกษาธรรมชาติในพื้นที่ใกล้เคียง) – ประมาณ 25 กม.
4) โซนเที่ยวธรรมชาติทางฝั่งบ่อทอง (จุดแวะชมธรรมชาติและร้านกาแฟวิวเขา) – ประมาณ 35 กม.
5) โซนพนมสารคาม (จุดแวะตลาด/คาเฟ่และชุมชน) – ประมาณ 45 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) 1) ครัวเจ๊แดง ริมเขื่อน – ประมาณ 22 กม. – 081-723-6564
2) ครัวเจ๊ยงค์ริมเขื่อนสียัด – ประมาณ 22 กม. – 086-141-9142
3) บ้านอุ้ม คาเฟ่ – ประมาณ 10 กม. – 084-589-5364
4) ร้านอาหารคุณสมบัติ (คลองตะเกรา) – ประมาณ 14 กม. – 065-606-5585
5) กาแฟขี้ชะมด สาขาฉะเชิงเทรา – ประมาณ 18 กม. – 097-247-7209
6) Newstick cafe – ประมาณ 16 กม. – 096-018-7839
ที่พักใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) 1) สอนไลโฮมสเตย์ (Sornlai Homestay) – ประมาณ 24 กม. – 089-813-3107
2) สมจิต ฟาร์มสเตย์ (Somjitt Farmstay) – ประมาณ 28 กม. – 096-979-2265
3) หลับเพลินรีสอร์ท (Luubplern Resort) – ประมาณ 55 กม. – 082-558-9000
4) Red Bike Resort – ประมาณ 52 กม. – 0-2756-3009
5) The Bed Resort สนามชัยเขต – ประมาณ 60 กม. – 091-009-7598
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่ากระบกคู่เปิดวันไหน?
ตอบ: โดยปกติเปิดวันจันทร์–ศุกร์ แนะนำติดต่อยืนยันก่อนเดินทาง โดยเฉพาะกรณีเข้าชมเป็นหมู่คณะ
 
ถาม: เวลาเปิดทำการคือกี่โมงถึงกี่โมง?
ตอบ: 08.00–16.00 น.
 
ถาม: ไปแบบครอบครัวและพาเด็กไปได้ไหม?
ตอบ: ไปได้ เหมาะกับการพาเด็กไปเรียนรู้เรื่องสัตว์ป่าและงานอนุรักษ์ โดยผู้ปกครองควรดูแลให้เด็กทำตามกติกาเรื่องความเงียบ การไม่รบกวน และการไม่ให้อาหารสัตว์
 
ถาม: ถ่ายรูปได้ไหม และควรระวังอะไร?
ตอบ: โดยทั่วไปถ่ายได้แบบไม่รบกวนสัตว์ ควรงดแฟลช หลีกเลี่ยงการจ่อใกล้ และทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่
 
ถาม: กติกาสำคัญที่สุดในการเข้าชมคืออะไร?
ตอบ: รักษาความสงบ ไม่ส่งเสียงดัง ไม่เคาะกรงหรือรั้ว ไม่ยั่วยุสัตว์ และไม่ให้อาหารสัตว์ป่า เพื่อคงสวัสดิภาพสัตว์และไม่เพิ่มความเครียด
 
ถาม: หากไปเป็นคณะนักเรียน/นักศึกษา ต้องทำอย่างไร?
ตอบ: ควรติดต่อสถานีล่วงหน้าเพื่อประสานการเข้าชมให้เป็นระเบียบและเหมาะสมกับภารกิจของเจ้าหน้าที่
โทรโทร: 0895899167
แผนที่ สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่ากระบกคู่ แผนที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่ากระบกคู่
คำค้นคำค้น: สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่ากระบกคู่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่ากระบกคู่ สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า ฉะเชิงเทรา ที่เที่ยวท่าตะเกียบ ที่เที่ยวฉะเชิงเทรา ธรรมชาติ แหล่งเรียนรู้สัตว์ป่า ศูนย์อนุรักษ์สัตว์ป่า ภาคตะวันออก เที่ยวเชิงอนุรักษ์ ฉะเชิงเทรา เที่ยวกับเด็ก ฉะเชิงเทรา เส้นทาง 3259 ท่าตะเกียบ สถานที่ศึกษาธรรมชาติ ฉะเชิงเทรา
ปรับปรุงล่าสุดปรับปรุงล่าสุด: 2 สัปดาห์ที่แล้ว


แสดงความเห็น

แสดงความเห็น




คำค้น (ขั้นสูง)
   
Email :
  รหัสผ่าน :
  สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
 

Facebook Fanpage Facebook Fanpage

 

ภูมิภาค ภูมิภาคhttps://www.lovethailand.org/

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(3)

แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(4)

พระราชวัง พระราชวัง(1)

ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(10)

พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(2)

บ้านโบราณ และเมืองโบราณ บ้านโบราณ และเมืองโบราณ(1)

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ

พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(1)

ห้องสมุด ห้องสมุด(1)

ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(2)

มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัย

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัด วัด(50/298)

มัสยิด มัสยิด(2)

สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(7)

โครงการในพระราชดำริ โครงการในพระราชดำริ

โครงการหลวง โครงการหลวง(4)

วิถีชีวิต วิถีชีวิต

หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(5)

ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(4)

ตลาดน้ำ ตลาดน้ำ(1)

ธรรมชาติ และสัตว์ป่า ธรรมชาติ และสัตว์ป่า

อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล(2)

ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(1)

เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(6)

น้ำตก น้ำตก(1)

ถ้ำ ถ้ำ(1)

แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(2)

อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)

หมู่เกาะ หมู่เกาะ(2)

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(2)

บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร

สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(1)

แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(1)

ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(6)

สปาเพื่อสุขภาพ สปาเพื่อสุขภาพ

สปาเพื่อสุขภาพ สปาเพื่อสุขภาพ(1)

บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร

รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(3)