หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดอุดรธานี >อ.เมืองอุดรธานี >ต.หนองบัว > พระธาตุโพนทอง
TL;DR: พระธาตุโพนทอง อยู่ที่ตำบลหนองนาคำ อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. จุดเด่นคือ องค์พระธาตุเป็นรูปแปดเหลี่ยม ปลายยอดประดับแก้วสีขาว มีตำนานการบรรจุอัฐิพระอรหันต์ พระพุทธรูปทองคำ เครื่องทองสัมฤทธิ์ และของศักดิ์สิทธิ์.
พระธาตุโพนทอง

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
พระธาตุโพนทอง จังหวัดอุดรธานี เป็นโบราณสถานและศาสนสถานสำคัญของชุมชนหนองนาคำ อำเภอเมืองอุดรธานี ตั้งอยู่ริมแนวถนนอุดรธานี–สกลนคร หรือทางหลวงหมายเลข 22 เป็นพระธาตุศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนในพื้นที่ให้ความเคารพมายาวนาน จุดเด่นขององค์พระธาตุคือรูปทรงแปดเหลี่ยม ฐานกว้างประมาณ 8 เมตร สูงจากฐานถึงยอดประมาณ 10 เมตร ปลายยอดประดับแก้วสีขาว เมื่อกระทบแสงจะเกิดประกายเด่นสะดุดตา ภายในความทรงจำของชุมชน พระธาตุแห่งนี้เป็นที่บรรจุอัฐิพระอรหันต์ 8 รูป พร้อมตำนานการบรรจุพระพุทธรูปทองคำ เครื่องทองสัมฤทธิ์ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไว้ภายในมาตั้งแต่โบราณ
หากต้องการเที่ยวอุดรธานีในมุมที่ลึกกว่าการเดินทางไปแหล่งท่องเที่ยวกลางเมือง พระธาตุโพนทองเป็นจุดหมายที่ควรจัดไว้ในเส้นทาง เพราะสถานที่แห่งนี้รวมทั้งประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ตำนานศรัทธา ร่องรอยวัฒนธรรมโบราณ และวิถีการบูชาพระธาตุของชุมชนไว้ในพื้นที่เดียวกัน นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาสักการะองค์พระธาตุ ชมสถาปัตยกรรมทรงแปดเหลี่ยม ชมบรรยากาศของลานพระธาตุ และทำความเข้าใจความผูกพันระหว่างชุมชนหนองนาคำกับพระธาตุโพนทองได้ภายในเวลาที่ไม่เร่งรีบ
พระธาตุโพนทองมีความสำคัญในฐานะศูนย์รวมจิตใจของชาวพุทธในพื้นที่ ตำนานท้องถิ่นเล่าว่า ในสมัยพุทธกาลมีพระอรหันต์ 8 รูป เดินทางไปกราบนมัสการพระบรมสารีริกธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ณ ภูกำพร้า หรือพระธาตุพนมในปัจจุบัน เมื่อเดินทางกลับมาถึงบริเวณที่เป็นพระธาตุโพนทอง พระอรหันต์ทั้ง 8 รูปเกิดอาการอาพาธหนักและทราบว่าวาระแห่งการดับขันธ์ปรินิพพานมาถึง จึงปักกลด นั่งสมาธิ และดับขันธ์ ณ บริเวณแห่งนี้ หลังจากนั้นผู้คนในท้องถิ่นได้จัดพิธีฌาปนกิจ นำอัฐิธาตุบรรจุไว้ในองค์พระธาตุ และร่วมกันสร้างพระธาตุเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งศรัทธา
ตำนานการสร้างพระธาตุโพนทองสะท้อนภาพสังคมโบราณที่มีศาสนาพุทธเป็นหลักยึดทางจิตใจ ผู้คนในยุคนั้นให้ความสำคัญกับการบูชาอัฐิธาตุของพระอริยสงฆ์และการสร้างเจดีย์หรือพระธาตุเพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา เจ้าเมืองและผู้มีศรัทธาจากพื้นที่ใกล้เคียงเดินทางมาร่วมทำบุญและร่วมก่อสร้างองค์พระธาตุ มีการกล่าวถึงการนำพระพุทธรูปทองคำ เครื่องทองสัมฤทธิ์ และของมีค่าต่าง ๆ มาบรรจุไว้ภายในองค์พระธาตุ โดยใช้เวลาในการก่อสร้างเพียง 7 วัน เรื่องเล่านี้ทำให้พระธาตุโพนทองไม่ได้เป็นเพียงโบราณสถาน แต่เป็นพื้นที่ศรัทธาที่เต็มไปด้วยความหมายทางจิตวิญญาณ
ชื่อ “พระธาตุโพนทอง” มีความหมายผูกพันกับภูมิประเทศและความเชื่อของชุมชน คำว่า “โพน” ในภาษาท้องถิ่นหมายถึงเนินหรือพื้นที่สูง ส่วนคำว่า “ทอง” เชื่อมโยงกับความรุ่งเรือง ความมีค่า และตำนานของพระพุทธรูปทองคำกับของศักดิ์สิทธิ์ที่บรรจุอยู่ภายใน พระธาตุโพนทองจึงสื่อความหมายว่าเป็นพระธาตุบนเนินทองคำสูง หรือพระธาตุที่ตั้งอยู่ในพื้นที่อันมีคุณค่าและเป็นมงคล ชื่อนี้ยังคงสะท้อนความศรัทธาของชาวบ้านที่มององค์พระธาตุเป็นศูนย์กลางแห่งบุญและความคุ้มครอง
ลักษณะทางสถาปัตยกรรมของพระธาตุโพนทองมีเอกลักษณ์ชัดเจน องค์พระธาตุเป็นรูปทรงแปดเหลี่ยม ตั้งบนฐานกว้างประมาณ 8 เมตร สูงประมาณ 10 เมตร รูปทรงโดยรวมให้ความรู้สึกมั่นคง กระชับ และแตกต่างจากเจดีย์ทรงระฆังหรือพระธาตุทรงสูงเรียวที่พบในหลายพื้นที่ของภาคอีสาน ความเป็นทรงแปดเหลี่ยมทำให้ผู้มาเยือนสามารถเดินชมรอบองค์พระธาตุได้อย่างน่าสนใจ โดยแต่ละด้านสะท้อนมุมมองขององค์พระธาตุที่ต่างกันออกไป เมื่อมีการห่มผ้าสีทองหรือผ้าบูชา องค์พระธาตุจะยิ่งมีความโดดเด่นและเป็นจุดศูนย์กลางของลานสักการะ
ความสำคัญของพระธาตุโพนทองไม่ได้หยุดอยู่ที่ตัวองค์พระธาตุเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับหลักฐานและภูมิทัศน์โบราณโดยรอบ พื้นที่นี้เกี่ยวเนื่องกับเมืองหนองยาง ซึ่งเล่ากันว่าเป็นเมืองขอมโบราณ แบ่งออกเป็นฝ่ายเมืองแสนทางทิศใต้และฝ่ายเมืองจันทร์ทางทิศตะวันตก เมืองหนองยางเป็นเมืองที่มีความอุดมสมบูรณ์ด้วยโภคทรัพย์และทรัพย์สมบัติในยุคนั้น ข้อมูลนี้ช่วยให้เห็นว่าพระธาตุโพนทองตั้งอยู่ในบริบทของชุมชนโบราณที่มีระบบเมือง มีเส้นทางคมนาคม และมีเครือข่ายศาสนสถานอยู่รอบพื้นที่
บริเวณใกล้พระธาตุโพนทองยังมีการกล่าวถึงวัดโบราณและสถานที่เก่าแก่หลายแห่ง เช่น วัดบ้านโนนโพนสูง วัดบ้านหัน วัดบ้านแหน วัดนาเมือง วัดบ่อหินหรือขุมเหล็ก วัดโนนโพนทองน้อย วัดโบราณบ้านอีเลี่ยน และบ่อน้ำส่างโพธิ์ที่ทำด้วยศิลาแลง สถานที่เหล่านี้สะท้อนเครือข่ายชุมชนและศาสนสถานในอดีต แม้หลายแห่งเหลือเพียงร่องรอยหรือซากปรักหักพัง แต่ก็ทำให้พระธาตุโพนทองมีความน่าสนใจในเชิงประวัติศาสตร์มากขึ้น เพราะไม่ได้ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยว หากแต่เป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์วัฒนธรรมที่มีความต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน
เรื่องเล่าที่สำคัญอีกตอนหนึ่งเกี่ยวข้องกับการก่อสร้างถนนสายอุดรธานี–สกลนครในปี พ.ศ. 2452 เมื่อถนนตัดผ่านบริเวณใกล้ที่ตั้งองค์พระธาตุโพนทอง มีตำนานเล่าว่าผู้รับเหมา ช่าง และกรรมกรบางส่วนแอบทำลายพระธาตุองค์เล็กที่เคยตั้งอยู่รอบพระธาตุองค์ใหญ่เพื่อเอาของมีค่าออกมา เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดเรื่องเล่าถึงอิทธิฤทธิ์ของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ปกปักรักษาองค์พระธาตุ โดยแสดงกายเป็นหมีใหญ่เข้ามาอาละวาดและลงโทษผู้ที่ทำลายของศักดิ์สิทธิ์ เรื่องเล่านี้เป็นคติเตือนใจของชุมชนให้เคารพโบราณสถาน ไม่ลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และไม่ทำลายมรดกของส่วนรวมด้วยความโลภ
พระธาตุองค์เล็กที่เคยอยู่ใกล้องค์พระธาตุใหญ่เหลือเป็นร่องรอยสำคัญในความทรงจำของชุมชน เพราะตำนานระบุว่าองค์พระธาตุเล็กตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกขององค์พระธาตุหลัก จำนวน 2 องค์ แม้ปัจจุบันองค์ประกอบเดิมหลายส่วนเปลี่ยนแปลงไปจากกาลเวลา การตัดถนน และการบูรณะพื้นที่ แต่เรื่องเล่าเหล่านี้ยังช่วยอธิบายว่าพระธาตุโพนทองเคยเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีองค์ประกอบทางศาสนาหลายส่วน ไม่ใช่เพียงพระธาตุเดี่ยวกลางลานเหมือนที่เห็นในปัจจุบัน
ประเพณีที่ผูกพันกับพระธาตุโพนทองอย่างชัดเจนคือประเพณีไหว้สาและการจุดบั้งไฟบูชาองค์พระธาตุในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 7 ของทุกปี ชาวบ้านและผู้ศรัทธาจะมารวมตัวกันเพื่อสักการะ ขอพร และแสดงความเคารพต่อองค์พระธาตุ ตำนานเล่าว่าในช่วงเวลานี้จะเกิดสิ่งอัศจรรย์รอบองค์พระธาตุ มีลูกแก้วหรือแสงสว่างวนเวียนรอบยอดพระธาตุ ชาวบ้านจึงจัดทำบั้งไฟและจุดถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมเนียมนี้สะท้อนความเชื่อแบบอีสานที่ผสมผสานศรัทธาในพระพุทธศาสนา ความเคารพต่อพระธาตุ และการขอความอุดมสมบูรณ์จากสิ่งศักดิ์สิทธิ์
งานประเพณีไหว้สาพระธาตุโพนทองยังเป็นพื้นที่รวมตัวของชุมชนหนองนาคำและพื้นที่ใกล้เคียง ผู้คนมาร่วมสักการะ ทำบุญ ฟังธรรม และร่วมกิจกรรมที่สืบทอดกันมาในท้องถิ่น การไหว้สาไม่ได้เป็นเพียงพิธีกรรมทางศาสนา แต่เป็นการยืนยันความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสถานที่ เป็นการบอกเล่ารากเหง้าของชุมชนผ่านการกระทำจริง และเป็นโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ว่าพระธาตุโพนทองมีความหมายต่อชุมชนมากเพียงใด
พระพุทธรูปทองคำที่เกี่ยวข้องกับตำนานพระธาตุโพนทองเป็นอีกประเด็นสำคัญที่ทำให้สถานที่แห่งนี้มีเสน่ห์ทางประวัติศาสตร์ เรื่องเล่าระบุว่าพระพุทธรูปทองคำบางองค์เคยถูกอัญเชิญไปประดิษฐานยังสถานที่ต่าง ๆ โดยมีเหตุการณ์เกวียนที่ใช้บรรทุกหักถึง 7 เล่มระหว่างการเคลื่อนย้าย ชาวบ้านหนองนาคำนำพระพุทธรูปทองคำ 3 องค์ใหญ่ หน้าตักกว้างประมาณ 50 เซนติเมตร สูงประมาณ 100 เซนติเมตร ไปประดิษฐานไว้ที่วัดศรีทัศน์ บ้านหนองนาคำ ส่วนพระพุทธรูปอีก 2 องค์ถูกอัญเชิญไปยังวัดต่าง ๆ ในพื้นที่อำเภอหนองหาน เรื่องนี้ช่วยเพิ่มมิติของพระธาตุโพนทองในฐานะศูนย์กลางวัตถุศักดิ์สิทธิ์และความทรงจำร่วมของชุมชน
ในปัจจุบันพระธาตุโพนทองได้รับการบูรณะและปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบให้เหมาะกับการสักการะและการเยี่ยมชม เทศบาลตำบลหนองบัวเคยจัดสรรงบประมาณ 1,234,000 บาท เพื่อปรับปรุงบริเวณโดยรอบและสร้างหอพระธรรมชัยไว้คู่กับองค์พระธาตุ ภาพรวมของพื้นที่จึงเป็นลานศรัทธาที่สะอาด สงบ และเข้าถึงง่ายกว่าในอดีต ผู้ที่เดินทางผ่านถนนสายอุดรธานี–สกลนครสามารถแวะกราบไหว้ได้สะดวก โดยไม่จำเป็นต้องใช้เวลานาน แต่หากต้องการทำความเข้าใจประวัติและตำนาน ควรเดินชมบริเวณโดยรอบอย่างช้า ๆ
บรรยากาศของพระธาตุโพนทองเหมาะกับผู้ที่ต้องการแวะไหว้พระ ขอพร และพักใจระหว่างการเดินทาง องค์พระธาตุตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มองเห็นได้ชัดจากเส้นทางหลัก มีลานสำหรับเดินชม มีจุดสักการะ และมีบรรยากาศของศาสนสถานท้องถิ่นที่ไม่พลุกพล่านเท่าแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ ความเรียบง่ายของสถานที่ทำให้ผู้มาเยือนสามารถจดจ่อกับองค์พระธาตุและตำนานที่อยู่เบื้องหลังได้ดี
สำหรับนักท่องเที่ยวสายประวัติศาสตร์ พระธาตุโพนทองเป็นจุดที่น่าสนใจเพราะสะท้อนการผสมผสานของหลายชั้นเวลา ทั้งยุคที่เล่าถึงอำนาจของขอมโบราณ ตำนานพระอรหันต์ 8 รูป ภูมิทัศน์วัดร้างและเมืองโบราณรอบพื้นที่ เหตุการณ์การก่อสร้างถนนในปี พ.ศ. 2452 และการบูรณะในยุคปัจจุบัน สถานที่แห่งนี้จึงเหมาะสำหรับการอ่านพื้นที่ผ่านตำนาน สถาปัตยกรรม และความทรงจำของชุมชน ไม่ใช่เพียงการมาถ่ายภาพแล้วเดินทางต่อ
สำหรับนักท่องเที่ยวสายวัฒนธรรม พระธาตุโพนทองทำให้เห็นความสำคัญของประเพณีท้องถิ่นในภาคอีสาน โดยเฉพาะการไหว้สาพระธาตุและการจุดบั้งไฟที่เกี่ยวข้องกับศรัทธา การขอพร และความอุดมสมบูรณ์ ประเพณีนี้สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างพุทธศาสนาและวิถีชุมชนอย่างชัดเจน ผู้มาเยือนในช่วงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 7 จะได้สัมผัสบรรยากาศที่มีชีวิตชีวามากกว่าช่วงปกติ แต่ในวันทั่วไปก็ยังสามารถมาสักการะและเรียนรู้เรื่องราวขององค์พระธาตุได้
สำหรับผู้ที่เดินทางเป็นครอบครัว พระธาตุโพนทองเป็นสถานที่ที่ใช้เวลาเยี่ยมชมไม่มาก เด็กและเยาวชนสามารถเรียนรู้เรื่องพระธาตุ โบราณสถาน ตำนานท้องถิ่น และมารยาทในการเข้าศาสนสถานได้ในสถานที่จริง ผู้ปกครองสามารถใช้การเยี่ยมชมเป็นโอกาสอธิบายเรื่องการเคารพสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ การไม่แตะต้องหรือปีนป่ายโบราณสถาน และการช่วยกันรักษาความสะอาดของพื้นที่สาธารณะ
มารยาทในการเข้าชมพระธาตุโพนทองควรยึดหลักเดียวกับการเข้าศาสนสถานทั่วไป แต่งกายสุภาพ ไม่ส่งเสียงดัง ไม่ปีนขึ้นองค์พระธาตุ ไม่เคลื่อนย้ายเครื่องบูชา และไม่แตะต้องส่วนประกอบขององค์พระธาตุโดยไม่จำเป็น ผู้ที่ต้องการถวายดอกไม้ ธูป เทียน หรือเครื่องสักการะควรจัดวางในพื้นที่ที่กำหนดอย่างเรียบร้อย หากเดินทางมากับเด็กควรดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การเยี่ยมชมเป็นไปด้วยความเคารพและปลอดภัย
การวางแผนเที่ยวพระธาตุโพนทองทำได้ง่าย เพราะตั้งอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองอุดรธานี สามารถจัดเป็นจุดแวะระหว่างทางไปหนองหาน สกลนคร หรือเส้นทางท่องเที่ยวด้านตะวันออกของจังหวัดอุดรธานีได้ ผู้ที่เริ่มต้นจากตัวเมืองอุดรธานีสามารถขับรถไปตามถนนอุดรธานี–สกลนคร มุ่งหน้าไปทางตำบลหนองนาคำ ใช้เวลาเดินทางไม่นาน เมื่อถึงพื้นที่ใกล้พระธาตุให้สังเกตป้ายและทางเข้าบริเวณลานสักการะ
การเดินทาง ด้วยรถยนต์ส่วนตัวเป็นวิธีที่สะดวกที่สุดสำหรับการไปพระธาตุโพนทอง จากตัวเมืองอุดรธานีให้ใช้เส้นทางถนนอุดรธานี–สกลนคร หรือทางหลวงหมายเลข 22 มุ่งหน้าไปทางตำบลหนองนาคำ ระยะทางประมาณ 13 กิโลเมตรจากตัวเมือง พื้นที่ตั้งอยู่ติดเส้นทางหลัก จึงเหมาะกับการแวะสักการะก่อนเดินทางต่อไปยังหนองหาน สกลนคร หรือกลับเข้าเมืองอุดรธานี หากไม่มีรถส่วนตัว สามารถใช้บริการรถรับจ้างหรือรถโดยสารในพื้นที่แล้วต่อรถไปยังจุดหมายได้ โดยควรแจ้งปลายทางว่าไปพระธาตุโพนทอง ตำบลหนองนาคำ
ค่าเข้าชมพระธาตุโพนทองไม่มีการเก็บค่าผ่านประตูตามข้อมูลที่เผยแพร่สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป ผู้มาเยือนสามารถแวะสักการะได้โดยไม่เสียค่าเข้าชม ทั้งนี้ การทำบุญหรือถวายปัจจัยเป็นเรื่องตามศรัทธาของแต่ละบุคคล การเตรียมดอกไม้หรือเครื่องสักการะสามารถทำได้ตามความเหมาะสม และควรรักษาความสงบของพื้นที่ตลอดเวลาที่อยู่ภายในบริเวณพระธาตุ
โซนสำคัญภายในพื้นที่พระธาตุโพนทองประกอบด้วยองค์พระธาตุหลัก ลานสักการะโดยรอบ หอพระธรรมชัย และพื้นที่ภูมิทัศน์ที่ได้รับการปรับปรุงสำหรับผู้มาเยือน องค์พระธาตุหลักเป็นจุดสำคัญที่สุดของพื้นที่และควรเริ่มต้นการเยี่ยมชมจากจุดนี้ จากนั้นจึงเดินชมบริเวณลานรอบองค์พระธาตุ เพื่อสังเกตทิศทางของสถานที่ เครื่องบูชา และองค์ประกอบที่สะท้อนศรัทธาของชุมชน
เมื่อเทียบกับแหล่งท่องเที่ยวในเมืองอุดรธานี พระธาตุโพนทองมีลักษณะเฉพาะตัวมากกว่า เพราะเป็นจุดหมายที่ไม่ได้เน้นกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ แต่เน้นศรัทธา ประวัติ และความผูกพันของชุมชน ผู้ที่มาเยือนควรมองสถานที่นี้ในฐานะพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์และมรดกท้องถิ่น การใช้เวลาอ่านประวัติ พิจารณารูปทรงพระธาตุ และเดินชมรอบลานอย่างสงบ จะทำให้เข้าใจคุณค่าของสถานที่ได้ลึกกว่าการแวะเพียงไม่กี่นาที
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงที่สามารถจัดร่วมในเส้นทางเดียวกันได้ เช่น ศูนย์วัฒนธรรมไทย-จีนอุดรธานี ศาลเจ้าปู่-ย่าอุดรธานี พิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานี สวนสาธารณะหนองประจักษ์ และวัดโพธิสมภรณ์ จุดเหล่านี้ช่วยเติมเต็มการเดินทางจากแหล่งศรัทธานอกเมืองเข้าสู่แหล่งวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ในตัวเมือง ทำให้ทริปอุดรธานีมีทั้งมุมพระธาตุ ศาลเจ้า พิพิธภัณฑ์ สวนสาธารณะ และวัดสำคัญในหนึ่งวัน
พระธาตุโพนทองจึงเป็นสถานที่ที่ควรค่าแก่การบันทึกไว้ในแผนเที่ยวอุดรธานี โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่สนใจพระธาตุศักดิ์สิทธิ์ โบราณสถานสมัยขอม ตำนานพระอรหันต์ 8 รูป ประเพณีไหว้สาพระธาตุ และเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของภาคอีสาน สถานที่แห่งนี้อาจไม่ได้ใหญ่โตหรือมีสิ่งอำนวยความสะดวกแบบแหล่งท่องเที่ยวสมัยใหม่ แต่มีคุณค่าจากเรื่องเล่า ความศรัทธา และการเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชน ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้พระธาตุโพนทองแตกต่างและน่าจดจำ
| ชื่อสถานที่ | พระธาตุโพนทอง |
| ที่ตั้ง | ตำบลหนองนาคำ อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี |
| ที่อยู่ | 9V4P+278 ตำบลหนองนาคำ อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี 41000 |
| พิกัด | 9V4P+278 |
| ไฮไลต์ | พระธาตุศักดิ์สิทธิ์ทรงแปดเหลี่ยม ฐานกว้างประมาณ 8 เมตร สูงประมาณ 10 เมตร เป็นศูนย์รวมศรัทธาของชุมชนหนองนาคำ |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | เกี่ยวข้องกับตำนานสมัยอาณาจักรขอมและตำนานพระอรหันต์ 8 รูปที่เดินทางกลับจากการนมัสการพระธาตุพนม แล้วดับขันธ์ปรินิพพาน ณ บริเวณที่ตั้งพระธาตุโพนทอง |
| ที่มาของชื่อ | หมายถึงพระธาตุที่เนินทองคำสูง สื่อถึงพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์และความรุ่งเรืองตามความเชื่อของชุมชน |
| ลักษณะเด่น | องค์พระธาตุเป็นรูปแปดเหลี่ยม ปลายยอดประดับแก้วสีขาว มีตำนานการบรรจุอัฐิพระอรหันต์ พระพุทธรูปทองคำ เครื่องทองสัมฤทธิ์ และของศักดิ์สิทธิ์ |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองอุดรธานีใช้ถนนอุดรธานี–สกลนคร หรือทางหลวงหมายเลข 22 มุ่งหน้าตำบลหนองนาคำ ระยะทางประมาณ 13 กม. เหมาะสำหรับเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถรับจ้างในพื้นที่ |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าสักการะ เป็นศาสนสถานและแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัดอุดรธานี |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. |
| ค่าเข้า | ไม่เสียค่าเข้าชม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ลานสักการะ พื้นที่เดินชมรอบองค์พระธาตุ พื้นที่จอดรถริมเส้นทาง และพื้นที่ทำบุญตามศรัทธา |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | องค์พระธาตุโพนทอง ลานสักการะรอบองค์พระธาตุ หอพระธรรมชัย และพื้นที่ภูมิทัศน์โดยรอบ |
| ประเพณีสำคัญ | ประเพณีไหว้สาพระธาตุโพนทองและการจุดบั้งไฟบูชาองค์พระธาตุ จัดตามคติท้องถิ่นในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 7 |
| ผู้ดูแล | องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชนในพื้นที่ตำบลหนองนาคำ |
| เบอร์ติดต่อพื้นที่ | องค์การบริหารส่วนตำบลหนองนาคำ โทร. 042-219639 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการพื้นที่ | www.nongnakhamlocal.go.th |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ศูนย์วัฒนธรรมไทย-จีนอุดรธานี ประมาณ 6 กม. 2. ศาลเจ้าปู่-ย่าอุดรธานี ประมาณ 6 กม. 3. พิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานี ประมาณ 8 กม. 4. สวนสาธารณะหนองประจักษ์ ประมาณ 8 กม. 5. วัดโพธิสมภรณ์ ประมาณ 8 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. เป้าหมูหัน อุดรธานี ประมาณ 1 กม. โทร. 089-246-5261 2. PunThai Coffee อุดรธานี 2 ประมาณ 1 กม. โทร. 061-031-2428 3. บุตร เบเกอร์รี่ ตลาดนัดหนองนาคำ ประมาณ 2 กม. โทร. 062-126-2492 4. สุกี้ตี๋น้อย บางจากอุดร ประมาณ 3 กม. โทร. 066-125-9327 5. Malee Restaurant ประมาณ 6 กม. โทร. 062-551-1625 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Changthai Comfort Guest House ประมาณ 3 กม. โทร. 085-740-7567, 098-103-0072 2. Nattaporn House Udon Thani ประมาณ 5 กม. โทร. 086-219-7219 3. Mali Home Place ประมาณ 7 กม. โทร. 042-290-477 4. Atikarn Princess Hotel & Resort ประมาณ 9 กม. โทร. 081-871-9155 5. The Star Hotel Udon Thani ประมาณ 10 กม. โทร. 084-044-9108, 086-555-9665 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: พระธาตุโพนทองอยู่ที่ไหน?
ตอบ: พระธาตุโพนทองตั้งอยู่ที่ตำบลหนองนาคำ อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ริมถนนอุดรธานี–สกลนคร หรือทางหลวงหมายเลข 22
ถาม: พระธาตุโพนทองเปิดให้เข้าชมวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: เปิดให้เข้าสักการะทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
ถาม: พระธาตุโพนทองเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เสียค่าเข้าชม ผู้มาเยือนสามารถทำบุญหรือถวายปัจจัยได้ตามศรัทธา
ถาม: พระธาตุโพนทองมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: เป็นพระธาตุศักดิ์สิทธิ์ทรงแปดเหลี่ยมที่เกี่ยวข้องกับตำนานพระอรหันต์ 8 รูป และเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชุมชนหนองนาคำ จังหวัดอุดรธานี
ถาม: ประเพณีสำคัญของพระธาตุโพนทองคืออะไร?
ตอบ: ประเพณีสำคัญคือประเพณีไหว้สาพระธาตุโพนทองและการจุดบั้งไฟบูชาองค์พระธาตุ ซึ่งผูกพันกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 7 ตามคติท้องถิ่น
ถาม: เดินทางจากตัวเมืองอุดรธานีไปพระธาตุโพนทองอย่างไร?
ตอบ: ใช้ถนนอุดรธานี–สกลนคร หรือทางหลวงหมายเลข 22 มุ่งหน้าไปตำบลหนองนาคำ ระยะทางประมาณ 13 กม. เหมาะกับการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถรับจ้างในพื้นที่
ถาม: ควรแต่งกายอย่างไรเมื่อไปพระธาตุโพนทอง?
ตอบ: ควรแต่งกายสุภาพ งดส่งเสียงดัง ไม่ปีนป่ายองค์พระธาตุ ไม่เคลื่อนย้ายเครื่องบูชา และรักษาความสะอาดภายในพื้นที่
ถาม: พระธาตุโพนทองเที่ยวร่วมกับสถานที่ใดได้บ้าง?
ตอบ: สามารถจัดเส้นทางร่วมกับศูนย์วัฒนธรรมไทย-จีนอุดรธานี ศาลเจ้าปู่-ย่าอุดรธานี พิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานี สวนสาธารณะหนองประจักษ์ และวัดโพธิสมภรณ์ได้
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน
ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว




