หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดอุบลราชธานี >อ.พิบูลมังสาหาร >ต.พิบูล > แก่งสะพือ
TL;DR: แก่งสะพือ อยู่ที่เขตเทศบาลเมืองพิบูลมังสาหาร อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. จุดเด่นคือ แก่งหินธรรมชาติในแม่น้ำมูล มีโขดหินน้อยใหญ่สลับซับซ้อน กระแสน้ำไหลผ่านเกิดฟองขาวและเสียงน้ำกระทบหิน เห็นแก่งชัดในช่วงหน้าแล้ง.

อุบลราชธานี

แก่งสะพือ

แก่งสะพือ

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
 
แก่งสะพือ จังหวัดอุบลราชธานี เป็นแก่งหินธรรมชาติขนาดใหญ่ในแม่น้ำมูล ตั้งอยู่ในเขตตัวอำเภอพิบูลมังสาหาร ห่างจากตัวเมืองอุบลราชธานีประมาณ 45 กม. ตามทางหลวงหมายเลข 217 แก่งแห่งนี้เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดอุบลราชธานี เพราะมีภูมิประเทศที่โดดเด่นจากโขดหินน้อยใหญ่สลับซับซ้อนกลางลำน้ำ เมื่อกระแสน้ำมูลไหลผ่านแนวหินและร่องหิน จะเกิดฟองขาว เสียงน้ำกระทบหิน และภาพของสายน้ำที่มีพลังอย่างงดงาม ช่วงหน้าแล้งตั้งแต่ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคมเป็นช่วงที่เหมาะที่สุดสำหรับการชมแก่ง เพราะระดับน้ำลดลงจนเห็นลานหินและหลุมหินธรรมชาติชัดเจน ส่วนช่วงฤดูฝนระดับน้ำจะสูงขึ้นและท่วมแก่งหินหลายส่วน ทำให้ภาพของสถานที่เปลี่ยนเป็นแม่น้ำกว้างที่มีพลังของกระแสน้ำมากขึ้น
 
เสน่ห์ของแก่งสะพืออยู่ที่การเป็นแก่งหินกลางแม่น้ำมูลที่มีชีวิตตามฤดูกาล ไม่ได้สวยเหมือนเดิมตลอดปี แต่เปลี่ยนแปลงไปตามระดับน้ำและแรงไหลของแม่น้ำ ช่วงน้ำลดจะเห็นหินทรายและหินน้อยใหญ่เรียงราย มีบางส่วนเป็นแผ่นหินกว้าง บางส่วนเป็นหลุมแอ่งเว้าแหว่งจากแรงน้ำวน และบางส่วนเป็นร่องน้ำเล็ก ๆ ที่ไหลผ่านระหว่างโขดหิน เมื่อแสงแดดตกกระทบผิวน้ำและลานหิน ภาพของแก่งจะดูโปร่ง ชัด และเหมาะกับการเดินชม ถ่ายภาพ และเรียนรู้ภูมิประเทศลำน้ำมูลอย่างใกล้ชิด
 
คำว่า “สะพือ” มีเรื่องเล่าทางภาษาที่น่าสนใจ โดยสันนิษฐานว่าเพี้ยนมาจากคำว่า “ซำพืด” หรือ “ซำปึ้ด” ซึ่งเกี่ยวข้องกับภาษาส่วยหรือกลุ่มภาษาท้องถิ่นที่มีความหมายถึงงูใหญ่หรืองูเหลือม ความหมายนี้ทำให้แก่งสะพือมีจินตภาพเฉพาะตัว เพราะเมื่อมองแนวแก่งหินและสายน้ำที่คดเคี้ยวผ่านลำน้ำมูล จะให้ความรู้สึกคล้ายภูมิประเทศที่มีพลัง ลี้ลับ และผูกพันกับความเชื่อของผู้คนริมลำน้ำ ชื่อแก่งสะพือจึงไม่ได้เป็นเพียงชื่อสถานที่ แต่เป็นชื่อที่สะท้อนทั้งภาษา ตำนาน และการมองธรรมชาติของชุมชนท้องถิ่น
 
แม่น้ำมูลเป็นแม่น้ำสายสำคัญของภาคอีสานตอนล่าง และแก่งสะพือคือหนึ่งในจุดที่ทำให้เห็นพลังการสร้างสรรค์ภูมิประเทศของสายน้ำอย่างชัดเจน น้ำที่ไหลผ่านหินเป็นเวลายาวนานได้กัดเซาะ ขัดเกลา และสร้างพื้นผิวหินให้เกิดรูปทรงแตกต่างกัน ทั้งหลุมกลม หลุมรี ร่องน้ำ และแอ่งเล็ก ๆ ที่ดูคล้ายงานศิลปะของธรรมชาติ ภาพเหล่านี้ทำให้แก่งสะพือมีลักษณะใกล้เคียงกับแก่งหินและหลุมหินธรรมชาติหลายแห่งในอุบลราชธานี แต่แก่งสะพือมีจุดเด่นจากการตั้งอยู่ในตัวอำเภอพิบูลมังสาหาร เดินทางง่าย และเชื่อมกับวิถีเมืองริมแม่น้ำได้โดยตรง
 
แก่งสะพือมีความสำคัญต่อชาวพิบูลมังสาหารมายาวนาน เพราะเป็นทั้งแหล่งพักผ่อน พื้นที่เล่นน้ำ จุดชมวิวริมแม่น้ำมูล พื้นที่ค้าขายของชุมชน และสถานที่จัดงานประเพณีสำคัญ โดยเฉพาะงานประเพณีสงกรานต์แก่งสะพือที่จัดขึ้นในเดือนเมษายนของทุกปี บรรยากาศช่วงสงกรานต์จะคึกคักเป็นพิเศษ มีนักท่องเที่ยวและประชาชนเดินทางมาเล่นน้ำ พักผ่อน ซื้ออาหารพื้นเมือง เลือกซื้อของฝาก และร่วมกิจกรรมชุมชน ทำให้แก่งสะพือกลายเป็นพื้นที่ที่ธรรมชาติและประเพณีมาบรรจบกันอย่างชัดเจน
 
ในวันปกติ แก่งสะพือให้บรรยากาศสงบและเหมาะกับการนั่งพักริมแม่น้ำ ผู้มาเยือนสามารถเดินชมสวนสาธารณะริมแก่ง ชมศาลาพักร้อน มองแนวหินกลางน้ำ ถ่ายภาพผืนน้ำมูล และเลือกซื้ออาหารหรือสินค้าพื้นเมืองจากร้านค้าริมฝั่งได้ บริเวณแก่งมีพื้นที่พักผ่อนที่เข้าถึงง่าย จึงเหมาะกับครอบครัว ผู้สูงอายุ นักเดินทางที่ต้องการแวะพักระหว่างเส้นทางอุบลราชธานี-พิบูลมังสาหาร และผู้ที่ต้องการสัมผัสแม่น้ำมูลแบบไม่ต้องเดินทางเข้าป่าหรือใช้เส้นทางลำบาก
 
ช่วงหน้าแล้งเป็นช่วงที่แก่งสะพือแสดงตัวตนได้ชัดที่สุด เพราะน้ำลดลงจนเผยให้เห็นแก่งหินจำนวนมาก กลายเป็นลานหินกว้างที่มีร่องน้ำใสไหลผ่าน โขดหินบางส่วนมีรูปทรงแปลกตา บางส่วนถูกน้ำกัดเป็นแอ่งเล็ก ๆ และบางส่วนเป็นพื้นที่ให้ผู้คนเดินชมได้ตามสภาพน้ำและความปลอดภัย ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคมจึงเป็นช่วงที่เหมาะสำหรับการชมความงามของหิน การถ่ายภาพ และการเรียนรู้ธรรมชาติของแม่น้ำมูล
 
ในฤดูฝน ภาพของแก่งสะพือจะต่างออกไปมาก เพราะน้ำในแม่น้ำมูลเพิ่มสูงขึ้นจนท่วมแก่งหินหลายส่วน ผู้มาเยือนอาจไม่เห็นลานหินชัดเหมือนหน้าแล้ง แต่จะได้เห็นพลังของแม่น้ำมูลที่ไหลกว้างและแรงขึ้น สายน้ำที่เคยแยกตัวผ่านร่องหินในหน้าแล้งจะเปลี่ยนเป็นผืนน้ำกว้างที่มีสีและกระแสตามฤดูกาล ช่วงนี้เหมาะกับการชมบรรยากาศริมฝั่ง รับลมแม่น้ำ และดูความเปลี่ยนแปลงของภูมิประเทศน้ำมากกว่าการเดินลงไปบนแก่ง
 
การเล่นน้ำที่แก่งสะพือเป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยม โดยเฉพาะช่วงฤดูร้อนและเทศกาลสงกรานต์ แต่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเสมอ เพราะแก่งธรรมชาติมีพื้นหินต่างระดับ หินลื่น ร่องน้ำ และกระแสน้ำที่เปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล ผู้ปกครองควรดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด ไม่ควรวิ่งบนหินเปียก ไม่ควรลงเล่นน้ำในจุดที่ไม่ทราบระดับน้ำ และควรเลือกเฉพาะบริเวณที่คนในพื้นที่หรือเจ้าหน้าที่กำหนดว่าเหมาะสม การเที่ยวแก่งสะพือจะน่าประทับใจที่สุดเมื่อความสนุกสนานอยู่คู่กับความระมัดระวัง
 
ริมฝั่งแก่งสะพือมีศาลาพักผ่อน ลานชมวิว ร้านอาหาร ร้านค้าพื้นเมือง และพื้นที่สำหรับนั่งรับลมแม่น้ำ ทำให้สถานที่นี้เป็นแหล่งพักผ่อนที่สมบูรณ์สำหรับผู้มาเยือนทั้งแบบครึ่งวันและแบบแวะเที่ยวระหว่างทาง ร้านค้ารอบแก่งมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจชุมชน เพราะนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาชมแก่งมักแวะรับประทานอาหาร ซื้อของฝาก และใช้บริการในพื้นที่ ส่งผลให้รายได้จากการท่องเที่ยวกระจายสู่คนในท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม
 
แก่งสะพือยังมีพื้นที่รำลึกสำคัญบริเวณลานพระปรมาภิไธย ซึ่งเป็นจุดที่เชื่อมโยงกับความทรงจำของชุมชนและประวัติการเสด็จพระราชดำเนินมายังพื้นที่แก่ง ความสำคัญนี้ทำให้แก่งสะพือไม่ได้มีเพียงคุณค่าทางธรรมชาติ แต่ยังมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และความรู้สึกผูกพันของคนในพื้นที่ด้วย ผู้มาเยือนจึงควรใช้เวลาเดินชมบริเวณลานริมฝั่งและสังเกตร่องรอยความทรงจำเหล่านี้ควบคู่กับการชมแก่งหินกลางแม่น้ำ
 
งานประเพณีสงกรานต์แก่งสะพือเป็นกิจกรรมสำคัญที่สุดงานหนึ่งของอำเภอพิบูลมังสาหาร โดยใช้พื้นที่แก่งและลานริมแม่น้ำเป็นศูนย์กลางของการเฉลิมฉลอง มีทั้งการเล่นน้ำ การค้าขาย การแสดงออกทางวัฒนธรรม และการรวมตัวของผู้คนในชุมชนและนักท่องเที่ยว บรรยากาศในช่วงนี้มีความสนุกสนานและคึกคักมากกว่าวันปกติหลายเท่า ผู้ที่ต้องการสัมผัสชีวิตชีวาของแก่งสะพือควรมาในช่วงเมษายน ส่วนผู้ที่ต้องการความสงบควรเลือกวันธรรมดาหรือนอกช่วงเทศกาล
 
แก่งสะพือเหมาะกับการเที่ยวแบบครึ่งวันจากตัวเมืองอุบลราชธานี เพราะใช้เวลาเดินทางไม่ไกล เส้นทางสะดวก และมีสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานในตัวอำเภอพิบูลมังสาหาร ผู้เดินทางสามารถออกจากตัวเมืองอุบลราชธานีในช่วงเช้า ใช้ทางหลวงหมายเลข 217 มุ่งหน้าอำเภอพิบูลมังสาหาร แวะชมแก่ง ถ่ายภาพ รับประทานอาหารในพื้นที่ แล้วเดินทางกลับหรือเที่ยวต่อไปยังสถานที่ใกล้เคียง เช่น วัดภูเขาแก้ว แก่งลำดวน วัดปากน้ำบุ่งสะพัง หรือเขื่อนสิรินธร
 
การเดินทาง จากตัวเมืองอุบลราชธานีให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 217 มุ่งหน้าไปอำเภอพิบูลมังสาหาร ระยะทางประมาณ 45 กม. เมื่อถึงตัวอำเภอให้เข้าสู่พื้นที่เทศบาลเมืองพิบูลมังสาหาร แล้วมุ่งหน้าไปยังถนนเลียบริมแม่น้ำมูลบริเวณแก่งสะพือ เส้นทางเข้าถึงสะดวก เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า และรถโดยสารที่ต่อรถในตัวอำเภอ ผู้ที่เดินทางครั้งแรกสามารถตั้งจุดหมายเป็นแก่งสะพือหรือเทศบาลเมืองพิบูลมังสาหาร แล้วเลือกจุดจอดรถตามสภาพพื้นที่และคำแนะนำของเจ้าหน้าที่
 
ผู้ที่ไม่มีรถส่วนตัวสามารถเดินทางจากสถานีขนส่งหรือตัวเมืองอุบลราชธานีมายังอำเภอพิบูลมังสาหาร แล้วต่อรถท้องถิ่นหรือรถรับจ้างเข้าสู่แก่งสะพือได้ วิธีนี้เหมาะกับผู้ที่พักในตัวเมืองอุบลราชธานีและต้องการเที่ยวแก่งแบบวันเดียวกลับ หากมาในช่วงเทศกาลสงกรานต์ควรเผื่อเวลาเดินทางและที่จอดรถ เพราะปริมาณรถและผู้คนจะมากกว่าปกติอย่างชัดเจน
 
ในเชิงท่องเที่ยวเชิงลึก แก่งสะพือควรเชื่อมกับเรื่องแม่น้ำมูลและภูมิประเทศของอำเภอพิบูลมังสาหาร เพราะแม่น้ำมูลไม่ได้เป็นเพียงฉากหลังของสถานที่ แต่เป็นผู้สร้างแก่งหินทั้งหมด กระแสน้ำที่ไหลซ้ำ ๆ ผ่านหินเป็นเวลายาวนานได้สร้างลวดลายทางธรรมชาติและกำหนดฤดูกาลท่องเที่ยวของพื้นที่ เมื่อเข้าใจบทบาทของแม่น้ำมูล ผู้มาเยือนจะเห็นแก่งสะพือมากกว่าแหล่งเล่นน้ำ แต่เป็นห้องเรียนธรรมชาติกลางเมืองพิบูลมังสาหาร
 
วัดภูเขาแก้วเป็นสถานที่ใกล้เคียงที่เหมาะกับการเที่ยวร่วมกับแก่งสะพือ เพราะอยู่ในอำเภอพิบูลมังสาหารและมีพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านที่จัดแสดงของใช้ วัตถุเก่าแก่ และสิ่งของสะสมในท้องถิ่น การแวะแก่งสะพือแล้วต่อวัดภูเขาแก้วช่วยให้ทริปมีทั้งธรรมชาติริมแม่น้ำและความรู้ด้านวัฒนธรรมชุมชน ผู้ที่สนใจประวัติท้องถิ่นจะได้เห็นพิบูลมังสาหารในมิติที่ลึกขึ้นกว่าการชมวิวเพียงอย่างเดียว
 
แก่งลำดวนเป็นอีกแหล่งธรรมชาติในอำเภอพิบูลมังสาหารที่เหมาะกับการจัดในเส้นทางเดียวกัน โดยเฉพาะผู้ที่ชอบแก่งหิน ลำน้ำ และธรรมชาติริมน้ำ การเปรียบเทียบแก่งสะพือกับแก่งลำดวนจะทำให้เห็นว่าแต่ละพื้นที่มีเอกลักษณ์ต่างกัน แก่งสะพือเด่นจากการเป็นแก่งหินในแม่น้ำมูลใจกลางเมือง ส่วนแก่งลำดวนมีบรรยากาศของแหล่งธรรมชาติอีกแบบหนึ่งในพื้นที่อำเภอเดียวกัน
 
วัดปากน้ำบุ่งสะพังและเขื่อนสิรินธรเป็นจุดหมายที่สามารถเชื่อมกับแก่งสะพือในทริปหนึ่งวันหรือสองวันได้ หากเริ่มจากตัวเมืองอุบลราชธานี สามารถเที่ยวแก่งสะพือในช่วงเช้า รับประทานอาหารในอำเภอพิบูลมังสาหาร แล้วเดินทางต่อไปยังเขื่อนสิรินธรหรือวัดสิรินธรวรารามภูพร้าวในช่วงบ่ายและเย็น เส้นทางนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการรวมแม่น้ำมูล อ่างเก็บน้ำ วัด และจุดชมวิวไว้ในทริปเดียว
 
สำหรับนักถ่ายภาพ แก่งสะพือมีมุมภาพหลากหลาย ทั้งมุมกว้างของแม่น้ำมูล มุมโขดหินและร่องน้ำ มุมฟองน้ำขาวที่กระทบหิน มุมลานพระปรมาภิไธย มุมศาลาพักร้อนริมฝั่ง และมุมวิถีผู้คนที่มาเล่นน้ำหรือพักผ่อน ช่วงเช้าเหมาะกับภาพแสงนุ่มและบรรยากาศสงบ ส่วนช่วงบ่ายแก่ถึงเย็นเหมาะกับแสงอุ่นบนผิวน้ำและหิน หากต้องการถ่ายภาพหินชัด ควรมาในช่วงน้ำลด
 
การถ่ายภาพและเดินชมแก่งควรทำอย่างระมัดระวัง ไม่เดินลงบนหินเปียกโดยไม่มีรองเท้าที่เกาะพื้นดี ไม่เข้าไปใกล้ร่องน้ำที่กระแสน้ำแรง ไม่กีดขวางทางเดินของผู้อื่น และไม่ข้ามไปยังจุดที่ไม่ปลอดภัยเพื่อหามุมถ่ายภาพ แก่งสะพือเป็นพื้นที่ธรรมชาติที่สวยงาม แต่พื้นผิวหินและระดับน้ำเปลี่ยนแปลงได้เสมอ ความปลอดภัยจึงต้องมาก่อนมุมภาพ
 
สำหรับครอบครัว แก่งสะพือเป็นสถานที่พักผ่อนที่เหมาะเพราะเดินทางง่าย มีพื้นที่ริมฝั่งให้พัก มีร้านอาหารและร้านค้าใกล้เคียง และสามารถใช้เวลาได้ทั้งแบบสั้นและแบบครึ่งวัน เด็กสามารถเรียนรู้เรื่องแม่น้ำ หิน กระแสน้ำ และฤดูกาลจากสถานที่จริง แต่ผู้ปกครองต้องดูแลอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเมื่อลงใกล้น้ำหรือเดินบนหินธรรมชาติที่อาจลื่น
 
อาหารเป็นอีกส่วนหนึ่งของประสบการณ์แก่งสะพือ เพราะอำเภอพิบูลมังสาหารมีร้านอาหารที่ขึ้นชื่อเรื่องปลาแม่น้ำ กุ้งแม่น้ำ อาหารอีสาน อาหารไทย และร้านอาหารริมน้ำ นักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวแก่งก่อนแล้วรับประทานอาหารใกล้พื้นที่ หรือเลือกพักในตัวอำเภอแล้วค่อยออกไปชมแก่งในช่วงเช้าหรือเย็น การรับประทานอาหารในร้านที่ตั้งอยู่ใกล้แก่งช่วยลดการนำภาชนะและขยะเข้าไปในพื้นที่ธรรมชาติ และช่วยสนับสนุนรายได้ชุมชนโดยตรง
 
ที่พักในอำเภอพิบูลมังสาหารมีทั้งโรงแรมใกล้ตัวเมือง รีสอร์ทริมแม่น้ำ และที่พักตามเส้นทางพิบูลมังสาหาร-โขงเจียม ผู้ที่ต้องการชมแก่งสะพือแบบไม่เร่งรีบสามารถพักในตัวอำเภอ 1 คืน แล้วเที่ยวแก่งในช่วงเช้า เดินชมตลาดและร้านค้าในตัวเมือง ต่อด้วยวัดภูเขาแก้วหรือแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง การพักในพื้นที่ช่วยให้เห็นวิถีเมืองพิบูลมังสาหารมากกว่าการแวะผ่านเพียงระยะสั้น
 
สิ่งที่ควรเตรียมเมื่อมาเที่ยวแก่งสะพือ ได้แก่ รองเท้าที่เกาะพื้นดี หมวก แว่นกันแดด น้ำดื่ม เสื้อผ้าที่เหมาะกับอากาศร้อน ผ้าขนหนูเล็ก ถุงกันน้ำสำหรับโทรศัพท์หรือกล้อง และถุงเก็บขยะส่วนตัว หากตั้งใจลงเล่นน้ำควรเตรียมเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนและเลือกพื้นที่เล่นน้ำอย่างปลอดภัย หากมาในช่วงสงกรานต์ควรเตรียมเวลา เผื่อการจราจร และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่
 
ข้อควรระวังสำคัญคือหินลื่น พื้นต่างระดับ ร่องน้ำ กระแสน้ำ และระดับน้ำที่เปลี่ยนตามฤดูกาล ไม่ควรลงเล่นน้ำหลังฝนตกหนักหรือช่วงน้ำไหลแรง ไม่ควรปล่อยเด็กลงน้ำตามลำพัง ไม่ควรดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนลงน้ำ และไม่ควรเข้าไปในจุดที่เจ้าหน้าที่หรือคนในพื้นที่ห้ามเข้า การเที่ยวแก่งหินธรรมชาติต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเท่ากับความสนุก
 
การรักษาความสะอาดเป็นหัวใจสำคัญของการเที่ยวแก่งสะพือ เพราะจุดเด่นของสถานที่คือความงามของแม่น้ำมูลและแก่งหินธรรมชาติ ไม่ควรทิ้งขยะลงน้ำ ไม่ควรทิ้งเศษอาหารบนโขดหิน ไม่ควรขีดเขียนหรือทำลายผิวหิน และควรใช้พื้นที่สาธารณะอย่างเคารพต่อชุมชน ร้านค้า และผู้มาเยือนคนอื่น ความสะอาดของแก่งสะพือคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้สถานที่ยังน่าเที่ยวและเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นในระยะยาว
 
สำหรับชาวต่างชาติ แก่งสะพือเป็นสถานที่ที่อธิบายอุบลราชธานีในมุมของแม่น้ำมูลได้ดี เพราะไม่ใช่เพียงแหล่งธรรมชาติ แต่เป็นพื้นที่ที่คนท้องถิ่นใช้พักผ่อน จัดงานประเพณี ค้าขาย และสืบทอดความทรงจำของชุมชน ผู้มาเยือนจะได้เห็นว่าแม่น้ำในภาคอีสานมีบทบาทต่อชีวิตจริงอย่างไร ทั้งในด้านภูมิประเทศ อาหาร การพักผ่อน การค้าชุมชน และเทศกาลสงกรานต์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะพื้นที่
 
โดยรวมแล้ว แก่งสะพือเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติริมแม่น้ำมูลที่มีคุณค่าเฉพาะตัวของอำเภอพิบูลมังสาหาร จุดเด่นคือแก่งหินน้อยใหญ่กลางลำน้ำ เสียงน้ำกระทบหิน ฟองน้ำขาวในช่วงน้ำไหลผ่าน โขดหินที่เห็นชัดในหน้าแล้ง ลานพระปรมาภิไธย ศาลาพักร้อน ร้านค้าพื้นเมือง และงานประเพณีสงกรานต์แก่งสะพือในเดือนเมษายน สถานที่นี้เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักผ่อนริมแม่น้ำ ถ่ายภาพธรรมชาติ เรียนรู้ภูมิประเทศลำน้ำมูล ชมวิถีเมืองพิบูลมังสาหาร และสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวอุบลราชธานีที่เชื่อมธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และชุมชนไว้อย่างครบถ้วน
 
ชื่อสถานที่แก่งสะพือ
ที่ตั้งเขตเทศบาลเมืองพิบูลมังสาหาร อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี
ที่อยู่แก่งสะพือ ถนนวิพากย์ ตำบลพิบูล อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี 34110
พิกัด / จุดนำทางแก่งสะพือ หรือถนนวิพากย์ ริมแม่น้ำมูล เขตเทศบาลเมืองพิบูลมังสาหาร
ลักษณะเด่นแก่งหินธรรมชาติในแม่น้ำมูล มีโขดหินน้อยใหญ่สลับซับซ้อน กระแสน้ำไหลผ่านเกิดฟองขาวและเสียงน้ำกระทบหิน เห็นแก่งชัดในช่วงหน้าแล้ง
ที่มาของชื่อคำว่า “สะพือ” สันนิษฐานว่าเพี้ยนมาจากคำท้องถิ่นในกลุ่มภาษาส่วยหรือกวย มีความหมายเกี่ยวกับงูใหญ่หรืองูเหลือม จึงเกิดความหมายเชิงตำนานว่าแก่งงูใหญ่
ลักษณะทางธรรมชาติเป็นแก่งหินในแม่น้ำมูล เกิดจากการกัดเซาะของกระแสน้ำ มีร่องน้ำ หลุมหิน แอ่งเว้า และลานหินที่ปรากฏเด่นในช่วงน้ำลด
สิ่งสำคัญภายในพื้นที่แก่งหินกลางแม่น้ำมูล ลานพระปรมาภิไธย ศาลาพักร้อน จุดชมวิวริมแม่น้ำ ร้านอาหาร ร้านค้าพื้นเมือง พื้นที่เล่นน้ำตามฤดูกาล และพื้นที่จัดงานประเพณีสงกรานต์แก่งสะพือ
การเดินทางจากตัวเมืองอุบลราชธานีใช้ทางหลวงหมายเลข 217 มุ่งหน้าอำเภอพิบูลมังสาหาร ระยะทางประมาณ 45 กม. จากนั้นเข้าสู่ถนนเลียบริมแม่น้ำมูลบริเวณแก่งสะพือ
สถานะปัจจุบันเปิดให้เข้าชมเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติริมแม่น้ำมูล พื้นที่พักผ่อน และพื้นที่จัดงานประเพณีสำคัญของอำเภอพิบูลมังสาหาร
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00 – 17.00 น.
สิ่งอำนวยความสะดวกศาลาพักร้อน จุดชมวิวริมแม่น้ำ ลานพักผ่อน ร้านอาหาร ร้านค้าพื้นเมือง ร้านของฝาก พื้นที่จอดรถตามสภาพพื้นที่ และบริการพื้นฐานในตัวอำเภอพิบูลมังสาหาร
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญโซนแก่งหินกลางแม่น้ำมูล
โซนลานพระปรมาภิไธย
โซนศาลาพักร้อนริมฝั่ง
โซนจุดเล่นน้ำตามฤดูกาล
โซนร้านอาหารและร้านค้าพื้นเมือง
โซนลานกิจกรรมสงกรานต์แก่งสะพือ
โซนจุดถ่ายภาพธรรมชาติ
โซนบริการในตัวเมืองพิบูลมังสาหาร
ผู้ดูแลเทศบาลเมืองพิบูลมังสาหาร อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี ร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นและชุมชนในพื้นที่
เบอร์ติดต่อหลักเทศบาลเมืองพิบูลมังสาหาร โทร. 045-441-349
ช่วงเวลาน่าเที่ยวเดือนกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคมเหมาะกับการชมแก่งหิน ช่วงเดือนเมษายนเหมาะกับการชมงานประเพณีสงกรานต์แก่งสะพือ ส่วนช่วงเช้าและเย็นเหมาะกับการถ่ายภาพและพักผ่อนริมแม่น้ำ
ข้อควรระวังระวังหินลื่น พื้นต่างระดับ ร่องน้ำ กระแสน้ำ และระดับน้ำที่เปลี่ยนตามฤดูกาล เด็กควรอยู่ในความดูแลของผู้ใหญ่ และไม่ควรลงเล่นน้ำในจุดที่ไม่ทราบระดับน้ำ
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. ลานพระปรมาภิไธยแก่งสะพือ 0 กม. โทร. 045-441-349
2. วัดภูเขาแก้ว / พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดภูเขาแก้ว 2 กม.
3. ตัวเมืองพิบูลมังสาหาร 2 กม. โทร. 045-441-349
4. แก่งลำดวน 13 กม.
5. วัดปากน้ำบุ่งสะพัง 28 กม.
6. เขื่อนสิรินธร 35 กม. โทร. 045-366-081 ต่อ 3
7. พัทยาน้อย อุบลราชธานี 38 กม.
8. วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว 40 กม.
9. อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ 55 กม. โทร. 045-252-722
10. อุทยานแห่งชาติผาแต้ม 65 กม. โทร. 045-252-581
ร้านอาหารใกล้เคียง1. สหโภชนา แก่งสะพือ 0 กม. โทร. 08-613-8322
2. ฮงเฮง กุ้งแม่น้ำมูลอุบลฯ 2 กม. โทร. 088-361-8174
3. ร้านอาหารครัวริมมูล 2 กม. โทร. 081-579-2512
4. JIB HOUSE Restaurant พิบูลมังสาหาร 3 กม. โทร. 083-460-1866
5. บ.กุ้งเผา พิบูลมังสาหาร 3 กม. โทร. 087-961-0583
6. ครัวชมมูล แพอาหาร 15 กม.
7. ร้านอาหารในตัวเมืองพิบูลมังสาหาร 2 กม.
ที่พักใกล้เคียง1. แก่งสะพือริเวอร์ไซด์ โรงแรม 1 กม. โทร. 045-204-318-23
2. โรงแรมพิบูลกิจ 2 กม. โทร. 045-204-872, 081-547-9207
3. Pimbunya Bakery House & Cafe พิมพ์บุญญา 4 กม. โทร. 096-417-7026
4. Bluemoon Riverside Resort 15 กม. โทร. 045-959-889, 086-222-2384
5. โอเครีสอร์ท พิบูลมังสาหาร 8 กม.
6. ที่พักในตัวอำเภอพิบูลมังสาหาร 2 กม.
7. โรงแรมในตัวเมืองอุบลราชธานี 45 กม.
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: แก่งสะพือตั้งอยู่ที่ไหน?
ตอบ: แก่งสะพือตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองพิบูลมังสาหาร อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี เป็นแก่งหินธรรมชาติในแม่น้ำมูล ห่างจากตัวเมืองอุบลราชธานีประมาณ 45 กม.
 
ถาม: แก่งสะพือเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
 
ถาม: จุดเด่นของแก่งสะพือคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือแก่งหินน้อยใหญ่กลางแม่น้ำมูล กระแสน้ำไหลผ่านหินเกิดฟองขาวและเสียงน้ำกระทบหิน มีลานพระปรมาภิไธย ศาลาพักร้อน ร้านค้าพื้นเมือง และงานประเพณีสงกรานต์แก่งสะพือในเดือนเมษายน
 
ถาม: ช่วงไหนเหมาะกับการเที่ยวแก่งสะพือมากที่สุด?
ตอบ: เดือนกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคมเหมาะกับการชมแก่งหิน เพราะระดับน้ำลดจนเห็นโขดหินชัด ส่วนเดือนเมษายนเหมาะกับการชมบรรยากาศงานสงกรานต์แก่งสะพือ
 
ถาม: แก่งสะพือเล่นน้ำได้หรือไม่?
ตอบ: เล่นน้ำได้ในช่วงที่สภาพน้ำเหมาะสมและเฉพาะบริเวณที่ปลอดภัย ควรระวังหินลื่น พื้นต่างระดับ ร่องน้ำ และกระแสน้ำ โดยเด็กต้องอยู่ในความดูแลของผู้ใหญ่ตลอดเวลา
 
ถาม: เดินทางไปแก่งสะพืออย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองอุบลราชธานีใช้ทางหลวงหมายเลข 217 มุ่งหน้าอำเภอพิบูลมังสาหาร ระยะทางประมาณ 45 กม. เมื่อถึงตัวอำเภอให้เข้าสู่ถนนเลียบริมแม่น้ำมูลบริเวณแก่งสะพือ
 
ถาม: แก่งสะพือมีสิ่งอำนวยความสะดวกอะไรบ้าง?
ตอบ: มีศาลาพักร้อน จุดชมวิวริมแม่น้ำ ลานพักผ่อน ร้านอาหาร ร้านค้าพื้นเมือง ร้านของฝาก พื้นที่จอดรถตามสภาพพื้นที่ และบริการพื้นฐานในตัวอำเภอพิบูลมังสาหาร
 
ถาม: แก่งสะพือเที่ยวร่วมกับสถานที่ใดได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับวัดภูเขาแก้ว พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดภูเขาแก้ว แก่งลำดวน วัดปากน้ำบุ่งสะพัง เขื่อนสิรินธร พัทยาน้อย วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ และอุทยานแห่งชาติผาแต้มได้

ธรรมชาติ และสัตว์ป่าหมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า

แม่น้ำลำคลองกลุ่ม: ●แม่น้ำลำคลอง

ปรับปรุงล่าสุด : 3 เดือนที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(5)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(2)
พระราชวัง พระราชวัง(1)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(7)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(3)
วัด วัด(37)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(4)
โครงการหลวง โครงการหลวง(2)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(2)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(4)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(5)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(6)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(8)
น้ำตก น้ำตก(12)
น้ำพุร้อน น้ำพุร้อน(1)
ถ้ำ ถ้ำ(2)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(11)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(8)
หมู่เกาะ หมู่เกาะ(2)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(6)
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(2)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(1)
สวนน้ำ สวนน้ำ(1)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(1)