หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดอุบลราชธานี >อ.เมืองอุบลราชธานี >ต.แจระแม > พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอุบลราชธานี
TL;DR: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอุบลราชธานี อยู่ที่ถนนเขื่อนธานีตัดกับถนนอุปราช ใกล้ทุ่งศรีเมือง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี เปิดวันพุธ – วันอาทิตย์ ปิดวันจันทร์ วันอังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.00 – 16.00 น.

อุบลราชธานี

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอุบลราชธานี

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอุบลราชธานี

วันเปิดทำการ: วันพุธ – วันอาทิตย์ ปิดวันจันทร์ วันอังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์
เวลาเปิดทำการ: 09.00 – 16.00 น.
 
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอุบลราชธานี เป็นพิพิธภัณฑ์สำคัญใจกลางเมืองอุบลราชธานี ตั้งอยู่เลขที่ 318 ถนนเขื่อนธานี ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี ภายในอาคารศาลากลางจังหวัดหลังเก่าที่สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2461 และได้รับการปรับใช้เป็นพื้นที่จัดแสดงประวัติศาสตร์ โบราณคดี ศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิต และภูมิปัญญาท้องถิ่นของเมืองอุบลราชธานีอย่างครบถ้วน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรู้จักเมืองอุบลราชธานีในมุมลึก ตั้งแต่สภาพภูมิศาสตร์ การตั้งถิ่นฐานยุคแรก ร่องรอยวัฒนธรรมทวารวดี เจนละ ขอม ไทย-ลาว ผ้าทอพื้นเมือง ดนตรีพื้นบ้าน เครื่องใช้ของเจ้าเมือง ไปจนถึงงานประณีตศิลป์เนื่องในพระพุทธศาสนา
 
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ควรเริ่มต้นก่อนออกเที่ยวอุบลราชธานี เพราะช่วยให้เข้าใจรากของเมืองก่อนเดินทางต่อไปยังวัดสำคัญ ย่านเมืองเก่า ทุ่งศรีเมือง และแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมอื่น ๆ ในจังหวัด อาคารสีเหลืองนวลหลังคาทรงปั้นหยาไม่เพียงเป็นสถานที่เก็บรักษาโบราณวัตถุ แต่ยังเป็นหลักฐานทางสถาปัตยกรรมของเมืองที่สะท้อนช่วงเวลาการเปลี่ยนผ่านจากระบบมณฑลสู่การปกครองจังหวัดสมัยใหม่ ภายในจัดแสดงเป็นห้องนิทรรศการถาวรหลายส่วน เดินชมได้เป็นลำดับ อ่านง่าย และเหมาะกับทั้งนักเรียน นักศึกษา ครอบครัว นักท่องเที่ยวไทย และชาวต่างชาติที่สนใจอีสานใต้
 
ตัวอาคารพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอุบลราชธานีเดิมเป็นศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว บนพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับประวัติเมืองและการบริหารราชการส่วนภูมิภาคของอุบลราชธานีในอดีต อาคารหลังนี้มีลักษณะเป็นอาคารชั้นเดียว ก่ออิฐถือปูน ยกพื้นสูง แผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า หันหน้าไปทางทิศเหนือ มีห้องโถงใหญ่อยู่กึ่งกลางและห้องขนาดเล็กรายรอบ ระเบียงทางเดินช่วยเชื่อมพื้นที่ต่าง ๆ ภายในอาคารเข้าด้วยกันอย่างเป็นระเบียบ เหนือกรอบประตูและหัวเสารับชายคาประดับไม้ฉลุลายพันธุ์พฤกษา ทำให้ตัวอาคารมีทั้งความสง่างามแบบอาคารราชการเก่าและรายละเอียดประณีตที่สะท้อนฝีมือช่างในยุคต้นศตวรรษที่ 20 ของสยาม
 
ความสำคัญของอาคารหลังนี้ไม่ได้อยู่ที่อายุเกิน 100 ปีเท่านั้น แต่ยังอยู่ที่การเป็นพยานของการเติบโตของเมืองอุบลราชธานี อาคารเคยทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางราชการ ก่อนที่จังหวัดจะสร้างศาลากลางหลังใหม่ทางด้านตะวันตกของทุ่งศรีเมืองเมื่อ พ.ศ. 2511 ต่อมาเมื่ออาคารศาลากลางหลังเก่าหมดบทบาทด้านราชการโดยตรง จังหวัดอุบลราชธานีได้มอบอาคารให้กรมศิลปากรบูรณะและใช้ประโยชน์เป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติในปี พ.ศ. 2526 หลังจากบูรณะตัวอาคารและจัดทำนิทรรศการถาวรแล้วเสร็จ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระอิสริยยศในขณะนั้น เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2532 ทำให้อาคารศาลากลางหลังเก่ากลายเป็นพื้นที่เรียนรู้สาธารณะที่มีคุณค่าต่อเมืองจนถึงปัจจุบัน
 
เมื่อมองในเชิงสถาปัตยกรรม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอุบลราชธานีเป็นอาคารที่มีความงามเรียบขรึมและใช้สัดส่วนอย่างสมดุล หลังคาทรงปั้นหยามุงกระเบื้องช่วยลดความแข็งของอาคารราชการ ขณะที่ผนังปูนสีอ่อน หน้าต่างบานทึบสีเข้ม และระเบียงรอบอาคารให้บรรยากาศเย็นสบายตามแบบอาคารที่สร้างให้เหมาะกับภูมิอากาศร้อนชื้นของไทย พื้นที่สนามด้านหน้าและแนวอาคารแนวนอนทำให้ภาพรวมของพิพิธภัณฑ์ดูสงบ ไม่เร่งรีบ เหมาะกับการเดินชมอย่างละเมียด อาคารหลังนี้ได้รับรางวัลด้านการอนุรักษ์ศิลปะและสถาปัตยกรรมจากสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์เมื่อ พ.ศ. 2532 และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานโดยกรมศิลปากรเมื่อ พ.ศ. 2544 คุณค่าจึงอยู่ทั้งในฐานะอาคารราชการเก่า โบราณสถาน และพิพิธภัณฑ์ประจำเมือง
 
จุดเด่นสำคัญของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้คือการจัดแสดงเรื่องราวของจังหวัดอุบลราชธานีแบบเชื่อมโยงจากธรรมชาติไปสู่ผู้คน จากภูมิประเทศไปสู่ประวัติศาสตร์ และจากโบราณวัตถุไปสู่วิถีชีวิต การเดินชมจึงไม่ใช่เพียงการดูของเก่าในตู้จัดแสดง แต่เป็นการอ่านเมืองผ่านหลักฐานที่จับต้องได้ ผู้เข้าชมจะเห็นว่าอุบลราชธานีไม่ได้เป็นเพียงจังหวัดใหญ่ริมแม่น้ำมูลเท่านั้น แต่เป็นพื้นที่ที่มีความสัมพันธ์กับอารยธรรมหลายช่วงเวลา ทั้งวัฒนธรรมก่อนประวัติศาสตร์ ร่องรอยทวารวดี เจนละ ขอมสมัยเมืองพระนคร ชุมชนไทย-ลาว และศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นที่สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน
 
ห้องจัดแสดงภายในแบ่งหัวข้ออย่างชัดเจน เริ่มจากข้อมูลทั่วไปของจังหวัดอุบลราชธานีที่ทำให้ผู้เข้าชมเข้าใจตำแหน่งของเมือง สภาพพื้นที่ และความสำคัญของอุบลราชธานีในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ต่อด้วยภูมิศาสตร์และธรณีวิทยาของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งช่วยอธิบายว่าภูมิประเทศ แม่น้ำ แหล่งทรัพยากร และสภาพแวดล้อมมีผลต่อการตั้งถิ่นฐานของผู้คนอย่างไร จากนั้นเข้าสู่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่แสดงหลักฐานการอยู่อาศัย เครื่องมือ เครื่องใช้ และร่องรอยวัฒนธรรมยุคแรกของมนุษย์ในพื้นที่ ก่อนเชื่อมไปสู่ช่วงประวัติศาสตร์เริ่มแรก วัฒนธรรมทวารวดี และวัฒนธรรมเจนละหรือเขมรสมัยก่อนเมืองพระนคร ระหว่างพุทธศตวรรษที่ 12 – 15
 
เนื้อหาช่วงวัฒนธรรมทวารวดี เจนละ และขอมทำให้พิพิธภัณฑ์แห่งนี้น่าสนใจมากสำหรับผู้ที่ชื่นชอบโบราณคดีอีสานใต้ เพราะจังหวัดอุบลราชธานีและพื้นที่ใกล้เคียงเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงโลกภาคอีสานกับลุ่มแม่น้ำโขงและอารยธรรมเขมรโบราณ ห้องจัดแสดงเกี่ยวกับวัฒนธรรมขอมหรือเขมรสมัยเมืองพระนคร ระหว่างพุทธศตวรรษที่ 15 – 18 ช่วยให้เห็นอิทธิพลทางศาสนา ศิลปะ และคติความเชื่อที่ปรากฏผ่านโบราณวัตถุ รูปเคารพ ชิ้นส่วนสถาปัตยกรรม และศิลปวัตถุที่พบในพื้นที่ ผู้เข้าชมจึงสามารถมองอุบลราชธานีเป็นส่วนหนึ่งของภาพใหญ่ทางประวัติศาสตร์อุษาคเนย์ ไม่ใช่เพียงเมืองชายแดนปลายทางของแผนที่ไทยในปัจจุบัน
 
ต่อจากยุคอิทธิพลขอม นิทรรศการจะพาผู้ชมเข้าสู่วัฒนธรรมไทย-ลาวระหว่างพุทธศตวรรษที่ 23 – 25 ซึ่งเป็นช่วงสำคัญต่อการก่อรูปเมืองอุบลราชธานีในความหมายทางสังคมและวัฒนธรรม ผู้ชมจะได้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างเมือง ผู้คน ศาสนา และงานช่างพื้นบ้านที่สร้างตัวตนอุบลราชธานีให้มีเอกลักษณ์เฉพาะ วัฒนธรรมไทย-ลาวสะท้อนอยู่ในงานศิลปกรรมทางพระพุทธศาสนา เครื่องใช้ พิธีกรรม ภาษา อาหาร ผ้าทอ และขนบธรรมเนียมที่ยังพบร่องรอยได้ในชีวิตประจำวันของชาวอุบลฯ การเดินชมส่วนนี้ช่วยให้เข้าใจว่าความเป็นอุบลราชธานีไม่ได้เกิดขึ้นทันที แต่ค่อย ๆ สะสมจากการอพยพ การตั้งถิ่นฐาน ความสัมพันธ์ระหว่างชุมชน และศรัทธาทางพระพุทธศาสนาที่ผูกเมืองเข้ากับผู้คน
 
อีกส่วนหนึ่งที่ทำให้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอุบลราชธานีมีเสน่ห์คือห้องจัดแสดงผ้าโบราณและผ้าพื้นเมืองอุบลราชธานี ผ้าทอไม่ได้เป็นเพียงเครื่องนุ่งห่ม แต่เป็นภาษาทางวัฒนธรรมที่บอกฐานะ ความเชื่อ รสนิยม ทักษะฝีมือ และความสัมพันธ์ของผู้คนในชุมชน ลวดลาย สีสัน และเทคนิคการทอสะท้อนความละเอียดอ่อนของภูมิปัญญาท้องถิ่นอีสานใต้ได้อย่างชัดเจน เมื่อเดินชมต่อไปยังห้องดนตรีพื้นเมือง ผู้เข้าชมจะได้เห็นเครื่องดนตรีและร่องรอยวัฒนธรรมการละเล่นที่ทำให้เมืองมีชีวิตชีวา ส่วนห้องศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านและเครื่องใช้ในครัวเรือนช่วยขยายภาพชีวิตของผู้คนธรรมดา ทั้งการทำกิน การอยู่อาศัย การใช้เครื่องมือ และงานช่างที่เกิดจากการปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อม
 
ห้องจัดแสดงเกี่ยวกับการปกครองและงานประณีตศิลป์เนื่องในพระพุทธศาสนาช่วยปิดภาพรวมของเมืองได้อย่างสมบูรณ์ เพราะอุบลราชธานีเป็นเมืองที่มีทั้งบทบาทด้านการปกครอง การศาสนา และศิลปวัฒนธรรมควบคู่กันมาอย่างยาวนาน เครื่องใช้ของเจ้าเมือง เอกสาร ภาพถ่ายเก่า และศิลปวัตถุทางศาสนาที่จัดแสดงในส่วนนี้ทำให้ผู้เข้าชมเห็นว่าความเจริญของเมืองไม่ได้เกิดจากอำนาจราชการเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความร่วมมือของชุมชน วัด ช่างฝีมือ ผู้ปกครองท้องถิ่น และผู้คนที่รักษามรดกวัฒนธรรมไว้ในชีวิตประจำวัน จุดเด่นเหล่านี้ทำให้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอุบลราชธานีเป็นสถานที่ที่เหมาะกับการศึกษาเชิงลึกและเหมาะกับการเดินชมอย่างช้า ๆ มากกว่าการแวะถ่ายภาพเพียงไม่กี่นาที
 
พิพิธภัณฑ์ยังเป็นจุดเชื่อมสำคัญระหว่างเมืองเก่าอุบลราชธานีกับสถานที่รอบทุ่งศรีเมือง ด้านหนึ่งของพื้นที่อยู่ใกล้วัดศรีอุบลรัตนารามหรือวัดศรีทอง อีกด้านอยู่ไม่ไกลจากวัดทุ่งศรีเมือง ศาลหลักเมืองจังหวัดอุบลราชธานี ทุ่งศรีเมือง และตลาดกลางคืนในย่านเมืองเก่า ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถจัดเส้นทางเดินเที่ยวเชิงวัฒนธรรมได้อย่างต่อเนื่อง เริ่มจากพิพิธภัณฑ์เพื่อทำความเข้าใจภาพรวมของเมือง จากนั้นเดินหรือใช้รถระยะสั้นไปชมวัดเก่า สวนสาธารณะ ศาลหลักเมือง และพื้นที่จัดงานสำคัญของจังหวัด โดยเฉพาะช่วงเทศกาลแห่เทียนพรรษา อุบลราชธานี บริเวณทุ่งศรีเมืองและพื้นที่ใกล้เคียงจะยิ่งมีความคึกคักและสะท้อนเอกลักษณ์เมืองดอกบัวได้ชัดเจน
 
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบถ่ายภาพ ตัวอาคารพิพิธภัณฑ์มีมุมสวยตั้งแต่ประตูทางเข้า ด้านหน้าอาคาร สนามหญ้า หน้าต่างสีเข้ม และแนวหลังคาทรงปั้นหยา ความงามของสถานที่อยู่ที่ความเรียบ สงบ และสมมาตร จึงเหมาะกับการถ่ายภาพเชิงสถาปัตยกรรมมากกว่าภาพท่องเที่ยวแบบฉูดฉาด ภายในควรเดินชมด้วยความเคารพต่อสถานที่และปฏิบัติตามข้อกำหนดของเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะเรื่องการถ่ายภาพในห้องจัดแสดง การไม่แตะต้องโบราณวัตถุ และการใช้เสียงอย่างเหมาะสม พื้นที่นี้เป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้ จึงควรรักษาบรรยากาศให้เหมาะสำหรับผู้เข้าชมทุกกลุ่ม
 
เวลาที่เหมาะกับการเข้าชมคือช่วงเช้าหรือช่วงต้นบ่าย เพราะสามารถใช้เวลาประมาณ 1 – 2 ชั่วโมงในการเดินอ่านเนื้อหาและชมวัตถุจัดแสดงโดยไม่เร่งรีบ หากเดินทางแบบครอบครัวหรือพานักเรียนเข้าชม ควรเผื่อเวลามากขึ้นเพื่ออ่านป้ายคำอธิบายและพูดคุยเรื่องประวัติเมืองไปพร้อมกัน พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เหมาะกับการวางเป็นจุดแรกของทริปในตัวเมืองอุบลราชธานี เพราะหลังจากเข้าใจบริบททางประวัติศาสตร์แล้ว การไปเยือนวัดทุ่งศรีเมือง วัดศรีอุบลรัตนาราม วัดมหาวนาราม หรือทุ่งศรีเมืองจะมีมิติทางความหมายมากขึ้น นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่สนใจวัฒนธรรมอีสานใต้จะได้รับภาพรวมที่ชัดเจนก่อนเดินทางต่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวอื่นของจังหวัด เช่น วัดพระธาตุหนองบัว แม่น้ำมูล หรือแหล่งธรรมชาติในอุบลราชธานี
 
ค่าธรรมเนียมเข้าชมถือว่าเข้าถึงง่าย โดยชาวไทย 20 บาท และชาวต่างชาติ 100 บาท พิพิธภัณฑ์เปิดวันพุธถึงวันอาทิตย์ เวลา 09.00 – 16.00 น. ปิดวันจันทร์ วันอังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ผู้ที่ต้องการพาหมู่คณะเข้าชมควรติดต่อพิพิธภัณฑ์ล่วงหน้าเพื่อความเรียบร้อย โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียน นักศึกษา หรือคณะศึกษาดูงานที่ต้องการการนำชมเป็นระบบ สำหรับผู้เดินทางคนเดียวหรือกลุ่มเล็ก สามารถเดินชมตามลำดับห้องได้สะดวก เพราะเนื้อหาภายในพิพิธภัณฑ์วางโครงเรื่องเป็นหมวดหมู่ ตั้งแต่ข้อมูลทั่วไปของจังหวัดไปจนถึงศิลปวัฒนธรรมและการปกครอง
 
การเดินทาง ไปพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอุบลราชธานีทำได้สะดวกมาก เพราะตั้งอยู่ใจกลางเมือง ใกล้ทุ่งศรีเมืองและถนนสายสำคัญของเขตเมืองเก่า หากเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว สามารถใช้เส้นทางเข้าสู่ถนนเขื่อนธานีบริเวณตัดกับถนนอุปราช แล้วสังเกตอาคารพิพิธภัณฑ์สีเหลืองนวลซึ่งตั้งอยู่ใกล้พื้นที่ราชการและย่านเมืองเก่า หากเดินทางจากสนามบินอุบลราชธานี ระยะทางเข้าสู่พิพิธภัณฑ์ประมาณ 3 กม. ใช้เวลาไม่นานด้วยรถแท็กซี่ รถรับจ้าง หรือรถบริการผ่านแอปพลิเคชัน หากเดินทางด้วยรถไฟหรือรถโดยสาร สามารถต่อรถในเมืองมายังทุ่งศรีเมืองหรือถนนเขื่อนธานีได้ไม่ยาก และเมื่อถึงพิพิธภัณฑ์แล้วสามารถเดินต่อไปยังวัดศรีอุบลรัตนาราม ทุ่งศรีเมือง ศาลหลักเมือง และวัดทุ่งศรีเมืองได้ในระยะใกล้ เหมาะกับการเที่ยวแบบครึ่งวันในตัวเมือง
 
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอุบลราชธานีจึงเป็นมากกว่าสถานที่เก็บโบราณวัตถุ เพราะเป็นพื้นที่ที่ทำให้ผู้มาเยือนอ่านประวัติเมืองอุบลราชธานีได้ในหน้าเดียว ตั้งแต่อาคารราชการเก่า สถาปัตยกรรมอนุรักษ์ ความทรงจำของเมือง หลักฐานก่อนประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมทวารวดี เจนละ ขอม ไทย-ลาว ผ้าทอ ดนตรีพื้นเมือง เครื่องใช้ และงานพุทธศิลป์ เมื่อเดินออกจากพิพิธภัณฑ์แล้วไปต่อยังเมืองจริงรอบทุ่งศรีเมือง ผู้เข้าชมจะเห็นว่าเรื่องเล่าในห้องจัดแสดงยังมีชีวิตอยู่ในถนน วัด ผู้คน และประเพณีของอุบลราชธานี พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จึงเหมาะสำหรับทุกคนที่ต้องการเที่ยวอุบลราชธานีให้ลึกกว่าการแวะชมจุดสวยงาม และต้องการเข้าใจว่าทำไมเมืองแห่งนี้จึงเป็นหนึ่งในศูนย์กลางวัฒนธรรมสำคัญของภาคอีสาน
 
ชื่อสถานที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอุบลราชธานี
ชื่อภาษาอังกฤษUbon Ratchathani National Museum
ที่ตั้งถนนเขื่อนธานีตัดกับถนนอุปราช ใกล้ทุ่งศรีเมือง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี
ที่อยู่318 ถนนเขื่อนธานี ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี 34000
พิกัด15.227711, 104.857746
ไฮไลต์อาคารศาลากลางจังหวัดหลังเก่าสร้างเมื่อ พ.ศ. 2461 ปรับเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่เล่าเรื่องเมืองอุบลราชธานีตั้งแต่ภูมิศาสตร์ โบราณคดี ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม ผ้าทอ ดนตรีพื้นบ้าน และงานพุทธศิลป์
ประวัติ / สมัย / ยุคสร้างเป็นศาลากลางจังหวัดเมื่อ พ.ศ. 2461 จังหวัดมอบใหักรมศิลปากรบูรณะและจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติใน พ.ศ. 2526 และเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2532
ที่มาของชื่อใช้ชื่อตามฐานะของหน่วยงานพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติประจำจังหวัดอุบลราชธานี ภายใต้การดูแลของกรมศิลปากร
ลักษณะเด่นอาคารชั้นเดียวก่ออิฐถือปูนยกพื้นสูง หลังคาทรงปั้นหยา แผนผังสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีห้องโถงกลาง ระเบียงทางเดิน และไม้ฉลุลายพันธุ์พฤกษาประดับบริเวณกรอบประตูและหัวเสารับชายคา
การเดินทางเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถแท็กซี่ รถรับจ้าง หรือรถบริการผ่านแอปพลิเคชัน เข้าทางถนนเขื่อนธานีบริเวณใกล้ทุ่งศรีเมือง จากสนามบินอุบลราชธานีประมาณ 3 กม.
สถานะปัจจุบันเปิดให้เข้าชมตามวันและเวลาทำการของพิพิธภัณฑ์
วันเปิดทำการวันพุธ – วันอาทิตย์ ปิดวันจันทร์ วันอังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์
เวลาเปิดทำการ09.00 – 16.00 น.
ค่าเข้าชาวไทย 20 บาท / ชาวต่างชาติ 100 บาท
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญห้องจัดแสดงที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของจังหวัดอุบลราชธานี
ห้องจัดแสดงที่ 2 ภูมิศาสตร์และธรณีวิทยาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ห้องจัดแสดงที่ 3 สมัยก่อนประวัติศาสตร์
ห้องจัดแสดงที่ 4 สมัยประวัติศาสตร์เริ่มแรก วัฒนธรรมทวารวดี และวัฒนธรรมเจนละ
ห้องจัดแสดงที่ 5 วัฒนธรรมขอมหรือเขมรสมัยเมืองพระนคร
ห้องจัดแสดงที่ 6 วัฒนธรรมไทย-ลาว
ห้องจัดแสดงที่ 7 ผ้าโบราณและผ้าพื้นเมืองอุบลราชธานี
ห้องจัดแสดงที่ 8 ดนตรีพื้นเมือง
ห้องจัดแสดงที่ 9 ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านและเครื่องใช้ในครัวเรือน
ห้องจัดแสดงที่ 10 การปกครองและงานประณีตศิลป์เนื่องในพระพุทธศาสนา
ผู้ดูแลกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม
เบอร์ติดต่อหลัก045-251-015
เว็บไซต์ / เพจทางการเว็บไซต์กรมศิลปากร พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี / Facebook: UbonNationalMuseum
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. วัดศรีอุบลรัตนาราม (วัดศรีทอง) ประมาณ 0.3 กม.
2. ทุ่งศรีเมือง อุบลราชธานี ประมาณ 0.4 กม.
3. ศาลหลักเมืองจังหวัดอุบลราชธานี ประมาณ 0.4 กม.
4. วัดทุ่งศรีเมือง อุบลราชธานี ประมาณ 0.7 กม.
5. วัดมหาวนาราม ประมาณ 1.2 กม.
6. ตลาดทุ่งศรีเมือง / ย่านอาหารกลางคืน ประมาณ 0.3 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. Daily Dish ทุ่งศรีเมือง ประมาณ 0.1 กม. โทร. 082-623-6942
2. PunThai Coffee ทุ่งศรีเมือง ประมาณ 0.2 กม. โทร. 080-086-5527
3. Jungle Cafe สาขาทุ่งศรีเมือง อุบลราชธานี ประมาณ 0.8 กม. โทร. 091-852-0095
4. Guay Jub Ubon ประมาณ 1 กม. โทร. 087-074-0499
5. View Mun ประมาณ 5 กม. โทร. 094-538-3939
ที่พักใกล้เคียง1. The Ratchathani Hotel ประมาณ 0.3 กม.
2. Ubon Hotel ประมาณ 0.4 กม.
3. Eco Inn Lite Ubon Ratchathani ประมาณ 0.6 กม.
4. T3 House ประมาณ 1.1 กม. โทร. 045-244-911
5. YUU Hotel & Cafe ประมาณ 1.3 กม. โทร. 085-614-1111
6. Laithong Hotel ประมาณ 1.4 กม. โทร. 045-264-271-3
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอุบลราชธานีเปิดวันไหน?
ตอบ: เปิดวันพุธถึงวันอาทิตย์ เวลา 09.00 – 16.00 น. ปิดวันจันทร์ วันอังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์
 
ถาม: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอุบลราชธานีค่าเข้าชมเท่าไร?
ตอบ: ค่าเข้าชมชาวไทย 20 บาท และชาวต่างชาติ 100 บาท
 
ถาม: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอุบลราชธานีอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ตั้งอยู่เลขที่ 318 ถนนเขื่อนธานี ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี ใกล้ทุ่งศรีเมือง
 
ถาม: ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอุบลราชธานีมีอะไรน่าสนใจ?
ตอบ: มีห้องจัดแสดงเรื่องภูมิศาสตร์ ธรณีวิทยา สมัยก่อนประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมทวารวดี เจนละ ขอม ไทย-ลาว ผ้าพื้นเมือง ดนตรีพื้นบ้าน ศิลปหัตถกรรม เครื่องใช้ และงานพุทธศิลป์
 
ถาม: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอุบลราชธานีเหมาะกับใคร?
ตอบ: เหมาะกับนักท่องเที่ยวทั่วไป ครอบครัว นักเรียน นักศึกษา ผู้สนใจประวัติศาสตร์ โบราณคดี ศิลปวัฒนธรรมอีสานใต้ และชาวต่างชาติที่ต้องการเข้าใจเมืองอุบลราชธานีก่อนเที่ยวต่อ
 
ถาม: เดินทางไปพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอุบลราชธานีอย่างไร?
ตอบ: สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถแท็กซี่ รถรับจ้าง หรือรถบริการผ่านแอปพลิเคชัน โดยตั้งอยู่ใจกลางเมืองใกล้ทุ่งศรีเมืองและอยู่ห่างจากสนามบินอุบลราชธานีประมาณ 3 กม.
 
ถาม: ควรใช้เวลาเข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอุบลราชธานีนานเท่าไร?
ตอบ: ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 1 – 2 ชั่วโมง เพื่อเดินชมอาคาร ห้องจัดแสดง และอ่านเรื่องราวประวัติศาสตร์ของเมืองอย่างครบถ้วน
 
ถาม: เที่ยวพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอุบลราชธานีแล้วไปที่ไหนต่อได้บ้าง?
ตอบ: สามารถไปต่อที่วัดศรีอุบลรัตนาราม ทุ่งศรีเมือง ศาลหลักเมืองจังหวัดอุบลราชธานี วัดทุ่งศรีเมือง วัดมหาวนาราม และย่านตลาดทุ่งศรีเมืองได้สะดวก

โทร : 045251015, 045255071

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดกหมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

พิพิธภัณฑ์กลุ่ม: ●พิพิธภัณฑ์

ปรับปรุงล่าสุด : 7 วันที่แล้ว


คลิกเพื่อเข้าแผนที่นำทาง GPS

แผนที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอุบลราชธานี

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(5)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(2)
พระราชวัง พระราชวัง(1)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(7)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(3)
วัด วัด(37)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(4)
โครงการหลวง โครงการหลวง(2)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(2)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(4)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(5)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(6)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(8)
น้ำตก น้ำตก(12)
น้ำพุร้อน น้ำพุร้อน(1)
ถ้ำ ถ้ำ(2)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(11)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(8)
หมู่เกาะ หมู่เกาะ(2)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(6)
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(1)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(1)