หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดนครราชสีมา >อ.ปากช่อง >ต.พญาเย็น > ไร่องุ่นกราน-มอนเต้
TL;DR: ไร่องุ่นกราน-มอนเต้ อยู่ที่ตำบลพญาเย็น อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เปิดทุกวัน เวลา ทัวร์ไร่และโรงบ่ม วันธรรมดา 10.00, 11.30, 13.30, 15.00, 16.00 น. /.
ไร่องุ่นกราน-มอนเต้

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: ทัวร์ไร่และโรงบ่ม วันธรรมดา 10.00, 11.30, 13.30, 15.00, 16.00 น. / วันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุด 09.00, 10.00, 11.30, 13.30, 15.00, 16.30 น. / VinCotto Restaurant 07.30 – 22.00 น.
ไร่องุ่นกราน-มอนเต้ นครราชสีมา เป็นไร่องุ่นและไวเนอรี่ชั้นนำของประเทศไทย ตั้งอยู่เลขที่ 52 หมู่ 9 ถนนผ่านศึก – กุดคล้า ตำบลพญาเย็น อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ในพื้นที่หุบเขาอโศกบริเวณเชิงเขาใหญ่ ชื่อ GranMonte ได้รับแรงบันดาลใจจากความหมายของเขาใหญ่หรือเขาลูกใหญ่ สอดคล้องกับภูมิประเทศรอบไร่ที่รายล้อมด้วยแนวเขา อากาศโปร่ง และทิวทัศน์ไร่องุ่นที่ทอดตัวเป็นแถวบนเนินลาดอย่างเป็นระเบียบ ที่นี่ไม่ใช่เพียงแหล่งปลูกองุ่นสำหรับผลิตไวน์ แต่เป็นจุดหมายท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่รวมการเรียนรู้เรื่ององุ่น การผลิตไวน์เขตใหม่ของโลก ร้านอาหาร ที่พัก และประสบการณ์ชมไร่ไว้ในพื้นที่เดียวกัน
เสน่ห์ของไร่องุ่นกราน-มอนเต้อยู่ที่การทำให้ผู้มาเยือนได้เห็นภาพของไวน์ไทยอย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่ต้นองุ่น แปลงปลูก ระบบดูแลสภาพอากาศขนาดเล็ก การเก็บเกี่ยว การคัดเลือกผลผลิต การบ่ม การบรรจุ และการชิมในบริบทของไร่จริง นักท่องเที่ยวจำนวนมากอาจคุ้นกับเขาใหญ่ในฐานะพื้นที่ภูเขา รีสอร์ท คาเฟ่ และอุทยานแห่งชาติ แต่กราน-มอนเต้ช่วยเพิ่มมิติใหม่ให้เขาใหญ่ในฐานะพื้นที่ผลิตไวน์เขตร้อนที่มีคุณภาพและได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ การมาเยือนจึงเป็นทั้งการพักผ่อนและการทำความเข้าใจอุตสาหกรรมเกษตรที่มีความละเอียดสูง
พื้นที่หลักของกราน-มอนเต้มีไร่องุ่นประมาณ 100 ไร่ หรือ 40 เอเคอร์ ตั้งอยู่ที่ระดับความสูงประมาณ 350 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลในหุบเขาที่มีเนินลาดอ่อน สภาพภูมิประเทศลักษณะนี้ช่วยให้ไร่มีสภาพอากาศย่อยที่เหมาะกับการปลูกองุ่นในภูมิภาคเขตร้อน องุ่นที่ปลูกมีหลายสายพันธุ์ เช่น Syrah, Cabernet Sauvignon, Durif, Grenache, Chenin Blanc, Verdelho, Viognier, Sauvignon Blanc และ Semillon รวมถึงพันธุ์ทางเลือกอย่าง Merlot, Malbec, Barbera, Marsanne และ Roussanne การมีองุ่นหลายสายพันธุ์ทำให้ไร่มีบุคลิกทางการผลิตที่หลากหลาย และช่วยให้ผู้เข้าชมเห็นความซับซ้อนของการเลือกพันธุ์ให้เหมาะกับดิน ฟ้า อากาศ และเป้าหมายของการทำไวน์
กราน-มอนเต้มีจุดเด่นด้านการจัดการไร่องุ่นด้วยระบบ Smart Vineyard และระบบตรวจวัดสภาพอากาศเฉพาะจุดหรือ microclimate monitoring ซึ่งช่วยติดตามอุณหภูมิ ความชื้น และปัจจัยแวดล้อมที่มีผลต่อคุณภาพขององุ่น เทคโนโลยีนี้มีความสำคัญมาก เพราะองุ่นเป็นพืชที่ตอบสนองต่อสภาพอากาศอย่างละเอียด ความแตกต่างของอุณหภูมิ ความชื้น ฝน แสงแดด และการระบายอากาศสามารถส่งผลต่อกลิ่น รส ความหวาน กรด และความสมบูรณ์ของผลผลิตได้โดยตรง การใช้ข้อมูลเข้ามาช่วยตัดสินใจจึงทำให้ไร่สามารถดูแลต้นองุ่นอย่างแม่นยำมากขึ้น
ความสำเร็จของกราน-มอนเต้เกิดจากการมององุ่นและไวน์ไทยในฐานะงานเกษตรที่ต้องใช้เวลา ความรู้ และการทดลองอย่างต่อเนื่อง ครอบครัวโลหิตนาวีเริ่มพัฒนาพื้นที่จากที่ดินซึ่งเคยเป็นไร่ข้าวโพดและสวนมะม่วงหิมพานต์ในปี 1999 ก่อนค่อย ๆ ทดลองปลูกองุ่น ศึกษาดิน เลือกพันธุ์ และพัฒนาระบบผลิตไวน์ไทยจากองุ่นที่ปลูกบนผืนดินเขาใหญ่ ไร่องุ่นแห่งนี้จึงไม่ใช่เพียงธุรกิจท่องเที่ยว แต่เป็นผลลัพธ์ของการสร้างองค์ความรู้ด้าน viticulture และ winemaking ในพื้นที่ที่เดิมไม่ถูกมองว่าเป็นภูมิภาคไวน์แบบดั้งเดิม
บุคคลสำคัญของกราน-มอนเต้ ได้แก่ คุณวิสุทธิ์ โลหิตนาวี ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารหลัก คุณสกุณา โลหิตนาวี ประธานของกิจการ คุณนิกกี้ หรือวิสุทธา โลหิตนาวี นักทำไวน์และ oenologist ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาไวน์ของกราน-มอนเต้ และคุณมีมี่ โลหิตนาวี ผู้ดูแลงานการตลาดและประชาสัมพันธ์ ความเป็นกิจการครอบครัวทำให้กราน-มอนเต้มีบุคลิกเฉพาะตัว ชัดเจนทั้งด้านความตั้งใจในการผลิตไวน์ไทย คุณภาพของประสบการณ์ท่องเที่ยว และการสื่อสารเรื่องเขาใหญ่ในฐานะ wine destination ของประเทศไทย
หากมองในเชิงประวัติศาสตร์ของไร่ ปี 1999 คือจุดเริ่มต้นของการวางรากฐาน ปี 2003 เป็นช่วงที่กราน-มอนเต้เปิดตัวไวน์วินเทจแรกจากปี 2001 ปี 2006 กราน-มอนเต้เริ่มจัดทัวร์ไร่และโรงบ่มไวน์ซึ่งถือเป็นประสบการณ์สำคัญสำหรับการท่องเที่ยวเชิงไวน์ในประเทศไทย ปี 2008 เป็นปีที่นิกกี้ โลหิตนาวีสำเร็จการศึกษาด้าน Oenology พร้อมเกียรตินิยมด้าน Viticulture จาก University of Adelaide และปี 2009 โรงบ่ม Asoke Valley Winery เริ่มดำเนินงานอย่างเป็นทางการ เส้นทางเหล่านี้ทำให้ไร่ค่อย ๆ เติบโตจากแปลงทดลองสู่ผู้ผลิตไวน์ไทยที่มีชื่อเสียง
ความสำคัญอีกประการของกราน-มอนเต้คือบทบาทในการผลักดัน Khao Yai Wine ให้เป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ Geographical Indication ซึ่งช่วยยืนยันที่มาและมาตรฐานของไวน์ที่ผลิตจากพื้นที่เขาใหญ่ การได้รับ GI ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องหมายทางการค้า แต่เป็นการเชื่อมคุณภาพของผลิตภัณฑ์เข้ากับภูมิประเทศ ภูมิอากาศ ดิน และฝีมือของผู้ผลิตในพื้นที่จริง สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ สิ่งนี้ช่วยให้เข้าใจว่าไวน์เขาใหญ่ไม่ใช่เรื่องแปลกแยกจากพื้นที่ แต่เป็นผลลัพธ์ของภูมิภาคที่พัฒนาเอกลักษณ์ด้านองุ่นและไวน์ขึ้นมาอย่างเป็นระบบ
ทัวร์ไร่และโรงบ่มไวน์เป็นกิจกรรมหลักที่ทำให้ผู้มาเยือนเข้าใจกราน-มอนเต้อย่างครบถ้วน ผู้เข้าร่วมจะได้เดินทางผ่านไร่องุ่น เรียนรู้เรื่องการปลูกองุ่นไวน์ในพื้นที่เขตร้อน ชมโรงบ่มไวน์สมัยใหม่ และปิดท้ายด้วยการชิมไวน์ 4 รายการคู่กับของว่างหรืออาหารที่จัดให้เหมาะสม ผู้เข้าร่วมอายุต่ำกว่า 20 ปีได้รับน้ำองุ่นแทนไวน์ ทำให้กิจกรรมยังสามารถรองรับครอบครัวหรือกลุ่มที่มีสมาชิกหลายวัยได้ การมีรอบทัวร์หลายช่วงต่อวันช่วยให้นักท่องเที่ยววางแผนร่วมกับร้านอาหารหรือสถานที่ใกล้เคียงได้สะดวก
การชมไร่องุ่นของกราน-มอนเต้ต่างจากการชมสวนผลไม้ทั่วไป เพราะผู้เข้าชมไม่ได้ดูเพียงพวงองุ่นที่สวยงาม แต่ได้เรียนรู้ว่าองุ่นสำหรับทำไวน์มีลักษณะ ความเข้มข้น และเป้าหมายทางรสชาติแตกต่างจากองุ่นรับประทานสด องุ่นไวน์ต้องสัมพันธ์กับระดับน้ำตาล กรด แทนนิน กลิ่น และช่วงเวลาการเก็บเกี่ยวที่เหมาะสม การตัดสินใจว่าจะเก็บเกี่ยวเมื่อใดและจะนำไปผลิตไวน์สไตล์ใดเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยทั้งข้อมูลวิทยาศาสตร์และประสบการณ์ของผู้ทำไวน์ การมาเยือนจึงช่วยให้เห็นคุณค่าของผลผลิตจากไร่ในระดับลึกขึ้น
องุ่นสายพันธุ์ Syrah และ Cabernet Sauvignon เป็นชื่อที่หลายคนคุ้นในกลุ่มไวน์แดง ส่วน Chenin Blanc, Verdelho, Viognier, Sauvignon Blanc และ Semillon เป็นพันธุ์ที่เกี่ยวข้องกับไวน์ขาวและสไตล์ไวน์ที่มีความสดชื่น กลิ่นผลไม้ และความสมดุลของกรด การที่กราน-มอนเต้สามารถปลูกพันธุ์เหล่านี้ในสภาพเขตร้อนได้แสดงถึงการปรับเทคนิคการปลูกให้เหมาะกับพื้นที่เขาใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการจัดแถวเถาองุ่น การควบคุมทรงพุ่ม การตัดแต่งกิ่ง การป้องกันโรคพืช และการเก็บเกี่ยวตามจังหวะที่เหมาะกับคุณภาพของผลผลิตแต่ละพันธุ์
ในแง่ภูมิทัศน์ ไร่องุ่นกราน-มอนเต้มีภาพจำชัดเจนจากแถวเถาองุ่นที่เรียงตัวอยู่ท่ามกลางภูเขาและความเขียวของหุบเขาอโศก พื้นที่นี้ให้ความรู้สึกสงบและโรแมนติก เหมาะทั้งสำหรับคู่รัก ครอบครัว นักเดินทางสายอาหารและไวน์ รวมถึงผู้ที่ต้องการชมทัศนียภาพต่างจากคาเฟ่หรือฟาร์มทั่วไป นักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลาถ่ายภาพ ซื้อผลิตภัณฑ์จากไร่ รับประทานอาหาร หรือพักค้างคืนในบรรยากาศของไร่องุ่นได้ โดยไม่จำเป็นต้องเร่งเดินทางไปหลายจุดในวันเดียว
VinCotto Restaurant เป็นห้องอาหารภายในไร่ที่ช่วยเติมเต็มประสบการณ์ของกราน-มอนเต้ ร้านตั้งอยู่ในบรรยากาศไร่องุ่น มีพื้นที่รับประทานอาหารทั้งในอาคารและกลางแจ้ง เมนูมีทั้งอาหารไทย อาหารตะวันตก และเมนูที่ใช้วัตถุดิบจากไร่หรือฟาร์มท้องถิ่นในเขาใหญ่ เช่น องุ่น ใบองุ่น ผัก สมุนไพร และวัตถุดิบสดตามฤดูกาล การรับประทานอาหารภายในไร่ช่วยทำให้ผู้มาเยือนเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างไร่องุ่น ไวน์ อาหาร และภูมิภาคเขาใหญ่ได้ชัดเจนขึ้น
GranMonte Shop เป็นพื้นที่สำหรับเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากไร่และของฝาก นักท่องเที่ยวสามารถเลือกซื้อไวน์ น้ำองุ่น ผลิตภัณฑ์จากองุ่น ของที่ระลึก และสินค้าที่สะท้อนอัตลักษณ์ของกราน-มอนเต้ได้ในพื้นที่เดียวกัน ร้านค้าลักษณะนี้สำคัญมากต่อแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร เพราะช่วยเชื่อมประสบการณ์ที่ผู้มาเยือนเห็นในไร่กับของจริงที่นำกลับไปได้ ไม่ว่าจะเป็นของฝากสำหรับครอบครัว ของที่ระลึกจากเขาใหญ่ หรือผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ผู้คนจดจำรสชาติของพื้นที่ได้หลังจบทริป
GranMonte Wine Cottage เป็นที่พักภายในพื้นที่ไร่ เหมาะกับผู้ที่ต้องการใช้เวลาอยู่กับบรรยากาศไร่องุ่นมากกว่าการแวะเพียงไม่กี่ชั่วโมง ที่พักมีจำนวนห้องไม่มากและให้ภาพของการพักผ่อนแบบเงียบสงบ มองเห็นแถวเถาองุ่น แนวเขาใหญ่ และป่าเขตร้อนรอบหุบเขา การพักค้างคืนช่วยให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสแสงเช้าและแสงเย็นของไร่ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ภูมิทัศน์ของไร่องุ่นมีมิติสวยงามที่สุด และยังเหมาะกับผู้ที่ต้องการรับประทานอาหารที่ VinCotto โดยไม่ต้องรีบขับรถกลับในช่วงค่ำ
กราน-มอนเต้ยังมีบทบาทในฐานะจุดหมายของผู้สนใจ wine tourism ในประเทศไทย เพราะเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนของการผลิตไวน์ในภูมิภาค New Latitude Wine หรือภูมิภาคไวน์นอกเขตละติจูดดั้งเดิมที่โลกคุ้นเคย เขตไวน์ดั้งเดิมมักอยู่ในพื้นที่อากาศเย็นหรือกึ่งอบอุ่น แต่เขาใหญ่แสดงให้เห็นว่าการปรับเทคนิคการปลูกและการทำไวน์สามารถทำให้พื้นที่เขตร้อนมีไวน์ที่มีบุคลิกเฉพาะตัวได้ นักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเยือนจึงจะได้เห็นภาพของไวน์ไทยในบริบทจริง ไม่ใช่เพียงอ่านจากฉลากหรือชิมในร้านอาหารในเมืองใหญ่
รางวัลและการยอมรับในระดับนานาชาติช่วยยืนยันบทบาทของกราน-มอนเต้ในอุตสาหกรรมไวน์ไทย กราน-มอนเต้ได้รับการกล่าวถึงในฐานะผู้ผลิตไวน์ไทยที่ได้รับรางวัลจากเวทีต่างประเทศหลายครั้ง รวมถึงการได้รับรางวัล Best National Producer – Thailand จาก AWC Vienna หลายปี และการได้รับรางวัลจาก Hong Kong International Wine & Spirit Competition ไวน์จากไร่ยังได้รับเลือกเสิร์ฟในโอกาสสำคัญระดับประเทศ เช่น งาน APEC 2022 Thailand สิ่งเหล่านี้ทำให้กราน-มอนเต้เป็นมากกว่าแหล่งท่องเที่ยว แต่เป็นตัวแทนสำคัญของไวน์ไทยในสายตาผู้บริโภคต่างประเทศ
ไร่องุ่นกราน-มอนเต้ได้รับการกล่าวถึงในฐานะแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรคุณภาพ และเคยได้รับรางวัลในกลุ่ม Thailand Tourism Awards ประเภทแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ความสำเร็จด้านท่องเที่ยวของไร่ไม่ได้มาจากความสวยงามของภูมิทัศน์เท่านั้น แต่เกิดจากการจัดประสบการณ์ที่มีเนื้อหา มีระบบนำชม มีผลิตภัณฑ์ มีร้านอาหาร มีที่พัก และมีเรื่องเล่าทางเกษตรที่ชัดเจน นักท่องเที่ยวจึงไม่ได้เดินชมไร่แบบไร้ทิศทาง แต่ได้เข้าใจความเชื่อมโยงของไร่องุ่นกับเศรษฐกิจ วัฒนธรรมอาหาร และภูมิประเทศเขาใหญ่
พื้นที่ของกราน-มอนเต้ยังได้รับการรับรองในกลุ่มเขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดหรือ Dark Sky Vineyard ซึ่งสะท้อนความตั้งใจในการดูแลสภาพแวดล้อมและลดผลกระทบจากแสงสว่างต่อพื้นที่ธรรมชาติ การมีท้องฟ้ามืดเหมาะกับกิจกรรมดูดาวและช่วยเพิ่มมิติของการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติให้ไร่องุ่นมากขึ้น เมื่อนำภูมิทัศน์ไร่องุ่น ภูเขา อาหาร ไวน์ และท้องฟ้ายามค่ำมารวมกัน กราน-มอนเต้จึงเป็นสถานที่ที่สามารถเล่าเรื่องการท่องเที่ยวเขาใหญ่ได้ทั้งกลางวันและกลางคืน
การเดินทาง ไปไร่องุ่นกราน-มอนเต้เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่ามากที่สุด จากกรุงเทพฯ สามารถใช้ถนนมิตรภาพผ่านสระบุรีและมวกเหล็กเข้าสู่ตำบลพญาเย็น จากนั้นเดินทางต่อเข้าถนนผ่านศึก – กุดคล้า ซึ่งเป็นเส้นทางเดียวกับไร่องุ่น PB Valley แล้วขับต่อไปตามเส้นทางประมาณ 12 กิโลเมตรจนถึงไร่ หากเดินทางจากตัวเมืองนครราชสีมาให้ใช้ถนนมิตรภาพมุ่งหน้าปากช่องและพญาเย็น แล้วต่อเข้าถนนท้องถิ่นไปยังหุบเขาอโศก การเดินทางด้วยรถยนต์ช่วยให้สามารถจัดเส้นทางร่วมกับสถานที่ใกล้เคียงได้สะดวกที่สุด
สำหรับผู้ที่ไม่มีรถส่วนตัว วิธีเดินทางที่สะดวกคือใช้รถโดยสารหรือรถตู้มายังมวกเหล็กหรือปากช่องก่อน แล้วต่อรถรับจ้างหรือรถเหมาพื้นที่เข้ามายังไร่ เนื่องจากกราน-มอนเต้อยู่ในพื้นที่หุบเขาและไม่ได้อยู่บนเส้นทางขนส่งสาธารณะหลัก การติดต่อกับไร่หรือที่พักก่อนเดินทางจะช่วยให้จัดการเรื่องรถรับส่งได้ราบรื่นขึ้น โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติหรือกลุ่มที่ต้องการเข้าร่วมทัวร์ตามรอบเวลา
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับมาเที่ยวกราน-มอนเต้ขึ้นอยู่กับสิ่งที่ต้องการเห็น หากต้องการชมไร่องุ่นในช่วงที่บรรยากาศเขียวสวยและอากาศเดินสบาย ช่วงปลายฝนถึงฤดูหนาวเป็นช่วงที่เหมาะกับการถ่ายภาพและรับประทานอาหารกลางแจ้ง ส่วนผู้ที่สนใจฤดูกาลเก็บเกี่ยวองุ่นควรตรวจสอบกิจกรรมและสภาพผลผลิตล่วงหน้า เพราะองุ่นไวน์มีรอบการตัดแต่งกิ่ง ออกผล และเก็บเกี่ยวที่สัมพันธ์กับการจัดการของไร่ การเข้าร่วมทัวร์ทำให้เข้าใจความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ได้ดีกว่าการเดินชมด้วยตนเองเพียงอย่างเดียว
สำหรับครอบครัว กราน-มอนเต้เป็นสถานที่ที่ช่วยให้เด็กและเยาวชนเห็นระบบเกษตรสมัยใหม่ในบรรยากาศสวยงาม เด็กสามารถเรียนรู้เรื่ององุ่น การปลูกพืช การใช้เทคโนโลยีตรวจสภาพแวดล้อม และการเปลี่ยนผลผลิตทางการเกษตรให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง ส่วนผู้เข้าร่วมอายุต่ำกว่า 20 ปีในทัวร์ได้รับน้ำองุ่นแทนไวน์ ทำให้การเที่ยวไร่องุ่นไม่จำกัดเฉพาะผู้ใหญ่เท่านั้น แต่ยังเป็นกิจกรรมการเรียนรู้นอกห้องเรียนที่เหมาะกับหลายวัย
สำหรับคู่รัก กราน-มอนเต้มีบรรยากาศโรแมนติกจากไร่องุ่น ภูเขา ร้านอาหาร และที่พักภายในไร่ การจองมื้ออาหารที่ VinCotto หรือพักที่ Wine Cottage ช่วยให้ทริปมีจังหวะช้าลงและเป็นส่วนตัวมากขึ้น เส้นทางนี้เหมาะกับการพักผ่อนช่วงสุดสัปดาห์ การฉลองโอกาสพิเศษ หรือการเดินทางที่ต้องการหลีกจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่โดยไม่ต้องเดินทางไกลจากกรุงเทพฯ มากเกินไป
สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ กราน-มอนเต้เป็นสถานที่ที่อธิบายประเทศไทยในมุมที่ต่างจากทะเล วัด หรือเมืองใหญ่ นักท่องเที่ยวจะได้เห็นว่าประเทศไทยมีพื้นที่เกษตรที่สามารถผลิตไวน์จากองุ่นคุณภาพได้ ได้เรียนรู้การปรับตัวของการปลูกองุ่นในเขตร้อน ได้ชิมอาหารที่ใช้วัตถุดิบจากไร่ และได้เข้าใจว่าภูมิภาคเขาใหญ่มีบทบาทในฐานะพื้นที่ wine country ของไทยมากขึ้น ประสบการณ์นี้เหมาะกับผู้ที่สนใจอาหาร ไวน์ ธรรมชาติ และเรื่องราวของผู้ผลิตท้องถิ่น
หากจัดทริปแบบครึ่งวัน นักท่องเที่ยวสามารถเลือกเข้าร่วมทัวร์ไร่และโรงบ่มในช่วงเช้าหรือช่วงบ่าย แล้วรับประทานอาหารที่ VinCotto หรือแวะซื้อของฝากที่ GranMonte Shop หากจัดทริปเต็มวัน สามารถเพิ่ม PB Valley Khao Yai Winery, วัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม, Primo Piazza, The Chocolate Factory Khao Yai หรืออุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เข้าไปในเส้นทางได้ตามความสนใจ การเลือกเส้นทางควรดูรอบทัวร์ของกราน-มอนเต้เป็นแกนหลัก เพราะกิจกรรมทัวร์มีรอบเวลาที่ชัดเจน
PB Valley Khao Yai Winery เป็นสถานที่ใกล้เคียงที่เหมาะกับผู้สนใจไร่องุ่นและไวน์ เพราะอยู่ในเขตพญาเย็นและเป็นอีกหนึ่งชื่อสำคัญของภูมิภาคไวน์เขาใหญ่ การจัดเส้นทาง GranMonte กับ PB Valley ในวันเดียวช่วยให้นักท่องเที่ยวเห็นความแตกต่างของไร่องุ่นสองแห่ง ทั้งด้านภูมิทัศน์ การจัดการทัวร์ อาหาร และผลิตภัณฑ์ จากนั้นสามารถปิดท้ายด้วยร้านอาหารหรือคาเฟ่ในโซนเขาใหญ่ได้อย่างลงตัว
วัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม หรือวัดพระขาว เป็นอีกสถานที่ที่เหมาะกับการแวะระหว่างเส้นทางพญาเย็นและปากช่อง จุดเด่นคือพระพุทธรูปสีขาวขนาดใหญ่ที่ประดิษฐานบนเนินเขาและมองเห็นจากระยะไกล นักท่องเที่ยวที่ต้องการเพิ่มมิติทางวัฒนธรรมและศาสนาให้ทริปไร่องุ่นสามารถแวะไหว้พระและชมวิวบริเวณวัดก่อนหรือหลังการเข้าทัวร์ไร่องุ่นได้
Primo Piazza และ The Chocolate Factory Khao Yai เป็นตัวเลือกสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการบรรยากาศถ่ายภาพ อาหาร ขนม และกิจกรรมเบา ๆ หลังจบทัวร์ไร่องุ่น ส่วนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เหมาะกับผู้ที่ต้องการเชื่อมทริปไร่องุ่นกับธรรมชาติขนาดใหญ่ เช่น จุดชมวิว น้ำตก เส้นทางเดินป่า และกิจกรรมส่องสัตว์ การจัดทริปหลายมิติเช่นนี้ช่วยให้เขาใหญ่ไม่ใช่เพียงแหล่งพักผ่อน แต่เป็นพื้นที่ที่รวมธรรมชาติ เกษตร อาหาร และวัฒนธรรมร่วมสมัยไว้ในทริปเดียว
ร้านอาหารใกล้เคียงของกราน-มอนเต้มีตั้งแต่ VinCotto ภายในไร่ไปจนถึงร้านอาหารชื่อดังในเขาใหญ่ เช่น The Great Hornbill Grill ที่ PB Valley, The Chocolate Factory Khao Yai, Krua Kampan Khaoyai และ Midwinter Khao Yai ผู้เดินทางสามารถเลือกตามรูปแบบของทริป หากต้องการเชื่อมประสบการณ์กับไวน์และไร่องุ่นมากที่สุด VinCotto เป็นตัวเลือกที่ตรงกับบรรยากาศของสถานที่ หากต้องการเปลี่ยนบรรยากาศหลังจบทัวร์ สามารถขับต่อไปยังโซนมูสีหรือถนนธนะรัชต์ที่มีร้านอาหารและคาเฟ่จำนวนมาก
ด้านที่พัก นักท่องเที่ยวสามารถเลือกพักภายในไร่ที่ GranMonte Wine Cottage หรือพักใกล้เคียงในเขตพญาเย็นและเขาใหญ่ เช่น The Peri Hotel Khao Yai, Rain Tree Khao Yai Hotel, The Series Resort Khaoyai, U Khao Yai และที่พักในโซนมูสี การเลือกที่พักขึ้นอยู่กับรูปแบบการเดินทาง หากต้องการประสบการณ์ไร่องุ่นเต็มที่ควรพักในหรือใกล้ไร่ หากต้องการเที่ยวเขาใหญ่ต่อเนื่องควรเลือกที่พักที่เชื่อมกับถนนธนะรัชต์หรือทางเข้าอุทยานแห่งชาติได้สะดวก
มารยาทในการเที่ยวไร่องุ่นมีความสำคัญ เพราะพื้นที่ปลูกองุ่นเป็นพื้นที่ผลิตจริง ผู้เข้าชมควรเดินตามเส้นทางที่กำหนด ไม่เข้าแปลงปลูกโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่จับหรือเด็ดองุ่น ไม่รบกวนกระบวนการทำงานของเจ้าหน้าที่ และปฏิบัติตามคำแนะนำระหว่างทัวร์ หากเข้าร่วมกิจกรรมชิมไวน์ควรใช้เวลาอย่างสุภาพและคำนึงถึงการเดินทางต่อ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องขับรถเอง การวางแผนคนขับหรือการพักค้างคืนช่วยให้ทริปปลอดภัยและสบายขึ้น
สิ่งที่ควรเตรียมก่อนเดินทาง ได้แก่ การจองรอบทัวร์ล่วงหน้าในวันหยุดหรือฤดูท่องเที่ยว การตรวจสอบเวลาเปิดของร้านอาหาร การเตรียมหมวกหรือร่มสำหรับเดินกลางแจ้ง รองเท้าที่เหมาะกับการเดินในพื้นที่ไร่ กล้องถ่ายภาพ และเวลาสำรองสำหรับการเดินทางบนถนนมิตรภาพหรือถนนเขาใหญ่ที่อาจมีรถหนาแน่นในช่วงวันหยุด การเตรียมตัวเหล่านี้ช่วยให้การเที่ยวกราน-มอนเต้ราบรื่นและได้ใช้เวลาภายในไร่อย่างเต็มที่
เมื่อพิจารณาภาพรวม ไร่องุ่นกราน-มอนเต้เป็นหนึ่งในสถานที่ที่สะท้อนพัฒนาการของการท่องเที่ยวเขาใหญ่ได้ชัดเจนที่สุด เพราะรวมความสวยงามของภูเขา ความรู้ด้านเกษตร เทคโนโลยีการปลูกองุ่น การผลิตไวน์ ร้านอาหาร ที่พัก และการเล่าเรื่องครอบครัวผู้สร้างไร่ไว้ในพื้นที่เดียวกัน นักท่องเที่ยวที่มาเยือนจะได้เห็นว่าไวน์ไทยไม่ได้เกิดขึ้นอย่างฉาบฉวย แต่เป็นผลของการทดลอง ความเข้าใจสภาพแวดล้อม และการทำงานต่อเนื่องหลายสิบปี
กราน-มอนเต้จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการเที่ยวเขาใหญ่แบบลึกขึ้น ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวไทยที่ต้องการเข้าใจแหล่งผลิตไวน์ในประเทศ ชาวต่างชาติที่สนใจ wine tourism ครอบครัวที่ต้องการกิจกรรมการเรียนรู้ คู่รักที่ต้องการบรรยากาศโรแมนติก หรือผู้เดินทางที่ต้องการเติมความพิเศษให้เส้นทางพญาเย็นและปากช่อง ภายในทริปเดียว ผู้มาเยือนสามารถชมไร่องุ่น เรียนรู้โรงบ่มไวน์ รับประทานอาหาร ซื้อของฝาก และพักผ่อนท่ามกลางภูเขาได้ครบถ้วน ทำให้กราน-มอนเต้ยังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของการท่องเที่ยวเชิงเกษตรและไวน์ของนครราชสีมา
| ชื่อสถานที่ | ไร่องุ่นกราน-มอนเต้ / GranMonte Vineyard and Winery |
| ที่ตั้ง | ตำบลพญาเย็น อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา |
| ที่อยู่ | 52 หมู่ 9 ถนนผ่านศึก – กุดคล้า ตำบลพญาเย็น อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา 30320 |
| ไฮไลต์ | ไร่องุ่นและไวเนอรี่ในหุบเขาอโศก มีทัวร์ไร่องุ่นและโรงบ่มไวน์ ร้าน VinCotto, GranMonte Shop, GranMonte Wine Cottage และวิวไร่องุ่นเชิงเขาใหญ่ |
| ประวัติ / ความสำคัญ | เริ่มปลูกองุ่นในปี 1999 พัฒนาโรงบ่ม Asoke Valley Winery และเป็นหนึ่งในผู้ผลิตไวน์ไทยชั้นนำที่ผลักดัน Khao Yai Wine ในฐานะสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อ GranMonte ได้รับแรงบันดาลใจจากเขาใหญ่ ซึ่งมีความหมายว่าเขาลูกใหญ่ สอดคล้องกับภูมิประเทศของไร่ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางแนวเขาและหุบเขาอโศก |
| ลักษณะเด่น | ใช้ระบบ Smart Vineyard และ microclimate monitoring ในการดูแลไร่องุ่น ปลูกองุ่นหลายสายพันธุ์ เช่น Syrah, Cabernet Sauvignon, Durif, Grenache, Chenin Blanc, Verdelho, Viognier, Sauvignon Blanc และ Semillon |
| การเดินทาง | จากถนนมิตรภาพเข้าสู่ตำบลพญาเย็น ใช้เส้นทางถนนผ่านศึก – กุดคล้า ทางเดียวกับ PB Valley Khao Yai Winery แล้วขับต่อไปยังหุบเขาอโศก เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างแบบนัดหมาย |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้บริการทุกวัน มีทัวร์ไร่องุ่นและโรงบ่มไวน์ ร้านอาหาร VinCotto ร้าน GranMonte Shop และที่พัก GranMonte Wine Cottage |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | ทัวร์ไร่และโรงบ่มวันธรรมดา 10.00, 11.30, 13.30, 15.00, 16.00 น. ทัวร์ไร่และโรงบ่มวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุด 09.00, 10.00, 11.30, 13.30, 15.00, 16.30 น. VinCotto Restaurant 07.30 – 22.00 น. |
| ค่าเข้าชม / ค่าทัวร์ | Vineyard & Winery Tour ผู้ใหญ่ 690 บาท / ผู้เข้าร่วมอายุต่ำกว่า 20 ปี 590 บาท โดยผู้เข้าร่วมอายุต่ำกว่า 20 ปีได้รับน้ำองุ่นแทนไวน์ |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ที่จอดรถ ทัวร์ไร่องุ่นและโรงบ่มไวน์ ห้องชิมไวน์ ร้านอาหาร VinCotto ร้าน GranMonte Shop ที่พัก GranMonte Wine Cottage ห้องน้ำ และจุดถ่ายภาพในพื้นที่ไร่ |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | โซนไร่องุ่น 100 ไร่ โซนโรงบ่ม Asoke Valley Winery โซนห้องชิมไวน์ โซน GranMonte Shop โซน VinCotto Restaurant โซน GranMonte Wine Cottage โซนจุดถ่ายภาพ และพื้นที่กิจกรรมตามฤดูกาล |
| ผู้ดูแล | GranMonte Vineyard and Winery โดยครอบครัวโลหิตนาวี: คุณวิสุทธิ์ โลหิตนาวี CEO and Managing Director, คุณสกุณา โลหิตนาวี President, คุณนิกกี้ โลหิตนาวี Oenologist and General Manager, คุณมีมี่ โลหิตนาวี Director of Marketing and Public Relations |
| เบอร์ติดต่อหลัก | GranMonte 094-831-0909 GranMonte Shop 092-806-7755 VinCotto Restaurant 092-806-7744 Wine Cottage 094-831-0909 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | GranMonte Vineyard and Winery |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. PB Valley Khao Yai Winery ประมาณ 6 กม. โทร. 081-733-8783, 085-481-1741 2. วัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม ประมาณ 12 กม. 3. Primo Piazza Khao Yai ประมาณ 16 กม. โทร. 081-922-9000 4. The Chocolate Factory Khao Yai ประมาณ 20 กม. โทร. 092-443-8881 5. อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ด่านปากช่อง ประมาณ 28 กม. โทร. 086-092-6531, 086-092-6529 6. Khao Yai Art Museum ประมาณ 30 กม. โทร. 044-756-060 7. Farm Chokchai ประมาณ 33 กม. โทร. 044-328386, 044-328485 |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. VinCotto Restaurant by GranMonte ประมาณ 0 กม. โทร. 092-806-7744 2. The Great Hornbill Grill at PB Valley Khao Yai Winery ประมาณ 6 กม. โทร. 081-733-8783, 085-481-1741 3. The Chocolate Factory Khao Yai ประมาณ 20 กม. โทร. 092-443-8881 4. Krua Kampan Khaoyai ประมาณ 24 กม. โทร. 093-514-1599, 097-545-4242 5. Krua Khao Yai Restaurant ประมาณ 25 กม. โทร. 086-865-9263 6. Midwinter Khao Yai ประมาณ 28 กม. โทร. 082-452-8888 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. GranMonte Wine Cottage ประมาณ 0 กม. โทร. 094-831-0909 2. The Peri Hotel Khao Yai ประมาณ 2 กม. โทร. 063-196-4999 3. Rain Tree Khao Yai Hotel ประมาณ 7 กม. โทร. 085-070-9163, 062-875-3599 4. The Series Resort Khaoyai ประมาณ 8 กม. โทร. 044-081-222 5. U Khao Yai ประมาณ 18 กม. โทร. 044-079-999 6. InterContinental Khao Yai Resort ประมาณ 22 กม. โทร. 044-082-039 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ไร่องุ่นกราน-มอนเต้อยู่ที่ไหน?
ตอบ: ไร่องุ่นกราน-มอนเต้ตั้งอยู่เลขที่ 52 หมู่ 9 ถนนผ่านศึก – กุดคล้า ตำบลพญาเย็น อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ในพื้นที่หุบเขาอโศกใกล้เขาใหญ่
ถาม: ไร่องุ่นกราน-มอนเต้เปิดให้เข้าชมวันไหน?
ตอบ: เปิดให้บริการทุกวัน โดยทัวร์ไร่และโรงบ่มไวน์มีรอบตามตารางวันธรรมดา วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุด ส่วน VinCotto Restaurant เปิดบริการ 07.30 – 22.00 น.
ถาม: ค่าเข้าชมไร่องุ่นกราน-มอนเต้เท่าไหร่?
ตอบ: กิจกรรม Vineyard & Winery Tour ราคา 690 บาทสำหรับผู้ใหญ่ และ 590 บาทสำหรับผู้เข้าร่วมอายุต่ำกว่า 20 ปี โดยผู้เข้าร่วมอายุต่ำกว่า 20 ปีได้รับน้ำองุ่นแทนไวน์
ถาม: ภายในไร่องุ่นกราน-มอนเต้มีอะไรให้ชมบ้าง?
ตอบ: มีโซนไร่องุ่น โรงบ่ม Asoke Valley Winery ห้องชิมไวน์ GranMonte Shop ร้านอาหาร VinCotto ที่พัก GranMonte Wine Cottage และพื้นที่ถ่ายภาพท่ามกลางวิวไร่องุ่นกับภูเขา
ถาม: ไร่องุ่นกราน-มอนเต้ปลูกองุ่นสายพันธุ์อะไร?
ตอบ: องุ่นสายพันธุ์หลัก ได้แก่ Syrah, Cabernet Sauvignon, Durif, Grenache, Chenin Blanc, Verdelho, Viognier, Sauvignon Blanc และ Semillon รวมถึงพันธุ์ทางเลือกอื่นสำหรับการผลิตไวน์เขาใหญ่
ถาม: เดินทางไปไร่องุ่นกราน-มอนเต้อย่างไร?
ตอบ: ใช้ถนนมิตรภาพเข้าสู่ตำบลพญาเย็น แล้วต่อเข้าถนนผ่านศึก – กุดคล้า ซึ่งเป็นเส้นทางเดียวกับ PB Valley Khao Yai Winery จากนั้นขับต่อไปยังหุบเขาอโศก การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าสะดวกที่สุด
ถาม: เที่ยวไร่องุ่นกราน-มอนเต้แล้วไปเที่ยวที่ไหนต่อได้บ้าง?
ตอบ: สามารถไปต่อที่ PB Valley Khao Yai Winery วัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม Primo Piazza The Chocolate Factory Khao Yai อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ Khao Yai Art Museum และ Farm Chokchai ได้ตามเส้นทางพญาเย็น ปากช่อง และเขาใหญ่
ถาม: ไร่องุ่นกราน-มอนเต้เหมาะกับใคร?
ตอบ: เหมาะกับผู้สนใจไวน์ไทย การท่องเที่ยวเชิงเกษตร ครอบครัว คู่รัก นักท่องเที่ยวต่างชาติ คนรักอาหารและไวน์ และผู้ที่ต้องการเที่ยวเขาใหญ่ในมุมไร่องุ่นคุณภาพระดับนานาชาติ
เว็ปไซต์ : www.granmonte.com
โทร : 036227334
หมวดหมู่: ●บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร
กลุ่ม: ●ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
ปรับปรุงล่าสุด : 3 วันที่แล้ว




