หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดนครราชสีมา >อ.ปักธงชัย >ต.ตะขบ > เขื่อนลำพระเพลิง
TL;DR: เขื่อนลำพระเพลิง อยู่ที่บ้านบุหัวช้าง ตำบลตะขบ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00 น.
เขื่อนลำพระเพลิง

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 18.00 น.
เขื่อนลำพระเพลิง นครราชสีมา เป็นเขื่อนและอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ในอำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา อยู่ในความดูแลของกรมชลประทาน และเป็นหนึ่งในแหล่งพักผ่อนริมอ่างเก็บน้ำที่มีชื่อเสียงของโคราชตอนใต้ พื้นที่แห่งนี้เหมาะสำหรับการชมวิว รับประทานอาหารริมอ่าง ตกปลา ล่องเรือหางยาว และใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติท่ามกลางภูเขา ป่าไม้ และผืนน้ำกว้าง บรรยากาศของเขื่อนลำพระเพลิงมีความสงบกว่าจุดท่องเที่ยวหลักของจังหวัด แต่มีเสน่ห์จากภาพภูเขาที่โอบล้อมอ่างเก็บน้ำ น้ำกว้างที่สะท้อนแสงแดดในช่วงเย็น และเส้นทางเข้าสู่พื้นที่ที่ผ่านชุมชนชนบท สวนเกษตร และพื้นที่ธรรมชาติของอำเภอปักธงชัยกับวังน้ำเขียว
เขื่อนลำพระเพลิงเป็นสถานที่ที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวหลายกลุ่มในเวลาเดียวกัน คนที่ต้องการเที่ยวแบบเรียบง่ายสามารถขึ้นไปชมวิวบนสันเขื่อนและพักผ่อนริมอ่าง คนที่ต้องการใช้เวลากับครอบครัวสามารถเลือกนั่งรับประทานอาหารหรือแวะชมวิวในช่วงเย็น คนที่ชอบกิจกรรมกลางแจ้งสามารถตกปลาในพื้นที่ที่เหมาะสม ส่วนผู้ที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศภายในอ่างเก็บน้ำสามารถเช่าเหมาเรือหางยาวจากสโมสรเขื่อนลำพระเพลิงเพื่อออกไปชมผืนน้ำและเส้นทางธรรมชาติด้านในอ่างได้ การเที่ยวเขื่อนลำพระเพลิงจึงไม่ได้มีเพียงการยืนชมวิวจากฝั่ง แต่ยังมีประสบการณ์ของแหล่งน้ำขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อกับพื้นที่ป่าและน้ำตกเหนือเขื่อน
เขื่อนแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณบ้านบุหัวช้าง ตำบลตะขบ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา บนพื้นที่ที่มีภูมิประเทศเด่นจากแนวเขาภูเขาโซ่และภูเขาหลวงที่อยู่ประชิดกันจนกลายเป็นตำแหน่งเหมาะสมสำหรับการกั้นน้ำและสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ พื้นที่เหนือเขื่อนมีป่าไม้และแหล่งน้ำธรรมชาติ ส่วนพื้นที่ด้านล่างเขื่อนเกี่ยวข้องกับคลองส่งน้ำและระบบชลประทานที่ส่งน้ำไปยังพื้นที่เกษตรกรรมของชุมชน เขื่อนลำพระเพลิงจึงเป็นทั้งโครงสร้างจัดการน้ำและจุดท่องเที่ยวธรรมชาติที่มีบทบาทต่อชีวิตของผู้คนในพื้นที่โดยรอบอย่างชัดเจน
ประวัติของเขื่อนลำพระเพลิงเชื่อมโยงกับการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค การเกษตรกรรม และการป้องกันอุทกภัย มีข้อมูลท้องถิ่นระบุว่าเริ่มสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2505 และเปิดใช้เมื่อปี พ.ศ. 2510 โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อกักเก็บน้ำจากลำน้ำลำพระเพลิงไว้ใช้ในช่วงที่พื้นที่การเกษตรต้องการน้ำ และช่วยบรรเทาปัญหาน้ำหลากในช่วงฤดูฝน เมื่อเวลาผ่านไป พื้นที่เขื่อนกลายเป็นแหล่งพักผ่อนของชุมชนและนักท่องเที่ยว เนื่องจากมีทิวทัศน์สวย อากาศดี และมีอ่างเก็บน้ำกว้างที่เหมาะกับกิจกรรมพักผ่อนหลายรูปแบบ
ชื่อ “ลำพระเพลิง” สัมพันธ์กับสายน้ำลำพระเพลิงซึ่งเป็นลำน้ำสำคัญในพื้นที่ปักธงชัยและโคราชตอนใต้ คำว่า “ลำ” ในบริบทภาคอีสานหมายถึงลำน้ำหรือทางน้ำธรรมชาติ ส่วนชื่อ “พระเพลิง” เป็นชื่อที่ปรากฏคู่กับพื้นที่มานานจนกลายเป็นชื่อเขื่อน ชื่ออำเภอ เส้นทาง และชุมชนโดยรอบ เมื่อนำมาใช้เป็นชื่อเขื่อน จึงไม่ได้เป็นเพียงชื่อสถานที่ท่องเที่ยว แต่สะท้อนความสำคัญของสายน้ำที่หล่อเลี้ยงพื้นที่เกษตร ชุมชน และภูมิประเทศในละแวกนี้
บรรยากาศของเขื่อนลำพระเพลิงมีเอกลักษณ์จากการที่อ่างเก็บน้ำตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขาและแนวป่า สองฝั่งของอ่างมีพื้นที่เขียวขจี โดยเฉพาะช่วงปลายฝนต้นหนาวที่ป่าและพื้นที่รอบอ่างดูสดชื่นเป็นพิเศษ เมื่อมองจากจุดชมวิวหรือสันเขื่อนจะเห็นผืนน้ำทอดยาวไปตามหุบเขา ภาพรวมให้ความรู้สึกคล้ายทะเลสาบกลางภูเขาในบรรยากาศอีสานตอนล่าง ช่วงเช้าเหมาะกับการรับลมเย็นและถ่ายภาพแสงอ่อน ส่วนช่วงเย็นเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวนิยมมานั่งชมวิว เพราะแสงพระอาทิตย์ตกเหนือผืนน้ำทำให้เขื่อนมีบรรยากาศสวยและสงบมากขึ้น
เขื่อนลำพระเพลิงยังมีความทรงจำสำคัญในฐานะสถานที่ที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงโปรดปราน เมื่อเสด็จประพาสภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พระองค์เคยเสด็จมาประทับ ณ บ้านพักรับรองของกรมชลประทานบริเวณเขื่อนลำพระเพลิงอยู่เสมอ เรื่องราวนี้ทำให้พื้นที่เขื่อนไม่ได้มีความหมายเฉพาะด้านธรรมชาติหรือชลประทาน แต่ยังมีมิติทางประวัติศาสตร์ร่วมสมัยที่ชุมชนและผู้มาเยือนให้ความเคารพ บ้านพักรับรองของกรมชลประทานจึงเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่สะท้อนความสำคัญของเขื่อนในฐานะพื้นที่พักผ่อนที่มีคุณค่าและมีประวัติความทรงจำเฉพาะตัว
ในด้านการท่องเที่ยว สิ่งที่คนท้องถิ่นนิยมทำเมื่อมาที่เขื่อนลำพระเพลิงคือพักผ่อน รับประทานอาหาร ตกปลา และชมทิวทัศน์ริมอ่างเก็บน้ำ บริเวณเส้นทางเข้าสู่เขื่อนและพื้นที่ใกล้อ่างมีร้านอาหารและร้านกาแฟหลายแห่ง เช่น ครัวริมเขื่อน ครัวริมเขื่อน 2 และร้านอาหารหรือคาเฟ่ในโซนวังน้ำเขียวที่อยู่ในเส้นทางต่อเนื่อง เมนูที่เข้ากับบรรยากาศริมอ่างมักเป็นอาหารไทย อาหารอีสาน ปลาแม่น้ำ อาหารพื้นบ้าน และเครื่องดื่มเย็น ๆ การนั่งรับประทานอาหารพร้อมมองผืนน้ำทำให้การมาเที่ยวเขื่อนเป็นทริปที่เรียบง่ายแต่มีความสุข โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวและกลุ่มเพื่อนที่ต้องการใช้เวลาร่วมกันแบบไม่รีบ
กิจกรรมเช่าเหมาเรือหางยาวเป็นจุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของเขื่อนลำพระเพลิง นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อสโมสรเขื่อนลำพระเพลิงเพื่อเช่าเรือออกไปชมบรรยากาศภายในอ่างเก็บน้ำ และเดินทางต่อไปยังน้ำตกคลองกี่หรือน้ำตกขุนโจน โดยใช้เวลาไป-กลับประมาณ 2 ชั่วโมงตามข้อมูลท่องเที่ยวเดิมที่เผยแพร่ไว้ เส้นทางเรือช่วยให้เห็นอีกมุมของเขื่อนที่แตกต่างจากการชมวิวบนฝั่ง เพราะนักท่องเที่ยวจะได้เห็นแนวป่า ภูเขา ผิวน้ำ และช่องทางน้ำด้านในอ่างใกล้ชิดขึ้น การล่องเรือควรติดต่อสโมสรเขื่อนลำพระเพลิงล่วงหน้าและสอบถามสภาพน้ำกับเจ้าหน้าที่ก่อนเดินทางทุกครั้ง
พื้นที่เหนือเขื่อนลำพระเพลิงมีความเหมาะสมต่อการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เนื่องจากมีภูมิประเทศป่าเขาและน้ำตกหลายแห่ง น้ำตกคลองกี่ น้ำตกขุนโจน และน้ำตกละอองชมพูเป็นชื่อที่ถูกกล่าวถึงคู่กับเส้นทางท่องเที่ยวเหนือเขื่อน จุดเหล่านี้ช่วยให้เขื่อนลำพระเพลิงมีมิติของการท่องเที่ยวธรรมชาติที่ลึกกว่าการชมอ่างเก็บน้ำทั่วไป นักท่องเที่ยวที่สนใจเส้นทางน้ำตกควรเลือกช่วงฤดูกาลที่เหมาะสม ตรวจสอบสภาพน้ำ และเดินทางพร้อมผู้ที่รู้เส้นทางหรือผู้ให้บริการเรือในพื้นที่ เพื่อให้การเที่ยวปลอดภัยและได้บรรยากาศที่ดีที่สุด
โซนสำคัญของเขื่อนลำพระเพลิงสามารถแบ่งได้หลายส่วน ได้แก่ โซนสันเขื่อน โซนอ่างเก็บน้ำ โซนบ้านพักรับรองของกรมชลประทาน โซนสโมสรเขื่อนลำพระเพลิงและจุดติดต่อเรือหางยาว โซนร้านอาหารริมอ่าง โซนพื้นที่ตกปลา โซนคลองส่งน้ำ และโซนป่าเหนือเขื่อนที่เชื่อมไปยังน้ำตกต่าง ๆ แต่ละโซนมีหน้าที่และบรรยากาศต่างกัน โซนสันเขื่อนเหมาะกับการชมวิวกว้าง โซนริมอ่างเหมาะกับพักผ่อนและกินอาหาร โซนสโมสรเหมาะกับติดต่อเรือ ส่วนโซนคลองส่งน้ำและอาคารชลประทานเป็นพื้นที่ใช้งานของเจ้าหน้าที่ที่ควรเคารพกติกาและไม่เข้าไปกีดขวางการปฏิบัติงาน
บ้านพักรับรองของเขื่อนลำพระเพลิงเป็นบริการที่อยู่ภายใต้การติดต่อของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำพระเพลิง นักท่องเที่ยวหรือคณะเดินทางที่ต้องการพักในพื้นที่เขื่อนสามารถติดต่อโครงการในวันและเวลาราชการ โทร. 0 4437 3184 ต่อ 114 ส่วนการติดต่อเรือหางยาวสามารถติดต่อสโมสรเขื่อนลำพระเพลิง โทร. 0 4437 3184 ต่อ 117 ข้อมูลติดต่อเหล่านี้ควรใช้สำหรับสอบถามรายละเอียดจริงก่อนเดินทาง เพราะเงื่อนไขการเข้าพัก การให้บริการเรือ ระยะเวลาเดินทาง และความเหมาะสมของการล่องเรือขึ้นอยู่กับช่วงเวลา ระดับน้ำ สภาพอากาศ และการจัดการของพื้นที่ในแต่ละวัน
ผู้ดูแลหลักของเขื่อนคือโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำพระเพลิง กรมชลประทาน สำนักงานชลประทานที่ 8 โดยมีบทบาททั้งด้านการบริหารจัดการน้ำ การดูแลอาคารชลประทาน การบำรุงรักษาคลองส่งน้ำ และการติดตามสถานการณ์น้ำในอ่าง เขื่อนลำพระเพลิงจึงควรถูกมองใน 2 สถานะพร้อมกัน คือเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติของจังหวัดนครราชสีมา และเป็นโครงสร้างสาธารณูปโภคด้านน้ำที่มีความสำคัญต่อพื้นที่เกษตรกรรมและชุมชน เมื่อมาเที่ยวจึงควรใช้พื้นที่อย่างระมัดระวัง ไม่เข้าใกล้ประตูน้ำ ทางระบายน้ำ อาคารชลประทาน หรือพื้นที่ปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่โดยไม่ได้รับอนุญาต
ความสำคัญด้านชลประทานของเขื่อนลำพระเพลิงเห็นได้จากบทบาทในการกักเก็บน้ำและระบายน้ำตามฤดูกาล อ่างเก็บน้ำแห่งนี้เป็นแหล่งน้ำต้นทุนสำคัญสำหรับพื้นที่เกษตรกรรมในอำเภอปักธงชัยและพื้นที่เชื่อมโยง โดยเฉพาะช่วงฤดูแล้งที่น้ำในอ่างมีบทบาทต่อการเพาะปลูกและการใช้น้ำของชุมชน ส่วนในฤดูฝน การติดตามระดับน้ำและปริมาณน้ำเข้าอ่างมีความสำคัญต่อพื้นที่ท้ายน้ำ เขื่อนจึงเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวสามารถเห็นทั้งความสวยงามของธรรมชาติและกลไกการจัดการน้ำที่มีผลต่อชีวิตจริงของผู้คน
การเดินทางไปเขื่อนลำพระเพลิงทำได้สะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัว โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 304 ผ่านทางเข้าอำเภอปักธงชัยไปประมาณ 4 กม. จากนั้นจะพบสี่แยกให้เลี้ยวขวาเข้าไปตามเส้นทางสู่เขื่อนเป็นระยะทางประมาณ 28-30 กม. เส้นทางช่วงท้ายผ่านพื้นที่ชุมชน พื้นที่เกษตร และแนวธรรมชาติ จึงควรขับด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะช่วงเย็นหรือช่วงฝนตก หากเริ่มจากตัวเมืองนครราชสีมา ควรเผื่อเวลาเดินทางให้เพียงพอ เพราะแม้เส้นทางหลักจะไม่ซับซ้อน แต่ระยะทางเข้าเขื่อนค่อนข้างลึกและควรหลีกเลี่ยงการขับเร็วในพื้นที่ชุมชน
การเดินทาง สำหรับผู้ที่ตั้งใจมาเที่ยวแบบวันเดียว สามารถออกจากตัวเมืองนครราชสีมาในช่วงเช้า ใช้เส้นทางมุ่งหน้าไปอำเภอปักธงชัย แวะรับประทานอาหารหรือซื้อของจำเป็นในตัวอำเภอ จากนั้นขับต่อไปเขื่อนลำพระเพลิงเพื่อชมวิว พักผ่อน และถ่ายภาพ หากต้องการล่องเรือควรติดต่อสโมสรเขื่อนก่อนถึงพื้นที่เพื่อวางแผนเวลา ส่วนผู้ที่ต้องการเที่ยวแบบช้า ๆ สามารถพักค้างในบ้านพักรับรองของเขื่อนหรือเลือกที่พักในโซนวังน้ำเขียว ปักธงชัย และเขาแผงม้า แล้วจัดเส้นทางต่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติใกล้เคียงได้
ฤดูกาลที่เหมาะกับการเที่ยวเขื่อนลำพระเพลิงคือช่วงปลายฝนถึงฤดูหนาว เพราะพื้นที่รอบอ่างมีความเขียว อากาศเย็นสบาย และทิวทัศน์ของน้ำกับภูเขาดูสดชื่นกว่าช่วงแล้ง ช่วงฤดูฝนเหมาะกับการชมความอุดมสมบูรณ์ของป่าและน้ำตก แต่ต้องระวังสภาพอากาศ น้ำหลาก และระดับน้ำในอ่าง ส่วนฤดูร้อนยังสามารถมาเที่ยวได้ โดยควรเลือกช่วงเช้าหรือเย็นเพื่อลดความร้อนจากพื้นที่เปิดโล่ง สันเขื่อนเป็นจุดที่แดดแรงในช่วงกลางวัน นักท่องเที่ยวควรเตรียมหมวก แว่นกันแดด น้ำดื่ม และรองเท้าที่เดินสะดวก
สำหรับการถ่ายภาพ เขื่อนลำพระเพลิงมีหลายมุมที่เหมาะกับภาพธรรมชาติ เช่น มุมสันเขื่อน มุมผืนน้ำกว้าง มุมภูเขาโอบอ่าง มุมเรือหางยาว มุมร้านอาหารริมเขื่อน และมุมวิวจากพื้นที่สูงใกล้วัดหรือจุดชมวิวโดยรอบ ภาพที่ได้มักมีองค์ประกอบของน้ำ ภูเขา ท้องฟ้า และแนวป่า หากมาในช่วงเย็น แสงสีทองจะช่วยให้ผิวน้ำดูมีมิติและเพิ่มความอบอุ่นให้ภาพ การถ่ายภาพควรเลือกมุมที่ปลอดภัย ไม่ปีนขอบเขื่อน ไม่เข้าใกล้ทางน้ำ และไม่รบกวนพื้นที่ปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่
ครอบครัวที่มาเที่ยวเขื่อนลำพระเพลิงสามารถใช้พื้นที่นี้เป็นจุดพักผ่อนแบบสบาย ๆ ได้ เด็ก ๆ จะได้เห็นอ่างเก็บน้ำ ภูเขา เรือ และระบบเขื่อนจริง ขณะเดียวกันผู้ปกครองต้องดูแลเด็กใกล้ชิด เพราะพื้นที่ริมอ่างและสันเขื่อนมีจุดที่น้ำลึกหรือไม่มีรั้วกั้นตลอดแนว ไม่ควรปล่อยให้เด็กวิ่งเล่นใกล้ขอบน้ำ บริเวณที่เหมาะกับการนั่งพักควรเป็นพื้นที่ราบ มองเห็นชัด และอยู่ห่างจากจุดลาดชัน หากจะล่องเรือควรสวมเสื้อชูชีพและปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ให้บริการอย่างเคร่งครัด
ผู้ที่ชอบตกปลาควรเลือกจุดที่ปลอดภัยและไม่เป็นพื้นที่หวงห้ามของโครงการชลประทาน การตกปลาเป็นกิจกรรมที่เข้ากับบรรยากาศของเขื่อน แต่ต้องทำอย่างรับผิดชอบ ไม่ทิ้งสายเอ็น เบ็ด ถุงพลาสติก กล่องโฟม หรือเศษอาหารไว้ริมอ่าง เพราะสิ่งเหล่านี้สร้างผลกระทบต่อสัตว์น้ำ สัตว์ป่า และคุณภาพน้ำในระยะยาว เขื่อนลำพระเพลิงเป็นแหล่งน้ำสำคัญของชุมชน การรักษาความสะอาดจึงเป็นเรื่องสำคัญมากกว่าการเป็นเพียงมารยาทของนักท่องเที่ยว
แหล่งท่องเที่ยวใกล้เขื่อนลำพระเพลิงมีหลายรูปแบบ ทั้งธรรมชาติ ศาสนสถาน ชุมชน และพื้นที่วังน้ำเขียว วัดป่าศรีโพธิญาณหรือวัดพระใหญ่ใกล้เขื่อนเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมแวะเพื่อไหว้พระและชมวิวอ่างเก็บน้ำจากมุมสูง ส่วนพื้นที่เหนือเขื่อนสามารถเชื่อมไปยังน้ำตกคลองกี่ น้ำตกขุนโจน และน้ำตกละอองชมพูได้ตามฤดูกาล หากขยายเส้นทางออกไปวังน้ำเขียว ยังสามารถเชื่อมต่อกับเขาแผงม้า ฟลอร่า พาร์ค และร้านอาหารหรือที่พักบรรยากาศดีหลายแห่ง ทำให้เขื่อนลำพระเพลิงเหมาะทั้งสำหรับทริปครึ่งวันและทริปพักค้างคืน
ด้านอาหาร บริเวณรอบเขื่อนและพื้นที่ต่อเนื่องไปวังน้ำเขียวมีร้านที่เหมาะกับนักท่องเที่ยวหลายแบบ ครัวริมเขื่อนและครัวริมเขื่อน 2 เป็นร้านที่สอดคล้องกับบรรยากาศอ่างเก็บน้ำโดยตรง เพราะอยู่ในโซนริมอ่างและมีเมนูอาหารไทย อาหารอีสาน และอาหารพื้นบ้าน ส่วนร้านอาหารครัวลำพระเพลิงเชื่อมกับบริการที่พักลำพระเพลิงรีสอร์ทในพื้นที่วังหมี ด้านวังน้ำเขียวยังมีร้านอาหารและคาเฟ่อย่าง Coolliving Farmhouse Organic, TERRA Cafe, curf cafe และ Khao Yai Art Tree ที่สามารถจัดเป็นจุดแวะพักระหว่างทางได้ การเลือกแวะร้านอาหารก่อนหรือหลังชมเขื่อนจะทำให้ทริปสะดวกขึ้น โดยเฉพาะสำหรับครอบครัวหรือกลุ่มที่เดินทางไกล
ด้านที่พัก นักท่องเที่ยวมีตัวเลือกทั้งบ้านพักรับรองของเขื่อนและที่พักเอกชนในโซนวังน้ำเขียว บ้านพักรับรองของเขื่อนเหมาะกับผู้ที่ต้องการอยู่ใกล้พื้นที่อ่างเก็บน้ำและติดต่อผ่านโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำพระเพลิง ส่วนที่พักรอบวังน้ำเขียวเหมาะกับผู้ที่ต้องการบรรยากาศรีสอร์ท ฟาร์มสเตย์ หรือบ้านพักกลางธรรมชาติ เช่น ลำพระเพลิงรีสอร์ท Lamoon Cottage Glamping Coolliving Farmhouse Villa Khao Phaeng Ma และ Veravian Resort การเลือกพักในพื้นที่ใกล้เขื่อนช่วยให้สามารถชมวิวช่วงเช้าหรือเย็นได้ง่ายขึ้น และยังเชื่อมต่อเส้นทางเที่ยววังน้ำเขียวได้สะดวก
ก่อนเดินทางไปเขื่อนลำพระเพลิง นักท่องเที่ยวควรจัดเวลาให้เหมาะกับกิจกรรมที่ต้องการ หากเพียงต้องการชมวิวและรับประทานอาหาร สามารถใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมงได้อย่างสบาย หากต้องการล่องเรือไปยังน้ำตก ควรเผื่อเวลาอย่างน้อยครึ่งวันและติดต่อสโมสรเขื่อนล่วงหน้า หากต้องการพักค้างคืนควรติดต่อบ้านพักหรือรีสอร์ทก่อนเดินทาง โดยเฉพาะช่วงวันหยุดยาวและฤดูท่องเที่ยว เพราะที่พักบางแห่งมีจำนวนห้องจำกัดและบริการบางอย่างอาจขึ้นอยู่กับช่วงเวลา
ข้อควรปฏิบัติในการเที่ยวเขื่อนลำพระเพลิงคือเคารพพื้นที่ชลประทาน ไม่เข้าไปในอาคารควบคุม ประตูน้ำ ทางระบายน้ำ หรือเขตที่มีป้ายห้ามเข้า ไม่ทิ้งขยะลงน้ำ ไม่ส่งเสียงรบกวนพื้นที่พักผ่อนของผู้อื่น ไม่จุดไฟในพื้นที่เสี่ยง และไม่ทำกิจกรรมที่อาจกระทบต่อธรรมชาติริมอ่าง การล่องเรือควรใช้บริการผู้ให้บริการในพื้นที่และสวมอุปกรณ์ความปลอดภัยทุกครั้ง ส่วนการตกปลาควรเลือกจุดที่เหมาะสมและรักษาความสะอาดหลังใช้พื้นที่เสมอ
ในภาพรวม เขื่อนลำพระเพลิงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีคุณค่าหลายด้าน ทั้งด้านธรรมชาติ ด้านชลประทาน ด้านวิถีชุมชน และด้านการพักผ่อนของคนโคราช ความสวยงามของเขื่อนอยู่ที่ผืนน้ำที่ทอดยาวระหว่างภูเขา ความเงียบสงบของอ่างเก็บน้ำ เส้นทางธรรมชาติเหนือเขื่อน ร้านอาหารริมอ่าง เรือหางยาว บ้านพักรับรอง และความเชื่อมโยงกับพื้นที่วังน้ำเขียวกับปักธงชัย หากต้องการรู้จักนครราชสีมาในมุมที่สงบและใกล้ธรรมชาติ เขื่อนลำพระเพลิงคือจุดหมายที่เหมาะสำหรับการใช้เวลาช้า ๆ และมองเห็นความสัมพันธ์ของน้ำ ป่า ภูเขา และชุมชนในพื้นที่เดียวกัน
เส้นทางเที่ยวที่ลงตัวคือออกจากตัวเมืองนครราชสีมาในช่วงเช้า แวะปักธงชัย แล้วขับเข้าสู่เขื่อนลำพระเพลิงเพื่อชมวิวและรับประทานอาหารริมอ่าง หากมีเวลาสามารถติดต่อเรือหางยาวเพื่อชมบรรยากาศภายในอ่าง หรือเลือกแวะวัดป่าศรีโพธิญาณเพื่อไหว้พระและชมวิวจากมุมสูง จากนั้นต่อเส้นทางไปวังน้ำเขียวเพื่อพักค้างคืนหรือแวะคาเฟ่ในช่วงเย็น เส้นทางนี้รวมทั้งธรรมชาติ อาหารท้องถิ่น จุดชมวิว และการพักผ่อนริมอ่างเก็บน้ำไว้ในทริปเดียวได้อย่างครบถ้วน
| ชื่อสถานที่ | เขื่อนลำพระเพลิง หรือ อ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง |
| ที่ตั้ง | บ้านบุหัวช้าง ตำบลตะขบ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา |
| ที่อยู่ | ตำบลตะขบ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา 30150 |
| พิกัด | 14°35′38″N, 101°52′09″E |
| ไฮไลต์ | เขื่อนในความดูแลของกรมชลประทาน วิวอ่างเก็บน้ำกว้าง ภูเขาโอบล้อม เหมาะกับพักผ่อน รับประทานอาหาร ตกปลา ล่องเรือหางยาว และชมทิวทัศน์ริมอ่าง |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | เริ่มสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2505 และเปิดใช้เมื่อปี พ.ศ. 2510 เพื่อกักเก็บน้ำสำหรับการอุปโภคบริโภค เกษตรกรรม และช่วยป้องกันอุทกภัย |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อสัมพันธ์กับลำน้ำลำพระเพลิง ซึ่งเป็นสายน้ำสำคัญของพื้นที่อำเภอปักธงชัยและโคราชตอนใต้ |
| ลักษณะเด่น | อ่างเก็บน้ำท่ามกลางภูเขาโซ่และภูเขาหลวง มีพื้นที่ป่าเหนือเขื่อน เส้นทางเรือสู่น้ำตกคลองกี่และน้ำตกขุนโจน และมีบ้านพักรับรองของกรมชลประทาน |
| การเดินทาง | ใช้ทางหลวงหมายเลข 304 ผ่านทางเข้าอำเภอปักธงชัยประมาณ 4 กม. แล้วเลี้ยวขวาเข้าสู่เส้นทางเขื่อนลำพระเพลิงประมาณ 30 กม. |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้เข้าชม เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติและอ่างเก็บน้ำชลประทานของอำเภอปักธงชัย |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 18.00 น. |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | บ้านพักรับรองของกรมชลประทาน สโมสรเขื่อนลำพระเพลิง จุดติดต่อเรือหางยาว ร้านอาหารริมอ่าง พื้นที่ชมวิว พื้นที่ตกปลา และเส้นทางเชื่อมต่อแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติใกล้เคียง |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | สันเขื่อนลำพระเพลิง, อ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง, สโมสรเขื่อนลำพระเพลิง, บ้านพักรับรองกรมชลประทาน, จุดติดต่อเรือหางยาว, พื้นที่ตกปลา, คลองส่งน้ำ, พื้นที่ป่าเหนือเขื่อน |
| ผู้ดูแล | โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำพระเพลิง กรมชลประทาน สำนักงานชลประทานที่ 8 ผู้อำนวยการโครงการ: นายพลนเรศ พันนา |
| เบอร์ติดต่อหลัก | บ้านพักรับรอง โทร. 0 4437 3184 ต่อ 114 ในวันและเวลาราชการ สโมสรเขื่อนลำพระเพลิง / เรือหางยาว โทร. 0 4437 3184 ต่อ 117 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำพระเพลิง กรมชลประทาน และเพจโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำพระเพลิง |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. สโมสรเขื่อนลำพระเพลิง 1 กม. 2. วัดป่าศรีโพธิญาณ / วัดพระใหญ่ชมวิวเขื่อน 3 กม. 3. น้ำตกคลองกี่ 15 กม. 4. น้ำตกขุนโจน 18 กม. 5. น้ำตกละอองชมพู 20 กม. 6. เขาแผงม้า วังน้ำเขียว 32 กม. 7. ฟลอร่า พาร์ค วังน้ำเขียว 38 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ครัวริมเขื่อน คุณอี๊ด 2 กม. โทร. 091-017-9284 2. ครัวริมเขื่อน 2 2 กม. โทร. 087-810-2059 3. ร้านอาหารครัวลำพระเพลิง 3 กม. โทร. 091-017-9284 4. Coolliving Farmhouse Organic 12 กม. โทร. 096-953-5595, 096-963-5655, 095-351-9599 5. Baandin Coffee & Cactus 13 กม. 6. curf cafe วังน้ำเขียว 14 กม. 7. Khao Yai Art Tree 17 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. บ้านพักรับรองเขื่อนลำพระเพลิง 1 กม. โทร. 0 4437 3184 ต่อ 114 2. ลำพระเพลิง รีสอร์ท 3 กม. โทร. 085-901-8760 3. Lamoon Cottage Glamping เขื่อนลำพระเพลิง-วังน้ำเขียว 12 กม. โทร. 062-991-2954, 092-891-2088 4. Coolliving Farmhouse 12 กม. โทร. 096-953-5595, 096-963-5655, 095-351-9599 5. Villa Khao Phaeng Ma 30 กม. โทร. 081-846-6768, 0-2930-0658 6. Veravian Resort 35 กม. โทร. 083-111-5678, 083-111-6789 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: เขื่อนลำพระเพลิงอยู่ที่ไหน?
ตอบ: เขื่อนลำพระเพลิงตั้งอยู่บริเวณบ้านบุหัวช้าง ตำบลตะขบ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา เป็นเขื่อนและอ่างเก็บน้ำในความดูแลของกรมชลประทาน
ถาม: เขื่อนลำพระเพลิงเปิดให้เข้าชมวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: เขื่อนลำพระเพลิงเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00 น.
ถาม: เขื่อนลำพระเพลิงมีอะไรน่าสนใจ?
ตอบ: จุดเด่นคือวิวอ่างเก็บน้ำกว้าง ภูเขาโอบล้อม ร้านอาหารริมอ่าง จุดตกปลา บ้านพักรับรอง สโมสรเขื่อน และบริการเรือหางยาวไปชมน้ำตกคลองกี่หรือน้ำตกขุนโจน
ถาม: ติดต่อบ้านพักรับรองเขื่อนลำพระเพลิงได้ที่ไหน?
ตอบ: ติดต่อโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำพระเพลิงในวันและเวลาราชการ โทร. 0 4437 3184 ต่อ 114
ถาม: ติดต่อเรือหางยาวที่เขื่อนลำพระเพลิงได้อย่างไร?
ตอบ: ติดต่อสโมสรเขื่อนลำพระเพลิง โทร. 0 4437 3184 ต่อ 117 เพื่อสอบถามการเช่าเหมาเรือหางยาวและสภาพการเดินทางภายในอ่างเก็บน้ำ
ถาม: เดินทางไปเขื่อนลำพระเพลิงอย่างไร?
ตอบ: ใช้ทางหลวงหมายเลข 304 ผ่านทางเข้าอำเภอปักธงชัยประมาณ 4 กม. แล้วเลี้ยวขวาเข้าสู่เส้นทางเขื่อนลำพระเพลิงอีกประมาณ 30 กม.
ถาม: ไปเขื่อนลำพระเพลิงช่วงเวลาไหนดีที่สุด?
ตอบ: ช่วงเช้าเหมาะกับการรับลมและถ่ายภาพแสงอ่อน ส่วนช่วงเย็นเหมาะกับการชมวิวอ่างเก็บน้ำและบรรยากาศพระอาทิตย์ตกเหนือผืนน้ำ
ถาม: สามารถเที่ยวเขื่อนลำพระเพลิงร่วมกับสถานที่ใดได้บ้าง?
ตอบ: สามารถจัดเส้นทางร่วมกับวัดป่าศรีโพธิญาณ น้ำตกคลองกี่ น้ำตกขุนโจน น้ำตกละอองชมพู เขาแผงม้า และฟลอร่า พาร์ค วังน้ำเขียวได้
หมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
กลุ่ม: ●เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ
ปรับปรุงล่าสุด : 2 สัปดาห์ที่แล้ว




