หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดนครราชสีมา >อ.ปากช่อง >ต.กลางดง > ศูนย์วิจัยข้าวโพดข้าวฟ่างแห่งชาติ
TL;DR: ศูนย์วิจัยข้าวโพดข้าวฟ่างแห่งชาติ อยู่ที่ริมถนนมิตรภาพ หลักกิโลเมตรที่ 155 ตำบลกลางดง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เปิดวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 08.00 – 16.30 น.
ศูนย์วิจัยข้าวโพดข้าวฟ่างแห่งชาติ

วันเปิดทำการ: วันจันทร์ – วันศุกร์
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 16.30 น.
ศูนย์วิจัยข้าวโพดและข้าวฟ่างแห่งชาติ จังหวัดนครราชสีมา หรือที่คนจำนวนมากรู้จักในชื่อ “ไร่สุวรรณ” เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านเกษตรกรรม งานวิจัยพืชไร่ และการพัฒนาข้าวโพดของประเทศไทยที่สำคัญมากแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่เลขที่ 298 หมู่ 1 ตำบลกลางดง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา 30320 ริมถนนมิตรภาพ บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 155 ทำเลของศูนย์อยู่ในพื้นที่ปากช่องที่เชื่อมต่อระหว่างกรุงเทพฯ สระบุรี นครราชสีมา และแหล่งท่องเที่ยวเขาใหญ่ จึงเป็นทั้งสถานีวิจัยของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แหล่งฝึกนิสิตเกษตร แหล่งถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร จุดศึกษาดูงาน และจุดแวะซื้อผลิตภัณฑ์ข้าวโพดหวานที่มีชื่อเสียงมากในหมู่นักเดินทาง
ความโดดเด่นของศูนย์วิจัยข้าวโพดและข้าวฟ่างแห่งชาติไม่ได้อยู่เพียงการเป็นไร่ข้าวโพดริมถนนมิตรภาพ แต่คือบทบาทเชิงวิชาการที่เชื่อมโยงการวิจัย การผลิตเมล็ดพันธุ์ การฝึกอบรม การเผยแพร่ความรู้ และการต่อยอดผลิตภัณฑ์เกษตรเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ สถานที่แห่งนี้ทำให้ผู้มาเยือนเห็นว่าเบื้องหลังข้าวโพดหวานฝักหนึ่ง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หนึ่งสายพันธุ์ หรือผลิตภัณฑ์น้ำนมข้าวโพดหนึ่งขวด ไม่ได้เกิดจากการปลูกและขายเท่านั้น แต่ต้องผ่านกระบวนการวิจัย การคัดเลือกพันธุ์ การผลิตเมล็ดพันธุ์ การทดสอบในแปลง การจัดการคุณภาพ และการถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง
พื้นที่แห่งนี้มีประวัติที่น่าสนใจมาก เดิมคือ “ธนะฟาร์ม” ซึ่งเป็นไร่ของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ อดีตนายกรัฐมนตรี ต่อมาในปี พ.ศ. 2508 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้รับมอบพื้นที่จากกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง และจัดตั้งเป็นสถานีฝึกนิสิตเกษตรชื่อ “สถานีฝึกนิสิตเกษตรสุวรรณวาจกกสิกิจ” เพื่อเป็นเกียรติแก่หลวงสุวรรณวาจกกสิกิจ ปฐมอธิการบดีของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ชื่อ “ไร่สุวรรณ” จึงมีรากจากประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และการพัฒนาการเกษตรไทย ไม่ใช่เพียงชื่อทางการค้าหรือชื่อเรียกของแหล่งท่องเที่ยวริมทางเท่านั้น
ต่อมาในปี พ.ศ. 2509 มูลนิธิร็อกกี้เฟลเลอร์ได้ให้ความช่วยเหลือโครงการข้าวโพดและข้าวฟ่างในประเทศแถบเอเชีย หรือ Inter-Asian Corn and Sorghum Program มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จึงร่วมมือกับกรมกสิกรรม ซึ่งปัจจุบันคือกรมวิชาการเกษตร ดำเนินงานวิจัยและพัฒนาข้าวโพดและข้าวฟ่าง โดยใช้พื้นที่สถานีฝึกนิสิตเกษตรสุวรรณวาจกกสิกิจเป็นศูนย์กลางการปฏิบัติงาน ก่อนจะจัดตั้งเป็นศูนย์วิจัยข้าวโพดและข้าวฟ่างแห่งชาติเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2512 บทบาทนี้ทำให้ไร่สุวรรณเป็นพื้นที่สำคัญของการพัฒนาพืชไร่เศรษฐกิจระดับชาติ และเป็นชื่อที่รู้จักในแวดวงนักวิชาการเกษตรทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ศูนย์วิจัยข้าวโพดและข้าวฟ่างแห่งชาติมีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 2,589 ไร่ ลักษณะพื้นที่เป็นที่ลาดเชิงเขาหินปูน สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 360 เมตร มีภูเขาปางอโศกพาดผ่านตามแนวทิศตะวันออกไปทางทิศตะวันตก พื้นที่ด้านหน้าภูเขาปางอโศกติดถนนมิตรภาพ มีพื้นที่ประมาณ 1,389 ไร่ ใช้เป็นแปลงทดลองวิจัยที่สามารถให้น้ำชลประทานได้ตลอดปีจากน้ำบาดาล ส่วนพื้นที่ด้านหลังเขามีประมาณ 1,200 ไร่ ใช้เป็นพื้นที่ผลิตเมล็ดพันธุ์และเป็นที่ตั้งของโรงงานผลิตเมล็ดพันธุ์ การแบ่งพื้นที่เช่นนี้สะท้อนการออกแบบศูนย์วิจัยที่มีทั้งพื้นที่ทดลอง พื้นที่ผลิตจริง และพื้นที่สนับสนุนงานวิชาการครบในบริเวณเดียวกัน
สภาพพื้นที่ของศูนย์ฯ มีความเหมาะสมต่อการเรียนรู้ด้านพืชไร่ เพราะดินในพื้นที่เป็นดินชุดปากช่อง มีลักษณะเป็นดินเหนียวร่วนสีน้ำตาลแดง ระบายน้ำได้ดี สภาพภูมิอากาศมีอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีประมาณ 30 องศาเซลเซียส มีลมพัดค่อนข้างจัด ความชื้นสัมพัทธ์เฉลี่ยสูง และมีปริมาณน้ำฝนในระดับที่สนับสนุนการปลูกพืชไร่ได้ดี สภาพแวดล้อมนี้ทำให้ไร่สุวรรณเป็นพื้นที่ทดลองที่มีความสำคัญต่อการศึกษาการเจริญเติบโตของข้าวโพด ข้าวฟ่าง และพืชไร่อื่น ๆ ในระบบเกษตรเขตร้อนของไทย
บทบาทด้านงานวิจัยของศูนย์วิจัยข้าวโพดและข้าวฟ่างแห่งชาติครอบคลุมทั้งการปรับปรุงพันธุ์ข้าวโพด การทดสอบพันธุ์ การผลิตเมล็ดพันธุ์ การพัฒนาเทคโนโลยีการปลูก การตรวจสอบคุณภาพเมล็ดพันธุ์ การปรับสภาพเมล็ดพันธุ์ และการเผยแพร่ความรู้สู่เกษตรกร ข้าวโพดเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศไทย ทั้งในฐานะพืชอาหาร พืชอาหารสัตว์ และวัตถุดิบอุตสาหกรรม การมีศูนย์วิจัยเฉพาะทางจึงช่วยทำให้การผลิตข้าวโพดของประเทศมีฐานความรู้รองรับ ไม่ต้องพึ่งพาการปลูกแบบลองผิดลองถูกเพียงอย่างเดียว
ชื่อเสียงของไร่สุวรรณในสายตานักท่องเที่ยวมักผูกพันกับข้าวโพดหวานและผลิตภัณฑ์จากข้าวโพด โดยเฉพาะข้าวโพดหวานฝักสด ข้าวโพดหวานฝักต้ม น้ำนมข้าวโพดหวาน ข้าวโพดหวานบรรจุกระป๋อง ไอศกรีมข้าวโพดหวาน ซอฟต์เสิร์ฟนมข้าวโพด และเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดที่จำหน่ายในร้านผลิตภัณฑ์ของศูนย์ฯ จุดนี้ทำให้ศูนย์วิจัยไม่ใช่สถานที่ที่อยู่เฉพาะในวงวิชาการ แต่สามารถสื่อสารกับประชาชนทั่วไปผ่านผลิตภัณฑ์ที่จับต้องได้ กินได้ ซื้อกลับบ้านได้ และทำให้คนทั่วไปจดจำคุณค่าของงานวิจัยผ่านรสชาติและคุณภาพของผลผลิต
ผลิตภัณฑ์ยอดนิยมอย่างน้ำนมข้าวโพดหวานไร่สุวรรณเป็นตัวอย่างของการเพิ่มมูลค่าทางการเกษตรที่ดีมาก เพราะไม่ได้หยุดอยู่ที่การขายข้าวโพดฝักเท่านั้น แต่แปรรูปผลผลิตให้กลายเป็นเครื่องดื่มที่มีเอกลักษณ์และเป็นของฝากประจำเส้นทางมิตรภาพ นักเดินทางจำนวนมากรู้จักไร่สุวรรณจากการแวะซื้อน้ำนมข้าวโพด ข้าวโพดต้ม หรือไอศกรีมข้าวโพดก่อนเดินทางต่อไปกรุงเทพฯ หรือเขาใหญ่ ประสบการณ์นี้ทำให้ศูนย์วิจัยกลายเป็นจุดหมายที่เชื่อมต่อระหว่างงานวิชาการ เกษตรกรรม การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างเป็นธรรมชาติ
สำหรับผู้สนใจด้านการเกษตร ศูนย์วิจัยแห่งนี้มีคุณค่ามากกว่าการเป็นร้านขายของฝาก เพราะพื้นที่แปลงทดลองและพื้นที่ผลิตเมล็ดพันธุ์สะท้อนกระบวนการทำงานจริงของนักวิจัยและเจ้าหน้าที่เกษตร ผู้มาเยือนจะเข้าใจได้ว่าการพัฒนาพันธุ์พืชต้องใช้เวลา การทดลองซ้ำ การเก็บข้อมูล การคัดเลือกต้นพันธุ์ การควบคุมคุณภาพ และการประเมินผลผลิตในแปลงจริง ข้าวโพดพันธุ์ที่เกษตรกรนำไปใช้ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน แต่ต้องผ่านกระบวนการทางวิชาการที่ยาวนานและรอบคอบ
ศูนย์วิจัยข้าวโพดและข้าวฟ่างแห่งชาติยังมีบทบาทเป็นแหล่งฝึกนิสิตของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ การฝึกงานในพื้นที่จริงมีความสำคัญมากสำหรับนิสิตเกษตร เพราะทำให้ผู้เรียนเห็นความแตกต่างระหว่างความรู้ในห้องเรียนกับสภาพจริงของแปลงทดลอง นิสิตได้เรียนรู้เรื่องดิน น้ำ เมล็ดพันธุ์ โรคแมลง การเก็บข้อมูล การดูแลแปลง และการทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ภาคสนาม การฝึกในพื้นที่เช่นนี้ช่วยสร้างบุคลากรด้านเกษตรที่เข้าใจทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาการเกษตรไทยในระยะยาว
ในด้านการถ่ายทอดเทคโนโลยี ศูนย์ฯ ทำหน้าที่เชื่อมโยงความรู้จากงานวิจัยไปสู่เกษตรกรและผู้สนใจทั่วไป การถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านข้าวโพดและข้าวฟ่างไม่ใช่เพียงการบอกสูตรการปลูก แต่รวมถึงการเลือกพันธุ์ที่เหมาะกับพื้นที่ การจัดการแปลง การดูแลโรคและแมลง การใช้เมล็ดพันธุ์คุณภาพ การวางแผนการผลิต และการจัดการผลผลิตหลังเก็บเกี่ยว เมื่อเกษตรกรเข้าถึงความรู้ที่ถูกต้อง ย่อมช่วยลดความเสี่ยง เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และยกระดับคุณภาพผลผลิตในพื้นที่ต่าง ๆ ได้
สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป ไร่สุวรรณเป็นจุดแวะพักที่เข้าใจง่ายและมีเสน่ห์เฉพาะตัว เพราะตั้งอยู่ริมถนนมิตรภาพ เห็นได้ชัดจากเส้นทางหลัก มีร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากข้าวโพดหวาน มีพื้นที่ให้แวะซื้อของฝาก และมีบรรยากาศของไร่เกษตรที่ต่างจากร้านริมทางทั่วไป นักเดินทางที่ขับรถผ่านเส้นทางปากช่องมักเลือกหยุดพักที่นี่เพื่อยืดเส้นยืดสาย ซื้อของฝาก รับประทานข้าวโพดต้ม หรือดื่มน้ำนมข้าวโพดก่อนเดินทางต่อ จุดแวะพักเช่นนี้ช่วยทำให้เส้นทางการเดินทางมีประสบการณ์ทางรสชาติและเรื่องราวมากขึ้น
สำหรับครอบครัวและเด็ก หอความรู้ของไร่สุวรรณอยู่ที่การทำให้เด็กเห็นว่าข้าวโพดไม่ได้เป็นเพียงอาหารที่อยู่ในถุงหรือกระป๋อง แต่เป็นพืชที่ต้องปลูก ดูแล เก็บเกี่ยว และแปรรูปอย่างเป็นระบบ เด็กสามารถเรียนรู้ได้ว่าข้าวโพดมีหลายชนิด ทั้งข้าวโพดหวาน ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และข้าวโพดที่นำไปใช้ในรูปแบบต่าง ๆ การแวะไร่สุวรรณจึงเป็นการเรียนรู้แบบง่าย ๆ ที่เริ่มจากของกินใกล้ตัว แล้วต่อยอดไปสู่ความเข้าใจเรื่องเมล็ดพันธุ์ เกษตรกร งานวิจัย และอาหารที่เราบริโภคในชีวิตประจำวัน
สำหรับชาวต่างชาติ ศูนย์วิจัยข้าวโพดและข้าวฟ่างแห่งชาติเป็นสถานที่ที่ช่วยอธิบาย applied agricultural research in Thailand ได้ดี เพราะผู้มาเยือนจะเห็นว่างานวิจัยทางการเกษตรไม่ได้อยู่เฉพาะในห้องทดลอง แต่เชื่อมต่อกับแปลงเพาะปลูก เมล็ดพันธุ์ ผลิตภัณฑ์ อาหาร ของฝาก และชีวิตจริงของเกษตรกรไทย ที่นี่จึงเป็นจุดหมายที่เหมาะกับผู้สนใจ food systems, crop science, tropical agriculture, seed production และ rural innovation ในประเทศไทย
ความสำคัญเชิงพื้นที่ของไร่สุวรรณอยู่ที่ตำแหน่งระหว่างปากช่อง เขาใหญ่ และถนนมิตรภาพ พื้นที่นี้เป็นหนึ่งในเส้นทางท่องเที่ยวและเกษตรกรรมสำคัญของนครราชสีมา ใกล้แหล่งท่องเที่ยวอย่างฟาร์มโชคชัย วัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม ไร่องุ่นพีบี วัลเลย์ และแหล่งท่องเที่ยวเขาใหญ่หลายแห่ง ผู้เดินทางสามารถวางแผนแวะไร่สุวรรณร่วมกับเส้นทางเขาใหญ่ ปากช่อง หรือมวกเหล็กได้สะดวก โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการทริปที่มีทั้งเกษตร ของฝาก ธรรมชาติ และอาหารในวันเดียว
ในเชิงประวัติศาสตร์การเกษตรไทย ไร่สุวรรณเป็นพื้นที่ที่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากไร่ส่วนบุคคลสู่พื้นที่การศึกษาและวิจัยระดับประเทศ จากธนะฟาร์มสู่สถานีฝึกนิสิตเกษตร และจากสถานีฝึกนิสิตสู่ศูนย์วิจัยข้าวโพดและข้าวฟ่างแห่งชาติ เส้นทางนี้แสดงให้เห็นว่าที่ดินหนึ่งผืนสามารถเปลี่ยนบทบาทจากทรัพย์สินส่วนบุคคลไปสู่ทรัพยากรสาธารณะด้านการศึกษาและการวิจัยได้อย่างมีความหมาย การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้พื้นที่นี้มีคุณค่าทั้งในมิติประวัติศาสตร์ สถาบัน และการพัฒนาประเทศ
การมีพื้นที่ผลิตเมล็ดพันธุ์และโรงงานผลิตเมล็ดพันธุ์ภายในศูนย์ฯ เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ผู้มาเยือนไม่ควรมองข้าม เมล็ดพันธุ์เป็นหัวใจของการผลิตพืชไร่ หากเมล็ดพันธุ์ไม่มีคุณภาพ ผลผลิตในไร่ของเกษตรกรก็ย่อมได้รับผลกระทบ การผลิตเมล็ดพันธุ์จึงต้องมีการคัดเลือก ควบคุมความบริสุทธิ์ ตรวจสอบคุณภาพ และจัดการหลังการเก็บเกี่ยวอย่างเป็นระบบ งานส่วนนี้อาจไม่หวือหวาเท่าภาพทุ่งข้าวโพดหรือร้านของฝาก แต่เป็นรากฐานของความมั่นคงทางการผลิตพืชไร่ในประเทศ
ศูนย์ฯ ยังมีบริการด้านวิชาการและบริการทั่วไป เช่น การฝึกอบรม การเยี่ยมชมดูงานแปลงสาธิต นิทรรศการ ห้องประชุม ที่พัก และสถานที่สำหรับรองรับกิจกรรมบางประเภท สิ่งเหล่านี้ทำให้ไร่สุวรรณมีบทบาทมากกว่าสถานีวิจัยที่ปิดอยู่กับงานภายใน แต่เป็นพื้นที่ที่เปิดรับการเรียนรู้ของผู้คนหลายกลุ่ม ตั้งแต่นิสิต นักวิจัย เกษตรกร หน่วยงานราชการ กลุ่มศึกษาดูงาน ไปจนถึงนักท่องเที่ยวทั่วไปที่ต้องการเข้าใจงานเกษตรในระดับที่ลึกขึ้น
สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าศึกษาดูงานอย่างจริงจัง ควรประสานศูนย์ล่วงหน้าผ่านช่องทางติดต่อของศูนย์วิจัย เนื่องจากบางพื้นที่เป็นแปลงทดลอง พื้นที่ผลิตเมล็ดพันธุ์ หรือพื้นที่ปฏิบัติงานที่ต้องมีการจัดการด้านความปลอดภัยและระเบียบการเข้าออก การติดต่อก่อนเดินทางจะช่วยให้การเข้าชมเหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของกลุ่ม เช่น ศึกษาเรื่องพันธุ์ข้าวโพด การผลิตเมล็ดพันธุ์ การแปรรูปผลิตภัณฑ์ หรือการจัดการแปลงทดลอง
มารยาทในการเยี่ยมชมศูนย์วิจัยและพื้นที่เกษตรมีความสำคัญ ผู้มาเยือนไม่ควรเดินเข้าแปลงทดลองโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่เด็ดฝักข้าวโพดหรือพืชในพื้นที่ ไม่แตะต้องป้ายแปลงทดลอง เครื่องมือ หรืออุปกรณ์วิจัย ไม่ทิ้งขยะ และควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพราะแปลงทดลองบางแปลงอาจเป็นงานวิจัยที่ต้องควบคุมข้อมูลและสภาพแปลงอย่างละเอียด ความเสียหายเพียงเล็กน้อยอาจกระทบต่อผลการทดลองและงานวิชาการได้
การเดินทาง ไปยังศูนย์วิจัยข้าวโพดและข้าวฟ่างแห่งชาติสะดวกมากสำหรับผู้ใช้รถยนต์ส่วนตัว หากเดินทางจากกรุงเทพฯ ให้ใช้ถนนมิตรภาพมุ่งหน้าสู่ปากช่องและนครราชสีมา ศูนย์ตั้งอยู่บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 155 ริมถนนมิตรภาพ ตำบลกลางดง อำเภอปากช่อง สังเกตได้จากพื้นที่ไร่สุวรรณและร้านผลิตภัณฑ์ข้าวโพดหวาน หากเดินทางจากตัวเมืองนครราชสีมาให้ใช้ถนนมิตรภาพมุ่งหน้ากลับไปทางปากช่องและสระบุรี ศูนย์อยู่บนเส้นทางหลัก เหมาะสำหรับแวะระหว่างเดินทางไปเขาใหญ่ ปากช่อง มวกเหล็ก หรือกรุงเทพฯ
ผู้ที่ไม่มีรถส่วนตัวสามารถเดินทางมาถึงอำเภอปากช่องด้วยรถโดยสาร รถตู้ หรือรถไฟ แล้วต่อรถรับจ้างท้องถิ่นมายังไร่สุวรรณได้ อย่างไรก็ตาม การใช้รถยนต์ส่วนตัวจะสะดวกกว่า เพราะสามารถจัดเส้นทางเที่ยวร่วมกับฟาร์มโชคชัย วัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม แดรี่โฮม ไร่องุ่นพีบี วัลเลย์ กรานมอนเต้ หรือแหล่งท่องเที่ยวเขาใหญ่ได้ในวันเดียว การเดินทางด้วยรถส่วนตัวช่วยให้ควบคุมเวลาได้ดี โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการแวะซื้อผลิตภัณฑ์ยอดนิยมในช่วงที่คนไม่หนาแน่น
เส้นทางท่องเที่ยวที่เหมาะกับไร่สุวรรณสามารถจัดได้หลายแบบ หากต้องการเที่ยวเชิงเกษตรและอาหาร สามารถเริ่มจากไร่สุวรรณ แวะซื้อผลิตภัณฑ์ข้าวโพดหวาน ต่อด้วยฟาร์มโชคชัยหรือแดรี่โฮม หากต้องการเที่ยวธรรมชาติและเขาใหญ่ สามารถใช้ไร่สุวรรณเป็นจุดเริ่มต้นก่อนเดินทางต่อไปยังปากช่อง เขาใหญ่ หรือไร่องุ่นในพื้นที่ หากต้องการเที่ยวเชิงเรียนรู้ สามารถติดต่อศูนย์ล่วงหน้าเพื่อศึกษาดูงานด้านข้าวโพด ข้าวฟ่าง การผลิตเมล็ดพันธุ์ และการพัฒนาเทคโนโลยีการเกษตร
การใช้เวลาในไร่สุวรรณขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของผู้มาเยือน หากแวะซื้อผลิตภัณฑ์และพักระหว่างทาง อาจใช้เวลาประมาณ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง แต่หากตั้งใจศึกษาดูงานหรือชมพื้นที่ในเชิงวิชาการ ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 1.30 – 2 ชั่วโมง เพื่อทำความเข้าใจประวัติของศูนย์ พื้นที่แปลงทดลอง ร้านผลิตภัณฑ์ และความสัมพันธ์ระหว่างงานวิจัยกับผลผลิตที่จำหน่ายจริง ผู้ที่มาเป็นหมู่คณะควรจัดเวลาเผื่อการบรรยาย การเดินชม และการถามตอบกับเจ้าหน้าที่
เมื่อมองในภาพรวม ศูนย์วิจัยข้าวโพดและข้าวฟ่างแห่งชาติเป็นสถานที่ที่มีคุณค่าหลายชั้น ชั้นแรกคือแหล่งวิจัยและพัฒนาข้าวโพดและข้าวฟ่างของประเทศ ชั้นที่สองคือแหล่งฝึกนิสิตและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร ชั้นที่สามคือร้านผลิตภัณฑ์เกษตรที่ทำให้งานวิจัยสื่อสารกับประชาชนผ่านอาหารและของฝาก ชั้นที่สี่คือจุดท่องเที่ยวริมถนนมิตรภาพที่คนทั่วไปเข้าถึงง่าย และชั้นสุดท้ายคือพื้นที่ประวัติศาสตร์ที่สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในการพัฒนาการเกษตรไทยอย่างต่อเนื่อง
โดยสรุป ศูนย์วิจัยข้าวโพดและข้าวฟ่างแห่งชาติ จังหวัดนครราชสีมา หรือไร่สุวรรณ เป็นแหล่งเรียนรู้เกษตรที่เหมาะกับเกษตรกร นักเรียน นักศึกษา ครอบครัว นักท่องเที่ยวเชิงเกษตร และชาวต่างชาติที่สนใจระบบเกษตรเขตร้อนของไทย จุดเด่นคือประวัติจากธนะฟาร์ม พื้นที่วิจัยขนาดใหญ่ 2,589 ไร่ แปลงทดลองข้าวโพดและข้าวฟ่าง พื้นที่ผลิตเมล็ดพันธุ์ บริการวิชาการ ร้านผลิตภัณฑ์ข้าวโพดหวาน และบรรยากาศริมถนนมิตรภาพที่เข้าถึงง่าย ผู้ที่ต้องการเที่ยวปากช่องให้มีทั้งมิติวิชาการ เกษตร อาหาร และประวัติศาสตร์การพัฒนาพืชไร่ไทย ควรจัดไร่สุวรรณเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของเส้นทาง
| ชื่อสถานที่ | ศูนย์วิจัยข้าวโพดและข้าวฟ่างแห่งชาติ / ไร่สุวรรณ |
| ที่ตั้ง | ริมถนนมิตรภาพ หลักกิโลเมตรที่ 155 ตำบลกลางดง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา |
| ที่อยู่ | 298 หมู่ 1 ตำบลกลางดง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา 30320 |
| ไฮไลต์ | ศูนย์วิจัยข้าวโพดและข้าวฟ่างของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แปลงทดลองพืชไร่ พื้นที่ผลิตเมล็ดพันธุ์ ร้านผลิตภัณฑ์ข้าวโพดหวานไร่สุวรรณ และจุดแวะซื้อของฝากริมถนนมิตรภาพ |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | เดิมคือธนะฟาร์มของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ต่อมาในปี พ.ศ. 2508 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้รับมอบพื้นที่และจัดตั้งเป็นสถานีฝึกนิสิตเกษตรสุวรรณวาจกกสิกิจ ก่อนจัดตั้งเป็นศูนย์วิจัยข้าวโพดและข้าวฟ่างแห่งชาติเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2512 |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อไร่สุวรรณสืบจากสถานีฝึกนิสิตเกษตรสุวรรณวาจกกสิกิจ ซึ่งตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่หลวงสุวรรณวาจกกสิกิจ ปฐมอธิการบดีของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ |
| ลักษณะเด่น | พื้นที่รวมประมาณ 2,589 ไร่ มีแปลงทดลองวิจัย พื้นที่ผลิตเมล็ดพันธุ์ โรงงานผลิตเมล็ดพันธุ์ พื้นที่ฝึกนิสิต บริการวิชาการ และร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากข้าวโพดหวาน |
| การเดินทาง | จากกรุงเทพฯ ใช้ถนนมิตรภาพมุ่งหน้าไปอำเภอปากช่องและนครราชสีมา ศูนย์อยู่บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 155 ริมถนนมิตรภาพ ตำบลกลางดง เหมาะสำหรับแวะระหว่างเดินทางไปเขาใหญ่ ปากช่อง หรือกรุงเทพฯ |
| สถานะปัจจุบัน | เป็นศูนย์วิจัยข้าวโพดและข้าวฟ่างแห่งชาติ สังกัดคณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และเป็นจุดแวะซื้อผลิตภัณฑ์ข้าวโพดหวานไร่สุวรรณที่ได้รับความนิยม |
| วันเปิดทำการ | วันจันทร์ – วันศุกร์ สำหรับการติดต่อศูนย์วิจัยและประสานศึกษาดูงาน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 16.30 น. |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ร้านผลิตภัณฑ์ข้าวโพดหวานไร่สุวรรณ พื้นที่จอดรถ พื้นที่แปลงทดลอง อาคารฝึกอบรม ห้องประชุม นิทรรศการ บริการที่พักของศูนย์ และพื้นที่ศึกษาดูงานเมื่อประสานล่วงหน้า |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | 1. โซนสำนักงานและพื้นที่ติดต่อศูนย์วิจัย 2. โซนแปลงทดลองวิจัยด้านหน้าภูเขาปางอโศก 3. โซนพื้นที่ผลิตเมล็ดพันธุ์ด้านหลังเขาปางอโศก 4. โซนโรงงานผลิตเมล็ดพันธุ์และบริการด้านเมล็ดพันธุ์ 5. โซนร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ข้าวโพดหวานไร่สุวรรณ 6. โซนอาคารฝึกอบรมและนิทรรศการ 7. โซนห้องประชุมและบริการวิชาการ 8. โซนบริการที่พักของศูนย์วิจัย 9. โซนจุดแวะพักริมถนนมิตรภาพและพื้นที่ถ่ายภาพ |
| ผู้ดูแล / หน่วยงานรับผิดชอบ | ศูนย์วิจัยข้าวโพดและข้าวฟ่างแห่งชาติ คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ |
| ผู้บริหารปัจจุบัน | รศ.ดร.พัชรียา บุญกอแก้ว รักษาการแทนผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวโพดและข้าวฟ่างแห่งชาติ |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 061-558-5280-1 / Line ID: 061-558-5280 |
| ผลิตภัณฑ์เด่น | ข้าวโพดหวานฝักสด ข้าวโพดหวานฝักต้ม น้ำนมข้าวโพดหวานไร่สุวรรณ ข้าวโพดหวานบรรจุกระป๋อง ไอศกรีมข้าวโพดหวาน ซอฟต์เสิร์ฟนมข้าวโพด และเมล็ดพันธุ์ข้าวโพด |
| บริการที่พักของศูนย์ | มีอาคารหอพัก หอพักนานาชาติ และบ้านพักผู้เชี่ยวชาญสำหรับผู้ติดต่อใช้บริการตามระเบียบของศูนย์ โทร. 061-558-5280-1 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ฟาร์มโชคชัย ประมาณ 5 กม. โทร. 044-935-505, 044-935-508 2. วัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม ประมาณ 6 กม. 3. Dairy Home Farm Shop / Dairy Home Restaurant ประมาณ 7 กม. โทร. 089-801-9988, 081-991-0271 4. PB Valley Khao Yai Winery ประมาณ 12 กม. โทร. 081-733-8783, 085-481-1741 5. GranMonte Vineyard and Winery ประมาณ 18 กม. โทร. 092-806-7755, 094-831-0909 6. อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ด่านปากช่อง ประมาณ 30 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านผลิตภัณฑ์ข้าวโพดหวานไร่สุวรรณ / Suwan Farm Store ประมาณ 0 กม. โทร. 080-158-8680, 061-558-5280-1 2. Suwan Farm Café ประมาณ 0 กม. โทร. 061-558-5280-1 3. Dairy Home Restaurant ประมาณ 7 กม. โทร. 081-991-0271 4. Chokchai Steakhouse สาขาปากช่อง ประมาณ 5 กม. โทร. 086-328-0189 5. Khao Cafe & Eatery ประมาณ 13 กม. โทร. 084-191-4242 6. Midwinter Khao Yai ประมาณ 18 กม. โทร. 082-452-8888 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. บริการที่พักไร่สุวรรณ ภายในศูนย์วิจัย ประมาณ 0 กม. โทร. 061-558-5280-1 2. Issara Mountain View Khaoyai ประมาณ 12 กม. โทร. 095-265-5788 3. ต้นศิลป์ by The Moments Khao Yai ประมาณ 17 กม. โทร. 090-282-7499, 062-509-5966 4. Hotel Together Pakchong ประมาณ 17 กม. โทร. 044-076-165 5. บ้านสีขาว ปากช่อง-เขาใหญ่ ประมาณ 22 กม. โทร. 092-626-6299 6. The Paz Khao Yai ประมาณ 25 กม. โทร. 044-009-921 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ศูนย์วิจัยข้าวโพดและข้าวฟ่างแห่งชาติอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ตั้งอยู่เลขที่ 298 หมู่ 1 ตำบลกลางดง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา 30320 ริมถนนมิตรภาพ บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 155
ถาม: ศูนย์วิจัยข้าวโพดและข้าวฟ่างแห่งชาติเปิดวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: สำหรับการติดต่อศูนย์วิจัยและประสานศึกษาดูงาน เปิดวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 08.00 – 16.30 น.
ถาม: ทำไมศูนย์วิจัยแห่งนี้จึงเรียกว่าไร่สุวรรณ?
ตอบ: ชื่อไร่สุวรรณมาจากสถานีฝึกนิสิตเกษตรสุวรรณวาจกกสิกิจ ซึ่งตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่หลวงสุวรรณวาจกกสิกิจ ปฐมอธิการบดีของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ถาม: ภายในไร่สุวรรณมีอะไรน่าสนใจ?
ตอบ: มีแปลงทดลองวิจัย พื้นที่ผลิตเมล็ดพันธุ์ โรงงานผลิตเมล็ดพันธุ์ อาคารฝึกอบรม ร้านผลิตภัณฑ์ข้าวโพดหวาน พื้นที่ศึกษาดูงาน และผลิตภัณฑ์เด่น เช่น ข้าวโพดหวาน น้ำนมข้าวโพด ไอศกรีมข้าวโพด และเมล็ดพันธุ์ข้าวโพด
ถาม: ใครเป็นผู้ดูแลศูนย์วิจัยข้าวโพดและข้าวฟ่างแห่งชาติ?
ตอบ: ศูนย์วิจัยข้าวโพดและข้าวฟ่างแห่งชาติอยู่ในความรับผิดชอบของคณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยมี รศ.ดร.พัชรียา บุญกอแก้ว เป็นรักษาการแทนผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวโพดและข้าวฟ่างแห่งชาติ
ถาม: ควรใช้เวลาแวะไร่สุวรรณนานเท่าไร?
ตอบ: หากแวะซื้อผลิตภัณฑ์และพักระหว่างทางควรเผื่อเวลาประมาณ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง แต่หากต้องการศึกษาดูงานหรือเรียนรู้ด้านเกษตรอย่างจริงจังควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 1.30 – 2 ชั่วโมง
ถาม: เดินทางไปศูนย์วิจัยข้าวโพดและข้าวฟ่างแห่งชาติอย่างไร?
ตอบ: ใช้ถนนมิตรภาพมุ่งหน้าอำเภอปากช่อง ศูนย์ตั้งอยู่ริมถนนมิตรภาพบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 155 ตำบลกลางดง อำเภอปากช่อง เหมาะสำหรับเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือแวะระหว่างทางไปเขาใหญ่
ถาม: เที่ยวไร่สุวรรณแล้วไปเที่ยวที่ไหนต่อได้บ้าง?
ตอบ: สามารถไปเที่ยวต่อที่ฟาร์มโชคชัย วัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม Dairy Home, PB Valley Khao Yai Winery, GranMonte Vineyard and Winery และอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้
หมวดหมู่: ●สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ
กลุ่ม: ●ไร่ สวนเพื่อการศึกษา
ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว




