หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดนครราชสีมา >อ.ครบุรี >ต.โคกกระชาย > น้ำตกวังเต่า
TL;DR: น้ำตกวังเต่า อยู่ที่บริเวณเขื่อนลำแชะ บ้านมาบกราด ตำบลโคกกระชาย อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. จุดเด่นคือ ลำธารใสไหลผ่านชั้นหินและโขดหินขนาดใหญ่ มีแก่งวังวนเป็นจุดเริ่มต้นก่อนเดินต่อประมาณ 200 เมตรไปยังน้ำตกวังเต่า.
น้ำตกวังเต่า

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
น้ำตกวังเต่า นครราชสีมา เป็นน้ำตกและแก่งธรรมชาติในเขตอำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา อยู่บนเทือกเขาสันกำแพงในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน บริเวณเขื่อนลำแชะ บ้านมาบกราด ตำบลโคกกระชาย สถานที่แห่งนี้ได้รับการเรียกขานว่า “แก่งครบุรี ต้นน้ำมูล” เพราะเป็นพื้นที่ต้นน้ำที่มีความสำคัญต่อระบบสายน้ำของโคราชตอนใต้และลุ่มน้ำมูลตอนต้น จุดเด่นของน้ำตกวังเต่าไม่ใช่น้ำตกขนาดใหญ่แบบที่ขับรถถึงแล้วเดินเพียงไม่กี่ก้าว แต่เป็นน้ำตกธรรมชาติที่ต้องอาศัยการเดินทางผสมผสานระหว่างรถ เรือ และการเดินเท้า ทำให้เส้นทางนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เหมาะกับผู้ที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติแบบลึกขึ้น ได้เห็นอ่างเก็บน้ำ ภูเขา ป่าไม้ แก่งหิน ลำธาร และน้ำตกในทริปเดียว
น้ำตกวังเต่าตั้งอยู่ในภูมิประเทศที่เชื่อมโยงกับเขื่อนลำแชะและผืนป่าทับลาน นักท่องเที่ยวมักเริ่มต้นการเดินทางจากตัวอำเภอครบุรีหรือเมืองนครราชสีมา แล้วเข้าสู่พื้นที่บ้านมาบกราด ตำบลโคกกระชาย เพื่อขึ้นเรือบริเวณท่าเรือหรือท่าแพของเขื่อนลำแชะ จากนั้นนั่งเรือหางยาวข้ามผืนน้ำเข้าไปยังพื้นที่ต้นน้ำ ใช้เวลาประมาณ 40 นาที ระหว่างทางจะได้เห็นภาพภูเขา ป่าไม้ สันเขื่อน ลำห้วย และบรรยากาศของอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติ เมื่อถึงจุดขึ้นฝั่งบริเวณแก่งวังวน นักท่องเที่ยวต้องเดินเท้าต่อไปตามลำธารและแนวป่าอีกระยะหนึ่ง จึงจะพบกับน้ำตกวังเต่าที่ไหลผ่านชั้นหินและโขดหินตามธรรมชาติ
เสน่ห์ของน้ำตกวังเต่าอยู่ที่ความรู้สึกของการเดินทางไปพบธรรมชาติ ไม่ใช่เพียงการมาถึงจุดหมายแล้วถ่ายภาพกลับทันที เส้นทางน้ำจากเขื่อนลำแชะไปยังแก่งวังวนทำให้นักท่องเที่ยวเห็นมิติของภูมิประเทศครบุรีชัดเจนขึ้น ตั้งแต่ผืนน้ำกว้างของอ่างเก็บน้ำ ไปจนถึงป่าต้นน้ำที่ยังคงความสมบูรณ์ เมื่อเรือแล่นผ่านผืนน้ำที่โอบล้อมด้วยภูเขา ภาพที่เห็นจะต่างจากการเที่ยวอ่างเก็บน้ำทั่วไป เพราะปลายทางของทริปคือการเดินเข้าสู่ลำธารและน้ำตกในพื้นที่ป่า องค์ประกอบของน้ำ ป่า และภูเขาจึงทำให้ที่นี่เป็นจุดหมายที่เหมาะกับนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติและสายผจญภัยแบบเบา ๆ
น้ำตกวังเต่าเกี่ยวข้องกับพื้นที่ที่เรียกว่า “สามง่าม” ซึ่งเป็นจุดกำเนิดแม่น้ำ 3 สาย โดยสายที่ 1 คือกลุ่มต้นน้ำมูล อันเป็นแหล่งกำเนิดของแก่งน้ำโตน น้ำตกวังถ้ำ และน้ำตกวังมะนาว ก่อนจะไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำเขื่อนมูลบน สายที่ 2 คือต้นน้ำลำแชะ ซึ่งเกี่ยวข้องกับพื้นที่วังไผ่ วังยาว ซับเป็ด วังแปะ วังไทร วังเต่า และวังวน ก่อนจะไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำเขื่อนลำแชะ ส่วนสายที่ 3 คือกลุ่มต้นน้ำลำมาศที่ไหลไปสู่อ่างเก็บน้ำเขื่อนลำมาศ ความเชื่อมโยงนี้ทำให้น้ำตกวังเต่าเป็นมากกว่าน้ำตกสำหรับเล่นน้ำ เพราะเป็นส่วนหนึ่งของภูมิประเทศต้นน้ำที่มีผลต่อแหล่งน้ำหลายแห่งของจังหวัดนครราชสีมา
คำว่า “วังเต่า” สื่อถึงลักษณะทางกายภาพของพื้นที่ที่มีโขดหินและแอ่งน้ำตามลำธาร ชาวบ้านมักใช้คำว่า “วัง” เรียกแอ่งน้ำหรือช่วงน้ำลึกตามลำห้วย ส่วนคำว่า “เต่า” อาจสัมพันธ์กับลักษณะของโขดหินบางก้อนที่มีรูปร่างคล้ายเต่า หรือความทรงจำท้องถิ่นเกี่ยวกับสัตว์น้ำในบริเวณนั้น เมื่อนำมารวมกันจึงเกิดเป็นชื่อที่เรียกง่ายและสะท้อนลักษณะพื้นที่ได้ดี น้ำตกวังเต่าจึงมีชื่อที่ผูกกับภูมิประเทศจริง คือมีทั้งแอ่งน้ำ โขดหิน ลำธาร และความเป็นธรรมชาติของป่าต้นน้ำ
บริเวณแก่งวังวนและน้ำตกวังเต่าเป็นลำธารที่น้ำไหลผ่านชั้นหินและก้อนหินขนาดต่าง ๆ น้ำตกไม่ได้สูงชันมากเมื่อเทียบกับน้ำตกขนาดใหญ่ในภาคอื่น แต่มีความสวยงามจากความใสของน้ำ ความเป็นธรรมชาติของโขดหิน และความสงบของผืนป่ารอบข้าง ช่วงที่มีน้ำมาก ลำธารจะไหลเป็นแนวผ่านหินหลายระดับ เกิดเสียงน้ำและบรรยากาศเย็นสดชื่น ส่วนช่วงน้ำน้อยจะเห็นรูปทรงของหินชัดขึ้น เหมาะกับการเดินชมแก่ง ถ่ายภาพ และนั่งพักในจุดที่ปลอดภัย
ฤดูกาลที่เหมาะกับการมาเที่ยวน้ำตกวังเต่าคือช่วงเดือนกรกฎาคมถึงพฤศจิกายน เพราะเป็นช่วงที่น้ำในลำธารและน้ำตกมีปริมาณมากกว่าช่วงแล้ง ป่ารอบข้างเขียวสด และอากาศโดยรวมเหมาะกับการเที่ยวธรรมชาติ ช่วงปลายฝนต้นหนาวให้บรรยากาศดีที่สุด เพราะน้ำยังสวยและเส้นทางไม่ร้อนจัดเกินไป อย่างไรก็ตาม พื้นที่นี้เป็นลำธารธรรมชาติในเขตป่าและต้องเดินทางทางน้ำ จึงควรเลือกวันที่อากาศเปิด ไม่ฝนตกหนัก และไม่อยู่ในช่วงน้ำหลาก เพื่อให้การเดินทางปลอดภัยและได้บรรยากาศที่เหมาะสมที่สุด
กิจกรรมหลักของน้ำตกวังเต่าคือการล่องเรือชมเขื่อนลำแชะ เดินป่าเบา ๆ ชมแก่งวังวน เดินเลียบลำธาร ถ่ายภาพ เล่นน้ำในจุดที่ปลอดภัย และพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ จุดเด่นคือระหว่างทางนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสหลายบรรยากาศต่อเนื่องกัน เริ่มจากหมู่บ้านและท่าแพริมเขื่อน ต่อด้วยผืนน้ำกว้างของอ่างเก็บน้ำ แล้วเปลี่ยนเป็นลำธารและผืนป่าต้นน้ำเมื่อเดินเข้าสู่แก่งวังวนและน้ำตกวังเต่า ประสบการณ์นี้ทำให้การเที่ยวแตกต่างจากการไปน้ำตกที่มีถนนตัดถึงด้านหน้า เพราะผู้มาเยือนต้องใช้เวลาและความตั้งใจในการเข้าถึงพื้นที่
การเดินทางทางเรือเป็นส่วนสำคัญของทริป นักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการเรือหางยาวจากท่าเรือบ้านมาบกราดหรือบริเวณท่าแพเขื่อนลำแชะเพื่อเดินทางเข้าไปยังแก่งวังวนและน้ำตกวังเต่า ค่าเรือหางยาวไป-กลับโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 500-1,000 บาทต่อลำ นั่งได้หลายคนตามขนาดเรือและเงื่อนไขของผู้ให้บริการ ส่วนกลุ่มใหญ่สามารถเลือกใช้บริการแพนำเที่ยวได้ในบางช่วง การติดต่อผู้ให้บริการในพื้นที่ล่วงหน้าจะช่วยให้จัดเวลาได้เหมาะสม เพราะการเดินทางเข้า-ออกต้องอาศัยระดับน้ำ สภาพอากาศ และความพร้อมของเรือ
แม้น้ำตกวังเต่าจะเปิดให้เข้าชมตามช่วงเวลาท่องเที่ยวปกติของพื้นที่ แต่ลักษณะการเข้าถึงทำให้ควรเริ่มเดินทางตั้งแต่ช่วงเช้าหรือก่อนเที่ยง ไม่ควรเริ่มทริปช้าเกินไป เพราะต้องใช้เวลาขับรถไปบ้านมาบกราด ขึ้นเรือ เดินเท้า เล่นน้ำ พักผ่อน และเดินทางกลับ หากเริ่มช่วงบ่ายแก่เกินไปจะมีเวลาน้อยและอาจต้องเดินทางกลับในช่วงแสงน้อย ซึ่งไม่เหมาะกับเส้นทางลำธารและทางน้ำ การเที่ยวให้ครบและปลอดภัยควรเผื่อเวลาอย่างน้อยครึ่งวัน
พื้นที่นี้อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน จึงมีค่าเข้าพื้นที่อุทยานตามอัตราที่กำหนดสำหรับอุทยานแห่งชาติกลุ่มที่ 1 คนไทยผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท และมีค่าพาหนะเข้าอุทยานแยกต่างหาก เช่น รถยนต์ 4 ล้อ 30 บาทต่อคัน และรถจักรยานยนต์ 20 บาทต่อคัน ส่วนค่าเรือหรือค่าแพเป็นค่าบริการของผู้ให้บริการท้องถิ่นที่แยกจากค่าเข้าอุทยาน นักท่องเที่ยวควรเตรียมเงินสดให้พร้อม เพราะบางพื้นที่ริมเขื่อนและท่าแพอาจไม่สะดวกต่อการชำระเงินแบบออนไลน์ทุกจุด
ผู้ดูแลพื้นที่หลักคืออุทยานแห่งชาติทับลาน กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยพื้นที่ท่องเที่ยวเชื่อมโยงกับชุมชนบ้านมาบกราด ผู้ให้บริการเรือหางยาว แพนำเที่ยว และพื้นที่บริการริมเขื่อนลำแชะ บทบาทของอุทยานคือการดูแลพื้นที่ป่า ต้นน้ำ สัตว์ป่า และความปลอดภัยเชิงอนุรักษ์ ส่วนชุมชนท้องถิ่นมีบทบาทในการพานักท่องเที่ยวเข้าถึงพื้นที่โดยเรือและให้บริการอาหาร ที่พัก หรือกิจกรรมริมเขื่อน การท่องเที่ยวที่ดีจึงควรเคารพทั้งกฎของอุทยานและกติกาของชุมชน
ความโดดเด่นของน้ำตกวังเต่ายังอยู่ที่การเป็นแหล่งดูธรรมชาติที่มีความหลากหลาย นักท่องเที่ยวอาจพบผีเสื้อจำนวนมากในวันที่อากาศดี โดยเฉพาะช่วงที่ธรรมชาติชุ่มชื้นและมีแสงแดดเหมาะสม บริเวณลำธารและป่ารอบน้ำตกยังเป็นที่อยู่อาศัยของนก แมลง สัตว์น้ำ และพืชป่าหลายชนิด เส้นทางนี้จึงเหมาะกับผู้ที่สนใจการถ่ายภาพธรรมชาติ การดูนก การสังเกตผีเสื้อ หรือการเรียนรู้ระบบนิเวศต้นน้ำแบบไม่รบกวนพื้นที่
ข้อควรระวังสำคัญคือหินในลำธารและน้ำตกอาจลื่น โดยเฉพาะจุดที่มีตะไคร่น้ำและน้ำไหลผ่านตลอดเวลา นักท่องเที่ยวควรสวมรองเท้าที่เกาะพื้นดี ไม่เดินเท้าเปล่าบนหินลื่น ไม่กระโดดลงแอ่งน้ำที่ไม่รู้ความลึก และไม่เดินแยกออกจากกลุ่ม หากเดินทางกับเด็กหรือผู้สูงอายุควรดูแลใกล้ชิดตลอดเส้นทาง การเที่ยวพื้นที่ลักษณะนี้ต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยมากกว่าการรีบถ่ายภาพหรือเล่นน้ำในจุดเสี่ยง
อีกสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญคือการรักษาความสะอาด เพราะน้ำตกวังเต่าเป็นพื้นที่ต้นน้ำ ขยะหรือเศษอาหารที่ทิ้งไว้สามารถไหลลงสู่ลำธารและกระทบต่อระบบน้ำด้านล่างได้ นักท่องเที่ยวควรนำขยะกลับออกมาทั้งหมด ไม่ทิ้งพลาสติก กล่องโฟม ขวดน้ำ หรือเศษอาหารไว้ในป่า ไม่จับสัตว์น้ำ ไม่เก็บพืชป่า และไม่ทำกิจกรรมที่รบกวนสัตว์ป่า การรักษาพื้นที่ให้สะอาดทำให้น้ำตกยังคงเป็นแหล่งธรรมชาติที่สวยงามสำหรับชุมชนและผู้มาเยือนรุ่นต่อไป
การเดินทาง จากตัวเมืองนครราชสีมา ใช้ทางหลวงหมายเลข 24 สายนครราชสีมา-โชคชัย-ครบุรี ผ่านอำเภอโชคชัยและตัวอำเภอครบุรี จากนั้นเลี้ยวเข้าสู่ถนนสายโคกแขวน-โคกกระชาย มุ่งหน้าไปยังเขื่อนลำแชะและบ้านมาบกราด ระยะทางจากตัวเมืองนครราชสีมาถึงพื้นที่ท่าเรือบ้านมาบกราดประมาณ 90-100 กม. จากจุดขึ้นเรือต้องนั่งเรือข้ามเขื่อนลำแชะเข้าไปยังแก่งวังวนและเดินต่อไปน้ำตกวังเต่า เส้นทางบางช่วงเป็นทางชุมชนและทางท้องถิ่น ควรขับด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะหลังฝนตก
หากเดินทางจากอำเภอครบุรี ให้ใช้เส้นทางไปตำบลโคกกระชายและบ้านมาบกราด ระยะทางโดยรวมจากตัวอำเภอครบุรีถึงท่าเรือบ้านมาบกราดประมาณ 20-30 กม. ขึ้นอยู่กับจุดเริ่มต้นและเส้นทางที่ใช้ บริเวณบ้านมาบกราดมีร้านอาหาร ที่พัก และบริการเรือบางส่วน จึงเหมาะเป็นจุดตั้งต้นของทริปน้ำตกวังเต่า นักท่องเที่ยวที่ไม่คุ้นเส้นทางควรเปิดแผนที่นำทางควบคู่กับการสังเกตป้ายท้องถิ่นและสอบถามผู้ให้บริการเรือในพื้นที่
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการจัดทริป 1 วัน สามารถออกจากตัวเมืองนครราชสีมาแต่เช้า แวะรับประทานอาหารหรือเตรียมของที่จำเป็นในตัวอำเภอครบุรี จากนั้นเดินทางต่อไปบ้านมาบกราด ขึ้นเรือไปแก่งวังวนและน้ำตกวังเต่า ใช้เวลาชมธรรมชาติ เล่นน้ำ และถ่ายภาพ แล้วกลับมารับประทานอาหารริมเขื่อนลำแชะในช่วงบ่ายหรือเย็น เส้นทางนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการทริปธรรมชาติเต็มวันโดยไม่ต้องค้างคืน แต่ควรเริ่มต้นเร็วและจัดเวลาให้ชัดเจน
สำหรับผู้ที่ต้องการพักค้างคืน พื้นที่บ้านมาบกราดและเขื่อนลำแชะมีที่พักและลานกางเต็นท์หลายแห่ง เช่น บ้านไร่ริมธาร@ลำแชะ สำเริงรีสอร์ท เขื่อนลำแชะ เปียโน รีสอร์ท เขื่อนลำแชะ และที่พักในอำเภอครบุรี การพักค้างคืนเหมาะกับผู้ที่ต้องการชมบรรยากาศเขื่อนในช่วงเช้า ล่องเรือแบบไม่เร่งรีบ ตกปลา พายเรือ หรือใช้เวลาพักผ่อนริมน้ำก่อนหรือหลังเที่ยวน้ำตกวังเต่า
ร้านอาหารใกล้เส้นทางน้ำตกวังเต่าส่วนใหญ่อยู่บริเวณท่าแพเขื่อนลำแชะและตัวอำเภอครบุรี ครัวแพน้องกานต์ เขื่อนลำแชะเป็นร้านที่อยู่ใกล้ท่าแพบ้านมาบกราดและเหมาะกับการรับประทานอาหารก่อนหรือหลังขึ้นเรือ ส่วนร้านในตัวครบุรี เช่น แชะ แชะ ครัว Jungle Cafe สาขาครบุรี และ Workin Cafe เหมาะสำหรับแวะระหว่างเดินทางกลับหรือเข้าพื้นที่ การมีร้านอาหารทั้งริมเขื่อนและในตัวอำเภอทำให้ทริปน้ำตกวังเต่าจัดได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวและกลุ่มเพื่อนที่ต้องการมื้ออาหารก่อนเริ่มกิจกรรมกลางแจ้ง
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงที่สามารถจัดร่วมกับน้ำตกวังเต่าได้มีทั้งแหล่งน้ำ ธรรมชาติ และประวัติศาสตร์ เช่น เขื่อนลำแชะ แก่งวังวน หาดจอมทอง เขื่อนมูลบน ปรางค์ครบุรี ละลุครบุรี และผาสามเกลอ เส้นทางครบุรีมีเสน่ห์จากธรรมชาติที่ยังคงความสงบ ไม่หนาแน่นเท่าพื้นที่ท่องเที่ยวหลักของโคราช หากจัดเส้นทางดี นักท่องเที่ยวสามารถเห็นทั้งน้ำตก แก่งหิน เขื่อน ลำน้ำ และแหล่งโบราณสถานในทริปเดียว
น้ำตกวังเต่าเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ชอบธรรมชาติจริงและพร้อมเดินทางมากกว่าสถานที่เที่ยวแบบสะดวกครบทุกอย่าง ผู้ที่คาดหวังร้านค้า ห้องน้ำ และสิ่งอำนวยความสะดวกตลอดเส้นทางอาจต้องเตรียมตัวมากกว่าปกติ เพราะพื้นที่น้ำตกอยู่ลึกเข้าไปในเขตธรรมชาติ สิ่งอำนวยความสะดวกหลักจะอยู่บริเวณท่าเรือ ร้านอาหาร และที่พักริมน้ำมากกว่าในตัวน้ำตก ดังนั้นควรเตรียมน้ำดื่ม ของใช้จำเป็น ยาประจำตัว รองเท้าเดินป่าเบา ๆ และเสื้อผ้าที่เปลี่ยนได้หลังเล่นน้ำ
ในภาพรวม น้ำตกวังเต่าเป็นจุดหมายที่สะท้อนตัวตนของอำเภอครบุรีได้ดี เพราะมีทั้งความเป็นต้นน้ำ ความอุดมสมบูรณ์ของป่าทับลาน วิถีเรือในเขื่อนลำแชะ ร้านอาหารและที่พักของชุมชน รวมถึงประสบการณ์เดินป่าระยะสั้นสู่น้ำตกธรรมชาติ สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่เพียงจุดเล่นน้ำ แต่เป็นเส้นทางที่ทำให้ผู้มาเยือนเห็นว่าต้นน้ำมูลและแหล่งน้ำของโคราชมีภูมิประเทศซับซ้อนและงดงามเพียงใด
การมาเที่ยวน้ำตกวังเต่าให้ได้คุณค่าที่สุดควรเริ่มจากการมองพื้นที่นี้เป็นเส้นทางธรรมชาติ ไม่ใช่เพียงจุดหมายปลายทาง นักท่องเที่ยวจะได้เห็นตั้งแต่หมู่บ้าน ท่าเรือ เขื่อนลำแชะ ผืนน้ำกว้าง ป่าต้นน้ำ แก่งวังวน และน้ำตกวังเต่าในลำดับเดียวกัน เมื่อรวมกับอาหารริมเขื่อนและที่พักใกล้ลำน้ำ ทริปนี้จึงเป็นประสบการณ์ครบุรีที่ครบทั้งธรรมชาติ ผจญภัยเบา ๆ วิถีชุมชน และความสงบของป่าต้นน้ำในอุทยานแห่งชาติทับลาน
| ชื่อสถานที่ | น้ำตกวังเต่า / แก่งวังเต่า |
| ที่ตั้ง | บริเวณเขื่อนลำแชะ บ้านมาบกราด ตำบลโคกกระชาย อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา |
| ที่อยู่ | บ้านมาบกราด ตำบลโคกกระชาย อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา 30250 |
| พิกัดพื้นที่ท่องเที่ยวหลัก | บริเวณท่าเรือบ้านมาบกราด เขื่อนลำแชะ และเส้นทางทางน้ำสู่แก่งวังวน-น้ำตกวังเต่า |
| ไฮไลต์ | น้ำตกและแก่งธรรมชาติในอุทยานแห่งชาติทับลาน ต้องนั่งเรือข้ามเขื่อนลำแชะและเดินเท้าสู่ลำธาร เหมาะกับการชมป่าต้นน้ำ เล่นน้ำ ถ่ายภาพ และล่องเรือชมธรรมชาติ |
| ประวัติ / บริบทพื้นที่ | เป็นพื้นที่ต้นน้ำบนเทือกเขาสันกำแพงในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ได้รับการกล่าวถึงในชื่อ “แก่งครบุรี ต้นน้ำมูล” และเกี่ยวข้องกับจุดกำเนิดแม่น้ำ 3 สายหรือ “สามง่าม” |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อ “วังเต่า” สัมพันธ์กับแอ่งน้ำหรือวังน้ำตามลำธาร และลักษณะโขดหินหรือความทรงจำท้องถิ่นที่เชื่อมโยงกับเต่าในพื้นที่ธรรมชาติ |
| ลักษณะเด่น | ลำธารใสไหลผ่านชั้นหินและโขดหินขนาดใหญ่ มีแก่งวังวนเป็นจุดเริ่มต้นก่อนเดินต่อประมาณ 200 เมตรไปยังน้ำตกวังเต่า |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองนครราชสีมาใช้ทางหลวงหมายเลข 24 ผ่านอำเภอโชคชัยและอำเภอครบุรี แล้วเข้าสู่ถนนสายโคกแขวน-โคกกระชายไปยังบ้านมาบกราด จากนั้นนั่งเรือหางยาวข้ามเขื่อนลำแชะประมาณ 40 นาที และเดินเท้าต่อไปยังน้ำตก |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้เข้าชม เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติในอุทยานแห่งชาติทับลาน โดยการเข้าถึงขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ระดับน้ำ และบริการเรือในพื้นที่ |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. |
| ค่าเข้าชม / ค่าบริการ | ค่าเข้าอุทยานแห่งชาติทับลาน: คนไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท / ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท ค่ารถเข้าอุทยาน: รถยนต์ 4 ล้อ 30 บาทต่อคัน / รถจักรยานยนต์ 20 บาทต่อคัน ค่าเรือหางยาวไป-กลับบ้านมาบกราด-แก่งวังเต่าโดยทั่วไปประมาณ 500-1,000 บาทต่อลำ |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ท่าเรือและท่าแพบ้านมาบกราด เรือหางยาว แพนำเที่ยว ร้านอาหารริมเขื่อน ที่พักและลานกางเต็นท์บริเวณเขื่อนลำแชะ ห้องน้ำและสิ่งอำนวยความสะดวกหลักอยู่บริเวณจุดบริการริมเขื่อน |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | ท่าเรือบ้านมาบกราด, เขื่อนลำแชะ, เส้นทางเรือสู่น้ำตก, แก่งวังวน, ลำธารต้นน้ำ, น้ำตกวังเต่า, พื้นที่ป่าอุทยานแห่งชาติทับลาน, จุดพักและร้านอาหารริมเขื่อนลำแชะ |
| ผู้ดูแล / หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง | อุทยานแห่งชาติทับลาน กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกับชุมชนและผู้ให้บริการเรือในพื้นที่บ้านมาบกราด-เขื่อนลำแชะ |
| เบอร์ติดต่อที่เกี่ยวข้อง | อุทยานแห่งชาติทับลาน โทร. 037-210-340 ครัวแพน้องกานต์ / จุดบริการใกล้ท่าแพ โทร. 085-491-9005 แพฮ.ลิเดย์เขื่อนลำแชะ โทร. 082-158-6955 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. แก่งวังวน 0.2 กม. จากจุดขึ้นฝั่งเดินเท้า 2. น้ำตกวังเต่า 0 กม. 3. ท่าเรือบ้านมาบกราด / เขื่อนลำแชะ 10 กม. ทางเรือ 4. หาดจอมทอง เขื่อนมูลบน 35 กม. 5. ปรางค์ครบุรี 32 กม. 6. ละลุครบุรี / โกรกภูพระหัตถ์ 35 กม. 7. ผาสามเกลอ 40 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ครัวแพน้องกานต์ เขื่อนลำแชะ 10 กม. ทางเรือจากน้ำตก / 0 กม. จากท่าแพ โทร. 085-491-9005 2. แพฮ.ลิเดย์เขื่อนลำแชะ 10 กม. ทางเรือจากน้ำตก / 1 กม. จากท่าแพ โทร. 082-158-6955 3. แชะ แชะ ครัว ครบุรี 30 กม. โทร. 088-574-7127 4. Jungle Cafe สาขาครบุรี 31 กม. โทร. 098-097-1015 5. Workin Cafe ครบุรี 31 กม. โทร. 094-359-4595 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. บ้านไร่ริมธาร@ลำแชะ ครบุรี 2 กม. จากท่าแพ โทร. 092-841-2333 2. สำเริงรีสอร์ท เขื่อนลำแชะ 3 กม. จากท่าแพ โทร. 087-880-9834, 085-168-9138 3. เปียโน รีสอร์ท เขื่อนลำแชะ 4 กม. จากท่าแพ โทร. 081-383-0309 4. ต้นยางรีสอร์ท ครบุรี 30 กม. โทร. 044-448-711 5. ต้นไม้ใหญ่รีสอร์ท ครบุรี 32 กม. โทร. 063-634-5678 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: น้ำตกวังเต่าอยู่ที่ไหน?
ตอบ: น้ำตกวังเต่าอยู่บริเวณเขื่อนลำแชะ บ้านมาบกราด ตำบลโคกกระชาย อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา ในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน
ถาม: น้ำตกวังเต่าเปิดให้เข้าชมวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
ถาม: ไปน้ำตกวังเต่าต้องนั่งเรือหรือไม่?
ตอบ: ต้องนั่งเรือหางยาวจากท่าเรือบ้านมาบกราดหรือบริเวณเขื่อนลำแชะไปยังแก่งวังวน ใช้เวลาประมาณ 40 นาที แล้วเดินเท้าต่อไปยังน้ำตกวังเต่า
ถาม: น้ำตกวังเต่ามีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: มีค่าเข้าอุทยานแห่งชาติทับลาน คนไทยผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท และมีค่าเรือหางยาวแยกต่างหาก
ถาม: ช่วงไหนเหมาะกับการเที่ยวน้ำตกวังเต่า?
ตอบ: ช่วงเดือนกรกฎาคมถึงพฤศจิกายนเหมาะที่สุด เพราะเป็นช่วงที่น้ำมาก ป่ารอบน้ำตกเขียวสด และบรรยากาศเหมาะกับการล่องเรือ เดินลำธาร และเล่นน้ำ
ถาม: น้ำตกวังเต่าเหมาะกับเด็กหรือผู้สูงอายุหรือไม่?
ตอบ: เด็กและผู้สูงอายุสามารถไปได้หากมีผู้ดูแลใกล้ชิด แต่ต้องระวังการขึ้นลงเรือ การเดินบนหินลื่น และพื้นที่ลำธารที่มีระดับน้ำเปลี่ยนแปลง
ถาม: มีที่พักใกล้น้ำตกวังเต่าหรือไม่?
ตอบ: มีที่พักและลานกางเต็นท์ใกล้เขื่อนลำแชะและบ้านมาบกราด เช่น บ้านไร่ริมธาร@ลำแชะ สำเริงรีสอร์ท เขื่อนลำแชะ และเปียโน รีสอร์ท เขื่อนลำแชะ
ถาม: เที่ยวน้ำตกวังเต่าร่วมกับสถานที่ใดได้บ้าง?
ตอบ: สามารถจัดเส้นทางร่วมกับเขื่อนลำแชะ แก่งวังวน หาดจอมทอง เขื่อนมูลบน ปรางค์ครบุรี ละลุครบุรี และผาสามเกลอได้
หมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
กลุ่ม: ●น้ำตก
ปรับปรุงล่าสุด : 4 สัปดาห์ที่แล้ว




