หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดนครพนม >อ.ศรีสงคราม >ต.ศรีสงคราม > แม่น้ำสงคราม
TL;DR: แม่น้ำสงคราม เปิดทุกวันสำหรับพื้นที่สาธารณะริมแม่น้ำ จุดชมวิว และเส้นทางชุมชนที่ไม่มีประตูควบคุม เวลา พื้นที่สาธารณะริมแม่น้ำเข้าถึงได้ตลอด 24 ชั่วโมง.

นครพนม

แม่น้ำสงคราม

แม่น้ำสงคราม

วันเปิดทำการ: ทุกวันสำหรับพื้นที่สาธารณะริมแม่น้ำ จุดชมวิว และเส้นทางชุมชนที่ไม่มีประตูควบคุม
เวลาเปิดทำการ: พื้นที่สาธารณะริมแม่น้ำเข้าถึงได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยช่วงเวลาที่เหมาะและปลอดภัยสำหรับชมธรรมชาติคือ 06.00 – 18.00 น. ตลาด ร้านอาหาร ที่พัก วัด และกิจกรรมชุมชนมีเวลาให้บริการแยกต่างหาก
 
แม่น้ำสงคราม เป็นแม่น้ำสายสำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ไหลทอดตัวอยู่บนที่ราบของแอ่งสกลนครเป็นระยะทางประมาณ 420 กิโลเมตร ก่อนเดินทางไปบรรจบกับแม่น้ำโขงที่บริเวณปากน้ำไชยบุรี ตำบลไชยบุรี อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม แม่น้ำสายนี้มีความโดดเด่นทั้งด้านภูมิประเทศ ระบบน้ำตามฤดูกาล ความหลากหลายของพันธุ์ปลา ป่าบุ่งป่าทาม วิถีประมง อาหารพื้นบ้าน และความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนกับพื้นที่ชุ่มน้ำ จึงไม่ได้เป็นเพียงทางน้ำธรรมชาติ แต่เป็นระบบนิเวศขนาดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงผู้คนในหลายจังหวัดมาอย่างต่อเนื่อง
 
ข้อมูลสำคัญโดยสรุป แม่น้ำสงครามมีต้นกำเนิดจากพื้นที่เทือกเขาภูพานบริเวณสันภูผาเหล็กและพื้นที่ใกล้เคียงในเขตอำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร จากนั้นไหลคดเคี้ยวผ่านพื้นที่ของจังหวัดสกลนคร อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ และนครพนม ก่อนออกสู่แม่น้ำโขงที่ปากน้ำไชยบุรี แม่น้ำตอนบนมีลำน้ำแคบและลาดชันมากกว่าตอนล่าง ส่วนช่วงตอนล่างมีความลาดชันต่ำมาก น้ำไหลช้าและเชื่อมต่อกับลำห้วย หนอง บึง ทุ่งน้ำหลาก และป่าบุ่งป่าทามจำนวนมาก เมื่อแม่น้ำโขงมีระดับสูงในฤดูฝน น้ำจะหนุนเข้าสู่แม่น้ำสงครามและกระจายเข้าท่วมพื้นที่ราบลุ่ม เกิดเป็นระบบพื้นที่ชุ่มน้ำขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญในระดับนานาชาติ
 
พื้นที่สาธารณะริมแม่น้ำสงครามไม่มีการเก็บค่าเข้าชม นักท่องเที่ยวสามารถชมวิว เดินเที่ยวชุมชน ถ่ายภาพ ศึกษาธรรมชาติ แวะตลาดปลา รับประทานอาหารพื้นบ้าน และเดินทางต่อไปยังพื้นที่ป่าบุ่งป่าทามได้โดยไม่ต้องซื้อบัตร อย่างไรก็ตาม การนั่งเรือ กิจกรรมท่องเที่ยวชุมชน การพักโฮมสเตย์ การรับประทานอาหาร หรือการใช้บริการของผู้ประกอบการเอกชนมีค่าใช้จ่ายตามที่แต่ละแห่งกำหนด
 
ต้นกำเนิดของแม่น้ำสงคราม อยู่บนพื้นที่สูงของแนวเทือกเขาภูพาน โดยมีต้นน้ำสำคัญในบริเวณสันภูผาเหล็ก ภูผาหัก ภูผาเพลิน และพื้นที่รอยต่อของอำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนครกับพื้นที่ใกล้เคียง ลำห้วยขนาดเล็กจากป่าและที่สูงไหลมารวมตัวกัน ก่อนพัฒนาเป็นลำน้ำที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเมื่อเข้าสู่พื้นที่ราบของแอ่งสกลนคร ต้นน้ำเหล่านี้ทำหน้าที่รับน้ำฝน ชะลอน้ำ และส่งน้ำเข้าสู่แม่น้ำสายหลักตามฤดูกาล
 
ภูมิประเทศต้นน้ำประกอบด้วยเนินเขา สันเขา ป่า ที่ลาดเชิงเขา และร่องน้ำธรรมชาติ น้ำฝนที่ตกบนพื้นที่สูงจะซึมผ่านชั้นดินและไหลตามร่องห้วยลงสู่พื้นที่ต่ำ ความลาดชันทำให้น้ำในช่วงตอนบนเคลื่อนตัวเร็วกว่าตอนล่าง ลำน้ำมีขนาดไม่กว้างมากและมีแนวคดโค้งตามลักษณะภูมิประเทศ เมื่อเข้าสู่พื้นที่เกษตรและที่ราบ ลำน้ำจะเริ่มกว้างขึ้นและรับน้ำจากลำห้วยสาขาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
 
เส้นทางของแม่น้ำสงคราม มีลักษณะคดเคี้ยวและเปลี่ยนทิศหลายครั้ง หลังออกจากพื้นที่ต้นน้ำในจังหวัดสกลนคร แม่น้ำไหลขึ้นไปทางเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ ผ่านพื้นที่อำเภอหนองหานและพื้นที่ใกล้เคียง ก่อนเข้าสู่อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี จากนั้นไหลผ่านพื้นที่ตอนบนของแอ่งสกลนคร ซึ่งเชื่อมต่อกับบางส่วนของจังหวัดหนองคายและจังหวัดบึงกาฬ แล้ววกกลับลงมาทางใต้และตะวันออกเข้าสู่จังหวัดสกลนครอีกครั้ง
 
เส้นทางช่วงถัดมาเชื่อมโยงกับพื้นที่อำเภอบ้านม่วง อำเภอวานรนิวาส และอำเภออากาศอำนวย จังหวัดสกลนคร รวมทั้งพื้นที่อำเภอพรเจริญและอำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ ก่อนเข้าสู่อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม และไหลต่อไปจนถึงปากน้ำไชยบุรี อำเภอท่าอุเทน ชื่อจังหวัดในเอกสารเก่าบางฉบับอาจระบุว่าอำเภอพรเจริญและอำเภอเซกาอยู่ในจังหวัดหนองคาย แต่ตามเขตการปกครองปัจจุบันทั้งสองอำเภออยู่ในจังหวัดบึงกาฬ
 
การไหลคดเคี้ยวของแม่น้ำเกิดจากความลาดชันต่ำของพื้นที่ราบและการกัดเซาะตลิ่งเป็นเวลานาน กระแสน้ำจะกัดเซาะด้านนอกของโค้งและสะสมตะกอนด้านในของโค้ง ทำให้แนวลำน้ำค่อย ๆ เปลี่ยนตำแหน่ง เกิดคุ้งน้ำ หาดทราย ตลิ่งสูง พื้นที่ตื้น และร่องน้ำลึกสลับกันไป บางช่วงของลำน้ำเดิมถูกตัดขาดจนกลายเป็นหนองหรือบึงที่ยังเชื่อมโยงกับแม่น้ำในฤดูน้ำหลาก
 
แม่น้ำสงครามตอนบน มีลักษณะลำน้ำแคบกว่าตอนล่าง กระแสน้ำไหลผ่านพื้นที่ซึ่งมีความลาดชันมากกว่า น้ำจึงระบายออกได้เร็วในช่วงฝนตก แม่น้ำรับน้ำจากป่า พื้นที่เกษตร หนอง บึง และลำห้วยขนาดเล็กหลายสาย ลักษณะตลิ่งและพื้นท้องน้ำแตกต่างกันตามสภาพธรณีวิทยา บางพื้นที่มีทราย กรวด และดินเหนียว ขณะที่บางช่วงมีตะกอนละเอียดสะสมในบริเวณโค้งน้ำ
 
แม่น้ำตอนบนมีความสำคัญต่อการเกษตร การประมงระดับครัวเรือน การเลี้ยงสัตว์ และการใช้น้ำของชุมชน น้ำจากพื้นที่ตอนบนจะเดินทางเข้าสู่ตอนกลางและตอนล่างพร้อมตะกอน อินทรียวัตถุ เมล็ดพันธุ์ พืชน้ำ และสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก การดูแลป่าและลำห้วยต้นน้ำจึงส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพน้ำและระบบนิเวศของแม่น้ำสงครามตลอดทั้งสาย
 
แม่น้ำสงครามตอนล่าง มีลักษณะต่างจากตอนบนอย่างชัดเจน ช่วงล่างประมาณ 200 กิโลเมตรมีความต่างระดับรวมต่ำมากเพียงราว 1 เมตร ทำให้กระแสน้ำไหลระบายอย่างเชื่องช้า แม่น้ำจึงมีโอกาสเอ่อล้นออกจากลำน้ำหลักและกระจายเข้าสู่พื้นที่ราบต่ำได้ง่ายเมื่อมีฝนตกต่อเนื่องหรือเมื่อระดับแม่น้ำโขงสูงขึ้น
 
ความลาดชันต่ำทำให้แม่น้ำตอนล่างมีลักษณะกว้าง คดเคี้ยว และเชื่อมต่อกับพื้นที่ชุ่มน้ำจำนวนมาก ริมสองฝั่งประกอบด้วยทุ่งนา ป่าบุ่งป่าทาม หนองน้ำ ลำห้วยสาขา บึง และพื้นที่เกษตรตามฤดูกาล กระแสน้ำที่ไหลช้าเปิดโอกาสให้ตะกอนและสารอาหารกระจายเข้าสู่พื้นที่น้ำท่วม ทำให้ดินบริเวณลุ่มน้ำมีความอุดมสมบูรณ์และเหมาะต่อการดำรงชีวิตของปลา สัตว์น้ำ และพืชท้องถิ่น
 
ลำน้ำสาขาสำคัญ ของแม่น้ำสงครามตอนล่างประกอบด้วยลำน้ำอูน ลำน้ำยาม ลำน้ำเมา ลำห้วยอ้วน ลำห้วยซาง ลำห้วยคลอง ลำห้วยฮี และลำห้วยขนาดเล็กอีกจำนวนมาก ลำน้ำแต่ละสายมีพื้นที่รับน้ำของตนเองและนำทั้งน้ำ ตะกอน สารอาหาร และสิ่งมีชีวิตเข้าสู่แม่น้ำสงคราม การเชื่อมต่อของลำน้ำสาขาทำให้ลุ่มน้ำแห่งนี้มีโครงข่ายทางน้ำที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล
 
ลำน้ำอูน เป็นลำน้ำสาขาขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญต่อพื้นที่จังหวัดสกลนครและนครพนม ก่อนมาบรรจบกับแม่น้ำสงครามในเขตอำเภอศรีสงคราม บริเวณปากแม่น้ำอูนเป็นจุดชมทิวทัศน์ที่น่าสนใจ เพราะผู้มาเยือนสามารถมองเห็นสายน้ำสองสายไหลมารวมกัน รวมทั้งเห็นสะพานข้ามแม่น้ำสงคราม วิถีประมง และชุมชนที่ตั้งอยู่ใกล้ลำน้ำ
 
บริเวณปากแม่น้ำอูนและสะพานสงครามบ้านนาเพียงจึงเหมาะใช้เป็นจุดอ้างอิงสำหรับการเที่ยวแม่น้ำสงครามในอำเภอศรีสงคราม พื้นที่ดังกล่าวอยู่ใกล้ตลาดสด ร้านอาหาร ที่พัก และเส้นทางเข้าสู่ชุมชน สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ได้สะดวกกว่าพื้นที่ป่าทามตอนลึก และเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการชมแม่น้ำโดยไม่ต้องลงเรือหรือเดินทางผ่านเส้นทางธรรมชาติระยะไกล
 
ลำน้ำยาม ไหลผ่านพื้นที่จังหวัดสกลนครและเชื่อมเข้าสู่แม่น้ำสงครามตอนล่าง ลำน้ำสายนี้มีบทบาทต่อการเกษตร การประมง และพื้นที่ชุ่มน้ำของชุมชนโดยรอบ เมื่อน้ำหลาก ลำน้ำยามจะช่วยกระจายน้ำเข้าสู่ทุ่งและป่าทาม ส่วนในฤดูน้ำลด ร่องน้ำ หนอง และบึงที่เชื่อมต่อกันจะกลายเป็นพื้นที่จับปลาและเก็บพืชอาหารของชาวบ้าน
 
ลำน้ำเมาและลำห้วยสาขาอื่น ช่วยเพิ่มความหลากหลายของถิ่นอาศัยในลุ่มน้ำ บางสายไหลผ่านพื้นที่ป่า บางสายผ่านนาข้าวและชุมชน ก่อนนำพาน้ำเข้าสู่แม่น้ำสงคราม แม้ลำห้วยบางแห่งมีขนาดเล็ก แต่ทำหน้าที่เป็นทางเชื่อมให้ปลาและสัตว์น้ำเคลื่อนเข้าออกระหว่างแม่น้ำ หนอง บึง และพื้นที่น้ำท่วมตามฤดูกาล
 
ปรากฏการณ์น้ำโขงหนุน เป็นกลไกสำคัญที่ทำให้แม่น้ำสงครามตอนล่างแตกต่างจากแม่น้ำทั่วไป เมื่อระดับแม่น้ำโขงสูงขึ้นในฤดูฝน น้ำในแม่น้ำสงครามจะระบายออกสู่แม่น้ำโขงได้ช้าลง แรงดันจากแม่น้ำสายหลักช่วยชะลอการไหลและดันระดับน้ำบริเวณปากแม่น้ำให้สูงขึ้น น้ำจึงย้อนหรือหนุนลึกเข้ามาในระบบแม่น้ำสงครามตอนล่าง
 
เมื่อเกิดน้ำหนุนพร้อมกับฝนตกในลุ่มน้ำ ปริมาณน้ำจะกระจายออกจากลำน้ำหลักเข้าสู่ลำห้วย หนอง บึง ทุ่งนา และป่าริมฝั่ง พื้นที่ราบลุ่มจำนวนมากกลายเป็นผืนน้ำต่อเนื่องคล้ายทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ ในปีที่มีน้ำมาก พื้นที่น้ำหลากสามารถขยายครอบคลุมหลายแสนไร่และคงอยู่ต่อเนื่องหลายเดือนตามระดับน้ำของแม่น้ำสงครามกับแม่น้ำโขง
 
ช่วงน้ำหลากโดยทั่วไปเริ่มชัดตั้งแต่กลางฤดูฝน ระดับน้ำเพิ่มขึ้นในเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม ก่อนเข้าสู่ช่วงน้ำสูงในเดือนสิงหาคมถึงกันยายน หลังจากนั้นน้ำจะค่อย ๆ ลดลงในเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน ระยะเวลาและความสูงของน้ำแตกต่างกันในแต่ละปีตามปริมาณฝน พายุ น้ำจากลำน้ำสาขา และระดับแม่น้ำโขง
 
ฤดูน้ำหลาก ไม่ได้เป็นเพียงภาวะน้ำท่วมที่สร้างผลกระทบต่อชุมชน แต่เป็นส่วนหนึ่งของวงจรธรรมชาติของลุ่มน้ำสงคราม น้ำที่ไหลเข้าสู่ป่าบุ่งป่าทามนำพาตะกอนและสารอาหารมาสู่พื้นที่ พืชบางชนิดถูกน้ำท่วมเป็นเวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน ขณะที่ปลาจากแม่น้ำสามารถเข้าไปหาอาหาร วางไข่ และหลบภัยในพื้นที่น้ำตื้นที่มีพืชปกคลุม
 
ชุมชนในพื้นที่ปรับตัวเข้ากับวงจรน้ำด้วยการวางแผนเพาะปลูก เลือกชนิดข้าว ใช้พื้นที่เลี้ยงสัตว์ เก็บของป่า และทำประมงตามฤดูกาล พื้นที่ซึ่งเป็นทุ่งหญ้าหรือป่าโปร่งในฤดูแล้งสามารถกลายเป็นแหล่งจับปลาในฤดูฝน ส่วนหนองและร่องน้ำที่เหลือหลังน้ำลดทำหน้าที่เป็นแหล่งน้ำและที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำต่อไป
 
ฤดูน้ำลด เริ่มขึ้นเมื่อฝนลดลงและระดับแม่น้ำโขงต่ำลง น้ำจากป่าทามและพื้นที่น้ำท่วมจะค่อย ๆ ไหลกลับสู่แม่น้ำสงคราม ปลาหลายชนิดเคลื่อนตามกระแสน้ำกลับเข้าสู่ลำน้ำหลัก ชาวบ้านจึงปรับวิธีทำประมงตามทางน้ำ ช่องเชื่อม และร่องน้ำที่ปลาผ่าน ช่วงนี้เป็นเวลาสำคัญต่อการเก็บเกี่ยวทรัพยากรอาหารจากพื้นที่ชุ่มน้ำ
 
เมื่อน้ำลดจนพื้นดินเริ่มแห้ง พืชล้มลุก หญ้า และไม้พุ่มจะเติบโตอย่างรวดเร็ว พื้นที่บางส่วนใช้ปลูกข้าว พืชผัก หรือเลี้ยงสัตว์ ใบไม้และซากพืชที่สะสมระหว่างฤดูแล้งจะกลายเป็นอินทรียวัตถุ เมื่อน้ำหลากกลับมาในปีถัดไป สารอาหารเหล่านี้จะถูกปล่อยเข้าสู่ระบบน้ำและเป็นฐานอาหารของสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก
 
ป่าบุ่งป่าทาม เป็นชื่อที่ชาวอีสานใช้เรียกพื้นที่ป่าราบลุ่มริมแม่น้ำซึ่งถูกน้ำท่วมตามฤดูกาล คำว่า “บุ่ง” มักหมายถึงพื้นที่ต่ำหรือแอ่งน้ำที่ได้รับน้ำท่วมเป็นเวลานาน ส่วนคำว่า “ทาม” หมายถึงพื้นที่ราบริมลำน้ำที่น้ำเอ่อเข้าท่วมในฤดูฝนและแห้งลงในฤดูแล้ง ระบบนิเวศนี้มีทั้งสภาพป่า พุ่มไม้ ทุ่งหญ้า หนองน้ำ และพื้นที่เกษตรผสมอยู่ในภูมิประเทศเดียวกัน
 
ป่าบุ่งป่าทามไม่ได้มีสภาพเหมือนกันทุกจุด เพราะระดับความสูงของพื้นดิน ระยะเวลาน้ำท่วม ชนิดดิน และระยะห่างจากลำน้ำแตกต่างกัน โครงสร้างของพื้นที่จึงแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ พื้นที่บุ่งหรือป่าน้ำท่วมต่ำ พื้นที่ทามหรือเขตเปลี่ยนผ่าน และพื้นที่โคกหรือป่าบนที่สูงกว่า แต่ละกลุ่มมีพืช สัตว์ และรูปแบบการใช้ประโยชน์ของชุมชนแตกต่างกัน
 
ประเภทที่ 1 พื้นที่บุ่งหรือป่าน้ำท่วมต่ำ อยู่ใกล้ร่องน้ำ หนอง บึง หรือบริเวณต่ำที่สุดของภูมิประเทศ พื้นที่ประเภทนี้ถูกน้ำท่วมเร็วและมีน้ำขังนานกว่าส่วนอื่น พืชที่เติบโตได้ต้องทนต่อภาวะรากจมน้ำและการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำ ในฤดูฝนพื้นที่กลายเป็นแหล่งอาศัยของปลา กุ้ง หอย แมลงน้ำ และนก ส่วนฤดูแล้งอาจยังเหลือแอ่งน้ำหรือดินชื้นอยู่เป็นเวลานาน
 
บริเวณบุ่งทำหน้าที่เป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ เพราะกระแสน้ำไม่รุนแรงเท่าลำน้ำหลักและมีพืชจำนวนมากให้หลบซ่อน ใบไม้ ผลไม้ เมล็ดพืช และแมลงที่ตกลงในน้ำกลายเป็นอาหารของปลา การตัดไม้ ถมพื้นที่ หรือปิดทางเชื่อมระหว่างบุ่งกับแม่น้ำจึงส่งผลต่อการสืบพันธุ์และจำนวนสัตว์น้ำในระบบโดยตรง
 
ประเภทที่ 2 พื้นที่ทามหรือเขตเปลี่ยนผ่าน อยู่สูงกว่าพื้นที่บุ่งเล็กน้อย ถูกน้ำท่วมในช่วงระดับน้ำสูงแต่แห้งเร็วกว่าพื้นที่ต่ำ บริเวณนี้มีทั้งไม้ยืนต้น ไม้พุ่ม หญ้า เถาวัลย์ และพืชอาหาร ชาวบ้านใช้เก็บเห็ด หน่อไม้ ผักพื้นบ้าน สมุนไพร ฟืน และผลิตผลตามฤดูกาล พื้นที่บางส่วนใช้เลี้ยงวัวควายในช่วงน้ำลด
 
ป่าทามมีความสำคัญต่อการลดความเร็วของน้ำและดักตะกอน รากไม้ช่วยยึดดินไม่ให้ถูกกระแสน้ำกัดเซาะ กิ่งและพุ่มไม้สร้างที่หลบภัยให้ปลาในฤดูน้ำหลาก เมื่อน้ำลด พื้นที่กลายเป็นแหล่งหากินของนก สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก และแมลงจำนวนมาก
 
ประเภทที่ 3 พื้นที่โคกหรือป่าบนที่สูง อยู่เหนือระดับน้ำท่วมปกติหรือถูกน้ำท่วมเฉพาะปีที่มีน้ำสูงมาก พื้นที่มีดินแห้งกว่าส่วนบุ่งและทาม พบไม้ที่ไม่สามารถทนการจมน้ำเป็นเวลานาน รวมทั้งพื้นที่บ้านเรือน วัด สุสาน พื้นที่เลี้ยงสัตว์ และแปลงเกษตรบางประเภท พื้นที่โคกทำหน้าที่เป็นที่พักพิงของคนและสัตว์เมื่อบริเวณรอบข้างถูกน้ำท่วม
 
แม้พื้นที่โคกจะถูกน้ำท่วมน้อย แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของระบบป่าบุ่งป่าทาม เพราะสัตว์สามารถเคลื่อนย้ายระหว่างพื้นที่สูงกับพื้นที่น้ำท่วม พืชบนโคกให้เมล็ด ใบ และอินทรียวัตถุแก่ระบบน้ำ รากไม้ช่วยรับน้ำฝนและลดการพังทลาย การรักษาพื้นที่ทั้ง 3 ระดับไว้ร่วมกันจึงสำคัญกว่าการอนุรักษ์เฉพาะบริเวณที่มีน้ำขัง
 
พื้นที่ชุ่มน้ำแม่น้ำสงครามตอนล่าง ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศภายใต้อนุสัญญาแรมซาร์ เป็นแรมซาร์ไซต์ลำดับที่ 2,420 ของโลก และลำดับที่ 15 ของประเทศไทย เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2562 พื้นที่ขึ้นทะเบียนมีขนาดประมาณ 5,504.5 เฮกตาร์ หรือประมาณ 34,403 ไร่ ครอบคลุมแนวแม่น้ำและป่าบุ่งป่าทามในจังหวัดนครพนม
 
การขึ้นทะเบียนแรมซาร์ไม่ได้หมายถึงการปิดพื้นที่ไม่ให้ชุมชนใช้ประโยชน์ แต่เน้นการใช้ทรัพยากรอย่างชาญฉลาด รักษาลักษณะทางนิเวศ และเปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ กิจกรรมประมง เกษตร เก็บของป่า และการท่องเที่ยวสามารถดำเนินต่อได้เมื่อไม่ทำลายระบบน้ำ พันธุ์สัตว์ พืช และทางเชื่อมของพื้นที่ชุ่มน้ำ
 
ขอบเขตพื้นที่แรมซาร์ตอนล่าง เชื่อมต่อจากบริเวณปากน้ำไชยบุรี อำเภอท่าอุเทน ย้อนขึ้นมาตามแม่น้ำสงครามถึงบริเวณบ้านปากยาม ตำบลสามผง อำเภอศรีสงคราม ครอบคลุมแนวแม่น้ำตอนล่างประมาณ 92 กิโลเมตร ผ่านชุมชนหลายตำบลและหมู่บ้าน พื้นที่ดังกล่าวประกอบด้วยลำน้ำหลัก ปากลำห้วย ป่าทาม หนอง บึง ทุ่งน้ำหลาก และพื้นที่ใช้ประโยชน์ของชุมชน
 
เมืองพื้นที่ชุ่มน้ำศรีสงคราม เป็นสถานะสำคัญอีกประการหนึ่ง อำเภอศรีสงครามได้รับการรับรองเป็นเมืองพื้นที่ชุ่มน้ำภายใต้อนุสัญญาแรมซาร์ในปี 2565 และเป็นเมืองพื้นที่ชุ่มน้ำแห่งแรกของประเทศไทย การรับรองสะท้อนบทบาทของชุมชน องค์กรท้องถิ่น ภาครัฐ และเครือข่ายอนุรักษ์ในการบริหารเมืองที่เชื่อมโยงกับพื้นที่ชุ่มน้ำอย่างเป็นรูปธรรม
 
แนวคิดเมืองพื้นที่ชุ่มน้ำไม่ได้จำกัดเฉพาะพื้นที่ป่า แต่ครอบคลุมการวางผังเมือง การจัดการขยะ น้ำเสีย การประมง การเกษตร การท่องเที่ยว การศึกษา และการป้องกันน้ำท่วม เมืองต้องแสดงให้เห็นว่าพื้นที่ชุ่มน้ำมีคุณค่าต่อคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจท้องถิ่น ไม่ใช่พื้นที่ว่างที่รอการถมหรือเปลี่ยนเป็นสิ่งปลูกสร้าง
 
ความหลากหลายของพันธุ์ปลา เป็นหนึ่งในคุณค่าที่โดดเด่นที่สุดของลุ่มน้ำสงครามตอนล่าง การสำรวจทางวิชาการในพื้นที่แรมซาร์พบปลามากกว่า 120 ชนิด รวมถึงปลาที่อพยพระหว่างแม่น้ำโขง แม่น้ำสงคราม ลำห้วย หนอง บึง และป่าทาม ปลาแต่ละชนิดใช้พื้นที่ต่างกันตามช่วงชีวิต บางชนิดวางไข่ในแม่น้ำ บางชนิดเข้าไปหาอาหารในป่าน้ำท่วม และบางชนิดใช้หนองน้ำเป็นแหล่งอนุบาล
 
การที่แม่น้ำสงครามตอนล่างยังมีทางน้ำเชื่อมต่อกับแม่น้ำโขงและพื้นที่น้ำหลากเป็นระยะทางยาว ช่วยให้ปลาสามารถเคลื่อนย้ายตามวงจรธรรมชาติ การสร้างสิ่งกีดขวาง การปิดปากลำห้วย หรือการเปลี่ยนพื้นที่น้ำท่วมเป็นพื้นที่ถาวรจึงสามารถตัดเส้นทางอพยพและลดความอุดมสมบูรณ์ของประมงได้
 
ตลาดปลาศรีสงคราม เป็นพื้นที่ที่สะท้อนความหลากหลายของทรัพยากรสัตว์น้ำได้อย่างชัดเจน ตลาดสดเทศบาลตำบลศรีสงครามมีการซื้อขายปลาแม่น้ำ ปลาจากหนองบึง อาหารพื้นบ้าน ผักตามฤดูกาล และผลิตภัณฑ์จากชุมชน เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ช่วงเช้ามืดถึงเย็น โดยบรรยากาศคึกคักที่สุดในช่วงเช้าเมื่อชาวประมงและพ่อค้าแม่ค้านำสินค้าสดเข้ามาจำหน่าย
 
ชนิดปลาที่พบในตลาดเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล ระดับน้ำ กฎหมายประมง และวิธีจับของแต่ละชุมชน ผู้มาเยือนสามารถเห็นทั้งปลาสด ปลาแห้ง ปลาร้า ปลาส้ม และอาหารแปรรูป การซื้อสินค้าในปริมาณเหมาะสมและเลือกผลิตภัณฑ์จากสัตว์น้ำที่มีขนาดถูกต้องช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการโดยไม่เพิ่มแรงกดดันต่อทรัพยากรเกินจำเป็น
 
วิถีประมงพื้นบ้าน ใช้ความเข้าใจฤดูกาล กระแสน้ำ พฤติกรรมปลา และภูมิประเทศของลำน้ำ ชาวประมงเลือกใช้แห อวน ลอบ ไซ เบ็ด ยอ หรือเครื่องมือชนิดอื่นตามสภาพพื้นที่ การใช้เครื่องมือแบบเลือกจับและปฏิบัติตามฤดูคุ้มครองช่วยให้ปลาขนาดเล็กและพ่อแม่พันธุ์มีโอกาสเพิ่มจำนวน
 
พื้นที่บางชุมชนมีกฎท้องถิ่น เขตอนุรักษ์พันธุ์ปลา วังปลา หรือช่วงเวลาห้ามใช้เครื่องมือบางชนิด นักท่องเที่ยวที่ต้องการตกปลา ลงเรือ หรือร่วมกิจกรรมประมงต้องสอบถามชุมชนก่อน ไม่ควรนำอุปกรณ์ไปใช้เองในจุดที่ไม่รู้กฎ เพราะอาจรบกวนพื้นที่ทำกินหรือเขตอนุรักษ์
 
อาหารจากลุ่มน้ำสงคราม มีทั้งปลาเผา ต้มปลา ลาบปลา ก้อยปลา หมกปลา ปลานึ่ง ปลาทอด ปลาส้ม ปลาร้า และอาหารที่ใช้ผักจากป่าทามเป็นส่วนประกอบ สูตรอาหารแตกต่างกันในแต่ละชุมชนตามชนิดปลา สมุนไพร และวัตถุดิบประจำฤดูกาล อาหารเหล่านี้สะท้อนภูมิปัญญาในการเก็บรักษาและแปรรูปทรัพยากรที่มีมากในช่วงน้ำลดหรือฤดูจับปลา
 
ผู้เดินทางควรเลือกรับประทานอาหารที่ปรุงสุก โดยเฉพาะเมนูปลาน้ำจืด ไม่ควรรับประทานปลาดิบหรืออาหารหมักดิบหากไม่ผ่านกระบวนการที่ปลอดภัย เมนูปลาขนาดใหญ่บางร้านคิดราคาตามน้ำหนัก จึงควรสอบถามน้ำหนัก ราคา และวิธีปรุงก่อนสั่งทุกครั้ง
 
พืชในป่าบุ่งป่าทาม มีทั้งไม้ยืนต้น ไม้พุ่ม เถาวัลย์ หญ้า พืชน้ำ และผักพื้นบ้าน พืชแต่ละชนิดทนต่อระยะเวลาน้ำท่วมไม่เท่ากัน จึงกระจายตัวตามระดับความสูงของพื้นที่ ชาวบ้านใช้ประโยชน์จากหน่อไม้ เห็ด ผัก ผลไม้ สมุนไพร ฟืน และวัสดุจักสานตามกติกาของชุมชน
 
การเก็บของป่าที่เหมาะสมต้องเหลือส่วนของพืชไว้ฟื้นตัว ไม่ถอนรากทั้งหมด ไม่ตัดไม้ใหญ่ และไม่เก็บในพื้นที่ห้ามใช้ประโยชน์ นักท่องเที่ยวไม่ควรเก็บพืช เห็ด หรือสัตว์กลับออกจากพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาต เพราะอาจเป็นชนิดหายาก มีพิษ หรือมีบทบาทสำคัญต่อระบบนิเวศ
 
นกและสัตว์ป่า ใช้พื้นที่ชุ่มน้ำเป็นแหล่งอาหาร พักอาศัย และสืบพันธุ์ ในช่วงน้ำหลากสามารถพบสัตว์น้ำและนกที่เข้ามาหากินตามพื้นที่ตื้น ส่วนฤดูน้ำลดจะพบฝูงนกตามหาดโคลน ทุ่งหญ้า และหนองน้ำ การชมสัตว์ควรใช้กล้องส่องทางไกล รักษาระยะห่าง และไม่ใช้เสียงเรียกสัตว์หรือเดินเข้าใกล้รัง
 
สัตว์เลื้อยคลาน งู แมลง และสัตว์ขนาดเล็กเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ธรรมชาติ ผู้เดินทางในป่าทามควรสวมรองเท้าหุ้มส้นและกางเกงขายาว ไม่จับสัตว์หรือพืชที่ไม่รู้จัก หากพบสัตว์ขวางเส้นทางควรรอหรือถอยออก ไม่ตีหรือไล่ต้อนโดยไม่จำเป็น
 
โซนที่ 1 จุดชมวิวปากแม่น้ำอูนและสะพานสงครามบ้านนาเพียง เป็นพื้นที่เข้าถึงง่าย เหมาะสำหรับผู้เดินทางครั้งแรก สามารถชมแม่น้ำสงคราม สะพาน การบรรจบของลำน้ำอูน และกิจกรรมของชุมชนได้จากฝั่งโดยไม่ต้องลงเรือ บริเวณนี้อยู่ใกล้เขตเทศบาลตำบลศรีสงคราม ร้านอาหาร ตลาด และที่พัก
 
นักท่องเที่ยวควรจอดรถในจุดที่ไม่กีดขวางการจราจรหรือทางขึ้นลงเรือ ไม่ปีนราวสะพาน และไม่ยืนบนขอบตลิ่งที่มีรอยแตกร้าว ฤดูฝนอาจมีน้ำสูงและกระแสน้ำแรง ส่วนหลังน้ำลดพื้นบริเวณริมฝั่งอาจมีโคลนและตะไคร่น้ำสะสม
 
โซนที่ 2 ตลาดปลาและย่านอาหารศรีสงคราม เหมาะสำหรับเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างทรัพยากรในแม่น้ำกับเศรษฐกิจชุมชน ควรมาถึงช่วงเช้าเพื่อชมสินค้าสดและอาหารพื้นบ้าน ผู้มาเยือนสามารถเลือกซื้อปลาแปรรูป ผลิตภัณฑ์ชุมชน และรับประทานอาหารในตัวอำเภอได้สะดวก
 
ตลาดเป็นพื้นที่ทำงานของพ่อค้าแม่ค้า จึงควรขออนุญาตก่อนถ่ายภาพบุคคลหรือสินค้าอย่างใกล้ชิด ไม่กีดขวางทางเดิน และรักษาความสะอาด หากซื้อปลาสดควรเตรียมกล่องเก็บความเย็นและเดินทางกลับในเวลาที่เหมาะสมเพื่อรักษาคุณภาพอาหาร
 
โซนที่ 3 ป่าบุ่งป่าทามและเส้นทางชุมชน เป็นพื้นที่ธรรมชาติที่ต้องประสานผู้นำชุมชนหรือผู้ดูแลก่อนเข้าเยี่ยมชม เส้นทางเปลี่ยนแปลงตามระดับน้ำ บางช่วงใช้รถ บางช่วงเดิน และบางช่วงต้องลงเรือ การมีผู้นำทางช่วยลดความเสี่ยงจากการหลงทาง พื้นโคลน ร่องน้ำ และเขตใช้ประโยชน์ของชาวบ้าน
 
กิจกรรมที่เหมาะกับพื้นที่นี้ ได้แก่ ศึกษาพืช ชมนก เรียนรู้ประมง ฟังเรื่องราวป่าทาม และสังเกตการเปลี่ยนแปลงของภูมิประเทศ ผู้เข้าร่วมควรใช้กลุ่มขนาดเล็ก ไม่เปิดเพลงเสียงดัง ไม่เก็บตัวอย่าง และนำขยะกลับออกมาทั้งหมด
 
โซนที่ 4 บ้านสามผงและบ้านปากยาม อยู่บริเวณขอบเขตตอนบนของพื้นที่ชุ่มน้ำแรมซาร์ มีแม่น้ำ ลำน้ำยาม สะพาน ชุมชน และพื้นที่ป่าทามเชื่อมต่อกัน ผู้มาเยือนสามารถเรียนรู้เรื่องทางน้ำสาขา การประมง และภูมิทัศน์ของชุมชนริมน้ำได้ แต่ควรตรวจสอบสภาพเส้นทางและประสานท้องถิ่นก่อนเดินทาง
 
โซนที่ 5 ปากน้ำไชยบุรี เป็นปลายทางของแม่น้ำสงครามก่อนบรรจบกับแม่น้ำโขง อยู่ในอำเภอท่าอุเทน จุดนี้มีชื่อเสียงจากแนวสายน้ำสองสี ซึ่งเกิดจากน้ำในแม่น้ำสงครามไหลมาพบกับแม่น้ำโขงที่มีปริมาณตะกอนและสีแตกต่างกัน นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารปลาแม่น้ำ โฮมสเตย์ และชุมชนไทญ้อเก่าแก่
 
ระยะทางตามถนนจากตัวอำเภอศรีสงครามไปปากน้ำไชยบุรีค่อนข้างไกลกว่าระยะตามแนวแม่น้ำ ผู้เดินทางควรจัดเป็นโปรแกรมเต็มวันหรือพักค้างคืน ไม่ควรใช้เส้นทางเรือด้วยตนเองหากไม่มีผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาตและอุปกรณ์ความปลอดภัยครบถ้วน
 
โซนที่ 6 วัด ชุมชน และแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรม กระจายอยู่ในอำเภอศรีสงครามและตำบลใกล้เคียง สถานที่สำคัญประกอบด้วยวัดในชุมชน พิพิธภัณฑ์หลวงปู่ตื้อ อจลธัมโม บ้านข่า และแหล่งประวัติศาสตร์ท้องถิ่น การเที่ยวพื้นที่เหล่านี้ช่วยให้เข้าใจว่าแม่น้ำเชื่อมโยงกับศาสนา การตั้งถิ่นฐาน และงานบุญอย่างไร
 
เมื่อเข้าวัดควรแต่งกายสุภาพ ไม่ส่งเสียงดัง และไม่ถ่ายภาพผู้ประกอบพิธีโดยไม่ได้รับอนุญาต เวลาเปิดพื้นที่ภายในวัดหรือพิพิธภัณฑ์อาจต่างจากพื้นที่ริมแม่น้ำ ควรติดต่อสถานที่หรือองค์กรท้องถิ่นก่อนเดินทางเป็นกลุ่ม
 
ช่วงที่เหมาะสำหรับชมแม่น้ำ ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ที่ต้องการ เดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์อากาศเย็น ระดับน้ำเริ่มลด เหมาะกับการเดินเที่ยว ตลาดปลา ปั่นจักรยาน และชมชุมชน เดือนมีนาคมถึงพฤษภาคมเห็นหาดทราย ตลิ่ง และรูปร่างลำน้ำชัดขึ้น แต่ช่วงกลางวันมีอากาศร้อนจัด
 
เดือนมิถุนายนถึงตุลาคมเป็นช่วงเรียนรู้ระบบน้ำหลาก ป่าบุ่งป่าทาม และความสัมพันธ์ระหว่างแม่น้ำสงครามกับแม่น้ำโขง ทิวทัศน์เขียวชอุ่มและลำน้ำมีขนาดใหญ่ขึ้น แต่การเข้าพื้นที่ธรรมชาติต้องประสานชุมชนและติดตามประกาศน้ำท่วมอย่างใกล้ชิด
 
ช่วงเวลาที่เหมาะในแต่ละวัน คือประมาณ 06.00–10.00 น. และ 15.30–18.00 น. ช่วงเช้าอากาศเย็น แสงนุ่ม และตลาดมีสินค้าสด ส่วนช่วงเย็นเหมาะกับการชมแม่น้ำและถ่ายภาพ แสงกลางวันค่อนข้างแรง โดยเฉพาะเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม
 
การถ่ายภาพ ควรใช้มุมจากสะพาน จุดชมวิว หรือพื้นที่สาธารณะที่มีความมั่นคง ภาพมุมกว้างเหมาะกับการเก็บเส้นโค้งของแม่น้ำ ทุ่งน้ำหลาก และชุมชน ส่วนเลนส์ระยะไกลเหมาะกับเรือ นก และกิจกรรมประมง ไม่ควรเดินลงตลิ่งที่เปียกหรือปีนราวเพื่อหามุมภาพ
 
การใช้โดรนต้องเป็นไปตามกฎหมายการบิน การขึ้นทะเบียนอากาศยาน และข้อกำหนดของพื้นที่ ห้ามบินรบกวนนก ฝูงสัตว์ ชุมชน หรือพื้นที่ส่วนบุคคล หากอยู่ใกล้เขตชายแดนและแม่น้ำโขงต้องระมัดระวังไม่ให้อากาศยานข้ามเขตประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต
 
กิจกรรมชมนก เหมาะกับช่วงเช้าและฤดูน้ำลด ควรใช้กล้องส่องทางไกลและเสื้อผ้าสีไม่ฉูดฉาด ไม่ส่งเสียงดังหรือเปิดเสียงนกจากโทรศัพท์เพื่อล่อสัตว์ ผู้เข้าชมต้องรักษาระยะจากพื้นที่ทำรังและไม่เดินผ่านพุ่มไม้หนาโดยไม่มีผู้นำทาง
 
กิจกรรมนั่งเรือ ต้องใช้เรือของชุมชนหรือผู้ให้บริการที่รู้เส้นทาง ทุกคนต้องสวมเสื้อชูชีพตลอดเวลา ไม่ยืนหรือเปลี่ยนที่นั่งขณะเรือเคลื่อนที่ ไม่ลงเรือเมื่อมีพายุ ฝนฟ้าคะนอง น้ำเชี่ยว หรือทัศนวิสัยต่ำ และต้องปฏิบัติตามคำสั่งของคนขับเรือ
 
ความปลอดภัยในฤดูน้ำหลาก ต้องให้ความสำคัญกับระดับน้ำ กระแสน้ำ การกัดเซาะตลิ่ง และถนนที่ถูกน้ำท่วม ไม่ควรลงไปบนตลิ่งซึ่งมีรอยแตก ไม่ขับรถฝ่าน้ำที่ไม่ทราบความลึก และไม่เข้าไปในพื้นที่ที่หน่วยงานติดตั้งแนวกั้น น้ำอาจสูงขึ้นจากฝนที่ตกในพื้นที่อื่นแม้บริเวณจุดชมวิวไม่มีฝน
 
หลังน้ำลด พื้นผิวริมแม่น้ำอาจมีโคลน ตะกอน กิ่งไม้ ขยะ และวัตถุมีคมสะสม ควรรอให้พื้นที่ได้รับการตรวจสอบและทำความสะอาดก่อนเดินลงไป ไม่ควรปล่อยเด็กวิ่งบริเวณขอบน้ำหรือสะพาน และผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ควรเข้าใกล้ลำน้ำหรือขับเรือ
 
ความปลอดภัยในฤดูแล้ง แม้ระดับน้ำลดลง แต่ร่องน้ำยังมีความลึกและกระแสน้ำสามารถเปลี่ยนทิศตามโค้งแม่น้ำ หาดทรายบางแห่งมีโคลนหรือทรายยุบอยู่ด้านล่าง ไม่ควรเดินออกไปบนสันดอนโดยไม่มีคนท้องถิ่นดูแล และไม่ควรว่ายน้ำในจุดที่ไม่ได้กำหนดเป็นพื้นที่ปลอดภัย
 
การท่องเที่ยวแบบไม่ทิ้งร่องรอย เริ่มจากการนำขยะทุกชิ้นกลับออกจากพื้นที่ ไม่ทิ้งพลาสติก โฟม สายเบ็ด ตะขอ หรือเศษอาหารลงในแม่น้ำ อุปกรณ์ประมงที่ทำจากพลาสติกสามารถพันสัตว์น้ำและนกได้เป็นเวลานาน หากพบขยะอันตรายควรแจ้งผู้ดูแลแทนการจับด้วยมือเปล่า
 
ไม่ควรใช้สบู่ แชมพู หรือน้ำยาทำความสะอาดในแม่น้ำ ไม่เทน้ำมันจากอาหารลงท่อหรือริมตลิ่ง และไม่ปล่อยสัตว์น้ำจากต่างถิ่นลงในธรรมชาติ การให้อาหารปลาในแม่น้ำปริมาณมากสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมและเพิ่มของเสียในน้ำได้
 
การเคารพชุมชน เป็นส่วนสำคัญของการเที่ยวแม่น้ำสงคราม ท่าเรือ อวน ลอบ พื้นที่ตากปลา และทางลงน้ำเป็นพื้นที่ทำงาน ไม่ควรเคลื่อนย้ายอุปกรณ์หรือเข้าไปถ่ายภาพใกล้ ๆ โดยไม่ขออนุญาต บ้านและพื้นที่เกษตรเป็นทรัพย์สินส่วนบุคคล แม้จะไม่มีรั้วกั้นก็ตาม
 
การเลือกซื้ออาหาร ผลิตภัณฑ์ปลา ผักพื้นบ้าน และบริการจากผู้ประกอบการในอำเภอศรีสงครามช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชน ควรสอบถามราคาให้ชัดเจน ชำระอย่างเป็นธรรม และหลีกเลี่ยงการต่อรองสินค้าชุมชนมากเกินไป
 
โปรแกรมเที่ยว 2–3 ชั่วโมง เริ่มจากจุดชมวิวปากแม่น้ำอูนและสะพานสงครามบ้านนาเพียง ชมทิวทัศน์และวิถีประมง จากนั้นเดินทางไปตลาดสดเทศบาลตำบลศรีสงครามเพื่อชมปลาและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น ก่อนรับประทานอาหารในตัวอำเภอ โปรแกรมนี้เหมาะกับผู้ที่เดินทางผ่านและไม่ต้องการเข้าป่าทาม
 
โปรแกรมเที่ยวครึ่งวัน ควรมาถึงช่วงเช้า แวะตลาดปลา ชมปากแม่น้ำอูน รับประทานอาหารกลางวัน แล้วเดินทางไปยังพื้นที่หาดปากซิว–หาดกุดโดหรือชุมชนใกล้เคียงตามสภาพระดับน้ำ หากต้องการเยี่ยมชมพื้นที่ป่าทามควรประสานผู้นำชุมชนล่วงหน้า
 
โปรแกรมเที่ยวเต็มวัน สามารถเริ่มจากตัวอำเภอศรีสงคราม เดินทางไปชมพื้นที่แรมซาร์และชุมชนบ้านสามผง–ปากยาม จากนั้นแวะสถานที่ทางศาสนาหรือพิพิธภัณฑ์หลวงปู่ตื้อ อจลธัมโม ก่อนกลับมารับประทานอาหารและพักในตัวอำเภอ การเดินทางเข้าสู่พื้นที่ธรรมชาติควรใช้รถที่เหมาะกับสภาพถนนและมีคนท้องถิ่นนำทาง
 
โปรแกรมเชื่อมต่อปากน้ำไชยบุรี เหมาะสำหรับผู้ที่มีเวลาอย่างน้อย 1 วันเต็มหรือพักค้างคืน เริ่มเที่ยวศรีสงครามในตอนเช้า แล้วขับรถไปยังปากน้ำไชยบุรีเพื่อชมจุดที่แม่น้ำสงครามบรรจบกับแม่น้ำโขง รับประทานอาหารปลา และศึกษาชุมชนไทญ้อ ไม่ควรวางแผนเดินทางกลับระยะไกลในช่วงค่ำหากไม่ชำนาญเส้นทาง
 
การเดินทางจากตัวเมืองนครพนม ไปอำเภอศรีสงครามมีระยะทางประมาณ 69 กิโลเมตร ใช้ทางหลวงหมายเลข 212 ออกจากตัวเมืองไปทางอำเภอท่าอุเทน จากนั้นเลี้ยวเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2032 บริเวณแยกท่าดอกแก้ว มุ่งหน้าเข้าสู่อำเภอศรีสงคราม ใช้เวลาขับรถประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาทีถึง 1 ชั่วโมง 30 นาทีตามสภาพการจราจร
 
การเดินทางจากจังหวัดสกลนคร สามารถใช้เส้นทางผ่านอำเภออากาศอำนวยเข้าสู่อำเภอศรีสงคราม ระยะทางจากตัวเมืองสกลนครประมาณ 60 กิโลเมตร เส้นทางผ่านพื้นที่เกษตรและชุมชน ควรระวังรถจักรยานยนต์ รถเพื่อการเกษตร และสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะช่วงเช้ากับเย็น
 
การเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ มีรถโดยสารหรือรถตู้บางเส้นทางเชื่อมตัวเมืองนครพนม สกลนคร และอำเภอศรีสงคราม แต่การเดินทางไปยังจุดชมวิว ป่าทาม หรือชุมชนห่างไกลต้องใช้รถรับจ้างท้องถิ่น ควรตกลงราคา เวลาเดินทางกลับ และหมายเลขโทรศัพท์ของคนขับก่อนออกจากตัวอำเภอ
 
สิ่งที่ควรเตรียม ได้แก่ รองเท้าที่เดินสบาย หมวก น้ำดื่ม ครีมกันแดด เสื้อกันฝนหรือร่มขนาดเล็ก ยาประจำตัว ยากันแมลง กล้องถ่ายภาพ และถุงสำหรับนำขยะกลับ ผู้ที่เข้าป่าทามควรใช้รองเท้าหุ้มส้น กางเกงขายาว กระเป๋ากันน้ำ และแจ้งเส้นทางให้ผู้ดูแลทราบ
 
ช่วงฤดูหนาวควรมีเสื้อคลุมบางสำหรับเวลาเช้า ส่วนฤดูร้อนควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งระหว่าง 11.00–15.00 น. หากนั่งเรือต้องใช้เสื้อชูชีพที่มีขนาดเหมาะสม โทรศัพท์ควรชาร์จแบตเตอรี่เต็มและบันทึกแผนที่แบบออฟไลน์ไว้ล่วงหน้า
 
สิ่งอำนวยความสะดวก กระจุกตัวอยู่ในเขตเทศบาลตำบลศรีสงคราม ประกอบด้วยตลาด ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ที่พัก ปั๊มน้ำมัน ร้านสะดวกซื้อ โรงพยาบาล และบริการพื้นฐาน ส่วนพื้นที่ป่าทามและชุมชนริมแม่น้ำบางแห่งมีสิ่งอำนวยความสะดวกจำกัด นักท่องเที่ยวควรเข้าห้องน้ำ เติมน้ำมัน และเตรียมน้ำดื่มก่อนเดินทางออกจากตัวอำเภอ
 
ร้านอาหารใกล้จุดอ้างอิง มีทั้งร้านอาหารริมแม่น้ำ ร้านสเต๊ก ร้านอาหารอีสาน คาเฟ่ และร้านกาแฟ ผู้ที่ต้องการรับประทานปลาแม่น้ำควรสอบถามชนิดปลาและราคาในวันเดินทาง เนื่องจากวัตถุดิบเปลี่ยนตามฤดูกาล ร้านที่เดินทางเป็นกลุ่มควรโทรสำรองโต๊ะก่อนถึงพื้นที่
 
ที่พักในอำเภอศรีสงคราม ส่วนใหญ่เป็นรีสอร์ตและที่พักขนาดเล็ก กระจายอยู่รอบเขตตัวอำเภอและถนนวงแหวน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มเที่ยวตลาดหรือแม่น้ำตั้งแต่เช้า ควรโทรยืนยันห้องพัก เวลาเช็กอิน และบริการอาหารเช้าก่อนเดินทาง โดยเฉพาะช่วงเทศกาลปลา ฤดูหนาว และวันหยุดยาว
 
ผู้ดูแลแม่น้ำสงคราม ไม่มีหน่วยงานใดเป็นเจ้าของหรือรับผิดชอบแม่น้ำทั้งสายเพียงหน่วยงานเดียว การบริหารจัดการเกี่ยวข้องกับกรมทรัพยากรน้ำ กรมประมง กรมป่าไม้ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครพนม จังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และชุมชนริมแม่น้ำ
 
พื้นที่สาธารณะในเขตตัวอำเภอและจุดอ้างอิงปากแม่น้ำอูนอยู่ภายใต้การดูแลของเทศบาลตำบลศรีสงครามร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ สามารถสอบถามข้อมูลท้องถิ่นได้ที่หมายเลข 042-599-682 ส่วนพื้นที่นอกเขตเทศบาลสามารถติดต่อองค์การบริหารส่วนตำบลศรีสงครามที่หมายเลข 042-599-496
 
พื้นที่แรมซาร์มีการบริหารร่วมกันโดยหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อม น้ำ ประมง ป่าไม้ จังหวัด องค์กรท้องถิ่น และเครือข่ายชุมชน การตัดสินใจด้านเส้นทางท่องเที่ยว การใช้เรือ การประมง และการเข้าพื้นที่ธรรมชาติจึงต้องคำนึงถึงกฎของแต่ละชุมชนและประกาศของหน่วยงานในช่วงเวลานั้น
 
สถานะปัจจุบัน พื้นที่สาธารณะริมแม่น้ำสงคราม ตลาดปลา และเส้นทางหลักในอำเภอศรีสงครามยังเปิดใช้งานตามปกติ การเข้าถึงป่าทาม ทางลงเรือ หาดทราย หรือพื้นที่ตลิ่งบางแห่งอาจถูกจำกัดชั่วคราวเมื่อระดับน้ำสูง เกิดการกัดเซาะ มีการซ่อมแซม หรือมีประกาศด้านความปลอดภัย
 
ความท้าทายของลุ่มน้ำ ประกอบด้วยการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน การถางป่าทาม การถมพื้นที่น้ำท่วม การใช้สารเคมี การทิ้งขยะ น้ำเสีย การจับปลาเกินขนาด และสิ่งก่อสร้างที่ตัดการเชื่อมต่อของทางน้ำ ผลกระทบไม่ได้เกิดเฉพาะบริเวณที่มีการเปลี่ยนแปลง แต่สามารถส่งต่อไปยังปลา ชุมชน และพื้นที่ปลายน้ำได้
 
การอนุรักษ์ที่มีประสิทธิภาพต้องรักษาทั้งลำน้ำหลัก ลำห้วยสาขา หนอง บึง ป่าบุ่ง ป่าทาม และพื้นที่โคกไว้เป็นเครือข่าย การรักษาเพียงจุดเดียวไม่เพียงพอหากปลาไม่สามารถอพยพหรือหากน้ำจากต้นน้ำมีคุณภาพลดลง ชุมชนจึงมีบทบาทสำคัญในการกำหนดกติกา เฝ้าระวัง และถ่ายทอดความรู้ให้คนรุ่นต่อไป
 
เหตุผลที่ควรมาเยือนแม่น้ำสงคราม คือโอกาสได้เห็นแม่น้ำที่มีวงจรธรรมชาติแตกต่างกันอย่างชัดเจนระหว่างฤดูน้ำหลากกับฤดูน้ำลด ได้เรียนรู้ป่าบุ่งป่าทามซึ่งหาได้ไม่ง่ายในแหล่งท่องเที่ยวทั่วไป และได้สัมผัสความสัมพันธ์ระหว่างปลา อาหาร ตลาด วัด ชุมชน และแม่น้ำในพื้นที่จริง
 
นักท่องเที่ยวสามารถเลือกประสบการณ์ได้หลายระดับ ตั้งแต่แวะชมแม่น้ำและตลาดปลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง ไปจนถึงพักค้างคืน เดินทางกับชุมชน เข้าป่าทาม ชมนก หรือล่องเรือศึกษาเส้นทางน้ำ การวางแผนตามฤดูกาลและใช้บริการคนในพื้นที่ช่วยให้การเดินทางปลอดภัยและเกิดประโยชน์ต่อชุมชนมากขึ้น
 
การเดินทาง จุดเริ่มต้นที่สะดวกสำหรับนักท่องเที่ยวคือบริเวณปากแม่น้ำอูนและสะพานสงครามบ้านนาเพียง เขตเทศบาลตำบลศรีสงคราม อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม จากตัวเมืองนครพนมใช้ทางหลวงหมายเลข 212 แล้วเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2032 ที่แยกท่าดอกแก้ว ระยะทางประมาณ 69 กิโลเมตร จากตัวเมืองสกลนครเดินทางผ่านอำเภออากาศอำนวยประมาณ 60 กิโลเมตร
 
แม่น้ำสงครามจึงเป็นมากกว่าสายน้ำยาวประมาณ 420 กิโลเมตร เพราะเป็นโครงข่ายที่เชื่อมภูเขาต้นน้ำ ลำห้วย ทุ่งนา หนอง บึง ป่าบุ่งป่าทาม แม่น้ำโขง และชุมชนหลายจังหวัดเข้าไว้ด้วยกัน วงจรน้ำหลากและน้ำลดสร้างทั้งความอุดมสมบูรณ์ ความเสี่ยง และวิถีชีวิตเฉพาะถิ่น การท่องเที่ยวอย่างเคารพกฎชุมชน รักษาความสะอาด สนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่น และไม่รบกวนระบบนิเวศ จะช่วยให้แม่น้ำสงครามคงคุณค่าในฐานะแหล่งอาหาร พื้นที่ชุ่มน้ำ และมรดกธรรมชาติของลุ่มน้ำโขงต่อไป
 
ชื่อสถานที่แม่น้ำสงครามและพื้นที่ชุ่มน้ำแม่น้ำสงครามตอนล่าง
ชื่อภาษาอังกฤษSongkhram River and Lower Songkhram River Wetlands
ประเภทแม่น้ำสาขาของแม่น้ำโขงและระบบพื้นที่ชุ่มน้ำตามฤดูกาล
ความยาวประมาณ 420 กิโลเมตร
ต้นกำเนิดพื้นที่เทือกเขาภูพานบริเวณสันภูผาเหล็กและพื้นที่ใกล้เคียง อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร
พื้นที่ลุ่มน้ำที่ราบแอ่งสกลนครในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน
จังหวัดที่แม่น้ำและลุ่มน้ำเชื่อมโยงสกลนคร อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ และนครพนม
จุดบรรจบแม่น้ำโขงปากน้ำไชยบุรี ตำบลไชยบุรี อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม
ลำน้ำสาขาสำคัญลำน้ำอูน ลำน้ำยาม ลำน้ำเมา ลำห้วยอ้วน ลำห้วยซาง ลำห้วยคลอง ลำห้วยฮี และลำห้วยขนาดเล็กอีกหลายสาย
ลักษณะตอนบนลำน้ำค่อนข้างแคบ มีความลาดชันมากกว่า และระบายน้ำได้เร็วกว่าตอนล่าง
ลักษณะตอนล่างลำน้ำกว้าง คดเคี้ยว ความลาดชันต่ำมาก น้ำไหลช้า และเชื่อมกับหนอง บึง ทุ่งน้ำหลาก และป่าบุ่งป่าทาม
วงจรน้ำหลากน้ำเพิ่มตั้งแต่กลางฤดูฝน มักสูงในเดือนสิงหาคม–กันยายน และค่อย ๆ ลดลงในเดือนตุลาคม–พฤศจิกายน
ปรากฏการณ์น้ำโขงหนุนเมื่อแม่น้ำโขงมีระดับสูง การระบายน้ำจากแม่น้ำสงครามจะช้าลง น้ำจึงหนุนเข้าสู่ลำน้ำและกระจายท่วมพื้นที่ราบลุ่มตอนล่าง
ประเภทป่าบุ่งป่าทาม1. พื้นที่บุ่งหรือป่าน้ำท่วมต่ำ
2. พื้นที่ทามหรือเขตเปลี่ยนผ่าน
3. พื้นที่โคกหรือป่าบนที่สูง
สถานะแรมซาร์ไซต์พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศลำดับที่ 2,420 ของโลก และลำดับที่ 15 ของประเทศไทย ขึ้นทะเบียนวันที่ 15 พฤษภาคม 2562
ขนาดพื้นที่แรมซาร์ประมาณ 5,504.5 เฮกตาร์ หรือประมาณ 34,403 ไร่
แนวพื้นที่ตอนล่างที่สำคัญประมาณ 92 กิโลเมตรจากบ้านปากยาม อำเภอศรีสงคราม ถึงปากน้ำไชยบุรี อำเภอท่าอุเทน
เมืองพื้นที่ชุ่มน้ำอำเภอศรีสงครามได้รับการรับรองเป็นเมืองพื้นที่ชุ่มน้ำภายใต้อนุสัญญาแรมซาร์ในปี 2565 และเป็นแห่งแรกของประเทศไทย
ความหลากหลายของปลาพื้นที่แรมซาร์มีรายงานพบปลามากกว่า 120 ชนิด และเป็นเส้นทางอพยพ วางไข่ หาอาหาร และอนุบาลสัตว์น้ำ
จุดอ้างอิงสำหรับท่องเที่ยวปากแม่น้ำอูนและสะพานสงครามบ้านนาเพียง เขตเทศบาลตำบลศรีสงคราม อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม
พิกัดอ้างอิงเขตตัวอำเภอ17.6272, 104.2506
วันเปิดทำการทุกวันสำหรับพื้นที่สาธารณะริมแม่น้ำและจุดชมวิวที่ไม่มีประตูควบคุม
เวลาเปิดทำการเข้าถึงได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยช่วงที่เหมาะสำหรับชมธรรมชาติคือ 06.00 – 18.00 น.
ค่าเข้าชมไม่เสียค่าเข้าชมพื้นที่สาธารณะริมแม่น้ำ กิจกรรมเรือ โฮมสเตย์ อาหาร และบริการชุมชนคิดค่าบริการแยกต่างหาก
โซนต่าง ๆ1. ปากแม่น้ำอูนและสะพานสงครามบ้านนาเพียง
2. ตลาดปลาและย่านอาหารศรีสงคราม
3. ป่าบุ่งป่าทามและเส้นทางชุมชน
4. บ้านสามผงและบ้านปากยาม
5. ปากน้ำไชยบุรี
6. วัด ชุมชน และแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรม
กิจกรรมชมแม่น้ำ ถ่ายภาพ ชมนก เยี่ยมชมตลาดปลา รับประทานอาหารพื้นบ้าน เรียนรู้ประมง ล่องเรือกับชุมชน และศึกษาป่าบุ่งป่าทาม
ช่วงเหมาะสำหรับท่องเที่ยวพฤศจิกายน–กุมภาพันธ์เหมาะกับการเที่ยวทั่วไป ส่วนมิถุนายน–ตุลาคมเหมาะกับการเรียนรู้ระบบน้ำหลากโดยต้องติดตามประกาศความปลอดภัย
ตลาดสดเทศบาลตำบลศรีสงครามเปิดทุกวันโดยทั่วไปประมาณ 04.30 – 18.00 น. ช่วงเช้าเหมาะกับการชมตลาดปลาสด
สิ่งอำนวยความสะดวกตลาด ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ที่พัก ปั๊มน้ำมัน ร้านสะดวกซื้อ โรงพยาบาล และบริการพื้นฐานในตัวอำเภอ พื้นที่ป่าทามมีสิ่งอำนวยความสะดวกจำกัด
การเดินทางจากนครพนมใช้ทางหลวงหมายเลข 212 แล้วเลี้ยวเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2032 บริเวณแยกท่าดอกแก้ว ระยะทางประมาณ 69 กิโลเมตร
สถานะปัจจุบันพื้นที่สาธารณะ ตลาด และเส้นทางหลักเปิดตามปกติ บางจุดอาจจำกัดการเข้าถึงชั่วคราวเมื่อมีน้ำสูง การกัดเซาะ การซ่อมแซม หรือประกาศความปลอดภัย
ผู้ดูแลกรมทรัพยากรน้ำ กรมประมง กรมป่าไม้ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครพนม จังหวัดนครพนม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเครือข่ายชุมชน
เบอร์ติดต่อท้องถิ่นเทศบาลตำบลศรีสงคราม โทร. 042-599-682
องค์การบริหารส่วนตำบลศรีสงคราม โทร. 042-599-496
ข้อควรระวังไม่ลงว่ายน้ำในจุดที่ไม่กำหนด ไม่ลงเรือโดยไม่มีเสื้อชูชีพ ไม่เดินบนตลิ่งหรือสันดอนที่ไม่ปลอดภัย และไม่เข้าพื้นที่ป่าทามโดยไม่ประสานชุมชน
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงระยะทางโดยประมาณตามเส้นทางจากจุดอ้างอิงปากแม่น้ำอูน
1. จุดชมวิวปากแม่น้ำอูนและสะพานสงครามบ้านนาเพียง ระยะทาง 0 กิโลเมตร สอบถามเทศบาลตำบลศรีสงคราม โทร. 042-599-682
2. ตลาดสดเทศบาลตำบลศรีสงครามและตลาดปลา ระยะทาง 1 กิโลเมตร โทร. 042-599-682
3. หาดปากซิว–หาดกุดโด ระยะทาง 7 กิโลเมตร สอบถามข้อมูลพื้นที่ โทร. 042-599-682
4. พิพิธภัณฑ์หลวงปู่ตื้อ อจลธัมโม วัดอรัญญวิเวก บ้านข่า ระยะทาง 12 กิโลเมตร สอบถามข้อมูลท้องถิ่น โทร. 042-599-496
5. สะพานข้ามแม่น้ำสงครามบ้านดงหนองบัว–บ้านสามผง ระยะทาง 18 กิโลเมตร สอบถามข้อมูลท้องถิ่น โทร. 042-599-496
6. จุดชมวิวแม่น้ำสองสีปากน้ำไชยบุรี ระยะทาง 73 กิโลเมตร อบต.ไชยบุรี โทร. 042-573-234
ร้านอาหารใกล้เคียงระยะทางโดยประมาณตามเส้นทางจากจุดอ้างอิงปากแม่น้ำอูน
1. Goodview Restaurant Si Songkhram ระยะทาง 2 กิโลเมตร โทร. 083-175-1468
2. PunThai Coffee สาขารัตนมาลี ศรีสงคราม ระยะทาง 2 กิโลเมตร โทร. 080-071-9275
3. Timo Cafe & Bar ระยะทาง 2 กิโลเมตร โทร. 083-208-5520
4. 469 Steak ศรีสงคราม ระยะทาง 3 กิโลเมตร โทร. 099-181-9199
5. ตำ ยำ ยั่ว by ครูปุ้ม ระยะทาง 3 กิโลเมตร โทร. 085-757-2012
ที่พักใกล้เคียงระยะทางโดยประมาณตามเส้นทางจากจุดอ้างอิงปากแม่น้ำอูน
1. สวัสดีศรีสงคราม ระยะทาง 2 กิโลเมตร โทร. 061-549-7648
2. บ้านสวนอินทรารีสอร์ท ระยะทาง 2 กิโลเมตร โทร. 089-617-7034, 091-861-7591
3. เกษมสุขโฮมวิลล่า ระยะทาง 2 กิโลเมตร โทร. 096-465-3982
4. ธนภัทรรีสอร์ท ศรีสงคราม ระยะทาง 3 กิโลเมตร โทร. 063-658-9696
5. ลัดดาวัลย์รีสอร์ท ศรีสงคราม ระยะทาง 3 กิโลเมตร โทร. 063-171-7277
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: แม่น้ำสงครามมีต้นกำเนิดที่ไหนและมีความยาวเท่าใด?
ตอบ: แม่น้ำสงครามมีต้นกำเนิดจากพื้นที่เทือกเขาภูพานบริเวณสันภูผาเหล็กและพื้นที่ใกล้เคียงในอำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร มีความยาวประมาณ 420 กิโลเมตร ก่อนบรรจบกับแม่น้ำโขงที่ปากน้ำไชยบุรี จังหวัดนครพนม
 
ถาม: แม่น้ำสงครามไหลผ่านจังหวัดใดบ้าง?
ตอบ: แม่น้ำและลุ่มน้ำเชื่อมโยงกับจังหวัดสกลนคร อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ และนครพนม โดยอำเภอพรเจริญและอำเภอเซกาอยู่ในจังหวัดบึงกาฬตามเขตการปกครองปัจจุบัน
 
ถาม: พื้นที่ริมแม่น้ำสงครามเปิดกี่โมงและเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: พื้นที่สาธารณะริมแม่น้ำและจุดชมวิวที่ไม่มีประตูควบคุมเข้าถึงได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง โดยแนะนำให้เที่ยวเวลา 06.00–18.00 น. และไม่เสียค่าเข้าชม ส่วนกิจกรรมเรือ อาหาร ที่พัก และบริการชุมชนมีค่าใช้จ่ายแยกต่างหาก
 
ถาม: ทำไมแม่น้ำสงครามตอนล่างจึงมีน้ำท่วมเป็นบริเวณกว้าง?
ตอบ: เพราะแม่น้ำตอนล่างมีความลาดชันต่ำและระบายน้ำช้า เมื่อแม่น้ำโขงมีระดับสูงจะชะลอการไหลของแม่น้ำสงคราม น้ำจึงหนุนเข้าสู่ลำน้ำและกระจายท่วมหนอง บึง ทุ่งนา และป่าบุ่งป่าทามเป็นเวลาหลายเดือน
 
ถาม: ป่าบุ่งป่าทามคืออะไรและแบ่งเป็นกี่ประเภท?
ตอบ: ป่าบุ่งป่าทามคือป่าราบลุ่มริมแม่น้ำที่ถูกน้ำท่วมตามฤดูกาล แบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ พื้นที่บุ่งหรือป่าน้ำท่วมต่ำ พื้นที่ทามหรือเขตเปลี่ยนผ่าน และพื้นที่โคกหรือป่าบนที่สูง
 
ถาม: ช่วงใดเหมาะสำหรับเที่ยวแม่น้ำสงคราม?
ตอบ: เดือนพฤศจิกายน–กุมภาพันธ์เหมาะกับการเที่ยวทั่วไป ตลาดปลา และชมชุมชน ส่วนเดือนมิถุนายน–ตุลาคมเหมาะกับการศึกษาระบบน้ำหลากและป่าบุ่งป่าทาม แต่ต้องติดตามประกาศระดับน้ำและประสานชุมชนก่อนเข้าพื้นที่ธรรมชาติ
 
ถาม: สามารถลงเรือหรือตกปลาในแม่น้ำสงครามได้หรือไม่?
ตอบ: สามารถร่วมกิจกรรมได้ผ่านผู้ให้บริการหรือชุมชนที่ได้รับอนุญาต ต้องสวมเสื้อชูชีพและปฏิบัติตามกฎหมายประมง เขตอนุรักษ์ ฤดูห้ามจับ และกติกาของแต่ละชุมชน ไม่ควรลงเรือหรือตกปลาเองในพื้นที่ที่ไม่รู้เส้นทางและข้อกำหนด
 
ถาม: ใครเป็นผู้ดูแลแม่น้ำสงครามและติดต่อที่ใด?
ตอบ: แม่น้ำสงครามได้รับการดูแลร่วมกันโดยหน่วยงานด้านน้ำ ประมง ป่าไม้ สิ่งแวดล้อม จังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และชุมชน สำหรับข้อมูลในเขตตัวอำเภอศรีสงครามติดต่อเทศบาลตำบลศรีสงคราม โทร. 042-599-682 หรือองค์การบริหารส่วนตำบลศรีสงคราม โทร. 042-599-496

ธรรมชาติ และสัตว์ป่าหมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า

แม่น้ำลำคลองกลุ่ม: ●แม่น้ำลำคลอง

ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว


คลิกเพื่อเข้าแผนที่นำทาง GPS

แผนที่แม่น้ำสงคราม

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(3)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(2)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(3)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(3)
ห้องสมุด ห้องสมุด(1)
วัด วัด(23)
โบสถ์ โบสถ์(1)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(11)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(5)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(1)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(5)
น้ำตก น้ำตก(2)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(3)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(3)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(2)
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(2)
ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(1)