หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดนครพนม >อ.เมืองนครพนม >ต.หนองญาติ > บ้านนาจอก (บ้านลุงโฮ)
TL;DR: บ้านนาจอก (บ้านลุงโฮ) อยู่ที่บ้านนาจอก ตำบลหนองญาติ อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. การเดินทางสะดวก จากตัวเมืองนครพนมใช้ทางหลวงหมายเลข 22 สายนครพนม–สกลนคร บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 237–238.

นครพนม

บ้านนาจอก (บ้านลุงโฮ)

บ้านนาจอก (บ้านลุงโฮ)

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
 
บ้านนาจอก หรือบ้านลุงโฮ จังหวัดนครพนม เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญต่อทั้งประเทศไทยและเวียดนาม ตั้งอยู่ในชุมชนบ้านนาจอก ตำบลหนองญาติ อำเภอเมืองนครพนม ภายในพื้นที่ประกอบด้วยบ้านไม้ที่สร้างขึ้นตามรูปแบบบ้านพักเดิมของโฮจิมินห์ สวนไม้ผลและพืชพื้นบ้าน ยุ้งข้าว พื้นที่จัดแสดงเรื่องราวชีวิตและการเคลื่อนไหวเพื่อเอกราชของเวียดนาม ตลอดจนอนุสรณ์สถานประธานโฮจิมินห์และหมู่บ้านมิตรภาพไทย–เวียดนามซึ่งตั้งอยู่ใกล้กัน สถานที่ทั้งหมดเชื่อมโยงกันเป็นเส้นทางเรียนรู้ประวัติศาสตร์ การเมือง วิถีชีวิตชุมชนชาวไทยเชื้อสายเวียดนาม และความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนของ 2 ประเทศ
 
ผู้มาเยือนสามารถเข้าชมพื้นที่ได้ทุกวันระหว่างเวลา 08.00 – 17.00 น. โดยไม่เสียค่าเข้าชม บ้านลุงโฮหลังเก่าและอนุสรณ์สถานประธานโฮจิมินห์เป็นคนละส่วนของแหล่งประวัติศาสตร์ แต่ตั้งอยู่ภายในชุมชนเดียวกันและสามารถเดินทางถึงกันได้ในเวลาไม่นาน บ้านหลังเก่ามีบรรยากาศเรียบง่ายแบบบ้านสวนและเน้นเรื่องราวการดำเนินชีวิตในช่วงที่โฮจิมินห์พำนักอยู่ในบ้านนาจอก ส่วนอนุสรณ์สถานเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นภายหลังเพื่อจัดแสดงประวัติ ผลงาน และความหมายของโฮจิมินห์ต่อประเทศเวียดนาม รวมถึงมิตรภาพไทย–เวียดนามในระดับประชาชนและระดับรัฐ
 
บ้านนาจอกตั้งอยู่ห่างจากเขตตัวเมืองนครพนมประมาณ 5–8 กิโลเมตร ขึ้นอยู่กับจุดเริ่มต้น ชุมชนอยู่ใกล้ทางหลวงหมายเลข 22 สายนครพนม–สกลนคร บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 237–238 สภาพแวดล้อมโดยรอบยังคงเห็นพื้นที่เกษตรกรรม บ้านเรือน ร้านอาหารท้องถิ่น และวิถีชีวิตของชุมชนชาวไทยเชื้อสายเวียดนาม การเดินทางจากตัวเมืองใช้เวลาไม่นาน แต่บรรยากาศแตกต่างจากย่านริมแม่น้ำโขงอย่างชัดเจน เพราะบ้านนาจอกมีลักษณะเป็นชุมชนกึ่งชนบทที่ร่มรื่นและมีพื้นที่สวนกระจายอยู่รอบหมู่บ้าน
 
คำว่า “บ้านนาจอก” เป็นชื่อของหมู่บ้านเก่าแก่ที่มีชาวเวียดนามอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานหลายช่วงเวลา โดยเฉพาะในยุคที่เวียดนาม ลาว และกัมพูชาอยู่ภายใต้อิทธิพลของฝรั่งเศส ผู้คนจำนวนหนึ่งเดินทางข้ามภูเขาและแม่น้ำโขงเข้ามายังภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสยาม ก่อนสร้างครอบครัว ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ค้าขาย และรักษาภาษา อาหาร ขนบธรรมเนียม ตลอดจนความสัมพันธ์กับญาติพี่น้องในประเทศต้นทาง ชุมชนจึงมีเอกลักษณ์ที่ผสมผสานความเป็นไทย อีสาน และเวียดนามเข้าด้วยกันอย่างเป็นธรรมชาติ
 
ชื่อ “บ้านลุงโฮ” เกิดจากคำเรียกโฮจิมินห์ด้วยความเคารพและใกล้ชิดของชาวเวียดนาม คำว่า “ลุงโฮ” ไม่ได้เป็นเพียงชื่อเล่น แต่สะท้อนภาพของผู้นำที่ประชาชนจดจำในฐานะผู้ใช้ชีวิตเรียบง่าย ใกล้ชิดชาวบ้าน และอุทิศตนให้แก่การกอบกู้เอกราชของประเทศ โฮจิมินห์มีชื่อเดิมว่าเหงียน ซิง กุง และใช้ชื่อหลายชื่อในช่วงชีวิตทางการเมือง รวมถึงเหงียน อ้าย ก๊วก ซึ่งมีความหมายว่า “เหงียนผู้รักชาติ” ก่อนใช้ชื่อโฮจิมินห์ในเวลาต่อมา
 
โฮจิมินห์เป็นผู้นำการต่อสู้เพื่อเอกราชของเวียดนามและดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยเวียดนาม ซึ่งเป็นรัฐเวียดนามเหนือในเวลานั้น ภายหลังการรวมประเทศจึงเกิดสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามใน ค.ศ. 1976 ชื่อและบทบาทของเขาผูกพันกับกระบวนการต่อต้านอาณานิคมฝรั่งเศส การก่อตั้งขบวนการทางการเมือง การสร้างเครือข่ายชาวเวียดนามในต่างแดน และการเตรียมบุคลากรสำหรับการเคลื่อนไหวภายในอินโดจีน บ้านนาจอกจึงเกี่ยวข้องกับช่วงสำคัญก่อนที่เขาจะกลายเป็นผู้นำประเทศซึ่งเป็นที่รู้จักทั่วโลก
 
ข้อมูลท่องเที่ยวและคำบอกเล่าในชุมชนจำนวนมากใช้ช่วง พ.ศ. 2467–2474 เพื่ออธิบายระยะเวลาที่โฮจิมินห์เกี่ยวข้องกับชุมชนชาวเวียดนามในประเทศไทยอย่างกว้าง ๆ จึงเกิดคำอธิบายว่าเขาอาศัยอยู่ในบ้านนาจอกนานประมาณ 7 ปี อย่างไรก็ตาม บันทึกการเดินทางและรายงานที่โฮจิมินห์เขียนถึงการปฏิบัติงานในสยามระบุว่าเขาเดินทางถึงสยามในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1928 หรือ พ.ศ. 2471 และทำงานอยู่ในสยามถึงเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1929 หรือ พ.ศ. 2472 โดยพำนักในบ้านนาจอกเป็นเวลาหลายเดือน รวมทั้งเดินทางไปยังชุมชนชาวเวียดนามในจังหวัดอื่น การเข้าใจลำดับเวลาทั้ง 2 ชุดช่วยแยกระหว่างความทรงจำของชุมชนที่ใช้ช่วงเวลากว้างกับหลักฐานเอกสารซึ่งระบุช่วงการเดินทางอย่างเจาะจง
 
การเดินทางเข้าสู่สยามของเหงียน อ้าย ก๊วกใน ค.ศ. 1928 เกิดขึ้นในช่วงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 เขาเดินทางจากยุโรปผ่านเส้นทางเดินเรือมายังสิงคโปร์ ก่อนเข้าสู่กรุงเทพมหานครและเคลื่อนตัวต่อไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภารกิจหลักคือการทำงานร่วมกับชาวเวียดนามโพ้นทะเล สร้างเครือข่ายการศึกษาและการเมือง ฝึกอบรมผู้ร่วมอุดมการณ์ และติดต่อกับกลุ่มเคลื่อนไหวในลาวและเวียดนามซึ่งอยู่ภายใต้อำนาจของฝรั่งเศส
 
ภาคอีสานเป็นพื้นที่สำคัญต่อการเคลื่อนไหวเนื่องจากมีชุมชนชาวเวียดนามตั้งถิ่นฐานอยู่หลายจังหวัด ทั้งอุดรธานี หนองคาย สกลนคร และนครพนม เส้นทางระหว่างหมู่บ้านสามารถเชื่อมต่อถึงแม่น้ำโขงและข้ามไปยังฝั่งลาว จากลาวจึงเดินทางต่อผ่านเส้นทางภูเขาเข้าสู่เวียดนามตอนกลางได้ นครพนมอยู่ตรงข้ามเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน และมีเครือข่ายครอบครัวชาวเวียดนามจำนวนมาก บ้านนาจอกจึงเป็นพื้นที่ซึ่งเหมาะกับการพักอาศัย ติดต่อผู้ร่วมงาน และเตรียมผู้ปฏิบัติงานก่อนเดินทางกลับเข้าสู่อินโดจีน
 
เมื่อเข้ามาอยู่ที่บ้านนาจอก โฮจิมินห์ดำเนินชีวิตอย่างเรียบง่ายเพื่อให้กลมกลืนกับชาวบ้าน เขาพักในบ้านไม้ชั้นเดียว ใช้เฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้เท่าที่จำเป็น ทำสวน ปลูกผัก ดูแลไม้ผล และทำงานด้านเอกสารในพื้นที่เดียวกับชีวิตประจำวัน ภาพของผู้นำทางการเมืองที่ลงมือปลูกต้นไม้ หุงหาอาหาร และพูดคุยกับชาวบ้าน ทำให้เรื่องราวของบ้านลุงโฮแตกต่างจากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ที่เน้นเฉพาะเหตุการณ์ระดับรัฐ เพราะสถานที่แห่งนี้ช่วยให้เห็นตัวตนของบุคคลสำคัญผ่านกิจวัตรธรรมดา
 
ความเรียบง่ายดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิดเรื่องการพึ่งตนเอง โฮจิมินห์ส่งเสริมให้ผู้ร่วมงานและครอบครัวชาวเวียดนามปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ และใช้ทรัพยากรในท้องถิ่นอย่างประหยัด การทำเกษตรช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย ทำให้ชุมชนมีอาหารเพียงพอ และทำให้กิจกรรมทางการเมืองไม่แยกขาดจากชีวิตของชาวบ้าน ภายในสวนบ้านลุงโฮจึงพบทั้งต้นมะพร้าว มะเฟือง หมาก พลู กล้วย ชา และพืชสวนอื่น ๆ ซึ่งสะท้อนรูปแบบบ้านสวนของชุมชนในยุคนั้น
 
ต้นมะพร้าวและต้นมะเฟืองในบริเวณบ้านได้รับการจดจำว่าเป็นต้นไม้ที่โฮจิมินห์ปลูกด้วยตนเอง ต้นไม้เหล่านี้ไม่ได้มีคุณค่าเพียงด้านพฤกษศาสตร์ แต่ทำหน้าที่เป็นหลักฐานมีชีวิตซึ่งเชื่อมผู้มาเยือนกับเหตุการณ์เมื่อเกือบ 100 ปีก่อน การเติบโตของต้นไม้ผ่านเวลาหลายชั่วอายุคนทำให้สวนกลายเป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการโดยไม่ต้องใช้ตู้กระจกหรือคำอธิบายจำนวนมาก ผู้มาเยือนสามารถมองเห็นร่องรอยของการลงแรงและวิถีชีวิตเรียบง่ายผ่านภูมิทัศน์รอบบ้าน
 
ต้นหมากและพลูสะท้อนวัฒนธรรมการกินหมากซึ่งพบได้ทั้งในไทย ลาว และเวียดนาม ส่วนกล้วยเป็นพืชที่ให้ทั้งอาหาร ใบสำหรับห่อของ และวัสดุในชีวิตประจำวัน ต้นชาและพืชสมุนไพรแสดงถึงความรู้เรื่องการใช้พืชของครอบครัวในชนบท การจัดสวนรอบบ้านจึงไม่ใช่สวนประดับเพียงอย่างเดียว แต่เป็นพื้นที่ผลิตอาหาร เป็นร่มเงา เป็นแหล่งยาสามัญ และเป็นองค์ประกอบของระบบเศรษฐกิจภายในครัวเรือน
 
นอกจากการทำสวน โฮจิมินห์ยังให้ความสำคัญกับการศึกษาและการสร้างความรู้ในหมู่ชาวเวียดนามโพ้นทะเล เขาสนับสนุนให้ชุมชนเปิดพื้นที่สอนภาษาเวียดนามแก่เด็ก จัดการอ่านหนังสือ และอธิบายสถานการณ์บ้านเมืองด้วยภาษาที่คนทั่วไปเข้าใจได้ การรักษาภาษาช่วยให้ลูกหลานผู้อพยพสามารถอ่านข่าว ติดต่อกับญาติ และเข้าใจประวัติศาสตร์ของประเทศต้นทาง การศึกษาในระดับชุมชนจึงเป็นทั้งเครื่องมือรักษาอัตลักษณ์และเครื่องมือสร้างคนสำหรับการเคลื่อนไหวทางการเมือง
 
บ้านพักในชุมชนไม่ได้ทำหน้าที่เป็นสำนักงานใหญ่ขนาดใหญ่หรือค่ายทหาร แต่เป็นจุดพบปะขนาดเล็กที่อาศัยความไว้วางใจระหว่างผู้คน ผู้ร่วมขบวนการสามารถเข้ามารับข้อมูล เรียนรู้แนวคิด เตรียมตัวเดินทาง และกลับไปทำงานในพื้นที่อื่น การดำเนินงานลักษณะนี้ลดความโดดเด่นและช่วยหลีกเลี่ยงการติดตามของเจ้าหน้าที่อาณานิคมฝรั่งเศสซึ่งมีเครือข่ายข่าวกรองอยู่ตามเมืองชายแดน
 
ความสัมพันธ์กับชาวไทยในท้องถิ่นเป็นปัจจัยสำคัญต่อความปลอดภัยของชุมชน โฮจิมินห์เน้นให้ชาวเวียดนามเคารพกฎหมาย อยู่ร่วมกับเพื่อนบ้านอย่างสุภาพ และช่วยเหลือกิจกรรมส่วนรวม ชาวบ้านจำนวนหนึ่งจึงมองผู้มาใหม่ในฐานะสมาชิกของชุมชนมากกว่ากลุ่มการเมืองจากภายนอก ความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวไทยและเวียดนามที่ก่อตัวขึ้นในยุคนั้นพัฒนาเป็นเครือญาติ การค้าขาย และมิตรภาพซึ่งยังคงเห็นได้ในนครพนมปัจจุบัน
 
โฮจิมินห์ไม่ได้อยู่ที่บ้านนาจอกตลอดช่วงเวลาที่ปฏิบัติงานในสยาม เขาเดินทางไปยังบ้านหนองโอน จังหวัดอุดรธานี และชุมชนในจังหวัดหนองคาย รวมถึงจุดอื่นตามแนวแม่น้ำโขง การเดินทางแต่ละครั้งเกี่ยวข้องกับการพบชาวเวียดนาม การอบรมผู้ร่วมงาน การสร้างโรงเรียน และการประสานเส้นทางกลับเข้าสู่ลาวกับเวียดนาม บ้านนาจอกจึงควรถูกมองเป็นหนึ่งในเครือข่ายสถานที่สำคัญ ไม่ใช่สถานที่เดียวของการเคลื่อนไหวทั้งหมด
 
ในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1930 โฮจิมินห์เดินทางไปฮ่องกงเพื่อประสานการรวมกลุ่มคอมมิวนิสต์เวียดนามซึ่งแยกกันทำงานอยู่หลายองค์กร กระบวนการดังกล่าวนำไปสู่การก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม บ้านนาจอกจึงอยู่ในช่วงก่อนเหตุการณ์สำคัญนี้ เป็นพื้นที่ซึ่งเขาได้พบผู้ปฏิบัติงาน สร้างเครือข่าย และเตรียมบุคลากรจากชุมชนชาวเวียดนามในสยามให้มีส่วนร่วมกับการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในประเทศต้นทาง
 
เมื่อมองจากประวัติศาสตร์เวียดนาม บ้านหลังเล็กในนครพนมจึงมีความหมายเกินขนาดของตัวอาคาร สิ่งที่เกิดขึ้นในพื้นที่ไม่ได้เป็นการประกาศนโยบายต่อสาธารณะ แต่เป็นการสร้างความพร้อมของคน การศึกษา การติดต่อ และความไว้วางใจ ซึ่งเป็นรากฐานของขบวนการทางการเมืองระยะยาว สถานที่จึงแสดงให้เห็นว่าประวัติศาสตร์ระดับชาติไม่ได้เกิดเฉพาะในเมืองหลวง สนามรบ หรือห้องประชุม แต่สามารถก่อตัวจากบ้านสวนในหมู่บ้านชายแดนได้เช่นกัน
 
หลังโฮจิมินห์ออกจากสยาม ชุมชนบ้านนาจอกยังคงดำเนินชีวิตและรักษาความทรงจำเกี่ยวกับช่วงเวลาที่เขาเคยพักอยู่ เรื่องราวถูกถ่ายทอดผ่านสมาชิกครอบครัว ผู้สูงอายุในหมู่บ้าน สิ่งของ ภาพถ่าย และต้นไม้ ต่อมาชื่อของโฮจิมินห์มีความสำคัญมากขึ้นหลังเวียดนามประกาศเอกราชและผ่านสงครามยาวนาน ผู้แทนรัฐบาลเวียดนาม นักประวัติศาสตร์ และประชาชนจึงเดินทางมายังบ้านนาจอกเพื่อเยี่ยมสถานที่ซึ่งเกี่ยวข้องกับชีวิตของผู้นำ
 
บ้านที่นักท่องเที่ยวเห็นในปัจจุบันไม่ได้เป็นโครงสร้างไม้เดิมทุกส่วน อาคารเก่าทรุดโทรมและถูกรื้อไปก่อนมีการสร้างบ้านหลังใหม่ขึ้นตามรูปแบบเดิม การอนุรักษ์จึงใช้วิธีจำลองสัดส่วน แผนผัง และบรรยากาศของบ้านพักในอดีต พร้อมจัดแสดงเครื่องเรือนและของใช้ให้ผู้ชมเข้าใจลักษณะการดำเนินชีวิต การบอกความแตกต่างระหว่างอาคารเดิมกับอาคารที่สร้างใหม่มีความสำคัญ เพราะช่วยให้ผู้มาเยือนเรียนรู้สถานที่อย่างถูกต้องโดยไม่ลดทอนคุณค่าของความทรงจำที่ชุมชนรักษาไว้
 
ตัวบ้านเป็นเรือนไม้ชั้นเดียวที่มีรูปแบบเรียบง่าย ผสมลักษณะบ้านชนบทของไทยกับการจัดพื้นที่ซึ่งคุ้นเคยในครอบครัวชาวเวียดนาม หลังคาลาดต่ำช่วยระบายน้ำฝน ชายคายื่นช่วยบังแดดและฝน ผนังไม้เปิดช่องหน้าต่างเพื่อระบายอากาศ ภายในไม่มีการตกแต่งหรูหรา วัสดุและเครื่องเรือนเน้นการใช้งานจริง สอดคล้องกับชีวิตของผู้พักอาศัยซึ่งต้องการความคล่องตัวและไม่ต้องการสร้างความโดดเด่นในสายตาคนนอก
 
แผนผังภายในแบ่งเป็นห้องนอน 2 ห้องและห้องโถงกลาง ห้องนอนมีเตียงไม้ ชั้นวางของ เสื้อผ้า และเครื่องใช้ส่วนตัวจำลองตามบรรยากาศของยุคสมัย พื้นที่มีขนาดไม่ใหญ่และไม่ได้แยกกิจกรรมอย่างซับซ้อน ชีวิตประจำวันจึงเกิดขึ้นใกล้กันทั้งการพักผ่อน อ่านหนังสือ เขียนเอกสาร และพูดคุยกับผู้ร่วมงาน ความกระชับของพื้นที่ทำให้ผู้ชมเข้าใจข้อจำกัดและความเรียบง่ายของการใช้ชีวิตในบ้านชนบทช่วงปลายทศวรรษ 1920
 
ห้องโถงกลางจัดแสดงโต๊ะ เก้าอี้ยาว ภาชนะ กาน้ำชา ถาดทองเหลือง นาฬิกา และสิ่งของที่ช่วยจำลองชีวิตประจำวัน ผนังติดภาพถ่าย ภาพวาด และข้อความภาษาไทยกับภาษาเวียดนามซึ่งเล่าเหตุการณ์สำคัญในชีวิตของโฮจิมินห์ ภาพจำนวนหนึ่งได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานและพิพิธภัณฑ์ในเวียดนาม จึงทำให้บ้านพักขนาดเล็กทำหน้าที่เป็นพื้นที่จัดแสดงชีวประวัติไปพร้อมกับการจำลองที่อยู่อาศัย
 
โต๊ะเขียนหนังสือเป็นองค์ประกอบที่ช่วยให้ผู้ชมจินตนาการถึงงานด้านเอกสารและการสื่อสารของโฮจิมินห์ ในช่วงที่ระบบโทรคมนาคมยังจำกัด การเขียนจดหมาย รายงาน เอกสารการศึกษา และคำแนะนำแก่ผู้ร่วมงานมีความสำคัญอย่างมาก ข้อมูลต้องเดินทางผ่านบุคคลหรือเส้นทางลับ การทำงานบนโต๊ะขนาดเล็กภายในบ้านจึงอาจส่งผลต่อการเคลื่อนไหวในพื้นที่กว้างกว่าหมู่บ้านหลายร้อยกิโลเมตร
 
ด้านหลังบ้านมียุ้งข้าวและพื้นที่ซึ่งสื่อถึงระบบการผลิตอาหารของครัวเรือน ยุ้งข้าวช่วยเก็บผลผลิตให้พ้นความชื้นและสัตว์ ทำให้ครอบครัวมีอาหารตลอดฤดูกาล การจัดวางบ้าน สวน และยุ้งข้าวในพื้นที่เดียวกันแสดงรูปแบบการพึ่งตนเองของชุมชนเกษตรกรรม ผู้มาเยือนจึงได้เรียนรู้ทั้งประวัติศาสตร์การเมืองและภูมิปัญญาการจัดการทรัพยากรในครัวเรือนไปพร้อมกัน
 
สวนรอบบ้านสร้างบรรยากาศร่มรื่นและช่วยให้การเยี่ยมชมแตกต่างจากการเดินในอาคารพิพิธภัณฑ์ขนาดใหญ่ ทางเดินเล็กใต้ร่มไม้ทำให้ผู้ชมค่อย ๆ เคลื่อนจากประตูเข้าสู่ตัวบ้าน เห็นพรรณไม้ เครื่องมือ และองค์ประกอบของบ้านสวนทีละส่วน ช่วงเช้าและปลายบ่ายเป็นเวลาที่สวนมีอากาศสบาย แสงลอดผ่านใบไม้และเหมาะกับการชมรายละเอียดโดยไม่ร้อนเกินไป
 
พื้นที่บ้านลุงโฮได้รับการดูแลโดยครอบครัวซึ่งสืบทอดความสัมพันธ์กับเจ้าของพื้นที่และชุมชน คุณกรกนก วงศ์ประชาสุขเป็นผู้ดูแลบ้านและเป็นผู้บรรยายเรื่องราวให้คณะผู้มาเยือน การฟังคำอธิบายจากผู้ดูแลช่วยให้เข้าใจรายละเอียดที่ป้ายจัดแสดงไม่สามารถถ่ายทอดได้ทั้งหมด ทั้งเรื่องตำแหน่งของอาคารเดิม ความหมายของต้นไม้ ชื่อบุคคลในภาพ และความทรงจำของครอบครัวที่เกี่ยวข้องกับสถานที่
 
ผู้ที่เดินทางเป็นคณะ นักเรียน นักศึกษา นักวิจัย หรือชาวต่างชาติควรติดต่อบ้านลุงโฮก่อนเดินทาง เพื่อให้ผู้ดูแลเตรียมการต้อนรับและจัดผู้บรรยาย การเข้าชมด้วยตนเองยังทำได้ในเวลาปกติ แต่การมีผู้นำชมจะช่วยเชื่อมเรื่องราวของบ้านหลังเก่ากับประวัติของอนุสรณ์สถานและชุมชนบ้านนาจอกได้ชัดเจนกว่า ผู้สนใจสามารถติดต่อบ้านลุงโฮที่หมายเลข 042-522-430
 
ห่างจากบ้านพักเดิมในระยะเดินทางสั้น ๆ เป็นอนุสรณ์สถานประธานโฮจิมินห์ ซึ่งสร้างขึ้นในพื้นที่บ้านนาจอกและเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ค.ศ. 2016 ตรงกับวาระครบรอบ 126 ปีวันเกิดของโฮจิมินห์ โครงการได้รับความร่วมมือจากรัฐบาล หน่วยงาน และประชาชนของไทยกับเวียดนาม เป็นอนุสรณ์สถานโฮจิมินห์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งนอกประเทศเวียดนาม และทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ระดับนานาชาติของจังหวัดนครพนม
 
สถาปัตยกรรมของอนุสรณ์สถานใช้รูปแบบเวียดนามเป็นองค์ประกอบหลัก อาคารสีโทนอุ่นมีหลังคากระเบื้องสีแดง ชายคาโค้ง และรายละเอียดประดับสีทอง บริเวณทางเข้ามีซุ้มประตูขนาดใหญ่ ตกแต่งลวดลายมังกร ดอกบัว และข้อความภาษาไทยกับภาษาเวียดนาม ธงของ 2 ประเทศถูกติดตั้งในพื้นที่เพื่อสื่อถึงความสัมพันธ์ระหว่างรัฐและประชาชน ส่วนลานกว้างด้านหน้าใช้รองรับคณะผู้แทน พิธีรำลึก และกิจกรรมทางวัฒนธรรม
 
ภายในอาคารหลักเป็นพื้นที่ระลึกถึงประธานโฮจิมินห์ มีรูปเคารพหรือประติมากรรม ภาพถ่าย เอกสาร และข้อมูลเกี่ยวกับชีวิต การเดินทาง และการต่อสู้เพื่อเอกราช การจัดแสดงช่วยให้ผู้ชมเชื่อมช่วงที่เขาอาศัยในสยามกับเหตุการณ์ในเวียดนามภายหลัง เนื้อหาไม่ได้มุ่งนำเสนอเฉพาะสงคราม แต่ยังเน้นแนวคิดเรื่องความเป็นอิสระ ความเสียสละ การศึกษา และความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนเวียดนามกับชุมชนในประเทศไทย
 
บริเวณอนุสรณ์สถานมีสระน้ำ น้ำพุ สวนตกแต่ง พื้นที่พักผ่อน และจุดถ่ายภาพ สระน้ำช่วยสะท้อนตัวอาคารและทำให้พื้นที่ดูสงบ ขณะที่พรรณไม้ถูกตัดแต่งอย่างเป็นระเบียบแตกต่างจากสวนธรรมชาติรอบบ้านลุงโฮหลังเก่า การเดินชมทั้ง 2 แห่งจึงให้ประสบการณ์คนละรูปแบบ บ้านเก่าเน้นความใกล้ชิดและชีวิตประจำวัน ส่วนอนุสรณ์สถานเน้นการรำลึกในระดับชาติและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
 
ส่วนหนึ่งของพื้นที่จัดแสดงมีบ้านไม้จำลองและเครื่องใช้เพื่อช่วยอธิบายสภาพการดำเนินชีวิตในอดีต ผู้ชมควรแยกบ้านจำลองในอนุสรณ์สถานออกจากบ้านลุงโฮหลังเก่าซึ่งอยู่ในพื้นที่ครอบครัวของชุมชน การเยี่ยมชมทั้ง 2 จุดทำให้เห็นกระบวนการรักษาความทรงจำ 2 รูปแบบ รูปแบบแรกเกิดจากครอบครัวและชุมชนซึ่งดูแลบ้านสวน ส่วนอีกรูปแบบเกิดจากความร่วมมือระดับรัฐที่สร้างอาคารพิพิธภัณฑ์และพื้นที่พิธีการขนาดใหญ่
 
หมู่บ้านมิตรภาพไทย–เวียดนามเป็นอีกส่วนหนึ่งของเส้นทางท่องเที่ยวบ้านนาจอก พื้นที่นี้นำเสนอวัฒนธรรมของชุมชนชาวไทยเชื้อสายเวียดนามผ่านอาหาร ภาษา เสื้อผ้า งานหัตถกรรม และผลิตภัณฑ์ชุมชน ผู้มาเยือนสามารถเรียนรู้ว่าความสัมพันธ์ไทย–เวียดนามไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะจากการทูตสมัยใหม่ แต่มีรากฐานจากครอบครัวผู้อพยพซึ่งอาศัย ทำงาน และสร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านชาวไทยมาหลายชั่วอายุคน
 
การเปิดอนุสรณ์สถานใน ค.ศ. 2016 ทำให้บ้านนาจอกได้รับการยกระดับจากแหล่งเรียนรู้ภายในชุมชนเป็นจุดหมายซึ่งมีคณะผู้แทนจากเวียดนามเดินทางมาอย่างต่อเนื่อง นายกรัฐมนตรีไทย ผู้นำท้องถิ่น นักการทูต สมาคมชาวไทยเชื้อสายเวียดนาม นักเรียน และนักท่องเที่ยวต่างชาติใช้สถานที่แห่งนี้เพื่อเรียนรู้ประวัติศาสตร์และยืนยันความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ การมาเยือนของผู้นำรัฐบาลไทยในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2024 ยังเน้นย้ำบทบาทของอนุสรณ์สถานในฐานะสะพานเชื่อมมิตรภาพและการท่องเที่ยว
 
ในเดือนพฤษภาคมของแต่ละปี ชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดกิจกรรมรำลึกวันคล้ายวันเกิดของประธานโฮจิมินห์ วันที่ 19 พฤษภาคมจึงเป็นช่วงสำคัญของสถานที่ มีพิธีวางพวงมาลา การกล่าวรำลึก กิจกรรมวัฒนธรรม และการพบปะระหว่างตัวแทนไทยกับเวียดนาม กิจกรรมรำลึกและงานความสัมพันธ์มิตรภาพไทย–เวียดนามยังจัดขึ้นใน พ.ศ. 2569 แสดงให้เห็นว่าพื้นที่ยังเปิดใช้งานและมีบทบาททางวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่อง
 
การบริหารอนุสรณ์สถานอาศัยความร่วมมือของคณะกรรมการสถานที่ สมาคมชาวไทยเชื้อสายเวียดนาม จังหวัดนครพนม ชุมชนบ้านนาจอก และหน่วยงานท้องถิ่น ส่วนบ้านลุงโฮหลังเก่าดูแลโดยครอบครัวและคุณกรกนก วงศ์ประชาสุข ผู้มาเยือนจึงพบทั้งระบบการดูแลแบบชุมชนและระบบจัดการพื้นที่สาธารณะขนาดใหญ่ในเส้นทางเดียวกัน หากต้องการติดต่ออนุสรณ์สถานโดยตรงสามารถใช้หมายเลข 081-975-1152
 
เส้นทางชมที่เหมาะสมควรเริ่มจากบ้านลุงโฮหลังเก่าเพื่อเข้าใจการดำเนินชีวิตจริงในชุมชน ชมบ้านไม้ ห้องนอน ห้องโถง เครื่องใช้ สวน และยุ้งข้าว จากนั้นเดินทางไปยังอนุสรณ์สถานประธานโฮจิมินห์เพื่อชมเรื่องราวในระดับกว้าง ทั้งชีวประวัติ การต่อสู้เพื่อเอกราช และความสัมพันธ์ไทย–เวียดนาม ปิดท้ายด้วยการเดินชมหมู่บ้าน เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ชุมชน หรือรับประทานอาหารเวียดนามในบริเวณใกล้เคียง
 
โซนสำคัญของบ้านลุงโฮประกอบด้วยประตูและทางเดินเข้าสวน บ้านไม้จำลองตามรูปแบบเดิม ห้องนอน 2 ห้อง ห้องโถงจัดแสดง โต๊ะทำงาน เครื่องใช้ประจำวัน สวนพรรณไม้ ยุ้งข้าว และพื้นที่อธิบายประวัติ ส่วนอนุสรณ์สถานประกอบด้วยซุ้มประตูใหญ่ ลานธง อาคารอนุสรณ์ ห้องจัดแสดง รูปประธานโฮจิมินห์ บ้านไม้จำลอง สระน้ำ น้ำพุ สวน พื้นที่ร้านค้าชุมชน และอาคารรองรับกิจกรรม
 
การใช้เวลาอย่างน้อย 1.30–2 ชั่วโมงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการชมครบทั้งบ้านเก่าและอนุสรณ์สถาน หากเดินชมเพียงบ้านหลังเก่าอาจใช้เวลาประมาณ 30–45 นาที ส่วนอนุสรณ์สถานใช้เวลาประมาณ 45–60 นาที การฟังคำบรรยายหรืออ่านเนื้อหาทุกส่วนต้องใช้เวลามากขึ้น ผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์การเมืองเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ควรเผื่อเวลา เพราะรายละเอียดของสถานที่เชื่อมโยงทั้งอาณานิคมฝรั่งเศส การอพยพ และสงครามในอินโดจีน
 
พื้นที่เหมาะกับการท่องเที่ยวแบบครอบครัวและการศึกษานอกห้องเรียน เด็กสามารถเรียนรู้เรื่องบ้านเรือนเก่า พืชสวน และวิถีชีวิต ขณะที่ผู้ใหญ่สามารถศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างเหตุการณ์ท้องถิ่นกับประวัติศาสตร์ระดับภูมิภาค โรงเรียนและมหาวิทยาลัยสามารถใช้สถานที่เป็นกรณีศึกษาด้านประวัติศาสตร์ การเมือง ชาติพันธุ์ศึกษา การท่องเที่ยวชุมชน และการอนุรักษ์มรดกที่เกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญ
 
ผู้มาเยือนควรรักษาความสงบ ไม่จับหรือเคลื่อนย้ายเครื่องใช้ภายในบ้าน ไม่ปีนต้นไม้ และไม่เข้าไปในพื้นที่ส่วนตัวของครอบครัวโดยไม่ได้รับอนุญาต บ้านหลังเก่ามีพื้นที่จำกัด จึงควรแบ่งกลุ่มเข้าชมเมื่อเดินทางเป็นคณะใหญ่ ภายในอนุสรณ์สถานควรปฏิบัติต่อรูปเคารพ ธง และพื้นที่พิธีการด้วยความสุภาพ ไม่จัดท่าถ่ายภาพที่ลดทอนคุณค่าของสถานที่หรือรบกวนคณะซึ่งกำลังประกอบพิธี
 
นักท่องเที่ยวสามารถถ่ายภาพบริเวณภายนอก บ้านสวน และอาคารอนุสรณ์ได้ตามปกติ แต่ควรสอบถามก่อนถ่ายภาพภายในบางห้องหรือใช้เครื่องมือถ่ายทำขนาดใหญ่ การถ่ายภาพบุคคลในชุมชนต้องได้รับความยินยอม การบินโดรนต้องปฏิบัติตามกฎหมายการบินของประเทศไทยและขออนุญาตผู้ดูแลสถานที่ก่อน เนื่องจากบริเวณบ้านนาจอกเป็นชุมชนที่มีบ้านเรือนและพื้นที่ส่วนบุคคลอยู่รอบแหล่งท่องเที่ยว
 
สิ่งอำนวยความสะดวกในพื้นที่อนุสรณ์สถานมีลานจอดรถ ห้องน้ำ พื้นที่นั่งพัก สวน ร้านขายของที่ระลึก และจุดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน บ้านลุงโฮหลังเก่ามีพื้นที่จอดรถจำนวนจำกัดอยู่บริเวณฝั่งตรงข้ามหรือริมทาง ผู้เดินทางด้วยรถบัสควรติดต่อผู้ดูแลล่วงหน้าเพื่อกำหนดจุดจอดและลำดับการเข้าชม พื้นทางเดินบางช่วงอยู่กลางแจ้ง ผู้สูงอายุควรสวมรองเท้าที่กระชับและหลีกเลี่ยงช่วงแดดจัด
 
สถานที่เปิดให้เข้าชมโดยไม่เก็บค่าเข้าชม ผู้มาเยือนสามารถร่วมบริจาคเพื่อสนับสนุนการดูแลบ้าน นิทรรศการ และกิจกรรมของชุมชนได้ตามความสมัครใจ ค่าใช้จ่ายอื่น เช่น การเช่าชุดเวียดนาม บริการนำชมเฉพาะกลุ่ม อาหาร เครื่องดื่ม หรือสินค้าชุมชน เป็นบริการแยกต่างหากและขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการในวันที่เดินทาง การติดต่อก่อนเดินทางช่วยให้ทราบว่าบริการใดเปิดให้ใช้ในวันนั้น
 
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการเข้าชมคือ 08.00–10.30 น. และ 15.00–17.00 น. เพราะอากาศไม่ร้อนมากและแสงเหมาะกับการถ่ายภาพ ช่วงกลางวันพื้นที่อนุสรณ์สถานมีลานเปิดกว้างและได้รับแสงแดดโดยตรง แม้ภายในอาคารมีพื้นที่ร่ม แต่การเดินเชื่อมแต่ละโซนอาจร้อน ผู้เดินทางควรเตรียมน้ำดื่ม หมวก หรือร่ม โดยยังคงแต่งกายสุภาพเมื่อเข้าพื้นที่อนุสรณ์
 
ฤดูหนาวตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์เหมาะกับการเที่ยวบ้านนาจอกมากที่สุด อากาศช่วงเช้าค่อนข้างเย็นและสามารถเดินชมสวนได้สบาย เดือนพฤษภาคมเป็นช่วงกิจกรรมวันเกิดโฮจิมินห์และอาจมีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก ฤดูฝนทำให้สวนเขียวชอุ่ม แต่ควรระวังพื้นเปียกและเตรียมร่ม ส่วนฤดูร้อนควรหลีกเลี่ยงการเดินกลางลานในช่วงเที่ยงถึงบ่ายต้น
 
บริเวณริมถนนและภายในชุมชนมีร้านก๋วยเตี๋ยว อาหารเวียดนาม ร้านอาหารอีสาน และคาเฟ่ อาหารที่พบในนครพนมสะท้อนวัฒนธรรมเวียดนามอย่างชัดเจน เช่น แหนมเนือง ก๋วยจั๊บญวน ปากหม้อญวน ข้าวเกรียบปากหม้อ หมูยอ ขนมเบื้องญวน และขนมปังใส่ไส้ ผู้ที่ต้องการสัมผัสชุมชนควรจัดเวลารับประทานอาหารในบ้านนาจอกแทนการเดินทางกลับตัวเมืองทันที
 
ผลิตภัณฑ์ชุมชนมีทั้งอาหารแปรรูป ขนมใบป่าน ชาแห้ง พืชผัก ผลไม้ เปลญวน และงานฝีมือ การซื้อสินค้าจากผู้ผลิตในหมู่บ้านช่วยกระจายรายได้เข้าสู่ครอบครัวและสนับสนุนการรักษาแหล่งท่องเที่ยวในระยะยาว นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสามารถใช้โอกาสนี้เรียนรู้คำศัพท์อาหาร วิธีรับประทาน และเรื่องราวการอพยพที่ติดมากับสูตรอาหารของครอบครัวชาวเวียดนาม
 
การเดินทาง จากตัวเมืองนครพนมใช้ทางหลวงหมายเลข 22 สายนครพนม–สกลนคร มุ่งหน้าออกจากเมือง เมื่อถึงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 237–238 ให้เลี้ยวเข้าสู่บ้านนาจอกตามป้ายบ้านลุงโฮหรืออนุสรณ์สถานประธานโฮจิมินห์ จากถนนใหญ่เดินทางต่อผ่านชุมชนไม่นานก็ถึงพื้นที่ท่องเที่ยว เส้นทางเป็นถนนลาดยาง รถยนต์และรถตู้สามารถเข้าถึงได้สะดวก
 
ผู้ที่ใช้ระบบนำทางควรเลือกจุดหมายให้ตรงกับสถานที่ที่ต้องการ เพราะคำว่า “บ้านลุงโฮจิมินห์” และ “อนุสรณ์สถานประธานโฮจิมินห์” อาจแสดงเป็นคนละหมุด บ้านเก่าอยู่ที่บ้านเลขที่ 48 หมู่ 5 ส่วนอนุสรณ์สถานขนาดใหญ่อยู่ห่างออกไปประมาณ 300 เมตรถึง 1 กิโลเมตรตามเส้นทางที่เลือก ควรชมทั้ง 2 จุดเพื่อให้เข้าใจเรื่องราวครบถ้วน
 
จากท่าอากาศยานนครพนมสามารถเช่ารถ ใช้รถรับจ้าง หรือเรียกรถเข้าสู่บ้านนาจอกได้ ระยะทางประมาณ 10–15 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 15–25 นาทีตามสภาพการจราจร สนามบินอยู่ใกล้พื้นที่ตำบลหนองญาติมากกว่าย่านริมแม่น้ำโขง นักท่องเที่ยวที่เช่ารถจึงสามารถวางบ้านนาจอกเป็นจุดแรกหลังลงเครื่องหรือเป็นจุดสุดท้ายก่อนเดินทางกลับได้
 
จากสถานีขนส่งผู้โดยสารนครพนมสามารถใช้รถรับจ้างหรือรถเช่าเดินทางมายังบ้านนาจอก ระบบขนส่งสาธารณะประจำทางเข้าสู่หมู่บ้านมีไม่ถี่ การมีรถยนต์ส่วนตัวจึงสะดวกกว่า โดยเฉพาะเมื่อวางแผนเที่ยวหลายแห่ง ผู้เดินทางด้วยจักรยานสามารถใช้เส้นทางจากตัวเมืองได้ แต่ควรตรวจสภาพอากาศและการจราจรบนทางหลวงหมายเลข 22 พร้อมสวมอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัย
 
เส้นทางท่องเที่ยวครึ่งวันสามารถเริ่มจากบ้านลุงโฮหลังเก่าในช่วงเช้า ต่อด้วยอนุสรณ์สถานประธานโฮจิมินห์และหมู่บ้านมิตรภาพไทย–เวียดนาม จากนั้นรับประทานอาหารในบ้านนาจอก แล้วเดินทางไปยังพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำจืดโลกของปลาแม่น้ำโขงและหอเฉลิมพระเกียรติพระราชวงศ์จักรีก่อนกลับเข้าเมือง เส้นทางนี้เหมาะกับครอบครัวและกลุ่มนักเรียน เพราะผสมผสานประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และความรู้ด้านธรรมชาติ
 
เส้นทางเต็มวันสามารถเดินทางต่อไปยังพญาศรีสัตตนาคราช ถนนสวรรค์ชายโขง หอนาฬิกาเวียดนามอนุสรณ์ วัดโอกาสศรีบัวบาน จวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมหลังเก่า และรองอาสนวิหารนักบุญอันนา หนองแสง สถานที่เหล่านี้ช่วยขยายภาพของนครพนมจากหมู่บ้านชาวเวียดนามไปสู่เมืองชายแดนซึ่งมีมรดกพุทธ คริสต์ ไทย ลาว จีน และเวียดนามอยู่ร่วมกัน
 
ผู้ที่สนใจความสัมพันธ์ระหว่างประเทศสามารถเดินทางต่อไปยังสะพานมิตรภาพไทย–ลาวแห่งที่ 3 นครพนม–คำม่วน ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านนาจอกประมาณ 15 กิโลเมตร สะพานเชื่อมจังหวัดนครพนมกับเมืองท่าแขกในแขวงคำม่วนและเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางคมนาคมสู่เวียดนามตอนกลาง การเดินทางจากบ้านลุงโฮไปยังสะพานทำให้เห็นความต่อเนื่องระหว่างเส้นทางการเคลื่อนไหวในอดีตกับโครงข่ายคมนาคมระหว่างประเทศในปัจจุบัน
 
หากมีเวลา 2 วัน วันแรกสามารถเน้นบ้านนาจอกและเมืองนครพนม ส่วนวันที่ 2 เดินทางลงใต้ไปยังวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร ชุมชนเรณูนคร หรือแหล่งวัฒนธรรมผู้ไทย การจัดเส้นทางเช่นนี้ช่วยให้เข้าใจว่าจังหวัดนครพนมมีความหลากหลายมากกว่าการเป็นเมืองริมโขง เพราะแต่ละอำเภอมีภาษา เครื่องแต่งกาย อาหาร ศรัทธา และประวัติการเคลื่อนย้ายของผู้คนแตกต่างกัน
 
ร้านอาหารใกล้บ้านนาจอกมีทั้งนาจอกกุ้งเผา ร้านอาหารท้องถิ่น คาเฟ่กลางทุ่ง และร้านอาหารอีสานในตำบลหนองญาติ ร้านจำนวนมากตั้งอยู่นอกเส้นทางท่องเที่ยวหลักและมีบรรยากาศสบายกว่าร้านในตัวเมือง ก่อนเดินทางควรโทรสอบถามวันเปิด เวลาให้บริการ และการรับคณะ เนื่องจากร้านขนาดเล็กอาจหยุดบริการในบางวันหรือปิดเมื่อวัตถุดิบหมด
 
ที่พักใกล้บ้านนาจอกกระจายอยู่ตามถนนนครพนม–สกลนคร ตำบลหนองญาติ และเขตตัวเมือง มีทั้งรีสอร์ตบรรยากาศสวน โรงแรมบูติก และห้องพักราคาประหยัด การเลือกพักใกล้สนามบินหรือถนนหมายเลข 22 เหมาะกับผู้ที่ต้องการเที่ยวบ้านนาจอกในตอนเช้า ส่วนผู้ที่ต้องการเดินเล่นริมแม่น้ำโขงและเที่ยวถนนคนเดินควรเลือกที่พักในตัวเมืองแล้วขับรถมายังบ้านนาจอก
 
บ้านนาจอกมีคุณค่าต่อการทำความเข้าใจประวัติศาสตร์แบบข้ามพรมแดน เพราะเรื่องราวไม่ได้แบ่งแยกอย่างชัดเจนระหว่างไทย ลาว และเวียดนาม ผู้คนเดินทางไปมาผ่านแม่น้ำและเส้นทางภูเขาก่อนมีด่านพรมแดนในรูปแบบปัจจุบัน ครอบครัวสามารถมีญาติอยู่หลายประเทศ ขณะที่เหตุการณ์ทางการเมืองในเวียดนามส่งผลต่อการตั้งถิ่นฐานในนครพนมโดยตรง บ้านลุงโฮจึงเป็นหลักฐานว่าประวัติศาสตร์ของประเทศหนึ่งสามารถปรากฏอยู่ในหมู่บ้านของอีกประเทศได้
 
สถานที่ยังช่วยอธิบายความแตกต่างระหว่างการลี้ภัย การพำนัก และการเคลื่อนไหวทางการเมือง โฮจิมินห์เข้ามาอยู่ในสยามโดยอาศัยเครือข่ายชาวเวียดนามและใช้ชีวิตภายใต้การปกครองของราชอาณาจักรไทย เขาไม่ได้เข้ามาในฐานะประธานาธิบดี แต่เป็นนักเคลื่อนไหวซึ่งต้องรักษาความลับและเปลี่ยนชื่อในการเดินทาง การจัดแสดงบ้านเรียบง่ายจึงทำให้เห็นช่วงชีวิตก่อนอำนาจรัฐและก่อนชื่อโฮจิมินห์เป็นที่รู้จักทั่วโลก
 
การรักษาบ้านโดยครอบครัวในชุมชนและการสร้างอนุสรณ์สถานโดยความร่วมมือของ 2 ประเทศสะท้อนพัฒนาการของความทรงจำ จากเรื่องเล่าภายในครอบครัวสู่แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัด และจากบ้านส่วนบุคคลสู่อาคารพิธีการระดับนานาชาติ ผู้มาเยือนควรให้คุณค่ากับทั้ง 2 รูปแบบ เพราะบ้านเก่ารักษาความใกล้ชิดกับชีวิตจริง ส่วนอนุสรณ์สถานช่วยจัดระบบข้อมูลและรองรับผู้ชมจำนวนมาก
 
สำหรับชาวเวียดนาม บ้านนาจอกเป็นสถานที่ตามรอยบุคคลที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาแห่งเอกราชของประเทศ สำหรับชาวไทย สถานที่เป็นหลักฐานของการให้ที่พักพิงแก่ผู้คนจากประเทศเพื่อนบ้านและการอยู่ร่วมกันของชุมชนต่างเชื้อชาติ สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ พื้นที่เปิดโอกาสให้ศึกษาประวัติศาสตร์อาณานิคม การสร้างรัฐสมัยใหม่ และความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงผ่านสถานที่จริง
 
บ้านลุงโฮไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวที่โดดเด่นด้วยความหรูหราหรือกิจกรรมเพื่อความบันเทิง แต่มีคุณค่าจากความสงบ ความเรียบง่าย และรายละเอียดเล็ก ๆ ทั้งโต๊ะไม้ เตียง เครื่องใช้ ยุ้งข้าว และต้นมะพร้าว สิ่งเหล่านี้ช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์เริ่มต้นจากการทำงานอย่างต่อเนื่องภายใต้ข้อจำกัด บ้านสวนขนาดเล็กจึงกลายเป็นพื้นที่ซึ่งเชื่อมชีวิตประจำวันกับการต่อสู้เพื่ออนาคตของประเทศ
 
การเดินทางมาบ้านนาจอกจึงควรเปิดใจรับทั้งเรื่องราวของโฮจิมินห์และเรื่องราวของชุมชน ไม่ควรมองหมู่บ้านเป็นเพียงฉากหลังของบุคคลสำคัญ เพราะชาวบ้านเป็นผู้ให้ที่พัก ดูแลความปลอดภัย รักษาต้นไม้ ถ่ายทอดความทรงจำ และพัฒนาพื้นที่ให้คนรุ่นหลังเข้าชมได้ ความสำเร็จของการอนุรักษ์เกิดจากความร่วมมือของครอบครัว ชุมชน หน่วยงานไทย และฝ่ายเวียดนาม
 
ในปัจจุบัน บ้านนาจอก บ้านลุงโฮ อนุสรณ์สถานประธานโฮจิมินห์ และหมู่บ้านมิตรภาพไทย–เวียดนามยังเปิดต้อนรับผู้มาเยือนตามปกติ กิจกรรมรำลึกยังจัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง สวนและบ้านได้รับการดูแล ขณะที่ร้านอาหารและผลิตภัณฑ์ชุมชนช่วยเพิ่มมิติของการท่องเที่ยว ผู้ที่ใช้เวลาเรียนรู้ทุกส่วนจะได้รับทั้งความรู้ด้านประวัติศาสตร์ ความเข้าใจเรื่องความหลากหลายทางวัฒนธรรม และภาพของมิตรภาพที่พัฒนาจากความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนธรรมดามาสู่ความร่วมมือระหว่างประเทศ
 
ชื่อสถานที่บ้านนาจอก บ้านลุงโฮ และอนุสรณ์สถานประธานโฮจิมินห์
ชื่อภาษาอังกฤษBan Na Chok, Uncle Ho’s House and President Ho Chi Minh Memorial
ประเภทบ้านประวัติศาสตร์ พิพิธภัณฑ์ชุมชน อนุสรณ์สถานบุคคลสำคัญ และแหล่งท่องเที่ยวมิตรภาพไทย–เวียดนาม
ที่ตั้งบ้านนาจอก ตำบลหนองญาติ อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม
ที่อยู่บ้านลุงโฮหลังเก่า48 หมู่ 5 บ้านนาจอก ตำบลหนองญาติ อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม 48000
ไฮไลต์บ้านไม้จำลองตามรูปแบบที่โฮจิมินห์เคยพัก สวนและต้นไม้ที่เชื่อมโยงกับโฮจิมินห์ ยุ้งข้าว เครื่องใช้ นิทรรศการประวัติศาสตร์ อนุสรณ์สถานสถาปัตยกรรมเวียดนาม และหมู่บ้านมิตรภาพไทย–เวียดนาม
ประวัติสำคัญโฮจิมินห์หรือเหงียน อ้าย ก๊วกเดินทางเข้ามาปฏิบัติงานในสยามระหว่างเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1928 ถึงเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1929 และพำนักในบ้านนาจอกหลายเดือนเพื่อประสานเครือข่ายชาวเวียดนามและการเคลื่อนไหวเพื่อเอกราช
ช่วง พ.ศ. 2467–2474เป็นช่วงเวลาที่ข้อมูลท่องเที่ยวและความทรงจำของชุมชนใช้กล่าวถึงความเกี่ยวข้องของโฮจิมินห์กับเครือข่ายในประเทศไทยอย่างกว้าง ส่วนหลักฐานการเดินทางระบุการปฏิบัติงานในสยามช่วง ค.ศ. 1928–1929
การเปิดอนุสรณ์สถานอนุสรณ์สถานประธานโฮจิมินห์เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ค.ศ. 2016 ในวาระครบรอบ 126 ปีวันเกิดของโฮจิมินห์
ความสำคัญเป็นหลักฐานการเคลื่อนไหวเพื่อเอกราชของเวียดนามในสยาม สะท้อนประวัติชุมชนชาวไทยเชื้อสายเวียดนาม และเป็นสัญลักษณ์มิตรภาพระหว่างไทยกับเวียดนาม
ลักษณะบ้านเรือนไม้ชั้นเดียวสร้างใหม่ตามรูปแบบบ้านเดิม ภายในมีห้องนอน 2 ห้อง ห้องโถง โต๊ะเขียนหนังสือ เตียงไม้ ชั้นวางของ ภาชนะ เครื่องใช้ ภาพถ่าย และข้อมูลชีวประวัติ
พรรณไม้สำคัญต้นมะพร้าวและต้นมะเฟืองที่เชื่อมโยงกับการปลูกของโฮจิมินห์ รวมถึงหมาก พลู กล้วย ชา พืชผัก และไม้สวนพื้นบ้าน
โซนบ้านลุงโฮหลังเก่า1. ประตูและทางเดินสวน
2. บ้านไม้จำลองตามรูปแบบเดิม
3. ห้องนอน 2 ห้องและห้องโถงจัดแสดง
4. โต๊ะทำงาน เครื่องเรือน และของใช้
5. สวนพรรณไม้และต้นไม้ประวัติศาสตร์
6. ยุ้งข้าวและพื้นที่วิถีชีวิตครัวเรือน
โซนอนุสรณ์สถาน1. ซุ้มประตูและลานธงไทย–เวียดนาม
2. อาคารอนุสรณ์ประธานโฮจิมินห์
3. ห้องจัดแสดงชีวประวัติและประวัติศาสตร์
4. รูปประธานโฮจิมินห์และพื้นที่รำลึก
5. บ้านไม้จำลอง
6. สระน้ำ น้ำพุ และสวน
7. ร้านค้าและพื้นที่ผลิตภัณฑ์ชุมชน
8. อาคารกิจกรรมหมู่บ้านมิตรภาพไทย–เวียดนาม
ผู้ดูแลบ้านลุงโฮคุณกรกนก วงศ์ประชาสุข ผู้ดูแลบ้านและผู้บรรยายประวัติของสถานที่
การดูแลอนุสรณ์สถานคณะกรรมการอนุสรณ์สถาน สมาคมชาวไทยเชื้อสายเวียดนาม จังหวัดนครพนม ชุมชนบ้านนาจอก และหน่วยงานท้องถิ่น
สถานะปัจจุบันเปิดให้เข้าชมตามปกติ และยังมีการจัดกิจกรรมรำลึกวันเกิดประธานโฮจิมินห์กับกิจกรรมมิตรภาพไทย–เวียดนามอย่างต่อเนื่อง
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00 – 17.00 น.
ค่าเข้าชมไม่เสียค่าเข้าชม สามารถบริจาคเพื่อสนับสนุนการดูแลสถานที่ได้ตามความสมัครใจ
สิ่งอำนวยความสะดวกลานจอดรถ ห้องน้ำ พื้นที่นั่งพัก สวน ร้านขายของที่ระลึก ร้านผลิตภัณฑ์ชุมชน และพื้นที่รองรับคณะ บ้านหลังเก่ามีพื้นที่จอดรถจำกัด
ระยะเวลาเที่ยวแนะนำประมาณ 1.30–2 ชั่วโมงสำหรับบ้านเก่า อนุสรณ์สถาน และหมู่บ้านมิตรภาพไทย–เวียดนาม
การเดินทางจากตัวเมืองนครพนมใช้ทางหลวงหมายเลข 22 สายนครพนม–สกลนคร บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 237–238 เลี้ยวเข้าบ้านนาจอกตามป้ายบ้านลุงโฮและอนุสรณ์สถานประธานโฮจิมินห์
เบอร์ติดต่อบ้านลุงโฮ โทร. 042-522-430
อนุสรณ์สถานประธานโฮจิมินห์ โทร. 081-975-1152
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำจืดโลกของปลาแม่น้ำโขง 2 กม.
2. หอเฉลิมพระเกียรติพระราชวงศ์จักรี 3 กม.
3. พญาศรีสัตตนาคราชและถนนสวรรค์ชายโขง 6 กม.
4. รองอาสนวิหารนักบุญอันนา หนองแสง 9 กม.
5. สะพานมิตรภาพไทย–ลาวแห่งที่ 3 นครพนม–คำม่วน 15 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. นาจอกกุ้งเผา 1 กม. โทร. 061-651-4289
2. Anna & the Natt Cuisine Cafe 2 กม. โทร. 065-328-9929
3. โอชารส สาขาบ้านหนองญาติ 3 กม. โทร. 064-297-9626
4. The Ga8den 4 กม. โทร. 095-235-4553
5. ร้าน 3 อ. อาหารอีสาน 4 กม. โทร. 062-112-5918
ที่พักใกล้เคียง1. Thai Lao Resort & Spa 4 กม. โทร. 093-321-2577
2. The Loft Boutique Nakhon Phanom 5 กม. โทร. 042-530-666
3. U Home Hotel 7 กม. โทร. 042-514-789
4. 41 Studio 7 กม. โทร. 081-592-8464, 042-514-141
5. The P Hometel 8 กม. โทร. 082-829-1655
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: บ้านนาจอก บ้านลุงโฮ ตั้งอยู่ที่ไหน?
ตอบ: บ้านลุงโฮตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ 48 หมู่ 5 บ้านนาจอก ตำบลหนองญาติ อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม ส่วนอนุสรณ์สถานประธานโฮจิมินห์ตั้งอยู่ภายในชุมชนเดียวกันและเดินทางถึงกันได้ในเวลาไม่นาน
 
ถาม: บ้านลุงโฮเปิดกี่โมงและเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. ไม่เสียค่าเข้าชม และสามารถบริจาคเพื่อสนับสนุนการดูแลสถานที่ได้ตามความสมัครใจ
 
ถาม: โฮจิมินห์อาศัยอยู่บ้านนาจอกนาน 7 ปีจริงหรือไม่?
ตอบ: ข้อมูลท่องเที่ยวและความทรงจำในชุมชนใช้ช่วง พ.ศ. 2467–2474 เพื่อกล่าวถึงความเกี่ยวข้องกับเครือข่ายในประเทศไทยอย่างกว้าง ส่วนบันทึกการเดินทางระบุว่าโฮจิมินห์เข้ามาปฏิบัติงานในสยามระหว่างเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1928 ถึงเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1929 และพักอยู่บ้านนาจอกหลายเดือน
 
ถาม: บ้านที่เห็นในปัจจุบันเป็นบ้านเดิมของโฮจิมินห์หรือไม่?
ตอบ: บ้านหลังเดิมทรุดโทรมและถูกรื้อไปแล้ว อาคารปัจจุบันสร้างขึ้นตามรูปแบบและแผนผังของบ้านเดิม พร้อมจัดแสดงเครื่องเรือน เครื่องใช้ ภาพถ่าย และข้อมูลเพื่อจำลองบรรยากาศในช่วงที่โฮจิมินห์พักอาศัย
 
ถาม: บ้านลุงโฮกับอนุสรณ์สถานประธานโฮจิมินห์เป็นที่เดียวกันหรือไม่?
ตอบ: เป็นแหล่งประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกันแต่เป็นคนละพื้นที่ บ้านลุงโฮเป็นบ้านสวนขนาดเล็กที่ชุมชนและครอบครัวดูแล ส่วนอนุสรณ์สถานเป็นอาคารพิพิธภัณฑ์ขนาดใหญ่ซึ่งเปิดใน ค.ศ. 2016 และตั้งอยู่ใกล้กันภายในบ้านนาจอก
 
ถาม: ภายในบ้านนาจอกมีอะไรให้ชมบ้าง?
ตอบ: มีบ้านไม้ ห้องนอน ห้องโถง เครื่องใช้ โต๊ะทำงาน สวน ต้นมะพร้าวและมะเฟือง ยุ้งข้าว อาคารอนุสรณ์ ห้องจัดแสดง รูปประธานโฮจิมินห์ สระน้ำ สวนเวียดนาม และพื้นที่หมู่บ้านมิตรภาพไทย–เวียดนาม
 
ถาม: ควรใช้เวลาเที่ยวบ้านลุงโฮนานเท่าไร?
ตอบ: ควรใช้เวลาประมาณ 1.30–2 ชั่วโมงเพื่อชมบ้านเก่า อนุสรณ์สถาน และหมู่บ้านมิตรภาพไทย–เวียดนาม หากมีผู้บรรยายหรืออ่านนิทรรศการอย่างละเอียดควรเผื่อเวลามากขึ้น
 
ถาม: เดินทางจากตัวเมืองนครพนมไปบ้านลุงโฮอย่างไร?
ตอบ: ใช้ทางหลวงหมายเลข 22 สายนครพนม–สกลนคร เมื่อถึงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 237–238 ให้เลี้ยวเข้าสู่บ้านนาจอกตามป้ายบ้านลุงโฮหรืออนุสรณ์สถานประธานโฮจิมินห์ ระยะทางจากตัวเมืองประมาณ 5–8 กิโลเมตร

วิถีชีวิตหมวดหมู่: ●วิถีชีวิต

หมู่บ้าน ชุมชนกลุ่ม: ●หมู่บ้าน ชุมชนประเพณีไทยวัฒนธรรมไทยประเพณีภาคอีสาน

ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(3)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(2)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(3)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(3)
ห้องสมุด ห้องสมุด(1)
วัด วัด(23)
โบสถ์ โบสถ์(1)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(11)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(5)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(1)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(5)
น้ำตก น้ำตก(2)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(3)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(3)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(2)
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(2)
ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(1)