หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดนครพนม >อ.เมืองนครพนม >ต.หนองญาติ > สถานที่จัดแสดงโลกของปลาแม่น้ำโขง
TL;DR: สถานที่จัดแสดงโลกของปลาแม่น้ำโขง อยู่ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครพนม เลขที่ 355 หมู่ 6 ตำบลหนองญาติ อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม 48000 เปิดทุกวัน รวมวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 08.30 – 16.30 น.

นครพนม

สถานที่จัดแสดงโลกของปลาแม่น้ำโขง

สถานที่จัดแสดงโลกของปลาแม่น้ำโขง

วันเปิดทำการ: ทุกวัน รวมวันหยุดนักขัตฤกษ์
เวลาเปิดทำการ: 08.30 – 16.30 น.
ค่าเข้าชม: เด็ก 20 บาท ผู้ใหญ่ 30 บาท พระภิกษุ สามเณร และผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปเข้าชมฟรี
 
สถานที่จัดแสดงโลกของปลาแม่น้ำโขง หรือพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำจืดหนองญาติ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวิทยาศาสตร์และระบบนิเวศน้ำจืดที่สำคัญของจังหวัดนครพนม ตั้งอยู่ภายในศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครพนม บริเวณอ่างเก็บน้ำหนองญาติ ตำบลหนองญาติ อำเภอเมืองนครพนม ภายในอาคารรวบรวมความรู้เกี่ยวกับปลาแม่น้ำโขง ปลาจากลำน้ำก่ำ แม่น้ำสงคราม และระบบนิเวศน้ำจืดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จุดเด่นคืออุโมงค์ปลาใต้น้ำ ตู้จัดแสดงหลายรูปแบบ นิทรรศการเกี่ยวกับปลาหายากและปลาใกล้สูญพันธุ์ ห้องโสตทัศนศึกษาขนาด 50 ที่นั่ง ภาพสามมิติ และพื้นที่เรียนรู้ที่เชื่อมโยงธรรมชาติ วิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตของผู้คนในลุ่มน้ำโขงไว้ในสถานที่เดียว
 
สถานที่แห่งนี้เหมาะกับครอบครัวที่เดินทางพร้อมเด็ก นักเรียน นักศึกษา นักท่องเที่ยวทั่วไป และผู้ที่สนใจความหลากหลายทางชีวภาพของแม่น้ำโขง ผู้เข้าชมสามารถเดินชมปลาในระยะใกล้ เรียนรู้รูปร่าง พฤติกรรม แหล่งอาศัย และความสัมพันธ์ระหว่างสัตว์น้ำกับชุมชนริมแม่น้ำ พร้อมทำความเข้าใจว่าทำไมปลาแม่น้ำโขงหลายชนิดจึงมีความสำคัญต่ออาหาร อาชีพ ประเพณี และความมั่นคงทางทรัพยากรของผู้คนในภูมิภาค การเดินทางจากตัวเมืองนครพนมใช้เวลาประมาณ 15–20 นาที จึงสามารถจัดเป็นโปรแกรมครึ่งวัน หรือเที่ยวร่วมกับสถานที่สำคัญในตัวเมืองนครพนมได้สะดวก
 
พิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่เลขที่ 355 หมู่ 6 ตำบลหนองญาติ อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม 48000 บนถนนนครพนม–นาแก พื้นที่ของศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครพนมมีเนื้อที่ประมาณ 58 ไร่ และอยู่ติดกับอ่างเก็บน้ำหนองญาติ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ใกล้เขตเทศบาลเมืองนครพนม ภูมิประเทศโดยรอบประกอบด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำ แนวชุมชน พื้นที่เกษตรกรรม หน่วยงานด้านประมง และพื้นที่การเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ ทำให้พิพิธภัณฑ์ไม่ได้แยกขาดจากสิ่งแวดล้อมภายนอก แต่ตั้งอยู่ท่ามกลางภูมิทัศน์ซึ่งสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างน้ำ ปลา และชีวิตของผู้คนอย่างชัดเจน
 
อ่างเก็บน้ำหนองญาติมีพื้นที่ประมาณ 2,500 ไร่ หรือประมาณ 4 ตารางกิโลเมตร นับเป็นแหล่งน้ำสำคัญที่อยู่ใกล้เมืองและมีบทบาทต่อทั้งการจัดการน้ำ การประมง การพักผ่อน และการศึกษาสิ่งแวดล้อม พื้นที่รอบอ่างมีบรรยากาศเปิดโล่งและเป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์ที่คนในจังหวัดนครพนมคุ้นเคยมายาวนาน การเลือกสร้างสถานที่จัดแสดงโลกของปลาแม่น้ำโขงบริเวณนี้จึงมีความเหมาะสม เพราะผู้มาเยือนไม่ได้เรียนรู้ปลาในฐานะสัตว์ที่อยู่ในตู้เท่านั้น แต่ยังสามารถเชื่อมโยงความรู้ภายในอาคารกับแหล่งน้ำจริงและสภาพแวดล้อมโดยรอบได้
 
อ่างเก็บน้ำหนองญาติยังมีความสำคัญในประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินมาปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดนครพนมเมื่อปี 2505 การเสด็จพระราชดำเนินครั้งนั้นอยู่ในความทรงจำของประชาชน และต่อมาแนวคิดเรื่องการพัฒนาพื้นที่เรียนรู้ภายในศูนย์วิทยาศาสตร์ฯ ได้เชื่อมโยงเรื่องราวดังกล่าวกับหอเฉลิมพระเกียรติพระราชวงศ์จักรี ทำให้ผู้มาเยือนสามารถเรียนรู้ทั้งธรรมชาติของลุ่มน้ำโขงและประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับประชาชนในพื้นที่ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
 
นครพนมเป็นจังหวัดที่มีระบบลำน้ำสำคัญหลายสาย โดยมีแม่น้ำโขงเป็นแม่น้ำนานาชาติสายหลักซึ่งไหลผ่านด้านตะวันออกของจังหวัด ขณะที่ลำน้ำก่ำและแม่น้ำสงครามเป็นเครือข่ายลำน้ำภายในภูมิภาคซึ่งเชื่อมต่อพื้นที่ชุ่มน้ำ หนอง บึง ลำห้วย และที่ราบน้ำท่วมถึงเข้าด้วยกัน ระบบน้ำเหล่านี้สร้างแหล่งอาศัยหลากหลายรูปแบบให้กับปลา ตั้งแต่บริเวณน้ำไหลแรงในแม่น้ำสายหลัก แอ่งน้ำลึก พื้นที่น้ำตื้น ป่าบุ่งป่าทาม ไปจนถึงพื้นที่น้ำหลากตามฤดูกาล ความแตกต่างของสภาพแวดล้อมทำให้จังหวัดนครพนมมีสัตว์น้ำจำนวนมาก และเป็นพื้นที่สำคัญต่อการวางไข่ อนุบาล และขยายพันธุ์ของปลาหลายชนิด
 
ปลาในลุ่มน้ำโขงมีความสำคัญมากกว่าการเป็นอาหาร เพราะเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจครัวเรือน วิถีประมงพื้นบ้าน การแลกเปลี่ยนสินค้า ภูมิปัญญาการถนอมอาหาร และวัฒนธรรมการกินของชุมชน ปลาบางชนิดอพยพเป็นระยะทางไกลตามฤดูกาล บางชนิดอาศัยอยู่ในบริเวณน้ำลึก ขณะที่บางชนิดใช้พื้นที่น้ำท่วมถึงเป็นแหล่งวางไข่และหาอาหาร เมื่อระดับน้ำและเส้นทางน้ำเปลี่ยนแปลง วงจรชีวิตของปลาก็ได้รับผลกระทบโดยตรง การจัดแสดงจึงช่วยให้ผู้ชมเข้าใจว่าการอนุรักษ์ปลาไม่สามารถพิจารณาเฉพาะตัวปลา แต่ต้องดูแลแม่น้ำ ป่าริมน้ำ พื้นที่ชุ่มน้ำ และเส้นทางการอพยพควบคู่กัน
 
ความหลากหลายของปลาในแม่น้ำโขง ลำน้ำก่ำ และแม่น้ำสงคราม เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เกิดแนวคิดรวบรวมพันธุ์สัตว์น้ำไว้ในแหล่งเรียนรู้ถาวร จุดประสงค์ไม่ได้มีเพียงการจัดตู้ปลาเพื่อความสวยงาม แต่ต้องการให้นักเรียน นักศึกษา นักท่องเที่ยว และประชาชนทั่วไปมีโอกาสเห็นสัตว์น้ำที่ตามธรรมชาติอาจพบได้ยาก บางชนิดออกหากินในเวลากลางคืน บางชนิดอยู่ในน้ำขุ่นหรือบริเวณน้ำลึก และบางชนิดมีจำนวนลดลงจนไม่สามารถพบเห็นได้ง่าย การจัดแสดงภายในอาคารจึงทำหน้าที่เปิดหน้าต่างสู่ระบบนิเวศที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวน้ำ
 
แนวคิดการสร้างสถานที่จัดแสดงโลกของปลาแม่น้ำโขงได้รับแรงผลักดันในช่วงที่พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ นายกรัฐมนตรีคนที่ 22 เห็นความเหมาะสมของการจัดตั้งแหล่งรวบรวมพันธุ์สัตว์น้ำในบริเวณอ่างเก็บน้ำหนองญาติ เพื่อใช้แสดงและเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับสัตว์น้ำจากแม่น้ำโขง ลำน้ำก่ำ และแม่น้ำสงคราม แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับศักยภาพของจังหวัดนครพนมซึ่งเป็นเมืองริมแม่น้ำโขง มีทรัพยากรสัตว์น้ำหลากหลาย และมีตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ที่เหมาะกับการเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านแม่น้ำและสิ่งแวดล้อมของภูมิภาค
 
รายละเอียดการพัฒนาโครงการยังได้รับการต่อยอดจากนายชวลิต วิชยสทธิ์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม ซึ่งเคยเดินทางไปศึกษาดูงานในประเทศออสเตรเลียเมื่อปี 2537 และได้เห็นรูปแบบการจัดแสดงสัตว์น้ำสมัยใหม่ ประสบการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดภาพของอาคารแสดงปลาแม่น้ำโขงที่สามารถนำปลาขนาดใหญ่และปลาที่มีความสำคัญต่อภูมิภาคมาจัดแสดงอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะปลาบึกซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญของลุ่มน้ำโขง แนวคิดจากต่างประเทศจึงถูกนำมาปรับให้เหมาะกับบริบทของนครพนมและทรัพยากรน้ำจืดของไทย
 
เทศบาลเมืองนครพนมในสมัยนายพิศิษฐ์ ปิติพัฒน์ ดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองนครพนม พร้อมคณะผู้บริหารเทศบาล ได้ร่วมดำเนินงานจัดตั้งสถานที่จัดแสดงโลกของปลาแม่น้ำโขง โดยได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนตำบลหนองญาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม นายชวลิต วิชยสทธิ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การดำเนินงานจึงเป็นผลจากความร่วมมือของหลายภาคส่วน ทั้งฝ่ายปกครอง ท้องถิ่น การเมือง การศึกษา และหน่วยงานด้านทรัพยากรสัตว์น้ำ เป้าหมายร่วมกันคือสร้างแหล่งเรียนรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนและช่วยยกระดับแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัด
 
อาคารจัดแสดงได้รับการออกแบบให้เป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำจืดที่สามารถรองรับทั้งการชมสัตว์น้ำและการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ ภายในแบ่งพื้นที่สำหรับตู้ปลาหลายขนาด อุโมงค์ชมปลา นิทรรศการข้อมูล ห้องโสตทัศนศึกษา ภาพสามมิติ และพื้นที่บริการผู้เข้าชม รูปแบบดังกล่าวทำให้การเดินชมมีลำดับจากการทำความรู้จักแม่น้ำและสภาพแวดล้อม ไปสู่การชมปลาชนิดต่าง ๆ แล้วจึงเชื่อมโยงกับประเด็นการอนุรักษ์ ผู้เข้าชมจึงไม่ได้รับเพียงความเพลิดเพลินจากภาพปลาแหวกว่าย แต่ยังได้เรียนรู้สาเหตุที่ทำให้ปลาแต่ละกลุ่มมีรูปร่างและพฤติกรรมแตกต่างกัน
 
เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2556 มีการส่งมอบอาคารและโครงการให้ใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ ก่อนที่ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครพนมจะได้รับการจัดตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2556 ศูนย์ฯ มีวัตถุประสงค์ให้บริการการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม ประวัติศาสตร์ และการศึกษาตามอัธยาศัย โดยสถานที่จัดแสดงโลกของปลาแม่น้ำโขงกลายเป็นหนึ่งในนิทรรศการหลักร่วมกับหอเฉลิมพระเกียรติพระราชวงศ์จักรี กิจกรรมค่ายวิทยาศาสตร์ นิทรรศการพลังงาน และฐานการเรียนรู้อื่นภายในพื้นที่
 
ปัจจุบันสถานที่อยู่ภายใต้การดูแลของศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครพนม สังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้ กระทรวงศึกษาธิการ โดยมีนายพรศักดิ์ ธรรมวานิช ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครพนม การบริหารในรูปแบบสถานศึกษาทำให้พิพิธภัณฑ์มีบทบาทมากกว่าสถานที่ท่องเที่ยว เพราะต้องรองรับทั้งผู้เข้าชมทั่วไป นักเรียนเป็นหมู่คณะ กิจกรรมค่าย การอบรม และการเรียนรู้ตลอดชีวิต ผู้ต้องการนำคณะขนาดใหญ่เข้าชม หรือจัดกิจกรรมเฉพาะควรประสานส่วนส่งเสริมและบริการล่วงหน้าเพื่อให้เจ้าหน้าที่จัดเตรียมการต้อนรับได้เหมาะสม
 
เมื่อเดินทางถึงบริเวณศูนย์ฯ ผู้มาเยือนจะพบพื้นที่กว้างและอาคารการเรียนรู้หลายหลัง ตัวอาคารพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำจืดมีลักษณะเป็นพื้นที่จัดแสดงในร่ม เหมาะกับการเที่ยวตลอดปี โดยเฉพาะช่วงอากาศร้อนหรือฤดูฝน บริเวณทางเข้าทำหน้าที่เป็นจุดเริ่มต้นสำหรับซื้อตั๋ว สอบถามข้อมูล และเตรียมตัวก่อนเข้าสู่พื้นที่จัดแสดง ผู้มาเยือนควรตรวจสอบว่ามีกิจกรรมพิเศษ นิทรรศการชั่วคราว หรือการปิดบำรุงตู้บางส่วนในวันเดินทางหรือไม่ โดยเฉพาะคณะที่ต้องการชมเป็นรอบหรือใช้ห้องกิจกรรม
 
ส่วนแรกของการชมเน้นการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับพื้นที่ลุ่มน้ำโขงและความสำคัญของสัตว์น้ำ ผู้ชมจะได้เห็นข้อมูลเกี่ยวกับแม่น้ำ แหล่งกำเนิดปลา สภาพแวดล้อม และวิถีชีวิตชุมชน เนื้อหาเหล่านี้ช่วยวางพื้นฐานก่อนชมปลาจริง เพราะปลาแต่ละชนิดไม่ได้อาศัยอยู่ในสภาพน้ำแบบเดียวกัน บางชนิดต้องการน้ำไหลและออกซิเจนสูง บางชนิดทนต่อบริเวณน้ำนิ่งหรือโคลนได้ดี ขณะที่ปลาขนาดใหญ่ต้องใช้พื้นที่น้ำกว้างและเส้นทางอพยพยาว การเข้าใจแหล่งอาศัยทำให้การชมตู้ปลาแต่ละใบมีความหมายมากขึ้น
 
ตู้ปลาภายในมีทั้งตู้แนวยาว ตู้ทรงสูง ตู้ขนาดเล็กสำหรับปลาเฉพาะกลุ่ม และตู้ขนาดใหญ่สำหรับปลาที่ต้องการพื้นที่ว่ายน้ำมาก การจัดวางช่วยให้ผู้ชมสังเกตลักษณะของปลาได้หลายมุม ทั้งรูปทรงลำตัว ลักษณะเกล็ด หนวด ครีบ ปาก และรูปแบบการเคลื่อนไหว ปลาที่อาศัยใกล้พื้นน้ำมักมีรูปร่างและพฤติกรรมต่างจากปลาที่ว่ายกลางน้ำ ส่วนปลานักล่ามีโครงสร้างปากและลำตัวที่เหมาะกับการจับเหยื่อ การชมอย่างช้า ๆ จึงช่วยให้เห็นรายละเอียดที่มักมองข้ามเมื่อเห็นปลาเพียงชั่วครู่ในธรรมชาติ
 
อุโมงค์ปลาใต้น้ำ เป็นจุดเด่นที่สุดของสถานที่จัดแสดง ผู้เข้าชมสามารถเดินลอดใต้ตู้ขนาดใหญ่และมองเห็นปลาว่ายผ่านด้านข้างและเหนือศีรษะ มุมมองดังกล่าวสร้างความรู้สึกใกล้ชิดกับโลกใต้น้ำมากกว่าการยืนมองผ่านกระจกด้านเดียว เด็กจำนวนมากสนุกกับการติดตามปลาแต่ละตัว ขณะที่ผู้ใหญ่สามารถสังเกตพฤติกรรมการว่ายเป็นฝูง การหลบหลีก และความแตกต่างของขนาดได้อย่างชัดเจน บริเวณอุโมงค์ควรเดินอย่างเป็นระเบียบ ไม่หยุดขวางทางเป็นเวลานาน และไม่ใช้แฟลชรบกวนสัตว์น้ำหรือผู้เข้าชมคนอื่น
 
ฐานข้อมูลความรู้ของศูนย์ฯ รวบรวมข้อมูลปลาที่พบได้ทั่วไป รวมถึงปลาหายากและใกล้สูญพันธุ์จำนวน 47 สายพันธุ์ รายชื่อที่เผยแพร่ประกอบด้วยปลากาดำ ปลาสะลือ ปลาฉลาด ปลาตะโกก ปลาเวียน ปลาเสือตอลายใหญ่ ปลาทราย ปลาชะโอน ปลากระโชน ปลาเค้าดำ ปลายี่สกไทย ปลาหว้าหน้านอ ปลาตูหนา ปลาตองลาย ปลากระโห้ กระเบนราหูน้ำจืด ปลาเทพา ปลาเทโพ ปลาบึก และปลาน้ำจืดชนิดอื่น การจัดแสดงสัตว์มีชีวิตอาจหมุนเวียนตามการดูแล สุขภาพ และความเหมาะสมของตู้ แต่ข้อมูลของแต่ละชนิดยังช่วยให้ผู้ชมศึกษาต่อผ่านป้ายและสื่อของศูนย์
 
ปลาบึกเป็นปลาที่ได้รับความสนใจมากที่สุดชนิดหนึ่ง เพราะเป็นปลาหนังขนาดใหญ่ประจำลุ่มน้ำโขงและมีความผูกพันกับเรื่องราวของแม่น้ำมาอย่างยาวนาน รูปร่างที่ใหญ่โต การดำรงชีวิตในแม่น้ำสายหลัก และการอพยพตามวงจรธรรมชาติทำให้ปลาบึกเป็นตัวแทนของความอุดมสมบูรณ์และความเปราะบางในเวลาเดียวกัน การลดลงของแหล่งอาศัย การเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำ และอุปสรรคต่อเส้นทางอพยพส่งผลต่อปลาขนาดใหญ่ได้มาก การเรียนรู้เรื่องปลาบึกจึงนำไปสู่ความเข้าใจภาพรวมของการดูแลแม่น้ำโขงทั้งระบบ
 
ปลาเทพาและปลาเทโพเป็นตัวอย่างของปลาหนังที่ช่วยให้ผู้ชมเปรียบเทียบรูปร่าง พฤติกรรม และแหล่งอาศัยได้ ปลาเทพามีรูปลักษณ์สง่างามและเป็นนักล่าในระบบนิเวศน้ำจืด ส่วนปลาเทโพมีความสำคัญต่อการประมงและอาหารในหลายพื้นที่ การจัดแสดงปลาเหล่านี้ช่วยให้เด็กเข้าใจแนวคิดเรื่องห่วงโซ่อาหารได้ง่ายขึ้น เพราะสามารถมองเห็นความสัมพันธ์ระหว่างปลานักล่า ปลาขนาดเล็ก สัตว์หน้าดิน และทรัพยากรอื่นภายในน้ำ โดยไม่ต้องเริ่มต้นจากคำอธิบายเชิงวิชาการที่ซับซ้อน
 
กระเบนราหูน้ำจืดและปลากระเบนน้ำจืดเป็นสัตว์ที่แสดงให้เห็นความหลากหลายของรูปร่างในระบบนิเวศแม่น้ำอย่างเด่นชัด ลำตัวแบน ครีบแผ่กว้าง และพฤติกรรมอยู่ใกล้พื้นน้ำแตกต่างจากปลาทรงกระสวยทั่วไป สัตว์กลุ่มนี้ต้องการพื้นที่อาศัยเฉพาะและได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงพื้นท้องน้ำ มลพิษ และการจับโดยไม่ตั้งใจ การนำเสนอเรื่องราวของกระเบนน้ำจืดจึงช่วยให้ผู้ชมตระหนักว่าแม่น้ำไม่ได้มีเพียงปลาที่ว่ายอยู่กลางน้ำ แต่ยังมีสัตว์ที่พึ่งพาพื้นทราย โคลน และระบบนิเวศด้านล่างซึ่งมองเห็นได้ยาก
 
ปลากระโห้ ปลายี่สกไทย ปลาตะโกก และปลาในวงศ์ปลาตะเพียนหลายชนิด แสดงให้เห็นความหลากหลายของปลามีเกล็ดในแหล่งน้ำไทย ปลาแต่ละชนิดมีขนาด อาหาร และพฤติกรรมไม่เหมือนกัน บางชนิดกินพืชหรือผลไม้ที่ตกลงในน้ำ บางชนิดกินสัตว์ขนาดเล็ก และบางชนิดเคลื่อนที่ตามระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นในฤดูฝน ความสัมพันธ์ระหว่างปลาและป่าริมน้ำจึงมีความสำคัญมาก เพราะต้นไม้และพืชริมน้ำเป็นทั้งแหล่งอาหาร ที่หลบภัย และส่วนช่วยรักษาคุณภาพของน้ำ
 
ปลาเสือตอลายใหญ่เป็นอีกชนิดที่สะท้อนคุณค่าของสัตว์น้ำหายาก ลวดลายบนลำตัวทำให้เป็นปลาที่โดดเด่นและได้รับความสนใจจากผู้ชม แต่ความสวยงามก็เคยทำให้ปลากลุ่มนี้ถูกจับเพื่อการค้าเป็นจำนวนมาก เมื่อรวมกับการสูญเสียแหล่งอาศัย ประชากรในธรรมชาติจึงลดลง การจัดแสดงควรนำไปสู่ความเข้าใจว่าการเลี้ยงสัตว์น้ำหายากต้องมาจากแหล่งที่ถูกกฎหมายและไม่ควรสนับสนุนการจับจากธรรมชาติอย่างไม่มีการควบคุม
 
ปลาตูหนาหรือปลาพญานาคมีรูปร่างยาวคล้ายงูและสามารถดำรงชีวิตในแหล่งน้ำที่มีลักษณะต่างจากปลาทั่วไป รูปร่างของมันมักสร้างความประหลาดใจให้เด็กและผู้ที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน การสังเกตปลาตูหนาช่วยเปิดประเด็นเรื่องการปรับตัวของสิ่งมีชีวิต เช่น รูปร่างที่เหมาะกับการเคลื่อนผ่านพืชน้ำหรือโคลน ความสามารถในการทนต่อสภาพแวดล้อมบางประเภท และวิธีที่สัตว์น้ำใช้พื้นที่ซึ่งมนุษย์อาจมองว่าไม่มีความสำคัญ ความรู้ดังกล่าวช่วยเปลี่ยนความกลัวหรือความเข้าใจผิดให้เป็นความสนใจทางวิทยาศาสตร์
 
การจัดแสดงปลาหายากและปลาใกล้สูญพันธุ์มีเป้าหมายสำคัญในการสร้างความตระหนัก ไม่ใช่เพียงเพิ่มความตื่นเต้นให้กับการเที่ยว ผู้ชมควรเข้าใจว่าคำว่าใกล้สูญพันธุ์หมายถึงประชากรในธรรมชาติกำลังเผชิญความเสี่ยงจากหลายปัจจัย ทั้งการจับเกินขนาด การเปลี่ยนแปลงทางน้ำ สิ่งกีดขวางเส้นทางอพยพ การทำลายพื้นที่วางไข่ การปนเปื้อนสารเคมี ขยะพลาสติก และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การแก้ปัญหาจึงต้องอาศัยความร่วมมือของหลายประเทศ หน่วยงาน ชุมชน และผู้บริโภค
 
แม่น้ำโขงเป็นแม่น้ำที่ไหลผ่านหลายประเทศ การเคลื่อนที่ของน้ำ ตะกอน สารอาหาร และปลาไม่ได้หยุดอยู่ที่พรมแดน การอนุรักษ์สัตว์น้ำจึงเป็นประเด็นระดับภูมิภาค สิ่งที่เกิดขึ้นในตอนบนของแม่น้ำสามารถส่งผลถึงพื้นที่ตอนล่าง ขณะที่การเปลี่ยนแปลงของลำน้ำสาขาก็ส่งผลต่อแม่น้ำสายหลัก สถานที่จัดแสดงโลกของปลาแม่น้ำโขงช่วยทำให้เรื่องที่ดูไกลตัวเข้าใจได้ง่ายขึ้นผ่านสัตว์ที่ผู้ชมมองเห็นอยู่ตรงหน้า เมื่อเห็นขนาด รูปร่าง และความมีชีวิตของปลา ความสำคัญของการรักษาแม่น้ำจะชัดเจนกว่าการอ่านตัวเลขเพียงอย่างเดียว
 
นิทรรศการยังช่วยอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างฤดูกาลกับชีวิตของปลา ฤดูฝนทำให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นและเชื่อมแม่น้ำกับพื้นที่น้ำท่วมถึง ปลาเข้าไปหาอาหารและวางไข่ในบริเวณที่เคยเป็นทุ่งหรือป่า ขณะที่ฤดูแล้งน้ำลดลงและปลาหลายชนิดกลับสู่แม่น้ำ ลำน้ำลึก หรือแหล่งน้ำถาวร วงจรดังกล่าวเป็นพื้นฐานของการประมงในชุมชน หากเส้นทางน้ำถูกตัดขาดหรือระดับน้ำเปลี่ยนผิดจังหวะ การวางไข่และการเติบโตของปลาจะได้รับผลกระทบ การเรียนรู้วงจรน้ำจึงเป็นส่วนสำคัญของการเข้าใจชีวิตปลาแม่น้ำโขง
 
ด้านการเรียนรู้ผ่านสื่อ ภายในอาคารมีห้องโสตทัศนศึกษาขนาด 50 ที่นั่ง ใช้สำหรับฉายวีดิทัศน์และนำเสนอเนื้อหาที่ช่วยขยายความจากตู้ปลา ห้องลักษณะนี้เหมาะกับนักเรียนเป็นหมู่คณะ เพราะสามารถรับชมเนื้อหาร่วมกันก่อนหรือหลังเดินชมนิทรรศการ ครูสามารถใช้เป็นจุดเริ่มต้นของบทเรียนเรื่องระบบนิเวศ ความหลากหลายทางชีวภาพ การปรับตัวของสัตว์ หรือผลกระทบจากกิจกรรมมนุษย์ คณะที่ต้องการใช้ห้องควรประสานล่วงหน้า เนื่องจากอาจมีตารางกิจกรรม ค่าย หรือการบำรุงรักษาอุปกรณ์ในบางช่วง
 
ภาพสามมิติภายในนิทรรศการช่วยเพิ่มความสนุกและทำให้เนื้อหาวิทยาศาสตร์เข้าถึงง่าย ผู้เข้าชมสามารถใช้ภาพเป็นจุดสังเกต ถ่ายรูป และเรียนรู้รูปร่างของสัตว์น้ำในมุมที่แตกต่างจากตู้จริง อย่างไรก็ตาม การถ่ายภาพควรคำนึงถึงผู้ใช้พื้นที่ร่วมกัน ไม่ยืนกีดขวางทางเดิน ไม่ใช้แฟลชใกล้ตู้ปลา และไม่สัมผัสกระจกหรืออุปกรณ์จัดแสดงอย่างรุนแรง ผู้ปกครองควรช่วยเด็กแยกแยะระหว่างพื้นที่ที่อนุญาตให้เล่นกับพื้นที่ที่เป็นอุปกรณ์การเรียนรู้ซึ่งต้องใช้อย่างระมัดระวัง
 
พื้นที่จำหน่ายของที่ระลึกเป็นส่วนประกอบหนึ่งของอาคาร ซึ่งช่วยให้ผู้มาเยือนเลือกซื้อสิ่งของที่เชื่อมโยงกับปลา วิทยาศาสตร์ หรืออัตลักษณ์ของนครพนม ของที่ระลึกสามารถทำหน้าที่ต่อยอดการเรียนรู้หลังกลับบ้าน โดยเฉพาะหนังสือ สื่อการศึกษา หรือของใช้ที่มีข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์น้ำ รายการสินค้าและเวลาเปิดจำหน่ายอาจเปลี่ยนตามการบริหารในแต่ละช่วง ผู้ที่ตั้งใจซื้อของที่ระลึกเป็นจำนวนมากหรือเดินทางพร้อมคณะควรสอบถามเจ้าหน้าที่ในวันเข้าชม
 
นอกจากพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำจืดแล้ว พื้นที่เดียวกันยังมี หอเฉลิมพระเกียรติพระราชวงศ์จักรี ซึ่งสร้างขึ้นเป็นอนุสรณ์แห่งความจงรักภักดีของประชาชนชาวนครพนมต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื้อหาภายในช่วยให้ผู้มาเยือนเห็นอีกมิติหนึ่งของจังหวัดนครพนม จากโลกธรรมชาติและแม่น้ำไปสู่ประวัติศาสตร์การพัฒนาพื้นที่ พระราชกรณียกิจ และความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับประชาชน
 
บริเวณชั้น 1 ของหอเฉลิมพระเกียรติเน้นเรื่องราวพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ และการเสด็จพระราชดำเนินมายังจังหวัดนครพนม การนำเสนอช่วยเชื่อมโยงเหตุการณ์ในปี 2505 กับการพัฒนาชุมชนชายแดนในช่วงเวลาต่อมา ผู้ชมที่เดินทางพร้อมเด็กสามารถใช้เนื้อหาส่วนนี้อธิบายว่าการพัฒนาประเทศไม่ได้จำกัดอยู่ที่เมืองใหญ่ แต่ครอบคลุมพื้นที่ห่างไกล การเกษตร แหล่งน้ำ สุขภาพ การศึกษา และความมั่นคงของประชาชนตามแนวชายแดน
 
ชั้น 2 นำเสนอเรื่องราวของจังหวัดนครพนมในหลายด้าน ทั้งสถานที่สำคัญ กลุ่มชาติพันธุ์ วิถีชีวิต และวัฒนธรรมพระธาตุประจำวันเกิด นครพนมมีชื่อเสียงจากพระธาตุที่เชื่อมโยงกับผู้เกิดในวันต่าง ๆ และมีชุมชนหลากหลายเชื้อชาติซึ่งร่วมสร้างอัตลักษณ์ของจังหวัด การเดินชมหอเฉลิมพระเกียรติหลังจากชมโลกของปลาแม่น้ำโขงทำให้ผู้มาเยือนเข้าใจว่าแม่น้ำไม่ได้เป็นเพียงระบบธรรมชาติ แต่เป็นเส้นทางการตั้งถิ่นฐาน การเดินทาง การค้าขาย ศาสนา และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมมาหลายชั่วอายุคน
 
ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครพนมยังจัดนิทรรศการวิทยาศาสตร์ภายในอาคารหลายประเภท เนื้อหาอาจครอบคลุมวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ดาราศาสตร์ พลังงานทดแทน สะเต็มศึกษา เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม สื่อบางส่วนออกแบบให้ผู้ชมทดลอง เล่น หรือค้นหาคำตอบด้วยตนเอง หลักการดังกล่าวช่วยลดภาพว่าวิทยาศาสตร์เป็นเรื่องยากและมีเฉพาะในห้องเรียน เพราะเด็กสามารถเรียนรู้จากการสังเกต การตั้งคำถาม และการทดลองกับอุปกรณ์จริง ผู้มาเยือนควรตรวจสอบกิจกรรมที่เปิดให้บริการในวันเดินทาง เนื่องจากบางฐานอาจจัดเป็นรอบหรือใช้สำหรับคณะที่จองล่วงหน้า
 
นิทรรศการด้านพลังงานช่วยอธิบายตั้งแต่การผลิต การส่งผ่าน ไปจนถึงการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ แนวคิดสำคัญคือการรู้ปัญหา เข้าใจข้อเท็จจริง และร่วมกันแก้ไข ผู้ชมสามารถเชื่อมโยงเรื่องพลังงานกับพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำได้โดยตรง เพราะการดูแลตู้ปลาต้องใช้ระบบกรองน้ำ ปั๊ม ออกซิเจน แสงสว่าง และการควบคุมอุณหภูมิ การใช้พลังงานอย่างเหมาะสมจึงมีผลทั้งต่อค่าใช้จ่ายและคุณภาพชีวิตของสัตว์น้ำ
 
กิจกรรมด้านดาราศาสตร์และโดมท้องฟ้าจำลองแบบเคลื่อนที่ช่วยขยายการเรียนรู้จากโลกใต้ผิวน้ำไปสู่ท้องฟ้าและจักรวาล การมีหัวข้อที่หลากหลายในพื้นที่เดียวทำให้ศูนย์ฯ เหมาะกับการทัศนศึกษาที่ต้องการให้เด็กเห็นความเชื่อมโยงของวิทยาศาสตร์หลายสาขา ตั้งแต่ชีววิทยา นิเวศวิทยา ฟิสิกส์ พลังงาน อุตุนิยมวิทยา ไปจนถึงดาราศาสตร์ โปรแกรมหรือรอบฉายอาจกำหนดตามกิจกรรมของศูนย์ฯ และไม่ควรถือว่าเปิดฉายตลอดเวลาเหมือนโรงภาพยนตร์ทั่วไป ควรสอบถามก่อนเดินทางหากท้องฟ้าจำลองเป็นจุดประสงค์หลัก
 
พื้นที่การเรียนรู้กลางแจ้งประกอบด้วยฐานกิจกรรมที่เชื่อมโยงวิทยาศาสตร์กับชีวิตประจำวัน เช่น การเรียนรู้ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง เกษตรในพื้นที่จำกัด พลังงาน การทำฝนหลวง สภาพอากาศ ภาวะโลกร้อน และกิจกรรมวิทยาศาสตร์ที่ใช้แรงจากการปั่นหรือการเคลื่อนไหว ฐานกลางแจ้งช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจว่าความรู้ไม่ได้อยู่เพียงบนป้ายหรือในห้องปรับอากาศ แต่สามารถนำไปใช้กับอาหาร น้ำ พลังงาน และการจัดการทรัพยากรของครัวเรือนได้
 
สถานีตรวจวัดสภาพอากาศและเนื้อหาเรื่องภูมิอากาศมีความเกี่ยวข้องกับโลกของปลาโดยตรง อุณหภูมิ ปริมาณฝน ความชื้น และรูปแบบฤดูกาลมีผลต่อระดับน้ำ คุณภาพน้ำ และช่วงเวลาการอพยพของปลา เมื่อสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง วงจรที่ชุมชนเคยคุ้นเคยอาจไม่เป็นไปตามเดิม การเรียนรู้ข้อมูลอากาศจึงช่วยให้ผู้ชมเข้าใจว่าการอนุรักษ์สัตว์น้ำเชื่อมโยงกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การรักษาป่า และการจัดการน้ำอย่างมีเหตุผล
 
สำหรับโรงเรียน สถานที่แห่งนี้สามารถใช้เป็นห้องเรียนภาคสนามที่ครอบคลุมหลายวิชา วิทยาศาสตร์สามารถศึกษาเรื่องโครงสร้างสัตว์ การปรับตัว ห่วงโซ่อาหาร และระบบนิเวศ สังคมศึกษาสามารถเชื่อมโยงแม่น้ำกับการตั้งถิ่นฐานและวัฒนธรรม ภาษาไทยและภาษาต่างประเทศสามารถใช้ป้ายข้อมูลเป็นแบบฝึกการอ่านและสรุปความ ส่วนศิลปะสามารถศึกษารูปร่าง สี และลวดลายของปลา การเตรียมใบงานก่อนเดินทางและให้ผู้เรียนสรุปผลหลังกลับจะช่วยให้การทัศนศึกษามีคุณค่ามากกว่าการเดินชมเพียงอย่างเดียว
 
ครอบครัวที่มีเด็กเล็กควรจัดเวลาให้เด็กได้ดูปลาอย่างไม่เร่งรีบ แต่ไม่จำเป็นต้องพยายามอ่านข้อมูลทุกป้ายในครั้งเดียว ผู้ปกครองสามารถตั้งคำถามง่าย ๆ เช่น ปลาแต่ละตัวใช้ส่วนใดว่ายน้ำ ปากมีรูปทรงอย่างไร ชอบอยู่บนพื้นหรือกลางน้ำ และปลาชนิดใดว่ายรวมกันเป็นฝูง วิธีดังกล่าวช่วยให้เด็กฝึกสังเกตและคิดด้วยตนเอง การบอกคำตอบทั้งหมดทันทีอาจทำให้เด็กเสียโอกาสค้นพบสิ่งที่น่าสนใจจากการมองอย่างตั้งใจ
 
ผู้ใหญ่และผู้สนใจสิ่งแวดล้อมสามารถใช้การเยี่ยมชมเป็นจุดเริ่มต้นในการทำความเข้าใจประเด็นที่ซับซ้อนกว่า เช่น การจัดการลุ่มน้ำข้ามพรมแดน ความสัมพันธ์ระหว่างเขื่อนกับการอพยพของปลา การประมงอย่างยั่งยืน และผลกระทบของชนิดพันธุ์ต่างถิ่น ปลาบางชนิดที่จัดแสดงอาจไม่ได้มีถิ่นกำเนิดในลุ่มน้ำโขง การแยกแยะระหว่างปลาพื้นถิ่นกับปลาต่างถิ่นช่วยให้เข้าใจความเสี่ยงจากการปล่อยสัตว์เลี้ยงหรือสัตว์เศรษฐกิจลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ
 
ระยะเวลาที่เหมาะสำหรับชมเฉพาะพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำจืดอยู่ที่ประมาณ 45–90 นาที ขึ้นอยู่กับความสนใจและจำนวนผู้เข้าชม หากต้องการชมหอเฉลิมพระเกียรติ นิทรรศการวิทยาศาสตร์ และฐานกลางแจ้งเพิ่มเติม ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 2–3 ชั่วโมง คณะนักเรียนที่มีกิจกรรมหรือการบรรยายอาจใช้เวลาครึ่งวันหรือเต็มวัน การกำหนดเวลาเผื่อพัก เข้าห้องน้ำ และรวมกลุ่มจะช่วยให้คณะไม่ต้องเร่งรีบและลดโอกาสที่สมาชิกจะพลัดหลง
 
ช่วงเช้าหลังเปิดให้บริการเหมาะกับครอบครัวและผู้ที่ต้องการชมอย่างสงบ เพราะอากาศภายนอกยังไม่ร้อนและมักมีผู้เข้าชมน้อยกว่าช่วงสาย วันธรรมดาที่ไม่มีคณะใหญ่เหมาะกับการอ่านนิทรรศการอย่างละเอียด ส่วนวันหยุดและช่วงปิดภาคเรียนอาจมีครอบครัวและคณะนักเรียนมากขึ้น การเดินทางก่อนเวลา 15.00 น. ช่วยให้มีเวลาเพียงพอ เพราะพิพิธภัณฑ์ปิดเวลา 16.30 น. และผู้เข้าชมไม่ควรเดินทางถึงใกล้เวลาปิดโดยคาดว่าจะสามารถชมทุกส่วนได้ครบ
 
สถานที่เปิดทุกวันรวมวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 08.30–16.30 น. ค่าเข้าชมเด็ก 20 บาท ผู้ใหญ่ 30 บาท ส่วนพระภิกษุ สามเณร และผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปเข้าชมฟรี อัตรานี้เป็นอัตราที่ศูนย์ฯ ประกาศใช้กับพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำจืดและหอเฉลิมพระเกียรติ กิจกรรมพิเศษ ค่าย อาหาร ที่พักค่าย หรือบริการเฉพาะกลุ่มอาจมีเงื่อนไขแยกต่างหาก คณะขนาดใหญ่ควรติดต่อเพื่อสอบถามวิธีจอง จำนวนผู้เข้าชมที่รองรับ และกำหนดการในวันที่ต้องการเดินทาง
 
สิ่งอำนวยความสะดวกหลักประกอบด้วยพื้นที่จอดรถ ห้องน้ำ จุดจำหน่ายบัตร พื้นที่พักคอย ห้องโสตทัศนศึกษา พื้นที่จัดแสดงในร่ม ร้านหรือจุดจำหน่ายของที่ระลึก และบริเวณสำหรับกิจกรรมการเรียนรู้ พื้นที่ส่วนใหญ่ภายในอาคารเหมาะกับการเดินชมในสภาพอากาศร้อนหรือฝนตก ผู้สูงอายุและผู้ใช้รถเข็นควรสอบถามเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับเส้นทางเข้าถึง จุดต่างระดับ และห้องน้ำที่เหมาะสมก่อนเริ่มชม เพื่อเลือกเส้นทางที่สะดวกที่สุด
 
ผู้เข้าชมควรปฏิบัติตามป้ายและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด ห้ามเคาะกระจกตู้ปลา ห้ามให้อาหารสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาต ห้ามนำมือหรือสิ่งของเข้าไปในพื้นที่ตู้ และไม่ควรส่งเสียงดังใกล้สัตว์น้ำ การเคาะกระจกสร้างแรงสั่นสะเทือนและความเครียดแก่ปลา แม้ปลาจะไม่แสดงอาการชัดเจนทันที การรักษาระยะจากกระจกและเดินชมอย่างสงบช่วยลดผลกระทบต่อสัตว์และทำให้ผู้มาเยือนทุกคนได้รับประสบการณ์ที่ดี
 
การถ่ายภาพควรปิดแฟลช เพราะแสงวาบอาจรบกวนปลาและสะท้อนกระจกจนภาพไม่ชัด การวางกล้องใกล้กระจกโดยไม่สัมผัสกระจกและลดแสงหน้าจอช่วยให้ถ่ายปลาได้ดีขึ้น บริเวณอุโมงค์ควรระวังไม่ถอยหลังชนผู้อื่นและไม่ตั้งขาตั้งกล้องกีดขวางทาง หากเดินทางพร้อมเด็ก ผู้ปกครองควรดูแลไม่ให้เด็กวิ่งในพื้นที่แสงน้อยหรือปีนขอบกั้น การถ่ายทำเชิงพาณิชย์หรือใช้เครื่องมือขนาดใหญ่ควรขออนุญาตล่วงหน้า
 
การเดินทาง จากตัวเมืองนครพนมให้ใช้ถนนนครพนม–นาแก มุ่งหน้าสู่ตำบลหนองญาติ ระยะทางจากย่านริมแม่น้ำโขงและศูนย์กลางเมืองประมาณ 8 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 15–20 นาที เมื่อเข้าสู่เขตหนองญาติให้สังเกตป้ายศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครพนมและพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำจืด สถานที่ตั้งอยู่เลขที่ 355 หมู่ 6 พิกัดประมาณ 17.37449, 104.73631 การใช้ชื่อภาษาไทยว่า “ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครพนม” หรือ “โลกของปลาแม่น้ำโขง” ในระบบนำทางช่วยลดความสับสนกับสถานที่ริมแม่น้ำโขงในตัวเมือง
 
ผู้เดินทางจากท่าอากาศยานนครพนมใช้ระยะทางประมาณ 13 กิโลเมตร และควรเผื่อเวลาประมาณ 20 นาทีตามสภาพการจราจร สามารถใช้รถเช่า รถแท็กซี่ หรือบริการรถรับส่งที่จองไว้ล่วงหน้า หากต้องการเดินทางต่อเข้าเมืองหลังชมพิพิธภัณฑ์ ควรตกลงจุดรับหรือเวลารอรถให้ชัดเจน เนื่องจากบริเวณหนองญาติไม่ได้มีรถโดยสารสาธารณะผ่านถี่เหมือนย่านศูนย์กลางเมือง ผู้เดินทางพร้อมสัมภาระควรเลือกพาหนะที่สามารถรอรับหรือเรียกใช้งานได้สะดวก
 
ผู้ไม่มีรถส่วนตัวสามารถใช้รถรับจ้างหรือบริการเรียกรถจากตัวเมือง แต่ควรตรวจสอบพื้นที่ให้บริการและราคาก่อนออกเดินทาง การเดินจากตัวเมืองไม่เหมาะเนื่องจากระยะทางไกลและบางช่วงของถนนไม่ได้ออกแบบสำหรับนักท่องเที่ยวเดินเท้า การเช่ารถยนต์หรือรถจักรยานยนต์เหมาะกับผู้ที่ต้องการเที่ยวสถานที่อื่นต่อ แต่ต้องมีใบอนุญาตขับขี่ สวมหมวกนิรภัย และปฏิบัติตามกฎหมายจราจร โดยเฉพาะช่วงฝนตกที่ผิวถนนอาจลื่นและทัศนวิสัยลดลง
 
ฤดูฝนเป็นช่วงที่พิพิธภัณฑ์เหมาะสำหรับใช้เป็นโปรแกรมสำรอง เพราะพื้นที่จัดแสดงหลักอยู่ภายในอาคาร อย่างไรก็ตาม ผู้เดินทางควรตรวจสอบสภาพถนนและพายุฝนก่อนออกจากที่พัก ฤดูหนาวมีอากาศสบาย เหมาะกับการเที่ยวต่อยังริมแม่น้ำโขง ส่วนฤดูร้อนควรเดินทางช่วงเช้า เตรียมน้ำดื่ม และหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน แม้ภายในอาคารจะช่วยหลบอากาศร้อน แต่การเดินระหว่างอาคารและฐานกลางแจ้งยังต้องเผชิญแสงแดด
 
โปรแกรมครึ่งวันสามารถเริ่มจากพิพิธภัณฑ์ในเวลา 08.30 น. ใช้เวลาชมโลกของปลาแม่น้ำโขง หอเฉลิมพระเกียรติ และนิทรรศการวิทยาศาสตร์ประมาณ 2–3 ชั่วโมง จากนั้นเดินทางไปรับประทานอาหารในชุมชนหนองญาติหรือเข้าเมืองนครพนม ช่วงบ่ายสามารถไปอนุสรณ์สถานประธานโฮจิมินห์ บ้านนาจอก ซึ่งอยู่ห่างประมาณ 5 กิโลเมตร โปรแกรมนี้เหมาะกับครอบครัวและกลุ่มนักเรียน เพราะระยะทางระหว่างจุดไม่ไกลและเนื้อหาครอบคลุมทั้งธรรมชาติ วิทยาศาสตร์ และประวัติศาสตร์
 
โปรแกรมเต็มวันสามารถเริ่มที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำจืด จากนั้นเข้าสู่ตัวเมืองเพื่อชมพิพิธภัณฑ์จวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมหลังเก่า รองอาสนวิหารนักบุญอันนา หนองแสง และลานพญาศรีสัตตนาคราช แล้วปิดท้ายด้วยการเดินเล่นริมแม่น้ำโขง เส้นทางนี้ช่วยให้เห็นนครพนมในหลายมิติ ตั้งแต่ระบบนิเวศปลา ประวัติศาสตร์การเมือง ความหลากหลายทางศาสนา ไปจนถึงความเชื่อเรื่องพญานาค หากต้องการไปสะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 3 ควรเพิ่มเวลาเดินทางและตรวจข้อกำหนดพื้นที่ชายแดน
 
ร้านอาหารใกล้พิพิธภัณฑ์ส่วนใหญ่กระจายอยู่ในชุมชนหนองญาติและตามถนนหมายเลข 2033 มีทั้งก๋วยเตี๋ยว อาหารตามสั่ง ผัดไทย คาเฟ่ และร้านอาหารท้องถิ่น ผู้เดินทางพร้อมเด็กสามารถรับประทานอาหารก่อนเข้าชมหรือหลังออกจากพิพิธภัณฑ์ แต่ควรตรวจเวลาเปิดของร้านในวันเดินทาง เนื่องจากร้านขนาดเล็กอาจหยุดไม่ตรงกัน การซื้ออาหารเข้าไปรับประทานภายในพื้นที่จัดแสดงสัตว์น้ำควรหลีกเลี่ยง และต้องใช้เฉพาะบริเวณพักหรือจุดที่ศูนย์ฯ อนุญาต
 
ที่พักใกล้เคียงส่วนใหญ่อยู่ในตัวเมืองนครพนม ห่างจากพิพิธภัณฑ์ประมาณ 7–10 กิโลเมตร ผู้พักในเมืองสามารถเดินทางมายังหนองญาติในตอนเช้าและกลับไปเที่ยวริมแม่น้ำโขงในช่วงเย็นได้สะดวก โรงแรมมีตั้งแต่ที่พักราคาประหยัด โรงแรมขนาดกลาง ไปจนถึงที่พักริมแม่น้ำ ผู้เดินทางช่วงงานประเพณีไหลเรือไฟ วันหยุดยาว หรือเทศกาลสำคัญควรจองล่วงหน้า เพราะห้องพักในเมืองอาจเต็มอย่างรวดเร็ว
 
การเยี่ยมชมอย่างรับผิดชอบเริ่มจากการไม่รบกวนสัตว์ ไม่ทิ้งขยะ และไม่ซื้อขายสัตว์น้ำหายากจากแหล่งที่ไม่ถูกกฎหมาย ผู้ที่เลี้ยงปลาไม่ควรนำปลาต่างถิ่นหรือปลาที่ไม่ต้องการไปปล่อยในแม่น้ำ หนอง หรืออ่างเก็บน้ำ เพราะสัตว์เหล่านั้นอาจแข่งขันกับปลาพื้นถิ่น แพร่โรค หรือเปลี่ยนแปลงสมดุลของระบบนิเวศ การปล่อยสัตว์เพื่อทำบุญควรศึกษาชนิดพันธุ์และใช้พื้นที่ซึ่งหน่วยงานอนุญาต ไม่ควรตัดสินใจจากความตั้งใจที่ดีเพียงอย่างเดียวโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบ
 
สถานที่จัดแสดงโลกของปลาแม่น้ำโขงมีคุณค่าในฐานะพื้นที่ซึ่งนำเรื่องราวที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวน้ำมาสู่สายตาของสาธารณชน ปลาแต่ละชนิดเป็นหลักฐานของวิวัฒนาการ การปรับตัว และความเชื่อมโยงระหว่างแม่น้ำกับผู้คน การเห็นปลาขนาดใหญ่ในอุโมงค์ การสังเกตปลาหน้าตาแปลกในตู้เฉพาะ และการอ่านเรื่องปลาหายากทำให้คำว่า “ความหลากหลายทางชีวภาพ” ไม่ใช่เพียงศัพท์ในตำรา แต่กลายเป็นสิ่งมีชีวิตจริงที่ต้องการแหล่งอาศัยที่ปลอดภัย
 
การรักษาพิพิธภัณฑ์ให้มีคุณภาพต้องอาศัยทั้งการดูแลสัตว์ ระบบกรองน้ำ อาคาร บุคลากร และการสนับสนุนจากผู้เข้าชม ค่าบัตรที่ไม่สูงช่วยให้ครอบครัวและนักเรียนเข้าถึงได้ง่าย ขณะเดียวกันผู้มาเยือนควรใช้สถานที่อย่างระมัดระวัง ปฏิบัติตามกฎ และแจ้งเจ้าหน้าที่หากพบอุปกรณ์เสียหาย น้ำรั่ว หรือพฤติกรรมที่อาจเป็นอันตรายต่อสัตว์ การมีส่วนร่วมในลักษณะนี้ช่วยให้แหล่งเรียนรู้ดำเนินงานได้ต่อเนื่องและปลอดภัย
 
สำหรับผู้ที่มาเยือนนครพนมเป็นครั้งแรก พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำจืดหนองญาติช่วยเปิดมุมมองต่อจังหวัดที่แตกต่างจากภาพริมโขงและพระธาตุ นครพนมไม่ได้มีเพียงทิวทัศน์สวยงาม แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของระบบลุ่มน้ำขนาดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงผู้คนหลายประเทศ การเริ่มต้นการเดินทางด้วยการเรียนรู้โลกของปลา ทำให้การมองแม่น้ำโขงในช่วงเย็นมีความหมายมากขึ้น เพราะผู้มาเยือนจะรู้ว่าภายใต้ผิวน้ำมีชีวิต การอพยพ การหาอาหาร และวงจรธรรมชาติที่ดำเนินอยู่ตลอดเวลา
 
สถานที่จัดแสดงโลกของปลาแม่น้ำโขงจึงเป็นทั้งพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ห้องเรียนวิทยาศาสตร์ พื้นที่ท่องเที่ยวสำหรับครอบครัว และศูนย์กลางการสร้างความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อม จุดเด่นไม่ได้อยู่ที่อุโมงค์ปลาเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การรวมความรู้เรื่องแม่น้ำ สัตว์น้ำ ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น พระราชกรณียกิจ พลังงาน ภูมิอากาศ และการเรียนรู้ตลอดชีวิตไว้ในพื้นที่หนองญาติ การมาเยือนด้วยเวลาเพียงพอและความตั้งใจสังเกตจะช่วยให้ได้รับทั้งความเพลิดเพลิน ความรู้ และความเข้าใจต่อคุณค่าของลุ่มน้ำโขงอย่างครบถ้วน
 
ชื่อสถานที่สถานที่จัดแสดงโลกของปลาแม่น้ำโขง หรือพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำจืดหนองญาติ
ชื่อภาษาอังกฤษMekong Underwater World / Nong Yat Freshwater Aquarium
ประเภทสถานที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำจืด แหล่งเรียนรู้วิทยาศาสตร์ แหล่งท่องเที่ยวสำหรับครอบครัว และศูนย์การเรียนรู้ระบบนิเวศลุ่มน้ำโขง
ที่ตั้งศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครพนม เลขที่ 355 หมู่ 6 ตำบลหนองญาติ อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม 48000
พิกัด17.37449, 104.73631
พื้นที่โดยรอบตั้งอยู่ติดอ่างเก็บน้ำหนองญาติ ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 2,500 ไร่ ขณะที่ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครพนมมีพื้นที่ประมาณ 58 ไร่
วันเปิดทำการทุกวัน รวมวันหยุดนักขัตฤกษ์
เวลาเปิดทำการ08.30 – 16.30 น.
ค่าเข้าชมเด็ก 20 บาท ผู้ใหญ่ 30 บาท
ผู้ได้รับยกเว้นค่าเข้าชมพระภิกษุ สามเณร และผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป
ไฮไลต์อุโมงค์ปลาใต้น้ำ ตู้ปลาแม่น้ำโขงหลายรูปแบบ ปลาหายากและใกล้สูญพันธุ์ ห้องโสตทัศนศึกษา 50 ที่นั่ง ภาพสามมิติ และนิทรรศการวิทยาศาสตร์
ประวัติสำคัญเกิดจากแนวคิดจัดตั้งแหล่งรวบรวมปลาแม่น้ำโขงบริเวณอ่างเก็บน้ำหนองญาติ ได้รับการพัฒนาจากความร่วมมือของหน่วยงานท้องถิ่นและจังหวัด ส่งมอบเป็นแหล่งเรียนรู้เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2556 และศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครพนมจัดตั้งเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2556
ข้อมูลสัตว์น้ำฐานข้อมูลของศูนย์ฯ รวบรวมข้อมูลปลาทั่วไป ปลาหายาก และปลาใกล้สูญพันธุ์ 47 สายพันธุ์ เช่น ปลาบึก ปลาเทพา ปลาเทโพ ปลากระโห้ ปลาเสือตอลายใหญ่ ปลาหว้าหน้านอ ปลาตูหนา และกระเบนราหูน้ำจืด
โซนหลักภายใน1. จุดต้อนรับและจำหน่ายบัตร
2. นิทรรศการระบบนิเวศลุ่มน้ำโขง
3. ตู้ปลาน้ำจืดขนาดและรูปทรงต่าง ๆ
4. อุโมงค์ปลาใต้น้ำ
5. นิทรรศการปลาหายากและใกล้สูญพันธุ์
6. ห้องโสตทัศนศึกษาขนาด 50 ที่นั่ง
7. พื้นที่ภาพสามมิติ
8. จุดจำหน่ายของที่ระลึก
โซนเรียนรู้ภายในศูนย์ฯหอเฉลิมพระเกียรติพระราชวงศ์จักรี นิทรรศการวิทยาศาสตร์พื้นฐาน นิทรรศการพลังงานทดแทน สะเต็มศึกษา กิจกรรมดาราศาสตร์และท้องฟ้าจำลองแบบเคลื่อนที่ รวมถึงฐานเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อม
ฐานเรียนรู้กลางแจ้งฐานเศรษฐกิจพอเพียง เกษตรในพื้นที่จำกัด การทำฝนหลวง พลังงาน สภาพอากาศ ภาวะโลกร้อน และกิจกรรมวิทยาศาสตร์เชิงปฏิบัติ
สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นที่จอดรถ ห้องน้ำ จุดจำหน่ายบัตร พื้นที่พักคอย ห้องโสตทัศนศึกษา อาคารจัดแสดงในร่ม พื้นที่กิจกรรม และจุดจำหน่ายของที่ระลึก
ระยะเวลาแนะนำ45–90 นาทีสำหรับพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ หรือ 2–3 ชั่วโมงหากชมพื้นที่เรียนรู้อื่นภายในศูนย์ฯ ด้วย
การเดินทางจากตัวเมืองนครพนมใช้ถนนนครพนม–นาแกมุ่งหน้าตำบลหนองญาติ ระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 15–20 นาที รถยนต์ส่วนตัว รถเช่า และรถรับจ้างเป็นวิธีที่สะดวกที่สุด
ข้อปฏิบัติห้ามเคาะกระจก ห้ามให้อาหารปลาโดยไม่ได้รับอนุญาต ปิดแฟลชขณะถ่ายภาพ ไม่วิ่งภายในอาคาร และไม่กีดขวางทางเดินบริเวณอุโมงค์ปลา
ข้อมูลส่วนที่ 2: ผู้ดูแลและข้อมูลสำหรับวางแผนการเดินทาง
หน่วยงานผู้ดูแลศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครพนม กรมส่งเสริมการเรียนรู้ กระทรวงศึกษาธิการ
ผู้อำนวยการนายพรศักดิ์ ธรรมวานิช ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครพนม
ผู้ประสานงานกิจกรรมนายไกรสร ไทยแสนทา หัวหน้าส่วนส่งเสริมและบริการ โทร. 089-284-8027
เบอร์ติดต่อพิพิธภัณฑ์042-530-747
เบอร์ติดต่อสำนักงาน042-530-780
เว็บไซต์และเพจทางการเว็บไซต์ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครพนม และเพจพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำจืดโลกของปลาแม่น้ำโขง
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. อนุสรณ์สถานประธานโฮจิมินห์ บ้านนาจอก – ประมาณ 5 กิโลเมตร โทร. 081-708-8304
2. ลานพญาศรีสัตตนาคราช – ประมาณ 9 กิโลเมตร โทร. 042-511-287
3. พิพิธภัณฑ์จวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมหลังเก่า – ประมาณ 9 กิโลเมตร โทร. 085-853-8503
4. รองอาสนวิหารนักบุญอันนา หนองแสง – ประมาณ 10 กิโลเมตร โทร. 063-712-2258
5. สะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 3 นครพนม–คำม่วน – ประมาณ 18 กิโลเมตร โทร. 042-511-574
ร้านอาหารใกล้เคียง1. ซู้ดเส้นหนองญาติ ก๋วยเตี๋ยวและอาหารตามสั่ง – ประมาณ 2 กิโลเมตร โทร. 089-448-1795
2. ผัดไทยนัวส์ หนองญาติ – ประมาณ 3 กิโลเมตร โทร. 095-670-3046
3. The Ga8den Cafe – ประมาณ 4 กิโลเมตร โทร. 095-235-4553
4. กาแฟข้างสยาม – ประมาณ 4 กิโลเมตร โทร. 097-056-8003
5. DC De Cafe – ประมาณ 5 กิโลเมตร โทร. 094-663-9246
ที่พักใกล้เคียง1. U Home Hotel – ประมาณ 7 กิโลเมตร โทร. 042-514-789
2. The Square Hotel Nakhon Phanom – ประมาณ 8 กิโลเมตร โทร. 081-261-1011
3. The Nest Hotel Nakhon Phanom – ประมาณ 8 กิโลเมตร โทร. 042-543-333, 092-858-5558
4. The River Hotel Nakhon Phanom – ประมาณ 9 กิโลเมตร โทร. 042-522-999, 083-669-2999
5. Mekong Heritage Hotel Nakhon Phanom – ประมาณ 9 กิโลเมตร โทร. 042-511-189
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: สถานที่จัดแสดงโลกของปลาแม่น้ำโขงอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ตั้งอยู่ภายในศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครพนม เลขที่ 355 หมู่ 6 ตำบลหนองญาติ อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม ใกล้อ่างเก็บน้ำหนองญาติ และอยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 8 กิโลเมตร
 
ถาม: พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำจืดหนองญาติเปิดวันใดและเวลาใด?
ตอบ: เปิดทุกวันรวมวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 08.30–16.30 น. ควรเดินทางถึงก่อนเวลา 15.00 น. เพื่อให้มีเวลาชมนิทรรศการอย่างเพียงพอ
 
ถาม: ค่าเข้าชมโลกของปลาแม่น้ำโขงราคาเท่าไร?
ตอบ: เด็ก 20 บาท ผู้ใหญ่ 30 บาท ส่วนพระภิกษุ สามเณร และผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปเข้าชมฟรี กิจกรรมค่ายหรือบริการเฉพาะกลุ่มอาจมีค่าใช้จ่ายแยกต่างหาก
 
ถาม: จุดเด่นภายในพิพิธภัณฑ์มีอะไรบ้าง?
ตอบ: จุดเด่นคืออุโมงค์ปลาใต้น้ำ ตู้ปลาแม่น้ำโขงหลายรูปแบบ นิทรรศการปลาหายากและใกล้สูญพันธุ์ ห้องโสตทัศนศึกษาขนาด 50 ที่นั่ง ภาพสามมิติ และสื่อให้ความรู้เรื่องระบบนิเวศน้ำจืด
 
ถาม: ควรใช้เวลาเที่ยวพิพิธภัณฑ์นานเท่าไร?
ตอบ: หากชมเฉพาะพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำควรเผื่อเวลาประมาณ 45–90 นาที แต่หากต้องการชมหอเฉลิมพระเกียรติ นิทรรศการวิทยาศาสตร์ และฐานเรียนรู้อื่น ควรเผื่อเวลา 2–3 ชั่วโมง
 
ถาม: เด็กเล็กและผู้สูงอายุสามารถเข้าชมได้หรือไม่?
ตอบ: สามารถเข้าชมได้ พื้นที่จัดแสดงหลักอยู่ภายในอาคารและเหมาะกับครอบครัว ผู้สูงอายุหรือผู้ใช้รถเข็นควรสอบถามเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับเส้นทางเข้าถึงและจุดต่างระดับก่อนเริ่มชม
 
ถาม: สามารถนำคณะนักเรียนหรือจัดกิจกรรมที่ศูนย์ฯ ได้หรือไม่?
ตอบ: สามารถนำคณะเข้าชมและประสานกิจกรรมการเรียนรู้ได้ โดยควรติดต่อล่วงหน้าที่พิพิธภัณฑ์ โทร. 042-530-747 หรือฝ่ายส่งเสริมและบริการ โทร. 089-284-8027 เพื่อสอบถามรอบ จำนวนผู้เข้าร่วม และรายละเอียดการจอง
 
ถาม: เดินทางจากตัวเมืองนครพนมอย่างไร?
ตอบ: ใช้ถนนนครพนม–นาแกมุ่งหน้าตำบลหนองญาติ ระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 15–20 นาที รถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างเป็นวิธีที่สะดวกที่สุด

บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตรหมวดหมู่: ●บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร

สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำกลุ่ม: ●สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ

ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว


คลิกเพื่อเข้าแผนที่นำทาง GPS

แผนที่สถานที่จัดแสดงโลกของปลาแม่น้ำโขง

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(3)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(2)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(3)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(3)
ห้องสมุด ห้องสมุด(1)
วัด วัด(23)
โบสถ์ โบสถ์(1)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(11)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(5)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(1)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(5)
น้ำตก น้ำตก(2)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(3)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(3)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(2)
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(2)
ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(1)