หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดมุกดาหาร >อ.ดอนตาล >ต.ดอนตาล > อุทยานสมเด็จย่า (ฐานวรพัฒน์)
TL;DR: อุทยานสมเด็จย่า (ฐานวรพัฒน์) อยู่ที่บ้านนาม่วง หมู่ 6 ตำบลดอนตาล อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร เปิดทุกวัน เวลา 08.00–17.00 น. การเดินทางสะดวก จากตัวเมืองมุกดาหารเดินทางสู่อำเภอดอนตาล จากที่ว่าการอำเภอใช้ถนนดอนตาล–เลิงนกทาไปทางบ้านนาม่วงประมาณ 5 กม.

มุกดาหาร

อุทยานสมเด็จย่า (ฐานวรพัฒน์)

อุทยานสมเด็จย่า (ฐานวรพัฒน์)

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00–17.00 น. การเข้าชมอาคารภายในและการใช้ห้องอบรมสัมมนาควรประสานผู้ดูแลล่วงหน้า
 
อุทยานสมเด็จย่า (ฐานวรพัฒน์) จังหวัดมุกดาหาร เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และสถานที่พักผ่อนที่มีความหมายมากกว่าสวนสาธารณะทั่วไป เพราะพื้นที่แห่งนี้เคยเป็นที่ตั้งของฐานปฏิบัติการทางทหารในช่วงที่พื้นที่ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือเผชิญความไม่สงบ ก่อนจะได้รับเกียรติสูงสุดเมื่อสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือสมเด็จย่า เสด็จพระราชดำเนินมาประทับแรมเพื่อทรงเยี่ยมเจ้าหน้าที่ ทหาร และประชาชนในพื้นที่ ปัจจุบันพื้นที่ฐานเดิมได้รับการพัฒนาเป็นอุทยานร่มรื่น มีพลับพลาที่ประทับ อาคารประวัติศาสตร์ ศาลาประดิษฐานพระรูปสมเด็จย่า หลุมหลบภัยทางทหาร สวนไม้ และพื้นที่สำหรับการอบรมสัมมนา ทำให้อุทยานแห่งนี้เป็นทั้งอนุสรณ์แห่งพระมหากรุณาธิคุณ แหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และจุดพักผ่อนสำคัญของอำเภอดอนตาล
 
อุทยานตั้งอยู่บริเวณบ้านนาม่วง หมู่ 6 ตำบลดอนตาล อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร ห่างจากที่ว่าการอำเภอดอนตาลประมาณ 5 กม. บนเส้นทางดอนตาล–เลิงนกทา สภาพแวดล้อมรอบพื้นที่ยังคงบรรยากาศสงบของชุมชนชนบท มีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา สนามหญ้า และอาคารซึ่งกระจายตัวอยู่ภายในอุทยาน การเดินทางเข้าถึงได้สะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวชมสถานที่สำคัญโดยไม่ต้องเดินระยะไกลหรือขึ้นภูเขา อย่างไรก็ตาม จุดเด่นของสถานที่ไม่ได้อยู่ที่กิจกรรมหวือหวา แต่อยู่ที่เรื่องราวของพื้นที่ ความผูกพันกับสมเด็จย่า และร่องรอยของฐานทหารซึ่งช่วยถ่ายทอดบรรยากาศของยุคหนึ่งในประวัติศาสตร์ชายแดนมุกดาหาร
 
พื้นที่แห่งนี้เดิมมีชื่อว่า ฐานปฏิบัติการวรพัฒน์ หรือฐานวรพัฒน์ เป็นที่ตั้งของหน่วยทหารซึ่งปฏิบัติหน้าที่ด้านความมั่นคงในพื้นที่อำเภอดอนตาลและบริเวณใกล้เคียง ช่วงกลางทศวรรษ 2510 พื้นที่หลายส่วนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีสภาพภูมิประเทศเป็นป่าและเส้นทางคมนาคมยังไม่สะดวก หน่วยทหารจึงต้องตั้งฐานปฏิบัติการใกล้ชุมชนเพื่อดูแลความปลอดภัย ประสานงานกับประชาชน และสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่ ฐานแห่งนี้ไม่ได้ทำหน้าที่ทางทหารเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นจุดเชื่อมระหว่างเจ้าหน้าที่ของรัฐกับชาวบ้านซึ่งอาศัยอยู่ตามแนวชายแดนและพื้นที่ชนบทของจังหวัดมุกดาหาร
 
รากฐานของพื้นที่เริ่มชัดเจนขึ้นเมื่อมีการจัดตั้งชุดควบคุมทางยุทธวิธีที่ 06 ภายใต้การปฏิบัติงานของกองทัพภาคที่ 2 ส่วนหน้าในช่วงปลายปี 2518 โดยใช้พื้นที่บ้านนาม่วงเป็นฐานปฏิบัติการ หน่วยทหารต้องทำงานท่ามกลางข้อจำกัดทั้งด้านเส้นทาง การสื่อสาร และสภาพภูมิประเทศ การตั้งฐานใกล้ชุมชนช่วยให้สามารถดูแลพื้นที่ได้รวดเร็วขึ้น พร้อมทั้งสร้างความสัมพันธ์กับประชาชนที่ต้องพึ่งพาความช่วยเหลือด้านการแพทย์ การคมนาคม และการพัฒนาคุณภาพชีวิตจากหน่วยงานของรัฐในยุคนั้น
 
ชื่อ “วรพัฒน์” มีที่มาจากการรำลึกถึงร้อยโทวรพัฒน์ อำพลพงษ์ นายทหารซึ่งเสียชีวิตระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ในเดือนกันยายน 2519 การนำชื่อของผู้เสียสละมาตั้งเป็นชื่อฐานสะท้อนวัฒนธรรมของหน่วยทหารที่ให้ความสำคัญกับความกล้าหาญ หน้าที่ และความเสียสละเพื่อส่วนรวม ชื่อฐานวรพัฒน์จึงไม่ได้เป็นเพียงชื่อสถานที่ แต่เป็นอนุสรณ์ของผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ซึ่งต้องเผชิญความยากลำบากและความเสี่ยงในช่วงเวลาที่สถานการณ์ชายแดนยังไม่สงบ
 
เหตุการณ์สำคัญที่สุดของฐานวรพัฒน์เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 5–7 มิถุนายน 2520 เมื่อสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเสด็จพระราชดำเนินมายังพื้นที่ พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เพื่อทรงเยี่ยมเจ้าหน้าที่ ทหาร ตำรวจ และประชาชนที่ปฏิบัติงานหรืออาศัยอยู่ในบริเวณชายแดน สมเด็จย่าทรงประทับแรมภายในฐานเป็นเวลา 3 วัน 2 คืน นับเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความปลาบปลื้มแก่เจ้าหน้าที่และประชาชนในพื้นที่อย่างยิ่ง
 
การเสด็จพระราชดำเนินของสมเด็จย่าในครั้งนั้นมีความสำคัญอย่างมาก เพราะพื้นที่บ้านนาม่วงอยู่ห่างจากศูนย์กลางเมือง การเดินทางและการสื่อสารยังไม่สะดวกเหมือนปัจจุบัน พระองค์มิได้เพียงเสด็จมาทอดพระเนตรการปฏิบัติงาน แต่ยังทรงแสดงความห่วงใยต่อชีวิตความเป็นอยู่ สุขภาพ และกำลังใจของผู้ปฏิบัติหน้าที่กับประชาชนในพื้นที่ห่างไกล การที่พระองค์ทรงเลือกประทับแรมในฐานทหารจึงแสดงให้เห็นถึงพระราชจริยวัตรอันเรียบง่าย ความใกล้ชิดกับประชาชน และพระราชปณิธานในการเสด็จไปยังพื้นที่ซึ่งคนทั่วไปเข้าถึงได้ยาก
 
ฐานวรพัฒน์ได้รับการกล่าวถึงว่าเป็นฐานปฏิบัติการทางทหารแห่งสำคัญในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่สมเด็จย่าเคยเสด็จพระราชดำเนินมาประทับแรม อาคารและพื้นที่บางส่วนจึงได้รับการอนุรักษ์ในฐานะหลักฐานของเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ พลับพลาที่ประทับและอาคารเกี่ยวข้องไม่ได้มีคุณค่าเพียงด้านสถาปัตยกรรม แต่มีคุณค่าในฐานะสถานที่ซึ่งเชื่อมโยงพระราชกรณียกิจของสมเด็จย่ากับประชาชนในจังหวัดมุกดาหารโดยตรง
 
สมเด็จย่าเป็นที่เคารพรักของประชาชนไทยจากพระราชกรณียกิจด้านการแพทย์ การสาธารณสุข การศึกษา และการช่วยเหลือประชาชนในถิ่นทุรกันดาร พระองค์เสด็จไปยังพื้นที่ห่างไกลหลายแห่งเพื่อเยี่ยมผู้ปฏิบัติงานและราษฎร โดยให้ความสำคัญกับผู้ที่ขาดโอกาสเข้าถึงการรักษาพยาบาล การเสด็จมายังฐานวรพัฒน์จึงสอดคล้องกับพระราชปณิธานในการดูแลผู้คนในพื้นที่ชายแดนและสร้างขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติงานห่างไกลครอบครัว
 
หลังจากใช้เป็นฐานทหารต่อเนื่องจนถึงประมาณปี 2526 ภารกิจด้านความมั่นคงของพื้นที่ได้เปลี่ยนแปลงไป ฐานปฏิบัติการเดิมจึงค่อย ๆ เปลี่ยนบทบาทจากสถานที่ทางทหารสู่พื้นที่อนุรักษ์ความทรงจำ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันพัฒนาภูมิทัศน์ ปรับปรุงอาคารเดิม จัดพื้นที่พักผ่อน และรักษาร่องรอยสำคัญของฐานไว้ เพื่อให้คนรุ่นหลังสามารถเรียนรู้ประวัติศาสตร์โดยไม่ทำลายลักษณะดั้งเดิมของสถานที่
 
ต่อมาพื้นที่ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ใช้ชื่อว่า อุทยานสมเด็จย่า ชื่อใหม่นี้สะท้อนความผูกพันระหว่างสถานที่กับเหตุการณ์เสด็จพระราชดำเนินมาประทับแรม ขณะเดียวกันชื่อฐานวรพัฒน์ยังคงใช้ควบคู่กันเพื่อรักษาความทรงจำเกี่ยวกับอดีตฐานทหารและผู้เสียสละ จึงพบการเรียกสถานที่ทั้งในชื่อ “อุทยานสมเด็จย่า” “อุทยานสมเด็จย่า ฐานวรพัฒน์” และ “ฐานปฏิบัติการวรพัฒน์” โดยทั้งหมดหมายถึงพื้นที่ประวัติศาสตร์เดียวกันที่บ้านนาม่วง
 
อุทยานในปัจจุบันได้รับการดูแลให้มีสภาพร่มรื่นและเหมาะกับการพักผ่อน มีแนวต้นไม้ สนามหญ้า และทางเดินเชื่อมอาคารสำคัญ ผู้มาเยือนสามารถเดินชมสถานที่อย่างช้า ๆ ใช้เวลาทบทวนเรื่องราวในอดีต และสัมผัสบรรยากาศสงบซึ่งแตกต่างจากสถานที่ท่องเที่ยวที่เน้นความบันเทิง พื้นที่บางส่วนยังคงให้ความรู้สึกของฐานปฏิบัติการเดิม ขณะที่สวนและภูมิทัศน์ช่วยลดความแข็งกระด้างของอาคารทหาร ทำให้สถานที่เหมาะกับทั้งการเรียนรู้และการพักผ่อน
 
จุดสำคัญแห่งแรกคือศาลาแปดเหลี่ยมซึ่งประดิษฐานพระรูปสมเด็จย่า ศาลาแห่งนี้เป็นศูนย์รวมความเคารพของผู้มาเยือนและหน่วยงานในจังหวัด โดยใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีถวายราชสักการะและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในโอกาสสำคัญ ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ รักษาความสงบ และไม่ใช้พื้นที่ศาลาเป็นสถานที่รับประทานอาหารหรือทำกิจกรรมที่ไม่เหมาะสม
 
บริเวณศาลาแปดเหลี่ยมมีความหมายต่อประชาชนในอำเภอดอนตาลเป็นพิเศษ เพราะเป็นสถานที่จัดพิธีน้อมรำลึกเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จย่า วันที่ 21 ตุลาคมของทุกปี หน่วยงานราชการ เจ้าหน้าที่ ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนจะร่วมวางพานพุ่มหรือถวายเครื่องราชสักการะ กิจกรรมเหล่านี้ทำให้อุทยานไม่ได้เป็นเพียงสถานที่เก็บรักษาอดีต แต่ยังเป็นพื้นที่ซึ่งความทรงจำได้รับการสืบทอดผ่านพิธีกรรมสาธารณะอย่างต่อเนื่อง
 
พลับพลาที่ประทับเป็นอีกจุดที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์สูง เพราะเชื่อมโยงโดยตรงกับการประทับแรมของสมเด็จย่าในเดือนมิถุนายน 2520 ลักษณะอาคารสะท้อนความเรียบง่ายและการใช้งานจริงมากกว่าความโอ่อ่า ผู้มาเยือนจะได้เห็นว่าสถานที่ประทับในพื้นที่ชายแดนได้รับการจัดเตรียมอย่างเหมาะสมกับสภาพฐานทหาร ความเรียบง่ายของพลับพลาช่วยสะท้อนพระราชจริยวัตรของสมเด็จย่าซึ่งทรงใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่และประชาชน
 
อาคารประวัติศาสตร์ภายในพื้นที่ใช้ถ่ายทอดเรื่องราวของฐานวรพัฒน์ การปฏิบัติงานของหน่วยทหาร และเหตุการณ์เสด็จพระราชดำเนิน อาคารบางส่วนอาจเปิดตามการดูแลของเจ้าหน้าที่หรือกิจกรรมที่จัดขึ้น ผู้ที่ต้องการเข้าชมภายในอย่างละเอียด รวมถึงคณะนักเรียน นักศึกษา หรือกลุ่มศึกษาดูงาน ควรติดต่อเทศบาลตำบลดอนตาลผาสุกล่วงหน้า เพื่อให้ผู้ดูแลจัดเตรียมการเปิดอาคารและประสานวิทยากรเมื่อมีความพร้อม
 
ร่องรอยของหลุมหลบภัยหรือบังเกอร์ทหารเป็นองค์ประกอบที่ช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจสภาพการทำงานในอดีตมากขึ้น สิ่งก่อสร้างลักษณะนี้สร้างขึ้นเพื่อป้องกันกำลังพลและสนับสนุนภารกิจด้านความมั่นคง ไม่ควรปีนป่าย เข้าไปในส่วนที่ปิดกั้น หรือเคลื่อนย้ายวัสดุภายใน เพราะโครงสร้างมีอายุหลายสิบปีและได้รับการรักษาไว้ในฐานะหลักฐานประวัติศาสตร์ ผู้ปกครองควรดูแลเด็กอย่างใกล้ชิดเมื่อเข้าชมบริเวณดังกล่าว
 
ความแตกต่างระหว่างการชมอาคารจำลองกับการเดินอยู่ในสถานที่จริงทำให้อุทยานสมเด็จย่ามีคุณค่าเป็นพิเศษ ผู้มาเยือนได้เห็นระยะห่างระหว่างอาคาร ลักษณะพื้นที่ตั้งฐาน เส้นทางภายใน และความสัมพันธ์ระหว่างจุดปฏิบัติการกับชุมชนโดยรอบ รายละเอียดเหล่านี้ช่วยให้ประวัติศาสตร์มีมิติและเข้าใจง่ายกว่าการอ่านข้อมูลจากเอกสารเพียงอย่างเดียว
 
สวนไม้และพื้นที่สีเขียวเป็นส่วนที่ทำให้อุทยานเหมาะกับการพักผ่อน ต้นไม้หลายชนิดให้ร่มเงาตลอดแนวทางเดิน ช่วยลดความร้อนในช่วงกลางวันและสร้างบรรยากาศสงบ การพัฒนาพื้นที่จากฐานทหารสู่สวนประวัติศาสตร์แสดงให้เห็นการเปลี่ยนพื้นที่ซึ่งเคยเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งให้เป็นสถานที่แห่งความทรงจำ การเรียนรู้ และสันติสุข
 
อุโมงค์ต้นไม้ภายในอุทยานเป็นอีกมุมหนึ่งที่ช่วยเพิ่มความร่มรื่น แนวกิ่งไม้และเรือนยอดซึ่งทอดคลุมเส้นทางให้บรรยากาศเหมาะกับการเดินเล่นและถ่ายภาพ โดยเฉพาะช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ ๆ เมื่อแสงอาทิตย์ลอดผ่านใบไม้ ผู้มาเยือนควรเดินตามเส้นทาง ไม่เหยียบแปลงต้นไม้ ไม่หักกิ่ง และช่วยรักษาความสะอาดเพื่อคงสภาพพื้นที่สีเขียวให้เป็นประโยชน์ต่อชุมชน
 
อุทยานยังมีห้องรับรองหรือพื้นที่สำหรับการอบรมสัมมนา ซึ่งสอดคล้องกับบทบาทของสถานที่ในฐานะแหล่งเรียนรู้ หน่วยงานราชการ โรงเรียน กลุ่มชุมชน และองค์กรต่าง ๆ สามารถประสานขอใช้พื้นที่สำหรับกิจกรรมที่เหมาะสม เช่น การประชุม การอบรม การศึกษาประวัติศาสตร์ การจัดกิจกรรมเยาวชน หรือการน้อมรำลึกถึงพระราชกรณียกิจ การใช้ห้องและอาคารต้องติดต่อผู้ดูแลล่วงหน้า ไม่ควรเดินทางไปโดยคาดว่าจะสามารถใช้ห้องได้ทันที
 
การจัดกิจกรรมอบรมภายในอุทยานมีข้อได้เปรียบจากสภาพแวดล้อมที่สงบและมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ผู้เข้าร่วมสามารถสลับระหว่างกิจกรรมในห้องกับการเดินศึกษาพื้นที่จริง ทำให้การเรียนรู้ไม่น่าเบื่อและช่วยเชื่อมเนื้อหากับสถานที่ การจัดงานควรคำนึงถึงความเหมาะสมของเสียง จำนวนผู้เข้าร่วม การจัดการขยะ และการไม่รบกวนผู้มาเยือนทั่วไปหรือพิธีสำคัญของจังหวัด
 
พื้นที่อุทยานยังใช้สนับสนุนกิจกรรมด้านสาธารณสุขและการบริการประชาชน โดยเฉพาะกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จย่าด้านการแพทย์ หน่วยแพทย์เคลื่อนที่และหน่วยงานสาธารณสุขเคยเข้ามาให้บริการประชาชนในโอกาสสำคัญ การนำบริการสุขภาพมาไว้ในพื้นที่ซึ่งเชื่อมโยงกับพระราชกรณียกิจของพระองค์ช่วยให้ความหมายทางประวัติศาสตร์ถูกถ่ายทอดผ่านการช่วยเหลือประชาชนในปัจจุบัน
 
อุทยานสมเด็จย่าจึงมีบทบาทหลายด้านพร้อมกัน ทั้งเป็นอนุสรณ์สถาน สวนพักผ่อน แหล่งเรียนรู้ ศูนย์กิจกรรมของชุมชน และสถานที่ประกอบพิธีสำคัญ การรักษาสมดุลระหว่างบทบาทเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยการดูแลของหน่วยงานท้องถิ่นและความร่วมมือของผู้มาเยือน การใช้พื้นที่อย่างเหมาะสมจะช่วยให้อาคารประวัติศาสตร์ได้รับการอนุรักษ์ ขณะที่ชุมชนยังสามารถใช้ประโยชน์จากสวนและห้องกิจกรรมได้อย่างต่อเนื่อง
 
ผู้ดูแลหลักของพื้นที่คือเทศบาลตำบลดอนตาลผาสุก โดยทำงานร่วมกับอำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร หน่วยงานราชการ ผู้นำชุมชน และองค์กรที่เกี่ยวข้อง การดูแลครอบคลุมภูมิทัศน์ ความสะอาด อาคารประวัติศาสตร์ การจัดพิธี การอำนวยความสะดวกแก่คณะศึกษาดูงาน และการประสานใช้ห้องอบรม ผู้มาเยือนที่ต้องการข้อมูลเฉพาะเกี่ยวกับการเปิดอาคาร การจัดพิธี หรือการใช้สถานที่เป็นหมู่คณะควรติดต่อสำนักงานเทศบาลก่อนเดินทาง
 
การเข้าชมพื้นที่ภายนอกไม่มีค่าเข้าชมทั่วไป นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมสวน ศาลา และจุดประวัติศาสตร์ที่เปิดให้เข้าถึงได้โดยไม่ต้องซื้อบัตร อย่างไรก็ตาม การใช้ห้องรับรอง ห้องอบรม หรือสถานที่สำหรับกิจกรรมของคณะต้องได้รับอนุญาตและประสานรายละเอียดกับผู้ดูแลล่วงหน้า หากมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการจัดสถานที่ อุปกรณ์ หรือบริการเพิ่มเติม ให้ยึดข้อมูลซึ่งเทศบาลแจ้งแก่ผู้ขอใช้พื้นที่โดยตรง
 
เวลาที่เหมาะสำหรับเที่ยวชมคือช่วง 08.00–10.00 น. และ 15.00–17.00 น. เพราะอากาศไม่ร้อนจัดและแสงเหมาะกับการถ่ายภาพ ช่วงกลางวันยังสามารถเข้าชมได้ แต่ควรเตรียมหมวก น้ำดื่ม และอุปกรณ์ป้องกันแดด โดยเฉพาะในเดือนมีนาคม–พฤษภาคม ช่วงฤดูหนาวตั้งแต่ประมาณเดือนพฤศจิกายน–กุมภาพันธ์เป็นฤดูกาลที่อากาศสบาย เหมาะกับการเดินชมอาคารและสวนเป็นเวลานาน
 
ฤดูฝนทำให้อุทยานมีสีเขียวสดและบรรยากาศร่มรื่น แต่พื้นทางเดินบางจุดอาจเปียกลื่น ใบไม้และกิ่งไม้อาจตกลงบนเส้นทาง ผู้มาเยือนควรสวมรองเท้าที่เกาะพื้นได้ดีและหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้ต้นไม้ใหญ่ในช่วงลมแรง หากมีฝนฟ้าคะนองควรหลบในอาคารซึ่งเจ้าหน้าที่อนุญาต ไม่ควรยืนกลางสนามหรือใกล้เสาไฟ
 
การเข้าชมทั่วไปใช้เวลาประมาณ 1–2 ชั่วโมง หากต้องการอ่านข้อมูล ถ่ายภาพ และเดินชมทุกจุดอย่างละเอียดควรเผื่อเวลาประมาณ 2–3 ชั่วโมง ส่วนคณะศึกษาดูงานหรือผู้ใช้ห้องอบรมอาจใช้เวลาครึ่งวันถึงเต็มวัน นักท่องเที่ยวที่มีเวลาจำกัดสามารถเริ่มจากศาลาพระรูปสมเด็จย่า ต่อด้วยพลับพลาที่ประทับ อาคารประวัติศาสตร์ บังเกอร์ และปิดท้ายด้วยการเดินชมสวนไม้
 
สถานที่เหมาะกับครอบครัว นักเรียน นักศึกษา กลุ่มประวัติศาสตร์ หน่วยงานราชการ และผู้สนใจพระราชกรณียกิจของสมเด็จย่า เด็กและเยาวชนจะได้รับประโยชน์จากการเห็นสถานที่จริงและเรียนรู้ว่าประวัติศาสตร์ท้องถิ่นสัมพันธ์กับประวัติศาสตร์ของประเทศอย่างไร ผู้ปกครองควรอธิบายให้เด็กเข้าใจว่าบังเกอร์และอาคารเก่าเป็นหลักฐานสำคัญ ไม่ใช่เครื่องเล่นสำหรับปีนป่าย
 
ผู้สูงอายุสามารถเที่ยวชมได้โดยเลือกช่วงอากาศเย็นและพักเป็นระยะ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นสวนและทางเชื่อมระหว่างอาคาร แต่บางจุดอาจมีขั้นบันไดหรือพื้นต่างระดับ ผู้ที่ใช้รถเข็นหรือมีข้อจำกัดด้านการเดินควรติดต่อผู้ดูแลเพื่อสอบถามจุดจอดรถและเส้นทางที่เหมาะสมก่อนเดินทาง การมีผู้ช่วยร่วมทางจะทำให้การเข้าชมสะดวกและปลอดภัยขึ้น
 
นักท่องเที่ยวควรแต่งกายสุภาพ เนื่องจากอุทยานมีศาลาประดิษฐานพระรูปสมเด็จย่าและใช้ประกอบพิธีราชสักการะ เสื้อผ้าควรเรียบร้อย ไม่ส่งเสียงดัง ไม่เปิดเพลงรบกวนผู้อื่น และไม่จัดท่าถ่ายภาพที่ไม่เหมาะสมบริเวณพระรูปหรือพลับพลาที่ประทับ การแสดงความเคารพต่อสถานที่ช่วยรักษาบรรยากาศอันสงบและให้เกียรติเหตุการณ์สำคัญซึ่งเกิดขึ้นในพื้นที่
 
การถ่ายภาพส่วนบุคคลในพื้นที่ภายนอกสามารถทำได้โดยไม่รบกวนกิจกรรมของผู้อื่น แต่การถ่ายภาพเชิงพาณิชย์ การใช้โดรน การตั้งอุปกรณ์ขนาดใหญ่ หรือการถ่ายทำเป็นคณะควรขออนุญาตจากเทศบาลก่อน ผู้ถ่ายภาพไม่ควรเข้าไปในเขตปิด เคลื่อนย้ายสิ่งของ หรือวางขาตั้งกล้องกีดขวางทางเดิน หากมีพิธีหรือกิจกรรมราชการต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด
 
อาหารและเครื่องดื่มควรรับประทานในบริเวณที่เหมาะสม ไม่ควรนำเข้าไปในศาลาหรืออาคารประวัติศาสตร์ ขยะทุกชิ้นต้องทิ้งในจุดที่จัดไว้หรือเก็บกลับออกไป ผู้มาเยือนไม่ควรเด็ดดอกไม้ หักกิ่งไม้ เขียนข้อความบนอาคาร หรือเก็บวัตถุจากฐานเดิมเป็นของที่ระลึก เพราะสิ่งเล็ก ๆ เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของสถานที่และควรคงอยู่ให้คนรุ่นต่อไปได้เรียนรู้
 
บริเวณสวนมีต้นไม้และพืชพรรณจำนวนมาก จึงควรระวังมด ยุง และแมลง โดยเฉพาะหลังฝนตก ผู้แพ้แมลงควรพกยาประจำตัวและสวมเสื้อผ้าที่ปกปิดร่างกายพอเหมาะ ไม่ควรจับสัตว์หรือรบกวนรังนก หากพบกิ่งไม้หัก พื้นชำรุด หรือจุดเสี่ยงควรแจ้งผู้ดูแลแทนการแก้ไขด้วยตนเอง
 
อุทยานสมเด็จย่าไม่ใช่อุทยานแห่งชาติ จึงไม่มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะไกล จุดกางเต็นท์ หรือกิจกรรมเดินป่าแบบอุทยานธรรมชาติ คำว่า “อุทยาน” ในที่นี้หมายถึงพื้นที่สวนและอนุสรณ์สถานที่ได้รับการพัฒนาเพื่อพักผ่อนและเรียนรู้ นักท่องเที่ยวควรแยกแยะจากอุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัวและอุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ ซึ่งเป็นแหล่งธรรมชาติและมีระบบบริหารจัดการคนละรูปแบบ
 
ผู้สนใจประวัติศาสตร์การทหารจะพบว่าอุทยานแห่งนี้นำเสนอเรื่องราวในระดับพื้นที่ซึ่งหาได้ยากจากแหล่งท่องเที่ยวทั่วไป ฐานขนาดไม่ใหญ่ช่วยให้มองเห็นองค์ประกอบต่าง ๆ ได้ในระยะใกล้ ตั้งแต่ที่พักของกำลังพล จุดป้องกัน อาคารบัญชาการ ไปจนถึงพลับพลารับเสด็จ เรื่องราวเหล่านี้ช่วยอธิบายว่าหน่วยทหารในพื้นที่ห่างไกลต้องทำหน้าที่ทั้งด้านความมั่นคงและการช่วยเหลือชุมชนอย่างไร
 
ผู้สนใจพระราชประวัติของสมเด็จย่าจะได้เห็นตัวอย่างพระราชกรณียกิจในพื้นที่จริง การประทับแรมที่ฐานวรพัฒน์สะท้อนว่าพระองค์ทรงให้ความสำคัญกับประชาชนและเจ้าหน้าที่ทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะอยู่ห่างไกลเพียงใด การเที่ยวชมจึงควรให้เวลาทำความเข้าใจเรื่องราว ไม่ใช่เพียงแวะถ่ายภาพป้ายชื่อแล้วเดินทางต่อ
 
สำหรับโรงเรียน อุทยานสามารถใช้เป็นห้องเรียนประวัติศาสตร์นอกสถานที่ ครูสามารถเชื่อมเนื้อหากับประวัติศาสตร์สงครามเย็น การพัฒนาพื้นที่ชายแดน บทบาทของทหารในชุมชน พระราชกรณียกิจด้านสาธารณสุข และการอนุรักษ์มรดกท้องถิ่น ก่อนนำคณะมาเยือนควรประสานจำนวนผู้เข้าร่วม เวลาเดินทาง จุดจอดรถ ห้องน้ำ และการเปิดอาคารกับเทศบาล เพื่อให้การศึกษาดูงานดำเนินไปอย่างเป็นระเบียบ
 
คณะหน่วยงานหรือองค์กรที่ต้องการใช้ห้องสัมมนาควรแจ้งวัตถุประสงค์ รูปแบบกิจกรรม จำนวนผู้เข้าร่วม อุปกรณ์ที่ต้องใช้ และช่วงเวลาให้ชัดเจน การจัดกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ การบริการชุมชน การพัฒนาเยาวชน หรือการน้อมรำลึกเหมาะสมกับลักษณะสถานที่มากกว่างานบันเทิงที่ใช้เสียงดัง การประสานล่วงหน้าช่วยป้องกันการตรงกับพิธีสำคัญหรือกิจกรรมของหน่วยงานท้องถิ่น
 
การเดินทางแบบครึ่งวันสามารถเริ่มจากตัวเมืองมุกดาหารในช่วงเช้า ใช้เส้นทางไปอำเภอดอนตาล แวะอุทยานสมเด็จย่า แล้วเดินทางต่อไปยังหาดหินวัดเวินไชยมงคลริมแม่น้ำโขง เส้นทางนี้รวมทั้งประวัติศาสตร์ พื้นที่สีเขียว และทิวทัศน์แม่น้ำไว้ในทริปเดียว เหมาะกับครอบครัวหรือผู้ที่ไม่ต้องการเดินทางไกลมาก
 
ผู้ที่มีเวลาเต็มวันสามารถเที่ยวอุทยานสมเด็จย่าในตอนเช้า ต่อไปยังอุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัวเพื่อชมภูมิประเทศและแหล่งธรรมชาติ จากนั้นกลับเข้าสู่ตัวเมืองมุกดาหารในช่วงเย็น แวะพญาศรีมุกดามหามุนีนีลปาลนาคราชหรือหอแก้วมุกดาหาร เส้นทางนี้ทำให้เห็นความหลากหลายของจังหวัด ตั้งแต่ประวัติศาสตร์ชายแดน ธรรมชาติ ศรัทธา ไปจนถึงทิวทัศน์เมืองริมโขง
 
หาดหินวัดเวินไชยมงคลเป็นสถานที่ใกล้อุทยานซึ่งเหมาะกับการพักผ่อนริมแม่น้ำโขง มีโขดหินและทิวทัศน์แม่น้ำที่เปลี่ยนไปตามระดับน้ำ การเที่ยวทั้งสองแห่งในวันเดียวกันช่วยสร้างความสมดุลระหว่างการเรียนรู้ในอุทยานกับการพักผ่อนกลางแจ้ง นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบระดับน้ำและสภาพพื้นที่ก่อนลงใกล้ริมตลิ่ง
 
อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัวอยู่ห่างออกไปประมาณ 16 กม. เป็นแหล่งธรรมชาติซึ่งมีภูเขาหิน ป่าไม้ และเส้นทางเชื่อมโยงประวัติศาสตร์ของพื้นที่ชายแดน ผู้ที่ต้องการเดินเส้นทางธรรมชาติควรแยกเวลาให้เพียงพอและสอบถามข้อมูลจากอุทยานแห่งชาติโดยตรง เพราะเวลาทำการ ค่าเข้า และเงื่อนไขการเข้าพื้นที่แตกต่างจากอุทยานสมเด็จย่า
 
อุทยานแห่งชาติภูผาเทิบอยู่ห่างประมาณ 22 กม. มีชื่อเสียงจากกลุ่มหินรูปร่างแปลกและภูมิทัศน์ธรรมชาติ ผู้ที่เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสามารถจัดเส้นทางเชื่อมกันได้ แต่ควรคำนึงถึงสภาพอากาศและเวลาปิดของอุทยานแห่งชาติ การเดินชมภูผาเทิบใช้พลังงานมากกว่าการเดินในอุทยานสมเด็จย่า จึงควรเตรียมน้ำดื่ม รองเท้า และเวลาพักให้เหมาะสม
 
ร้านอาหารใกล้อุทยานส่วนใหญ่กระจายอยู่ในเขตชุมชนดอนตาลและริมแม่น้ำโขง ร้านขนาดเล็กอาจเปิดตามช่วงเวลาของชุมชน ผู้เดินทางเป็นคณะควรโทรสอบถามหรือเลือกร้านที่รองรับจำนวนคนได้เพียงพอ เมนูทั่วไปในพื้นที่ประกอบด้วยอาหารอีสาน อาหารตามสั่ง ปลาแม่น้ำ และอาหารไทยพื้นบ้าน การสอบถามราคาและเวลาเปิดก่อนเดินทางช่วยลดปัญหาเมื่อมาในวันธรรมดาหรือช่วงนอกเทศกาล
 
ที่พักใกล้อุทยานมีทั้งรีสอร์ตขนาดเล็กในอำเภอดอนตาลและที่พักริมโขง ส่วนโรงแรมที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบและตัวเลือกมากกว่าจะอยู่ในตัวเมืองมุกดาหาร ห่างประมาณ 30–35 กม. ผู้ที่มีรถส่วนตัวสามารถพักในเมืองแล้วเดินทางมาเที่ยวตอนเช้าได้สะดวก ขณะที่ผู้ต้องการบรรยากาศสงบสามารถเลือกที่พักในดอนตาล แต่ควรตรวจสอบห้องว่าง สถานะการเปิด และบริการอาหารล่วงหน้า
 
การเดินทาง จากตัวเมืองมุกดาหารให้ใช้เส้นทางไปอำเภอดอนตาล เมื่อถึงเขตอำเภอให้เดินทางต่อบนถนนดอนตาล–เลิงนกทาไปทางบ้านนาม่วง อุทยานอยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอดอนตาลประมาณ 5 กม. รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าเป็นวิธีที่สะดวกที่สุด เนื่องจากไม่มีรถโดยสารประจำทางเข้าถึงหน้าอุทยานอย่างต่อเนื่อง ผู้ใช้บริการรถโดยสารควรลงในเขตดอนตาลแล้วต่อรถรับจ้างท้องถิ่น พร้อมนัดหมายเวลาเดินทางกลับล่วงหน้า
 
ผู้ใช้ระบบนำทางสามารถค้นหาคำว่า “อุทยานสมเด็จย่า ฐานวรพัฒน์” หรือใช้รหัสสถานที่ 7WFC+9QW อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร ควรดาวน์โหลดแผนที่หรือบันทึกจุดหมายไว้ก่อนออกเดินทาง เพราะสัญญาณโทรศัพท์ในบางช่วงของเส้นทางชนบทอาจไม่สม่ำเสมอ เมื่อเข้าใกล้บ้านนาม่วงให้สังเกตป้ายอุทยานและขับรถด้วยความเร็วต่ำเพื่อความปลอดภัยของชาวบ้าน
 
การจอดรถควรใช้บริเวณที่หน่วยงานจัดไว้ ไม่จอดกีดขวางทางเข้าอาคาร ทางเดิน หรือเส้นทางฉุกเฉิน หากเดินทางเป็นรถบัสหรือรถตู้หลายคันควรแจ้งเทศบาลล่วงหน้าเพื่อจัดพื้นที่และกำหนดจุดรับส่ง ผู้ขับรถต้องระวังเด็ก รถจักรยานยนต์ สัตว์เลี้ยง และรถเกษตรซึ่งใช้ถนนร่วมกันในชุมชนบ้านนาม่วง
 
อุทยานสมเด็จย่าเป็นจุดหมายที่เหมาะกับการท่องเที่ยวอย่างมีความหมาย ผู้มาเยือนไม่ได้เพียงพักผ่อนใต้ร่มไม้ แต่ได้เรียนรู้เรื่องราวของผู้เสียสละ การปฏิบัติงานในพื้นที่ชายแดน พระราชกรณียกิจของสมเด็จย่า และการเปลี่ยนฐานทหารให้กลายเป็นพื้นที่สาธารณะ ประวัติศาสตร์ในอุทยานไม่ได้ถูกแยกออกจากชีวิตปัจจุบัน เพราะสถานที่ยังใช้จัดพิธี บริการประชาชน อบรม และกิจกรรมของชุมชนอย่างต่อเนื่อง
 
การอนุรักษ์สถานที่แห่งนี้จึงเป็นหน้าที่ร่วมกันของผู้ดูแลและผู้มาเยือน ทุกคนสามารถช่วยได้ด้วยการปฏิบัติตามกฎ ไม่ทำลายอาคาร ไม่ปีนป่ายบังเกอร์ ไม่ทิ้งขยะ และถ่ายทอดเรื่องราวอย่างถูกต้อง การเคารพสถานที่ช่วยให้อุทยานสมเด็จย่า (ฐานวรพัฒน์) ยังคงเป็นอนุสรณ์ที่มีชีวิต เป็นแหล่งเรียนรู้ของเยาวชน และเป็นพื้นที่พักผ่อนที่ทรงคุณค่าของจังหวัดมุกดาหารต่อไป
 
ชื่อสถานที่อุทยานสมเด็จย่า (ฐานวรพัฒน์)
ที่ตั้งบ้านนาม่วง หมู่ 6 ตำบลดอนตาล อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร
ที่อยู่สำหรับค้นหาเส้นทางอุทยานสมเด็จย่า ฐานวรพัฒน์ บ้านนาม่วง ตำบลดอนตาล อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร 49120
รหัสสถานที่7WFC+9QW อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร
ประเภทสถานที่อุทยานประวัติศาสตร์ อนุสรณ์สถาน พื้นที่พักผ่อน และแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับอดีตฐานทหารกับพระราชกรณียกิจของสมเด็จย่า
ระยะทางจากที่ว่าการอำเภอดอนตาลประมาณ 5 กม. บนเส้นทางดอนตาล–เลิงนกทา
ประวัติสำคัญเคยเป็นฐานปฏิบัติการทางทหารในชื่อฐานวรพัฒน์ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเสด็จพระราชดำเนินมาประทับแรมระหว่างวันที่ 5–7 มิถุนายน 2520 พร้อมสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
ที่มาของชื่อฐานวรพัฒน์ตั้งขึ้นเพื่อรำลึกถึงร้อยโทวรพัฒน์ อำพลพงษ์ ซึ่งเสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่ในเดือนกันยายน 2519
ที่มาของชื่ออุทยานสมเด็จย่าเปลี่ยนจากฐานทหารเป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์และสวนพักผ่อน พร้อมได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ใช้ชื่อเพื่อรำลึกถึงการเสด็จมาประทับแรมของสมเด็จย่า
ไฮไลต์พลับพลาที่ประทับ ศาลาแปดเหลี่ยมประดิษฐานพระรูปสมเด็จย่า อาคารประวัติศาสตร์ หลุมหลบภัยหรือบังเกอร์ทหาร สวนไม้ อุโมงค์ต้นไม้ และพื้นที่อบรมสัมมนา
โซนและพื้นที่สำคัญ1. จุดต้อนรับและป้ายอุทยาน
2. ศาลาแปดเหลี่ยมประดิษฐานพระรูปสมเด็จย่า
3. พลับพลาที่ประทับ
4. อาคารประวัติศาสตร์และพื้นที่จัดแสดง
5. หลุมหลบภัยหรือบังเกอร์ทหาร
6. สวนไม้และอุโมงค์ต้นไม้
7. ห้องรับรองและพื้นที่อบรมสัมมนา
8. ลานพิธีและพื้นที่กิจกรรมของชุมชน
กิจกรรมที่เหมาะสมศึกษาประวัติศาสตร์ ชมอาคารฐานทหารเดิม น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ เดินชมสวน ถ่ายภาพ พักผ่อน จัดอบรม และศึกษาดูงานโดยประสานผู้ดูแลล่วงหน้า
ผู้ดูแลเทศบาลตำบลดอนตาลผาสุก ร่วมกับอำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
สถานะปัจจุบันเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ สถานที่พักผ่อน แหล่งศึกษาดูงาน และสถานที่จัดพิธีน้อมรำลึกกับกิจกรรมบริการประชาชน
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00–17.00 น. อาคารภายในและห้องอบรมเปิดตามการดูแลหรือการประสานล่วงหน้า
ค่าเข้าชมเข้าชมพื้นที่ทั่วไปฟรี การใช้ห้องประชุมหรือจัดกิจกรรมเป็นหมู่คณะต้องประสานผู้ดูแล
สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นที่จอดรถ ทางเดิน สวนพักผ่อน ศาลา ห้องรับรอง ห้องอบรมสัมมนา พื้นที่กิจกรรม และห้องสุขาตามจุดบริการ
ข้อปฏิบัติในการเข้าชมแต่งกายสุภาพ รักษาความสงบ ไม่ปีนป่ายบังเกอร์หรืออาคารเก่า ไม่เข้าเขตปิด ไม่เคลื่อนย้ายสิ่งของ และไม่รับประทานอาหารภายในศาลาหรืออาคารประวัติศาสตร์
การเดินทางจากตัวเมืองมุกดาหารเดินทางสู่อำเภอดอนตาล จากที่ว่าการอำเภอใช้ถนนดอนตาล–เลิงนกทาไปทางบ้านนาม่วงประมาณ 5 กม. รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าสะดวกที่สุด
เบอร์ติดต่อหลักเทศบาลตำบลดอนตาลผาสุก โทร. 042-689328
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. หาดหินวัดเวินไชยมงคล ประมาณ 7 กม.
2. อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว ประมาณ 16 กม.
3. อุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ ประมาณ 22 กม.
4. พญาศรีมุกดามหามุนีนีลปาลนาคราช ประมาณ 32 กม.
5. หอแก้วมุกดาหารเฉลิมพระเกียรติกาญจนาภิเษก ประมาณ 35 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. ครัวต้นกล้าดอนตาล ประมาณ 5 กม.
2. บ้านของกิน ดอนตาล ประมาณ 5 กม.
3. สวนอาหารหาดหินริมโขง ประมาณ 7 กม. โทร. 062-107-1255, 097-049-3423
4. สวนอาหารนัดพบริมโขง ประมาณ 33 กม. โทร. 042-614499, 089-7116063
5. ครัวเวียดนาม มุกดาหาร ประมาณ 34 กม. โทร. 042-614120, 086-5802849
ที่พักใกล้เคียง1. สกลรีสอร์ท ดอนตาล ประมาณ 5 กม.
2. บ้านริมโขงรีสอร์ท ดอนตาล ประมาณ 6 กม.
3. หาดหินริมโขง สวนอาหารและรีสอร์ท ประมาณ 7 กม. โทร. 062-107-1255, 097-049-3423
4. โรงแรมพลอยพาเลซ มุกดาหาร ประมาณ 34 กม. โทร. 042-631111–20
5. โรงแรมริเวอร์อินน์ มุกดาหาร ประมาณ 34 กม. โทร. 042-615444–50
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: อุทยานสมเด็จย่า (ฐานวรพัฒน์) เปิดวันไหนและกี่โมง?
ตอบ: เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00–17.00 น. การเข้าชมอาคารภายในหรือใช้ห้องอบรมสัมมนาควรติดต่อเทศบาลตำบลดอนตาลผาสุกล่วงหน้า
 
ถาม: อุทยานสมเด็จย่าเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: พื้นที่ทั่วไปเปิดให้เข้าชมฟรี ส่วนการใช้ห้องประชุม อุปกรณ์ หรือจัดกิจกรรมเป็นหมู่คณะต้องประสานรายละเอียดกับผู้ดูแล
 
ถาม: ทำไมฐานวรพัฒน์จึงมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์?
ตอบ: พื้นที่เคยเป็นฐานปฏิบัติการทางทหาร และสมเด็จย่าเสด็จพระราชดำเนินมาประทับแรมระหว่างวันที่ 5–7 มิถุนายน 2520 เพื่อทรงเยี่ยมเจ้าหน้าที่ ทหาร และประชาชนในพื้นที่ชายแดน
 
ถาม: ภายในอุทยานสมเด็จย่ามีอะไรให้ชมบ้าง?
ตอบ: มีศาลาแปดเหลี่ยมประดิษฐานพระรูปสมเด็จย่า พลับพลาที่ประทับ อาคารประวัติศาสตร์ บังเกอร์หรือหลุมหลบภัยทหาร สวนไม้ อุโมงค์ต้นไม้ และพื้นที่อบรมสัมมนา
 
ถาม: สามารถขอใช้ห้องอบรมสัมมนาได้หรือไม่?
ตอบ: สามารถประสานขอใช้พื้นที่ได้ตามความเหมาะสม โดยต้องแจ้งวัตถุประสงค์ จำนวนผู้เข้าร่วม วันเวลา และอุปกรณ์ที่ต้องการต่อเทศบาลตำบลดอนตาลผาสุกล่วงหน้า
 
ถาม: เดินทางจากตัวเมืองมุกดาหารไปอุทยานสมเด็จย่าอย่างไร?
ตอบ: เดินทางไปอำเภอดอนตาล จากนั้นใช้ถนนดอนตาล–เลิงนกทาไปทางบ้านนาม่วง อุทยานอยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอดอนตาลประมาณ 5 กม. รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าสะดวกที่สุด
 
ถาม: ควรใช้เวลาเที่ยวอุทยานสมเด็จย่านานเท่าใด?
ตอบ: การเข้าชมทั่วไปใช้เวลาประมาณ 1–2 ชั่วโมง หากต้องการชมอาคาร อ่านข้อมูล และเดินสวนอย่างละเอียดควรเผื่อเวลา 2–3 ชั่วโมง
 
ถาม: ควรเที่ยวอุทยานสมเด็จย่าช่วงเวลาใด?
ตอบ: ช่วง 08.00–10.00 น. หรือ 15.00–17.00 น. เหมาะที่สุด เพราะอากาศไม่ร้อนจัด ส่วนเดือนพฤศจิกายน–กุมภาพันธ์มีอากาศสบาย เหมาะกับการเดินชมพื้นที่

บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตรหมวดหมู่: ●บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร

ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศกลุ่ม: ●ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

ปรับปรุงล่าสุด : 1 สัปดาห์ที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(2)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(3)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(2)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(1)
วัด วัด(17)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(3)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(4)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(2)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(4)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(5)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(3)
น้ำตก น้ำตก(5)
ถ้ำ ถ้ำ(2)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(2)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(1)